.Vous traître.,, คนทรยศ!! [yaoi]

ตอนที่ 2 : { C H A P T H E R 1 }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 มี.ค. 55

THE★ FARRY

{CHAPTHER 1}

 

 

 

“ เฟียซคะ สนใจแอนนาอยู่รึเปล่า ”

 

            “ ชู่...เด็กน้อย มาหาผมนี่มา เบบี๋ ”

           

            ผมไม่สนใจผู้หญิงข้างๆที่เอาแต่กอดรัดแขนผมเสียจนเน็บชาแทบจะกินไปทั้งแขน  เจ้าหล่อนกระฟัดกระเฟียดผมแล้วขยับบั้นท้ายอวบๆนั้นไปหาเพื่อนผมซึ่งนั่งอยู่ข้างๆแทน  แน่ละตอนนี้ใครจะเรียกผมยังไง ผมก็ละสายตาไปไม่ได้หรอก

 

            ไม่ได้เลยจริงๆ

 

            “ หญิงก็ร้าย ชายก็เลว เข้ากันดีจริงๆ ” เสียงของเบียร์ดังขึ้นทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มระบายออกมา ภาพตรงหน้ามันช่างทำให้ผมรู้สึกขำนัก

 

            ช่างไม่รู้อะไรเลย...เด็กน้อย

 

            “ เห้ น้องยืมปากกาที......แล้วฝากเอากระดาษนี้ไปให้คนนั้นด้วย ”  ผมยืมปากกาจากพนักงานข้างๆ ก่อนจะจดลงใบแผ่นกระดาษทิชชูแล้วยื่นให้กับพนักงาน พลางนั่งมองผลที่ได้อย่างใจจดใจจ่อ

 

            คนตรงหน้าผมนั่งข้างๆกับผู้หญิงสวยอรชรที่นั่งหันหน้าเข้าหาโต๊ะบาร์ส่วนผู้ชายนั่งหันหน้ามาทางผมแต่ว่าใบหน้ายังคงเอนเอียงไปหาผู้หญิงคนนั้นไม่ได้หันมาทางผม ผมมองอีกคนรับแผ่นกระดาษจากพนักงานนั้นขึ้นมาเปิดอ่าน หมอนั้นทำหน้ายุ่งอยู่ซักพักก่อนจะยิ้มออกมา

 

            ยิ้มอะไรของมันวะ?

 

            “ คุณผู้ชายครับ...เขาฝากให้เอากลับมาคืนครับ ” รอจนซักพักพนักงานคนเดิมก็เดินกลับมาหาผมพร้อมกับยื่นแผ่นกระดาษแผ่นใหม่มาให้ ผมรับมันมาถือเอาไว้รอจนพนักงานเดินออกไป แล้วก้มลงมองกระดาษที่อยู่ในมือพร้อมกับไอ้เบียร์ที่ชะโงกหน้าเข้ามาอ่านด้วย

 

            “ แม่ง...ร้ายว่าที่คิดเยอะวะ น่าสนุกนะ อย่าลืมที่สัญญานะเว้ยมึง ไอ้เฟียซ ”

 

            “ หึ...ไม่ลืมหรอกน่า คนละครึ่ง ”

 

            ขอบคุณนะที่บอก แต่โชคร้ายของมึงแล้วละที่ไอ้ผู้หญิงพวกนั้น เสร็จกูจนหลวมโครกแล้วเหมือนกัน ไม่เชื่อก็ลองพิสูจน์เอาดูได้นะ

 

 

 

            _______________________________

 

 

 

            ผมเกลียดเช้าวันจันทร์ !

โดยเฉพาะวันที่ผมมีคลาสเช้า โคตรๆเกลียด

 

            ผมรูดเข็มขัดหนังแบร์นดดังของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง พลางเซ็ตผมของตัวเองให้เป็นทรงไปทั้งดูกระจกเงาที่มีความสูงเท่ากับตัวผมก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าไอโฟนกับกระเป๋าตังใส่กางเกง ส่วนหูฟังก็เอามันเสียบกับไอโฟนแล้วเอาพาดบ่าคอเอาไว้

 

            ชีวิตผมมันค่อนข้างเฟอร์เฟ็ค ยอมรับ แต่สิ่งที่ผมเกลียดที่สุดในร่างการของตัวเองคือ...ชื่อของตัวเอง

 

            ผมเกิดมาใครเครือวงตระกูลที่มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาในสังคม แต่ผมไม่ค่อยชอบที่จะเข้ามันเสียเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลหลัก มันไม่มีอาหารตาเลยนอกจากคุณป้าแก่ๆที่เอาแต่โชว์ฟันปลอมใส่กันไปใส่กันมา และผมเกลียดมากถ้าตัวผมจะโดนลากเข้าไปในวงสนทนาการจับคู่บ้าบอ

 

            ไม่รู้กี่สิบครั้งที่ผมโดนคุณแม่คุณย่าลากไปดูตัว สุดท้ายก็โดนผมวีนใส่ เบี้ยวนัดเสียจนแม่ผมเลิกคิดการหาแฟนให้ผมโดยการจับคู่ให้แบบนี้  มันยุคไหนแล้วครับที่รัก

            แต่! ผมชอบผู้หญิงนะครับ แล้วผมก็แมนเต็มร้อยด้วยที่คิดแบบนั้นเพราะผมกลัวกระเทยและขยาดพวกเกย์ทั้งหลายที่พร้อมจะเข้าปลุกปล้ำผมทุกเมื่อที่พวกเขามีโอกาส...มันน่ากลัวเกินจะรับไหว

 

            ผมคว้าหนังสือเล่มหนาแบบตีหัวหมามึนออกมาแล้วเอาปากกาแนบเอาไว้กับปกหนังสือก่อนจะเดินออกมาจากห้องล็อคห้องให้เรียบร้อยแล้วใช้ลิฟท์ลงมายังชั้นล่าง เดินออกมาพร้อมกับนักศึกษาหลายคนที่มีคลาสเช้าเหมือนกับผม  รถหลายคันจอดเรียงอยู่ที่ลานจอดรถรวมไปถึงลูกรักของผมด้วย สองขายาวๆของผมก้าวมาจนมาหยุดอยู่ตรงที่ป้ายจอดรับนักศึกษาโดยใช้รถรางของมหาลัย

 

            ไม่ได้บอกใช่ไหมว่าตัวผมเองบ้ารถแค่ไหน?

 

            ผมไม่ค่อยสบอารมณ์เรื่องการอยู่เท่าหอพักเท่าไหร่ แน่นอนว่าถ้าเขาไม่บังคับผมก็คงไม่อยู่แน่ๆ เพราะผมไม่ชอบนอนรวมกับใครหรือไม่ก็ใช้ที่กินที่อยู่ร่วมกับใครเท่าไหร่ แต่เพราะว่านักศึกษาปีหนึ่งทุกคนที่ต้องย้ายสังขารมาอยู่หอนั้นแหละ และสิ่งที่ทำให้ผมหาเรื่องเบี่ยงตัวหนีหรือใช้เส้นสายอะไรไม่ได้ จะเพราะอะไรละ

 

            “ ความจริงลูกอยู่หอบ้างก็ดี จะได้มีวินัยในตัวเอง!

 

          แต่แม่ก็ไม่เคยรู้ว่าผมเอาผู้หญิงมานอนคั่วทุกวันแหละน่า ชู่ว

 

            ผมไม่เคยบอกว่าผมเป็นคนดี และผมไม่ก็เคยปฏิเสธว่าผมน่ะชั่ว แล้วแต่จะคิด แต่ผมก็ไม่เคยฝืนใจใคร แน่นอนว่ามันไม่สนุกเอาซะเลย

 

            “ ไอ้เดียร์ รอกูนานไหมวะ ” เสียงเรียกผมจากด้านหลังเรียกให้ผมหันไปมองผู้ชายสูงประมาณผมวิ่งมายืนข้างๆผมแล้วหยุดรอรถเหมือนกับผม ซึ่งไอ้คนข้างๆก็คือไอ้เพลย์เพื่อนของผมตั้งแต่สมัยเรียนม.ต้น  ผมมีเพื่อนเยอะนะแต่หลังจากจบกันแล้วก็แยกๆกันไปเรียน จะมีก็แต่ไอ้เพลย์กับไอ้สองแฝดนรกเนี่ยละที่ยังคงติดตามผมมาจนถึงทุกวันนี้เพียงแต่เรียนกันคนละคณะแค่นั้นเอง

 

            อ๋อ ผมกับไอ้เพลย์เรียนวิศวะเหมือนกันแต่คนละสาขาแค่นั้น ผมก็เลยอยู่กับไอ้เพลย์ซะมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ

 

            “ ก็ถ้าอีกนิดกูว่ากูจะไม่รอ ” ผมหันไปยิ้มให้มัน   เราสองคนยืนรอรถรางอยู่ซักพัก ไอ้เพลย์มันคงขี้เกียจรอถึงได้เอ่ยปากให้ผมขับรถไปจอดหน้าตึกแทนตอนหมดคลาสบ่ายจะไปไม่ต้องวนกลับมาเอารถด้วย เพราะผมกับมันจะได้ออกไปซื้อของที่ห้างเข้าห้องที่หอด้วยเหมือนกัน สุดท้ายผมกับมันก็เลยเดินกลับมาที่ลานจอดรถของหอ

            ผมเดินไปยังหลังตึกที่มักจะเป็นที่จอดของผมประจำ ด้วยเหตุที่ว่าผมไม่อยากให้ลูกรักของผมต้องทนตากแดด ถึงแม้ว่ามันจะดำอยู่แล้วก็เถอะ...

 

            “ เห้ย!!!

 

            ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยย!!!!!

 

            “ ใครทำอะไรลูกกูวะ! ” ผมหันมองไอ้เพลย์ที่ดูจะอึ้งไม่แพ้ผมเหมือนกัน   แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้านี้แทบช๊อค เมื่อเช้าที่ผมไม่เห็นนี่อาจจะเพราะว่ารถผมมันอยู่หลังตึกผมเลยไม่ทันสังเกตุนึกว่ารถของตัวเองยังอยู่ดี   ผมรีบตรงเข้าไปดูรถของตัวเองที่ถูกกรีดเป็นรอยเด่นชัด เพียงแค่สัมผัสก็รู้แล้วว่ามันลึกมากแค่ไหน จะให้ทำใหม่ก็คงหมดอีกหลายตัง

 

            “ ไอ้เพลย์ ขึ้นรถ!

 

            “ อะไรของมึง ถ้าจะเอารถไปซ้อม เดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อน ”

 

            “ ไม่...กูจะพามึงไปส่งที่คณะ แล้วก็ฝากเรียนแทนกูที ”

 

 

 

“ กูมีธุระด่วนกับลูกกูวะ ”

 

 

 

            _______________________________

 

 

 

FIERCE PART:

 

“ ไม่แรงไปหน่อยรึไง กรีดรถเชียวนะ ” ผมนั่งหมุนปากกาเล่นอย่างสบายใจ ผมรู้แค่ว่าบนใบหน้าผมนั่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มหลังจากที่นึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่ผมลงทุนตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาทำเซอร์ไพส์ให้แก่บุคคลอันเป็นที่รักของผม

 

ก็ไม่รู้ว่าปานนี้จะร้องไห้ขี้มูกโป่งไปฟ้องแม่ไปรึยัง

 

“ ไม่มากไปหรอก ก็ให้มันรู้ไปว่าการเข้ามาเป็นศัตรูกับกูน่ะ...มันต้องโดนอะไรบ้าง ” ผมว่า ไอ้เบียร์มันก็หัวเราะ

 

ผมกลับมานั่งสนใจกับการสอนของอาจารย์ตรงหน้าต่อ  ผมละไม่เข้าใจว่าทำไมไม่มีอาจารย์แบบหุ่นฟิตๆขาวๆสาวๆมาให้บ้าง  มีแต่หุ่นหลวมๆมาให้นักเรียนตาดำๆเรียนทั้งนั้น แบบ...หลวมจนย้วย

 

“ วันนี้ไปที่ผับกัน กูเลี้ยงเอง ” ไอ้เบียร์พูดออกมา ซึ่งผมก็เออออตามมันไป ปกติไอ้เบียร์มันก็คอยจะเลี้ยงอยู่แล้วเพราะว่ามันเป็นเจ้าของสถานที่หรือว่าผับนั้นแหละ แต่ผมกับเพื่อนเกรงใจมันเพราะพวกเราก็ไม่ได้เข้าไปกินกันน้อยเสียที่ไหน

 

“ เห้ย ไอ้เฟียซ!!! เล็กซัส เอสซีสีขาวอะ ของมึงเปล่าวะ? ”

 

“ เออใช่ ของกูเอง ไมวะ? ”

 

“ ไปดูเองเหอะวะ แม่งเป็นเศษเหล็กไปแล้วละกูว่า ” ผมขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่สนใจว่าอาจารย์จะแหกปากห้ามผมดังแค่ไหนโดยมีไอ้ภัทรที่เข้าไปแหกปากเมื่อกี้วิ่งตามผมมาที่ลานจอดรถหลังตึก

 

ห่าเอ๊ย!!!!

 

“ เหี้ยแม่ง! รถกูเพิ่งถอยไม่ถึงเดือน ” ผมมองสภาพรถที่ถูกเสยท้ายเข้าจนบุบไหนจะด้านหน้าที่กระแทกเข้ากับเสากั้นรถจนเสาร้าว นั้นหมายถึงคือฝากระโปรงรถผมเปิดง้างขึ้นมาด้วย  สภาพเหมือนโดนอัดก๊อบปี้มายังไงอย่างงั้น  ซึ่งไอ้ตัวการมันก็ไม่ได้หายไปไหนไกลเลย

 

เด็กของกูนิเอง

 

“ ไงมึง กูโคตรภูมิใจนำเสนอเลย ยังไงซะก็ไม่ต้องเกรงใจกูหรอก ก็แค่ของขวัญเล็กๆน้อยๆที่กูอุตส่าห์ตั้งใจทำ ” ผมไม่รู้ว่าไอ้เบนซ์ของมันหายไปไหน เพราะตอนนี้มันยืนพิงรถออดี้ตัวใหม่สีดำสนิทของมันพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม  ผมตรงปรี่เข้าไปโดยไม่สนแรงยื้อของไอ้ภัทร

 

“ มึงทำเหี้ยอะ--อั๊ก!!! ” ทันทีที่ผมเข้าถึงตัวมันและมือของผมกำลังจะง้างขึ้นเพื่อฟาดหมัดใส่หน้าเรียวของมัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือจู่ๆก็มีคนมาจากไหนไม่รู้ พุ่งเข้ามาต่อยเข้าที่ท้องผมอย่างแรงจนเซดีกว่าได้ไอ้ภัทรรีบวิ่งเข้ามาพยุงไม่งั้นก็คงล้มอย่างหมดท่านั้นแหละ

 

ไอ้สารเลว!!

 

“ แน่จริงมึงก็ต่อยกับกูสิวะ...หรือว่าที่แท้มึงที่ไม่แน่ ”

 

“ แน่ไม่แน่ แต่ไอ้ประติมากรรมนั้นน่ะ กูเป็นคนสรรสร้างขึ้นมาเองเชียวนะครับมึงควรจะดีใจซะด้วยซ้ำไป แล้วอีกอย่างที่กูไม่อยากตัวต่อตัวกับมึง ก็เพราะว่ากูไม่อยากลดตัวลงไป คงเข้าใจนะ ” มันยักคิ้วให้ผมเป็นการเชื้อเชิญความโมโหของผมให้ยิ่งเดือดพลาญมากขึ้นไปอีก

 

“ อย่าคิดว่ากูจะทำอะไรมึงไม่ได้นะ หึ...”

 

“ ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ...ขอให้สนุกกับรถคันใหม่นะครับ รุ่นพี่ ” มันหัวเราะเยาะผมอีกครั้งแล้วเดินอ้อมไปนั่งยังที่คนขับส่วนไอ้ผู้ชายที่ต่อยท้องผมก็คงเป็นคนของบ้านมันนั้นแหละ  ผมยืนมองรถออดี้ของมันขับหายไปจากรั้วมหาลัยทั้งใบหน้านิ่ง 

 

ปึก!!!

 

“ เห้ย ไอ้เฟียซ ใจเย็นดิวะ มึงต่อยต้นไม้แล้วมึงคิดว่าไอ้นั้นแม่งจะเจ็บรึไง ” แม้ว่าคำพูดของเพื่อนสองคนในตอนนี้ก็ไม่เข้าหูผมอีกแล้ว

 

...มึงเล่นกับกูแบบนี้ใช่ไหม ก็ได้...

 

“ ยกนี้กูถือว่าต่อให้ แล้วกูขอสาบาน ว่าต่อจากนี้ ”

 

แต่คราวหน้า...

 

“ มึงปางตายแน่ๆ ”

 

            END OF FIERCE PART

 

 

 

            _______________________________

 

 

 

            “ อ้าว ทำไมกลับมาเร็ววะ แล้วลูกชายมึงเป็นไงบ้าง ” ผมเดินเข้ามาภายในตึกหลังจากเสร็จธุระเรื่องรถของตัวเองแล้ว   ลมหายใจหนักๆถูกถอนออกมาก่อนจะหย่อนกายลงนั่งที่โต๊ะเลคเชอร์ข้างๆที่ไอ้เพลย์มันนั่ง ผมหมอบลงไปกับโต๊ะด้วยความเหนื่อยอ่อน

 

            ที่เหนื่อยนี้คือ ผมเพิ่งโดนแม่โฟนอินเข้ามาด่าจนหูชา จะวางก็ไม่ได้ ก็หล่อนเล่นขู่ว่าถ้าตัดสายจะไม่ยอมเปิดบัตรเครดิตต่อให้  นั้นมันชีวิตผมทั้งชีวิตเลยนะ!

 

            “ ก็ซ้อมแล้วก็ขายทิ้งไป มันใช้ไม่ได้แล้ว จะเอากลับสภาพเดิมคนซ้อมบอกซื้อใหม่เลยง่ายกว่า ”

 

            “ เห้ย ถึงกับต้องขายทิ้งเลยเหรอ มันแค่โดนกรีดนิหว่า เอาไปให้ร้านดีๆทำก็น่าจะโอเคนะเว้ย ราคาไม่กี่หมื่นหรอก ซื้อลูกใหม่ของมึงน่ะคันหลายล้าน ” ผมส่ายหน้าให้มันแทนคำตอบก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง “ กูพาลูกกูไปชำระหนี้แค้นมา สภาพเป็นแบบนี้แล้ว ”

 

            “ เห้ย!!!! ไอ้ฟายยยย มึงคิดได้ไงเนี่ย ” หลังจากที่ผมเอาสะภาพรถของลูกรักผมให้มันดูแล้วก็ยอมเล่าให้มันฟังหลังจากที่มันเริ่มเค้นผมว่าทำไมรถมันถึงได้มีสภาพแบบนี้จากนั้นมันก็เริ่มด่าผมไม่หยุดไม่ต่างจากแม่ของผมเท่าไหร่  คือจะสื่อว่า การมีไอ้เพลย์เป็นเพื่อนนั้นเหมือนมีทั้งพ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก ญาติ เพื่อน คนใช้ อยู่ข้างกายในเวลาเดียวกัน

 

            “ กูสูญเสียลูกรักไปแล้ว ” ผมว่าแล้วก็หลับตาลงอย่างต้องการพัก โดยมีเสียงไอ้เพลย์ดังคลอเบาๆจนกระทั้งไม่ได้ยินอีกต่อไป

 

            “ ดีมึง กูด่าให้มึงสำนึกก็เสือกหลับ ”

 

            ..............................................

 

            .................................

 

            ....................

 

            ...........

 

            ....

21.14 PM  @ xxxx

 

            วันนี้ผมโดนเรียกตัวจากหอให้ออกมาที่ผับแห่งหนึ่งที่ถูกนัดเอาไว้โดยไอ้เพื่อนรักสองตัวที่นานๆมาจะโผล่หัวออกมาที

 

“ มิน่า...วันนี้มึงถึงยอมเลี้ยง ” ไอ้เพลย์ว่าพลางเอื้อมมือไปจับหัวของไอ้สองแฝดโขกเข้าหากันอย่างแรง ซึ่งพวกมันก็ครวญครางอยู่สักพัก แล้วก็กลายเป็นไอ้เพลย์เองก็โดนไอ้แฝดนรกนี้รุม 

 

            ตีกันเป็นเด็กไปได้ กูอายคนนะสาดดดด

 

            สาเหตุที่ไอ้สองแฝดมิคกับริค(จนปัจจุบันกูก็ยังคงแยกหน้าไม่ค่อยออกเท่าไหร่)โผล่หัวมาเลี้ยงก็เพราะว่ามันแข่งรถชนะนั้นเอง  ตอนแรกผมไม่คิดว่าไอ้สองตัวนี้มันจะสอบติดแพทย์เลยซักนิดเดียว เพราะผมกับไอ้เพลย์สาบานได้เลยว่าไม่เคยเห็นพวกมันอ่านหนังสือหรือท่องอะไรเลย  แต่ถ้าแม่งเป็นหมอได้จริงๆ ผมว่าอนาคตของคนไข้คงดับวูบ

             มันเป็นหมอที่ชื่นชอบในการเล่นกีฬาที่เสี่ยงอันตรายเป็นที่สุด มันชื่อชอบความเร็วเหมือนกันทั้งคู่อาทิ ไอ้มิคน่ะมันชอบแข่งรถ แต่ไอ้ริคออกจะชอบไปทางแข่งมอเตอร์ไซด์มากกว่า แต่ผมไม่ได้หมายถึงมันไปเป็นไอ้เด็กแว้นนะเว้ยครับ แบบที่แม่งแข่งกันโดยเอารถมอเตอร์ไซด์ยี่ห้อSuzuki GSX–R 600 K9 มาแข่งกันน่ะ

 

            มอเตอร์ไซด์เหี้ยไรไม่รู้โคตรแพง

 

            “ มึงจะแดกอะไรก็ตามใจวันนี้ไอ้มิคมันเลี้ยง ” ริคพูดขึ้นมาขำๆพลางเอาแก้วของมันเองยกชนกับแก้วของผมแล้วก็ชนกับแก้วของน้องมันเป็นคนสุดท้าย  ไอ้มิคเลิกคิ้วก่อนจะพาดมือเข้ากับบ่าของพี่มันแรงๆจนผมอดเจ็บไม่ได้

 

            “ คดีมึงยังไม่ได้สะสางเลยนะ หืม ” ว่าเสร็จดูเหมือนไอ้ริคจะเงียบๆไปซักพักแล้วก็กระฟัดกระเฟียดออกมา ทำเอาผมกับไอ้เพลย์อดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้ไอ้ริคยอมแบบนี้

 

            “ เออๆ หารครึ่งจบ! ” ไอ้มิคดูจะภูมิใจเป็นพิเศษที่แกล้งพี่มันได้ ถ้าได้คว้าพี่มันมากอดรัดฟัดเหวี่ยงขนาดนั้น นี่ถ้าแฟนพวกมันมาเห็นคงจะช็อคตาย แต่เชื่อผมป่ะ

 

            เป็นแบบนี้ไปนานๆ ได้กันชัวร์!!

 

            “ เพลย์กูปวดฉี่วะ เดี๋ยวมานะ ” ผมวางแก้วเหล้าในมือลงแล้วเดินตรงไปยังด้านหลังซึ่งเป็นทางมืดๆซึ่งเป็นทางที่จะไปเขาห้องน้ำ  ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่า แต่ทางไปห้องน้ำของผับทีไหนแม่งต้องทำให้ยื่นออกมาจากตัวร้าน อันนี้ผมเข้าใจเพราะถ้าแม่งอยู่ในร้านจะเป็นอะไรที่กลิ่นดีมากทีเดียว แต่ทางเดินที่ทำเป็นทางเชื่อมนี่แม่งโคตรสลัวเลยให้ตาย

 

            บางทีมันก็เหมาะแก่การเสียตัวนะ

 

            เสียงเพลงดังกระหึ่มที่เปิดภายในร้านดูจะเบาลงเมื่อผมเดินเข้ามาในห้องน้ำแล้ว ผมจัดการกับธุระของตัวเองแล้วผละออกมาล้างมือ ส่วนตาก็ส่องกระจกไปพลางยิ้มไปพลาง

 

            เหี้ยเอ๊ย โคตรหล่อเถอะ!

 

            ปึก!

 

            “ มีความสุขจริงๆเลยนะ ” ผมหันไปมองยังต้นเสียงที่ผมจำได้ดีว่าเป็นใคร  มันระบายยิ้มกว้างพลางยืนพิงผนังห้องน้ำอยู่  ผมหันไปดึงกระดาษทิชชูมาซับน้ำจากมือออกแล้วเดินตรงไปยังประตูห้องน้ำที่มันยืนอยู่อย่างไม่คิดจะสนใจมัน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดว่ามันไม่ปล่อยให้ผมออกไปจากห้องน้ำง่ายๆ

 

            งี้ละ ก็หมาขี้แพ้ละนะ

 

            “ ไม่เข็ดรึยังไง? ” ผมเลิกคิ้วมองไปทางมันด้วยหางตา  มันหัวเราะในลำคอแล้วยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆผม ซึ่งผมก็ไม่ได้ขยับห่างไปไหน แน่นอนว่าผมต้องจะการจะสื่อว่าผมไม่ได้กลัวมันเลยแม้แต่น้อย ผมยกยิ้มบาง

 

            “ วันนี้เอารถอะไรมาละครับ ” ผมว่าด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ซึ่งผมก็รู้อยู่แต่ใจแล้วว่าหมอนี้มันบ้านตังเหลือ กะอีแค่เล็กซัสของมันน่ะเรื่องเล็ก  มือของมันยกขึ้นมาบีบคางของผมอย่างแรงจนผมต้องผลักมือมันออกอย่างรังเกียจ

 

            “ ปากดีจริงนะ ”

 

            “ กูไม่ได้ปากดีหรอก...แต่มึงมันสู้กูไม่ได้แค่นั้นเอง ”

 

 

 

             

_______________________________



WRTER TALK  :  เป็นยังไงบ้างคะตอนแรกของเรื่อง แฮะๆ เพิ่งเคยลองแต่งแนวนี้เป็นครั้งแรก ยังไงก็ติชมกันได้นะคะ ^^  เราจะพยายามเข้ามาอัพบ่อยๆ (สัญญา 55) ยังไงก็ขอคอมเม้นเป็นกำลังใจซักนิดน๊า  ชุ๊บๆ


7 ความคิดเห็น

  1. #5 finnuarua (@finnuarua) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 13:32
     แรงไม่มียังเลย วุ้ยยย !!!
    #5
    0
  2. #1 `B.A.P★B.BUNNY. (@whitetia) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2555 / 17:04
    อุแหม ><

    ร้อนแรงกันจัง !
    #1
    0