99 Click! พลิกรัก

ตอนที่ 9 : นายเป็นใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ก.ย. 60

คลิกที่ 8
‘ นายเป็นใคร ’


        ...ทำไมถึงทำแบบนี้...
        ...ผมแค่อยากแน่ใจ...
        ....แล้วไงต่อ...
        ....ผมจะได้รู้ว่าควรทำอะไรต่อไป...
        .....แต่ดาต้ากำลังเมานะ...
        .....ผมยังมีสติดี.....

        ...รู้ใช่มั๊ยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น...ถ้าเรายังไม่หยุด...


        --ดาต้าฝันดีที่สุดในรอบหลายเดือน เขาฝันว่าพ่อมาหา บอกว่าจะมาอยู่ด้วย--
   
        แสงแดดปลุกให้ดาต้าตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่รับรู้ได้คือตัวเองไม่มีแรง ปวดหัวเหมือนโดนค้อนทุบ สภาพเหมือนตอนเป็นไข้ ไม่อยากขยับตัว ถึงอยากขยับก็ทำไม่ได้ พลิกตัวยังไม่ได้ เริ่มแรกเขาคิดว่าตัวเองเป็นอัมพาต ต่อมาจึงเริ่มรู้ตัวว่ามีความรู้สึกเหมือนโดนมัดพันด้วยบางอย่างทั่วตัว แขนหักงอแนบกับหน้าอก ลำตัวร้อนจนเหนียวเหนอะ เขาฝืนลืมตาโงหัวที่พอจะขยับได้ขึ้นมาสำรวจสภาพตัวเอง แต่แล้วสิ่งๆหนึ่งดึงดูดสายตาเขาก่อน แผ่นหลังเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยหยดน้ำ กับใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในผืนผ้าขนหนูสีครีม สิ่งๆนี้นั่งอยู่บนเตียงข้างๆตัวดาต้า
        “ใคร?” เขาพึมพำถามคนแปลกหน้า ปวดหัวจนตาพร่ามองไม่ชัด 
        คนแปลกหน้าหันมาหา “ตื่นแล้วหรอครับ” รอยยิ้มนั้นสดใสร่าเริง กลิ่นสบู่ลอยเข้าจมูก และประสาทสัมผัสของดาต้าค่อยๆรวบรวมชิ้นส่วนของความทรงจำก่อนหน้า ประกอบกันเป็นภาพที่ร้านเหล้า ...เมื่อคืนนี้เขาดื่มหนัก และโดนพี่โฮมจูบ—
        ดาต้าลุกพรวด! แต่ทำไม่ได้ ตาเบิกกว้างก้มสำรวจร่างกายตัวเองที่มีผ้านวมสีช็อกโกแลตพันไว้ “เฮ้ย!!”
        เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกห่อก็ประหลาดใจ ประหลาด? ทำไมตัวเองถึงโดนห่อไว้อย่างนี้ล่ะ หากเขาจะถูกปล้ำมันก็ต้องเปลือยสิ เดี๋ยวก่อน ท่อนบนเปลือย เขารู้สึกได้ ส่วนด้านล่าง...เหมือนยังมีบ็อกเซอร์อยู่ เขาลองขยับตัวส่วนล่าง สำรวจสิ่งที่คิดว่าสำคัญที่สุดแล้วพลันโล่งอก มันยังปลอดภัย แต่แล้วก็กลับมาคำถามเดิม ทำไมถึงถูกห่อเป็นดักแด้แบบนี้
        ดาต้าหันไปหาผู้ร่วมห้องอีกครั้ง ภาพที่ครั้งแรกคิดว่าน่าจะเป็นพี่โฮมถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ในตอนที่นึกถึงอีกหนึ่งจูบและสิ่งที่ตัวเองเผลอพูดออกไป
        ผมไม่อยากให้หยุด
        ดิ้นตายไปซะ!!! ขนาดนึกถึงยังปวดหัวหน้าร้อนได้ขนาดนี้ เขาอยากกระโดดตึกตายให้รู้แล้วรู้รอด มุดหน้าตัวเองเข้าไปในผ้าห่มเหมือนปูเสฉวน แต่ต้องถามผู้ร่วมห้อง เขาอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
        “นายขุนพล” เขาถามออกไป
        “เรียกพี่สิครับ” ชัดเจนว่าคือขุนพล เอาล่ะ...
        “นี่ผมอยู่ที่ไหน? แล้วเมื่อคืน...เกิดอะไรขึ้น”
        นายขุนพลหันมามอง สะบัดปอยผมชุ่มน้ำใส่ดาต้า แววตานั้นหรี่ลงด้วยความสงสัย “นี่จำอะไรไม่ได้เลยหรอ?”
        “ก็...จำไม่ได้ไง” ดาต้าอึกอัก แน่ล่ะ ให้บอกว่า--จำได้สิครับ ผมเป็นคนขอให้พี่จูบผมเอง--อย่างนี้คงไม่ดีแน่ๆ ขุนพลถอนหายใจออกมาแล้วชี้ไปเหนือหัวเตียง ดาต้ามองตาม
        “ดูเอาเองว่าห้องใคร”
        รูปพี่โฮมใบเท่าจอแอลอีดี 64 นิ้วส่งยิ้มฟันขาวมาให้ เขาอยู่ห้องตัวเอง และนายขุนพลมีกุญแจ สมเหตุสมผล  “พี่พาผมมาส่งหรอ” 
        “ห้องดาต้าดูแปลกดีเนอะ ผนังเป็นแบบนี้แต่แรกแล้วหรอ?”  นายขุนพลหมายถึงส่วนที่อยู่ถัดจากตูเสื้อผ้า ห้องดาต้ามีเครื่องเรือนไม่มาก หากเข้าประตูมา ซ้ายมือจะเป็นถังหวายสานสำหรับใส่ร่ม ราวแขวนแจ็กเก็ต  ถัดมาเป็นประตูห้องน้ำ จากนั้นคือตู้เสื้อผ้า แต่ถัดมา ผนังจะหักปูดนูนเข้ามาสองฟุตครึ่ง ยาวไปถึงกำแพงใกล้หน้าต่าง ผนังนี้สูงระดับเดียวกับตู้เสื้อผ้า ซึ่งดาต้าเป็นคนทำเอง กลไกด้านในเป็นความลับ เขาไม่ตอบคำถามนั้นของขุนพล อีกฝ่ายไม่ได้สนใจมากกเท่าไหร่ นั่นเพราะโต๊ะทำงานกับบอร์ดไม้ตั้งขวางไว้ ไม่น่าสงสัยอะไร 
        “ขอบคุณที่มาส่ง” 
        “พี่ขอยืมชุดหน่อยนะ” ขุนพลเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า เลือกชุดอยู่นานทีเดียว ดาต้ามองตามการกระทำนั้นตลอด ผมที่ยังไม่แห้งชี้โด่เด่ไม่เป็นทรง สั่นไหวตามจังหวะร่างกาย ท่วงท่าเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว กล้ามเนื้อผิวพรรณสะอาดสะอ้านไร้รอยตำหนิ ใบหน้าปกติ ไม่ยิ้มไม่ขำ ไม่แสดงอารมณ์ ผ่อนคลายไร้ความอึดอัด มองนานๆแล้วเริ่มคุ้นชิน ความเขินอายที่เกิดขึ้นเริ่มบรรเทาเบาบาง ตัวเขาเองก็หัวฟูชี้โด่เด่ ด้านหนึ่งแข็งเป็นแพจากการนอนทับหมอนทั้งคืน หน้าตาเขาคงจะแย่มากเช่นกัน การได้พบเจอสภาพแสนปกติแบบนี้สำหรับเพื่อนคงจะเป็นเรื่องปกติ แต่นี่คือคนแปลกหน้า ไม่ได้ชอบพอกันมาก่อน ยิ่งจะทำให้รู้สึกเข้าถึงกันมากขึ้นไปอีก ดาต้ารู้สึกเหมือนว่ากล้ามเนื้อกำลังผ่อนคลายและวางใจ ราวกับว่านายขุนพลเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
        “ไปอาบน้ำได้แล้ว ตัวเหม็น” ขุนพลเอ่ย ตัวเองกำลังใส่เสื้อยืดสีเทา มันรัดเรือนร่างจนเหมือนใส่ชุดว่ายน้ำรัดรูป ในขณะที่ดาต้าขอคืนคำว่า ไว้วางใจ ทันที หลังจากที่ได้ยินคำว่า ตัวเหม็น
        “ไม่เอา โป๊อยู่”  ไม่โป๊ล่างแต่โป๊บน ไม่ต่างกัน
        “กลัวอะไรเล่า เห็นหมดแล้ว” 
        ดาต้าตาค้าง คำว่าเห็นหมดแล้วมีความหมายได้อย่างเดียว “เห็นอะไรวะ  อย่าบอกนะว่า พี่เป็นคนถอดชุดผมออกทั้งหมด”
        “ไปอาบน้ำเหอะน่า” นาขุนพลไม่สนใจอะไร กระโดดขึ้นเตียงมาดึงผ้านวมออก ซึ่งดาต้าขัดขืนสุดฤทธิ์ “ดาต้า...เร็วๆ”
        “ไม่อาววววว” 
        จะลุกขึ้นมาดีๆหรือจะให้บังคับ” นายขุนพลจู่โจม กอดตัวดาต้าผ่านผ้านวมหนา หน้ายื่นเข้ามาใกล้ปาก เขารู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น... 
        “หยุดเลย ไปอาบก็ได้” 
        ขุนพลหยุด มิได้รุกล้ำ เขาปล่อยให้ดาต้าดิ้นขลุกขลักหมุนตัวจนหลุดออกจากห่อผ้า ทุลักทุเลน่ารักน่าขำขัน เด็กเผือกหน้าแดงพาร่างขาวผ่องวิ่งไปที่ระเบียงคว้าผ้าเช็ดตัว ดาต้าชะงักกึก มองเสื้อยืดคอย้วยของพี่โฮมที่ถูกตากอยู่บนราวตากผ้า ถึงขนาดซักให้เลยหรอ จะบริการเกินจริงไปรึเปล่าเนี่ย ดาต้าคิด
        ดาต้าไม่รู้ว่าตัวเองควรยิ้มให้รึเปล่า จึงคลุมกายด้วยผ้าขนหนู เดินลิ่วเข้าห้องน้ำ 
        “เดี๋ยวออกไปกินข้าวกันนะ” ขุนพลพูด
        ขณะที่หันหลังให้แบบนี้ ดาต้ากระตุกยิ้มมุมปาก ยอมรับกับใจว่ารู้สึกดีที่เขาพูด ยินดีที่จะได้ทานข้าวด้วยกัน ทว่ามันก็ยังเจือปนด้วยความสงสัย เหมือนหมึกดำที่มีตะกอน ภายนอกไม่มีทางมองเห็น แต่หากเราดึงดันจะใช้มันพิมพ์เรื่องราว สักวันหัวพิมพ์มันก็ต้องพัง เขาต้องเคลียร์มันซะก่อน

        “พี่คิดยังไงกับผมกันแน่ พี่ขุนพล” ดาต้าเอ่ยปากถาม 

         ขุนพลเพียงยิ้มให้น้อยๆ ไม่ตอบคำถาม ทำให้ดาต้าปลงใจ อย่างไรเสีย นายขุนพลก็คือนายขุนพลวันยันค่ำ ทำตัวผลุบโผล่ เพื่อนฝูงไม่คบไม่รู้จัก มีอดีตที่น่าสงสัยที่ไม่ยอมปริปากเปิดเผย และเอาแต่คอยตามดูเขา เมื่อก่อนดาต้ายังคงปล่อยวางได้ แต่ตอนนี้คงต้องทำอะไรสักอย่าง 

         ...นายเป็นใครกันแน่นะ...


------------------------------------------------------------------------------

         ดาต้ากางสมุดบันทึกสีแดงเล่มเล็กๆ หน้าปกมีลายการ์ตูนจากเรื่องเดทโน้ต มือถือดินสอค้างอยู่เหนือรายชื่อพร้อมเบอร์โทรศัพท์ของสายลับหน้าใส ที่เขากำลังคุยอยู่ชื่อส้มป่อย เธอช่างเสียงแหลมมากมาย
        “ครับพี่ส้มป่อย ใช่แล้วครับ” เขากำลังให้เธอช่วยรายงานความคืบหน้า หากนายขุนพลเสด็จออกจากจวนฌะอจะรายงานกลับมา บังเอิญว่าเธออยู่หอเดียวกัน แอบส่องมานาน ดาต้าสนองงานให้และเธอยินดีรับโดยไม่เรียกค่าตัว ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่พอรู้ว่าเขาชอบพี่โฮม ตอนแรกที่คิดว่าจะหนีหายไม่ตามมาจีบ กลายเป็นเรียกค่าตัวเสียนิ ซ้ำยังขู่ว่าหากไม่รับปาก เรื่องราวที่ผ่านมาจะไม่เป็นความลับ ลองคิดดู... คนตั้งเท่าไหร่ที่เสียท่าให้การแฉของเขา ถ้าข่าวแพร่ มีหวังมิได้ผุดได้เกิดเป็นคนอีกแน่ๆ  “ถ้าพี่สามารถเกาะติดเขาได้โดยไม่ให้รู้ตัวจะดีมากเลยครับ ทางที่ดีพี่เข้าไปจีบเลยก็ได้ หมอนั่นมันใจดีกับผู้หญิง....คร้าบผม สวัสดีครับ”
        เขาวางโทรศัพท์ลง ไล่รายชื่อในสมุดอีกครั้ง หาผู้ที่อาจช่วยเรื่องนี้ได้ สายในคณะสถาปัตย์มีสามคน คณะอื่นดาต้าไม่ใช้ ตอนนี้คือขั้นรวบรวมความเคลื่อนไหว ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าอีกฝ่ายไปไหน เวลาใดบ้าง เมื่อทราบกิจวัตรและนิสัยการใช้ชีวิตแล้ว ต่อจากนั้นเขาจะเป็นคนตามสืบด้วยตัวเอง
        มื้อเช้ากับนายขุนพลผ่านไปแบบธรรมดา เขาไม่ได้ถามอะไรมากมาย คุยสัพเพเหระ อันที่จริง ดูเหมือนดาต้าจะเป็นฝ่ายถูกถามอยู่คนเดียวมากกว่า ชอบกินอะไร ชอบเที่ยวหรือเปล่า เวลาว่างชอบไปที่ไหน...ส่วนใหญ่คือถามความชอบส่วนตัวเขา ดาต้าตอบบ้างไม่ตอบบ้างตามประสาคนวางฟอร์ม ครั้นพอถามกลับ อีกฝ่ายดันเงียบ ทำตัวน่าโมโหมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขายังคงปั้นหัวคิ้วเป็นลิงขี้โมโห น่าจะเกิดจากอดีตแฟนเก่าผมแดงของเขาเอง ยัยอุษา ณ ตอนที่หล่อนเดินสะบัดผมเข้ามาในร้านอาหารก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น...
        หล่อนสนใจนายขุนพลเข้าให้แล้ว
        แม้จะขัดใจแต่ตัวเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมาก เพียงทิ้งให้นายขุนพลจ่ายค่าอาหารให้ แล้วหันหลังตรงกลับหอตัวเอง จากนั้นจึงเริ่มต้นงานที่ตัวเองทำอยู่ตอนนี้ ปริ้นต์รูปนายขุนพลแปะบอร์ด เขียนด้วยหมึกสีฟ้าสดใสทับลงไปว่า ‘ฉันอยากรู้จักนาย’
         ยังมีอีกคนที่ดาต้าคิดว่าน่าจะช่วยเรื่องนี้ได้มาก แต่ยังลังเลว่าจะขอความช่วยเหลือหรือไม่ ชื่อดิจิตอล เป็นเซียนไซเบอร์เหมือนเขา รู้จักกันเพราะชื่อแปลกๆของแต่ละคน ดิจิตอลเป็นเด็กอักษรปีสอง หน้าตาจิ้มลิ้ม ปากชมพูแจ๊ด ชอบตัดผมสั้นเหมือนเด็กรด. ผิวขาวน้อยกว่าดาต้านิดหน่อย ชอบแต่งตัวแปลกๆไม่เหมือนใคร เวลาปกติจะอยู่ในคราบเด็กน้อยสายวินเทจ มีนิสัยประหลาดอย่างหนึ่งคือ ไม่ชอบให้ดาต้าไปเจอ จะคุยกันเฉพาะผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เท่านั้น
        เขาตัดสินใจเรียกสายไปหา และดิจิตอลรับสาย
        “ไงดิจ เป็นไงบ้าง”
        “อืม สบายดี” น้ำเสียงเบื่อหน่ายเป็นเอกลักษณ์อีกหนึ่งอย่าง
        “ทำอะไรอยู่วะ” ดาต้าถาม
        “เรียน...”
        “หายไปนานเลยนะมึง คราวก่อนเรียกไปก็ไม่ตอบ”
        “ไปต่างจังหวัด...ไม่ว่าง”
        “แล้วตอนนี้ว่างมั๊ย” 
        “ไม่ว่าง จะสืบอะไรก็ทำเอาเอง บาย” และวางสายไป
        ไอ้เวร! ตลอดอ่ะ คิดอยู่แล้วว่ามันต้องไม่ตกลง สารเลว(อ้าว..นิสัยเสียนะดาต้า) 
        ดาต้าเท้าคางคิด เคาะนิ้วมองรูปนายขุนพลบนบอร์ดไม้ บนนั้นมีรูปที่เขาหลงลืมไปแล้วอยู่หนึ่งใบ ผู้ชายที่น่าจะเป็นเพื่อนสนิทของขุนพล พลันนึกขึ้นมาได้ว่าตนได้ข้อมูลบางอย่างมาแล้ว เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาลืมเสียสนิท เขาโยกตัวดึงแผ่นคลิปโน้ตข้างๆภาพนี้ออกมาดู บนกระดาษคือชื่อของคนๆหนึ่งพร้อมเบอร์โทรศัพท์ เขาลองโทรไป
        ไม่นานนักคนๆนี้ก็รับสาย เสียงผู้หญิงออกห้าวๆหน่อย ทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
        “สวัสดีครับ”
        “สวัสดีค่า ใครพูดสายคะ”
        “ผมชื่อดาต้าครับ นั่นใช่คุณประภัสสรรึเปล่าครับ”
        “ใช่ค่ะ? คุณดาต้ามีอะไรรึเปล่าคะ”
        “ผมอยากรู้ว่าคุณมาจากโรงเรียนxxรึเปล่าครับ”
        เสียงอีกฝ่ายชะงักไปนิด “ค่ะ ใช่ค่ะ”
        “รู้จักคนที่ชื่อขุนพลมั๊ยครับ”
        “ขุนพล?....อ๋อ ขุนพล คนหล่อๆ ตัวสูงๆ ใช่ จำได้ค่ะ ทำไม คุณเป็นอะไรกับเขา”
        “เอ่อ...” เอาละสิ จะบอกว่ายังไงนะ รุ่นน้องหรอ แต่รุ่นน้องที่ไหนจะมาตามสืบประวัติรุ่นพี่ ไม่น่าเชื่อถือขั้นสุด รึจะบอกว่าเพื่อน...ดาต้าคิดว่าตัวเองงี่เง่าเข้าไปทุกที เขาคิดได้อย่างหนึ่ง....   “เป็นแฟนครับ”  
        “แฟน??” เสียงเหมือนคนเห็นผี เงียบไปนานอีกต่างหาก
        “ผมคบกับเขาอยู่ แต่เขาไม่เคยเล่าเรื่องในอดีตให้ใครฟังเลย พอผมถามก็ปิดเงียบ พี่พอจะเล่าอะไรให้ผมฟังได้มั๊ยครับ”
        “อยากฟังเรื่องของขุนพล?” 
        “ครับ? อยากฟัง” ไม่รู้ดาต้าคิดไปเองรึเปล่า เหมือนกับว่าปลายสายกำลังกังวล
        “งั้นก็....เอาเป็นว่า เริ่มจากไหนดีล่ะ...พี่ชื่ออ้อมนะคะ พี่กับขุนพลไม่ได้รู้จักกันเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ เขาเป็นเด็กเกเร ไม่ค่อยเรียน แต่พอสอบทีไรก็ได้คะแนนสูงทุกที อยู่โรงเรียนก็ชอบเล่นกีฬา เขาเล่นเป็นทุกอย่างแหละ ขุนพลน่ะ โดยเฉพาะฟุตบอล พวกพี่กับเพื่อนๆมีแต่คนชอบเขาทั้งนั้น พี่เคยบอกรักเขาด้วยนะ น่าเสียดายที่โดนปฏิเสธ”
        “เขาชอบทำอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ อย่างเช่น ชอบเที่ยวแบบไหน รึว่า ปิดเทอมชอบไปไหน”
        “อืมม อันนี้พี่ไม่รู้นะ...ก็เหมือนเด็กทั่วไปมั้ง เที่ยวไปไหนมาไหนกับเพื่อนๆ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬา..กินเหล้า..มั้ง”
        ดาต้าลุกออกจากเก้าอี้หน้าโต๊ะ เดินไปที่ระเบียง “แล้วเขามีเพื่อนสนิทมากมั๊ยครับ อย่างคนที่ชื่ออภิชาต“
        “โอ๊ย! เพื่อนขุนพลมีเยอะแยะ รายนี้ไม่มีเหงาหรอก แต่ชื่อนั้นพี่ไม่คุ้นนะ”
        “ดูเหมือนว่าพี่ขุนพลจะถ่ายรูปกับคนที่ชื่ออภิชาตนี้ไว้เกือบทุกรูปเลยครับ ผมอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร”
        “แหม...หึงถึงขนาดนี้เลยหรอจ๊ะ  กลัวจะเป็นแฟนเก่ารึไง”
        ความคิดดาต้าเซเล็กน้อย “เปล่าครับพี่...ไม่ขนาดนั้น”
        “หรอจ๊ะ แต่พี่ไม่รู้หรอก เราน่าจะไปถามเองนะ”
        “ถามแล้วครับ แต่พี่ขุนพลไม่ยอมบอกใครเลย”
        “แล้วที่น้องบอกว่ารูปเนี่ย แสดงว่าไม่เคยเจอตัวจริงใช่มั๊ย”
        “เพราะอย่างนั้นเลยโทรมาถามนี่แหละครับ พอจะรู้จักนายอภิชาตมั๊ย”
        “ไม่จ่ะ”
        “ถ้าอย่างนั้น เอ่อ...” ดาต้าเกาหัวแกรก เคาะเล็บกับราวระเบียงเหล็ก ยังไงก็คงต้องถามสินะ “ตอนเรียน พี่ขุนพลเคยมีแฟนรึเปล่า”
        “ฮั่นแน่หนุ่มน้อย สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นเรื่องนี้ พี่เดาไม่ผิดหรอก” ดาต้ากลอกตาปลงๆ “แต่ดีใจได้เลย พี่ไม่เคยเห็นขุนพลควงใครสักคน”
        ดาต้าแปลกใจ  “ไม่มีเลยหรอครับ...แล้วพี่ขวัญล่ะ”
        “ขวัญไหน?”
        “พี่ขวัญที่...” เขาไม่อยากพูดคำนี้เลย นึกทีไรก็เจ็บ
        “เดี๋ยวนะ...ใช่คนที่ฆ่าตัวตายรึเปล่า”
        “....ครับ”
        “นั่นเขาเป็นพี่น้องกันไม่ใช่หรอ” 
        “อะไรนะครับ??”
        “คนที่ชื่อขวัญเป็นลูกพี่ลูกน้องกับขุนพล อายุเท่ากัน ตัวติดกันมาก พี่ยังอิจฉาเลยว่าขวัญเป็นผู้หญิงที่ได้ใจขุนพลไปครอง ดูเหมือนตานั่นจะหวงพี่สาวมากเป็นพิเศษ”
        ดาต้ากำลังสับสน พี่ขวัญกับขุนพลไม่ได้เป็นแฟนกัน ถ้าเป็นแบบนั้นก็หมายความว่าคนที่ชื่ออเล็กซ์คือคนอื่นที่เขาไม่รู้จัก ส่วนที่บอกว่า เป็นคนที่รักที่สุด มันหมายถึงแบบนี้เองสินะ เขาถึงดูโกรธมากเวลาพูดเรื่องที่พี่ขวัญฆ่าตัวตาย ซ้ำยังพยายามหาสาเหตุการตายอีก แล้วอย่างนี้ดาต้าจะบอกความจริงยังไง เขาซึ่งเข้าไปยุ่งกับเรื่องระหว่างพี่ขวัญกับแฟนจนมันบานปลาย สุดท้ายกลายเป็นเรื่องเลวร้ายที่หวนคืนไม่ได้ ทุกวันนี้ดาต้ายังเอาแต่คิดว่าพี่ขวัญจะสาปแช่งเขามั๊ย สาปแช่งความถือดี ยุ่งเรื่องของคนอื่น  มันเป็นเพราะรูปนั้นใบเดียวแท้ๆเลย
        “น้องคะ...ยังอยู่มั๊ยเอ่ย”
        “ขอบคุณมากนะคะพี่สาว ผมรบกวนแค่นี้ก่อนดีกว่า”
        “จ้า อยากรู้อะไรก็บอกนะ แล้วอย่าลืมแอดเฟรนด์พี่มาด้วยล่ะ พี่อยากเห็นแฟนขุนพล ไม่อยากเชื่อเลยว่าขุนพลจะชอบผู้ชาย”

        “ครับ...ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน”


***********************************************************

         ขุนพลนั่งติดที่ สายตาตั้งมั่นจ้องมองคนในจอคอมพิวเตอร์ ดาต้าเดินกลับเข้าห้องมาแล้ว ขุนพลยังคงหงุดหงิดเล็กน้อยที่บทสนทนาครึ่งหลังหายไปอยู่นอกระเบียง เรื่องอะไรนะ ที่ดาต้าต้องถึงขนาดไปถามเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของเขา ไอ้ระบบสอดแนมแบบนี้ก็ดูจะมีข้อจำกัดที่น่าปวดหัว ยังดีที่ภาพคนในจอชัดแจ๋ว  กำลังเดินไปมาลากเก้าอี้หลบไปไว้ปลายเตียง เบี่ยงโต๊ะที่ใช้วางโน๊ตบุ๊คไปด้วย กล้องจึงเคลื่อนตาม ตอนนี้มันไปจับจ้องอยู่ตรงระหว่างประตูกับเตียง ดาต้าหายเข้าไปทางด้านขวาของจอ ผลุบโผล่เข้าออกอยู่นั่น เหมือนกำลังเตรียมอะไรบางอย่างเสียงครืดคราด พักใหญ่มีเสียงเคาะประตู ขุนพลสะดุ้งพร้อมกันกับผู้ที่ถูกแอบมอง 
        แขกอยู่อีกฝั่งฟาก ดาต้าเดินไปเปิดประตูให้พร้อมคำทักทาย สาวสวยที่ขุนพลคุ้นหน้าเป็นอย่างดีเดินเข้ามา เขาปรับเสียงอุปกรณ์ตัวเองให้ดังขีดสุด หวังจะได้ยินทุกคำสนทนา ดีดี้ในชุดนักศึกษาลากเก้าอี้มาในเฟรมกล้องแล้วนั่งคร่อม บางทีแม่สาวสวยคนนี้ก็ช่าง...มั่นใจซะเหลือเกิน เข้าใจว่าสวยและไม่แคร์ใคร แต่ก็ควรจะเกรงใจความสวยตัวเองบ้าง
        “ท่องกฎให้ฉันฟังอีกรอบดิ๊ดาต้า”  เสียงดีดี้จากคอมฯ อู้อี้พอสมควร เป็นอีกหนึ่งความรำคาญของขุนพล
        “กูรู้ดีน่า” ดาต้าตอบส่งๆ 
        “ห้ามสืบค้นประวัติลูกค้า แล้วนี่อะไร...จู่ๆจะล้วงลูกเต็มสูบแบบนี้ แกคิดอะไรอยู่”
        “กูก็ไม่ได้ฝืนกฎสักหน่อย”
        “อธิบายมา”
        “กูตามสืบให้ลูกค้าไง” ดาต้าอธิบาย ซึ่งทำให้ทุกคนที่ได้ยินงงงวย ในความเข้าใจขุนพล ตัวเขาคือลูกค้า ว่าจ้างดาต้าให้สืบเรื่องขวัญ กฎที่สองคนนั้นพูดน่าจะหมายความว่า ห้ามสืบเรื่องเขา และที่ดีดี้เข้ามาเตือนดาต้าเพราะเห็นชัดว่ากำลังสืบเรื่องของเขา  แต่ดาต้ากลับบอกว่าตัวเองไม่ได้แหกข้อกำหนด งงเด้...
        “แกจะบอกว่ามีคนจ้างให้สืบประวัติพี่ขุนพลหรอ?” ดีดี้ตั้งคำถามเดียวกับเขา แต่ไม่ได้ยินเสียงดาต้าตอบกลับ “ใครวะ?”
        ขุนพลแทบจะพุ่งทะลุเข้าไปในจอคอมฯของตัวเองอยู่รอมร่อ เขาอยากรู้ว่าใครจ้าง ตลอดมาเขาเข้าใจว่าคนที่อยากรู้เรื่องเขามากที่สุดน่าจะเป็นดาต้า หรืออย่างน้อยเขาก็อยากให้เป็นแบบนั้น จะมีคนอื่นไปได้ยัง อยู่ที่นี่คนแทบไม่รู้จักเขาคนเดิมแล้ว ศัตรูก็ไม่มี รึจะเป็นพวกแฟนคลับ?
        โน๊ตบุ๊คดาต้าถูกย้ายออกจากโต๊ะทำงานปกติไปไว้ในจุดเดิม ขุนพลจึงไม่เห็นว่าเขาต่อเติมอะไรเพิ่ม ไม่เห็นดาต้าด้วย มันถูกแทนที่ด้วยน้องดีดี้ เธอกำลังคุยเรื่องผู้ชายคนหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก 
        “มึงชอบเขาหรอ?” ดาต้าเอ่ยถามพร้อมวางขวดนมสดไว้ให้เพื่อนตัวเอง “ทำไมไม่เข้าไปจีบล่ะ”
        “ไม่รู้อ่ะแก ฉันเขิน” ดีดี้บิดเหมือนหนอนโดนเข็มทิ่ม
        “โอ๊ยแม่ เขินเป็นด้วยหรอ?” ดาต้าหยอกล้อแล้วหัวเราะ ขุนพลตั้งใจฟัง ตั้งใจมาก ระหว่างนั้นก็ยิ้มตามไปด้วย เสียงหัวเราะของดาต้าสดใส เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความสุข เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ดาต้าอาจจะเป็นแบบนี้เมื่ออยู่กับเพื่อนสนิทจริงๆ ขุนพลชอบเสียงแบบนั้น อยากจะเป็นคนที่สร้างเสียงหัวเราะให้ออกจากปากนุ่มนิ่มนั่นมาก...ใช่ นุ่มนิ่มมาก
        “ฉันยืมคอมก่อนได้ป่ะ แกยังไม่ได้ทำงานไม่ใช่หรอ” ดีดี้พูด
        “ก็...รอสายสืบรายงาน คงต้องรอนานสักหน่อย” ขุนพลสยายยิ้มอย่างรู้ทัน เรื่องที่ดาต้าบอก เขารู้หมดแล้ว ทั้งยังรู้ด้วยว่าสายสืบที่ว่ามีใครบ้าง แต่ไม่ได้คิดวางแผนขัดขวาง อยากสืบก็สืบไป
        ดาต้าหายออกจากจอไปพักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกับกีตาร์เก่าๆ ขุนพลชอบมันตั้งแต่ตอนแอบเข้าไปในห้องดาต้าแล้ว  บนตัวกีตาร์มีสติกเกอร์แปะเต็มไปหมด บ้างเป็นการ์ตูน ข้อความซึ้งอย่างเช่น ‘คนหน้าหัก’  ‘REUNION’  ‘NEVER DIE’ หรือประมาณว่า ‘วัยกำลังอึ๊บ!!’ อันหลังนี้ค่อนข้างใหญ่ ขุนพลเห็นทีแรกยังต้องกระแอมเตือนตัวเองไม่ให้เห็นด้วย
        “แล้วตกลงเรื่องพี่โฮมนี่ยังไงวะ” ดีดี้หันหน้าไปถามเพื่อน ซึ่งเดินไปนั่งอยู่ตรงประตูระเบียง ดึงความสนใจของขุนพลกลับมาจากดาต้า  “เขาจีบมึงหรอ”
        “ไม่รู้ว่ะ กูงงๆอยู่เหมือนกัน”
        “แต่เขาจูบแกนะเว้ย” 
        “มึงคิดว่าไงล่ะ” ดาต้าถามความเห็น
        “จำที่ฉันเคยบอกแกได้มั๊ยว่าอีตาพี่โฮมเขาดูโอ๋แกเป็นพิเศษน่ะ”
        “อ่า...แล้วไงวะ” ดาต้าเริ่มปรับสายกีตาร์แล้ว ทำให้ขุนพลสับสน ไม่รู้จะสนใจอะไรก่อนดี ระหว่างเรื่องรุ่นพี่กับเพลงที่ดาต้าจะเล่น
        “กับรุ่นน้องคนอื่นเขาไม่มาคุย 'ครับ' คุย 'ฮะ' หรอกนะ มึงได้ยินพี่โฮมขึ้นมึงขึ้นกูกับแกรึเปล่าล่ะ” 
        ดาต้าเงียบไป สายตาเหม่อลอย น่าจะกำลังคิด “ไม่เคยเลยว่ะ เดี๋ยวนะ มึงจะบอกว่าพี่โฮมเขาชอบกูมานานแล้วหรอ” เขายังทำสีหน้าไม่อยากเชื่อ “แล้วเรื่องผู้หญิงที่เขาควงล่ะ มึงจะอธิบายว่ายังไง”
        “ดาต้า..” ดีดี้หันมาสนใจจอคอมต่อ ไหล่เธอคอยบังตำแหน่งที่ดาต้านั่งบ่อยๆจนขุนพลหงุดหงิด “เดี๋ยวนี้ไม่มีใครมานั่งถกเรื่องนั้นแล้วนะ พี่โฮมเขาอาจจะเป็นพวกได้ทั้งหญิงทั้งชายไง”
        “ฟังดูแย่จัง เหมือนกับพี่เขาเป็นคนโลเลไม่ชัดเจนเลยนะ” ดาต้าปรับสายกีตาร์อีกครั้ง เลิกสนใจประเด็นนี้แล้ว
        “แล้วมึงไม่ดีใจหรอที่พี่เขาชอบแกเหมือนกัน รูปอยู่หัวนอนทนโท่แบบเนี้ย”
        “ฮื่อฮือฮือฮือฮื้อ ฮื่อฮือฮือฮื้มฮือ.....” ดาต้าเริ่มเล่นเพลง หลับตาพริ้มแกล้งทำหูทวนลม 
        “ทำเป็นไม่สนใจนะเมิง เลือกให้ดีแล้วกัน” ดีดี้ส่ายหัวกับความรั้นของเพื่อน แล้วหันกลับมาที่คอมเหมือนเดิม โชคดีที่ตอนหันไป ตัวเธอเขยิบห่างจากคอมไปหน่อย เวลานี้ขุนพลจึงสามารถเห็นดาต้าได้เต็มตา เขานั่งอยู่ที่เดิม ดีดกีตาร์ท่วงท่าคล่องแคล่ว ทักษะนั้นดูออกว่าเล่นมานาน แต่เสียงที่เปล่งออกมามันคือพรสวรรค์ 

        “ขอวอน....ดาวที่คอยส่อง......ลม...ที่พัดโชย มา.....พา ให้ฉันได้ ยิน...” เสียงที่แว่วเข้ามาแม้จะเบา แต่ขุนพลไม่ได้รู้สึกแบบนั้น มันจริงไม่ใช่หรอ เขาอยู่ใกล้แค่นี้เอง แค่เดินไปหาไม่ได้แค่นั้นเอง

        “...ว่าเสียงเพลง....ที่หมู่นกได้กล่อมเกลา......คืน ที่ช่างพร่างพราว...อย่า จากไปโดย พลัน...”

        มันเกิดตั้งแต่เมื่อไหร่นะ ขุนพลกำลังใคร่ครวญเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เขาเข้าใกล้ชายคนนี้ มันเนื่องมาจากขวัญ ดาต้าเข้ามาวนเวียนในชีวิตขวัญแล้วทำให้เธอเปลี่ยนไป สุดท้ายแล้วความจริงมันคืออะไรกันแน่นะ...ขวัญ...ขุนพลขอทำให้ตัวเองแน่ใจก่อน แล้วความตั้งใจของขวัญจะไม่สูญเปล่าเลย เมื่อไหร่ที่แน่ใจแล้ว ผมจะทำตามคำสั่งเสียของขวัญทันที ขุนพลสัญญา

         “...ขอบ คุณ โลกนี้......ที่ส่งคนในฝัน ให้ กับ ฉัน..........ขอบ คุณ อีก ครั้ง.......ที่ทำ ให้พบ รักที่ยิ่งใหญ่...”
         “...ฉันไม่เคยพบเจอใคร...ที่เข้ามาทั้งหัวใจ......เธอคือคน ๆ นั้น...... จะอยู่คู่เคียงข้าง  กัน...”
         “....แค่มีเธอที่เข้าใจ...ฉันไม่เคยต้องการใคร .....”


         “....แค่เธอเท่านั้น....”


****************************************[ติดตามตอนต่อไป]******************************************

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น