99 Click! พลิกรัก

ตอนที่ 6 : หมากฝรั่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.ย. 60


คลิกที่ 6
หมากฝรั่ง


              เรื่อง
เรื่องเพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นาน ใครจะทันตั้งสติทำตัวให้ชินได้ นอกจากดาต้าผู้นี้เท่านั้น ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าประมาทหรือทันเกมดี...แต่ไม่ว่าทางไหน เพื่อนสาวคนสนิทก็มิอาจเห็นด้วยสักทาง เธอคิดว่าเพื่อนสนิทตัวเองกำลังเล่นกับไฟ ทว่าได้แต่ปลงใจยอมให้คิดบวก นอกจากคำขอบคุณแล้ว มีไม่กี่เรื่องหรอกที่เธอจะตอบแทนเพื่อนเกือบแมนของเธอคนนี้ได้
              
              "คนนั้นล่ะ" ดีดี้ชี้มือไปสุดแขน ปลายเล็บสีแดงพุ่งตรงไปยังหนุ่มรูปร่างหน้าตาแสนดีในสนามบาส ดาต้ามองตามเพียงห้าวินาทีแล้วเอ่ยปากพูด
              "พี่ดอน เดือนแพทย์ปีสี่ ลูกหลานคนมีตระกูล ชอบไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะในแถบยุโรป"
              "ไม่เอาดิแก อยากรู้แบบเจาะลึกอ่ะ" ดีดี้งอแง เธอเขย่าแขนเพื่อนเกือบแมนอย่างแข็งขัน
              ดาต้าพ่นลมอย่างเสียมิได้ "ก็ไม่มีอะไรมาก นิสัยลูกคนรวยทั่วไป เปลี่ยนแฟนสามเดือนหน และตอนนี้กำลังคั่วกับเด็กบริหารและเด็กไอทีพร้อมกัน พอใจมั๊ย รึจะเอาชื่อเด็กพี่เขาด้วย นอกมหาลัยก็มีอีกนะ" 
              "เออ มันต้องอย่างนี้" ดาต้ารู้ดีว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบเรื่องดราม่ามากกว่าปัญหาชีวิต ผู้ชายที่เร่าร้อนดึงดูดต่อมความอยากมากกว่าคนธรรมดาอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด สำหรับพี่ดอนยังมีอีกหลายเรื่อง ทั้งดีและไม่เหมาะสมปนกันไป ส่วนตัวดาต้าให้คะแนนดีมาก จากนิสัยชอบช่วยเหลือเด็ก...ไม่ใช่เด็กสาว แต่เป็นเด็กๆตัวน้อยๆ
              "แล้วแม่คนนั้นล่ะ" ดีดี้ชี้ไปที่หญิงสาวผมแดงยาว ผิวขาวราวน้ำนม ดวงหน้ารูปตาคมคายไร้ที่ติ เรือนร่างได้สัดส่วน ชนิดที่เหล่าชายชาตรีท่านใดไม่ว่ารุ่นเล็กรุ่นใหญ่ หากได้ปรายตามองชุดเข้ารูปรัดแน่นนั่นแล้วไม่เกิดอารมณ์ ก็ให้เปลี่ยนเพศไปได้เลย
              ซึ่งมันคือตัวคนคิดเองไง
              ดาต้าเหล่ตามองเพื่อนด้วยความสงสัย "นี่แกไม่รู้จริงๆหรอว่ายัยนั่นเป็นใคร ดีดี้"
              "รู้ดิ แต่อยากรู้ลึกเหมือนมึง"
              "มึงกำลังแกล้งกูอยู่?" ดาต้าชักสีหน้าใส่
              เพื่อนสาวหันมายิ้มกลบเกลื่อนให้คนขี้หงุดหงิด "อะไรยะ เลิกกันไปตั้งปีกว่ายังจะมีความรู้สึกกับเธออีกหรอ"
              "มีดิ ความรู้สึกอยากถีบไง"
              "โกรธเขาขนาดนั้นเชียว ถึงขั้นลงไม้ลงมือ"
              "กูจะถีบมึงเนี่ยแหละ ปากไม่สร้างสรรค์"
              ก็ไม่มีอะไรมากมาย ดาต้าเหล่มองสาวผมแดงอีกสักพัก จับสังเกตอาการของดาวมหาลัย ผู้เป็นที่รักของทุ๊กคนที่ยังไม่รู้จักเธอ  ตอนปีหนึ่งดาต้าสนใจในความสมบูรณ์แบบนั้นมากถึงขั้นเข้าไปขอเธอคบเป็นเพื่อน แต่ไม่รู้เหตุผลกลใดบันดาลใจหล่อนให้คิดว่า ท่าทีที่ไม่ประคบประหงมของเขาจะทำให้เธอมโนแหลก ว่านี่เป็นผู้ชายที่เข้าถึงยากและมีเสน่ห์ หนึ่งเดือนต่อจากนั้นก็เป็นแฟนกัน ในความงง ดาต้าเคยคิดจับเธอกดให้สมอยาก เพราะรู้สึกว่าช่วงนั้นในห้องเขามีแต่อ้อยเต็มไปหมด
              ใช้เวลาไม่นานนักตอนดาวผมแดงเริ่มรู้สึก ว่านายดาต้าหน้าตาหล่อเหลาไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากมายอย่างที่เธอหลงเชื่อ จึงเริ่มตีตัวออกห่างและหาชายสเป็คสูงมาครองได้ในที่สุด ซึ่งกินเวลาแค่สามวันเท่านั้น ทุกวันนี้ยามดาต้าได้เจอเธอโดยบังเอิญจะชอบเหลียวหลังนั่งมอง เพราะเจ้าหล่อนมีแต่มนุษย์ผู้ระดับนายแบบวนเวียนรอบกายไม่ขาด ยังเคยคิดถึงขั้นว่า ถ้าเขายังคบหล่อนในฐานะเพื่อนได้ หนุ่มชายที่รายล้อมอยู่นั่น อาจมีสักคนที่ตกเป็นของเขา
              แน่นอนว่านั่น...เป็นความคิดสมัยปีหนึ่ง
              
              ตัดมา ณ เวลาปัจจุบัน โต๊ะม้าหินอ่อนเต็มไปด้วยจานข้าวที่กินหมดแล้วกับแก้วน้ำใส่น้ำแข็ง ซึ่งดีดี้พยายามดูดดื่มไม่ให้เหลือแม้ละออง ดาต้ากวาดตามองโรงอาหารอันจอแจแออัด ใจว่างเปล่าไม่มีความคิดใด ในขณะเดียวกันนั้น พลันมีมือขาวใหญ่ วางแก้วกาแฟปั่นลงตรงหน้าดาต้า และเมื่อย้อนสายตากลับไปหาก็ได้เจอกับใครคนหนึ่ง
              "เอามาให้" ขุนพลเอ่อยปาก เจ้าตัวไม่ได้ยิ้ม ทำหน้าปกติ
              "ไม่ได้สั่ง" ดาต้าบอกปัด ทว่าอีกฝ่ายเดินไปแล้ว เขามองตามหลังจนเห็นว่าคนหล่อในชุดนักศึกษาวิ่งขึ้นตึกไป ท่ามกลางสายตาสงสัยของทุกคนในบรเวณนั้น และเมื่อหมดอาหารตา เหล่าเธอๆทั้งหลายจึงย้ายความสงสัยมาที่ตัวดาต้าแทน ผู้ที่เพิ่งได้รับน้ำใจไมตรีจิตอันเปี่ยมล้น
              "พี่ขุนพลเขาตามแกแบบนี้ตลอดเลยหรอ?" ดีดี้ถาม
              "ไม่หรอก" ดาต้าปฏิเสธ "กูอยู่ห้องไม่เห็นจะมา"
              "อยากให้มาถึงห้องเลยหรอวะ แรดว่ะ"
              "อีนี่นิ" ดาต้าถลึงตาใส่เพื่อนแล้วคว้าแก้วกาแฟมาดูดอย่างเอร็ดอร่อย "กูแค่ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร ผลุบๆโผล่ๆอยู่นั่น โดยเฉพาะเวลากูอยู่กับคนเยอะๆนี่ขยันมาหาจริง นี่กูบอกไปแล้วด้วยนะว่าไม่ต้องมาตามถามงานตลอด" ดาต้าเริ่มเหม่ออีกแล้ว "เหมือนไปเหยียบโดนหมากฝรั่ง ตามติดอย่างกับสัมพเวสี"
              "พี่เขาจีบแกอยู่รึเปล่า" ดีดี้แหย่ "ถ้าแค่เรื่องงานเขาไม่มาหาเช้า กลางวัน เย็นแบบนี้หรอกมั้งแก"
              "จะมาอย่างไหนก็เอาสักอย่างเหอะ แค่เรื่องงานกับเรียนก็แทบกระอักเลือดแล้ว"
              "งั้นตกลงแกจะยอมเปิดใจคบกับพี่ขุนพลใช่ป่ะ" ดีดี้ตาโต ตื่นเต้นและเหมือนจะดีใจ
              "อย่าหวัง ตราบใดที่ยังมีพี่โฮมอยู่บนโลก"
              เพื่อสนิทหดหน้ากลับทำท่าทางฮึดฮัดไม่พอใจ ดาต้าแค่พูดไปไม่ได้คิดมาก เห็นๆกันอยู่ว่าเรื่องของหัวใจมันมานั่งฟันธงเป็นหมอดูไม่ได้ มันอยู่ที่ความรู้สึก กับพี่โฮมที่เป็นดั่งความใฝ่ฝัน นายขุนพลก็แค่ผู้ชายที่เข้ามาทำให้ใจเต้นชั่วครั้งคราวเท่านั้น ไม่แปลกที่คนเข้ามาใหม่จะติดอยู่ในความคิดมากกว่า
              "กูจะไปชิงจีบพี่โฮมตัดหน้ามึง หลังจากนั้นก็จะมาเยาะเย้ยมึง ให้มึงเฮิร์ท ให้มึงร้องไห้วิ่งโร่ไปหาพี่ขุนพล" จู่ๆดีดี้ก็หันมาทำหน้าจริงใจพูดใส่จนดาต้าตกใจ
              "ตลกแล้วมึง ถึงพี่โฮมเขาไม่เอากู เรื่องอะไรต้องไปซบอกไอ้บ้านั่น ปกติกูก็ซบกับมึงคนเดียวแหละ...." 
              "กูถึงบอกไงว่าคราวนี้กูจะไม่อยู่ข้างมึง"
              เออ จริง ถ้าดีดี้หนีไปกะพี่โฮม ก็ต้องตรอมตรมอมน้ำตาของตัวเอง จะหาไหล่ใครมาซบ...ดาต้าตัดภาพนายขุนพลออกจากลิสต์รายชื่อแล้วเติมเพื่อนสามหน่อลงไปแทน "กูมีไอ้เอสไอ้อาร์มกับยูมิแล้วเว้ย"
              "ไอ้สามตัวนั่นทำไม ประสบการณ์รักเท่ากับศูนย์ป่ะ" ดีดี้พยายามเตือนสติจากรอยแผลเมื่อครั้งก่อนของดาต้า "พวกมันจะช่วยอะไรได้"
              ดาต้าเริ่มหงุดหงิดเพราะจนตรอก "แล้วทำไมมึงต้องมานั่งชงให้กูได้กับมันด้วยวะดีดี้ ได้ค่านายหน้ามารึไง"
              "บ้๊าา ใครเขาจะจ้างกู๊.." แหน่... ใครจะจ้าง เสียงสูงเชียว แต่ดาต้าตบความสงสัยทิ้งไปทันทีที่รู้สึก คนอย่างดีดี้ไม่น่าจะชอบวางแผนอะไรอยู่แล้ว 
              แต่กระนั้น ดาต้าหยิบความสงสัยมาดูอีกรอบ ความเป็นไปได้เขียนตัวเป้งอยู่ทนโท่ ดีดี้อยู่คณะเดียวกันกับนายขุนพลจะรู้จักกันดีนั้นไม่แปลกเลย ทำให้เรื่องการเป็นแม่สื่อน่าเชื่อสุดๆ "นี่แกไม่ได้รับงานนายหน้ามาจริงๆใช่มั๊ย" ดาต้าถามเพื่อน
              "บ้าหรอแก ฉันจะทำอย่างนั้นทำไม" ดีดี้ปฏิเสธเสียงแข็ง แต่อาการหลบตาแล้วหันไปแย่งกาแฟดาต้าดูด มันได้บ่งบอกชัดเจนแล้วว่า เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อเสียแล้ว
              ถึงจะโมโหอยู่บ้าง แต่ดาต้ายังไม่คิดแหวกหญ้าให้งูตื่น เขาไม่ได้ต่อว่าเพื่อน เหตุผลที่เธอต้องทำตัวอย่างนี้ น่าจะมาจากนายตัวดีนั่นเสียมากกว่า แค่คิดว่าขุนพลวางแผนทำบางอย่าง ในหัวดาต้าก็เกิดความระแวง เพราะที่ผ่านมาแต่ละครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อหัวใจเลย

              แกจะยอมให้มันมามีอิทธิพลเหนือแกไม่ได้นะเว้ย อย่าลืมว่าเรื่องของหมอนั่นยังเป็นปริศนา ดาต้าเตือนตัวเอง

         -------------------------------------------------------------------------

             ค่ำวันนั้นเป็นวันปกติในช่วงชีวิตของการเรียน เด็กหอจะลงมารับประทานอาหารเย็นกันราวหนึ่งทุ่ม ดาต้ามีร้านประจำอยู่หนึ่งร้าน ขายข้าวขาหมูเป็นหลัก แต่ก็มีตามสั่งบ้าง เขาไม่ได้ชอบข้าวขาหมูเป็นพิเศษหรอก ถ้าไม่ใช่ร้านนี้ ลุงคนนี้ทำ เขาจะไม่กิน หรือเป็นบางเวลาที่กินไม่ลง ตัวอย่างเช่นมีแขกไม่ได้คิดจะรับเชิญมาปรากฏกาย
             "ให้เวลาส่วนตัวกูบ้างเหอะ" ดาต้าพูดอย่างระอา เมื่อขุนพลทิ้งตัวลงนั่งทานข้าวโต๊ะเดียวกัน มันไม่ได้แปลกและดาต้าไม่ได้รังเกียจ เพียงแต่พ่อคุณตรงหน้านี้ไม่ได้สำเหนียกเลยว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร การที่มานั่งโต๊ะเดียวกัน ก็เท่ากับดูดเอาสายตาทุกคนในร้านมารวมกันเป็นจุดๆเดียว แล้วถามว่าคนเก็บเนื้อเก็บตัวอย่างดาต้าจะยินดีมั๊ย บอกเลยว่าจะบ้า
             "ก็ให้ไง นี่ก็เวลาส่วนตัวผม" ขุนพลกินต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ถ้าเอาในความคิดดาต้าก็...หน้าด้านตาใส
             "มันจะแปลกไปหน่อยรึเปล่าที่คนอย่างขุนพลจะว่างมาเจอตลอด เหมือนกับรู้ว่ากูจะไปที่ไหนเวลาไหนบ้าง" ดาต้าลองปล่อยหมัดแย๊บ มันได้ผล เขาเห็นสายตาคนถูกถามหลุบลงด้านล่างซ้าย  แม้เจ้าตัวจะทำเป็นก้มหน้าก้มตากินปกติก็ตาม "บอกมาตรงๆดีกว่ามั้ง"
             "ไม่มีอะไรหรอก คิดมากไปได้" ขุนพลมือสั่นน้อยๆ พุ้ยข้าวเข้าปากเอาเป็นเอาตายจนหมดแล้วยกน้ำเปล่าขึ้นดื่ม เหงื่อวาววับเริ่มผุดพรายตามรู้ขุมขน ดาต้ามั่นใจว่าไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศแน่
             "รึต้องให้กูไปคั้นเอาจากดีดี้" ดาต้ายื่นคำขู่ 
             "นี่ไม่เรียกพี่แล้วหรอ พูดจาหยาบคายจริง" ขุนพลทำหน้าจริงจังขึงขังจนดาต้าตกใจ พ่นพูดรัวเร็วเสร็จแล้วคว้าแก้วกาแฟเย็นดาต้าวิ่งหนีหายออกจากร้านไปด้วยความเร็วแสง เขาไม่ทันอ้าปากห้ามด้วยซ้ำ คนๆนี้ถึงเวลาหลบแแล้วลื่นยิ่งกว่าปลาไหล แต่เขายังคงใจเย็น กดอารมณ์ขุ่นเคืองไว้แก้แค้นในแบบฉบับตัวเองดีกว่า  ในเมื่ออยากรู้จักข้า ก็อย่าคิดว่ามันจะง่าย ดาต้าคลี่ยิ้ม เส้นประสาทขยับไหว

             ดาต้าตัดสินใจว่าจะเอาคืนเป็นสองเท่า โทษฐานที่ทิ้งค่าข้าวให้เขาต้องจ่าย


           ----------------------------------------------------------


             รุ่งเช้าที่แสนสดใสต้อนรับทุกคนที่ตื่นแต่เร็วกว่าคนทั่วไป ดาต้าสูดหายใจเปลี่ยนเอาความหนักหน่วงและห่วงกังวล แลกกับอากาศบริสุทธิ์อยู่ที่ริมระเบียงห้องชั้นสาม เขาคุยกับนกบนยอดต้นไม้อยู่พักใหญ่ ถามสารทุกข์สุขดิบตามประสาคนบ้า ก่อนจะอาบน้ำชำระกายแต่งตัวสุดเท่ วันนี้ไม่มีเรียนคาบเช้า แต่พี่โฮม รุ่นพี่สตาฟกองประกวดกับเหล่าดาวเดือนปีหนึ่งจะไปรวมตัวกันถ่ายรูป ดาต้าคิดว่าจะพลาดมิได้ อีเวนท์สำคัญ รูปสวยๆต้องมา 
             เขาได้ยินเสียงหัวใจปล่อยลมรั่ว ทันทีที่นึกออกว่า ไอ้บ้าขุนพลมันก็จะไปด้วยนี่หว่า
             เพื่อกันเรื่องวุ่นวาย ดาต้าเซตผมใหม่ให้ยุ่งกว่าเดิมนิด คว้าสร้อยโลหะสีทองเงาวับมาสวม เปลี่ยนเสื้อยืดแขนยาวเป็นแจ็คเก็ตสีน้ำเงินตัวใหญ่ สวมแว่นดำอันโต ลังเลอยู่อึดใจแล้วปฏิเสธจะหยิบหมวกมาสวม เขาไม่ชอบหมวกนัก เมื่อพอใจรูปลักษณ์ตัวเองแล้วก็ออกจากห้อง ขับรถบึ่งเข้ามหาลัย 
             กองประกวดไม่ได้วุ่นวายอย่างที่ดาต้าคิด หากไม่ใช่เฮดหรือคนคุมสคริปเวลาฯลฯ คนอื่นๆก็ดูสนุกสนานกันไม่น้อย ที่โหวกเหวกโวยวายเสียงดังมากสุดเห็นจะเป็นส่วนที่กำลังแต่งหน้ากันอยู่ จากที่ไอ้ยินแว่วผ่านหู น่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งสวยงามจำพวกดอกไม้ ดาต้ามองผ่านๆชมเชยเหล่าคนหล่อสวย เจอคนที่รู้จัก ว่าจะทักทาย แต่มาคิดได้ว่าตัวเองกำลังปิดบังตัวตนจากใครบางคนอยู่ ซึ่งเขายังไม่เห็นหน้ามันเลย 
             กลุ่มคนกระจุกตัวแยกออกจากพื้นที่ทำงานเป็นกลุ่มๆ ส่วนใหญ่ดาต้าไม่รู้จัก หากเป็นเวลาปกติมีหรือจะเข้าไปหา ถ้าไม่ติดว่าพี่โฮมนั่งหัวเราะอยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้น ดาต้าคงหันหลังกลับเป็นแน่แท้ แต่เขาจะทำอย่างไร เข้าไปหาอย่างไรไม่ให้นายหน้าหล่อมาเจอได้ ทว่าในเมื่อมิเห็นวี่แวว เขาจึงไม่คิดปิดบังตัวตน ปลดหมวกออกแล้วเดินเข้าไปหาพี่โฮม
             "หวัดดีพี่โฮม" ดาต้าพูดเบาๆใกล้หู
             "ดาต้า!!?" พี่โฮมมีปฏิกริยาประหนึ่งคนถูกหวย "พี่นึกว่าเราจะไม่มาแล้วซะอีก มาถ่ายรูปพี่ใช่มั๊ยครับ"
             ดาต้ารู้สึกหน้าเสียเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยชอบให้คนอื่นๆคิดว่าเขากำลังตามจีบ ใบหน้าคนอื่นๆมองดาต้าด้วยความสงสัยใคร่รู้ เป็นหน้าที่ตัวเองที่ต้องแนะนำทักทาย
             "หวัดดีครับ ผมชื่อดาต้าครับ"
             "น้องดาต้าครับ ชอบพี่โฮมหรอครับ" รุ่นพี่หัวสีช็อกโกแลตจากหัวโต๊ะแผดเสียงลั่นล้อเลียน แปะมือเพื่อนข้างๆอย่างสะใจ ดาต้าคิดว่าตัวเองมาอยู่ผิดเวลาเสียแล้ว
             "แต่ไม่ต้องเสียใจไปนะ ถ้าไม่สมหวัง..." คนข้างๆเมื่อครู่มองดาต้าตอนพูดประโยคนี้ ส่งสายตาผิดหวังให้น้อยๆ แต่แล้วก็ปรายตาไปหาพี่โฮม "เข้าใจมั๊ยไอ้โฮม ไม่ต้องร้องไห้"
             เขาพูดอะไรน่ะ 
             "สองคนนั่นไอ้ตามกับไอ้มีน" พี่โฮมหัวเราะชอบใจ ยกมือไล่ชี้ทีละคนจากทางซ้าย เพราะดูเหมือนรุ่นพี่จะไม่เห็นความสำคัญกับชื่อตัวเอง "ถัดมานั่น...แก๊ง" พี่ผู้ชายใส่แว่นน่ารักยิ้มให้ "นั่นต้นกับชะเอม" พี่ผู้หญิงร่างผอมกระหร่องกับสาวตุ้ยนุ้ยโบกมือทักทาย คนหลังนี่ทำตากรุ้มกริ่มด้วย ดาต้ายิ้มทักทายพลางค้อมหัวให้ด้วย และนึกขึ้นได้ว่าใส่แว่นอยู่จึงรีบถอดออก นั่นทำให้ทุกคนรอบโต๊ะพร้อมใจกันเปล่งเสียงประหลาดออกมา เขาไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง
             "เชี่ย!! น้องเป็นเดือนคณะป่ะ เฮ้ย ไม่ใช่ดิ ตอนประกวดเดือนปีที่แล้วพี่ไม่เห็นจะเห็นเลย" พี่แก๊งถาม ท่าทางขยับแว่นของเขาน่ารักจริง 
             "น้องอยู่ปีสองหรอ?" พี่ต้นถามดาต้าแต่หันไปหาพี่ชะเอมด้วย "เสียดายนะเนี่ย"
             "ผมไม่ได้เข้าประกวดครับ" ดาต้าไขข้อสงสัย แอบดีใจไม่น้อยเมื่อมีคนเห็นว่าตัวเองหน้าตาดี
             "ดาต้ามาแต่เช้าเชียว ทานอะไรมารึยัง" พอพี่โฮมถามขึ้นมา ท้องว่างๆทำหน้าที่อ้อนวอนทันที
             "ก็รีบออกมาน่ะครับ ไม่รู้จะรีบทำไมเหมือนกัน" ดาต้ามองตาได้ไม่นาน เพราะในใจอยากจะพูดในสิ่งที่ไม่เคยพูดออกมา เขาเอานายขุนพลเป็นตัวอย่าง คิดจะรุกต้องด้านเข้าไว้ "เอ่อ...พี่พาผมไปหาอะไรกินหน่อยได้มั๊ยครับ ผมไม่ได้เอารถมา" ตอแหลได้โล่ แต่เพื่อพี่โฮมแล้ว ดาต้าทนได้  
             "อูยยยยยยยยย" เหล่าเพื่อนพี่โฮมประสานเสียงกันเลยทีเดียว ดาต้ารู้สึกหายใจติดขัดแล้ว หากเขินหนักกว่านี้คงต้องเข้าห้องไอซียูปั๊มหัวใจ   
             "แต่ถ้าพี่ทานแล้ว...ผมไปคนเดียวก็ได้" ดาต้ารีบปฏิบัติตัวเป็นผู้วางตัวดี อาศัยสีหน้าท่าทางผิดหวังน้อยๆกล่อมให้พี่โฮมเห็นใจ แต่สีหน้ารุ่นพี่ในขณะนี้ดูไม่ออกว่าคิดอย่างไรบ้าง ดาต้าเริ่มกลัว กังวลว่าตัวเองอาจรุกเร็วไป  
             รอยยิ้มพี่โฮมกว้างขึ้น อ้าปากแล้วพูดว่า "พี่ตก..."
             "ถ้าดาต้าหิว ให้ผมพาไปก็ได้ครับ ผมยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนกัน" เสียงอันคุ้นหูฟันโช๊ะลงกลางกบาลพร้อมกับมือหนาหนักกดไหล่ทั้งสองข้าง ดาต้ารู้สึกเหมือนโดนนกเกาะหัว พลันนึกถึงความเชื่อเรื่องนกแซกเกาะหลังคาบ้านใคร จะมีคนตาย ไม่ก็อารมณ์ประมาณควายที่โดนนกเอี้ยงเกาะหัว แต่อย่างหลังดาต้าปฏิเสธจะรู้สึก วันนี้เป็นวันซวย ว่าจะไม่ต้องเจอกัน... แล้วนี่อะไร ทำไมต้องมาขัดตอนเขาคุยกับพี่สิบโททุกที
             "เพิ่งมาหรอวะขุนพล ช้าโคตร" พี่แก๊งถาม ข้างๆกัน พี่ต้นกับพี่ชะเอมสุมหัวซุบซิบยิ้มแย้ม
             "อะไรของมึงเนี่ยยยย" ดาต้าสะบัดมืออีกฝ่าย...ไม่ออก
             "พูดไม่เพราะอีกแล้วนะครับดาต้า อย่างนี้ต้องลงโทษ แต่เห็นว่าในที่สาธารณะ พี่จะคาดโทษไว้ก่อน" ขุนพลส่งสายตาเจ้าชู้ให้ดาต้า
             "อะไร โทษบ้าอะไร ไม่ต้องมายุ่งเลย ไปไหนก็ไป" ดาต้าตะคอกใส่
             "คงจะโกรธผมอยู่น่ะครับ แต่ไม่เป็นไรพี่ๆ เดี๋ยวผมจะดูแลเอง ไปแป๊บเดียวครับ ไม่นาน รับรองทันถ่ายรูปแน่นอน"
             นายขุนพลพูดรัวเร็วด้วยถ้อยเสียงหยอกล้อ ก่อนจะกระทำการอันเป็นเหตุให้ทุกคนต้องปากค้างคางหล่นกันเป็นแถบ เมื่อเจ้าตัวช้อนรักแร้ดาต้าแล้วยกตัวลอยออกมาจากม้านั่ง คว้าแขนด้วยมืออันทรงพลังลากออกมาจากวงสนทนา ดาต้าตกใจทำอะไรไม่ถูก ที่จริงตัวเขาก็ไม่เล็ก สูงร้อยเจ็ดสิบสาม หน้ำหนักหกสิบแปด แต่คนตรงหน้าเขาทำราวกับว่าเป็นตุ๊กตา 
             ไม่นานดาต้าก็ตั้งสติได้ สะบัดมือขุนพลทิ้ง "ปล่อยได้แล้ว"  อีกฝ่ายไม่น้อยหน้า หันมาทำท่าไม่พอใจ 
              "บอกแล้วไงต่อหน้าคนอื่นๆต้องเรียกเราว่า พี่"
              "เรื่องของกู" ดาต้าดื้อ ตอนนี้หมั่นไส้ตั้งแต่หางคิ้วยันรองเท้านายขุนพล
              "ถ้าอย่างนั้นศาลก็ตัดสินแล้วเหมือนกัน" 
              ใช้ประโยคการเมือง สมองดาต้าทำงานไม่ทัน ขุนพลจู่โจม โอบรัดดาต้าด้วยแรงควาย และสลายความพยศอีกฝ่ายด้วยริมฝีปากอันอ่อนนุ่มเร่าร้อน ทว่าคราวนี้ไม่ใช่ผิวสัมผัสที่ซอกคอ....

              ...จ๊วบ...  (ศัพท์เก่าไปหน่อย แต่เสียงมันช่วยให้จินตนาการได้ถูกต้อง)

              สองปากสัมผัสกันไม่นาน ทว่าในความรู้สึกของใครบางคนนั้นยาวนานไร้สิ้นสุด ผู้ถูกจู่โจมยืนนิ่งเป็นรูปปั้น หัวสมองกลวงโบ๋ว่างเปล่า ปากร้อนผ่าวลงไปถึงหัวใจ และมันเต้นด้วยสเต็ปที่เร็วจนนักเต้นระดับโลกยังต้องอาย ณ เวลานี้ นายดาต้าได้ตายไปแล้วโดยความรู้สึก 
              ขุนพลถอนริมฝีปากตัวเองออก เลียและขบเบาๆเหมือนคนอดกลั้นอะไรบางอย่าง สายตาทั้งคู่เบิกกว้างสบกันนิ่งไม่กระพริบ กลิ่นหอมหวานของช็อกโกแล็ตถูกทิ้งไว้ในปากดาต้า ผู้ซึ่งวิญญาณได้ออกจากร่างไปแล้ว สรรพเสียงรอบกายของทั้งคู่ดูจะเป็นใจหยุดให้ชั่วคราว ก่อนจะแทรกกลับมาเหมือนคลื่นสะท้อน คำซุบซิบกรีดกราวอึงอลขึ้นในบัดดล ทั้งคู่รู้ในที่สุด ว่าจุดที่ยืนอยู่นั้น มันคือทางเดินหน้าตึกเรียนรวม
              ทั้งสองคนยืนมองหน้ากันเลิกลั่ก รอให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหวก่อน ต่างคนจึงต่างยุกยิกทำตัวไม่ถูก ผู้ที่ได้สติก่อนคือดาต้า เขาก้มหน้างุดจนแทบจะมุดดิน พุ่งตัววิ่งหนีหายไปตามทางเดิน ขุนพลเกาหัวแกรกแล้ววิ่งตามไปอีกคน ทิ้งให้เหล่าผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เหลือ __ __ __    (เติมคำในช่องว่าง ขอสามคำ)*


************************************************************************************************************

Mr.SCROMAN : ขุนพลจู่โจม*** ตอนนี้ยังไม่จบน้าาาทุกคน แล้วจะมาต่อพรุ่งนี้ให้   ขอให้สนุกกับเสียงจูบ (คนเขียนกำลังดื่มด่ำกับคำว่า จ๊วบ มากๆ)

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น