99 Click! พลิกรัก

ตอนที่ 4 : ดีล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.ย. 60


คลิกที่ 4
ดีล


           ตอน
ดาต้าตื่นขึ้นมา นึกว่าโฟลเดอร์มาวิ่งเล่นข้างๆ ก่อนจะรู้ตัวว่าที่หัวสั่นหัวคลอนเป็นเพราะคลื่นกระแทกจากประตูห้อง ใครบางคนกำลังเรียก สภาพร่างกายอ่อนปวกเปียกถูกสั่งให้ขยับตัวไหลไปเปิดประตูให้ และสายตาที่ไม่ยอมฟังคำสั่งสมองกำลังพยายามค้นหาใบหน้าจากในความทรงจำ
           "ดีดี้หรอ?" เสียงเขาน่าสงสารเสียจริง และพอได้ข้อสรุป ก็พุ่งหัวฟุบลงบนเตียงต่อ
           "วันนี้แกไม่ไปเรียนหรอ" หญิงสาวถามแทรกความฝันเข้ามา ดาต้าใช้ปฏิกริยาช้าๆเรียบเรียงคำตอบ
           "ไม่มีเรียน....มึงมาทำไมเนี่ย ผู้หญิงเข้าห้องผู้ชายมันไม่ดีนะเว้ย"
           "ฉันแค่มาดูศพเพื่อน เห็นว่าช่วงนี้เครียด ไม่อยากให้อยู่คนเดียว" ดีดี้บอก
           "กูโอเคน่ะ" ปากพูดตรงข้ามกับใจมาก แค่เฉพาะตอนนี้เขาก็รู้สึกอ่อนแอมากแล้ว ไม่ได้หลับได้นอนดีๆมาหลายวัน ตั้งแต่เจอบางคนเข้ามาวกวนในหัว โดยเฉพาะเมื่อคืน...
           "สภาพมึงตอนนี้ต่างกับสิ่งที่มึงพูดแค่ไหนรู้ตัวมั๊ยเนี่ย เป็นอะไร คุยกับหนุ่มที่ไหนมา?" ดีดี้ซักไซ้
           "บ้าหรอ...ไม่มีสักหน่อย" เขาไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าตัวเองคุยกับใคร เสียความมั่นใจแย่
           เพื่อนสาวค่อนข้างรู้กาละเทศะ ยอมละจากเรื่องส่วนตัว เพราะความตั้งใจของเธอในวันนี้เป็นอีกอย่าง "นี่...วันนี้ไม่ได้ไปไหนใช่ป่ะ" ดีดี้ถาม
           "ทำไม จะชวนกูไปเดทรึไง" แม้จะตื่นแล้วแต่ดาต้ายังคงหลับตามุดหมอนไม่ยอมขยับ เป็นความเคยชินอย่างหนึ่ง
           "เออ...วันนี้พี่โฮมออกบูทขายของโปรโมทงานเฟรชชี่ ฉันอยากไปดูเขาเล่นดนตรี ไปด้วยกันนะ"
           ดาต้าลืมตาแล้วยันตัวลุกพรึ่บ อ้าปากจะตกปากรับคำ ในบัดดล การสนทนาเมื่อคืนมันย้อนเข้ามากระทันหัน นั่นทำให้การตัดสินใจช่างยากลำบากเสียเหลือเกิน เขาอ้าปากพะงาบๆอย่างสับสน
           "เอาไงเนี่ย จะไปรึเปล่า" ดีดี้เร่ง สีหน้าบ่งบอกว่าตนกำลังรีบ "ถ้าไปก็รีบไปอาบน้ำ.... ไป ลุก"
           คนง่วงจำใจลุกจากเตียงทั้งที่ยังไม่แน่ใจนัก หน้าหักหน้ามุ่ยไม่พูดจา เดินหยิบผ้าขนหนูริมระเบียงมาพาดบ่า นึกถึงหน้าคนเมื่อคืนแล้วพ่นลมหายใจยาวยืด ที่คิดว่าจะไม่ยึดเอาคำพูดมาใส่ใจก็ทำไม่ได้ เป็นเหตุให้นอนไม่หลับ เช้านี้ถึงได้มีสภาพไม่ต่างจากผีดิบ....


           "สวัสดีครับ คิดถึงผมอยู่รึเปล่า" เมสเสเด้งขึ้นมา ใจดาต้ากระตุกวูบ เนื่องด้วยกำลังสืบประวัติเจ้าตัว จู่ๆก็มาทำให้คิดว่าเขาโดนจับตามอง เขายิ่งตกใจเป็นสองเท่า เมื่ออีกฝ่ายวีดีโคอลหา ดาต้าไม่คิดรับ ในใจตกลงกับตัวเองว่าจะปล่อยให้ดับไป แต่หากมีครั้งที่สองจะลองคุยดู ซึ่งสมพรปากอย่างเหลือเชื่อ คู่กรณีมีความพยายาม และเขาควรจะตอบรับ
           "เฮ้...นึกว่าจะไม่รับซะ--อ่าว" เสียงอู้อี้ดังออกมาก่อนแล้ว แต่ดาต้ามิได้เห็นหน้า เขาพาตัวเองหลบอยู่ใต้โต๊ะ ยงโย่ยงหยกค่อยๆยื่นหัวหรี่มอง ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังแอบดูเรื่องน่าอับอาย "เฮ้ย หลบทำไม นี่เรามาคุยดีๆนะ" ขุนพลยิ้มพูด ใบหน้าขาววอกจนดาต้าตกใจ
           "นาย...พอกหน้าด้วยหรอ" ดาต้าอยากขำเหมือนกันแต่ทำตัวไม่ถูก เขาต้องวางตัวประหนึ่งว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่รึ ไม่เห็นจะต้องลุกลี้ลุกลน คิดได้ดังนั้นจึงค่อยๆเลื่อนไถลตัวขึ้นมาบนเก้าอี้ อย่างไรก็ตาม ดาต้าพบว่าตัวเองมิอาจสบตาอีกฝ่ายตรงๆได้นานเกินห้าวินาที
           "อืม ใช่ นายไม่เคยหรอ?" เมื่อกี้เขาถามว่าอะไรนะ? อ่อ พอกหน้า...ก็เคยนะ แต่ไม่บ้าพอจะใช้เวลานั้นคุยกับใคร แบบไอ้บ้าคนนี้
           "ทักมาทำไม" ดาต้าเบี่ยงปัดเข้าประเด็นหลัก 
           "คิดถึงไม่ได้หรอ อยากเห็นหน้า"
           "นายต้องการอะไรเนี่ย" เขาไม่คิดว่าคำว่า คิดถึง มันควรจะเอามาใช้กับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะกับเขา ผู้ซึ่งรู้จักกันด้วยการเสือกเรื่องส่วนตัว
           "อยากได้คำตอบ"
           "ห๊ะ?"
           "คำตอบไง ที่ถามไป" 
           ดาต้าคิดออกอยู่แค่คำถามเดียว และมันเป็นสิ่งที่ไม่อยากพูดถึงที่สุดในเวลาแบบนี้ "คำถามอะไร"
           "ก็ที่ถามว่า...ถ้าอยากรู้เรื่องนั้นต้องเอาตัวมาแลกน่ะ" เขารู้สึกหงุดหงิดที่อีกฝ่ายเอ่ยเรื่องพวกนี้ราวกับว่าจะถามเรื่องลมฟ้าอากาศ แต่ก็เพราะเหตุนี้จึงทำให้ดาต้าไม่อาจคาดเดาการกระทำหรือความรู้สึกของคนในจอได้เลย ไหนจะท่าทางจิบน้ำสบายๆนั่นอีก ด้วยการที่ทำงานแบบนี้มานาน เขารู้ว่าแต่ละคนมี หน้ากาก ที่จะถูกเปิดเผยผ่านหลักฐานและเวลาเท่านั้น นั่นทำให้คำกล่าวว่า ผมไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น ดูน่าสงสัยขึ้นป็นทวีคูณ
           "เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนแล้วกัน" ดาต้าเก็บโอกาสนี้ไว้ก่อน แม้มันจะหมายถึงเรื่องวุ่นวายที่ตนไม่ยอมปฏิเเสธ แต่ใครจะรู้ว่าภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เขามีความรู้สึกว่า กับนายคนนี้คงไม่จบง่าย "ถ้าอยากรู้เมื่อไหร่จะบอก"
           ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใด ปฏิกริยาของคนตรงข้ามจึงชะงักงัน ตอนแรกนั้นเขาคิดว่าภาพค้างแต่ไม่ใช่ นายขุนพลหยุดนิ่ง สีหน้าไร้ความรู้สึก แม้แต่ท่าทางทะเล้นหยอกล้อก็หายไปด้วย รึหมอนั่นไม่คิดว่าเขาจะยอมเล่นด้วย ดาต้าคิด
           แต่ใบหน้านั้นก็หายไปเร็วดุจเดียวกับตอนมา นายขุนพลกลับมายิ้มอีกครั้ง ซ้ำยังน่ากวนโมโหกว่าเก่า
           "ที่จริงเรามีเรื่องอยากคุยอีกหน่อย" ขุนพลบอก
           "ก็ว่ามาสิ" ดาต้าเริ่มชินกับความรู้สึกแปลกๆแล้ว แต่ยังคงความปั้นปึ่งถมึงทึงไว้ก่อน อย่างที่บอก เขายังคงไม่ไวใจ
           "แต่งงานกับเรามั๊ย" 
           เป็นประโยคที่ฟังปุ๊บแล้วอยากจะโยนคอมทิ้งลงหน้าต่าง "เชี่ยไรล่ะ บ้าป่ะเนี่ย"
           "ด่าทำไม แค่ล้อเล่น เห็นนายหน้าหวาน" ขุนพลยิ้มล้อเลียน "แต่ทำไมนายต้องแก้มแดงด้วยเนี่ย"
           ดาต้าทำปากด่าคำว่า...พ่อง...ใส่อีกฝ่ายที่หัวเราะเยาะเย้ย "ไม่มีอะไรแล้วใช่มั๊ย"
           "เดี๋ยวดิ มีเรื่องจะบอก"
           "อะไรอีก"
           "มีงานโปรโมทงานเฟรชชี่ของมหาลัย เราต้องไปเป็นตัวแทน แต่ไม่มีใครถ่ายรูปให้สักคน วันเสาร์หรือวันอาทิตย์ว่างรึเปล่า"
           "มาถามทำไม อยากได้คนถ่ายรูปหรอ" ดาต้าถาม รู้สึกได้เลยว่าตัวเองกำลังโดนตะล่อม
           "ที่จริงคนถ่ายรูปมีแล้ว แต่เราไม่วางใจ ถ้าเป็นนายเราคงหายห่วง ได้ข่าวว่าถ่ายรูปเก่ง เราเพิ่งมาอยู่ไม่มีเพื่อน นายไปถ่ายให้หน่อย ขอบคุณนะ"
           "เดี๋ยว...คือยังไม่ตกลงไง" ไอ้คำว่าไม่มีเพื่อนนี่ ดาต้าก็ยังสงสัยว่ามันไม่มีคนอื่นแล้วจริงๆหรอ เพื่อนเยอะแยะที่เห็นในรูปหายหัวไปไหนหมด แต่พอมาคิดอีกที ขุนพลอายุมากกว่าเขา เพิ่งจะซิ่วมาคงหาเพื่อนรุ่นเดียวกันยากหน่อย คิดแล้วก็น่าสงสาร
           "งั้นก็ตกลงซะเลยสิ" ขุนพลสรุปให้ "ไปด้วยกัน"
           "นายนี่มัน--"
           "แล้วเจอกันนะ ขอบคุณ"


           นั่นเป็นทั้งหมดที่ดาต้าได้คุยกับคนที่เป็นเป้าหมายของเขาเอง ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไอ้การที่ทั้งถูกจับได้ ทั้งต้องมาคุยกับคนที่รู้ตัวตนของเขาตั้งแต่แรกเริ่ม ในลักษณะของ...เพื่อน... แต่เรื่องนี้ไม่ได้สร้างความลำบากใจ ทำไมถึงเป็นแบบนั้นตัวดาต้าเองยังสับสน และเมื่อใดที่นึกถึงเรื่องนี้ ความทรงจำของกลิ่นลมหายใจหอมหวลกับสัมผัสนุ่มนวลจากริมฝีปากจะโจมตีเขาทันที มันเหมือนมีบางอย่างติดค้างอยู่ในใจ
           เรื่องบ้าบอทั้งนั้น อย่าเก็บมาใส่ใจดีที่สุด ดาต้าส่ายหัวทิ้งแล้วเดินไปอาบน้ำ

                          -----------------------------------------------------------------------------------------------------


           ข้อสรุปอันเรียบง่ายคือดาต้าไม่ไปพร้อมขุนพล ปล่อยให้เจ้าตัวรอเก้อไปนั่นแหละ ยังไงเสียเขาก็ยังมิได้ตกลงปรงปาก พอคิดถึงหน้าเหวอๆของอีกฝ่าย ดาต้าก็แอบยิ้มขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ ถือเป็นการแก้แค้นเรื่องที่ร้านไอติม ทว่าเขาเองก็ยังแบกกล้องตัวใหญ่มาด้วย ทั้งหมดเตรียมการไว้สำหรับถ่ายรูปให้คนๆเดียวเท่านั้น...พี่โฮมมมมมมม
           "อีดอกกกก ร่านเข้าไป"
           "เดี๋ยวนี้มึงด่ากูแบบนี้แล้วหรอ แบบนี้เขาไม่เรียกร่านเว้ย" ดาต้าบอกเพื่อนสาว "เขาเรียกแรด"
           ดีดี้หัวเราะเสียงดัง ขำที่เพื่อนด่าสำทับตัวเองเสร็จสรรพ "แล้วนี่คิดจะทิ้งผัวกูจริงๆใช่มั๊ย" ดาต้าเล่าเรื่องราวให้ดีดี้ฟังหมด ซึ่งเขาคิดว่าเป็นความผิดพลาดมหันต์ เพราะเพื่อนสนิทคนนี้เอาแต่ด่าว่าเขาใจร้าย  
           "ยังคิดจะจับมันทำผัวอีกหรอ บอกแล้วว่าไม่เวิร์ค"
           "มึงนี่นะ ตั้งแง่กับคนอื่นเขาไปทั่ว ฉันว่าเขาดูไม่น่าใช่คนไม่ดีสักหน่อย"
           "คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจหรอก ที่เห็นว่าดีอาจจะมีความเลวซ่อนอยู่ก็ได้" ดาต้าคิดถึงคนๆหนึ่ง แต่รีบสบัดมันทิ้งไป "ไหนพี่โฮมเนี่ย ยังไม่เห็นเลย"
           "อยู่หลังบูทมั้ง ไปดูกันเถอะ"
           สถานที่จัดตั้งเต้นท์อยู่กลางห้างแห่งหนึ่ง มีเวทีเล็กๆกับกลุ่มเก้าอี้สามสิบตัว ช่วงเวลาปกติผู้คนจะเเดินผ่านไปมาพลุกพล่านพอสมควร แต่เมื่องานเริ่มและเหล่าเฟรชชี่ทั้งคิ้วท์บอยเกิร์ลหรือเหล่าเดือนดาวที่ได้รับความนิยมจะเรียกแขกได้มหาศาล ถือเป็นกลยุทธการโปรโมทมหาลัยที่ดี เด็กจำนวนไม่น้อยเลยที่หวังเข้ามหาลัยเดียวกับคนที่ตัวเองปลื้ม ดาต้าแม้ไม่ได้ทำเช่นนั้นก็ยังอดดีใจไม่ได้ที่ได้อยู่ที่เดียวกันกับพี่โฮมอีกครั้ง ก็ตามชอบมาตั้งแต่ม.ปลายเลยนี่นะ
           พี่โฮม หรือนายบดินทร์ ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบสำหรับดาต้า ตาโต จมูกคม คิ้วหนาและยิ้มละลายโลก ไม่ว่าจะในมุมมองของใครๆหรือเพศไหนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า...ช่างดูดีเหลือเกิน แต่นั่นกลับเป็นอุปสรรคที่ใหญ่มากสำหรับดาต้า เพราะเขาคิดว่าตัวเองไม่ดีพอให้คู่ควร ยังดีหน่อยที่อย่างน้อยการพบปะพูดคุยระหว่างเขากับพี่โฮมยังเต็มไปด้วยมิตรภาพ
           "เฮ้!! ดาต้า มาด้วยหรอ"พี่โฮมทัก ดาต้าพยายามหนักมากไม่ให้ยิ้มจนเกินพอดี
           "ครับ ผมมาถ่ายรูป เอ่อ..." เขาลืมคิดสนิทใจ จะบอกว่าอะไรดี งั้นก็... "ถ่ายรูปพี่นั่นแหละ"
           "หรอ?" พี่โฮมดูแปลกใจ หันไปมองรุ่นพี่ที่เป็นตากล้องประจำ ท่าทางคงสงสัยมาก และดาต้าจำเป็นต้องอธิบาย
           "ส่วนตัวครับพี่โฮม ไม่ได้มาถ่ายให้ใคร" ดาต้าบอก
           "อืม...ถ้าอย่างนั้น--" จู่ๆพี่โฮมก็คว้ากล้องดาต้าไปเปิดดูภาพ "ไหนดูซิ--โห เก่งนี่หว่า แต่......"
           "เฮ้ย!!!! พี่โฮม อย่านะ" หัวสมองดาต้าเข้าโหมดว่างเปล่า เขานึกไม่ออกจริงๆว่าถ้าพี่โฮมเห็นรูปในกล้องนั้นแล้วจะคิดยังไง จะหาว่าเป็นคนโรคจิตมั๊ย รึจะคิดว่าเขาเป็นเกย์และตีตัวออกห่าง "พี่โฮม ไม่ได้นะ"
           "ทำไมเล่าเฮ้ย รูปสวยๆก็ต้องโชว์ดิวะ" เพราะพี่โฮมตัวสูง แขนที่ยื่นขึ้นสูงทำให้ดาต้าไม่อาจเอื้อมถึง เขาอยากจะร้องไห้ "นี่ตามถ่ายพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...ชอบพี่หรอครับ"
           ดาต้าสะดุดชะงัก ประสาทกล้ามเนื้อแข็งทื่อ ความรู้สึกเหมือนโดนศรเสียบอก เขาจะบอกว่ายังไงดี ปฏิเสธก็กลัวจะแห้วร้อยเปอร์เซ็นต์ ครั้นจะไม่ตอบก็กลายเป็นวัวสันหลังหวะ รึจะสารภาพดีนะ "คือว่า...คือ จริงๆแล้วผม"
           "ค่ะพี่โฮม เพื่อนหนูมันชอบพี่"
           "ดีดี้" ดาต้าไม่คิดฝันว่าเพื่อนตัวเองจะกล้าพูดแบบนี้ อุตส่าห์ย้ำนักหนา "คือ มันอย่างนี้ครับ--"
           "โฮมๆ ได้เวลาแล้ว น้องดาวเดือนมาพร้อมแล้ว" พี่ผู้หญิงคนหนึ่งโผล่มาช่วยทันเวลา ดาต้าพ่นลมหายใจปลดเปลื้องความหนักใจทิ้งไป มองตามแผ่นหลังคนที่ชอบอย่างหดหู่ แต่เมื่อปรับอารมณ์ได้แล้วจึงเปลี่ยนเป็นโกรธแทน
           "ไปพูดแบบนั้นได้ไงวะ"
           "อ่าว ฉันก็นึกว่าแกชอบ อย่างน้อยก็ได้บอกป่ะล่ะ" สีหน้าเพื่อนสาวไม่มีแววสำนึกผิด "ฉันก็แค่รำคาญแกไง อึกอักอยู่นั่น ถ้าแกไม่บอกก็ต้องมานั่งมโนเอาเอง คิดเอง เจ็บเอง ไม่เบื่อบ้างไง"
           "ไม่ต้องยุ่งเลย แล้วก็อย่าเอาไปบอกใครด้วย เข้าใจมั๊ย" ดาต้ากำชับ แม้จะไม่มั่นใจว่าเพื่อนจะทำตาม
           "ไปนั่งเหอะ เดี๋ยวที่เต็ม"


           บรรยากาศงานไม่ต่างกับมีตแอนด์กรีดของดารา ถึงจะไม่ค่อยถูกใจแต่อดเห็นด้วยไม่ได้ว่าเด็กๆมหาลัยที่ดาต้าเรียนหน้าตาดีกันจริงๆ ผู้สาวผู้บ่าวสดใสน่ารักสไตล์เด็กสมัยใหม่ แต่ละคนผิวขาวอย่างกับกระดาษ พวกนี้ส่วนใหญ่มีอันจะกิน หรือไม่ก็รู้จักคำว่าดูแลตัวเองตั้งแต่เด็ก
           "ขาวกันเกินไปรึเปล่าวะ" ดาต้าพึมพำออกมาลอยๆ
           "ที่พูดนี่ได้ดูตัวเองมั๊ย" ดีดี้แขวะ ทำสีหน้าหมั่นไส้ใส่ด้วย
           ตอนแรกที่ได้ยินว่าพี่โฮมจะมาช่วยงาน ดาต้าไม่ได้นึกว่าจะเป็นทั้งพิธีกร นักดนตรี แล้วยังมีร้องเพลงปิดท้ายอีก หล่อครบสูตร  เขาต้องรีบหลบสายตาพี่โฮมที่กวาดมาสบกันพอดีในช่วงท่อนฮุกของเพลงรัก อยากจะเอากระเป๋าปิดหน้าร้อนวูบวาบของตัวเองด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวจะเป็นพิรุธเกินไป 
           งานใกล้จบเต็มที่ ช่วงท้ายเป็นการสัมภาษณ์และฝากติดผลงานของแต่ละคนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เสียงกรี๊ดดังตามจำนวนชะนีบริเวณเวทีด้านหน้า ทว่าดาต้าเพิ่งรู้สึกว่างานนี้ขาดอะไรไปสักอย่าง บางอย่างที่คิดไม่ออกจนกระทั่งเห็นตากล้องชุดดำเดินผ่านหน้าไป
           ...นายขุนพลไปไหน...
           ถามดีดี้ๆไม่ตอบ ถามสตาฟๆก็ไม่รู้ ดาต้าเดินวนอยู่หลังเวที กวาดสายตาหาเป้าหมายไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ก็ยังไม่เจอ...รึต้นเหตุจะเป็นเพราะเขา งานวันนี้ ถึงยังไงเจ้าตัวน่าจะแยกแยะได้ไม่ใช่หรือว่าเรื่องส่วนตัวมาทีหลัง ความโกรธเข้าครอบงำดาต้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ นั่นเพราะเขาคิดว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาและควรจะรับผิดชอบ แต่สุดท้ายความสงสัยนี้มีผู้แถลงให้หายข้องใจ เป็นเพื่อนดาวปีหนึ่ง เธอบอกว่าขุนพลจะไม่ปรากฏตัวต่อสื่อจนกว่าจะถึงวันงาน ถือเป็นการเรียกคนดูไปที่งานด้วย นึกแล้วให้ขำสิ้นดี นี่มันสำคัญขนาดนั้นเลยรึ อย่างกับเป็นไอเทมหายาก อย่างนี้น้องๆคนอื่นไม่น้อยใจจนดิ้นตายเลยรึไง
           ทั้งๆที่รู้สึกโล่งอกแล้วแท้ แต่สมองดาต้ากลับพลิกคดี เพราะรู้สึกเหมือนมีคนโดนหลอก หมอนั่นว่าไงนะ --เราต้องไปเป็นตัวแทน--หนอยแน่ บังอาจมาหลอกกันได้ นี่ถ้าเขาไปเจอตามนัดลวงๆนั่นคงเจ็บใจแย่
           เห็นมั๊ยล่ะดีดี้เอ้ย คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ
           
   
           ทีมงานเช่าพื้นที่ไว้เพียงสี่ชั่วโมง แต่เหล่านักศึกษาและทีมงานใช้อีกหนึ่งชั่วโมงเก็บของกลับ ดาต้าอาสาไปช่วยเท่าที่กำลังจะทำได้ ความจริงแล้วตั้งแต่ได้คุยกับพี่โฮม เขาโถมทุ่มลงแรงช่วยทุกกิจกรรมที่พี่โฮมไปร่วมโดยสมัครใจ ระหว่างนั้นก็สังเกตพฤติกรรม นิสัย ความชอบของคนหล่อไปด้วย อาการที่เกิดจึงเหมือนคนเหม่อซุ่มซ่ามชนนั่นนี่ไม่เลือก มันดูไม่มีประโยชน์สำหรับเขามากนัก ทว่ามันคือสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกดี และวันนี้คงเป็นวันพิเศษจริงๆ เพราะพี่โฮมเดินเข้ามาหา และ...
           "ดาต้า..ไหวมั๊ยเนี่ย" พี่โฮมเห็นดาต้าแบกกล่องเครื่องเสียงอยู่คนเดียวคงจะเห็นใจรีบเข้ามาช่วย "ตัวนิดเดียวแบกของหนัก ไม่ให้เพื่อนช่วยล่ะ"
           คนอวดเก่งแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ทว่าแรงอันน้อยนิดขับเหงื่อทั่วร่างออกมาไม่หยุด "ไหวพี่ แค่นี้เอง แล้วผมก็มาคนเดียวเลยไม่กล้าขอคนอื่น"
           "ก็นี่ไง รุ่นพี่ก็มี" ดาต้ากวาดตามองหาความเป็นมิตรจากสายตาคนที่พี่โฮมหมายถึง ส่วนใหญ่คงไม่รู้จักเขา แต่มีส่วนหนึ่ง...คนที่อาจเป็นเพื่อนของคนที่โดนเขาเล่นงานมาก่อน ในที่นี้หมายถึงแฉความลับ ไม่แปลกที่จะถูกครอบงำด้วยความอาฆาต
           "เห็นว่ามีภาระกันอยู่แล้ว..ผมไม่อยากกวน" เขาตอบเลี่ยงไป
           "ไม่ใช่อะไรหรอก พี่กลัวของตกเสียหาย"
           "อ้าว??" ดาต้าเหวอไปนิด ถ้าไม่ติดว่าใบหน้าที่มองมากำลังยิ้ม เขาคงรู้สึกแย่น่าดู
           "พี่ล้อเล่นหรอกน่า" เขายิ้มสุขใจ พี่โฮมใจดีเสมอ เฟรนรี่กับทุกคนที่เข้าหา แต่ดาต้าไม่เคยเห็นด้านอื่นเหมือนกัน คนๆนี้เป็นอีกคนที่ไม่อยากเข้าไปยุ่งย่ามในชีวิต เขาอยากค่อยๆรู้จักในแบบของคนธรรมดาทั่วไปมากกว่า  "แล้วเย็นนี้มีนัดรึเปล่า" โฮมถามพร้อมกับโยนกล่องสัมภาระลงท้ายกระบะ
           "เย็นนี้...ทำไมหรอพี่?" 
           "ไปกินข้าวด้วยกัน" ในที่สุดก็มาถึงจุดที่ทำให้โรคหัวใจพองโตกำเริบ ดาต้าพิจารณาเหตุการณ์อยู่เงียบๆแล้วพบว่าเขาไม่เคยคุยกันสองต่อสองแบบนี้มาก่อน ซ้ำยังเป็นซีนที่ชวนไปทานข้าวกันด้วย "เนี่ย...มีน้องๆกับรุ่นพี่ๆไปกันหลายคนเลยนะ พี่สตาฟเขาจัดเลี้ยงเพื่อทีมงานโดยเฉพาะ"
           และแล้วก็รู้สึกผิดหวังอีกครั้ง ดาต้าชั่งใจลำบากมาก จินตนาการออก ว่าหากตกปากรับคำแล้วจะเป็นยังไง เขาไม่อยากเจอสถานการณ์เช่นนั้น
           "ว่าไงครับดาต้า ไปรึเปล่าเอ่ย?" 
           "เอ่อ......" เขาลังเลอีกครั้ง เพราะความจริงที่ว่ามันอาจไม่เป็นอย่างที่จินตนาการ ถ้าเขาได้นั่งข้างพี่โฮม แม้ไม่ได้คุยด้วยมันก็คุ้มไม่ใช่หรอ "ผมคิดว่า--"
           "คงไปไม่ได้หรอกครับ
           แรกเริ่มที่ได้ยินเสียงนี้แทรกขึ้นมาดาต้าตกใจมาก ยิ่งเห็นหน้าเจ้าของคำพูดแล้วยิ่งหัวเสียหนักเข้าไปอีก และคำที่นึกออกตอนนั้นมีเพียงคำว่า...  "เฮ้ย!!?"
           "อ้าว...ขุนพล มึงเพิ่งมาหรอ" พี่โฮมถาม
           "มานานแล้วพี่ แต่เห็นบอกว่าไม่ให้ผมออกสื่อเลยหลบอยู่ข้างหลัง" ขุนพลแจกแจง
           "ข้างหลังไหนวะ ทำไมกูไม่เห็น" ดาต้าขึ้นเสียงตามอารมณ์ตัวเอง
           "ผมปลอมตัวอยู่--" ขุนพลหยิบหมวกแก๊บขึ้นมาสวมตามด้วยแว่นกันแดด ดาต้าสำรวจเสื้อผ้ามือสองสภาพดีกับยีนส์ฟอก สภาพไม่ต่างจากคนเดินห้างทั่วไป ในใจแอบทึ่งกับสกิลการปลอมตัวของขุนพลมาก "--เห็นมะ ทำตัวให้กลมกลืน ง่ายจะตาย"
           "แต่มึงหลบไปก่อนน่ะดีแล้ว เห็นส้มมันบอกว่าจะปั่นกระแสของมึงอยู่นี่ วิธีนี้น่าจะได้ผลอยู่มั้ง" พี่โฮมชมพร้อมกับกวาดตามองรอบข้าง มีคนไม่น้อยเลยที่หยุดยืนมองมาที่ทั้งสามคน บางส่วนยังหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วย 
           "ผมไม่สนใจหรอก ที่จริงวันนี้ผมมาตามนัดน่ะครับ คนบางคนมีธุระต้องไปกับผม" ขุนพลพูดจบก็หันมาทางดาต้า ซึ่งกำลังกอดอกหน้ามุ่ยจ้องตากลับ "ใช่มั๊ยครับดาต้า"
           "นี่เราสองคนรู้จักกันด้วยหรอ?" พี่โฮมถาม 
           "แค่รู้จักน่ะครับ...แบบผิวเผิน" ดาต้าแก้ตัว กลัวพี่โฮมจะเข้าใจผิด
           "ใช่ครับ ดังนั้นเย็นนี้ผมจึงนัดดาต้ามาเดทกัน" 
           "เดท?" หน้าพี่โฮมตอนนี้เหมือนโดนกระบองฟาด
           "พูดเชี่ยไรเนี่ย" ดาต้าเบิ่งตาโตเป็นไข่ห่านคาดโทษคนพูด ทว่าอีกฝ่ายตอบโจทย์ด้วยยิ้มทะเล้นทะลึ่ง "เดทบ้าเดทบออะไร"
           "ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอพาดาต้าไปนะครับ พอดีอยากคุยด้วยนานๆ" พูดเสร็จก็คว้าแขนคู่เดทของตัวเองออกมาจากกลุ่มคน ดาต้างงงวยจนมิได้ขัดขืนแต่ทีแรก กระทั่งพ้นระยะได้ยินของคนที่แอบปลื้มแล้วถึงสะบัดมืออีกฝ่ายออก
           "ทำอะไรเนี่ย?" ดาต้าโวยวาย
           "นายผิดสัญญา" สายตาคาดโทษของขุนพลทำเอาดาต้าละอายใจไม่น้อย ความจริงไม่ว่าจะยังไงเขาก็มีส่วนผิด เพราะหากไม่คิดรับคำก็ควรจะปฏิเสธให้ชัดเจน ไม่ใช่ปิดเงียบแบบนี้ "รู้มั๊ยว่าคนรอมันรู้สึกแย่นะ"
           "แต่มึงก็โกหกกู ไหนบอกจะมาถ่ายงาน หาตากล้อง...โถ พ่อคนดี ดีนะที่ไม่ใช่งานจริงๆ ไม่งั้นกูเรียกค่าเสียหายแน่"
           "เราไม่ได้โกหก รุ่นพี่เขาบอกมาอย่างนั้น ไม่รู้นี่ว่าจะไม่ให้ออกสื่อน่ะ แต่นายทำให้เราไปรอตั้งนาน ดีนะที่--" 
           ขุนพลชะงักหลบตา และดาต้าจับพิรุธได้ "ที่อะไร..?"
           "ไม่ต้องเบี่ยงประเด็นเลย นายผิดนะ" เมื่ออีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดาต้าก็พร้อมจะจริงใจด้วย 
           "ขอโทษก็ได้" ดาต้าเอ่ย อีกฝ่ายที่ได้ยินค่อยๆผลิยิ้มออกมาทีละน้อย เขาไม่เข้าว่ามันจะยิ้มทำไม เพราะดาต้าไม่ค่อยเต็มใจอยากมองริมฝีปากนั่นเท่าไหร่ รู้สึกเหมือนมีความผิดกับเรื่องวันนั้น วันที่รู้สึกดีกับรอยจูบนั่น  "แล้วยังไง มาเพราะเรื่องแค่นี้ใช่มั๊ย"
           "เดี๋ยวดิ...แล้วเรื่องเดทของเราล่ะ"
           "เดทอะไรล่ะ ไม่ได้พูดเล่นหรอกหรอ"
           "ก็..." เอาอีกแล้ว ดาต้ารู้ว่าสีหน้าชั่งใจนั่นมันคือการวางแผน หมอนี่จะมาไม้ไหนอีก "ความจริงก็แค่หิวนั่นแหละ แล้วเราไม่อยากกินข้าวคนเดียว ชั้นบนมีร้านอาหารตั้งเยอะ ดาต้าชอบกินอะไรล่ะ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ หรือจะเป็นบุฟเฟ่ต์ ซูชิก็มีนะ ที่นี่เรามากินบ่อย อาหารอร่อย รับประกันได้ด้วยคูปองนี่" ขุนพลชูกระดาษหลากสีหลายแผ่นให้ดู ทำท่าทางอย่างกับเด็กอวดของเล่น ดาต้ามองเห็นว่ากำลังโดนหว่านล้อม และอาหารแต่ละอย่างก็ช่างสนับสนุนให้คนมีพุงเสียจริง กระนั้นเขาก็ยังคงหวั่นไหว ในเมื่อข้าวกลางวันไม่ได้แอ้ม ไหนๆเป้าหมายมาให้สัมภาษณ์ ถือว่าเป็นโบนัสได้มั๊ยนะ
           "งั้นเอาเป็น...ข้าวขาหมูแล้วกัน"
           เมื่อพูดเสร็จ ดาต้าก็เดินนำขึ้นบันไดเลื่อนไป ระหว่างใช้ความคิด พลันนึกถึงเพื่อนตัวเองที่ไม่รู้ไปอยู่ไหน เขาโทรไปถามและทราบว่ากลับไปพร้อมเพื่อนที่เป็นสตาฟ นั่นทำให้วางใจ ดีดี้มีเพื่อนเยอะมากไม่น่าเป็นห่วง ในความเป็นจริงแล้วที่ต้องระวังน่าจะเป็นทางนี้มากกว่า ตลอดเวลานายขุนพลไม่เอ่ยปากใดๆ แต่เมื่อดาต้าหันกลับไปมอง จะเห็นเขายิ้มตอบกลับมา เป็นอะไรที่น่าหมั่นไส้มาก เหนือสิ่งอื่นใดคือมันทำให้ดาต้าระแวง
           ในร้านคนพลุกพล่าน แต่ยังพอมีโต๊ะว่าง ดาต้ารีบทิ้งตัวลงนั่งทันทีที่เห็นมนุษย์ป้าอีกคนชี้มือชี้ไม้ด้วยท่าทางรีบร้อน ไม่สนใจสายตาพยาบาทใดๆ ก่อนจะเปิดแผ่นเมนูเลือกชุดขาหมูที่แพงที่สุดพร้อมกับน้ำเปล่า
           "นายเลี้ยงนะ" ดาต้ารีบพูดดักคอจนขุนพลถึงกับขำ เขาไม่เคยอายให้กับความเค็มของตัวเองอยู่แล้ว
           "กลัวเสียเงินขนาดนี้เลยหรอ" ขุนพลถาม
           "ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนใครบางคนนิ" ดาต้าเหน็บอีกฝ่าย
           "เพราะเหตุนี้ถึงได้รับทำงานแบบนั้นหรอ?"
           ไม่รู้ว่าดาต้าคิดไปเองหรือเปล่า แต่คำว่า งานแบบนั้น ช่างฟังดูเหยียดหยาม "งานแบบนั้น?"
           "ก็เห็นรับจ็อบล้วงข้อมูลชาวบ้านเอาไปขาย"
           "บอกแล้วไงว่าไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง" ดาต้ากำลังประเมิน ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ใช่ฝ่ายเขาที่โดนสอบสวนสินะ "มึงต้องการอะไรกันแน่เนี่ย"
           คนตรงหน้ายักไหล่ "แค่ถามเฉยๆ พอดีมีเรื่องอยากให้ช่วย"
           "ช่วย?"
           "ใช่ อยากให้ช่วยสืบให้หน่อย" นายขุนพลยังคงทำหน้าสบายใจ แต่ดาต้าได้ประเมินเรทการเดทครั้งนี้ติดลบร้อยไปแล้ว แย่สุดๆ เหมือนโดนต้อนเข้าห้องขังเลย ซ้ำนายคนนี้ยังมีท่าทีแห่งความไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรง
           "ถ้าอย่างนั้นที่ผ่านมา ที่มาเกาะแกะไม่ห่างนี่เพราะอยากให้ช่วย...แค่นั้นหรอ?" ดาต้าถามย้ำ
           "เรื่องอื่นก็ส่วนเรื่องอื่นดิ มันไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียว เราก็จริงใจเป็นนะ"
           จริงใจ... คำที่ยากจะเชื่อ แต่น่าเชื่อถือเมื่ออกมาจากปากของคนๆนี้ การปฏิเสธข้อกล่าวหาด้วยความเจ็บปวดในวันนั้นยังติดตรึงในความทรงจำของดาต้า แต่เขาไม่รู้ว่ามันถูกต้องแล้วหรือเปล่าที่จะปล่อยให้หัวใจคิดว่าเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ใช่เรื่องหลอกลวง
           "ถ้างั้นจะให้ช่วยเรื่องอะไรล่ะ" ดาต้าตัดสินใจจะช่วยเหลือ เมื่อขุนพลได้ฟังก็ยิ้มแย้ม พร้อมกับหยิบรูปใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ดาต้ารับมาดู และมันทำให้ประสาททุกส่วนในร่างกายชาด้านไปในทันที เขาสะอึกจนหายใจไม่ออก เหงื่อเปียกๆเริ่มซึมออกตามผิวหนัง มือสั่นจนนิ้วแทบจะยึดกระดาษแผ่นบางๆไว้ไม่ได้ สายตาตรึงแน่นอยู่กับคนในภาพ ความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตพวยพุ่งออกมาจากด้านมืดในจิตใจ หลอกหลอนจนทำให้อยากอาเจียน ดาต้าเหลือบมองคนตรงหน้าช้าๆด้วยสีหน้าตื่นตระหนก นายขุนพลไม่ได้ยิ้ม แต่กำลังจ้องมาที่เขาด้วยความแน่วแน่ นายคนนี้มีรูปนี้...หมายความว่ารู้จักกันงั้นหรอ สองคนนี้เป็นอะไรกัน นี่เป็นเรื่องไม่คาดฝัน เขาเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวคนเดียวแท้ๆ หวังไว้ว่าจะเอามันลงโลงไปด้วย แต่นี่กลับมาปรากฏต่อหน้า ถ้าอย่างนั้นเป้าประสงค์ของนายขุนพลคือสิ่งใด นายคนนี้ไม่ใช่ธรรมดาอย่างที่คาดการณ์ไว้จริงๆ

           และเพื่อให้แน่ใจ ดาต้าต้องถามว่า... "คนในรูปนี้เป็นอะไรกับนาย?"


           "คนที่เรารักที่สุด"


************************************************************************************************************************************

           Mr.SCROMAN : ยังไงเนี่ยขุนพล ตกลงนายคิดยังไงกับดาต้า แล้วเรื่องที่ให้ทำคืออะไร คนที่นายรักคือใคร ไม่คิดถึงหัวจิตหัวใจดาต้าบ้าง นายคิดจะทำอะไรกันแน่
                       #เกลียดความรัก ที่ทำให้เราต้องเสียใจ...แต่ยังค้นยังคอยจะหามันเรื่อยไป---

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น