99 Click! พลิกรัก

ตอนที่ 3 : รีวิวจากลูกค้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.ย. 60


คลิกที่ 3
รีวิวจากลูกค้า


            ในร้านกาแฟดัง ดาต้านั่งตรงข้ามกับสาวสวยรุ่นพี่ ผู้ที่จ้างให้ทำงานที่ถนัด ตอนนี้เขากำลังหงุดหงิดอารมณ์เสียถึงที่สุด เพราะดูเหมือนเรื่องราวจะไม่เป็นไปตามข้อตกลง และดาต้ารู้สึกไม่คุ้มกับเวลาที่ลงแรงไป
           “เราตกลงกันที่หมื่นนึง จำได้มั๊ยครับ” ดาต้ากำลังเจรจาต่อรอง
           “แต่พี่มีให้แค่ห้าพันก่อนได้มั๊ยอ่ะ ช่วยพี่หน่อยนะ” ลูกค้าสาวเอาแต่ใจของเขากำลังงอแงต่อรอง เขารู้ว่านี่เป็นกิริยาอาการอิดออดโดยสมัครใจ ยัยนี่คิดจะเบี้ยว
           “แต่งานที่พี่ให้ผมทำมันไม่ได้ง่ายๆนะ ถ้าแค่ให้สืบหาหลักฐานให้ผมจะไม่บ่นเลย” 
           “ถึงยังไงมันก็ไม่ได้สำเร็จตามที่พี่อยากได้ไม่ใช่หรอ ถือว่าเจอกันครึ่งทางก็ได้ ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยนะ”
           ปกติเวลาดีลกับลูกค้าเล็กๆแบบนี้ ดาต้าจะไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว ตั้งแต่ที่แม่คนนี้เข้ามาขอร้องให้สืบเรื่องแฟน เขาได้สแกนนิสัยเป็นที่เรียบร้อย ไอ้จำนวนเงินที่ตกปากรับคำคงจะไม่มีให้จริงๆ แล้วเคสนี้ฝ่ายที่โดนตามสืบก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไรด้วย โชคไม่ดีที่ดันโคจรมาเจอแฟนเอาแต่ใจ ไปเชื่อคำยุยงของเพื่อน กล่าวหาว่าฝ่ายชายแอบมีชู้ ดาต้าซึ่งตอนแรกแค่เฉยๆ พอทราบเรื่องราวทั้งหมดแล้วอยากจะลงทัณฑ์แม่สาวไม่มีวุฒิภาวะคนนี้มาก ทว่าเรื่องส่วนตัวคนอื่นถือเป็นข้อห้ามในกฎของตัวเอง ไม่ได้คิดจะละเมิด เรื่องวันนี้ถือว่าปล่อยหมาเข้าวัด หวังว่าพ่อหนุ่มนั่นจะคิดได้ในภายหลัง
           ตั้งแต่โดนนายขุนพลโจมตี ดาต้าคิดว่าหลบหน้าไว้ก่อนสักพัก คนๆนี้ลึกลับซับซ้อน ฉลาดหัวไวไม่ใช่เล่น จนบัดป่านนี้ตัวเขายังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าวันนั้นเหตุใดถึงความแตก ทุกอย่างที่พอจะเดาได้เข้าเค้าไปเสียหมด ไม่ว่าจะรู้จากเพื่อนเขาหรือใครก็ตาม ยังไงดาต้าก็ขอหลบหน้าสักพัก เขายังจำคำพูดทิ้งท้ายของไอ้หล่อได้ มันบอกว่า จะมารอเอาคำตอบ ...เรื่องอะไรจะต้องเอาตัวเข้าไปแลก ข้อมูลแบบนั้นความจริงไม่สนใจก็สิ้นเรื่อง แต่เขายังสงสัยว่าเบื้องลึกมันเป็นยังไง อย่างไรเสีย ดาต้าหลบหน้าตามาได้สองวันแล้ว แต่อาการหวาดผวามันทำให้เพื่อนๆประหลาดใจ เขาต้องคอยสอดส่องมองซ้ายขวาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ป้องกันไว้ทั้งเจ้าจากตัวเป้าหมาย หรือไม่ก็ สายสืบของเป้าหมาย มันต้องมีแน่ๆ ดาต้าคิดอย่างนั้น
           เผือกยักษ์หัวนี้ไม่มีที่พึ่งให้ปรึกษา ครั้นจะหาไม้กันหมาหรือลูกน้องที่ไว้ใจได้ก็แทบไม่มี ทุกวันนี้ยังหวั่นใจกับจำนวนศัตรูที่บำเพ็ญเพียรสร้างมานับแต่ปีหนึ่ง ไม่รู้ว่ากรรมจะตามสนองเมื่อไหร่—แต่ดาต้าอดนึกไม่ได้จริงๆเรื่องนี้ เขาคิดว่าไอ้หล่อที่ชื่อขุนพลเนี่ยแหละ เจ้ากรรมนายเวร 
           ตกบ่ายมีคลาสเรียนที่ดาต้าต้องเข้า การเรียนไม่ได้สร้างปัญหาใดๆกับเขามากนัก แต่เป็นคนสอนต่างหาก ตลอดสามชั่วโมงดาต้าเอาแต่งัวเงียงอแง เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมถึงต้องนั่งฟังจนหมดชั่วโมงต่อชั่วโมงแบบนี้ด้วย ในเมื่อใครเข้าใจแล้วก็ควรได้ออกไปจากห้องสิ เสียเวลาทำมาหากิน เพื่อนแต่ละคนดูจะไม่มีใครคิดเห็นเช่นเดียวกัน ในบรรดาผู้ร่วมรุ่นปีสอง ดาต้ารู้ดีว่าไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนกับเขาเท่าไหร่  หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่ในแบบที่คนปกติจะได้รับ ไม่มีคนสติดีที่ไหนอยากเป็นเพื่อนกับคนที่มีชนวนระเบิดอยู่กับตัว เวลาเกิดเรื่องไม่คาดฝันอาจจะโดนลูกหลงไปด้วย
           แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์โลกจะเดี่ยวโดด คนเป็นพันล้าน มันต้องมีบ้างที่คิดเหมือนกัน โบราณคงไม่บัญญัติสำนวนฝนตกขี้หมูไหลมาเพื่อความสนุกหรอกนะ ดาต้าก็มี เพื่อนน่ะ นอกจากดีดี้แล้วยังมีแมลงหวี่อีกสามตัว ล้วนมาจากต่างสาขาทั้งสิ้น คนหนึ่งวิศวะ คนสองบริหาร อีกคนเป็นแพทย์ สามหน่อนี้มารอดาต้าหน้าห้องบรรยาย หนึ่งในนั้นใช้ฝ่ามือหนาหนักซัดปั้กลงกลางกระหม่อมเขาทันทีที่พ้นประตู นี่ถ้าบนหัวเป็นวิกคงปลิวไปหลายเมตรทีเดียว เขาซี๊ดปากกัดฟันแน่นข่มอาการอยากเตะเพื่อนเอาไว้
           "ไอ้ดาต้า ช้าโคตร” อาร์มจากวิศวะพูด พร้อมกันนั้นดาต้าก็ค่อยๆแหวกม่านผมออกจากตาตัวเอง
           “ไปกินข้าวกัน เร็ว” ยูมิจากแพทย์ศาสตร์ขมวดคิ้วเร่งที่เหลือ ดูเหมือนเธอจะหิวแล้ว
           “ยูมิไม่เข้าชมรมหรอวะ” ดาต้าถาม
           “ขี้เกียจ ไม่มีผลงานไม่รู้จะไปทำไม” ยูมิทำหน้าเซ็งหันหนีคนอื่นๆ เป็นไปได้เธอไม่อยากพูดเรื่องนี้ในที่สาธารณะ “มึงนี่นะดาต้า มีแต่คนตามให้มึงกลับไปสมัคร อย่างมึงเข้าตำแหน่งโพธิ์ดำได้สบาย”
           “คงไม่อ่ะ ขี้เกียจมีปัญหาว่ะ”
           “เฮ้ยไอ้อาร์ม ไหนชมพู่วะ” เอสจากบริหารกอดคอถามเพื่อน ดาต้ารู้ทันทีว่าทำไมเพื่อนๆถึงได้มารับเขาไปทานข้าวได้ทุกวัน 
           “ไม่อยู่หรอกเว้ย มันไปกับผัวแล้ว” ดาต้าดับฝันเพื่อนอย่างไร้ปราณี
           “เออ ไม่เป็นไรหรอก กูเป็นผัวน้อยก็ได้” ไอ้อาร์มยังดื้อดึง
           “เฮ้อ...” ยูมิท่าทางเบื่อหน่ายถึงที่สุด 
           ถึงแม้จะมีเพื่อนที่พอสนิทห้อมล้อม เจ้าเผือกน้อยก็ยังคิดว่าตัวเองถูกจับตามอง คำตอบที่ให้ยามผองเพื่อนสงสัยมีเพียงคำว่า ไม่มีอะไร 

           จนกระทั่งบ่ายคล้อย ดาต้าไปรอเจอเพื่อนดีดี้ เพื่อเจรจาว่าความปรึกษาเรื่องเป้าหมายของเธอ เขาคิดจะต้อนกรอบเรื่องนี้ให้แคบลงก่อน เพราะอย่างน้อยเพื่อนหญิงคนนี้ก็เรียนอยู่ในสาขาเดียวกับ ‘มัน’  มุมตึกด้านหนึ่งมีโต๊ะหินเกาะกลุ่มกันอยู่ กลุ่มเด็กเรียนสภาพยู่ยี่หลายคนนั่งคุยกัน ที่นั่นดาต้านัดเพื่อนไว้ และเธอผละจากกลุ่มเข้ามานั่งด้วย ส่วนหนึ่งจากสาวในกลุ่มเพื่อนสาขาไม่รู้จักดาต้า ซุบซิบนินทากรี๊ดเบาๆแต่พองามให้กับหนึ่งในสมาชิกฝูงพวกหล่อน ดีดี้เป็นสาวมั่นผมสวย แต่งหน้าไม่จัดและมั่นใจในตัวเอง หน้ารูปไข่กับหุ่นไอดอลของเธอทำให้ป๊อบปูล่าในหมู่หนุ่มๆ เมื่อบวกเข้ากับนิสัยซุกซนร่าเริงแล้ว เธอจึงกลายเป็นสาวที่ฮ็อตหาใครเทียมยาก กระนั้นดาต้าก็ยังไม่ชอบให้เธอสวมต่างหูรูปใข่ดาวนั่นอยู่ดี ดูไม่เต็ม
           “ไง วันนี้ไหงถ่อมาถึงนี่ยะดาต้า” ดีดี้วางกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนโต๊ะแล้วควักโทรศัพท์ออกมาเล่น
           “กูแค่อยากมาคุยเฉยๆ”
           “หยุดเลย อยากมีปฏิสัมพันธ์กับฉัน แกต้องบอกมาก่อนว่าเรื่องที่ให้ไปทำถึงไหนแล้ว ขืนช้ากว่านี้อิฉันไม่เกรงใจแล้วนะคะ”
           “ก็กูมาเพราะเรื่องของมึงเนี่ยแหละ มึงรู้มั๊ยว่ากูต้องเจออะไรบ้าง”
           “อะไรล่ะ อย่าบอกนะว่าไปสารภาพรักกับพี่โฮมแล้วน่ะ” ดาต้าสะดุ้งเสียหลัก ทำไมวกเข้าเรื่องนี้???
           “เฮ้ย...บ้าหรอ กูจะไปทำอย่างนั้นได้ไง”
           “อ๊าววว ก็เห็นเคยบ่นว่าทนไม่ไหวแล้ว นึกว่าอยากชัดเจน” ดีดี้แอบแซว
           “พี่เขาแมนทั้งแท่ง กูไปสารภาพตรงๆไม่หน้าหงายเลยหรอครับ” ดาต้าบอก “ปล่อยเป็นแบบนั้นไปก่อนเหอะ ตอนนี้เรื่องไอ้ขุนพลมึงสำคัญกว่า กูว่าคนนี้ของมึงไม่ธรรมดาว่ะ”
           “มึงเพิ่งรู้หรอ” ดีดี้ทำหน้าสงสัย “แต่...กูว่าแกอย่าเรียกเขาว่า ไอ้ เลย ถ้ายังไม่สนิท เรียกพี่ไว้ก่อนก็ได้”
           เผือกยักษ์สงสัย ไม่ใช่ในตัวเพื่อน แต่ในคำเตือนต่างหาก ดีดี้ไม่เคยเตือนในเรื่องไม่เป็นประโยชน์  “ทำไมกูต้องทำแบบนั้นด้วยวะ ไอ้เด็กนั่นเรียก ไอ้ ยังน้อยไป”
           “ฉันว่าแกได้ข้อมูลหลอกๆมาแล้วล่ะ” เพื่อนสนิทกดโทรศัพท์ยิกๆสักครู่แล้วยื่นให้ ดาต้ารับมาดู “แต่แกทำตัวแปลกๆนะ ดูตั้งแง่กับพี่ขุนพลของฉันจัง ไม่โกรธมาแต่ชาติปางไหนห๊ะ ยังไม่เคยเจอกันสักหน่อย” 
           คนไม่สบอารมณ์เบะปากส่งสายตาแค้นเคืองให้เพื่อน จะไม่ให้ตั้งแง่ได้ไง ไอ้หมอนั่นมันร้ายจะตาย ดาต้าไม่ได้คิดถึงจูบนั่นหรอกนะ ไม่ได้คิด...สักหน่อย
           “เอ๊ะ หรือที่มาหากูเพราะมึงไปเจอมาแล้ว เป็นไงบ้าง” เพื่อนสาวสรุปได้ถูกจุดโดยไม่ต้องเฉลย ประกายตามั่นใจบ่งเป็นนัยว่าเทพบุตรของมันต้องเพอร์เฟค ดาต้าไม่อยากใจร้ายมากไปจึงไม่ได้ตอบคำถาม “พี่ขุนพลใจดีใช่มั๊ยล่ะ”
           “ดีกะผีอะไรล่ะ” ดาต้าน็อตหลุดเพราะชื่อนั้นทันที “มึงให้กูดูอะไรเนี่ย” เขายื่นโทรศัพท์กลับไปให้เพื่อน ไม่เข้าใจว่าเธอจะให้เขาดูรูปหน้าหล่อๆของหมอนั่นทำไม
           “มึงดูให้ดีก่อน รูปกับข้อมูลพวกนี้เป็นเพจปิดนะเว้ย มีเพียงคนใกล้ชิดกับแฟนคลับเท่านั้นถึงเข้าได้ อยากหาข้อมูลดิบๆที่ถูกต้องของพี่ขุนพล มึงก็ต้องหาในนี้” ดีดี้สาธยาย “กูนึกว่ามึงรู้แล้วนะเนี่ย”
           ดาต้าตั้งใจดูอีกรอบจึงเห็นด้วย แค่เรื่องรูปภาพนะ ไอ้พวกข้อมูลของเหล่าแฟนคลับเขายังทำใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แค่อ่านผ่านๆถึงรับรู้ว่าไอ้หล่อนั่นซิ่วมาเรียน รูปถ่ายหลายรูปบ่งบอกชัดเจนว่าเคยเป็นพรีเซนเตอร์มาก่อน อันนี้ไม่แปลกเพราะรู้อยู่แล้ว มีเพียงพวกรูปถ่ายที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกตหรือเซลฟี่โดยคนอื่นๆ ดาต้าบอกได้เลยว่าคนๆนี้มีชีวิตที่สุดเหวี่ยงมาก มีตั้งแต่ปีผา เดินป่าเขาลำเนาไพร ไปจนถึงงานสังคมแบบพวกผู้ดี งานสังสรรค์ก็ขอให้บอก ดาต้าแอบอิจฉาอยู่ลึกๆในใจ เพราะดูจากรูปแต่ละรูป ตานี่มีเพื่อนในวงเหล้าไม่ซ้ำกันเลย...ไม่สิ
          “นี่ใคร?” ดาต้าถามเพื่อนสนิท ชี้ไปที่ชายคนหนึ่งซึ่งหน้าตาธรรมดาแต่ไม่จัดว่าขี้เหร่ ทุกรูปจะมีคนๆนี้อยู่เสมอดั่งเงา ท่าทางกอดคอยิ้มหยอกเย้าเหมือนคนที่สนิทกันมาก “คนที่นั่งข้างๆไอ้ขุนพล”
          “นี่หรอ?” ดีดี้มองตามนิ้ว “ไม่รู้หรอก เป็นประเด็นถกกันจนถึงตอนนี้เลยแหละ ไม่มีใครรู้ว่าหมอนี่เป็นใคร ชื่อก็ไม่รู้ พี่ขุนพลไม่เคยเอ่ยถึงเลยด้วย”
           “งั้นหรอ?” ดาต้าสนใจคนๆนี้เป็นพิเศษ เห็นชัดว่าสำคัญ ยิ่งสืบประวัติไม่ได้ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะเริ่มสืบประวัตินายขุนพลจากจุดนี้ก่อน “ส่งรูปนี้ให้กูที” ดาต้าชี้รูปที่มีคนสนิทที่เหมือน ‘เงา’ นายขุนพลชัดที่สุด
           “แกจะทำอะไรดาต้า” ดีดี้ถาม
           “มึงเป็นคนให้กูสืบ จะมาถามทำไม”  แล้วดาต้าก็คิดได้ “แล้วเนี่ย มีเพจล้งเพจลับไม่บอกกูสักคำ ปล่อยให้กูไปวิ่งหาเอง อีกอย่าง แค่ในนี้พวกแกก็น่าจะได้ข้อมูลพอจะเป็นแฟนคลับที่เหนียวแน่นได้แล้วไม่ใช่หรอ จะมาให้กูสืบให้อีกทำไมวะ”
          สีหน้าเพื่อนสาวเหมือนไม่ได้คิดเรื่องนี้มาก่อน อึกอักจนเห็นได้ชัด “ก็...อยากรู้ลึกขึ้นไงแกก็ พี่ขุนพลเขาลึกลับจะตาย เด็กรุ่นเดียวกับเขาก็ไม่เห็นมีใครสนิทด้วย ฉันก็ต้อง...แบบว่า”
           เห็นเพื่อนกระมิดกระเมี้ยนหาข้อแก้ตัวแล้วสงสาร ดาต้าเดาเอาเองว่าเธอคงอยากจีบจึงไม่คิดติดใจรอคำตอบอื่น “แล้วมึงก็เลิกเรียกมันว่าพี่ได้แล้ว ถึงจะซิ่วมา อายุก็น่าจะพอๆกับเรานั่นแหละ เรียกมันน่ะ ดีแล้ว”
           “ไม่ได้ พี่ขุนพลซิ่วมาตอนปีสาม ฉะนั้นตอนนี้เขาแก่กว่าแกสองปี ดังนั้นแกเองก็ต้องเรียกเขาว่าพี่เหมือนกัน”
           “สองปี!!!” ดาต้าตกใจ มิน่าถึงจับรังสีเด็กใหม่ไม่ได้เลย ซ้ำยังไม่กลัวเกรงอะไรสักนิด เขาซึ่งเป็นรุ่นพี่ดูไม่มีความหมายก็เพราะเหตุนี้อย่างนั้นหรอ ...แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะ “ยังไงกูก็จะเรียกไอ้บ้านั่นว่า มัน อยู่ดีนั่นแหละ”
            ด้วยอาการแอนตี้จนออกนอกหน้า เพื่อนดีดี้จึงจับสังเกตบางอย่างได้ “นี่แก...โกรธเขาขนาดนั้นเลยหรอ พี่เขาไปทำอะไรแกไว้รึเปล่า” สาวสวยหรี่ตามองเห็นเพื่อนแอบเลียริมฝีปาก ในใจก็นึกมโนเรื่องน่าตกใจออกมา  “เฮ้ย...รึว่าแกโดน—“
            “ไม่ได้โดนเว้ย..แค่..“ ดาต้าไม่รู้จะพูดว่าอะไรให้ไม่เข้าเนื้อ สถานการณ์แบบนั้น เล่าให้ใครฟัง ตัวเขาซึ่งเป็นฝ่ายโดนกระทำดูยังไงก็เสียเปรียบเห็นๆ  “...แค่ไม่ชอบหน้า แล้วหมอนั่นก็นิสัยเสียชะมัด กูว่ามึงเลิกปลื้มเหอะ ไม่รุ่งจริงๆ เชื่อกู”
            “จะเก็บไว้กินเองน่ะสิ” ดีดี้แอบพึมพำ ซึ่งเพื่อนตรงหน้าก็ไม่ทันได้ฟัง ดาต้ากำลังสำรวจความคิดตัวเองในวันนั้น ขณะที่ขุนพลเอ่ยคำที่เต็มไปด้วยความรู้สึกใส่  --ผมไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น— ดาต้าติดใจในคำพูดคำนี้มาก น้ำเสียงของคนที่จนตรอก ต้องกล้ำกลืนยืนเดียวดายอยู่ในจุดที่ไม่มีใครเข้าใจ เขารู้...เพราะเผือกยักษ์คนนี้เจอกับตัวมาตลอดหลายปี
           “เอาเหอะ กูมีเรื่องจะถามมึงแค่นี้แหละ” ดาต้าไม่อยากเสียเวลาอีก “มึงจะกินข้าวรึยัง เย็นนี้ไปกินกับกูป่ะ”
           “ไม่อ่ะ เย็นนี้มีนัดว่ะ โน่นไง” เพื่อนสาวชี้ไปที่อีกโต๊ะ กลุ่มสาวเมื่อครู่ยังนั่งรอดีดี้อยู่ เมื่อเห็นดาต้าหันไปมองก็ยกยิ้มโบกมือให้ เขาโค้งน้อยๆแล้วยิ้มหยอกไปหน่อย ท่าทางนี้เขาฝึกไว้ปราบชะนี ไม่ว่าใครก็ต้องกรี๊ดทั้งนั้น
           “งั้นก็...เจอกันนะ” ดาต้าลาเพื่อนแล้วจากมา 

                                       -----------------------------------------------------------------------------------------------------

           ในขณะเดียวกันนั้น ดีดี้ซึ่งโบกมือลาเพื่อนหนุ่มน่ารักของตัวเองแล้ว เปลี่ยนสีหน้าทันที ความรู้สึกผิดปั้นหน้าให้เธอใหม่ แต่มันไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น นั่นเพราะเธอรู้เรื่องบางอย่างมา และเรื่องนั้นเธอเห็นด้วย ถึงขั้นยอมหักหลังเพื่อนเพื่อให้เพื่อนตัวเองได้มีความสุขเสียที เมื่อเธอคิดได้ดังนี้แล้ว มือหนึ่งจึงกดเบอร์โทรศัพท์ที่เมมชื่อไว้ว่า ผบ. ลังเลมองปุ่มสีเขียวอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพ่นลมหายใจเม้มปากแน่นแล้วสัมผัสมัน
           ไม่นานปลายสายก็ตอบสนอง เสียงทุ้มเนิบน่าฟังยกยิ้มสาวสวย สลายความรู้สึกผิดได้ในระดับหนึ่ง “สวัสดีค่ะ พี่ขุนพล”
           “ครับดีดี้ มีอะไรเอ่ย”
           “เอ่อ...คือ...เรื่องที่พี่บอกให้หนูทำ—“ 
           “ว่าไง ได้มั๊ย” เสียงปลายสายฟังดูตื่นเต้นจนดีดี้นึกขำ “แล้ว...ดาต้าสงสัยรึเปล่า”
           “ไม่เลยค่ะ เพื่อนดี้มันแอบซื่อบื้อจะตาย แต่ว่าพี่อย่าไปบอกนะว่าหนูไปหลอกมันไว้น่ะ ถ้ามันรู้หนูตายแน่เลย”
           “สัญญาค่ะ แต่พี่ว่าเราก็ไม่ได้หลอกอะไรนะ แค่ดีดี้ไม่ได้บอกว่าเรารู้เห็นเป็นใจกัน ถ้าเกิดความแตก เดี๋ยวพี่อธิบายเอง”
           ดีดี้ม้วนผมเล่นโดยไม่รู้ตัว เธอยังคงเป็นคนแอบปลื้มที่ซื่อสัตย์ “ว่าแต่ ทำไมพี่ต้องให้ดาต้ามันสืบเรื่องของพี่ด้วยล่ะ ไม่เห็นเข้าท่าเลย” เธอสงสัยว่าพี่ขุนพลของเธอมีจุดประสงค์อะไร เพราะแม้เธออยากเห็นเพื่อนมีความรัก ก็ไม่เห็นจะต้องทำถึงขั้นนี้สักหน่อย ประสาท
           “เอ่อ....” ดีดี้อยากถามบางเรื่องเหมือนกัน เรื่องที่แม้แต่แฟนคลับก็ไม่เคยได้ยิน ถ้าไม่ใช่เพราะดาต้าเอามาบอก เธอก็คงจะไม่มีทางเชื่อหรือสงสัย “หนูขอถามอะไรอย่างนึงได้มั๊ยคะ”
           “คะ?...” 
           “พี่ขุนพลเคยขาย....” ดีดี้ลังเล
           “หืม?”
           “ช่างมันเถอะค่ะ” ดีดี้ตัดสินใจไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น ถึงแม้เธอจะชื่นชอบคนๆนี้มาก ก็ใช่ว่าอยากจะให้เพื่อสนิทตัวเองต้องตกเข้าปากเสือ ในเมื่อประวัตินายขุนพลเป็นปริศนากว่าที่คิด รอให้ดาต้าไขมันออกมาก่อน ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที “แต่หนูขอเตือนไว้ก่อนนะคะพี่”
           “ว่ามาครับ พี่รอฟัง”
           “ถึงดาต้ามันจะซื่อบื้อ แต่เวลามันเอาจริงขึ้นมาก็เอาเรื่องอยู่นะคะ พี่ขุนพลควรระวังตัวไว้ด้วย เพื่อนหนูบทจะฉลาดก็หัวไวอย่างกับไอสไตน์ เร็วๆนี้พี่น่าจะได้เจอมันอีก ยังไงก็เพลาๆมือกับมันหน่อยนะคะ หนูไม่อยากให้มันทุกข์ไปมากกว่าเดิม เพราะปกติชีวิตมันหาความสุขยากอยู่แล้ว”
           “.......หมายความว่าไงคะ? ดีดี้”
           “เรื่องนี้พี่ต้องสืบดูเอาเองค่ะ”
           ดีดี้วางสายใส่ฝั่งตรงข้ามด้วยความไม่สบายใจ แต่ในขณะที่เดินไปสมทบเพื่อน ความกังวลใดๆดูเหมือนจะคลายตัวลงในที่สุด นั่นเพราะเธอไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะสร้างมหาโกลาหลแก่ชีวิตเพื่อนตัวเองชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เรื่องนี้จะว่าเธอคนเดียวไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างหาเรื่องใส่ตัวกันเอง
                                 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------

           หอดาต้าอยู่ชิดติดถนน สะดวกต่อการขึ้นลงเข้าออก อยู่ในที่ๆมีคนพลุกพล่าน เป็นทำเลดีต่อการแฝงและปิดบังตัวตน เขาซื้ออาหารเย็น แวะเข้าเซเว่นแล้วหอบเสบียงกรังขึ้นห้อง หลังจากจัดตู้เย็นเสร็จแล้ว ดาต้ารวบกระดาษประวัติทั้งหมดของนายขุนพลไปนั่งอ่านอยู่ริมระเบียงอีกครั้ง เมื่อรวมกับสิ่งที่ได้มาจากดีดี้ เขาจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเรื่องทั้งหมดซับซ้อนจนไม่เป็นธรรมชาติ แฟนคลับที่ไหนจะมาตั้งกลุ่มปิดบังไม่ให้คนอื่นรู้ มีแต่อยากจะโชว์ไอดอลตัวเองให้โลกเห็น แต่นั่นไม่สำคัญ ขณะนี้แม้แต่ตัวดาต้าเองก็ไม่รู้สักนิดว่าตัวเองกำลังสนใจนายขุนพลจนเกินงามเช่นกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
            เขาเริ่มทำสิ่งที่ตั้งใจหลังจากอาบน้ำเสร็จ จัดโต๊ะเตรียมพร้อม กระดาษข้อมูล แม็คบุ๊ค นมสด และรูปภาพที่ได้มาจากเพื่อนสาวคนสนิท แต่เขาไม่รู้ว่าเธอแอบส่งรูปเพิ่มเข้ามาด้วย เมื่อนิ้วลากสัมผัสเคลื่อนผ่าน หน้านายขุนพลก็ปรากฏขึ้นเต็มจอ เป็นรูปตอนสวมแว่นแฟชั่นเท่ๆ ยื่นหน้าผากมาใกล้กล้อมมากจนทั้งหน้าอยู่เต็มจอมือถือพอดี ในรูปเขาใส่ชุดเชิร์ทลายตารางสีน้ำเงินและกำลังทำปากจู๋เหมือนกำลังจูบ
            “เชี่ย”  ดาต้าผงะหนี ก่อนจะรู้ตัวว่านี่มันแค่ภาพ แม้จะหลอกหลอนแต่เขาก็จ้องมันอยู่นาน มันทำให้หวนนึกถึงสัมผัสของมือ กลิ่นของลมหายใจ และริมฝีปาก ตรงจุดที่ถูกโจมตียังคงอุ่นร้อนอยู่เสมอ ดาต้าไม่ชอบใจเลยที่คิดถึงมัน
           เพื่อให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับเป้าหมาย ดาต้าจึงใช้รูปนายขุนพลเป็นพื้นหลังในจอโทรศัพท์แล้วตั้งให้มันเปิดตลอดเวลา ย้ำเตือนว่าเป้าหมายเขาเป็นใคร แต่เหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าคิดผิด เพราะมันทำให้เขารู้สึกถูกจ้องมอง ถูกล้วงความลับ จนต้องพลิกคว่ำหน้าจอไว้ ในขณะที่ผลการค้นหาของดาต้าปรากฏออกมา มันไม่ใช่ข้อมูลสำคัญเท่าไหร่ แต่เป็นเบาะแสได้ รูปนายคนที่เป็นเงา เขาอยู่กับนายขุนพลในตอนเด็กๆด้วย ประถมก็อยู่ จนกระทั่งมัธยมต้น ที่อกเสื้อของแต่ละคนมีชื่อย่อโรงเรียนปักอยู่ มันชัดเจนพอที่จะทำให้รู้ที่มา ดาต้ากระหยิ่มยิ้มย่องในที่สุด นี่คือเบาะแสที่เขาต้องการ ในเมื่อสืบวงในมันยากนัก ตีกรอบให้มันสักหน่อย ไล่ต้อนมันเข้าไปแบบนี้แหละ อยากจะรู้จริงๆว่าเพื่อนๆตอนมัธยมจะพูดถึงหมอนี่ยังไงบ้าง  ว่าแล้วก็เสิร์จเข้าทำเนียบโรงเรียนนั้น ไล่นับปีและเข้าไปดูรูปถ่ายรวม ดาต้าเจอภาพเก่าๆ ครูประจำชั้นอยู่ตรงกลาง นายขุนพลอยู่แถวบนสุดคนที่ห้านับจากทางขวา ในจำนวนสี่แถวไล่เรียงลงมา ดาต้าเจอบุคคลเป้าหมายในที่สุด เด็กชายหน้าใสซื่อที่ยิ้มอย่างเขินอาย ชื่อกำกับด้านล่างรูปบอกว่าในตำแหน่งนั้นคือคนที่ชื่อ นายอภิชาต กุมารบุตร
           “สวัสดี เพื่อนซี้ขุนพล” ดาต้าเปรยออกมาด้วยความดีใจ

             แต่ในขณะนั้นเอง เสียงเมสเสสน่ารักน่าชังเด้งเตือนขึ้นมากะทันหัน ดาต้าจึงกดดูโดยปกติ ด้วยความมือไวจึงไม่ทันสังเกตว่าคนที่ทักมาเป็นใคร จนกระทั่งเห็นชื่อนั่นแหละ...

           Mr.Commander
           “สวัสดีครับ คิดถึงผมอยู่รึเปล่า”



********************************************************************************************

Mr.SCROMAN : เรื่องนี้ชักจะซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆนะ ตกลงแล้วขุนพลกำลังคิดจะทำอะไร... ความหมายของความตั้งใจดีดี้ล่ะ...แล้วอะไรจะรอดาต้าอยู่ที่ปลายทางของข้อมูล
       #แต่ที่แน่ใจแล้วคือ ต่างฝ่ายต่างลืมกันและกันไม่ได้แน่ๆ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น