99 Click! พลิกรัก

ตอนที่ 2 : ทุกข้อมูลขั้นต้น ต้องมีการพิสูจน์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ก.ย. 60


คลิกที่ 2
ทุกข้อมูลขั้นต้น ต้องมีการพิสูจน์


           ดาต้าเป็นผู้ชายตัวสูง ดวงตาเปล่งปลั่ง ผิวขาวราวน้ำนมที่เรียบเนียนดั่งไข่มุก ริมฝีปากชมพูระเรื่อ นอกจากเรื่องที่มันทำให้เขามีเสน่ห์ในสังคมปัจจุบันแล้วนั้น โดยส่วนตัวเขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะความหน้าใสมันทำให้ข่มขู่ใครไม่ได้ เวลาทำหน้าจริงจังทีไรโดนหาว่าน่ารักทุกที
           ความมาดแมนของหนุ่มน้อยคนนี้ทำให้เขาเป็นเป้าหมายการกลั่นแกล้งมาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่พอจะทำได้หลังจากนั้นคือลับเหลี่ยมตัวเองให้แพรวพราวเข้าไว้ เขาฝึกมันเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการปกปิดความรู้สึก เล่นชั้นเชิงกับคำพูด รวมถึงสวมบทบาทการแสดง จนถึงจุดหนึ่งที่ไม่มีใครตามทัน พวกที่เคยแกล้งมักจะลงเอยด้วยการถูกพักการเรียน โดนเพ่งเล็งกล่าวหาและแอนตี้ในหมู่สังคมรอบข้าง แต่ดาต้ารู้ดีว่าการเล่นเกมนี้ ตัวเขาจะต้องซ่อนอยู่ในความมืด ไม่เช่นนั้นความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดจะเข้าโถมทับซ้ำเติมทันที ดังนั้นจึงมีน้อยคนมากๆที่จะรู้ว่าตัวเขานั้น เป็นคนยังไง
           แต่ดาต้าเองก็ไม่อาจรู้เช่นกันว่าคนที่เขาเข้าไปสืบค้นเป็นคนแบบไหน
           นั่นทำให้การตรวจสอบข้อมูลเริ่มขึ้น ข้อแรก...นายขุนพล มีประวัติเป็นถึงบุตรชายคนรองของมหาเศรษฐีธุรกิจส่งออกชิ้นส่วนเครื่องจักร แต่มีประวัติติดคุกเพราะค้ายา จริง หรือ ไม่
           ฟังหัวข้อปุ๊บ ขนทั่วร่างดาต้าพากันตั้งใจฟังตั้งแต่ตีนยันหัว(มึงมีขนตีนด้วยรือ)
           เรื่องยา เผือกยักษ์ไปบังเอิญเห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เก่าๆ ตอนแรกเป็นแค่รูปพิกเซอร์เม็ดเท่าชาม ทว่าเมื่อมีมูลมันก็ต้องมีตัวทำมูล ซึ่งดาต้าหาได้ไม่ยาก สรุปว่าในรูปเป็นไอ้หล่อจริงๆ แต่ข่าวล่ะ...จริงแค่ไหน ทั้งหมดทั้งมวลนั้นทำให้เจ้าเผือกยักษ์ตัวนี้ต้องหอบเอาตัวเองมาอยู่ ณ สถานที่ๆไม่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง แต่เขาสงสัยว่าคนรวยค้ายา มันจะมาทำห่าอะไรในร้านขายไอติมวะ ของหวานหลากสีแบบนี้ดูยังไงๆก็ไม่เห็นเข้ากับนิสัยมันสักนิด
           นายขุนพลหน้าคมเข้ม รูปหน้าแลกายาสมส่วนเพอร์เฟ็ก ราวกับได้ศิลปินเอกบรรจงปั้นแต่งแล้วรังสรรค์ชีวิต รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะโดยเทพยาดา ดาต้านั่งหน้าชาเพราะแพ้ความหล่ออยู่ในร้านเดียวกัน วันนี้เขาแปลงกายเป็นโอปป้า ไฮไลท์ผมสีช็อกโกแลต สวมแว่นดำใหญ่ ใส่แจ็คเก็ตหนังสีน้ำเงินเข้ม แสร้งทำเป็นกดโทรศัพท์มองพนักงานเสริฟซึ่งเป็นเป้าหมาย เขาไม่กดดัน ทำตัวสบายๆตามประสาคนมีประสบการณ์ ในหัวโอปป้าจำเป็นคนนี้ ไม่เชื่อว่าจะมีเหตุการณ์ใดที่รับมือไม่ได้
           "สวัสดีครับ" เป้าหมายโฉบมาใกล้มาก ดาต้าใช้โอกาสนี้พิจารณารูปร่างหน้าตาอีกครั้ง เพราะไม่ว่าจะมองเท่าไหร่ เขาก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าอะไรรังสรรค์คนอย่างนายขุนพล มันถึงได้ออกมาหล่อราวกับเหลามาอย่างนี้ "จะรับอะไรดีครับ" ดูสิ แม้แต่เสียงยังน่าฟัง
           "เสือก" ดาต้าสะดุ้งเบาๆกับคำพูดตัวเอง เขากำลังรู้สึกอิจฉาและขุ่นเคืองคนตรงหน้าจนลืมจุดประสงค์ โชคยังดีที่เขาใส่แว่นดำไว้  "หืม...อ้อ ขอโทษครับ เมื่อกี้ว่าอะไรนะ"
           แม้จะแก้ไขทัน แต่ขุนพลใหญ่เราไม่ได้โง่ รู้ว่าลูกค้าตัวเองไม่ใช่คนมีมารยาท ทว่าด้วยหน้าที่ในฐานะงานบริกรค้ำคอ เขาจึงต้องข่มอารมณ์ไว้ก่อน "ผมพูดว่า...พอใจจะรับเป็นอะไรดีครับ" ขุนพลรีรันคำถามด้วยรอยยิ้ม "รึอยากทำเองก็...หลังร้าน"
           เป็นสำนวนที่กวนประสาทเผือกยักษ์อย่างเห็นผล "ผมอยากให้คุณทำมาให้" ดาต้าบอก
           "ผมทำไม่เป็น" ขุนพลตอบทันควัน
           "ทำงานร้านไอศกรีมแต่ทำไม่เป็นงั้นหรอ" ดาต้าต้อน
           "ไม่เห็นจะเกี่ยว ทำไมต้องทำเป็นด้วย" ขุนพลให้เหตุผล
           "งั้นทำไมไม่ไปทำอย่างอื่น"
           "จะแดกมั๊ย"
           "--รึใช้ที่แบบนี้นัดส่งของ"
           เงียบกริบทันที ดาต้าจ้องตาขุนพลผ่านแว่นกันแดด ความอิ่มเอมจากชัยชนะอาบร่างกายจนอุ่น เป้าหมายเขาหน้าเสียในระดับหนึ่งแล้ว จังหวะนี้คือโอกาสในการรุก
           "คุณเป็นใคร" ไอ้หล่อพูดทำลายความเงียบขึ้นมา และคำถามนี้ดาต้าไม่ทันได้คิดไว้
           "...ไม่เห็นสำคัญ" เวลานี้พึ่งการแถ ขุนพลยังคงตีสีหน้าขบคิด หรี่ตามองลูกค้านิรนามด้วยความสงสัย ก่อนจะถอนหายใจออกมา จากนั้นดวงหน้าของเทพบุตรสุดหล่อก็กลับเข้าสู่สภาพเดิม
           "อยากรู้รึเปล่าล่ะ...ถ้าเป็นเรื่องนั้น" ขุนพลถาม
           ดาต้าเว้นช่องว่างให้อีกฝ่ายเป็นผู้เชื้อเชิญ เขาไม่มีหลักฐานในมือ ขู่เข็นก็ใช้ไปแล้ว หากอีกฝ่ายปฏิเสธ เขาจะหมดโอกาสทันที ทางที่ดีควรบลัฟอย่างมีสติ แสร้งทำทีถือไพ่เหนือกว่า ตัดความรู้สึกถูกคุกคามออกจากความกังวลของศัตรู แล้วแสดงตนเป็นผู้ร่วมอุดมการ
           "มาสิ" ปลาติดเบ็ดแล้ว "ตรงนี้ไม่เหมาะจะคุย"
           เผือกยักษ์แอบยิ้มให้ตัวเองน้อยๆ เขาปล่อยให้อีกฝ่ายนำไปก่อนพักใหญ่ การจี้ตามติดก่อเกิดแต่ความเครียด ไม่เป็นผลดี...อีกอย่าง ถึงแม้ดาต้าจะเป็นคนสูง แต่หากเดินตามหลังหมอนั่น...เทียบกันแล้ว กระหม่อมเขาก็คงแตะได้แค่ปลายจมูกเท่านั้น
           ร้านไอซ์ครีมไม่ใหญ่มาก การตบแต่งสีจัดจ้านสิ้นสุดลงที่ประตูครัว ถัดมาข้างในคืออีกหนึ่งโลก มันเต็มไปด้วยกลิ่นครีม นม ช็อกโกแลตและน้ำตาลปนๆกันไป นอกเหนือจากนั้นเป็นกลิ่นโลหะ น้ำแข็งและความเย็น ห้องแบบนี้โดยปกติคงไม่ได้ทำเพื่อให้มีอากาศถ่ายเท ดังนั้นจึงค่อนข้างมืด บรรยากาศไม่ต้อนรับแขก ยิ่งตอนนี้มีไฟติดแค่หนึ่งดวง จินตนาการของดาต้าจึงพาความคิดเขาไปสู่ที่ๆไม่ควรนึกถึง มันคือห้องเก็บศพ***(เรื่องนี้มีที่มา อนุญาตให้สงสัยกันก่อนได้)***
           "คุณ.." ดาต้าลองเอ่ยเสียงเบาๆ ก้องหูแปลกๆ เขาเลียริมฝีปากข่มอารมณ์หลายครั้ง  "เฮ้..."
           จู่ๆเสียงโลหะตกพื้นก็ปะทุขึ้น เสียงนั้นแหวกโสตประสาทดาต้าจนตื่นตัว หัวใจเริ่มเต้นเร็วจนรู้สึกร้อน กระนั้นขนกายก็มิอาจสงบ ตอนนี้มันชูค้างวูบวาบไปทั้งตัว เขากำลังประหวั่นกับเสียงมีดเมื่อครู่--ใช่ ต้องเป็นมีดแน่ๆ รึว่าหมอนั่นจะลวงมาฆ่า ดาต้าคิดอย่างพรั่นพรึง
           "ไอ้ขุนพล อยู่ไหนวะ" ดาต้าเริ่มตะโกน ในใจรู้สึกพลาดที่ไม่จับตามองมัน ใครจะไปรู้ว่าจะเล่นไม้นี้--รึจะหนีไปแล้ว
           ลมวูบไหวขยับผ่านกายดาต้าตอนที่เขาตัดสินใจเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปในส่วนตู้เก็บถ้วยชามและประตูหลัง ตรงนั้นมืดมาก เขาหันรีหันขวางคว้ามือเปะปะหมายจะจับร่างกายเป้าหมายให้ได้ แต่ขณะเดียวกัน สัมผัสเย็นยะเยือกก็ได้ข้อมือทั้งสองข้างไปพัธนาการ พาร่างเขาเอนไหวเสียหลักกระแทกกับประตู 
           "เหี้ย อะไรวะ" ดาต้าอุทาน สัญชาตญาณบอกว่าดิ้นให้หลุด แต่สติกำกับให้อยู่เฉยๆก่อน
           "อะไรกัน หยาบคายจังนะครับ" เสียงนี้ก็มีแค่ไอ้ขุนพลเท่านั้น ดาต้าคิดว่าโดนแกล้ง พยายามดันตัวออก แต่ทุกครั้งที่ขยับ มือเยียบเย็นจะเกร็งแน่นด้วยแรงมหาศาล  "อะไร....อยากรู้เรื่องนั้นไม่ใช่หรอ"
           "อยากรู้แล้วไงวะ มึงต้องมาล็อกกูแบบนี้หรอ ทุเรศ" ดาต้าด่า
           "ก็เผื่อคำตอบมันไม่ถูกใจคุณ ผมก็ต้องป้องกันไว้ก่อน" ในความมืดสลัว ดาต้าเห็นเพียงเงาร่างมนุษย์ขยับไหว กะระยะไม่ได้ แต่ลมหายใจกลิ่นใบมิ้นผสมลูกพลับแห้งนี้ชวนให้นึกถึงบางอย่างที่อยากกิน และมันเพิ่งผ่านจมูกไปที่หู  "ทำธุรกิจแบบนี้มันก็ต้องมีการตกลงกันทั้งสองฝ่าย หากใครคิดผิดสัญญาต้องโดนลงโทษ ที่ผมพาคุณมานี่ก็เพื่อคุยเรื่องข้อตกลงกัน"
           "แล้วมันต้องมาคุยกันแบบนี้มั๊ย กูก็คนป่ะ พูดรู้เรื่อง" ดาต้ารู้สึกยิบๆไปทั่วตัว เหมือนมีผีเสื้อระปีกไล้ไปตามขน เสียงที่ใช้ก็เบาตามคนตรงหน้าไปด้วย ดาต้าคิดว่าเป็นเพราะใกล้กันเกินไป
           "รู้เรื่องแต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย"  กลิ่นหอมผ่านมาอีกแล้ว คราวนี้มันตรึงอยู่ที่หน้า ประกายระยิบบ่งบอกว่าไอ้หล่อจ้องตาเขาอยู่ และดาต้ารู้สึกเหมือนตัวเองเปลือยเปล่า ไม่รับรู้อีกต่อไปว่าสายตาตัวเองมีสิ่งขวางกั้น  "สี่ปีแล้วที่ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ ผมยังไม่อยากมีปัญหานี่ครับ"
           "งั้นมันก็จริงสินะ" ดาต้าสรุป "นายเคยค้ายา"
           "ผมไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น"
           ในบรรดาคำพูดหยอกล้อแกมยั่วยวนทั้งหมดทั้งมวลที่นายขุนพลใช้ สร้างความเคยชินให้กับดาต้าโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเมื่อเขาเปลี่ยนน้ำเสียง ดาต้าจึงจับอารมณ์ได้ด้วย มันเต็มไปด้วยความอันตราย ขุ่นเคือง และถ้าดาต้าเดาไม่ผิด ความเจ็บปวด เหล่านี้รวมอยู่ในคำปฏิเสธที่เขาได้ยิน
           "แล้ว..." ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ดาต้าอธิบายไม่ได้ เขาเชื่อชายคนนี้ "ถ้าอย่างนั้น ทำไมนายถึงมีข่าวว่าโดนจับล่ะ"
           "อยากรู้หรอ?"
           "ไม่อยากจะถามทำไมวะ"
           "ไม่ฟรีนะ...ต้องมีของมาแลกเปลี่ยน" คำว่าของแลกเปลี่ยนช่างแหบพร่า ราวกับคนโรคจิตที่คิดแต่เรื่องอกุศล ดาต้าไม่ชอบให้คนอื่นมาใช้เสียงแบบนี้กับเขา แต่ด้วยความอยากรู้ แค่นี้ยังพอทนได้
           "อะไรล่ะ" ดาต้าใช้กลยุทธมอบอำนาจให้ฝ่ายตรงข้าม หวังว่าความโอนอ่อนของตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายเผยธาตุแท้ออกมา  "เรื่องเงินกูไม่มีให้นะเว้ย"
           "หรอครับ น่าเสียดายจัง" ขุนพลล้อเลียน "ถ้างั้นเอาเป็นตัวคุณได้มั๊ยครับ--ดาต้า"
           สัญญาณลั่นหวีดทันทีที่สัมผัสอุ่นวาบประทับลงบนคอ กล้ามเนื้อรีดเค้นพลังโดยอัตโนมัติ ดันผลักไอ้หล่อจนเสียศูนย์ ดาต้ากระชากตัวเองหลบหนีออกมายืนจังก้าตั้งท่าอยู่กลางแสงไฟด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นเร็วถี่จนน่ากลัว ตาเบิกกว้างจดจ้องอยู่กับเงาดำที่ค่อยๆเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่ต้องแสงไฟนั้นยิ้มอย่างรู้ทัน--เดี๋ยว รู้ทันอะไร--ตอนนี้ในสมองดาต้าตีกันยุ่ง  ความคิดอ่านทุกอย่างพังเละ เขาจับต้นชนปลายอะไรไม่ไดเลย แต่มือตัวเองกลับเลื่อนไปเตะตรงจุดที่รับรู้สัมผัส มันยังรู้สึกสดใหม่อย่างเหลือเชื่อ...
           "นาย..." ดาต้าไม่สามารถเรียบเรียงประโยคได้แล้ว
           "พรุ่งนี้ผมจะไปรอรับคำตอบนะครับ"
           ดาต้าอ้าปากพะงาบๆได้สองสามทีก็ยอมแพ้ รีบพาตัวเองมุดหนีออกมาจากห้องครัว ผ่านความจอแจของร้านดังออกมาด้านนอก เขาพาตัวเองเข้ามาอยู่ในรถแล้วปิดปึง โขกหัวกับพวงมาลัยเพื่อเขย่าความคิดให้เรียบเรียงใหม่ เหตุการณ์เมื่อครู่สับสนเกินไป เขาใช้เวลาพักใหญ่ผ่อนลมหายใจปรับจูนเรื่องราว เริ่มจากตรงไหนล่ะ--เอาเป็นสรุปเลยแล้วกัน การมาครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวซะทีเดียว อย่างน้อยก็รู้ว่านายขุนพลไม่ได้ค้ายา งั้นข่าวนั้นคืออะไร? ไหนจะพวกบทสนทนาที่ดูยังไงก็ไม่มีทางหนีพ้นเรื่องผิดกฏหมาย แถมยังมาบอกว่าอยากได้ตัว มันอะไร--
           เอ๊ะ! ....ดาต้าเพิ่งรู้สึกว่าผู้ที่เป็นเป้าหมาย พูดชื่อของตัวเองขึ้นมา
           ดาต้ารู้สึกโกรธ รู้สึกพ่ายแพ้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงขุนพลก็รู้อยู่แต่แรกแล้ว...นั่นก็หมายความว่าเรื่องราวทั้งหมดที่บอกดาต้าแต่ละอย่างมันเชื่อถือไม่ได้ใช่มั๊ย ไอ้หล่ออาจจะโกหกเขาก็ได้ รวมถึงเรื่องข้อแลกเปลี่ยน และ...จูบ  สัมผัสที่ต้นคอ ดาต้าใช้นิ้วแตะมันอีกครั้ง แม้จะไม่แน่ใจนักแต่เขาเชื่อว่าที่ประทับลงมาคือริมฝีปากแน่ๆ ปกติโดนแบบนี้เขาจะรู้สึกขยะแขยง เพราะดาต้าจะเกลียดมากกับพวกที่ชอบมาทำตัวหื่นห่ามใส่ แล้วนี่อะไร....

           ไอ้ความโหยหิวแบบนี้คืออะไร? 

           
************************   Special Part from Khunpon   ************************

           ขุนพลยังคงขำขันกับฉากที่เพิ่งแสดง มือแตะปากโดยไม่รู้ตัว กลิ่นเลมอนอ่อนๆติดค้างอยู่บนนั้น นึกหน้าของดาต้าขึ้นมาแล้วหัวเราะอย่างร่าเริงอีกครั้ง เขาเคยเจอดาต้ามาก่อนแล้ว ทั้งในจอและนอกจอ ที่ยังไม่รู้ก็คือนิสัย ไอ้ที่ทักมาอ่อยเขาก็รู้อยู่ว่าพลาด ใครๆเขาก็พูดกันว่าคนๆนี้เป็นเจ้าพ่อข้อมูลที่พร้อมจะแบล็กเมล์ได้ทุกที่ทุกเวลา แรกเริ่มที่ได้ยินจากปากเพื่อน ขุนพลค่อนข้างจะอคติ ถึงขนาดลั่นวาจาว่าจะดัดนิสัยให้หายซ่า แต่พอเจอตัวจริงแล้ว... ในหัวเขายังนึกแปลกใจกับฉายาที่ไม่สมกับท่าทางเลยสักนิด อาการเหรอหราไร้เดียงสาแบบนั้นดูยังไงก็น่าโดนแกล้งเสียจริงๆ ไม่รู้ว่าไอ้พวกที่โดนดาต้าเล่นงานมันโง่หรือยอม แต่ละครฉากนี้ท่าจะยาว และเขาได้เตรียมบทไว้ในหัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
           "ไอ้ขุน...ทำอะไรอยู่ไม่ไปรับออร์เดอร์" เสียงน้าบุหลันลอยแทรกผ่านร่องประตูเข้ามาในครัว
           "คร้าบบบ ผมไปแล้ว"
           คนขี้แกล้งเจ้าแผนการหัวเราะพลางส่ายหัวอีกครั้ง ก่อนจะไถลลงจากโต๊ะไปไล่เปิดไฟในครัวให้หมด เขาเช็ดมือไม้ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วโจนทะยานออกไปรับหน้าแขกต่อ พาร์ทไทม์ครั้งนี้จะจบลงที่สี่โมงเย็น นั่นเป็นเวลาที่ผมกับน้าตกลงกันไว้ ระหว่างนี้ก็ขอใช้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้คุ้มค่ากับที่มีมันหน่อยแล้วกัน ถือเป็นเซอร์วิสชาวโลก



********************************************************************************************
Mr.SCROMAN : เล่นอะไรกันคร้าบ ทั้งคู่เลย ดาต้าที่ว่าแน่ มาเจอขุนพลทีถึงกับแย่ ตั้งตัวไม่ติดกันเลยทีเดียว แล้วคำตอบที่ดาต้าจะให้ล่ะ ข้อมูลสำคัญนะเว้ยดาต้า....ยอม...ไม่ยอม....ยอม....ไม่--

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น