99 Click! พลิกรัก

ตอนที่ 10 : บ้านผีสิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ก.ย. 60


คลิกที่ 10
บ้านผีสิง


          ...นี่นายทำอะไรอยู่  ดาต้า...

          “ตื่นแล้วหรอครับ...ตั้งแต่เมื่อไหร่” ขุนพลหยีตาขึ้นมามองแล้วหลับไปอีกรอบ
          ดาต้านอนมองคนข้างๆ มือลูบคลำบนร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเอง สัมผัสร่องรอยสีชมพูอ่อนจาง มันไม่ได้เจ็บ มันทิ้งความรู้สึกอย่างอื่นไว้ รู้สึกดี เขาเอื้อมมือไปจัดปอยผมของขุนพล มันปรกลงมาที่ตาเพราะนอนคว่ำ อีกฝ่ายรู้สึกตัวแล้ว คว้ามือไปจับไว้ รู้สึกดีเหลือเกิน แต่กระนั้นดาต้าก็ยังหาข้ออ้างดีๆให้กับการกระทำตัวเองไม่ได้ และต่อจากนี้ไปมันจะเป็นยังไง เราต้องอยู่ในฐานะอะไรล่ะ 
          “พี่ขุนพลครับ” 
          “หืม?”
          “สายแล้วนะ”
          “ดาต้าไปอาบน้ำก่อนสิ พี่ขอนอนต่อแป๊บ” นายขุนพลยังคงไม่ลืมตา “...หืม อะไรนะ ให้พี่อาบด้วยหรอ?”
          “ยังไม่ได้พูดเลย” ดาต้าตีหัวขุนพลเบาๆ เขาหัวเราะร่า “งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะ”
          “ดาต้า” ขุนพลดึงแขนเขาไว้ในตอนที่กำลังจะลุก ลักษณะเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง
          “เดี๋ยวค่อยคุยกันดีกว่าครับ วันนี้ต้องแวะหลายที่หน่อย เดี๋ยวไม่ทัน” ดาต้ายังอยากจะคุยกับตัวเองก่อน จึงตัดบทแล้วพาร่างเปลือยกายเข้าห้องน้ำไป

          ปัญหาเกิด เมื่อดาต้าหาเสื้อขนาดพอดีตัวนายขุนพลไม่ได้ สุดท้ายเหลือทางเลือกเดียว แต่เขาไม่รู้ว่าขุนพลจะคิดยังไง
          “พี่เอาเสื้อตัวนี้ไปใส่ก่อนได้มั๊ย” 
          ปฏิกิริยาที่ปรากฏ คือขุนพลมองเสื้อยืดแขนยาวสีเทาด้วยสีหน้าว่างเปล่าไร้อารมณ์ “ของไอ้โฮม” เขาเหลือบตามองดาต้า
          “อืม แล้วค่อยไปซื้อข้างนอกอีกที” ดาต้าเสนอ “หรือพี่จะกลับห้องพี่ก่อนล่ะ”
          “ใส่ก็ได้” ขุนพลรับไปใส่อย่างไม่เต็มใจ รูปร่างและส่วนสูงเขาพอๆกับพี่โฮม ดาต้าไม่เคยเห็นพี่โฮมใส่ ไม่รู้ว่าจะดูดีเหมือนคนตรงหน้านี้รึเปล่า
          “พี่ไม่มีกิจกรรมทำกับเขาบ้างรึไงนะ ไอ้ประกวดดาวเดือนของพี่น่ะ” ดาต้าสงสัยหลายครั้งแล้ว แปลกใจกับวงจรชีวิตคนๆนี้จริงๆ เขาเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะเคยผ่านชีวิตมหาลัยมาแล้วจึงไม่ตั้งใจเรียน นับไปนับมา ถ้าไม่ต้องลาออก ป่านนี้ก็คงอยู่ปีสูงๆ คิดว่าน่าจะเป็นปีห้า 
          “พี่ไม่สนใจเท่าไหร่หรอก”
          “เดี๋ยวก็โดนเขาด่าเอาหรอก ทำตัวไม่สมเป็นผู้ใหญ่เลยนะ”
          “ก็พี่อยู่ปีหนึ่ง จะเป็นผู้ใหญ่ได้ยังไง” นายขุนพลยังคงเป็นจอมไถลเหมือนเดิม
          “หยิบโน๊คบุ๊คให้ผมด้วย เผื่องานเข้า” ดาต้าชี้ไปที่โต๊ะ และหันมาเซตผมให้ตัวเองต่อ จัดเสื้อแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีขาวลายพาดแดง คลุมทับด้วยแจ็กเก็ตสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ฟอกสีรัดรูปกับรองเท้าผ้าใบสีขาว ในขณะที่นายขุนพลมีเพียงเสื้อยืดแขนยาวสีเทา กางเกงยีนส์ขากระบอกและรองเท้ากีฬาสีดำ สะบัดผมให้ดูยุ่งๆ เท่านั้น แต่หล่อทำลายล้างมาก เกิดมาหน้าตาดีมันสะดวกแบบนี้นี่เอง ไม่ต้องพยายามอะไรมาก ดาต้าเตรียมตัวเสร็จ ออกจากห้องแล้วคล้องกุญแจตัวใหญ่ พลันนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องที่ต้องคลายความสงสัย “เออ...จริงสิ พี่ไปได้กุญแจห้องผมมาจากไหน?” 
          “ห๊ะ...เอ่อ ก็ วันที่พี่จูบเราหน้าตึกเรียนรวมนั่นไง” ขุนพลตอบ ดาต้าคิดตามแล้วขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
          “อ๋อ นี่พี่หลอกจูบผมเพื่อฉกกุญแจห้องเนี่ยนะ เหี้ยว่ะ”
          เขาโดนจู่โจม ขุนพลจูบเขาโดยไม่ทันตั้งตัวอีกแล้ว “พูดไม่เพราะเลย”
          ดาต้าทุบใส่แขนไปที “แล้วมันจริงมั๊ยเล่า ชอบฉวยโอกาส...”
          “ยอมรับก็ได้ แต่พี่รู้สึกดีนะ ที่วันนั้นตัดสินใจจูบไปน่ะ” ขุนพลยิ้มร่าอย่างใจเย็น “แต่เรื่องที่ทำต่อหน้าคนอื่น พี่ไม่ได้ตั้งใจนะ”
          “เออ รู้แล้ว...” ไม่ได้ตั้งใจทำต่อหน้าคนอื่น ใช่ เมื่อก่อนดาต้าโกรธที่ถูกทำแบบนั้น แต่จากนี้ไป เรื่องการกระทำต่อหน้าคนอื่น คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรแล้วมั้ง
          นายขุนพลทำตามสัญญา เขาเบียดตัวเข้าไปที่นั่งคนขับทันทีที่ดาต้าปลดล็อกประตูรถ  คาดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันมายิ้มทะเล้นให้ ดาต้าเห็นแล้วนึกถึงหมาน่ารัก ที่ชอบวิ่งนำหน้าเจ้าของเพื่อเอาใจ นึกแล้วก็ขำอยู่คนเดียว 
          ดาต้าให้นายขุนพลขับไปห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของฝากและชุดสำหรับเปลี่ยน เพราะดูเหมือนเสื้อพี่สิบโทจะสร้างความไม่พอใจให้ขุนพลตลอดเวลา ตอนอยู่ในรถ เขาไม่ค่อยพูด ดาต้าพยายามอย่างยิ่งในการสนใจติดตามสายสืบตัวเองผ่านโทรศัพท์ ไม่มีข่าว ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น แหงแซะ ก็เป้าหมายมันอยู่ตรงนี้ เขาคิดว่าเรื่องสืบหาความเคลื่อนไหวคงไม่ต้องแล้ว ไม่มีเรื่องไหนสำคัญเท่านิสัยใจคอ ไม่มีเรื่องไหนสำคัญเท่ากับ ใจ ของคนๆนี้อีกแล้ว 
          ในเมื่อต้องการเขามากขนาดนี้ ทำไมไม่คว้าไว้ซะเลยเล่า
          “ถ้าจะตั้งใจหาที่จอดขนาดนี้ พุ่งเข้าไปในห้างเลยมั๊ยหืม” ดาต้าประชด หลังจากที่ขุนพลไม่พอใจที่จอดที่ชั้นหนึ่ง บอกอยู่นั่นว่าอยากได้ที่ใกล้ๆประตู “จอดมันใกล้ๆเนี่ยแหละ”
          “หงุดหงิดแบบนี้ตลอดเวลาป่ะเนี่ย” ขุนพลเอ่ยถาม
          ดาต้าชะงักและเริ่มสำรวจตัวเอง เขาจำได้ว่าดีดี้เคยพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน เธอบอกว่ามันไม่ดีเอาเสียเลย และเขาควรจะทำใจให้สบาย อะไรปล่อยได้ก็ควรจะปล่อยไปเสียมั่ง “ผมขอโทษ” ดาต้าพูด 
          “ความจริงแล้วพี่แค่อยากเห็นดาต้ายิ้มบ้าง เวลาไม่อยู่กับเพื่อน เราไม่ยิ้มเลย รู้รึเปล่า”
          “พอจะรู้อยู่”
          ขุนพลจอดรถ นั่งมองดาต้า สองคนสบตากัน ความในใจยังไม่อาจเผย เพราะต่างฝ่ายต่างยังไม่รู้จักกันดีพอ เรื่องที่เกิดขึ้นมาคือความลุ่มหลงอย่างนั้นหรือ การขาดความยับยั้งชั่งใจไม่เพียงจะทำให้รู้สึกแย่แล้ว ยังทำให้เขามีมลทินติดอยู่ในความคิด แต่เมื่อพลาดไปแล้ว สิ่งที่จะทำต่อไป...คือดูแลหัวใจตัวเอง  ดาต้ากำลังคิดว่า เขาจะรักคนข้างๆนี้ได้รึเปล่า หากรักกันแล้ว วันหนึ่งขุนพลจะทิ้งไปเพราะเรื่องในอดีตที่เกี่ยวข้องกับพี่ขวัญหรือไม่ 
          แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องของอนาคต
          ดาต้าเดินนำ แหวกผู้คนเข้าร้านเสื้อผ้าร้านประจำ สิ่งแรกที่เขาทำคือมองหาป้ายลดราคาสีแดงๆ พอเห็นเข้าก็ลืมสิ้นทุกสิ่งอย่าง วิ่งวุ่นเลือกลองอย่างไม่เกรงใจ สีหน้าตอนนี้เป็นอย่างไรเจ้าตัวไม่รู้ แต่ตอนหันไปหาขุนพล เขารู้สึกได้ว่ามุมปากตกลง
          “ขำอะไรวะ--อุ่บส์” ดาต้าพูด และสะดุ้งทันที รู้สึกพลาดกับคำหยาบของตัวเอง ผู้สำเร็จโทษกดริมฝีปากเขาเร็วมาก ไม่ทันได้ขยับร่างกายแม้สักส่วน 
          “พูดเพราะๆสิครับ”
          “ถามจริงเหอะ นายชอบฉันใช่มั๊ย” ดาต้าถามตรงๆ พยายามอย่างยิ่งไม่ให้สนใจสายตาคนรอบข้าง
          “ใช่ครับ พี่ชอบดาต้า” ขุนพลตอบรวดเร็ว “แล้วดาต้าชอบพี่บ้างรึเปล่า”
          ดาต้าด่าในใจ ยอมให้ขนาดเมื่อคืนแล้วยังจะทะลึ่งถามอีก เรื่องอะไรเขาจะตอบ “เลือกสิ ชุดน่ะ นี่มาหาชุดให้พี่อยู่นะ เร็วๆเข้า” เขาพูดรัวเร็วใส่แล้วเดินหนีมาที่โซนกางเกง เลือกหยิบคลี่ดู ยัดกลับเข้าชั้น ทำอย่างนี้ซ้ำๆ ในขณะที่หัวสมองไหม้เกรียมจากการรีบประทับคำว่า ชอบ ลงไปในความทรงจำถาวร
          “สอบถามได้นะครับ ให้พี่ช่วยแนะนำให้มั๊ย” พนักงานหนุ่มหน้าใสเดินมาช่วยดาต้าจัดกางเกงใหม่ เพราะดาต้าทำมันเละ ตอนไหนก็ไม่รู้
          “ขอโทษนะครับ เละหมดเลย” เขายิ้มแห้งให้พนักงานทีหนึ่ง แต่ดูเหมือนหนุ่มน้อยจะมาช่วยค้นเสื้อผ้าเพิ่มหนักกว่าเก่า อึดใจก็ยื่นกางเกงยีนส์สีสวยมาทางดาต้า เหมือนกำลังคะเนวัดสัดส่วนและเทียบสี
          “ตัวนี้เหมาะกับคุณดีนะครับ น่าจะสดใสดี—นี่ไง” เขาเขยิบมาใกล้ดาต้า ค้อมหลังเล็กน้อย ทาบกางเกงกับเอว ศีรษะนายคนนี้หอมกลิ่นสบู่ เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน พนักงานร้านนี้มีแต่พวกหน้าตาดีทั้งหญิงทั้งชายเป็นเรื่องปกติ “จะลองมั๊ยครับ ชุดนี้ลดราคาอยู่พอดี ผมซื้อไปสองตัวแล้ว”
          “พนักงานได้ส่วนลดพิเศษนี่ครับ ผมไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น” 
          “ใช้ส่วนลดของผมก็ได้ จ่ายในชื่อผม”
          แวบแรก ดาต้าตาวาวเท่าไข่ห่าน แต่แล้วกลับแปลกใจ เหตุไฉนพนักงานถึงใจดีเยี่ยงนี้เล่า กรี๊ดดด! และด้วยความเห็นคุณค่าในเม็ดเงินของดาต้า เขาตกลงทันที หลังจากนั้นคือหาสินค้าเพิ่ม นายขุนพลหายตัวไปสักพัก กว่าจะกลับมา เจ้าตัวยุ่งผิวเผือกก็ได้ทั้งเสื้อทั้งกางเกงเต็มตะกร้าแล้ว 
          “อะไรเนี่ย เอาไปขายหรอ” ขุนพลตาโต มองด้วยความตื่นตะลึง
          “ขายอะไร? แค่นี้เอง” 
          “แค่นี้???? นับดูสิกี่ตัว ใส่รายวันยังไม่หมดเลยมั้งน่ะ” 
          “เออน่ะ ไหนๆได้ส่วนลด ใช้ให้คุ้มหน่อย”
          “แต่ตัวนั้นมันไม่ลด” ขุนพลชี้ไปที่เสื้อแจ็กเก็ตสุดเท่ราคาหลายพัน 
          “ใช้ส่วนลดพนักงานไง พี่บอลจะช่วย” ดาต้าบอก
          “บอล? บอลไหน” หน้าที่นิ่งๆตอนนี้เริ่มมีเมฆฝนตั้งเค้า คิ้วลอยมาชนกันแล้ว ดาต้าเริ่มรู้สึกในที่สุดว่า มีอะไรแปลกๆ 
          “นี่ไง พี่บอล เขาเป็นพนักงานที่นี่ มีส่วนลด”
          ขุนพลถลึงตาให้ดาต้า ถลึงตาให้พี่บอลที่กำลังยืนงง แย่งตะกร้าผ้าไปถือ โอบไหล่ดาต้าไว้แน่น แล้วพูด “ขอโทษ แต่แค่เสื้อผ้าแฟน พี่มีปัญญาจ่าย”
          “พี่ขุนพล” เขาลากดาต้าออกจากใบหน้าอันสับสนปนขุ่นเคืองของพนักงานหนุ่มหล่อ ผู้ซึ่งดาต้าอุตส่าห์จีบตั้งนาน กะจะให้เป็นสะพานสู่ของเซลล์ในอนาคตสักหน่อย “ทำอะไรของพี่เนี่ย แล้วเมื่อกี้พูดอะไรออกไป รู้ตัวรึเปล่า”
          “รู้สิ พี่มีสติ”
          “สติแบบไหนถึงไปบอกว่าเราเป็นแฟนกัน”
          “แล้วไม่ใช่หรอ” ขุนพลหยุดเดินและหันกลับมากะทันหัน ดาต้าจึงชนเข้าที่อกเต็มแรง
          “ไปบอกตอนไหนว่าเป็นแฟน ผมยังไม่รู้จักพี่เลย ถามอะไรก็ไม่เห็นจะตอบ”
          “เราก็สืบเรื่องพี่อยู่แล้วนี่ พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรไม่ใช่หรอ” ดาต้าชะงัก นายขุนพลรู้?... 
          “พี่รู้หรอ” 
          “พี่ไม่ได้โง่นะดาต้า” ขุนพลทำหน้าดุ และดาต้าต้องหลบตา เขารู้สึกผิดอยู่ลึกๆ “ใครใช้ให้มาสืบพี่”
          ดาต้าเงยหน้ามองขุนพลอีกครั้ง น่าแปลกใจอย่างยิ่ง “ทำไมถึงคิดว่ามีคนอื่นจะแอบสืบประวัติพี่ล่ะ พี่ไปได้ยินอะไรมา”
          “ก็—“   ขุนพลดูหลุกหลิกชอบกล   “เอาเถอะ ใครจะมาสืบพี่ก็ไม่กลัวหรอก อยากทำอะไรก็ทำ เราน่ะมานี่”
          “ไปไหนอีกล่ะ”
          “ลองเสื้อไง”
          “เฮ้ย! พี่มาซื้อใส่เอง ก็ไปลองเองดิ” ดาต้าโวยวาย แต่ก็ยังโดนลากไปห้องลองเสื้อจนได้
          พนักงานหญิงยิ้มรับและผายมืออกทางด้านซ้าย มีทางเดินยาวและม่านสีดำแบ่งเป็นห้องขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านในมีกระจกสูงไว้ดูสภาพอันอุบาทของตัวเอง ดาต้าถูกดันเข้ามาแล้วม่านก็ถูกปิด เขาเห็นว่านายจอมเผด็จการมีชุดมาลองด้วย  ขุนพลพาดชุดใหม่ไว้บนไหล่ดาต้า ถอดชุดตัวเองออก แล้วหันมาถลกเสื้อดาต้าด้วยอีกคน
          “เดี๋ยวๆ ทำอะไรครับ” คงไม่ใช่ตรงนี้หรอกใช่มั๊ย
          “ลองเสื้อไง”
          ถึงแม้ดาต้าจะเคยเห็นเรือนร่างสง่างามของขุนพลมาก่อน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความรู้สึกเขินอาย กล้ามเนื้อเด่นชัดนั้นขยับไหว บีบเข้าคลายออก ช่างชวนมองยิ่งนัก ดูนานๆเข้าจะเผลอตัวเผลอใจ ขุนพลคงไม่รู้แน่ว่าดาต้าใช้ความพยายามแค่ไหนที่จะไม่เอื้อมมือไปแตะต้อง 
          “นี่งายยย”  ขุนพลสวมเสื้อให้ดาต้าก่อน เสื้อยืดสีขาวมีลายรูปลูกกุญแจสีเหลืองอยู่ที่หน้าอก จากนั้นจึงสวมของตัวเองบ้าง ของเขารูปหัวใจสีแดงแจ๊ด(มีเลือดด้วย) ตรงกลางหัวใจมีรูไว้สำหรับให้กุญแจไข ดาต้าฉีกยิ้มกว้าง และขำออกมาเบาๆ เพราะเสื้อที่ขุนพลใส่ให้เขามันใหญ่กว่าตัวนิดหน่อย ทำให้รู้สึกว่าคอตัวเองโล่งๆยังไงรู้  “เป็นไงบ้าง” เขาถาม
          “ดูเฉิ่มมากเลย ทำไมไม่เลือกให้พอดีตัวผมหน่อยล่ะ”
          “เลือกแล้ว มันมีแต่แบบนี้” ขุนพลจับไหล่หันเข้าหากระจก น่ารักน่าชัง ดาต้าเงยหน้ามองขุนพลที่กำลังอมยิ้มมองกระจก เขาดูอารมณ์ดีมาก ดาต้าอุ่นใจ ยิ้มออกมา แล้วหุบลงอีกครั้ง คราวนี้ต้องขมวดคิ้วเบาๆด้วยความสงสัย การกระทำนี้มันไม่ต่างกับคนที่ออกปากว่ารักกันแล้วนะ จะอย่างไรก็ตาม ตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถเรียกสิ่งนี้ว่ารักได้เหมือนกัน ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปก่อนแล้วกันนะ  ดาต้าคิดว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
          “ผมขอลองเสื้อตัวอื่นบ้างนะ” เขาบอกนายขุนพลแล้วหยิบแจ็กเก็ตหลากสีขึ้นมาลอง เทียบเสร็จแล้วโยนทิ้ง แล้วก็หยิบมาเทียบกับอีกตัว ขมวดคิ้วมองสลับกันไปมา ขุนพลเห็นแล้วคงรำคาญเลยตัดสินใจให้ หยิบแจ็คเก็ตมาดู หันมองดาต้าแล้วกลับไปมองกลุ่มเสื้ออีกครั้ง สุดท้ายเขาให้น้ำหนักไปที่ตัวสีน้ำเงินเข้มออกดำมีฮู้ด ด้านในของฮู้ดเป็นสีขาว เสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าที่อกซ้ายและชายล่างไว้สอดมือ มีกระดุมเม็ดใหญ่ติดประดับแวววาวอย่างมีจังหวะ เขาให้ดาต้าสวม จากนั้นก็เลือกเอากางเกงยีนส์ทรงเข้ารูปทาบไปที่เอว ให้ดาต้าจับไว้ ตัวเขาถอยออกไปเพ่งพินิจพิจารณาแล้วพยักหน้าพอใจ 
          “โอเคแล้ว น่ารักมาก” ขุนพลยืนยัน และเป็นดังนั้นในสายตาของดาต้า ไม่เสียทีที่เรียนออกแบบ รสนิยมดีมาก “ที่เหลือก็ทำแบบนี้...” เขาจัดทรงผมให้ใหม่ และมันเท่เวอร์
          “เก่งจัง ชุดอื่นล่ะ”
          “เอาแค่นี้พอ จะซื้ออะไรมาก ที่ห้องก็เต็มตู้แล้วนะ” ขุนพลดุอีกแล้ว
          “แต่...”
          “อาทิตย์หน้าก็มีโปรฯ ไว้วันหลังก่อน เอาแค่นี้...รีบไม่ใช่หรอ”
          ดาต้าไม่เถียง ปกติเป็นคนมีเหตุผล รู้ว่าอะไรจำเป็น อะไรแค่ความอยาก พอเจอป้ายแดงๆนั่นหน่อยถึงกับสติแตก เขามองชุดสวยๆที่เหลือด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ แล้วตามแรงดึงของขุนพลออกไป แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าลืมเสื้อพี่โฮมไว้จึงกลับไปค้น เจอมันเป็นก้อน ขยุ้มอยู่กับเสื้อที่ไม่ได้ลองใส่ ดาต้าแยกออกมา โกยเสื้อใส่ตะกร้า เอาไปคืนให้พนักงานอย่างคนมีจิตสำนึก
          เมื่อถึงหน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ พนักงานสาวทักทายขุนพล สายตาหยาดเยิ้ม ผู้เป็นลูกค้าก็ยิ้มย่อง เท้าศอกทักทายกลับไม่แพ้กัน ดาต้าเห็นแล้วกรอกตา รู้สึกเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตขึ้นสมอง ทว่าเขารู้ว่าการตอบสนองมันไม่ใช่เรื่องที่อยากทำจึงเก็บอาการสุดฤทธิ์ ขุนพลหันมาสำรวจผู้ที่อยู่ข้างหลังอย่างสงสัย ก่อนจะดึงดาต้าเข้าไปชิดเคาน์เตอร์ ตัวเขานั้นยืนประกบอยู่ข้างหลัง ดาต้าคิดถึงแม่แพนกวินหรือไม่ก็จิงโจ้ที่ชอบกกลูกไว้ที่ท้อง สาวแคชเชียร์เห็นแค่นี้ก็ตาโตแล้ว หล่อนคงจะช็อก
          ขุนพลโยนแจ็กเก็ตและกางเกงยีนส์ให้เธอคิดเงิน เสียงตี๊ดๆดังหลอนประสาทดาต้ามาก หนึ่งตี๊ดเท่ากับหนึ่งใบสีเทา “มีรายการแค่นี้นะคะ” เธอถาม 
          “อ้อ...ยังครับ มีอีกสองตัว” คนพูดจับชายเสื้อดาต้าไว้แล้วถกขึ้นพรวด เขากระตุกกลับลงมาแทบไม่ทัน 
          “ทำอะไรวะ ไอ้บ้า!!?” ดาต้าตกใจมาก ป้าลูกค้าที่ยืนข้างๆย่นหน้าที่ย่นอยู่แล้วมองเขาอย่างรังเกียจ
          “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูทำให้” พนักงานหญิงคนนี้หยิบเครื่องยิงบาร์โค๊ดมาที่เสื้อขุนพลและดาต้า หน้าเธอแดงเป็นปื้นเลย แต่คนที่เขินมันควรจะเป็นเขาไม่ใช่หรอ
          “รู้ตัวมั๊ยว่าทำอะไรผิด” ขุนพลพูด
          “คำถามนี้ผมควรจะถามมั๊ย ทำแบบนั้นเดี๋ยวตำรวจเขาได้มาก็จั—“ 
          ...จูบต่อหน้าสาธารณะชนอีกครั้ง... 
          ดาต้าคิดว่าตัวเองเหมือนกิ้งก่าตกใจเข้าไปทุกที เจอแบบนี้ทีไรเป็นตัวเกร็งตลอด หลังจากขุนพลถอนจูบไปแล้ว ดาต้าอยู่ในอาการเหมือนคนเมายา หน้าแดงร้อน บนลุกซู่บริเวณท้ายทอย ไม่กล้าสบสายตาผู้คนที่อยู่รอบๆสักคน 
          “สี่พันเจ็ดร้อย-ห้าสิบ-ค่ะ...คุณลูกค้า” แคชเชียร์ฉีกยิ้มกว้างพูดเสียงเหน่อ ดาต้าเห็นคนอื่นๆแอบยิ้มมุมปากเหมือนกัน แต่คุณพระช่วยเถอะ...สี่พันเนี่ยนะ คราวนี้ลมออกหูเลย แอบเกรงใจคนที่จ่ายเงินนิดๆนะเนี่ย 
          “ต้องซื้ออะไรเพิ่มอีกมั๊ยดาต้า”  ขุนพลรับของมาถือ รับตังค์ทอน 
          “มีแหละ รีบไปเหอะ” 
          ดาต้าติดเกียร์หมา ลากนายขุนพลออกจากร้านโดยพลัน


*********************[ พาร์ทของขุนพล ]*********************

          ...ความสุข....
          สิ่งที่เรียกว่าความสุขมันช่างสับสน มันมอบให้ทั้งความกล้า และความกลัวในเวลาเดียวกัน ขุนพลรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ ยังขาดอะไรไปสักอย่าง เขายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร
          “ซื้ออะไรเนี่ย ดาต้า” เขาถามเด็กเผือกที่เดินด้อมๆมองตามร้านเครื่องดนตรี
          “จะมาหาซื้อกีตาร์”
          “ซื้อไปให้ใคร”
          “น้องชาย” ดาต้าครุ่นคิด “—รึจะเป็นอคูเรเร่ไปก่อนดีนะ” เขากางนิ้ว ทำท่ากำคอกีตาร์แล้วนึก “นิ้วมันยาวถึงรึเปล่าวะ”
          “น้องชายอายุเท่าไหร่”
          “เจ็ดขวบ”
          “น่ารักมั๊ย” ดาต้าหันกลับมามองแวบหนึ่ง ไม่รู้รำคาญรึเปล่า
          “เดี๋ยวก็เห็นแหละ ไปช่วยผมเลือกหน่อยดิ งูๆปลาๆเข้าไปอายเขาแย่เลย”
          “พี่ก็งูๆปลาๆ รู้อะไรมากที่ไหน”
          “ตอแหล” กล้าบอกว่าตัวเองไม่เป็น แล้วไอ้ที่เคยมีวงเป็นของตัวเองนี่...ไม่เป็นเลยสินะ แต่ดาต้าไม่ได้พูดออกมาทั้งหมดหรอก แค่คำที่พึมพำเมื่อกี้มันดังพอจะถึงหูนายขุนพลได้ และเขาจะไม่ยอมรับการลงทัณฑ์ จึงรีบวิ่งเข้าร้าน
          ขุนพลช่วยเลือกให้ สำหรับเด็กๆก็เอาแบบพกพาไปก่อน ราคาไม่แพงมาก เขาให้เจ้าของร้านเลือกยี่ห้อยอดนิยมมาดูสามตัว ขอแบบที่ดีที่สุด เขารับมา ตรวจดูชิ้นงาน รอยต่อ รอยกาว แล้วลองเสียง ให้เจ้าของร้านเปลี่ยนเบอร์สายให้ด้วย ตกลงราคาเสร็จ จึงหันไปถามดาต้า
          “โอเคมั๊ย เงินพอรึเปล่า” เขาพยักหน้าหงึก เราจึงได้อุปกรณ์ใหม่ ซึ่งขุนพลต้องจำใจแบกไป 
          ออกจากร้าน มีเรื่องให้เด็กเผือกต้องวิ่งซนสักหน่อยสองหน่อย เดี๋ยวแวะร้านเครื่องเขียน แวะร้านขนมปัง ไปร้านหนังสือ จบลงที่ร้านกาแฟ โดยมีข้อความเดิมๆที่พูดซ้ำกันบ่อยมาก ว่า...
          “อยากกินกาแฟ เลี้ยงหน่อยดิ
          “กาแฟอีกละ” ขุนพลถอนใจ
          “นะคร้าบ แก้วเดียวเอง” เขาเพิ่งจะรู้อีกเรื่อง นั่นคือเวลาดาต้าเรียกร้องอะไรแล้วไม่ได้ จะมีลูกเล่นลูกชนที่ค่อนข้างหลากหลายแล้วแต่คน สำหรับขุนพลนั้นโดนไม้ตายที่เรียกว่า หัววัว คันไถ เอ๊ย! หัว-ไถ เฉยๆ เขาจะชอบเอาหัวมาไถถูที่บ่าแล้วเหลือบตาอ้อน ซึ่งน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาขุนพลมาก ก็รู้ว่าอ้อน แต่ยอมตามใจ
          ได้การแฟไปดูด เด็กเผือกเริงร่าหน้าไม่อาย เดินกระหย๋องกระแหย๋งไปหาร้านโดนัท จัดไปสองกล่อง แต่เขาไม่ได้กิน ขุนพลเข้าใจว่าน่าจะเป็นของฝาก เมื่อหนำใจแล้วจึงกลับไปที่รถ ดาต้ามองนาฬิกาตัวเองแล้วร้องจ๊าก นั่นบังคับให้หยุดทุกอย่าง ท้องขุนพลที่คิดว่าจะได้กินข้าวกันก่อน จึงมีอันต้องโอดครวญต่อไป กระนั้นมีหรือเขาจะยอม เขาแวะข้างทาง ซื้อไก่ย่างหอมๆกับข้าวเหนียวร้อนๆเข้ามานั่งกินในรถ

---------------------------------------------------------------------

          “พี่ขอโทษ” ขุนพลแทบจะลงไปกราบ “ใครมันจะไปรู้ว่าแถวบ้านดาต้ารถมันจะติดแบบนี้ล่ะครับ”
          “ถึงบอกให้รีบไงเล่า” 
          “ซอยไหนล่ะ”
          “เลี้ยวขวา นั่นแหละ ตรงต้นมะม่วง” ดาต้าชี้มือชี้ไม้ ขุนพลขับเลี้ยวและตรงเข้าไปในซอย ทางถนนยังมีไปต่อ สุดซอยมีทางแยกอีก สองฝั่งฟากคือบ้านของผู้มีอันจะกินแต่ไม่ถึงกับเศรษฐี แต่ละบ้านปลูกต้นไม้เขียวชอุ่มหลากพันธุ์ ไม้ยืนต้น ไม้ผล ไม้ประดับ ไม้มงคล ความหลากหลายของมนุษย์สามารถแยกได้จากสภาพแวดล้อมที่ตัวเองอยู่ ห้องดาต้าก็เป็นแบบนั้น ถึงแม้เขาจะดูหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์ตลอดเวลา นั่นก็เพราะความเป็นคนเจ้าวางแผน ห้องเขาเรียบง่าย สะท้อนนิสัยของผู้ที่กินง่าย อยู่ง่าย และพึ่งตัวเอง สำหรับบ้านพวกนี้ เขาดูจากประตูรั้วก็แยกออกแล้วว่าบ้านไหนรวยกว่ากัน  แต่เรื่องพวกนี้ขุนพลไม่สนใจ
          กลางซอย ประตูบ้านดาต้าเป็นอัลลอยดัดลาย แต่มีเรื่องประหลาด ในขณะที่บ้านหลังอื่นเฉิดฉายรัศมีแห่งชีวิต บ้านนี้กลับดูทมึนทึบไร้ราศี กำแพงหม่นหมองเปื้อนเปรอะคราบรา หญ้าต้นเล็กๆแทรกตัวกระหยุมกระหยิมตามฐานกำแพง เถาตำลึงเลื้อยไต่ขึ้นด้านบน ลามไปถึงยอดไม้ใหญ่ ขุนพลลองมองบ้านข้างๆ เห็นความแตกต่างชัดมาก ในขณะที่หลังข้างๆ ต้นไม้ถูกตัดแต่งริดกิ่งจนเข้าทรง สีเขียวสดสะดุดตา บ้านตรงกลางกลับดูแห้งแล้ง เหี่ยวเฉา และป่วย เขาสงสัยว่านี่เป็นที่ๆดาต้าโตมาจริงๆรึเปล่า คิดจะหันไปถาม แต่ตอนนี้สายตารังเกียจที่แสนรุนแรงพุ่งผ่านตัวเขาเข้าไปในบ้าน ขุนพลมองตาม เห็นเพียงทางเดินปูด้วยใบไม้แห้งประปราย ข้าวของไม่เป็นระเบียบ และยาริสสีแดงแป๊ด บ้านนี้มีคนเป็นๆอยู่ด้วยหรือ 
          “พี่ไม่ต้องลงไปก็ได้นะครับ รอผมอยู่แถวนี้ก่อน”
          “เอางั้นหรอ” 
          ดาต้าไม่พูดต่อ ลงจากรถ เปิดประตูรั้วแล้วเข้าไปในบ้าน ขุนพลมองตามแล้วหวาดหวั่น สภาพแวดล้อมทุกอย่างในบ้านหลังนี้ไม่เป็นมิตร เขาเดาไม่ออกว่าเจ้าของบ้านจะเป็นคนแบบไหน จะเป็นคนใจดีหรือเปล่า แม่ที่เอาใจใส่ลูก พ่อที่ดูแลครอบครัวหรอ... ไม่ใช่แน่ๆ ไม่ว่าจะคิดไปในทางไหน ภาพในหัวก็จะมีแต่พ่อแม่รังแกฉันตลอดเลย เขากังวลใจ ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่เฉย เขาคิดจะเข้าไป ข้ออ้างเรื่องผู้หลักผู้ใหญ่ใช้ได้เสมอ เมื่อคิดดีแล้วจึงก้าวขาลงจากรถ เดินตรงเข้าไปในบ้าน แต่แล้วเสียงเตือนในโทรศัพท์ดังขึ้นมา เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ขุนพลขมวดคิ้ว ควักโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า ตามองไปที่จอ
           ...นี่มันอะไรกัน...
           ขุนพลรีบกลับไปที่รถ ค้นโน๊ตบุ๊คดาต้าที่เบาะหลังมาเปิดดู มีแสงไฟสีเขียวกระพริบอยู่ข้างๆ เขามองโทรศัพท์ตัวเองอีกครั้งแล้วแปลกใจ นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าโน๊ตบุ๊คดาต้ามีการส่งข้อมูล แต่เครื่องอยู่นี่... เขาเปิดดู ขึ้นช่องกรอกรหัส ดูปกติ 
แล้วทันใดนั้น แถบเครื่องหมายเตือนสีแดงก็เด้งขึ้นมา 

           ไฟล์วอลล์ดาต้า โดนเจาะ!!? 



***************************************************************************************

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น