มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 5 : เจ้าเงาน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 194 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

            ตอนที่ 5 : เจ้าเงาน้อย


 

            "เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ลิ้มรสชาวังเฮยหลง"

 

          "และเป็นครั้งแรกที่เจ้าไม่ได้หาเรื่องข้าดั่งเช่นในอดีต"

 

            บทสนทนาเช่นนี้ไม่นึกเลยว่าจะเกิดขึ้นได้

          ปราศจากไอสังหาร แรงฟาดฟันของกรงเล็บและเขี้ยวคม กระทั่งฝนตกฟ้าผ่าก็มิมี เพียงแค่นั่งจิบชาพูดคุยอย่างปุถุชนคนธรรมดา อาจเป็นเรื่องน่ายินดีในสายตาบ่าวไพร่ที่ด้อม ๆ มอง ๆ ผ่านประตูที่เปิดแง้มด้วยความสนอกสนใจ แต่ไม่สำหรับข้า เฮยหยางผู้นี้ชักจะทนไม่ไหวแล้ว ข้าเคาะนิ้วกับโต๊ะมองหน้าคู่สนทนาด้วยความเอือมถึงขีดสุด

 

          สวรรคาลัย นรกอเวจี พวกท่านต้องการสิ่งใด ข้าจะหาให้สุดหล้าฟ้าเขียว

          แต่ ช่วย เอา มัน กลับ ไป ด้วย !

 

          ห้องทำงานส่วนตัวถูกเปลี่ยนเป็นห้องรับแขก ใครหน้าไหนใช้ให้มันมาเอาตอนที่ห้องรับแขกกำลังเก็บกวาดทำความสะอาด ! และเนื่องด้วยกลอนหน้าต่างที่พังไปด้วยฝีมือของใครก็คงไม่ต้องบอกให้เสียเวลาจึงจำต้องเปิดหน้าต่างออกรับกระแสลมที่ไหลพัดผ่าน

 

          เอาเถอะ ข้าเริ่มปลงเสียแล้วสิ

 

          ข้าเอนหลังลงกับพนักพิง ไป๋หยินเองก็ลดแรงสังหารลงจนแทบไม่เหลือ บรรยากาศที่ปกติมักขุ่นมัวมลายหายไป ทำให้ข้าผ่อนคลายลงไม่น้อย

 

          มังกรขาวยกถ้วยน้ำชาจิบด้วยท่วงท่าสง่า หลังตั้งตรง เส้นผมสีขาวดุจหิมะพลิ้วไหวคลอเคลียกับใบหน้าหยก ดวงตาสีเงินหรี่ลงคล้ายกับกำลังละเมียดละไมรสน้ำชาก่อนกระตุกยิ้มเล็กน้อย ข้าเห็นดังนั้นก็ได้ใจหัวเราะดังหึออกมา

 

          แหงล่ะ ชาหิมะที่หาได้เฉพาะหน้าหนาวเชียวนะ จะไม่เลิศรสก็แปลกแล้ว

          อืม แล้วดื่มชาจะต้องดูดีตลอดเวลาด้วยหรือ ข้าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ สมควรแล้วที่สอบตกเรื่องมารยาท ข้าลอบถอนหายใจหยิบขนมใส่ปากแล้วถามเสียงเนิบนาบ

 

          "เจ้ามาเพื่อดูหน้าข้าจริงหรือ ?"

 

          "ใช่ มีปัญหารึ"

 

          มีสิ มีมาก ๆ ด้วย แต่ถ้าพูดออกไปมีหวังถูกตัดลิ้น แค่คิดก็หุบปากแทบไม่ทัน ข้าแสร้งหยิบขนมชิดถัดไปเข้าปากอีกคำหนึ่ง แต่ก็ไม่อยากค้างคาใจ ประเดี๋ยวจะเก็บไปคิดมากจนนอนไม่หลับอีก เอาเถิด ข้าพ่นลมหายใจหนักหน่วง จนถึงป่านนี้แล้วบาดแผลสักรอยยังไม่มีแล้วข้าต้องหวั่นเกรงอันใดอีก

 

          ต้องถามเอาความให้ได้

 

          "อะไรดลใจให้เจ้าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้"

          "เป็นสิ่งที่เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้"

 

          ขอบคุณสำหรับคำตอบ เจ้าคนบัดซบ !

 

          หนังตาข้ากระตุกยิก ๆ หักห้ามใจไม่ให้เผลอทำทัศนียภาพอันงดงามด้านนอกต้องมีฝนกระหน่ำ ครานี้ข้าถอนหายใจออกมาดัง ๆ อย่างไม่เกรงอกเกรงใจ ช้อนตามองอีกฝ่ายที่กำลังจ้องมองข้าอยู่เช่นกัน ดวงตาสองสีสอดประสานเข้าด้วยกัน ข้าไม่คิดจะหลบตาจึงถือโอกาสมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีเงินคู่นั้น

         

          สัมผัสไม่ได้แล้วถึงความเกลียดชัง

 

          ไม่รับรู้ถึงไอสังหารที่ทำเอาเหงื่อกาฬไหลโซมจนกายสั่นระริก

 

          ช่างเรียบสงบ

 

          แต่มีหรือที่จะไม่สังเกตเห็น... บางอย่างที่ลุกโชนในนัยน์ตาสีสว่างคู่นี้ บางอย่างที่ข้าไม่อยากคาดเดา ข้าเม้มริมฝีปาก ข่มหัวใจที่สั่นระรัวเอ่ยถามเสียงแผ่ว

 

          "เจ้าจะไม่สังหารข้าแล้วหรือ ?"

 

          หากแต่ข้าเองก็มิใช่คนโง่งม เมื่ออดีตกาลเนิ่นนานกว่าห้าร้อยปี ความอาฆาตที่พร้อมจะผลาญทุกสิ่งอย่าง โดยเฉพาะตัวข้าเคยปรากฏในดวงตาแสนสวยคู่นี้ แม้คราวนี้จะเงียบสงบ แต่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก

 

          ไร้คลื่นลมแรงแล้วอย่างไร ภายภาคหน้าข้าจะรู้หรือว่าต้องรับแรงปะทะของพายุโหมกระหน่ำ เนื้อกายอาจแหลกเป็นธุลี เพราะอสนีบาตที่ฟาดผ่าลงมา แค่คิดก็หวาดผวาจนไม่กล้าข่มตานอนได้อีก

 

          ...ไป๋หยินเกลียดข้า ชิงชังจนอยากฆ่าให้พ้นสายตา พบกันแต่ละคราไม่มีการพูดคุยเป็นมิตร มีเพียงแค่กรงเล็บที่ฝากไว้ เกิดเป็นรอยแผลที่ยากจะลืมเลือน

 

          นั่นเป็นความจริงไม่ผิดเพี้ยน

 

          "..."

 

          "ข้าอยากรู้นัก ไป๋หยิน ว่าข้าควรจักทำตัวเช่นไรกับเจ้าดี เจ้ามาดีหรือมาร้าย ข้าขอรู้แค่นี้แล้วจะไม่ติดใจอันใดอีกเลย"

 

          ความเงียบแผ่ขยายในชั่วอึดใจ บุรุษผู้สวมอาภรณ์ขาวสะอาดเบื้องหน้าวางถ้วยน้ำชาลงจนเกิดเสียงแผ่วเบา บรรยากาศอันน่าพิศวงทำเอาข้ารับใช้ที่แอบดูอยู่เงียบ ๆ ดิ้นพล่านแตกตื่นกลัวว่านายท่านของพวกเขาจะถูกรังแก

 

          หากแต่ข้ายังคงสงบนิ่ง ไม่คิดจะเร่งเร้าให้มากความ ประสานมือทั้งสองข้างวางไว้บนตักจรดสายตาแน่วแน่กลับไป ตั้งตารอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

 

          ท้ายที่สุดสุรเสียงทุ้มต่ำก็เอื้อนเอ่ยทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด

 

          "...ทั้งสองอย่าง"

 

          ข้าส่ายหน้าช้า ๆ รู้สึกปลงตกอย่างแท้จริง อยากจะร้องไห้ออกมาอย่างอับจนปัญญา ข้ายอมแล้ว ข้าคงโง่เขลาเบาปัญญามากจริง ๆ จึงมิอาจตีความคำสามพยางค์ที่เจ้าเค้นคอตอบมาได้ และต่อให้ข้าถามต่อไปเป็นสิบคำถาม เจ้าหยวกกล้วยก็คงหลีกเลี่ยงไม่ตอบข้าอีกตามเคย

 

          จงปลงเสียเถิด เฮยหยาง !

 

          เมื่อไป๋หยินเห็นข้าเงียบไปจึงได้กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลยิ่ง ดวงตาคมหรี่ลงพร้อมกับเอ่ยประโยคที่ชวนให้รู้สึกแปลกประหลาดตรงกลางอก

 

          ราวกับกำลังกล่าวคำสาบานก็มิปาน

 

          "แต่เป็นไปตามดังคำที่ข้าเคยพูด นับแต่นี้ต่อไปข้าจะไม่ทำร้ายท่านอีก"

 

          มีผู้ใดเข้าสิงร่างมังกรขาวใจเหี้ยมตนนี้อยู่หรือไม่

          ข้ายิ้มบางเบาที่ริมฝีปากเหลือบตามองอย่างดูแคลน ยากนักที่จะเชื่อคำของมังกรหนุ่มผู้นี้จึงกล่าวต่อว่าด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "แล้วข้าจะเชื่อได้อย่างไร"

 

          จะมีอะไรมายืนยันลมปาก คำพูดที่ไร้ซึ่งน้ำหนัก และเบาบางดุจขนวิหค

 

          ไป๋หยินลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้กลม ทว่าปราศจากท่าทีคุกคามข้าจึงนั่งนิ่งเฉย ปล่อยให้บุรุษเจ้าของเส้นผมสีหิมะย่างเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนคุกเข่าลงต่อหน้าข้า ข้าเลิกคิ้วสูง ประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม

 

          อะไร ?

 

          พลันนัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้างเมื่อมือทั้งสองข้างถูกรวบไปจับอย่างแนบแน่น สัมผัสอันร้อนรุ่มจนอยากชักมือหนีปรากฏขึ้นอีกครา แต่ไป๋หยินไม่ปล่อยให้ข้าทำเช่นนั้น ดึงมือของข้าไปแนบข้างแก้ม เงยหน้าขึ้นมองข้าแล้วเปล่งวาจาหนักแน่น

 

          "ท่านไม่จำเป็นต้องเชื่อ แต่ท่านจงดู"

 

          "จงดูข้า"

 

          ถ้อยคำแฝงความเว้าวอนและคำสั่งในทีเดียวกันดังก้องในหูจนมิอาจเอื้อนเอ่ยหรือได้ยินเสียงใด

 

          หัวใจสั่นสะท้าน สัญชาตญาณหวีดร้องให้รีบหนีไป แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง มิสามารถขยับเขยื้อนหนีไปได้ดังเช่นทุกครั้ง ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่พันธนาการที่มองไม่เห็น กระทั่งลมหายใจยังสั่นไหว คำว่าหายใจไม่ทั่วท้อง มิคิดเลยว่าจะได้พานพบ

 

          ข้าพยายามปรับหัวใจที่เต้นกระหน่ำให้สงบลงสบสายตากับคนผู้นี้ที่ยังไม่ถอนสายตาไปไหน

 

          ยังคงเฝ้ามองข้า

 

           ข้าเคยคิดอยู่เสมอว่าดวงตาสีจันทร์เสี้ยวของไป๋หยินช่างยากที่จะอ่าน แต่ครานี้... เห็นทีคงต้องถอนคำพูดแล้วกระมัง

 

          ช่างซื่อตรงจนน่าหวั่นใจ

 

          หากนี่เป็นละครฉากใหญ่ก็นับว่าแสดงได้ดีมากทีเดียว ข้าระบายยิ้มเล็กน้อย ยังไม่ทันที่จะพูดโต้ตอบอันใด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น โดยไม่ต้องรอคำอนุญาตบานประตูไม้ก็เปิดออกเผยให้เห็นร่างของข้ารับใช้ผู้หนึ่ง

 

          ลักษณะการแต่งกายเรียบร้อยเช่นนี้ หน้าตาสงบเสงี่ยมเจียมตัวเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่ใช่จิ้งเหลนดำแสนน่ารำคาญในการดูแลของข้า ข้าเหล่มองไป๋หยินที่ยืนขึ้น กลิ่นอายอาฆาตลุกโชนพร้อมตวัดสายตามองข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ด้วยความไม่พอใจ

         

          "นายท่านไป๋ขอรับ..."

 

          ข้ารับใช้ประสานมือคารวะนอบน้อม เนื้อตัวสั่นเทาจนข้าสงสาร

 

          "..."

 

          "อย่าแผ่ไอสังหารใส่ข้ารับใช้"

 

          ข้าเห็นแล้วทนไม่ไหวจึงเอ่ยปราม ไป๋หยินคิ้วกระตุกเหมือนขัดใจ หากแต่ก็ลดกลิ่นอายอำมหิตลง เมื่อข้ารับใช้หายใจได้ทั่วท้องจึงกล่าวถึงสาเหตุที่เข้ามาขัดจังหวะเจ้านายอย่างไม่กลัวตายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

 

            ดูท่าจะกลัวมากจริง ๆ ต่างจากข้ารับใช้ของข้าลิบลับเลย เมื่อคิดได้ดังนั้นข้าก็อดสะท้านใจมิได้

 

          "มะ มี.. คนขอเข้าพบนายท่านที่วังไป๋หลงขอรับ"

 

          "มันคือผู้ใด"

 

          "นายท่านเซินหลานเหอขอรับ"

 

          มังกรขาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ข้าลอบกัดปากไม่ให้เผลอยิ้มดีใจ ในที่สุดก็มีคนมารับเจ้าหยวกกล้วยไปเสียที ! แต่จำเป็นต้องสงวนท่าทีไว้ก่อน จึงพูดด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจกับคนข้างเคียง

          "มังกรน้ำเงิน เพื่อนรักเจ้านี่.. รีบไปเถิด อย่าปล่อยให้สหายคอยนาน"

 

          ข้ารับใช้แอบเหลือบมองเลิ่กลั่กอย่างไม่รักษาอาการ คงจะยินดีปรีดาที่เห็นข้าดูเป็นห่วงเป็นใยนายท่านของตัวเอง แต่เปล่า ข้ากำลังไล่ตะเพิดมันออกจากวังข้าอยู่

 

          กลับบ้านเจ้าไป !

 

          และดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ตัว มุมปากของมังกรขาวยกขึ้นเล็กน้อย เล็กน้อยมากจริง ๆ จนแทบมองไม่เห็น

 

          "เจ้ากล้าไล่ข้ารึ"

 

          "..."

 

          ข้าไม่ว่ากระไร เพียงแค่เหยียดยิ้มเท่านั้น ไป๋หยินกล่าวลาสองสามประโยคแล้วเดินจากไป โดยไม่หันหลังมาอีก ขอบคุณที่กลับทางปกติ มิใช่ออกทางหน้าต่างอีก ! คราวหน้าคราวหลังช่วยเข้าตามตรอกออกตามประตูด้วย ไม่สิ.. อย่าได้มีคราวหลังอีกเลยคงเป็นการดีกว่า

 

          ข้าลูบอกโล่งใจพร้อมลุกขึ้นยืนไปปิดประตูหน้าต่างอะไรให้เรียบร้อย ก่อนจะปาดเหงื่อบนหน้าผาก

 

          ไปสักที เฮ้อ

 

          เมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้ว ข้าจึงหันมองไปยังเงามืดลาง ๆ แล้วเปล่งเสียงเรียก "เจ้าเงาน้อย เจ้าออกมาเถิด" ตอนนั้นเองกลุ่มก้อนสีดำที่แฝงตัวในเงาก็กระโดดโลดเต้นออกมา เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจากอีกที่หนึ่งมาอีกที่หนึ่ง เพียงแค่กะพริบตาก็กำลังไต่ขึ้นตัวข้าแล้ว

 

          "เจ้าเงาน้อย กลับมาแล้วหรือ"

 

          ข้าเอ่ยถามเสียงนุ่มนวลแบบที่คนส่วนใหญ่ไม่มีทางได้ยินออกมา มันไม่ยอมตอบกลับกระโดดขึ้นมาในอุ้งมือ เจ้าก้อนทะมึนดิ้นขลุกขลักอยู่ในมือคล้ายกำลังออดอ้อน

 

          [ข้ากลับมาแล้ว ~ หยางหยาง คิดถึงข้าหรือไม่]

 

          เจ้าเงามืด เงาน้อย เจ้าความมืดตัวน้อยหรืออะไรก็ตามแล้วแต่เรียก ไม่มีชื่อทางการ มีรูปร่างลักษณะคล้ายเส้นด้ายสีดำพันกันจนเป็นก้อนกลม ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่ด้วยกันมาตลอด เปรียบเสมือนพี่เหมือนน้อง คนในครอบครัว และคนสำคัญ

 

          แต่เจ้าเงาน้อยช่างรักอิสระ อยู่ไม่เป็นที่ หลาย ๆ ครั้งที่จะหนีออกไปเที่ยว โดยไม่บอกกล่าวกันว่าไปที่ใด กลับมาเมื่อไร นิสัยติดเที่ยวเช่นนี้เกรงว่าจะได้มาจากคนใกล้ตัว

 

          "ไปไหนตั้งนานสองนาน ปล่อยให้ข้าต้องเผชิญวิบากกรรมอยู่คนเดียวเช่นนี้"

 

          ข้ากล่าวตัดพ้ออย่างไม่จริงจังมากนัก แต่ก็นึกเคืองอยู่ไม่น้อย หายตอนไหนไม่หาย หายเอาตอนที่ราชโองการบัดซบนั่นโผล่มา ข้าจึงไม่มีคู่หูคู่คิด ก่อเรื่องไปตั้งมากมาย ไหนจะเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดหลายต่อหลายครั้ง

 

          มันน่านัก !

 

          จึงเผลอบีบกลุ่มก้อนในกำมือไปเต็มแรง เจ้าความมืดดิ้นพล่านพยายามหาทางรอดไปตามง่ามนิ้ว

 

          [เฮยหยาง อย่าน้อยใจ ข้ารึอุตส่าห์ไปหาเรื่องสนุก ๆ มาเล่าให้ฟัง] น้ำเสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวตอบพลางดิ้นไปมาอย่างซุกซน พลันจู่ ๆ ก็สะดุ้งโหยงเสียอย่างนั้น

 

          [แต่ช่างเรื่องนั้นไปก่อน เจ้างูเผือกนั่นทำอันใดกับเจ้าหรือไม่ !]

 

          เรียกมังกรว่างู ถือว่าเป็นการเหยียดหยามขั้นสูงสุด ข้าส่ายหน้าไปมาทั้งระอาใจและปฏิเสธในทีเดียวกัน

 

          (อ๊ะ แล้วที่ข้าเรียกมังกรว่าจิ้งเหลน จิ้งจก... เอาเถอะ ช่างเรื่องนี้ไปก่อนแล้วกัน)

 

          "ไม่ ข้ายังคิดสงสัยเรื่องนี้อยู่พอดี"

 

          เอ๊ะ แล้วการจับมือและจูบที่ปลายนิ้วถือว่าเป็นการทำอันใดหรือไม่นะ ? ข้าคิดใคร่ครวญในใจ มือปล่อยให้เจ้าเงาน้อยเป็นอิสระ มันกระโดดขึ้นไปอยู่บนโต๊ะส่งเสียงดังหึออกมา วางท่าใหญ่โต ทั้ง ๆ ที่ตัวเล็กนิดเดียว เห็นเช่นนั้นก็อดยิ้มออกมามิได้

 

            [หึ ! เจ้าไป๋หยิน เจ้าคนชั่วช้าสามานย์ ทำให้เฮยหยางของข้าต้องแปดเปื้อนมีมลทิน ! เด็กน้อยอย่างเจ้าที่ข้าคอยเลี้ยงดูฟูมฟักต้องมีกรงเล็บและบาดแผล ดูสิ แผลตรงคอยังไม่หายดีเลย อย่าให้ข้ามีเนื้อหนัง ข้าจะตะครุบหน้าทุเรศ ๆ ของมันให้เสียโฉม แค่นั้นไม่พอข้าจะทำให้มันพิการ นกเขาไม่ขัน เดินไม่ได้ นอนอัมพาตติดเตียง ! แล้วก็ ๆๆๆ]

 

          ข้าสมองมึนเบลอไปชั่วขณะ ฟังคำด่าที่พ้นออกมาแทบไม่ทัน

 

          [เจ้าคนโรคจิต วิปริต ไม่มีสัมมาคารวะ พูดจาไม่มีหางเสียง ไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ! เจ้าเป็นถึงมังกรดำ อายุเป็นรองมังกรแดงหงเฟินฮวา แต่มันกลับเรียกชื่อเจ้าเฉย ๆ ! ช่างหน้าด้านหน้าทน เข้าตำหนักมาหาเรื่องเจ้าได้ทุกวี่ทุกวันอย่างหน้าไม่อาย แค่เจ้าต้องรินชาให้มันดื่ม ข้าก็อยากจะสำรอกใส่ถ้วยชาแล้วกรอกปากมันแทน ! หึหึ เจ้าไป๋หยินนน ข้าจะไปเผาวังมันนนนนนน]

 

          "ช้าก่อน ๆๆ ! เจ้าเงา เจ้าด่าเกินไปแล้วกระมัง"

 

          เดิมทีข้าควรโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่พอมีคนโกรธเคืองให้แทนก็รู้สึกโกรธไม่ลง หายโมโหเป็นปลิดทิ้ง ได้แต่ใช้ปลายนิ้วลูบ ๆ เจ้าเงาอย่างเอาอกเอาใจ แสดงว่ารู้เรื่องราชโองการสมรสแล้วเป็นแน่

 

          ก็สมควร เรื่องราวใหญ่โตเสียขนาดนั้น ไปที่ไหนก็คงเป็นหัวข้อบทสนทนา

 

          คิดแล้วก็ปลงตก อนิจจา คงจะเป็นการดีหากข้าไม่ลงไปเดินเล่นในเมืองสักร้อยสองร้อยปี ช่างเถิด แต่ไหนแต่ไรข้าเองก็ไม่ชอบลงไปเดินเล่นในเมืองอยู่แล้วนี่นะ

 

          [อย่าให้ข้าต้องเปิดเผยตัวนะ ?! มันจะหัวเราะไม่ออก ข้าจะฉีกราชโองการโง่เง่านั่นทิ้งงงงง]

 

          ไม่ต้องฉีกหรอก ความจริงสภาพของมันก็ยับยู่ยี่อนาถาเกินกว่าจะทำอันใดแล้ว

 

          "อืม ขอบคุณที่เป็นห่วงและโกรธแทนข้า แต่นั่นคือราชโองการสวรรค์ทำมาจากต้นไม้พันปีคงมิขาดง่ายขนาดนั้น อีกทั้งยังควรเก็บไว้ หากมีผู้ใดล่วงรู้จะได้เป็นที่ติฉินนินทา"

 

          ข้ากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบสงบสวนทางกับความคิด

 

          ใช่ ไม่ขาดง่าย แต่ยับง่ายมากจนเผลอคิดในใจว่าอย่าทำจากไม้พันปีเลยจะดีกว่า !

 

          [หึ เฮยหยาง พอเจ้าอยู่กับข้าก็เปิดเผยตัวเองเต็มที่ ใครจะไปคิดว่ามังกรดำที่พ่นคำหยาบรัว ๆ เช่นเจ้า จะจิตใจดีและอ่อนโยนขนาดนี้ ! ไม่มี ไม่มี ฮือออออ ทำไมต้องมาแบกรับอะไรแบบนี้ด้วยนะ ข้ามิเข้าใจเลยจริง ๆ ฮึก]

 

          อืม ดูท่าอาการจะหนัก ประเดี๋ยวร่าเริง ประเดี๋ยวโกรธ ประเดี๋ยวร้องไห้ !

          ข้าเหงื่อแตกพลั่กพลางส่ายหน้า ทำไมคนรอบตัวข้าถึงไม่มีคนปกติสักคนเลยนะ ... ละเว้นพี่หงไว้คนหนึ่งแล้วกัน

 

          "แล้วเรื่องอะไรที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง ?"

 

          ข้าเปลี่ยนเรื่องถามเสียงอ่อน

 

          [ใช่ ๆ ข้าลืมไปเสียได้ เจ้าจำแม่หงส์สาวอกสะบึ้มที่เคยหว่านเสน่ห์เจ้าได้หรือไม่ ได้ยินมาว่าแม่นางคนนั้นจะลงฤดูประลองที่จะถึงนี้เพื่อพิชิตใจเจ้าล่ะ ! ไม่สนใจหรอกหรือ เฮยหยาง หน้าตาและนิสัยนางก็ดูไม่เลวนะ ออกจะกล้าได้กล้าเสียมากไปหน่อยเท่านั้นเอง]

 

          แม่หงส์สาวอกสะบึ้ม ?

          นี่เจ้าเงาดำ เจ้าจำผู้คนจากอะไร จากก้อนเนื้อสองก้อนข้างหน้างั้นหรือ พอเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เจ้าเงาดำก็กระแอมไอเบา ๆ เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่ากล่าวอันใดออกไปบ้าง

 

          "ข้าไม่ใคร่สนใจสักเท่าใด หากเจ้าอยากเกี้ยวนางก็เชิญเถิด อีกอย่าง... ราชโองการสมรส ข้าต้องแต่งงานกับคนในราชโองการ มิใช่ผู้อื่น"

 

          พูดเองกระดากเอง ข้าลูบหน้าเบา ๆ หลังพูดจบ ไม่อยากจะยอมรับนักหรอก แต่ความจริงก็คือความจริง หากสวรรค์ยังปล่อยให้เรื่องเป็นเช่นนี้ ไม่ยอมลงมาแก้ความผิดพลาดของตัวเองอย่างการส่งราชโองการหย่ามาให้.. เห็นทีข้าก็ต้องไหลไปตามกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

 

          [กฎมีไว้แหก] เจ้าเงาดำพูดเสียงเข้ม

 

          ข้าตอบจริงจังด้วยสีหน้าว่างเปล่า "ข้ากลัวตาย"

 

          [...ก็ใช่]

 

          วาจาใดที่สวรรค์กล่าวล้วนเป็นวาจาสิทธิ์ คำขาดที่มิมีผู้ใดก็กล้าละเมิด แม้ว่าข้าอยากจะข้ามเส้นมากแค่ไหนก็มิอาจทำได้ สามัญสำนึกในใจยังมีอยู่มาก

 

          "ช่างเถิด อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ขอแค่มีเจ้าอยู่ ข้าก็ไม่กลัวแล้ว"

 

          ข้ายักไหล่ไม่ยี่หระ มีเจ้าเงาดำที่เปรียบเสมือนความรู้เคลื่อนที่ รู้ทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ข้าต้องกลัวอันใดอยู่อีกหรือ ! มีคู่มือรบร้อยครั้งชนะเป็นหมื่น ๆ ครั้งเช่นนี้ กล่าวได้ว่าไม่ต้องเปลืองสมองอันใดมาก แค่ออกแรงนิดหน่อยพอเป็นพิธี

 

          ที่สำคัญไม่มีผู้ใดมองเห็นหรือได้ยินเสียงเจ้าเงาดำ ยกเว้นข้า

          ประเสริฐ !

 

          [ไอ้หยา พูดเช่นนี้ข้าก็เขินอายแย่น่ะสิ เฮยหยางคนบ้า !~]

 

            แล้วก็อย่าพูดด้วยน้ำเสียงน่าขนลุกเช่นนั้นได้หรือไม่ ข้าจะบ้า !

 

          "แล้วที่หายไปนานมีแค่เรื่องแม่นางน้อยอย่างเดียวหรือ ข้านึกว่าจะมีเรื่องสลักสำคัญอะไรมากกว่านี้เสียอีก"

 

            [จริง ๆ ก็มีอีกเรื่องหนึ่ง อยากรู้ไหมล่ะ]

 

          ข้าพยักหน้าอย่างไม่ต้องคิด ก่อนจะพากันไปนอนบนตั่งไม้ในห้องส่วนตัว ข้าเอนกายลงนอนแล้วตะแคงตัวพร้อมเท้าศีรษะรอฟังเจ้าเงาดำที่กระโดดเด้งดึ๋งไปมากล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริงตรงกันข้ามกับประโยคที่เอ่ยออกมาโดยสิ้นเชิง

 

          [ตระกูลเต่าเริ่มแย่ลงแล้วล่ะ]

          "หมายความว่าอย่างไร" ข้าขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน

 

          ตระกูลเต่าใช่ว่าจะอ่อนแอเสียที่ไหน การป้องกันแน่นหนามิต่างจากเต่าในกระดอง ปิดกั้นตัวเองเสียขนาดนั้น เรื่องข้าศึกโจมตีเป็นไปไม่ได้แน่ หรือว่า...

 

          "เรื่องภายใน ?"

 

          เจ้าเงาดำกลิ้งไปตามที่ราบเป็นการตอบรับ ข้าเห็นแบบนั้นก็อดแปลกใจมิได้ เรื่องจริงหรือนี่... ตระกูลเต่าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโล่ป้องกันไร้เทียมทาน กลับเพลี่ยงพลั้งเสียเอง

 

            น่าอเนจอนาถใจดีแท้

 

          [จากที่ฟังปากต่อปาก ประมุขเต่าท่านนี้บริหารแผ่นดินไม่ดี ประชาชนอดอยาก คนที่รวยก็รวยล้นฟ้า แต่แล้งน้ำใจ ที่จนก็จนอยู่อย่างนั้น สภาพความเป็นอยู่ในที่กันดารย่ำแย่ ต่างจากในเมืองที่หรูหราฟู่ฟ่า เจ้าเคยได้ยินสำนวนนี้หรือไม่ ปลาตัวเดียวเน่าก็เน่ามันทั้งข้อง กลิ่นเริ่มโชยมาที่แดนมังกรเราแล้ว]

 

          ก่อนข้าจะนิ่งงันเมื่อได้ยินคำพูดถัดมา

 

          [บางทีอาจจะได้วาระเปลี่ยนผู้นำ]

 

          การเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำมิใช่เรื่องง่ายดายที่จะเอามาบอกกล่าวกันเช่นนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งนัก เกรงว่าหากผู้พูดมิใช่เจ้าเงาดำก็คงถูกตัดหัวเสียบประจานไปเสียแล้ว ไม่กลัวตายเอาเสียเลย อีกทั้งใครจะลงจากตำแหน่งง่าย ๆ จากที่ได้ยินมาประมุขแดนเต่าตนนี้ยังปกครองไม่ถึงหกร้อยปีดีด้วยซ้ำ ข้าประสานมือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

 

          "แล้วจะบอกข้าทำไม ไม่เห็นมีความจำเป็นสักนิดเดียว"

 

          ใช่ ข้าเป็นมังกรดำปลายแถวธรรมดา ๆ ตนหนึ่ง ไม่เห็นต้องรับรู้เรื่องราวบ้านเมืองของต่างแดนแม้แต่น้อยนิด ถึงจะรู้สึก... สนุกสนานและเพลิดเพลินมากก็ตาม

 

          [เฮยหยางงง ~ ข้ารู้ว่าเจ้าชอบเรื่องชาวบ้าน]

 

          "ก็ได้มาจากเจ้าทั้งนั้นแหละ"

 

          ข้าหัวเราะชอบใจ ก่อนจะตกรางวัลด้วยการใช้ปลายนิ้วนวดคลึงไปตามเส้นด้ายสีดำเป็นการตอบแทน เรื่องที่เล่าจากปากเงาดำ ร้อยทั้งร้อยเป็นเรื่องจริง ข้าได้ยินเรื่องสนุก ๆ อีกแล้วหรือ ต้องขอบใจเจ้ามากจริง ๆ ที่ช่วยทำให้ลืมความอึดอัดที่ก่อตัวในใจมานานตั้งแต่เช้า

 

          ความวินาศกำลังมาเยือนดินแดนใต้น้ำใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริงข้าก็อยากรู้เหลือเกินว่าจะมีวิธีการจัดการกันอย่างไร

 

          ดินแดนเต่าที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งด้านการป้องกันที่สุด

 

          แต่เจ้าเงาดำยังมิวายวกกลับมาเรื่องเดิม น้ำเสียงฟังดูร้อนรนโดยแท้ สงสัยคงเป็นกังวลมากจริง ๆ ข้าคลี่ยิ้มออกมา การมีผู้อื่นห่วงใยไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกดีทั้งนั้น

 

          [แล้วเรื่องสมรสพระราชทานจะทำอย่างไร หากเจ้าปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ เช่นนี้ มีหวังถูกจับแต่งเข้าห้องหอเป็นแน่แท้]

 

          ข้ามิได้คิดไปเองใช่หรือไม่ ทำไมเจ้าเงาดำจึงเน้นคำแปลก ๆ เล่า

 

          ข้าจ้องจับผิดเจ้าตัวเล็กที่ผิวปากทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไร พลันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เบนสายตาไปยังท้องฟ้าสีฟ้าครามใสกระจ่าง ไร้ซึ่งหยาดวารีจากกลุ่มก้อนเมฆอึมครึมหรือเส้นสายโยงใยสีขาวอันทรงพลัง ข้าปิดเปลือกตาลงช้า ๆ ตอบกลับเจ้าเงาด้วยความรู้สึกจากใจจริง

 

          "ข้าไม่กลัวการแต่งงาน แต่ข้ากลัวการอยู่ร่วมกับคนที่เกลียดข้า"

 

          [....]

 

          "ในเมื่อไป๋หยินบอกว่าให้ข้าดู ข้าก็จะดู"

 

          ดูว่าเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป

 

          ข้าผุดลุกขึ้นจากตั่งนอน คว้าเจ้าเงาน้อยที่นิ่งเงียบไปไว้ในฝ่ามือ ยกมือข้างนั้นขึ้นสูงและโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ชนปลายจมูกเข้ากับเส้นด้ายที่พันกันยุ่งเหยิง ได้ยินเสียงหัวเราะดังแว่วคล้ายจั๊กจี้ เมื่อสัมผัสความนุ่มนิ่มจนพอใจแล้วก็ปล่อยให้เจ้าเงาดำไต่ไปเกาะตรงไหล่แทน

 

          "เพิ่งกลับมาจากเที่ยวเล่นคงเหนื่อย อยากจะกินอะไรเป็นพิเศษหรือไม่"

 

          [ขอขนมให้ข้าสักชิ้นสองชิ้น ชาหิมะสักจอกหนึ่ง แล้วก็ ๆๆๆ ... นั่นแหละ เจ้าจัดหาอะไรก็ได้มาให้ข้าที !]

 

          "ย่อมได้"

 

- - - - -

 

          จบตอนแบบเรียบง่าย น้องเงาดำโผล่มาแล้ว XD พี่เลี้ยงของหยางเกออ จะเป็นก้อนกลม ๆ เหมือนมีเส้นด้ายสีดำพันกันจนเป็นก้อน ๆ น่ารักน่าชังจนบางครั้งเฮยหยางก็เผลอบี้เล่นเป็นสไลม์ *หัวเราะ* ไม่มีหน้าตานะคะ แต่เสียงจะดังก้อง ๆ ในหัว

 

          เป็นตอนที่ยังไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร แต่เขินฉาก /จงดูข้า/ มากค่ะ บ้าจริงงง ทำไมแต่งเองแล้วชอบเขินกับฉากแบบนี้นะ 555555

 

            ว่าแต่ทำไมมีแต่คนเชียร์น้องหยินให้กินพี่หยาง ใจเย็น ๆ ก่อนเด้อ เพิ่งจะสามสี่ตอนเอง พวกเธอจะรีบกันขนาดนี้ไม่ได้นะ ! แล้วก็ขอบคุณหลายคนที่เห็นใจและสงสารพี่หยาง พี่มังกรดำของเราซาบซึ้งมาก 5555

            1 เมนต์ = กำลังใจ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 194 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #370 ttlovePswmakka (@ttlovePswmakka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 22:53
    สงสารพี่เหมือนกันนะ เหมือนฝังใจไรซักอย่างจริงๆอะ;_;
    #370
    1
    • #370-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 5)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:22
      ;=; หวังว่าพี่หยางจะผ่านมันไปได้ !
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ เราพิมพ์อะไรไม่ได้มาก เพราะกลัวจะสปอย.. แต่อ่านเมนต์คุณแล้วดีใจมาก ๆ เลย <3 รักก
      #370-1
  2. #341 Pissuda627 (@0862223050) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 20:50
    ก็คือพี่หยางกลัวน้องไป๋อ่ะ คงทำเค้าใว้เยอะสินะ
    #341
    1
  3. #217 jackkn (@homeplace) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 18:30
    ฉาก 'จงดู' อ่านแล้วเขินมากค่ะแต่ไป๋หยินเอ้ยยย แผลที่ฝากเฮยหลางไว้ใช่ว่าจะหายไปง่ายๆนะพ่อคุณณณ
    #217
    1
    • #217-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 5)
      14 กรกฎาคม 2562 / 15:31
      ใช่แล้ววว :3 จังหวะนี้ต้องดูพฤติกรรมยาว ๆๆ // ดีใจที่อ่านแล้วเขินฉากนั้นนะคะ คือฉากนั้นแต่งไปกรี๊ดไป 5555555
      #217-1
  4. #142 นกน้อย5 (@2612547) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 19:03
    สงสารข้ารับใช้ที่มาขัดพระเอก 55+ เกือบไปแล้ว
    #142
    1
  5. #83 fighting writeee♡ (@sedna0327) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 18:02
    เงาดำน่าร้ากกก เหมือนลูกหวงแม่เพราะพ่อขี้มอหอ55555
    #83
    1
    • #83-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 5)
      29 มีนาคม 2562 / 21:12
      ขออนุญาตขำประโยคสุดท้ายยย 55555555
      #83-1
  6. #66 บาบาน่า (@FISHOKUN) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 00:54
    ชอบการเชื่อฟังว่าที่เมีย ของน้องไป๋จริงๆ ในอนาคตน้องจะต้องรุ่งเรืองแน่ๆ เพราะเชื่อฟังเมีย-----#ผิดๆ 55555
    #66
    1
  7. #38 Rindis (@Rindis) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:31

    เงาน้อยโคตรแน่ //มิทราบว่าเป็นการระบายอารมณ์ต่อน้องหยินหรือเปล่าว// เสียหายหมด

    #38
    1
    • #38-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 5)
      21 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:25
      5555555 เงาน้อยคนจริง (O__<

      )
      #38-1
  8. #15 ราชินีขี้เซา (@0983163561) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:19
    น้องเงาดำรักกก ๏~๏
    #15
    1
    • #15-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 5)
      7 มกราคม 2562 / 17:31
      "ขอบใจเจ้าที่เอ็นดูข้านะ (・ωー)~☆"
      ขยิบตาใส่
      #15-1
  9. #14 raabporn2016 (@raabporn2016) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:40
    ปวดหัวแทน ทำไมพี่เสือ-เอ้ยพี่เผือกทำกับน้องแบบนี้ ปวดหัวแทนน้องจริงๆ #เงาดำน่ารัก น้องเงาคล้ายๆกับพวกระบบนะเราว่า ถ้าน้องเป็นแนวระบบก็คง ระบบหวงโฮสต์แต่นี่คงเป็น ปู่เงาหวงหลาน คงได้อะ 55
    #14
    2
    • #14-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 5)
      7 มกราคม 2562 / 17:30
      แต่เอาเข้าจริง ระบบส่วนใหญ่นี่มีแต่ประเคนพานใส่พระเอกนะคะ-- 5555
      นี่ไม่ได้ ! ห้าม ! เฮยหยางงง ม่ายยย (இ﹏இ`。)
      #14-1