มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 4 : ข้าว่าข้าลงกลอนแน่นหนาแล้วนะ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 238 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

        ตอนที่ 4 : ข้าว่าข้าลงกลอนแน่นหนาแล้วนะ...

 


          ในมุม ๆ หนึ่งของตำหนักมีคนผู้หนึ่งนั่งเอนกายพิงกับเก้าอี้ไม้ชั้นดี เส้นผมสีกาดำปล่อยสยายจนถึงกลางหลังตัดกับกรอบหน้าอันขาวซีด ขับให้น่ามองอย่างพิศวง เพียงแต่สายตากลับทอดยาวไปไกลคล้ายวิญญาณหลุดออกจากร่างนั้นทำให้ข้าราชบริพารต่างวิ่งวุ่นหาของเอาใจเจ้านาย

 

          ก่อนที่จะถูกไล่ตะเพิดออกมา ล้มหน้าคว่ำกันถ้วนหน้า เพราะถูกเจ้านายส่งถีบด้วยความรัก(?)จึงหันมาจับกลุ่มพูดคุยถึงสาเหตุที่ทำให้เจ้านายสุดที่รักดูไร้ชีวิตชีวาถึงเพียงนี้

 

          เกิดอันใดขึ้นในคืนนั้น คืนที่พวกเขาคิดว่านายท่านเฮยล่วงหน้ากลับวังมาก่อนแล้ว แต่ที่ไหนได้กลับมาก็ไม่เห็นวี่แววของเจ้านาย !

 

          เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าประตูนรกเปิดต้อนรับ มังกรรับใช้ทุกตัวต่างตัวสั่นหวาดผวา ถึงนายท่านมังกรดำจะใจดีเช่นไร แต่ครั้งนี้คงไม่ได้รับการให้อภัยแน่ ๆ !

 

          ละทิ้งหน้าที่กลับมาก่อนเช่นนี้ มองไปทางไหนก็มิเห็นทางรอด

          จึงได้แต่ยืนคอตกรอรับเจ้านายกลับวังอย่างหมดอาลัยตายอยาก*

 

          ทว่าเมื่อนายท่านกลับมา ไม่เพียงไม่ตวาดหรือขว้างปาสิ่งของ สติยังคล้ายหลุดลอย เดินโซซัดโซเซเข้าไปนอนภายในตำหนักอย่างอ่อนแรง สำรับเช้าก็รับประทานเพียงน้อยนิด ทั้ง ๆ ที่มีนกนางแอ่นย่างของโปรดวางอยู่ตรงหน้า กระทั่งคำพูดติดปากอย่าง บัดซบ ๆๆ จิ้งจกจิ้งเหลน ก็มิเปล่งออกมาให้ได้ยินจนข้ารับใช้รู้สึกเหมือนชีวิตขาดอะไรบางอย่างไป

 

          อ๋า ข้าชักจะคิดถึงน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของนายท่านเสียแล้ว

 

          นายท่านขอรับ โปรดร่าเริงโดยเร็วเถิดนะขอรับ ! หวังว่าของขวัญที่พวกข้าหามาได้นั้น จะช่วยเยียวยาจิตใจของท่านได้ไม่มากก็น้อย  ◡╹) 

         

          "เฮ้อ..."

 

          ข้าถอนหายใจยืดยาว ชายตามองของเอาอกเอาใจเจ้านายที่ได้รับจากพวกจิ้งเหลนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดปากด้วยความหงุดหงิดเต็มประดาพร้อมกันนั้นก็ขยี้เส้นผมของตัวเองจนยุ่งเหยิง

 

          หัวเราะมิออกร้องไห้ก็ไม่ได้ ต้องการอะไรจากข้า ?!

 

          ของตรงหน้ามิใช่ของวิเศษหรือผลไม้หายาก แต่เป็นม้วนกระดาษที่พอคลี่กางออกมาแล้วแทบจะสำลักน้ำลาย ข้ารีบใช้ชายเสื้อเช็ดปากลวก ๆ เบิ่งตามองของตรงหน้าให้ชัด ๆ อีกสักรอบ

 

          ไฉนจึงมีแต่ภาพวาดของเจ้าบัดซบหยวกกล้วยในอิริยาบถต่าง ๆ ?!

 

          ทั้งตอนตื่นนอน จิบชา อ่านตำรา ฝึกวรยุทธ์ แม้กระทั่งตอนอาบน้ำ ! ในหัวสมองกลวง ๆ ของพวกเจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่ !

 

          นอกจากความโกรธขึ้ง มีสิ่งหนึ่งที่ข้านั้นนึกสงสัย..

 

          ข้าอดไม่ได้ที่จะลูบคางครุ่นคิด เบนสายตาไปยังประตูที่หากให้เดาก็คงมีบรรดาพวกจิ้งเหลนเดินกระสับกระส่ายอยู่หน้าห้องยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

 

          เอ่อ พวกเจ้าไปหาภาพวาดพวกนี้มาจากที่ใดกัน ให้จิตรกรถ้ำมองแล้ววาดรึ เพ้ยยย แล้วการที่ข้าได้สิ่งเหล่านี้อยู่ในมือ หากผู้อื่นพบเห็นจะคิดอย่างไร คิดว่าข้าโรคจิตใช่หรือไม่ถึงได้มีภาพคู่สมรสพระราชทานไว้ดูเล่นคลายเหงา !

 

          ข้าไม่รอช้ารีบคว้าม้วนกระดาษเหล่านั้นทิ้งเข้ากองไฟทันที

          หายไปจากโลกนี้เสียเถอะ

 

          เมื่อทำการเผาของขวางหูขวางตาไปเรียบร้อยก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา ไหล่ที่ตึงคล้ายจะผ่อนลงเล็กน้อย ข้ายิ้มสะใจ เป็นการคลายเครียดที่ดียิ่ง หากพวกมันให้รูปอนาจารแก่ข้าอีก ข้าก็เผาทิ้งเสียก็สิ้นเรื่อง

 

          ไม่เสียน้ำใจทั้งสองฝ่าย ดียิ่ง !

 

          ทว่าดีใจได้ไม่นาน ข้าก็พ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง อนิจจา ชีวิตช่างยากเย็น ความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้หลั่งไหลประดุจสายน้ำเชี่ยวกราก

 

          ทั้งราชโองการที่หาสาระสำคัญไม่ได้

          ทั้งเจ้าไป๋หยินที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าและสุดแสนจะรับมือยากยิ่งกว่า

 

          ... อืม ข้าควรทำเยี่ยงไร ถึงจะหลุดพ้นจากเรื่องยุ่งยากที่เข้ามาหาไม่เว้นวัน การที่ตัวข้าอยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบมันยากเย็นขนาดนั้นเลยรึ แล้วเจ้าไป๋หยินนี่มันยังไง

 

        "ในอดีตข้าเคยเกลียดท่าน"

 

        "..."

 

        "แต่ตอนนี้ไม่แล้ว"

 

        "จะบอกว่าชอบข้างั้นรึ ?"

 

        "ใช่"

 

          เพ้ย พูดแค่นั้นจะเข้าใจได้อย่างไรว่ามันคิดอันใดอยู่ ! ปากที่เคยด่าข้าฉอด ๆ แต่เอาเข้าจริงกลับพูดนับคำได้ ข้ามิใช่สวรรค์หรือนายหญิงเต่าดำถึงจะทำนายอนาคตหรือล่วงรู้ความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่นได้ เจ้ากำลังทดสอบความอดทนข้าอยู่งั้นหรือ !

 

          แล้วพอพูดเป็นประโยคยาวเหยียดกลับ... เป็นความจริงที่น้ำเสียงออดอ้อนขอร้องช่างน่าฟัง แต่ประโยคสุดท้ายของมันนี่สิ ข้าคิดหลายตลบก็ไม่เข้าใจเสียที

 

          "ท่านเตรียมใจไว้ได้เลย"

 

          เตรียมใจ บัดซบ เตรียมใจรอวันมหาวิปโยคน่ะสิไม่ว่า

 

          อย่างเจ้าหยวกกล้วย อายุแค่นั้นมันรู้แล้วหรือว่าคำว่าชอบมีความหมายเช่นไร และมิสมควรนำมาพูดพล่อย ๆ ...หน้าตายเช่นนั้น ผู้ใดเข้าหาก็ขึงตาใส่เช่นนั้น แผ่รัศมีน่าอึดอัดจนทำเอาเหงื่อตก มิใช่ว่ามันเข้าใจว่าชอบหมายถึงเกลียดเข้าไส้หรอกนะ !

 

          ข้ารู้จักกับเจ้านั่นมาหลายร้อยปี คงมิได้โง่งมถึงเพียงนั้น ทันใดนั้นก็ส่ายหน้าให้กับความคิดของตัวเอง ข้าช่างขี้หลงขี้ลืมเสียจริง ๆ มันก็พูดอยู่หยก ๆ ว่า "ในอดีตข้าเคยเกลียดท่าน แต่ตอนนี้ไม่แล้ว" แปลเป็นภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ก็ "เคยเกลียด แต่ชอบแล้ว"  

 

          ข้าขนลุกเกรียว

 

          เอ๊ะ หรือว่ามันชอบข้าจริง ๆ แต่มิใช่ชอบเชิงชู้สาว แต่เป็นชอบที่จะรังแก ดูหมิ่น เหยียดหยามข้างั้นรึ

 

          "อืม ก็ดูเข้าเค้าขึ้นมาหน่อย"

 

          ชั่ววินาทีนั้นเองที่ข้าหน้าซีด มือเท้าเริ่มเย็น บางทีคำว่าชอบของมันอาจจะอันตรายยิ่งกว่าคำว่าเกลียดเสียอีก ข้าตัวสั่นเทิ้ม สมองพลันขาวโพลน มีเพียงห้าพยางค์ที่ผุดขึ้นมาเมื่อได้สติ

 

          หาทางหนีดีกว่า !

 

          ข้ายอมรับข้าคงขี้ขลาดตาขาวอย่างที่มันเคยว่าจริง ๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ข้ารักตัวกลัวตาย ให้ข้ารอดไปเถิด สัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวหรือให้เห็นหน้าแล้วรู้สึกขัดหูขัดตาอีก

 

          เอาล่ะ ๆ เป็นการดีที่จะกางแผนที่หาจุดเหมาะ ๆ ในการปักหลักสร้างรากฐาน เริ่มต้นชีวิตใหม่ ! ข้ากางกระดาษออกด้วยความรู้สึกฮึกเหิมอยู่ในใจ

 

          ขอบคุณที่เกิดมาเป็นมังกร ทะยานเหนือแผ่นดินมามิรู้กี่ครั้ง จำได้เกือบทุกตารางวาว่าตรงไหนเป็นที่ตั้งของอะไร แค่เขียนแผนที่ทำเองเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ !

 

          ที่ที่พวกเราอยู่มิใช่สวรรค์หรือแผ่นดินโลกมนุษย์ หากแต่อยู่ก้ำกึ่งตรงกลางอย่างพอเหมาะพอเจาะ มีตำนานเล่าขานในหมู่สัตว์เทพว่าครั้งหนึ่งเกิดอาเพศครั้งใหญ่บนสวรรค์ จึงทำให้เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรงระหว่างสามภพ แผ่นดินจากผืนโลกกระเด็นกระดอนขึ้นฟากฟ้า ขณะเดียวกันก้อนเมฆก็นำพามิให้แผ่นดินร่วงหล่น บางผืนดินมิได้กะเทาะตัวออกกลับขึ้นเนินสูงเป็นเทือกเขาสูงชันก็มี

 

          ดังนั้นพื้นที่ที่เราอยู่บ้างก็เป็นเทือกเขาสูงที่เชื่อมต่อกับโลกมนุษย์ บ้างก็เป็นเกาะลอยฟ้า อย่างไรก็ตามผืนแผ่นดินนี้กว้างใหญ่ไพศาลจึงมีการแบ่งดินแดนออกเป็น 4 ส่วนตามทิศหลัก 4 ทิศ

 

          มังกรอยู่ทิศตะวันออก พยัคฆ์ทิศตะวันตก เต่าทิศเหนือ หงส์ทิศใต้ และมีทิศแยกย่อยเป็นที่อยู่ของสัตว์เทพอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีโดดเด่นมากนัก

 

          นอกจากข้าจะเป็นมังกรดำแล้วยังเป็นมังกรประจำทิศเหนือของแผ่นดินซีกตะวันออก ท่านพี่หงเฟินฮวาประจำทิศตะวันตก เซินหลานเหอประจำทิศตะวันออก และเจ้าหยวกกล้วยประจำอยู่ทางทิศใต้

 

          ข้าจึงสงสัยอยู่เสมอว่าเจ้าไป๋หยินมันว่างมากนักรึ ทิศเหนือทิศใต้ออกจะไกลกันเป็นพันลี้ยังเดินเข้าออกได้ราวกับว่าวังไป๋หลงมันอยู่ข้างเคียง

 

          เรียกว่ามีความอุตสาหะหรืออะไรดีหนอ

 

          ในตอนที่หยิบม้วนกระดาษในลิ้นชักออกมา พลันหางตาเหลือบไปเห็นจดหมายสีชาดฉบับหนึ่ง ข้าจึงผุดยิ้มน้อย ๆ จดหมายฉบับนี้ส่งมาจากท่านพี่หง เนื้อความกล่าวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ที่กลับมาก่อนโดยไม่บอกกล่าว เนื่องด้วยมีงานเร่งด่วนกะทันหัน

 

          ข้าเข้าใจ การที่ท่านสละเวลาท่องบทสวดเพื่อให้ข้ามีหน้ามีตาในสังคม ข้าก็ซาบซึ้งใจจะแย่แล้ว ส่วนเจ้าจิ้งเหลนก็คิดว่าข้ากลับไปนานแล้วจึงไม่ติดใจและกลับวัง ทุกคนล้วนมีเหตุผล ข้าเองก็มีเหตุผลจึงมิได้ว่ากล่าวอันใด

 

          เหอะ ถึงจะดูโมโหร้ายขนาดไหน ข้าก็มีเหตุผลมากกว่ามัน !

 

          ฝ่ามือจุ่มหมึกดำลากปลายพู่กันเป็นเส้นตรงสามเส้น บนสุดเขียน สวรรค์ ตรงกลาง โลกมนุษย์ และท้ายสุด นรก

 

          "อืม โลกนี้มีสามภพ สวรรค์ โลกมนุษย์ และนรก ข้ามิคิดอยากอยู่สวรรค์ที่ส่งราชโองการบัดซบมาให้ตัดออก"

 

          ข้ากากบาทอย่างไม่ไยดี แถมด้วยคำด่าอีกสักสองสามคำ "นรก ข้าเคยไปอยู่ครั้งหนึ่ง น่าสนใจ เก็บไว้ก่อน ส่วนโลกมนุษย์หากข้าไปอยู่สุ่มสี่สุ่มห้า เกรงว่าพื้นที่แถวนั้นจะเต็มไปด้วยน้ำเจิ่งนองเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ผ่าน.."

 

          ยุ่งยากกว่าที่คิด ไม่สิ ตั้งแต่ข้าเกิดมาก็มีแต่เรื่องยุ่งยากทั้งนั้นแหละ ข้านั่งตรองอยู่ครู่หนึ่ง

 

          "หรือว่าควรอยู่ที่เดิม อยู่ตรงกลางระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์ ผู้คนล้วนเป็นผู้มีพลัง คงไม่ต้องกลัวว่าจะรับมือกับเมฆฝนของข้า อืม.. จริง ๆ แล้วที่นี่กว้างใหญ่มากนัก มีหลายแห่งที่ข้ายังไม่เคยไป หรือว่าข้าควรสำรวจให้ละเอียดมากกว่านี้แล้วค่อยตรองดูอีกที" ข้าเกาหัวครุ่นคิด

 

          แผ่นดินออกจะกว้างใหญ่ ต้องมีสักที่ให้ข้าอยู่แหละน่า !

 

          แต่ข้าเองก็มีสถานที่ในใจอยู่สองสามแห่ง เขียนไว้เป็นทางเลือกก็ไม่เสียหาย ว่าแล้วก็ตวัดปลายพู่กัน

 

          ที่แรกคือ ทุ่งดอกไม้ต้องห้าม ที่ต้องห้ามเพราะดอกไม้เหล่านั้นแม้จะมีความสวยงาม ทว่ากลิ่นหอมหวานกลับยั่วยวนล่อทุกสิ่งให้เข้าไปใกล้ใจกลางของทุ่งดอกไม้ แต่ส่วนใหญ่มักไปไม่ถึง เพราะถูกสูบพลังออกไปจนหมด ยิ่งสูดดมกลิ่นหอม ร่างกายยิ่งอ่อนแรง เป็นที่ที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครหน้าไหนมารบกวน

 

          แต่จมูกข้าอาจจะพังไปก่อนก็ได้ แต่ที่ข้าสนใจที่นี่ เพราะรู้มาว่าเจ้าไป๋หยินไม่ชอบกลิ่นหอม ๆ เครื่องประทินโฉมของแม่นางน้อยยิ่งขยาด อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มันไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับสตรีก็เป็นได้

 

          แล้วข้าจะนึกถึงมันทำไม ? !

          อ๋อ จริงสิ ที่ข้าจะย้ายหาที่อยู่ใหม่ ก็เพราะมัน

 

          อีกประการสิ่งสำคัญสำหรับบ้านใหม่หาใช่ความสะดวกสบาย แต่เจ้าบัดซบไป๋หยินมันจะต้องตามหาข้าไม่เจอ !

 

          ที่ต่อมา ถ้ำผันเปลี่ยน ทุก ๆ เที่ยงคืนสภาพภายในถ้ำจะเปลี่ยนไป จากทางตรงเปลี่ยนเป็นคดเคี้ยว จากขวาเป็นซ้าย จากหน้ากลับเป็นหลัง ข้าค่อนข้างชอบที่นี่มากทีเดียว แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ขัดใจ หากข้าวางของทิ้งเรี่ยราดไว้บนพื้น ข้าก็ต้องวิ่งวุ่นตามหาข้าวของทุกวันใช่หรือไม่ ! แค่คิดก็น่ารำคาญแล้ว

 

          หรือที่สุดท้าย กลับไปจุดเริ่มต้น.. บ้านเกิดของข้า หุบเขาแห่งความมืด

 

          แกร๊ก...

 

          "หือ.. เสียงอันใด--"

 

          !!!

 

          รู้สึกวิงเวียนคล้ายเห็นภาพหลอน ข้าผุดลุกจากเก้าอี้ทันที นี่ใช่คนชั่วช้าที่บังอาจทำให้ข้าต้องคิดแผนหนีหัวซุกหัวซุนใช่หรือไม่ บุรุษร่างสูงโปร่งก้าวกระโดดข้ามผ่านหน้าต่างอย่างคล่องแคล่ว อาภรณ์สีบริสุทธิ์พลิ้วไหวราวกับเริงระบำ แต่ช้าก่อน ! ข้าลงกลอนหน้าต่างไปแล้วนี่ ฉับพลันที่ข้าเลื่อนสายตามองไปยังกลอนหน้าต่างที่ เอ่อ... แตกเป็นเสี่ยง ๆ

 

          "เจ้า... เจ้า !?"

 

          เห็นบ้านข้าเป็นโรงเตี๊ยมหรืออย่างไร ถึงได้เข้าออกได้ทุกเมื่อเชื่อวันราวกับเป็นบ้านของตัวเอง !

 

          ไป๋หยินไม่พูดไม่จา ก้าวขาฉับ ๆ ตรงดิ่งมาทางข้า ก่อนที่นัยน์ตาสีเงินจะเลื่อนผ่านมองกองกระดาษจำนวนหนึ่งที่กางแผ่ไว้อยู่บนโต๊ะทำงาน ข้ารีบคว้าหมายจะเก็บลงลิ้นชักให้หมด แต่เจ้าหยวกกล้วยมือเร็วกว่า แค่พริบตาเดียวกระดาษเหล่านั้นก็ไปอยู่ในมือของมัน !

 

          "กระดาษพวกนี้..."

 

          "หาใช่ธุระของเจ้าไม่ เอาคืนมา"

 

          นอกจากจะไม่ฟังยังดึงแผนที่ฝีมือข้าไปดูอย่างพินิจพิจารณา ข้าโกรธจนตัวสั่นที่ทำอันใดไม่ได้เลย ข้าเป็นแค่มังกรแก่ จะไปสู้แรงคนหนุ่มกว่าได้อย่างไร

 

          นึกแล้วก็โมโห มีอำนาจแล้วอย่างไรหากใช้ไม่ถูกคน

          โดยเฉพาะเจ้าตัวบัดซบเช่นมัน !

 

          ดวงตาคมกริบทอแสงเล็กน้อย คิ้วหนาเลิกขึ้น ไป๋หยินละสายตาจากม้วนกระดาษแล้วสบตากับข้าที่กำลังจ้องเขม็ง

 

          จริง ๆ แล้วข้าไม่โกรธหรอก แต่กลัวมันฉีกแผนที่ข้าทิ้งมากกว่า อย่าฉีก ! ห้ามฉีก !! ข้าคร้านที่จะเขียนแผนที่ใหม่แล้ว ขอล่ะ ถ้าฉีกก็ช่วยออกค่าน้ำหมึกข้าใหม่ให้ด้วย !

 

          "หุบเขาแห่งความมืดงั้นหรือ หากเดินอ้อมไปด้านหลังจะมีทะเลสาบที่สวยงามเหมาะแก่การไปเที่ยวยิ่งนัก"

          "แล้ว ?"

 

          แล้วเจ้าจะบอกข้าเพื่อ

 

          "ไว้ว่าง ๆ ไปด้วยกันดีหรือไม่ หลังแต่งงานก็ดีหรือจะก่อนแต่งข้าก็มิเกี่ยง"

 

          "เอ่อ ข้าไม่.."

 

          ข้าไม่ได้จะไปเที่ยวเล่นเสียหน่อย จะย้ายไปอยู่ต่างหาก ! ไม่ ไม่ ข้าไม่ไป แล้วก็ข้าไม่อยากแต่ง ข้า ข้า...

 

          "ข้าไม่ให้ท่านปฏิเสธ"

 

          เจ้าหยวกกล้วยจอมบัดซบบบ ยังอุตส่าห์ให้เกียรติข้าโดยการเรียกท่านอีกนะ น้ำตาจะไหลด้วยความซาบซึ้ง ข้าลอบปาดน้ำตาในใจ

 

          ...บิดาเจ้าเถิด !

          ไม่ ข้าไม่ไป เจ้านั่นแหละไป ออกไปจากตำหนักข้า !

 

          ข้าเอ่ยเสียงเย็นชากับคนทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวที่บังอาจนั่งลงบนเก้าอี้ของข้าอย่างถือวิสาสะพร้อมตวัดปลายนิ้วชี้ไปยังหน้าต่างที่เปิดโล่ง

 

          "มาทางไหนกลับไปทางนั้น"

 

          "ไม่"

 

          หน้าด้าน !

 

          "...บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง บ้านข้ามีกฎว่าห้ามมิให้ผู้อื่นเดินเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าบ้าน"

 

          เมื่อใช้วาจาแดกดันไม่เป็นผล ข้าจึงยิ้มฝืนกลับมาใช้วิถีปัญญาชน ใช้เหตุผลเข้าสู้เสียเลย ดูสิว่าไป๋หยินจะตอบเช่นไร แต่เป็นต้องยิ้มค้างในบัดดล

 

          ดูมันตอบ

 

          "เช่นนั้นข้าขออนุญาต"

         

          เพ้ยยยย เจ้า เจ้า.. บ้าจริง ข้าคิดคำด่าไม่ออกแล้ว ข้ากุมขมับที่ปวดร้าวอย่างสุดจะทานทนและกัดฟันพูดออกไปอีกรอบ

 

          "ข้าไม่อนุญาต กลับไปเสีย"

 

          "ข้าไม่ให้ปฏิเสธอยู่แล้ว"

 

          "เจ้า !??"

 

          อย่าให้ข้าสติแตก มิเช่นนั้นอย่าหวังว่าเจ้าจะได้ยืนทนโท่หน้าตายอยู่ตรงนี้ นี่สวรรค์ต้องการจะทดสอบความอดทนของข้าจริง ๆ ใช่หรือไม่ อาจเป็นเพราะเห็นสีหน้าที่อดทนอดกลั้นของข้า เจ้าหยวกกล้วยจึงหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ภาพมังกรหนุ่มหน้าตาหล่อเหลายามหัวเราะอาจดูรูปงาม แต่ไม่สำหรับข้า มีอะไรน่าขำ ! ข้าชักสีหน้าใส่ขึงตาดุ

 

          อย่า อย่าส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ข้า

 

          "อย่าปฏิเสธข้าเลย พี่หยาง เพราะที่แล้วมาท่านก็มิเคยปฏิเสธข้าได้เลยสักครั้ง... จริงหรือไม่ ?"

 

          อืม ข้าว่าเจ้ากำลังเข้าใจผิดมหันต์ ข้าทำสีหน้าว่างเปล่าใส่อย่างเหลืออด

 

          เจ้าไม่เคยเปิดโอกาสให้ข้าเอ่ยปฏิเสธเลยต่างหากล่ะ ! เพ้ย ข้ารึพยายามแล้วพยายามอีกในการบอกปัด แต่เจ้าก็เอาแต่ส่งจดหมาย ๆ มาให้สู้กัน ไม่มีการถามสักคำว่า "สะดวกหรือไม่ อยากสู้ไหม" แต่เจ้าเล่นส่งมาแบบไม่ให้ตอบ ต้องมาตามนัดเท่านั้น พอข้าไม่ไปก็บุกทะลวงใช้กำลังในการกระชากลากถู บ้างก็มาหาแบบไม่ให้ข้าตั้งตัว แล้วข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร ถามหน่อย !

 

          แต่เนื่องด้วยสู้รบปรบมือกันมานาน รู้จักกันมาตั้งแต่มันสูงแค่อกข้า จะอธิบายให้ยืดยาวก็คงเปล่าประโยชน์ ข้าลอบถอนหายใจพลางจินตนาการภาพนิมิตให้เห็นเป็นเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกำลังเรียกร้องความสนใจเท่านั้น

 

          แค่เด็ก เด็กเอาแต่ใจ ข้าจะไม่เอาความกับเด็ก

         

          "เจ้ามาที่นี่มีธุระอะไร หากจะมาเพื่อยั่วโมโหข้าก็กลับไปเถิด ข้าไม่มีเวลาว่างเช่นเจ้า"

 

          "ข้ามาเพื่อเจอหน้าคู่สมรสพระราชทาน แค่นั้นก็มีเหตุผลมากพอแล้ว"

 

          เหตุผลมารดาเจ้าสิ !

 

          แล้วจะย้ำอะไรนักหนา แต่งงานบ้างล่ะ คู่สมรสบ้างล่ะ กลัวข้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าข้าต้องแต่งกับเจ้า จะพูดก็กระดากปาก ข้ามีเหนียมอายพอ ก่อนจะกระแอมในลำคอเบา ๆ กล่าวเสียงเรียบแฝงความเฉียบขาด แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าคงไม่สะท้านผิวมันเลยก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

 

          "เจอหน้าก็แล้ว กลับไปเสีย"

 

          "ข้ายังไม่พอใจ"

 

          เจ้าคนมักมากกก โลภมากกกก ได้คืบเอาศอกกกก

 

          ข้าได้แต่กลอกตามองเพดานแล้วนิ่งเงียบ ปล่อยให้มันโลมเลียทางสายตาอยู่อย่างนั้น แม้จะไม่แตะต้องตัว แต่สายตาที่ร้อนผ่าวก็ทำเอาวูบวาบไปทั้งตัว พ่อหนุ่ม เก็บอาการหน่อย ! ขนาดแค่ข้าจะแอบชำเลืองมองหน้ามันยังต้องผินหน้าหนีเลย หายใจก็ว่ายาก แค่ขยับเขยื้อนกายก็ยังรู้สึกอึดอัด ทรมานกายและใจอย่างหาที่สุดมิได้

 

          ในที่สุดข้าก็จนใจหาทางหลีกเลี่ยง โดยการบอกว่าจะเตรียมน้ำชาและขนมให้ทานในฐานะเจ้าบ้านที่ดี

 

          เอาเถิด มาดีไม่ได้มาร้ายแบบหลายครั้งที่ผ่านมา ข้าจะเอาใจหน่อยก็แล้วกัน

 

          เจ้าไป๋หยินพยักหน้ารับ หยีนัยน์ตาลงปกปิดความดีใจไม่มิด ข้าลอบถอนหายใจแสร้งทำเป็นไม่เห็นกิริยาน่ารัก ๆ นั่นพร้อมกับก้าวขาหมายเดินออกจากห้อง แต่แล้วก็ถูกจู่โจมโดยการถูกคว้าข้อมือและจูบที่ปลายนิ้วมือทั้งห้า !

 

          มันเป็นอะไรกับมือสาก ๆ ของข้ามากนักหรือ ข้ามองตาขวางพยายามสลัดมือ ยื้อข้อมือกันอยู่นาน แต่ก็ไม่เป็นผล

         

          ปล่อยมือข้าได้แล้ว !

          ยัง ยังไม่ปล่อยอีก ข้าสุดจะทนขืนมือกลับอย่างสุดความสามารถ

 

          "ปล่อย !"

 

          จุ๊บ

 

          "ไป๋หยิน..."

 

          จุ๊บ

 

          โว้ยยยย เสียงจุ๊บเบา ๆ นี่มันน่ารำคาญขนาดนี้เชียวหรือ ข้ารู้สึกคันยุบยิบที่หัวใจจนทนไม่ไหวใช้มือข้างนั้นฟาดผลัวะไปเต็มแรง หาทางสลัดหลุดจนได้ ไม่นึกฝันว่าต้องมารับมือกระบวนท่าการต่อสู้เช่นนี้ อันตรายเกินไปแล้ว

 

          ข้าปิดประตูดังปัง ! เจ้าจิ้งเหลนดำทำหน้าตาแปลกใจ แต่พอเห็นปฏิกิริยาของข้าก็รับรู้ได้ทันทีรีบพากันไปห้องครัวตระเตรียมน้ำชาให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยท่าทางกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง

 

          ต่างจากข้ายืนพิงกับเสาต้นหนึ่งอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ในใจกล่าวโทษทุกสิ่งอย่างพร้อมน้ำตานอง

 

          มิรู้คิดถูกหรือคิดผิด นี่ไม่เป็นการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้านหรอกหรือ ไม่สิ เรียกศัตรูก็ไม่ได้แล้ว...

 

          และแล้วข้าก็ตระหนักได้ว่านอกจากจะหาทางหนีแล้วควรจะหาทางปกป้องตัวเองด้วย อย่างเช่นเพิ่มกลอนประตูหน้าต่าง เพิ่มจิ้งเหลนหน่วยเฝ้ายาม ทำอย่างไรก็ได้ให้ข้ารู้จักปลอดภัยมากกว่าที่เป็นอยู่ !

 

สวรรค์ ขอโปรดพระราชประทานอภัยโทษ ! ส่งเจ้าไป๋หยินที่เอาแต่ท้าต่อยตีผู้นั้นกลับมาให้ที ข้ายอมเจ็บตัว แต่ไม่ยอมเจ็บใจเช่นนี้แน่ !

 

- - - - -

 

          คนใจดีก็ยังเป็นคนใจดีอยู่วันยังค่ำ XD น่าสงสารพี่หยางเขานะคะ 555555 แผนย้ายบ้านของพี่หยางจะล่มหรือไม่ล่ม มาติดตามชมกันค่ะ--

 

          สำหรับไป๋หยินนี่จะเรียกว่า ได้คืบเอาศอก ไม่ได้นะคะ เรียกว่าได้จูบมือจะเอาทั้งตัวดีกว่าค่ะ ฮา

 

          ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ โดยเฉพาะเว็บ readwrite เรารู้สึกตกใจมาก XD ตื่นขึ้นมาอีกที ยอดวิวเยอะจนตกใจเลยค่ะ 5555 แล้วก็เราไม่ได้ลงแค่เว็บเดียวนะคะ ลงหลายเว็บมาก ทั้งเด็กดี readawrite fictionlog และmareads ดังนั้นสะดวกติดตามทางเว็บไหนก็เชิญเลยค่ะ

 

          ดีใจที่ทุกคนชอบนิยายเรื่องนี้นะคะ

 

        1 เมนต์ = กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 238 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #369 ttlovePswmakka (@ttlovePswmakka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 22:41
    พี่หยางปากร้ายใจดีมาก น่าร้าก>_<
    #369
    1
    • #369-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 4)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:20
      น่ารักแบบนี้ใครจะทนไหวว ;__;
      #369-1
  2. #340 Pissuda627 (@0862223050) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 18:31
    ตลกพี่หยางได้แต่บ่นในใจอ่ะ 55
    #340
    1
  3. วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:43
    อิพี่หยินนี่ดูซึนไม่ใช่เล่น
    #255
    1
    • #255-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 4)
      28 สิงหาคม 2562 / 21:47
      :3 เป็นคนซึน ๆ ต่อดูท่าจะไม่ดี อยากจะได้ใจเธอคงต้องเลิกซึนแล้วแหละ
      #255-1
  4. #237 minminii (@minminii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:44
    อารมณ์อิพี่ไป๋หยินคือแบบ ยิ่งชอบก็ยิ่งแกล้งอ่ะ สงสารพี่เฮยหยางมากมาย 555
    #237
    1
  5. #216 jackkn (@homeplace) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 18:16
    จะเขินมันก็เขิน แต่พอคิดในอีกแง่เราก็อึดอัดแทนพี่เฮยหลางจริงๆ ฮาาาา
    #216
    1
    • #216-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 4)
      14 กรกฎาคม 2562 / 15:30
      เขินแบบแปลก ๆ 555555
      #216-1
  6. #103 Kanlayanee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 17:46

    ติดตามอยู่นะคะ สู้สู้ค่ะ

    #103
    1
    • #103-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 4)
      2 เมษายน 2562 / 17:55
      ฮื้อออ ขอบคุณที่ติดตามนะคะะ //_\\
      #103-1
  7. #90 Alljae (@Alljae) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:48
    พี่หยางใจอ่อนตลอดเลย น่ารักกกกก
    #90
    1
  8. #82 fighting writeee♡ (@sedna0327) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 17:52
    คุณพี่ลองอ้อนๆดูสิคะเผื่อจะได้ผล//ยิ้มมุมปาก
    #82
    1
    • #82-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 4)
      29 มีนาคม 2562 / 21:12
      คุณพี่บอกว่า กระอักเลือดตายยังดีกว่าทำแบบนั้น 555555 XD
      #82-1
  9. #65 บาบาน่า (@FISHOKUN) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 00:33
    น้องงงงง หยอกพี่หยางอย่างงี้ไม่ไหวนะ หมายถึงใจคนอ่านเนี่ยไม่ไหว เขินแทนนนน โอ๊ยยยยย
    #65
    1
  10. #37 Rindis (@Rindis) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:07

    ย้ายไปบ้านน้องไป๋สิ

    #37
    3
    • #37-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 4)
      21 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:32
      *ลูบคางครุ่นคิด* ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดสินะ...
      #37-1
    • #37-2 Rindis (@Rindis) (จากตอนที่ 4)
      21 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:56
      แม่นแลววว
      #37-2
  11. #11 tykia (@tykia) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 01:16
    สงสารคุนพี่555555
    #11
    1
    • #11-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 4)
      5 มกราคม 2562 / 10:08
      55555 มีแต่คนวงวารพี่หยาง XD
      #11-1
  12. #10 ราชินีขี้เซา (@0983163561) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 22:00
    วงวารพี่หยาง5555
    #10
    1
    • #10-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 4)
      4 มกราคม 2562 / 22:03
      น่าสงสารเขานะคะ 5555
      #10-1