มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 38 : วุ่นวายไม่จบสิ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    8 ก.ค. 63

ตอนที่ 36 : วุ่นวายไม่จบสิ้น

 

 

สตรีเพียงหนึ่งรู้สึกตัวเป็นคนแรก เสวียนอู่วาดยิ้มงดงามขณะยอบกายคำนับประมุขเหยียนหลงที่แม้ไม่เห็นรูปกาย แต่สัมผัสได้ถึงตัวตนภายในลูกแก้ว นางหันไปเปรยกับคนที่ทำงานไม่ลืมหูลืมตา

 

“ดูเหมือนวันนี้เราจะมีแขกนะ ชิงหลง”

 

ประมุขมังกรกลับมิใคร่จะสนใจนัก คาดว่าทำงานหนักจนประสาทการรับรู้ผิดเพี้ยน ถามว่า “ใคร?” แบบส่ง ๆ แล้วประทับตราต่อเสียอย่างนั้น

 

นายหญิงเต่าดำได้แต่ยิ้มขออภัยกับความบ้างานของเพื่อนร่วมชายคา ข้าชำเลืองมองดวงหน้าเปื้อนยิ้มของท่านพ่อ ทว่าหัวคิ้วที่ยับย่นเล็กน้อยนั้นมิอาจรอดสายตาข้าได้

 

ข้าจุดธูปไว้อาลัยให้ท่านอาบัดเดี๋ยวนั้น

 

จวบจนประทับตราฉบับสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดเสร็จ สัตว์เทพประจำทิศตะวันออกถึงเงยหน้าขึ้น แย้มยิ้มยามเจอลูกหลาน ก่อนหน้าจะซีดลงเมื่อเห็นไข่มุกศักดิ์สิทธิ์ลอยคว้างกลางอากาศ ผวาลุกขึ้นจากเก้าอี้จนเกิดเสียงดังโครม

 

“ทะ.. ท่านพี่ซือ”

 

ตามด้วยประมุขอีกสองท่านที่เพิ่งประสานมือคารวะทีหลัง พวงแก้มของจูเชวี่ยสุกปลั่งด้วยสีเลือดฝาด เหงื่อผุดรอบกรอบหน้า กว่าจะงัดเสือขี้เซาให้ลุกขึ้นได้ใช้เวลาพอ ๆ กับชิงหลงที่กำลังเรียกสติตัวเองนั่นแหละ

 

“ท่านมาตั้งแต่เมื่อไร” แล้วทำไมไม่มีใครบอกข้า!

 

ต่อให้ไม่ได้เอ่ยประโยคหลังออกมา หลายคนก็พอเดาได้ว่าจะพูดอะไร หงส์ไฟตอบด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “ข้าจะบอกเจ้าอยู่พอดี เพียงแต่..” ร่างผอมบางมองไป๋หู่ที่อ้าปากหาวจนเห็นเขี้ยวขาวพลางยิ้มแหย 

 

นายหญิงเสวียนอู่ที่กลั้นหัวเราะอยู่นานรู้หน้าที่ สะบัดมือไล่บ่าวใช้ออกไปด้วยความหวังดี ไม่อยากให้เพื่อนขายหน้าไปมากกว่านี้ ...ถึงจะไม่ทันแล้วก็เถิด

 

กระทั่งภายในห้องเหลือหกชีวิต ลูกแก้วสีใสจึงมีการตอบสนอง

 

“ไม่เจอกันนานเลย ชิงชิง” 

 

คนอื่นมองไม่เห็นแต่ข้าเห็นท่านพ่อกำลังคลี่ยิ้มเย็น จรดสายตามองสภาพที่ดูไม่ได้ของท่านอาตั้งแต่หัวจรดเท้า ในชั่วเวลาเดียวกันประมุขแห่งบูรพาเสียวสันหลังวาบโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

“ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนดีหรือไม่?”

 

โอ้.. พวกเจ้าอย่าได้เข้าใจผิดเชียว นั่นไม่ใช่ประโยคคำถาม เป็นประโยคคำสั่งที่ต้องปฏิบัติตามต่างหาก!

 

เจ้าของเรือนผมสีไม้ไผ่จับใบหน้าครึ่งล่างที่มีหนวดเครารกครึ้มด้วยแววตาล่อกแล่ก “ขออภัยที่ให้ท่านเห็นสภาพไม่น่าดู ข้า.. ข้าขอเวลาสักครู่” กล่าวจบก็เร่งรุดออกจากห้องไป

 

เพราะท่านพ่อไม่ชอบคนสกปรกน่ะ บิดาพูดอยู่บ่อยครั้งว่าคนที่ไม่ใส่ใจตัวเองย่อมดูแลคนอื่นไม่ได้ดี ฉะนั้นไม่แปลกเลยที่ท่านอาจะออกอาการลนลานปานนั้น

 

เรื่องมีอยู่ว่า...สมัยข้ายังเด็ก เจ้าสี่เป็นมังกรแสบยิ่งกว่าน้องเจ็ดเสียอีก ว่างเป็นไม่ได้ต้องออกไปเล่นดินเล่นทราย ชวนข้ากับน้องสามออกนอกลู่นอกทางประจำ คนนอกมองมาอาจไม่รู้เลยว่าเด็กหนุ่มสกปรกมอมแมมคนนั้น จะเป็นถึงคุณชายตระกูลใหญ่ผู้ครอบครองหยกหายากนับหมื่นชิ้น แล้วแทนที่จะล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดเรียบร้อยดันเดินโทง ๆ กลับบ้านทั้งอย่างนั้น

 

นั่นละ โดนท่านพ่อทำโทษตามระเบียบ นั่งสำนึกผิดใต้น้ำตกไปเจ็ดวันเจ็ดคืน

 

ข้าและจื่อซูเหวินพร้อมใจกันสมน้ำหน้าเจ้าตัวที่ร้องโอดโอย น้ำก็ไม่อาบ ย่ำเท้าทิ้งคราบสกปรกทั่ววัง ข้ารับใช้ต้องทำความสะอาดกันจ้าละหวั่น ท่านพ่อลงโทษแค่นั้น ถือว่าปรานีแล้ว เจ้าเด็กเมื่อวานซืน!

 

ระหว่างที่รอประมุขมังกรแต่งเนื้อแต่งตัวใหม่นั้น ดวงตาของข้าก็สบกับอัญมณีสีชมพูอ่อนเข้าพอดี ก่อนเจ้าแห่งปักษาจะหลบตา ทรุดกายลงนั่งทำหน้าที่ต่างหมอนอีกครั้ง ไม่มองข้าอีกเลย

 

หงส์กริ่งเกรงอำนาจของพวกเรา เป็นความกลัวโดยสัญชาตญาณ ถึงไม่ได้แสดงออกชัดเจน แววตาก็เก็บซ่อนความเคลือบแคลงไว้ไม่มิด ไม่นับท่านอาที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กกับท่านพ่อที่คอยดูแลมาตั้งแต่เล็ก

 

อีกประการหนึ่ง หงส์ถือเป็นสัตว์ที่ไม่เคยเจ็บป่วย ยกเว้นพิษงูที่อาจทำอันตรายได้ ทั้งงูยังเป็นญาติห่าง ๆ หลายชั่วโคตรของมังกร ซ้ำร้ายชาวมังกรนิยมกินนกเป็นอาหาร

 

จะโทษใครไม่ได้ นอกจากเนื้อนกย่างอร่อยจริง ๆ (...)

 

สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็กเป็นวัฏจักรของโลก พวกเราตะบี้ตะบันกินจนสิ้นเผ่าพันธุ์นกพิราบเสียเมื่อไร มีหงส์เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ระแวงการคบค้าเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองเผ่า

 

อันที่จริง...พวกเขาทั้งหมดอาจจะยังหวาดกลัวอยู่ก็ได้

และความกลัวนี้เองที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างผลประโยชน์

 

ครั้นธูปก้านที่สองหมดลง ประมุขชิงหลงเดินผ่านประตูเข้ามาด้วยท่วงท่างามสง่า เครารุงรังที่หายไปเผยให้เห็นเครื่องหน้าคมชัด ทั้งจมูกโด่งและริมฝีปากได้รูป แลอ่อนเยาว์ลงไปหลายร้อยปี 

 

โชคร้ายที่ความดีงามทุกประการถูกใต้ตาดำดึงความสนใจจนหมดสิ้น

 

ไม่เพียงแค่นั้น ท่านอาไม่ได้มามือเปล่า มีใจอารีมอบหมอนปักลายโบตั๋นสีสดสวยให้รองลูกแก้วด้วย ข้าถึงกับหมดคำพูด พอ ๆ กับท่านพ่อที่ไม่มีรอยยิ้มเหลืออยู่บนหน้าอีกต่อไป

 

ยืนประวิงเวลาครู่หนึ่งข้าก็ตัดสินใจวางไข่มุกไว้บนนั้น เนื่องจากทนสายตากดดันจากผู้มีศักดิ์เป็นอาไม่ไหว

 

ในเมื่อคนครบแล้วก็ได้เวลาเข้าเรื่องสักที บิดาเล่าความเป็นไปไม่กี่ประโยค ทุกคนก็เข้าใจพากันโยกย้ายไปนั่งในศาลา ซึ่งรายล้อมด้วยสารพันไม้ดอกไม้ประดับ ก่อนทิวทัศน์หลากสีจะกลายเป็นสีฟ้า เพราะถูกกำแพงน้ำกั้นเอาไว้ 

 

เสวียนอู่ผู้ควบคุมพลังน้ำและเปรียบเสมือนนายใหญ่ของที่นี่ นำลูกพรวนที่ข้าส่งให้ทางการออกมา กลีบปากสีแดงอิฐผลิยิ้มขณะวางสิ่งนั้นลงบนโต๊ะ 

 

“นอกจากเจ้าจะเป็นคนพบหลักฐานชิ้นนี้ ยังรับผิดชอบตามคดีนี้ต่อด้วยตนเอง นับเป็นวาสนาของตระกูลมังกร”

 

ดวงตาสีเทาเข้มหรี่ลงยามนึกถึงญาติผู้ถูกจองจำในคุกใต้ทะเล ด้วยตำแหน่งของนางทำให้มิอาจก้าวก่ายการปกครองของอดีตประมุข ทำได้เพียงว่ากล่าวตักเตือน ทั้งที่พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า หญิงสาวข่มความโกรธของตัวเองมาโดยตลอด

 

กระทั่งตระกูลรองทำเรื่องงามหน้า หากไม่ได้มังกรคู่หยินหยางช่วยไว้คงเกิดเหตุการณ์เลวร้ายมากกว่านี้

 

เมื่อคิดเช่นนั้นแววตายิ่งทอประกายอ่อนโยน “หากข้ามีลูกหลานน่าเอ็นดูเช่นเจ้าบ้างก็คงดีไม่น้อย” นางทอดถอนใจคล้ายรำพันกับตัวเอง

 

ข้าที่กำลังเก้อเขินรีบค้อมกายตอบด้วยความจริงใจ

 

“อู่จ้าวหลิว ประมุขคนปัจจุบันปกครองแผ่นดินได้อย่างสมเกียรติ เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรมต่อคนหมู่มาก ประชาชนไม่อดอยากแร้นแค้น ..เป็นสายเลือดที่น่าภูมิใจไม่แพ้กันขอรับ”

 

“...”

 

เจ้าของผมดำมันวาวอย่างสตรีชั้นสูงเงียบไปพักหนึ่งก็เอ่ยขึ้นดั่งคนคิดตกแล้วว่า “ชิงหลง ข้าชอบเด็กคนนี้ ขอยืมตัวสักปีสิ! มากกว่านั้นได้ยิ่งดี”

 

นัยน์ตาสีเขียวอ่อนที่ปรือปิดเหลือกขึ้นทันควัน “หนึ่งวันข้าก็ไม่ให้! หุบปากไปเลย เสวียน—อู่” พยางค์สุดท้ายพลันเบาหวิว เพิ่งคิดได้ว่าไม่ได้มีกันแค่สี่คนเหมือนอย่างเคย... ชิงหลงหลิ่วตามองไข่มุกยักษ์แวบหนึ่งแล้วเบนหน้าหนีไปทางอื่นแบบที่ เอ่อ ไม่ค่อยเนียนเท่าไร

 

อา ข้าจะแสร้งตาบอดชั่วคราวแล้วกัน ไม่เห็นกิริยาเปิ่น ๆ ของท่านอาจริง ๆ นะขอรับ! ข้าสาบานได้!

 

ส่วนมังกรล่องหนนั้น... นั่งชมนกชมไม้ต่ออย่างไม่อนาทรร้อนใจ 

 

นายหญิงเต่าดำป้องปากหัวเราะ รังแกเพื่อนพอเป็นกระสายจึงกลับเข้าเรื่องที่คุยค้างเอาไว้ เนตรงามเจือแววหยอกล้อเปลี่ยนเป็นจริงจัง บรรยากาศสดใสพลอยเคร่งขรึมตามไปด้วย 

 

“หลังจากคว้าน้ำเหลวมาหลายครั้ง หน่วยพิสูจน์หลักฐานก็ไม่ได้มีดีแค่ชื่อเสียทีเดียว พวกเราได้ข้อสันนิษฐานที่น่าสนใจว่ากลุ่มคนร้าย... เป็นสัตว์เช่นเดียวกับพวกเรา

 

ประมุขซือเฉิงละสายตาจากดอกไห่ถัง* กลีบผกาแดงเลือดเคลือบชั้นด้วยสีฟ้าบางเบากลายเป็นความงามรูปแบบใหม่ แลดูวิจิตรศิลป์อย่างน่าพิศวง ย้อนถามเสียงเรียบว่า “มั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือ?”

 

“หนึ่งในสัตว์ที่จมูกดีที่สุดกล่าวว่ากระพรวนชิ้นนี้มีกลิ่นสาบของสัตว์ไม่ผิดแน่ขอรับ” ท่านอาเว้นเสียงไปชั่วครู่ สีหน้าแฝงร่องรอยความเจ็บใจ “ทว่า...ด้วยกลิ่นที่บางเบามากจึงมิอาจระบุได้ว่าเป็นสัตว์เผ่าไหน”

 

ไม่ได้คืบหน้าจากเดิมเท่าไร

 

ข้าคิดในใจ มีสัตว์มากมายบนแดนกึ่งสวรรค์ ไม่นับสัตว์บนโลกมนุษย์และเดรัจฉานใต้ดิน ไหนจะบางส่วนที่ถูกดึงไปช่วยงานเบื้องบนอีก ไม่ได้จำกัดวงแคบลงแม้แต่นิด

 

เอาเถิด อย่างน้อยก็ไม่ใช่ปีศาจ...แต่เดี๋ยวก่อน หัวสมองที่เริ่มผ่อนคลายกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ร่างเดิมของปีศาจก็คือสัตว์มิใช่หรือ! “แล้วม่านพลัง—” เพื่อความแน่ใจข้าจึงหันไปสอบถามพยัคฆ์ขาว ผู้มีน้องชายร่วมสายเลือดดูแลพงไพรที่พวกปีศาจหลบซ่อน

 

ปรากฏว่า...

ประมุขเสือหลับไปแล้ว!

 

ดวงตาสีนิลเบิกถลน กะพริบตากี่ทีก็เห็นคนหลับตาพริ้มเช่นเดิม... ท่านไป๋หู่ขอรับ ข้าเข้าใจว่าหลายร้อยปีที่ผ่านมา บ้านเมืองสงบร่มเย็นปราศจากภัยสงคราม เจ้าของฉายาแม่ทัพประจิมเช่นท่านเลยพอมีเวลาว่าง นอกจากลงไปฝึกทหารก็เน้นนอนเป็นหลัก

 

ซึ่ง... เป็นอะไรที่น่าอิจฉามาก

 

อย่างไรก็ตาม ท่านจะหลับเช่นนี้มิได้! เรากำลังหารือเรื่องสำคัญที่อาจเกี่ยวพันกับชีวิตของคนทั้งโลกอยู่นะขอรับ!

 

ขนาดจูเชวี่ยที่มิใคร่ผูกมิตรกับมังกรแปลกหน้ายังหลุดขำเมื่อเห็นข้านั่งเบื้อใบ้ “ไป๋หู่ฟังอยู่ เจ้าพูดต่อได้เลย” เขาเอ่ยเสียงนุ่มพลางลูบต้นแขนเปลือยเปล่าของคนที่เลื้อยตัวหลับคาโต๊ะเบา ๆ ก่อนมือข้างนั้นจะถูกรวบเอาไว้ ฝ่ามือหยาบกร้านคลึงข้อมือขาวผ่อง ตอบคำถามโดยที่ไม่ลืมตามองคู่สนทนาเลยสักนิด

 

“...”

 

ท่านอาชิงและนายหญิงเสวียนยิ้มอ่อน ‘เดี๋ยวเจ้าก็ชิน’

 

ข้านั่งแกะใจความจากน้ำเสียงงึมงำในลำคอของท่านแม่ทัพอยู่ครู่ใหญ่ ก็ได้ข้อสรุปว่าเขตอาคมที่ปกคลุมภูเขานั้นไม่มีรอยร้าวอย่างที่เจ้าเงาน้อยว่าเอาไว้

 

[เรื่องชาวบ้านน่ะไว้ใจข้าได้เลย!]

 

หากเจ้าตัวอยู่คงพูดแบบนั้น

 

ข้าอมยิ้มบางเบา เสียดายที่ไม่ได้มาด้วยกัน ไม่รู้ป่านนี้ทำอะไรอยู่ เรื่องอาหารการกินคงไม่ต้องห่วง เจ้าก้อนยุ่งไม่ปล่อยให้ตัวเองอดอยู่แล้ว หวังว่าจะไม่เที่ยวซนจนตัวเปียกโชกเหมือนคราวที่แล้วอีก

 

หารู้ไม่ว่าเจ้าตัวเล็กที่ข้าคิดถึงนั้นจะอยู่ห่างกันเพียงฝาผนังกั้น กำลังดื่มด่ำความเป็นระเบียบ ไม่เกี่ยงหน้าที่กันของเหล่าโฉมงามและหนุ่มฉกรรจ์ที่ทำงานเกินเบี้ยหวัดไปมาก แม้จะไม่มีใครเห็นหรือได้ยิน มันก็นั่งตบมือแปะ ๆ ส่งเสียงให้กำลังใจว่า 

 

[สู้ ๆ นะทุกคน!!] พร้อมจกขนมที่ขโมยมาจากห้องครัวเข้าปาก เคี้ยวหงุบหงับอย่างเอร็ดอร่อย

 

ถ้าข้ารู้ว่ามันอยู่นี่ละก็... จะบีบให้ตัวบี้เลยเชียว!

 

---

 

ทันใดนั้นเจ้าของสุรเสียงนุ่มทุ้มหากเปี่ยมด้วยอำนาจเอ่ยว่า “รอบัญชาจากสวรรค์ก็ไม่ได้เรื่องได้ราวอันใด เดิมทีเราเป็นพันธมิตรกันเพราะผลประโยชน์ หากไม่แลกเลือดเนื้อ มีหรือเบื้องบนจะดูดำดูดี” มังกรชั้นสูงหรี่ตาลง ประมุขรุ่นแรกช่างไร้เดียงสา ยอมประทับตราในสัญญาเลือดเพื่อกำไรเพียงเล็กน้อย 

 

“สัญญาที่ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบกว่า ย่อมไม่เป็นกลางมาตั้งแต่ต้น”

 

ข้ากับประมุขคนอื่น ๆ ยิ้มฝืดเฝื่อน ที่ท่านพ่อพูดเป็นความจริงทั้งสิ้น ประมุขรุ่นแรกตายจากไปนานแล้ว คนที่รับกรรมจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรมสืบมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

 

พวกข้านี่แหละ! บัดซบจริง ๆ !!

 

นิ่งเงียบไปสักพักด้วยความขื่นขม เป็นหญิงสาวที่ทำลายความเงียบดังกล่าว “และท่านก็ได้มอบถ่านไม้กลางหิมะ*แด่พวกเราพอดี”

 

  • มอบถ่านไม้กลางหิมะ ; การให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะในด้านกายภาพหรือด้านจิตใจ กับผู้ที่กำลังตกอยู่ในความยากลำบาก

 

สัตว์เทพผู้ปกปักน่านฟ้าทั้งสี่ยืดหลังตรง ค้อมศีรษะขอบคุณอย่างนบนอบ ทุกคนต่างรู้ดีว่าประมุขผู้นี้ไม่มีทางมาเยี่ยมเยียนหากไม่มีเรื่องเกิดขึ้น และธุระสำคัญที่ว่าคงเป็นเรื่องที่พวกเรากำลังทุกข์ใจอยู่ตอนนี้

 

ผู้ใดจะคิดว่าดินแดนสัตว์เทพที่สงบสุขมานาน วันหนึ่งจะขาดกำลังพลหนุ่มสาวที่มีความสามารถเมื่อภัยร้ายแผ้วพาน 

 

ไม่มีใครคาดฝัน ทำได้เพียงรับมือกับมันอย่างสุดกำลังเท่านั้น

 

ซือเฉิงระบายยิ้มนุ่มนวล บอกให้ผู้เยาว์ทำตัวตามสบาย “ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงย่อมช่วยเหลือแบ่งเบา ที่ข้ามาด้วยกันกับหยางเอ๋อร์เพราะเหตุนี้” ก่อนที่จะเปลี่ยนอิริยาบถ วางศอกข้างหนึ่งลงกับโต๊ะแล้วเท้าคางหลวม ๆ 

 

“ทว่าจะหวังพึ่งมังกรแห่งเหยียนหลง ไม่สิ.. คนรุ่นหลังเพียงอย่างเดียวมิได้ แม้จะมีพละกำลังที่แข็งแกร่งแต่ด้อยประสบการณ์ กลับกันเหล่าปรมาจารย์ที่หายหน้าหายตาไปจากยุทธภพ แม้สังขารร่วงโรยแต่เจนโลก อย่าได้มองข้ามพวกเขา อาจเป็นกำลังสำคัญที่คาดไม่ถึง”

 

...ไม่รู้ทำไมฟังท่านพ่อจบแล้วรู้สึกฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก

 

ข้ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เห็นประกายแห่งความหวังในแววตาของคนทุกผู้ มันส่องแสงแพรวพราวราวดาวจรัสฟ้า ไม่มีเค้าความกังวลหลงเหลืออยู่

 

ตอนนั้นเองที่ท่านอาหันมาพูดกับข้าด้วยน้ำเสียงห่วงใย “เสี่ยวหยางเพิ่งพักได้ไม่นาน หลานเหนื่อยรึไม่?”

 

ข้าเกาแก้มตัวเองเล็กน้อย “หากบอกว่าไม่เหนื่อยเลยก็คงโป้ปด แต่ข้าเต็มใจช่วยขอรับ” พร้อมกันนั้นพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด “เพราะพวกมัน ทำให้ชีวิตของข้าที่ไม่สงบอยู่แล้วยุ่งยากขึ้นไปอีก”

 

สัญญาเลยว่าถ้าเจอกันครั้งหน้า.. ข้าจะทุบมันให้เละยิ่งกว่าขี้โคลน

 

“..คุยกันจบแล้วหรือ?”

 

“มีอะไรหรือไป๋หู่?” เจ้าของดวงตาสีดอกท้อถามไถ่คนข้างกาย แม่ทัพหนุ่มมิได้ตอบในทันทีกลับเอียงคอซบไหล่บาง ทำท่าออดอ้อนขัดกับร่างที่สูงถึงหกศอก “...ข้าง่วง ..หิวด้วย อยากกินเนื้อ....”

 

“...”

 

เสวียนอู่หลุดขำพรืด “เอาละ ๆ เลิกประชุมได้!”

 

จบเรื่องเครียดสักที! ข้ายืดเส้นยืดสาย มองส่งพยัคฆ์ขาวจูงมือหงส์เพลิงออกไปกินข้าวด้วยกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แม้ไม่มีใครเอ่ยปาก การกระทำ คำพูด และแววตาล้วนสื่อความหมายไว้อย่างชัดเจน นายหญิงเต่าดำสะสางงานที่เหลือต่อ ส่วนข้ากับท่านพ่อเดินตามบุรุษชุดเขียวอมฟ้าไปยังห้องส่วนตัวเพื่อพูดคุยเรื่องบางอย่าง

 

ประตูบานใหญ่เต็มไปด้วยเถาวัลย์พันเกี่ยวกันอย่างยุ่งเหยิง ชนิดที่ว่าต่อให้ดึงทึ้งแรงแค่ไหนก็ไม่สะท้าน ในอดีตชนชั้นสูงปลูกเมล็ดพันธุ์นี้เพื่อปกป้องทรัพย์สมบัติ หากวันใดมีผู้บุกรุกกล้ำกราย มันจะก่อร่างขึ้นมาใหม่และดึงคนผู้นั้นไปเป็นส่วนหนึ่งของพวกมัน แม้จะเป็นเจ้าของสมบัติก็ตามที.. ทำให้พืชไร้นามเสื่อมความนิยมลงในเวลาต่อมา 

 

อย่างไรก็ดี นั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับชิงหลง มังกรธาตุไม้ ผู้ควบคุมพฤกษานานาพันธุ์ได้ดั่งใจ

 

ไม้เลื้อยสีเขียวสดซึ่งพันธนาการประตูคลายออกอย่างเชื่องช้า เปิดทางให้เข้าไปโดยง่ายจนบานประตูปิดลง พวกมันจึงทำหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง

 

ภายในห้องของประมุขบูรพาตกแต่งด้วยโทนสีเขียวเย็นตาเข้ากับสีน้ำตาลของเครื่องเรือนเครื่องใช้ที่ทำจากไม้เป็นอย่างดี ข้าวางหมอนรองลูกแก้วลงบนโต๊ะเสร็จก็แหงนหน้าขึ้น ตำหนิท่านอาผ่านสายตา เฉกเช่นบิดาที่กดเสียงต่ำ

 

“ชิงชิงคงทราบเรื่องที่ลวี่เอ๋อร์ก่อไว้แล้ว”

 

เรื่องไหนบ้างน่ะหรือ? โอ้ หลายเรื่องทีเดียว เรื่องที่มันผิดสัญญาคิดนอกใจภรรยา เก็บหญิงชั่วไว้ข้างกายจนโดนปั่นหัว หาเรื่องให้ข้ามีเมีย ทั้ง ๆ ที่น่าจะรู้อยู่ว่าข้ามีลูกงูติดพัน!

 

แม้เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นเพราะมันพลาดพลั้งดื่มยาเสน่ห์ ขณะเดียวกันก็บอกได้ว่าเจ้าสี่หละหลวมในการใช้ชีวิตมากเพียงใด

 

“ชิงหลงทราบแล้ว” รอยยิ้มอ่อนล้าปรากฏบนใบหน้าของอีกฝ่าย “ขอบใจเสี่ยวหยางที่ช่วยจัดการ ..ข้าเป็นอาที่ไม่ได้เรื่องเลย”

 

คนที่ลวี่ลู่คงเชื่อฟังรองจากแม่ตัวเองก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นอาแท้ ๆ ผู้ครองตำแหน่งประมุขจนไม่มีเวลากลับไปดูหน้าหลาน มีเพียงพี่สะใภ้เลี้ยงดูตามลำพัง เพราะสามีสิ้นลมไปนานแล้ว

 

แว่วยินเสียงถอนหายใจดังมาจากลูกแก้ว “สายพิณที่ตึงเกินไป ท่วงทำนองอาจผิดเพี้ยน มิสามารถบรรเลงได้อีกเลย เจ้าควรเอาใจใส่เขามากกว่านี้ มิใช่โหมงานหามรุ่งหามค่ำ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป..” มังกรไร้สีหลุบตาต่ำยามเอื้อนเอ่ยประโยคสุดท้าย “เกรงว่าสายเลือดมังกรเขียวจะไม่ยืนยง แม้เป็นตระกูลใหญ่”

 

พูดแล้วมังกรสกุลวี่นั้นแปลกนัก

 

อัตราการเกิดของมังกรต่ำมากเมื่อเทียบกับเผ่าอื่น กลไกทางร่างกายกำหนดให้มังกรมีลูกได้แค่ตนเดียว เพื่อไม่ให้ประชากรล้นโลกและเบียดเบียนสัตว์เล็ก ทั้งโอกาสการมีชีวิตรอดก็มากกว่า

 

กระนั้นข้อเท็จจริงดังกล่าวกลับเป็นข้อยกเว้นสำหรับมังกรเขียว พวกเขาเลี้ยงดูฟูมฟักลูกของตัวเองอย่างดี ผิดกับมังกรตัวเมียตนอื่น ๆ ที่วางไข่ในแม่น้ำแล้วจากไป ซ้ำยังมีลูกหลานได้หลายคน ถ้าใครพบเห็นมังกรแฝด พึงคิดไว้เลยว่ามาจากตระกูลลวี่

 

ทว่าความรักของแม่นี้เองที่มีส่วนทำให้เจ้าสี่เตลิดไปไกล

 

ลู่คงแปลว่าหยกแห่งสายลม มังกรเขียวควรได้เหินเวหา รับสายลมเย็นยามพัดผ่านเกล็ดพราวแสง หากแต่แม่มังกรไม่ยอมให้ลูกหัดบิน ด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้าสี่ถอดนิสัยจากผู้เป็นพ่อมิผิดเพี้ยน รักอิสระ ชอบพเนจร และนั่น...ทำให้เขาจากนางไปตลอดกาล

 

บาดแผลของแม่ส่งต่อมาถึงลูกโดยไม่รู้ตัว

 

ครั้งหนึ่งเจ้าสี่เคยบ่นให้ข้าฟังว่า ‘ข้ารักท่านแม่ ไม่มีทางที่ข้าจะไม่รักนาง เพียงแต่..บางครั้งก็อึดอัดมากเหลือเกิน’ 

 

ดวงตาสีใสคล้ายหยกมันวาวหมองหม่นเรื่อยมา กระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ในที่สุดมังกรแห่งสายลมก็ได้โบยบินโดยไม่มีใครกำกับเป็นครั้งแรก...จึงเต็มที่ในหลาย ๆ ความหมาย

 

ชิงหลงเผยสีหน้าทดท้อออกมาอย่างหมดเปลือก กอปรกับรอยคล้ำใต้ตาและหัวคิ้วที่ขมวดย่น ทำให้ประมุขมังกรดูเศร้าหมองมากกว่าเดิม “มิใช่ข้าอยากละทิ้งครอบครัว เพียงแต่...ท่านพี่ซือ บัดนี้แผ่นดินตะวันออกขาดข้าไม่ได้”

 

ข้าเริ่มสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล “เกิดอันใดขึ้น ผู้น้อยขอทราบได้หรือไม่?”

 

“...มีหนอนบ่อนไส้...”

 

สิ้นเสียงนั้น ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน

 

“ทีแรกข้าคิดว่าตัวเองคิดมากเกินไป แต่... ไม่คิดว่ามันแปลก ๆ หรือ เหตุใดพวกมันสร้างความอลหม่านในเทศกาลมังกรเชิดเศียร ไหนจะคราวฤดูประลองสัตว์เทพที่พวกเราเป็นเจ้าภาพอีก”

 

“หลายครั้งหลายคราแล้วที่เราโดนโจมตีอ้อม ๆ ” มังกรธาตุไม้ขบกรามแน่นด้วยสายตาขุ่นเคือง “กลุ่มคนร้ายจะเข้ามาในงานได้อย่างไร หากคนของเราไม่เล่นตุกติก”

 

“นับว่ามีมูล” ท่านพ่อลูบคางตัวเอง สีหน้าเคร่งเครียดกว่าเก่า “ถ้าสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง คำถามสำคัญที่สุดคือ...”

 

ใคร

 

ใครเป็นกบฐในหมู่พวกเรา

 

ทุกคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ท่านอาก็โพล่งขึ้นมาว่า “ผู้มีอำนาจสั่งการอาจเป็นมังกรชั้นสูง”

 

ข้าแย้งทันควัน “มังกรทั่วไปที่คิดกำเริบเสิบสานใช่ว่าจะไม่มี”

 

“ใจเย็นก่อน” ผู้อาวุโสที่สุดรีบยกมือปราม “เพลานี้เราจับมือใครดมไม่ได้ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นจะเป็นการดีที่สุด”

 

ประมุขมังกรที่นอนน้อยอยู่แล้ว เจอเรื่องนี้เข้าไปก็รู้สึกหน้ามืด มือหนึ่งนวดคลึงขมับที่ปวดตุบ ๆ พร้อมกำชับกับข้าด้วยความเป็นห่วง “โดยเฉพาะเสี่ยวหยาง เจ้าปะทะกับคนร้ายหลายครั้ง พวกมันคงแค้นมาก หากครั้งไหนรับมือไม่ไหว จำคำอาไว้ว่าการหนีถือเป็นกลยุทธ์ในการต่อสู้อีกวิธีหนึ่ง”

 

“เฮยหยางทราบแล้ว”

 

บิดาแห่งเหยียนหลงพูดลอย ๆ “แต่จะทำหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง”

 

“...”

 

ท่านพ่อ!!

 

สุดท้ายพวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้านด้วยใจที่ไม่ปลอดโปร่งและมีเรื่องให้คิดเต็มหัว เมื่อเดินทางมาถึงวังของท่านพ่อ ข้าจึงเปิดปากถามเรื่องข้องใจ “ท่านพ่อมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร?”

 

ซือเฉิงโยนของกำนัลอย่างหมอนรองลูกแก้วลงบนโต๊ะ ผินหน้าไปอีกทางเหมือนไม่อยากมองของแสลงตา “หากหมายถึงเรื่องภายใน บิดามองว่ายังมืดแปดด้าน” ร่างโปร่งแสงเดินเอามือไพล่หลัง สายตาทอดมองขอบฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสี “ทวนเปิดเผยหลบหลีกง่าย เกาทัณฑ์ลับยากระวัง*”

 

  • ทวนเปิดเผยหลบหลีกง่าย เกาทัณฑ์ลับยากระวัง ; ศัตรูเปิดเผยไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือศัตรูซ่อนเร้น

 

“ส่วนตัวจริงของคนร้ายทั้งสองคดี ในเมื่อหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นสัตว์ บิดาเดาว่าอาจเป็นสัตว์ที่ดูไม่มีพิษมีภัย พวกนี้นี่แหละตัวดี ลับหลังเราอาจถูกแว้งกัดเอาง่าย ๆ ” 

 

บุรุษสูงศักดิ์ไหวไหล่ “สุดท้ายก็เป็นแค่การคาดเดา ไม่มีบทสรุปจนกว่าจะจับตัวมันได้”

 

“ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก”

 

ท่านพ่อหัวเราะเสียงแผ่ว หมุนตัวเดินกลับมาแล้วลูบศีรษะของข้าเบา ๆ “อย่าทำหน้าบึ้งตึงเช่นนั้น ทุกปัญหามีทางออกเสมอ บัดนี้เย็นย่ำแล้ว ลูกรักกลับไปนอนพักสักหน่อยเถิด”

 

“ถึงท่านไม่บอก ข้าก็จะทำอยู่แล้ว” 

 

ข้ารับคำไปแบบนั้น พอล้มตัวลงนอนเสร็จสรรพ ภวังค์ความคิดกลับมีแต่คำพูดของท่านพ่อลอยวนเวียนอยู่ภายใน คิดไปคิดมาก็เผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

 

สัตว์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์เช่นนั้นหรือ...

ตัวอะไรกันแน่?

 

 

ที่หายหายไปนอกจากจะติดนิยายแล้ว ยังหัดเป็นติ่งมือใหม่ด้วยค่ะ5555 ไม่คิดว่าจะโดนตกจนได้ /ปิดหน้า อ่านเส้นทางติ่งของเราได้ที่>>https://bit.ly/2O7xjAC XD จะมี stays หลงอยู่แถวนี้รึเปล่าน้า

 

ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ ‘Ferrier(เฟริเรียร์)’

 

และเนื่องในโอกาสที่นิยายเรื่องนี้ยอดเฟบครบ 10k รวมกับเว็บอื่นน่าจะ 13k+ ขอบคุณนะคะ ดีใจมาก ๆ เราเลยมีเรื่องรบกวนชาวด้อมมังกรค่ะ!

 

Cr: raflael

 

ร่วมกันแสดงความคิดเห็น #สมรสเท่าเทียม ตามlinkนี้>> https://bit.ly/31TIdlB 

 

แค่ 4 ข้อเท่านั้นน ใช้เวลาไม่นานค่ะ LGBT+ จะได้แต่งงานกันในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ในนิยายอย่างเดียว

 

สำหรับใครที่ชะงักตอนกรอกบัตรปชช.เหมือนเรา ไม่เป็นไรนะคะ ฮึบไว้ กรอกเลขแล้วกดส่งเลยค่ะ! มันเป็นการยืนยันตัวตนว่าเรากำลังช่วยเพื่อนมนุษย์ให้ได้รับสิทธิ์ที่พวกเขาพึงมีมาตั้งแต่แรก

 

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ #สมรสเท่าเทียม 

 

ขอบคุณค่ะ 

 

///

 

ตอนที่ 36 เป็นอีกตอนที่ท้าทายมากสำหรับเรา เพราะปมเต็มไปหมดเลยค่ะ ปวดหัววว

จริง ๆ เรากังวลเรื่องคาร์ตลค.นิดหน่อยค่ะ ความผมแดง นิสัยนุ่ม ๆ ของพี่หงกับอาจูคล้ายกันมาก แต่พอนึกถึงบทบาทบนเตียงก็… สบายใจขึ้นเยอะเลย (อิ__อิ

 

ขอบคุณโดเนทจากคุณ Fuji Jan , Jelly-Earn , JellyJ น่ารักกันตลอดเลยคุณนักอ่านขาประจำ <3 

 

*ดอกไห่ถัง (海棠) เป็นดอกไม้ตระกูลเดียวกับแอปเปิล ตัวดอกมีหลายสี เช่น ขาว ชมพู แดง มักบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ชอบอากาศอบอุ่น ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป จะออกผลสีเหลืองจนถึงแดง รสชาติหวานอมเปรี้ยว

 

นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งสิริมงคลและความกลมกลืน จึงนิยมนำไปปลูกในพระราชวังและอุทยานด้วยค่ะ

(ขอบคุณภาพประกอบจาก : http://www.nipic.com)

 

คุณนักอ่านดูแลตัวเองดี ๆ เหมือนเดิมนะคะ

ใครอ่านตอนเช้าก็ขอให้เริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างสดใส ใครอ่านตอนเที่ยงก็ขอให้กินข้าวได้อร่อย ใครอ่านก่อนนอนก็ขอให้หลับฝันดีฝันหวานนะคะ 

รักพวกคุณนะ

 

1 เมนต์ = ∞ กำลังใจ ❤

 

#มังกรปรปักษ์

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #388 Luchia (@lalipat4316) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 01:06
    แมลงสาบแน่เลย เห็นบินมาหาตลอดๆ
    #388
    0
  2. #387 Apollo01 (@art2442) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 06:08
    มีเรื่องมาอีกแน้ววว
    #387
    1
    • #387-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 38)
      19 กรกฎาคม 2563 / 19:47
      ;-; ชีวิตพี่มีแต่เรื่อง /พี่หยางได้กล่าวไว้--
      #387-1
  3. #386 0988687528 (@0988687528) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 13:29
    สัตว์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์หรอ คงไม่ใช่จิ้งจกนะ55555
    #386
    1
    • #386-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 38)
      19 กรกฎาคม 2563 / 19:46
      XD 555555555555555555
      #386-1
  4. #385 Nam000 (@AumTangphati) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 12:06
    หน่วย...อืมมมม คิดไม่ออกแฮะ สู้ๆต่อไปนะเตงง แต่งต่อไปเรื่อยๆเลย สนุกมากก
    #385
    0
  5. #384 Nam000 (@AumTangphati) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 12:06
    หน่วย...อืมมมม คิดไม่ออกแฮะ สู้ๆต่อไปนะเตงง แต่งต่อไปเรื่อยๆเลย สนุกมากก
    #384
    1
    • #384-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 38)
      8 กรกฎาคม 2563 / 20:03
      มปรคร้าบบ XD ตอนนี้เราคิดออกแล้ว ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ดีใจมาก ๆ เลย <3
      #384-1
  6. #383 Apollo01 (@art2442) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 11:15
    น้องก้อนนนนน กินกับกินเท่านั้น5555 หน่วยตรวจสอบหลักฐาน? อืมคิดไม่ออก555
    #383
    1
    • #383-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 38)
      8 กรกฎาคม 2563 / 19:59
      กินเก่งมากค่ะ พี่หยางเลี้ยงไม่ไหวแล้ววว 555555555 มปร.ค่ะ ขอบคุณที่ช่วยคิดน้าา XD ตอนนี้คิดออกแน้ว
      #383-1