มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 37 : เข้าพบประมุขสัตว์เทวะจตุรทิศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    2 มิ.ย. 63

ตอนที่ 35 : เข้าพบประมุขสัตว์เทวะจตุรทิศ

 

 

วันเกิดของเจ้าหยวกกล้วยผ่านมาหลายวันแล้ว เหตุใดเจ้าเงาน้อยยังบ่นไม่หยุดปากหนอ ข้าขบคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังก็หาคำตอบไม่ได้สักที

 

สุดท้ายจึงทำได้แค่ลูบหัวมันที่ตัดพ้อแทบทุกช่องว่างของบทสนทนา

 

[ทำไมเฮยหยางต้องออกไปหาของขวัญให้งูเน่านั่นด้วย! แค่หยิบมั่ว ๆ ในห้องเก็บของก็พอแล้วแท้ ๆ …]

 

“อา… ข้าว่าแบบนั้นมันดูไม่ดีเท่าไรนะ”

 

มิหนำซ้ำในนั้นก็มีแต่ของที่เจ้าเด็กนั่นส่งมา จะให้เป็นของขวัญได้อย่างไรกันเล่า

 

เจ้าก้อนยุ่งยังคงพร่ำรำพัน [แถมไม่ยอมให้ข้าไปด้วยอีกต่างหาก! นี่แหละที่รับไม่ได้! ฮึ สิ่งนั้นมันมีค่ามากนักหรือ ถึงได้ปิดบังกันแบบนี้!]

 

“ก็แค่ถุงเครื่องหอม…”

 

[ถ้าเป็นแค่ถุงหอมจริง ๆ ทำไมต้องเก็บเป็นความลับด้วย?!]

 

ข้าชักจนปัญญา พูดบ่ายเบี่ยงด้วยสำนวนคุ้นหู “ของขวัญก็ต้องให้ผู้รับเห็นเป็นคนแรกสิ อีกอย่าง.. เดินทางพันลี้เพื่อมอบขนหงส์ แม้เป็นสิ่งของเบา แต่หนักด้วยน้ำใจ”

 

แม้นจะมิใช่ของสูงค่า แต่เจ้าของวันเกิดยิ้มตาปิดเสียขนาดนั้นก็นับว่า… ของชิ้นนั้นได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แล้ว

 

ข้าหลับตาลง สีหน้าของเจ้าหยวกกล้วยยังฉายชัดในความทรงจำ มังกรเด็กที่สูงกว่าข้าเล็กน้อยยืนทื่อเหมือนคนโง่งม ไม่ยอมรับของเสียทีจนข้าทนไม่ไหวยัดถุงหอมใส่มืออีกฝ่ายไป

 

ทำเป็นเหมือนไม่เคยได้! ข้าก็ฝากผ่านพี่หงทุกปี!!

 

หากเมื่อครู่นี้ไป๋หยินอ่านใจได้คงสวนกลับไปว่า ...มันเหมือนกันที่ไหนเล่า

 

ฝ่ามือเนียนดั่งหยกประคองถุงหอมสีขาวปักลายมังกรทองอย่างทะนุถนอม เบามือยิ่งกว่าข้าที่เป็นคนซื้อเสียอีก เห็นท่าทีเช่นนั้นแล้วใจก็คันยุบยิบเหมือนมีมดไต่

 

อันที่จริงตามมารยาทแล้วของขวัญไม่ควรมีสีขาวหรือสีดำ เพราะคนทั่วไปเชื่อว่าสองสีนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเศร้าและความสูญเสีย

 

ไม่เป็นมงคล ทั้งยังเป็นคู่สีที่ใช้ในงานศพ

 

ข้าก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ในฐานะมังกรดำที่ประสบเคราะห์กรรมมาค่อนชีวิต ความเชื่อนั้นอาจจะมีมูลจริง ๆ ก็ได้ เพียงแต่สีขาวสำหรับข้าหมายถึงความบริสุทธิ์มากกว่าความตาย

 

ความตายนั้นไร้สี

ท่านพ่อบอกกับข้าไว้แบบนั้น

 

ที่สำคัญคนแซ่ไป๋ก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย นัยน์ตาสีเงินมีประกายความยินดีระคนตื่นเต้นพาดผ่าน ริมฝีปากโค้งขึ้น อารมณ์แช่มชื่นผิดกับช่วงกลางวันลิบลับ

 

“ถุงบุหงา? นี่ท่าน--”

 

ข้าขัดจังหวะอย่างคนรู้ทัน “หยุด ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไร ไม่ใช่ของแทนใจ*อะไรทั้งนั้น! ...คราวก่อนข้าเห็นเจ้านอนไม่สบาย ในถุงหอมมีสมุนไพรฤทธิ์เย็น ช่วยให้หลับดี”

 

  • ถุงหอม ; นอกจากช่วยไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ เป็นเครื่องประดับ ป้องกันผีสางหรือสิ่งชั่วร้าย ยังเป็นสิ่งของแทนใจของชาวจีนสมัยก่อน

 

จากเดิมที่ขมวดคิ้วขัดใจก็คลายสีหน้าลงเมื่อได้ยินประโยคถัดมา ก่อนจะเกิดเสียงของบางอย่างดังกระทบกันในถุง ทั้งที่ควรมีแค่ไม้หอมและสมุนไพรเท่านั้น

 

ไป๋หยินสั่นถุงหอมที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติเบา ๆ ขณะที่คนกำลังอ้าปากถามก็ชิงตอบไปก่อนว่า

 

“ในนั้นมีเครื่องรางป้องกันฝันร้าย” ข้าเน้นย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ห้าม เปิด ดู เด็ด ขาด มิเช่นนั้นโชคดีจะหล่นหาย สิ่งอัปมงคลจะแทนที่.. เข้าใจไหม?”

 

ช่วงหลัง ๆ มานี้มันว่าง่ายอยู่แล้วจึงตกปากรับคำเป็นมั่นเหมาะ “เข้าใจแล้ว ขอบคุณพี่หยาง” เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์เผยรอยยิ้ม ก้มผูกถุงหอมไว้ที่ข้างเอวเสร็จ แววตาคู่นั้นเป็นประกายคมกล้าโดยที่ข้าไม่ทันสังเกต “ข้าจะดูแลอย่างดี”

 

อยากใช้นาน ๆ ก็ต้องดูแลให้ดีน่ะถูกแล้ว ข้าพยักหน้าพลางกวาดสายตาชื่นชมฝีมือการเลือกถุงหอมของตัวเอง พอห้อยประดับดูแล้วไม่ขัดตา กลมกลืนเหมาะกับเจ้าของดี

 

ข้านี่ตาแหลมไม่เบา

 

หลังจากหลงตัวเองอยู่ครู่ใหญ่ ข้าก็ลืมตาขึ้นเห็นกลุ่มก้อนเส้นด้ายนั่งจมปุกอยู่ไม่ไกลพร้อมเสียงถอนใจแรง

 

ข้าหลุดขำ บิขนมหวานออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ง้องอนเงามืดข้างกาย “ช่างเรื่องนั้นเถิด มีเรื่องสำคัญกว่าที่ข้าอยากปรึกษาเจ้า”

 

[หือ?]

 

“ข้าอยากเข้าพบท่านประมุข”

 

สี่สัตว์เทวะ ผู้ปกครองน่านฟ้าทั้งสี่

 

ความมืดตัวจ้อยไม่แปลกใจอะไร เนื่องจากคาดไว้อยู่แล้ว [เพื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นสินะ]

 

“ใช่ ข้าคิดว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้สมควรรายงานด้วยตัวเอง ..ข้าประมือกับพวกมันถึงสองครั้ง เป็นคนเจอหลักฐานชิ้นสำคัญ กล่าวได้ว่ามันเป็นความรับผิดชอบของข้าครึ่งหนึ่งแล้ว”

 

น่าเสียดายที่ต้องมีคำว่า “เพียงแต่...”

 

พูดคำนี้ทีไร รู้สึกหนักใจทุกที ข้านวดคลึงศีรษะตัวเองเล็กน้อย “การเข้าพบประมุขทำได้ยากยิ่ง ต่อให้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายก็ต้องส่งจดหมายแจ้ง จะเข้าพบทันทีไม่ได้!”

 

แล้วส่งไปก็ไม่รู้ว่าจะเปิดอ่านเมื่อไร เพราะไม่ได้มีแค่จดหมายของข้าฉบับเดียว เผลอ ๆ เป็นร้อย ไม่สิ น่าจะเกินพัน

 

บิดามันเถิด แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว!!

 

เจ้าก้อนกลมมีความคิดต่างออกไป มันแค่นเสียงสูงด้วยท่าทางโอหังขัดกับรูปลักษณ์แสนเล็กจิ๋ว เอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า

 

[ก็ขอให้พ่อเจ้าช่วยเสียก็สิ้นเรื่อง! มีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังก็ใช้ให้เป็นประโยชน์หน่อย!!]

 

“..งั้นหรือ?”

 

[ก็ใช่น่ะสิ! ไป!!]

 

ด้วยเหตุนั้น ข้าจึงมาหาท่านพ่อถึงที่ หลังจากไม่ได้แวะเยี่ยมมาสักพัก เพื่อขอรับไข่มุกอันเป็นตัวแทนของประมุขเหยียนหลงไปเป็นตั๋วผ่านทาง ทว่าแทนที่จะเป็นเช่นนั้น บิดากลับไม่ยอมมอบให้ข้าโดยตรง ไข่มุกเม็ดงามที่ขยายใหญ่และหดเล็กได้เบี่ยงซ้ายหลบขวา จังหวะที่เหมือนจะจับได้ก็วืดหลุดมือทุกครั้งราวกับจะกลั่นแกล้งกัน

 

มังกรไร้สียิ้มขันเมื่อเห็นข้าเริ่มหน้าง้ำ มุกวิเศษปรากฏบนมือแสนรางเลือน “ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วข้ากำลังเบื่ออยู่พอดี เราไปด้วยกันเถิด”

 

“ท่านพ่อ…”

 

ประมุขซือเฉิงหัวเราะเบา ๆ ปลอบโยนบุตรชายขี้กังวล “หยางเอ๋อร์ไม่ต้องห่วง แก่นพลังในกายข้าสมดุลกว่าเมื่อก่อนนัก แล้วก็ถ้าคนแก่ไม่ออกกำลังกายเสียบ้าง ข้อเข่าจะทรุดเอาหนา”

 

ข้ารู้ว่าห้ามอะไรตาแก่หัวดื้อไม่ได้อยู่แล้ว ได้แต่ทอดถอนใจแปลงกายเหินบินสู่นภาตามมังกรล่องหนไป

 

อ่อ เจ้าเงาไม่ได้ตามมาด้วยนะ อย่างที่เคยบอกไป.. มันกลัวพ่อของข้า ถึงข้าจะไม่เข้าใจว่าน่ากลัวตรงไหนก็เถอะ ท่านพ่อแค่ร่างโปร่งใสเหมือนวิญญาณเท่านั้นเอง!

 

ระหว่างทางพวกเราคุยเล่นตามประสาพ่อลูกที่ไม่ได้เจอกันนาน กระทั่งเรื่องหยุมหยิมไม่น่าสนใจก็ถูกยกมาเป็นหัวข้อพาที เพราะระยะทางไปยังวังนั้นมิใช่น้อย ๆ กินเวลาหลายชั่วยามทีเดียว

 

ด้วยสัตย์จริง ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมต้องสร้างวังบนยอดเขาที่สูงที่สุดบนแผ่นดินนี้ด้วย

 

มันเสียเวลานะรู้ไหม!

 

ข้าหันหน้าไปหาอากาศข้างตัวซึ่งมีร่างของประมุขมังกรแหวกว่ายอยู่ คิดจะบ่นอีกสักคำ สายตาดันจดจ่อไข่มุกยักษ์ในปากของท่านพ่อแทน มันเปล่งประกายล้อแสงอาทิตย์จนเกิดสีรุ้งยวนตา

 

ว่ากันว่าสิ่งนี้ทำมาจากน้ำลายมังกร โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องบ่มพลังทุกคืนเป็นเวลาสองร้อยห้าสิบหกปี ย้ำว่าทุกคืน ถ้าประมาทแม้แต่นิดเดียวละก็..

 

อา ด้วยเหตุผลข้างต้น ถึงไข่มุกจะทรงพลังแต่ก็ไม่เป็นที่นิยม ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีเงื่อนไขซับซ้อนอีกมากมายที่ในตำราไม่ได้เขียนไว้ จนเป็นประเด็นถกเถียงอยู่ช่วงหนึ่งว่ามีคนสร้างไข่มุกได้สำเร็จจริง ๆ หรือไม่ (ตอนนั้นท่านพ่อยังไม่เปิดตัวอาวุธใหม่) กระทั่งนักปราชญ์คนหนึ่งตั้งข้อสงสัยว่า บางทีผู้ที่เคยทำได้อาจตายไปนานแล้ว มุกวิเศษเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เมื่อเจ้าของตายย่อมเสื่อมสลายตามไปด้วย

 

เป็นการตอกย้ำว่าทำมาจากน้ำลายจริง ๆ ไม่ใช่น้ำอมฤตตามที่หลายคนคาดเดาและพยายามปลอบใจตัวเอง

 

ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้มีมูลความจริงมากน้อยเพียงใด แน่นอนว่าไม่กล้าถามด้วย แต่ดูจากสีที่ใสแจ๋วเหมือนเจ้าของแล้ว…

 

หยุดคิดดีกว่า ข้าสะบัดไล่ความคิดนั้นออกจากหัว เพราะพวกเรามาถึงที่พำนักของประมุขทั้งสี่แล้ว

 

ข้าหวนคืนสู่ร่างจำแลงเมื่ออยู่หน้าประตูบานใหญ่ที่แกะสลักรูปสัตว์เทพทั้งสี่ได้อย่างสมจริงและน่าเกรงขาม ซ้ายมังกรเขียว ขวาเสือขาวครอง หงส์แดงนำหน้า เต่าดำสถิตยังเบื้องหลัง ต่อให้เป็นคนธรรมดาก็สัมผัสได้ถึงมนต์ขลังบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมา

 

ถ้าจำไม่ผิดประตูบานนี้ทำมาจากศิลาโบราณที่จมลึกใต้ห้วงสมุทร แผ่นหินสีเทาอมฟ้าสะสมพลังงานไว้จำนวนมาก ถึงขนาดต้องใช้ช่างฝีมือร้อยคนทำประตูให้เสร็จสิ้นในเวลาหนึ่งพันปี

 

ลูกแก้วกลมใสดุจหยดน้ำค้างลอยมาตรงหน้าข้า สองมือแบออกประคองรับเอาไว้ ยืนรออยู่สักพักก็มีเสียงหนึ่งดังลอดออกมา น่าจะเป็นหนึ่งในข้ารับใช้ของที่นี่

 

“ขออภัย ท่านได้นัดหมายท่านประมุขไว้ล่วงหน้าหรือไม่”

 

ซึ่งฟังจากน้ำเสียงแล้วดูไม่เป็นมิตรเท่าไร

 

ข้ายิ้มเจื่อนขึ้นมาทันที แน่ละ ถ้ามีแขกมา ประมุขก็ต้องแจ้งให้บ่าวทราบเพื่อเตรียมการต้อนรับ นอกจากนี้พวกเขายังเห็นข้ามาคนเดียว ในสภาพที่.. เอ่อ ค่อนข้างราบเรียบต่างจากแขกชั้นสูงท่านอื่น ๆ ก็ต้องคุมเชิงไว้ก่อนเป็นธรรมดา

 

ยังไม่ทันโต้ตอบอะไร ลูกแก้วที่เคยสงบนิ่งกลับเปล่งเสียงนุ่มทุ้มออกมา ทั้ง ๆ ที่ตัวผู้พูดอยู่ข้างกายข้า

 

“หากเป็นประมุขมังกรเหยียนหลงเช่นข้าเล่า สามารถเข้าไปได้หรือไม่” ท่านพ่อพรูลมหายใจด้วยความละอาย “ขออภัยที่มาโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เสียมารยาทแล้ว”

 

ชั่วพริบตาคล้ายได้ยินเสียงฝูงนกแตกรังดังมาจากด้านใน ข้ากะพริบตาปริบ ไม่นานนักประตูหินที่เคยปิดสนิทพลันเปิดออก เผยให้เห็นเหล่าข้าราชบริพารหน้าตาสงบเสงี่ยมยืนต้อนรับตลอดแนวทางเดิน

 

ข้าอึ้งจนก้าวขาไม่ออก

 

หนุ่มใหญ่ที่ดูจากเครื่องแต่งกายแล้วน่าจะตำแหน่งสูงเอาเรื่องเร่งรุดมาข้างหน้า ใบหน้าที่มีรอยตีนกาขึ้นประปรายชื้นเหงื่อ เขาก้มศีรษะลงจนเห็นผมขาวสองสามเส้น มือถูไปมาด้วยความประหม่า

 

“มิได้ ๆ เชิญประมุขซือเฉิงและผู้ติดตามเข้ามาข้างในก่อนขอรับ ขออภัยในความไร้มารยาทของพวกเราที่มีตาแต่หาได้มีแววไม่ ท่านประมุขเหยียนหลงมาเยือนกลับมิได้เตรียมการต้อนรับให้สมเกียรติ หวังว่าท่านประมุขจะให้อภัย”

 

ยินแว่วเสียงหัวเราะเจือแววขบขัน “ข้าอายุมากถึงเพียงนี้แล้ว ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องจิปาถะเช่นนี้หรอก…”

 

ข้าขมวดคิ้วไม่เข้าใจกับบรรยากาศที่เย็นเยือกขึ้นอย่างประหลาด ลุงท่านนี้พูดอะไรผิดหูท่านพ่อหรือ? และความสงสัยนั้นก็กระจ่างเมื่อประมุขผู้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้สี่เทวะกดเสียงต่ำให้ทุกคนในที่นี้ทราบว่า

 

“เด็กคนนี้ไม่ใช่ผู้ติดตาม แต่เป็นลูกชายของข้า หวังว่าเจ้าจะทำความเข้าใจเสียใหม่”

 

“ขะ ขอรับ ๆ เชิญท่านทั้งสองมาทางนี้”

 

ข้าพยายามอย่างหนักไม่ให้เผลอยกมุมปากขึ้น ลืมสิ้นความกระอักกระอ่วนใจ ที่แท้เวลาขุนนางวางอำนาจบาตรใหญ่ใส่กัน ข่มว่าได้รับความเมตตาจากฝ่าบาทมากกว่าให้ความรู้สึกเช่นนี้เอง

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันช่าง… ยอดเยี่ยม

 

เงาน้อยที่ตามมาดูด้วยความเป็นห่วง [...]

 

มาเสียเที่ยวแล้วสิเรา มันเกาหัวแกรก ๆ กระโดดหายไปส่องสาวงามของที่นี่ต่อ ได้ยินมาว่านอกจากจะคัดคนที่ความสามารถแล้วยังคัดที่หน้าตาอีกด้วย!

 

อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้กลับบ้านด้วยใจห่อเหี่ยวละนะ~

 

ส่วนข้าที่ไม่รู้ว่ามีคนแอบตาม เดินไล่หลังผู้ดูแลไปเรื่อย ๆ เงยหน้ามองทิวทัศน์รอบนอกบ้างเป็นครั้งคราว จะบอกว่ามาที่นี่เป็นครั้งแรกก็ไม่เชิง แต่ความทรงจำในตอนนั้นไม่แจ่มชัดเท่าตอนนี้

 

ด้านซ้ายที่เดินเลยมาแล้วคือหน้าผาสูงชันอันมีสายธารเย็นฉ่ำตกลงสู่สระน้ำสีใสดุจกระจกเบื้องล่าง สะท้อนภาพพงไพรงาม สิงสาราสัตว์ส่งเสียงร้องให้ผืนป่ามีชีวิตชีวา ได้กลิ่นไอดินเปียกชื้นแตะจมูก ไม่ไกลกันนั้นเป็นพื้นที่โล่งแจ้งกรุ่นกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ที่เจ้าของคงชอบสีแดงน่าดู ทราบได้จากสีของกลีบใบที่เน้นสีนี้เสียส่วนใหญ่

 

ทัศนียภาพทั้งสี่จัดวางอยู่ในที่เดียวกันได้อย่างลงตัว

 

กระนั้นนิยามความงามและความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สัตว์ต่างถิ่นต่างที่มาต้องอาศัยอยู่ด้วยกัน คงเข้ากันได้ดีอยู่หรอก ท่านพ่อเคยเล่าให้ฟังว่ากว่าวังจะเสร็จสมบูรณ์อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ ทะเลาะกันไม่รู้กี่หน ช่างร้องไห้ไม่รู้กี่รอบ เดี๋ยวทุบเดี๋ยวสร้างใหม่มือเป็นระวิง

 

และผู้ที่ทำให้ทุกอย่างสงบลงก็คือ… ข้าลดสายตาลงมองไข่มุกวิเศษในมือ ลูกตาดำเหลือบไปด้านข้าง บุรุษสูงศักดิ์หยุดชมแมกไม้งามเป็นระยะด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

ข้าทราบดีว่าจริง ๆ แล้วบิดาบุญธรรมมิได้ใจดีอย่างที่ตาเห็น มิเช่นนั้นคงไม่สามารถดำรงตำแหน่งประมุขมังกรนานขนาดนี้ ดูได้จากน้องเจ็ดกับคนอื่น ๆ ที่กลัวท่านพ่อจนหงอ ไม่กล้าปริปากคร่ำครวญแม้ครึ่งคำ

 

ข้าละไม่อยากจะพูด (แต่ก็พูดไปแล้ว) ขนาดเจ้าหยวกกล้วยยังเคยโดนท่านพ่อทำโทษเลย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรื่องอะไร แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีอีก คาดว่ามันคงปรับปรุงตัวได้ดีทีเดียว

 

พอคิดถึงจุดนี้ก็อดยักไหล่ไม่ได้ ข้าเป็นเด็กดีนี่นะ ไม่เคยโดนดุหรือลงโทษสักครั้ง ตั้งแต่วันที่ท่านพ่อรับข้าเป็นลูก ข้าก็สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ก่อเรื่องวุ่นวายให้ท่านหนักใจ หรือถ้าวันใดพลาดพลั้งก็จะจบปัญหานั้นโดยเร็วที่สุด ด้วยหนึ่งสมองสองมือของตัวเอง

 

ไม่อยากให้ใครเดือดร้อนเรื่องของข้า

 

โดยเฉพาะท่านพ่อที่เป็นประมุข พี่หงที่เป็นมังกรลำดับหนึ่ง พวกเขามีภาระมากมายอยู่บนบ่า หากรับเอาปัญหาส่วนตัวของข้าไปแบกด้วยก็คงไม่ไหว

 

ข้าคิดแบบนั้นเสมอ นับแต่วันที่พวกเขารับข้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

 

จนถึงตอนนี้...

 

อย่างไรก็ตาม ที่ที่เราเดินผ่านมานั้นเป็นเพียงที่พักผ่อนหย่อนใจของท่านประมุขเพื่อคลายเครียดเท่านั้น ห้องทำงานจริง ๆ อยู่หลังประตูบานนี้ต่างหาก

 

“ถึงแล้วขอรับ ท่านประมุขพักอยู่ด้านใน”

 

“ขอบใจเจ้ามาก”

 

ชายคนนั้นยิ้มประจบ ส่งสายตาสื่อนัยให้บ่าวใกล้ ๆ เปิดประตู และเมื่อก้าวพ้นธรณีประตูคล้ายหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง

 

เป็นโลกที่… แบ่งแยกอาณาเขตชัดเจน

 

ด้านหน้าของโถงเป็นหญิงสาวเกล้ามวยผมสีดำขลับด้วยหวีสับและปิ่นเล็ก ๆ กำลังฟังรายงานจากข้ารับใช้ที่ยืนต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ แม้งานจะตึงมือเพียงใด นางก็หาจังหวะพักผ่อนด้วยการจิบชามองทิวเขานอกหน้าต่าง ก่อนหันมาสะสางงานต่อด้วยสายตาเฉียบขาด

 

ฉบับไหนที่ฟังดูไม่ชอบมาพากลก็ตัดทิ้ง ฉบับไหนที่ฟังดูเข้าท่าก็ส่งให้สามคนที่เหลือช่วยตัดสินใจ ข้ารับใช้ก้าวขาไปอีกมุมหนึ่ง เพื่อมอบสารฉบับนั้นให้ประมุขสองท่านที่นอนอยู่บนพรมขนสัตว์ฟูฟ่อง

 

บุรุษร่างผอมบางผู้มีสัญลักษณ์เปลวไฟกลางหน้าผากรับม้วนกระดาษมาอ่าน อีกมือหนึ่งลูบผมสีขาวแต่ปลายสีดำของชายอีกคนที่หลับตาพริ้มนอนอยู่บนตัก เก็บมือประสานบนกล้ามท้องอย่างเรียบร้อย

 

ตัดภาพไปยังมุมสุดท้าย จะเห็นเงาทะมึน ๆ แผ่ออกจากร่างของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ทว่าหนวดเครายาวเฟื้อย ขอบตาดำคล้ำคล้ายจะสัปหงกได้ทุกเมื่อ แต่ความเร็วในการประทับตราคงที่และทวีความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เจ้าของเรือนผมสีเขียวคนนี้คือท่านอาชิงหลงที่ไม่ได้พบกันนานนั่นเอง

 

ถูกต้องแล้ว

นี่คือประมุขสัตว์เทวะจตุรทิศ

 

 

ใช่ค่ะ เราคิดถึงคุณพ่อค่ะ จากตอนแรกที่ไม่มีบทก็เติมให้ รู้เลยนะคะว่า...555555

 

เปิดตลค.ใหม่ตั้งสี่คนแน่ะ! ตื่นเต้นนน XD ฝากเอ็นดูทั่นปามุกกันด้วยน้า (แต่ขออุบอิบปะป๊าไว้ คนนี้หวงง)

 

เราแวบไปรีไรท์ตอนแรก ๆ มาค่ะ พบข้อผิดพลาดมากมายจนรู้สึกขอบคุณนักอ่านที่ยังติดตามจนถึงตอนนี้ ;;__;; รักที่สุด ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกันนะ

 

ขอบคุณคุณ เจ้าหญิงก้อนเมฆ , BeemKwsd , ruamphum , W.Xian , นายน้อยแพนด้า , Thunpicha Sakulsirasith ที่โดเนทของอร่อยให้นะคร้าบบ

 

https://lh4.googleusercontent.com/eFijKX-plcP-uio1dxma815iQ4u2wH_cYjJeUs9JJLtlDX_fyxvMJqGwu1zAAWoheeLfpOme_It44aMmNhTpyuNAf8tqpZ-4rfAt694PO7KjtDVdOwN57NNqef_VIZweKnHoc_0n

ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ ‘vipadafai’

 

แล้วก็ขอบคุณคุณ ‘ยิ้มบายน’ ที่แจ้งคำผิด+คำหลุดออกมาเป็นจุด ๆ T__T น่ารักที่สุด ขอบคุณหลายรอบแล้วแต่ยังไม่พอฮืออ ขอกอด ๆ ทีี

 

บอกตรง ๆ ว่าเป็นนักเขียนเหมือนมีอาถรรพ์ ต่อให้ตรวจทานกี่รอบก็มีคำผิดหลุดออกมาอยู่ดี /กำหมัด

 

https://lh6.googleusercontent.com/UnjaLTkd4rcXnGNK2VSC0FqrbciM9RUf08sIlz8vKG1h_HfebnTAXlqq_3Bqork6-B4PmAfhKKwDbD8srr0w2wIXevSEsxRBs6vT-3CG6YhyYrrWvwivh-kywp3uNuAMahZQgJ6H

(เราทำมีมนี้เองทุกคน ใช้ได้ตามสบาย ฟฟฟ)

 

So ถ้าเจอคำผิด ประโยคแปลก ๆ เมนต์บอกได้เลยนะคะว่าผิดตรงไหน ไม่ต้องเกรงจัยย เราจะดีใจด้วยซ้ำ;;

 

อาจจะหายหน้าหายตาไปบ้าง เพราะเริ่มรีไรท์/เรียนออนไลน์/ลงกิจกรรมนักเขียน orz แต่จะพยายามให้ดีที่สุดค่ะ

 

ป.ล. ดูแลสุขภาพด้วย อย่าป่วยเหมือนเรานะ! หาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้าง เป็นห่วงมาก ๆ

 

1 เมนต์ = ∞ กำลังใจ ❤

 

#มังกรปรปักษ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #382 Apollo01 (@art2442) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:42
    โถ่ๆๆๆน้องก้อน5555 งอนเก่งที่1
    #382
    2
    • #382-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 37)
      8 มิถุนายน 2563 / 10:01
      เงาน้อย: ใครจะเข้าใจความรู้สึกของข้า! /สะบัดหนีไปอีกรอบบ
      5555555555
      #382-1
  2. #381 Panbana (@Panbana) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:41
    คนผมขาวกับคนมีสัญลักษณ์ไฟน่าสงสัยนะ แหน่
    #381
    1
    • #381-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 37)
      8 มิถุนายน 2563 / 09:59
      (อิ__อิ อะไรยังไงน้าสองคนนี้
      #381-1