มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 32 : ริมฝีปากแต้มชาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 704
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    15 ธ.ค. 62

ตอนที่ 30: ริมฝีปากแต้มชาด

 

 

โอกาสดีงามเช่นนี้นานปีจะมีสักหน นายท่านคนดีของพวกเราจะได้รำเฉิดฉายต่อหน้าผู้คน!

 

อ๋าาา~ แค่คิดก็มือไม้สั่นไปหมดแล้วขอรับ!‧˚₊*̥(∗*⁰͈꒨⁰͈)‧˚₊*̥

 

ขณะที่นายท่านกำลังจิตหลุดไปไกลถึงยมโลก สมองนิ่ม ๆ ของข้าน้อยก็เริ่มคิดวางแผนว่าจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรให้นายท่านคนดียอมแต่งกายเลิศหรูยิ่งกว่าคราวไปงานเลี้ยงน้ำชากลางสระบัวตอนนั้น

 

ด้วยเหตุผลเดียวไม่ซับซ้อนก็คือ ...นายท่านของพวกเราเรียบง่ายสมถะมากเกินไป

 

คิดแล้วก็อยากจะปาดเหงื่ออีกสักรอบ มีครั้งหนึ่งที่ข้าน้อยลมแทบจับ เมื่อเห็นนายท่านเฮยรื้อเอาชุดพระราชทานไปขายทอดตลาด ไม่ก็ส่งมอบให้ผู้อื่นด้วยท่าทีเรียบเฉย

 

ทั้งยังพูดตักเตือนแกมสั่งสอนกับข้าน้อยว่า

 

"เสื้อผ้าอาภรณ์เป็นของนอกกาย สักวันย่อมต้องเก่าและผุพังไปตามกาลเวลา ในเมื่อข้าไม่ค่อยได้ใส่อยู่แล้ว จะปล่อยทิ้งให้ฝุ่นจับก็ใช่เรื่อง ขายหรือมอบให้ผู้อื่นจะเป็นการไม่เสียเปล่า"

 

ข้าน้อยถึงกับน้ำตาซึม มิใช่เพราะความซาบซึ้งสะเทือนใจแต่อย่างใด

 

แต่นั่นชุดพระราชทานจากเบื้องบนเลยนะขอรับ !!

 

"ส่วนเงินที่ได้มาก็เป็นเบี้ยหวัดให้พวกเจ้าทั้งนั้น..." บุรุษสูงศักดิ์เจ้าของวังเหลือบแลสายตาลงต่ำ "หรือจะไม่เอา ?"

 

"เอา! ข้าน้อยเอาขอรับ!!~"

 

ฮึก... จริง ๆ ข้าน้อยก็มิได้อยากทำตัวเยี่ยงอย่างอดีตประมุขเต่าแต่อย่างใด ทว่าด้วยอำนาจของเงินตรา คนเรายังต้องกินต้องใช้ นายท่านมีความประสงค์จะขายก็ย่อมได้!(*^-‘)乃 ข้าน้อยจะพับห่อใส่กล่องอย่างดีเลยขอรับ ~

 

กระนั้นคราวนี้เป็นงานใหญ่เชียวนะขอรับ ! อย่างไรก็ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องให้สมเกียรติมังกรดำให้ได้ !

 

และคงจะดีกว่านี้เป็นพันเท่า หากอาจารย์ฝึกสอนของนายท่านเป็นใครคนหนึ่งที่พวกเราต่างรู้จักกันดี ข้าน้อยลอบกระยิ้มกระย่องในใจ

 

จะไม่มีวันพลาดเหมือนครั้งที่ผ่านมาแน่ !

 

ทันทีที่เห็นเกล็ดสีรัตติกาลร่วงหล่นลงสู่พื้นเป็นลำดับสุดท้ายก็รีบส่งตัวแทนวิ่งแจ้นไปยังวังมังกรทิศประจิมอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าเหล่าปักษาที่กำลังโผบินต้องหลีกทางให้

 

'จิ๊บ ๆๆ?!! (บินให้ดี ๆ หน่อยสิเฮ้ย?!!)'

 

'อาา โทษที ๆ!'

 

เพื่อขอความกรุณาจากมังกรลำดับหนึ่งแห่งเหยียนหลงว่า... ถ้าหากเป็นไปได้ อย่าสอนรำให้นายท่านเลย เพราะดูจากสีหน้าท่าทางของนายท่านคนดีแล้ว จะต้องขอให้มังกรสีชาดช่วยสอนเป็นแน่แท้

 

แต่ไม่ ไม่~ ข้าน้อยไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

 

ผู้ที่สมควรชี้แนะนายท่านตลอดจนจบพิธีร่ายรำจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนายท่านไป๋!

 

โชคยังดีที่ท่านมังกรแดงผู้งดงามนั้นมองการณ์ไกลจึงตอบตกลงด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "ได้สิ ช่วงนี้ข้ากำลังยุ่งอยู่พอดี คงต้องฝากให้น้องหยินช่วยดูแลแทนเสียแล้ว"

 

น้ำตาของข้าน้อยแทบจะล้นทะลักด้วยความซาบซึ้ง ขอบพระคุณมากขอรับ!

 

ด้วยเหตุนี้นายท่านของพวกเราจึงได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น ถึงเนื้อถึงตัวกันมากขึ้--

 

"ยื่นมือไปข้างหน้า ไหล่เหยียดตรง หลังตรง ...สะโพกบิดออกซ้ายตอนย่อตัว"

 

"ดูแต่ตา มืออย่าต้อง! เอามือออกจากเอวข้าเดี๋ยวนี้!!"

 

มังกรขาวที่ยืนซ้อนหลังตีหน้าขรึม พูดเสียงเรียบว่า "หากข้าไม่แตะตัวท่านเลยแม้แต่ปลายก้อย แล้วจะสอนท่ารำที่ถูกต้องได้อย่างไร"

 

อะแฮ่ม รู้สึกอยู่ตรงนี้แล้วเป็นส่วนเกินอย่างไรชอบกล ผู้น้อยขอตัวไปเตรียมอาหารก่อนนะขอรับ~ ไม่รอช้ารีบชักชวนพวกพ้องออกมาจากห้องฝึกด้วยความรื่นรมย์ ปล่อยให้มังกรสองสีมีช่วงเวลาหอมหวานดุจคู่ยวนยาง*ต่อไป

 

  • ยวนยาง; นกเป็ดน้ำที่คนจีนถือเป็นสัญลักษณ์ของความรักหรือคู่ครองที่ดี (หมายเหตุ* เมื่อคู่ของนกเป็ดน้ำตาย อีกตัวจะไม่มีคู่ใหม่ แต่จะตรอมใจตายตาม)

 

ที่แท้ตัวการที่อยู่เบื้องหลังของทุกอย่างก็คือพวกมันนี่เอง ข้ากัดกรามกรอด ถุงเงินที่คิดจะมอบให้เป็นสินน้ำใจสั่นไปหมด

 

สุนัขเลี้ยงไม่เชื่อง... จิ้งเหลนเนรคุณ!

 

อย่างไรก็ตามถ้อยคำผรุสวาทเหล่านี้ก็ดังขึ้นในอีกหลายร้อยปีให้หลัง

 

ภายในห้องฝึกซ้อมที่เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ได้กลิ่นพรรณไม้หอมลอยเข้ามาอย่างบางเบา ข้าชักเริ่มมีน้ำโห เห็นกันอยู่ตำตาว่าเจ้านี่หลอกกินเต้าหู้ข้าแล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสอนอีกหรือ ?!

 

ข้าชี้หน้ามันตวาดลั่น

 

"คนเช่นเจ้าได้คืบคิดจะเอาศอก !"

 

เมื่อไม่มีคนอื่นอยู่แล้ว เจ้าตัวบัดซบก็ไม่คิดจะปั้นหน้าอีกต่อไป สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเนิบช้าคล้ายกำลังพร่ำสอนบทเรียนศาสตร์หนึ่ง ทว่า... วจีที่เอ่ยออกจากปากนั้นกลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง

 

"คนจมน้ำเมื่อมีขอนไม้ลอยอยู่ตรงหน้า มีหรือจะไม่รีบคว้าจับเอาไว้" มันกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายวาววับ มือยังคงไม่ละจากบริเวณเหนือสะโพกของข้า ทั้งยังเพิ่มน้ำหนักลงปลายนิ้ว บีบกล้ามเนื้อแข็งแรงสมชื่อมังกรคลั่งอย่างย่ามใจ

 

ข้าน้ำตาตกในเป็นรอบที่แปดภายในหนึ่งชั่วยาม ยกมือขึ้นปัดแล้วปัดอีกราวกับมีแมงหวี่ตอมตาให้รำคาญใจ แต่ปากก็มิวายยอกย้อนไปว่า "แปลงกายกลับร่างเดิมเสียก็สิ้นเรื่อง เจ้าจะลอยคอเป็นลูกหมาตกน้ำ รอขอนไม้ไปทำไมกัน ?!"

 

หากเจ้าเงาน้อยที่หนีไปชมเหล่าโฉมงามฝึกร่ายรำในพิธีเปิดมาได้ยินเข้าคงได้ถอนหายใจปลงตก แล้วนึกในใจว่า[ดีแล้วล่ะนะที่ข้าไปดูสาวงาม เฮยหยางนี่ไม่ไหวเลยจริง ๆ!]

 

เจ้าหยวกกล้วยตอบกลับเสียงระรื่น "เช่นนั้นข้าก็ไม่ได้เอาเปรียบท่านน่ะสิ"

 

พูดจบมือเรียวก็กดย้ำที่กระดูกบั้นเอว

 

"ไป๋หยิน!!!"

 

ความอดทนปลิวหายไปกับสายลม ข้ายึดข้อมือของมันไว้แน่น แขนอีกข้างหนึ่งถองศอกแทงอกคนข้างหลังให้ล้มลง ก่อนพลิกตัวตรึงร่างอีกฝ่ายไว้กับพื้น นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ บ่งบอกถึงเพลิงโทสะที่ใกล้ปะทุ

 

"อย่า ให้ มัน มาก นัก นะ"

 

ทว่าเจ้าตัวบัดซบยังลอยหน้าลอยตา มือเลื้อยขึ้นลูบท่อนขาของข้าที่กำลังคร่อมมันด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติเสียจนข้ายกฝ่ามือขึ้นฟาด มันถึงขมวดคิ้วพลางสะบัดมือที่ขึ้นริ้วแดงของตัวเองเบา ๆ ด้วยแววตาหม่นเศร้า

 

อาจดูน่าสงสารในสายตาของใครหลายคน แต่มิใช่ข้าแล้วคนหนึ่ง

 

เพ้ย... ลูกไม้เดิม ๆ !!

 

ข้ากล่าวขึ้นอย่างเหลือทน "หนังหน้าของเจ้าชักจะหนายิ่งกว่ารั้วกำแพงขึ้นทุกวัน หัดมียางอายเสียบ้างคงไม่ใช่เรื่องหนักหนาเกินไปสำหรับมังกรขาวผู้เกรียงไกรกระมัง!"

 

เจ้าหยวกกล้วยเพียงแค่ส่งสายตาไร้เดียงสาประหนึ่งลูกกวางแรกเกิดมาให้ข้า "พี่หยางอย่าได้โกรธเคือง ข้าก็แค่เด็กน้อยไม่รู้ความเท่านั้น"

 

"...."

 

อะไรนะ

 

คิ้วข้างขวาเลิกสูงด้วยความเหลือเชื่อที่ได้ยินประโยคนั้นหลุดออกจากกลีบปากหยัก หากความมีน้ำอดน้ำทนของข้าหายไปกับสายลม ความขุ่นข้องหมองใจก็คงสลายกลายเป็นฝุ่น ข้าหลุบตาต่ำมองคนใต้ร่าง ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงใจ

 

"ถามจริงเถิด อาไป๋ เจ้าพูดแล้วไม่รู้สึกกระดากปากบ้างหรือ ?"

 

เด็กน้อยไม่รู้ความ ...?

พูดออกมาได้!

 

".... มีบ้างเล็กน้อย" มันกระแอมในลำคอ ดูท่าจะเขินมากจริง ๆ เพราะใบหูขาวขึ้นสีแดงจัดจนข้าอดเลื่อนมือไปบิดแรง ๆ ไม่ได้ กระทั่งมันร้องโอดโอยถึงยอมปล่อย

 

ไป๋หยินยกมือขึ้นกุมหูข้างขวา น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูระมัดระวังและขออภัยอยู่ในที "ข้าไม่แกล้งท่านแล้ว ลุกขึ้นเถิด"

 

แต่ข้ายังไม่วางใจ ใช้มือทั้งสองข้าดึงแก้มมันแล้วยืดออก "สัญญากับข้าก่อนว่าเจ้าจะไม่เล่นพิเรนทร์เช่นนี้อีก"

 

มันเอียงหน้าตามแรงดึง หมดมาดมังกรหน้าหยกที่ชาวสัตว์เทพร่ำลือกันหนักหนาว่างดงาม มีแค่เด็กไม่รู้จักโตที่กำลังพ่นลมหายใจช้า ๆ บ่นงึมงำเสียงค่อยว่า "ยากจริง..."

 

ข้าพูดเสียงเข้ม แววตาจริงจังกว่าเก่า "ต้องรู้จักหักห้ามใจ"

 

"... ข้าจะพยายาม"

 

"เด็กดี"

 

ตอนแรกว่าจะให้รางวัล แต่ไป ๆ มา ๆ ก็... ไม่ดีกว่า ข้ายักไหล่ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เรียกว่าเข็ดก็คงใช่ ใครมันจะไปพลาดท่าบ่อย ๆ กัน!

 

เจ้าของเรือนผมสีขาวดุจหิมะผุดลุกขึ้นพร้อมจัดระเบียบเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ ก่อนสายตาคมจะเลื่อนมองอาภรณ์สีดำเรียบลื่นบนโต๊ะกลมแล้วคลี่ออกมาทาบตัวข้าเงียบ ๆ

 

ดวงตาสีนิลกาฬพิศดูเนื้อผ้าสีดำชั้นดีตามแล้วลากปลายนิ้วลูบอย่างแผ่วเบา ใช่ นี่คือชุดที่ข้าจะต้องใส่ตอนรำ เห็นว่าออกแบบและตัดเย็บโดยข้ารับใช้มังกรขาวผู้ถ่อมตน

 

หึ ส่วนเหล่าจิ้งเหลนดำทั้งหลายน่ะหรือ...

 

อย่าหวังให้พวกมันได้จับงานเย็บปักถักร้อยเลย กว่าจะจับตะหลิวทำกับข้าวเป็นใช้เวลาตั้งสามร้อยปี! ดังนั้นเรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้าที่ต้องใช้ความประณีต แลดูจะเกินความสามารถไปสักหน่อย สู้จ้างช่างตัด เสียเงินสักเล็กน้อยยังดีกว่า

 

"ท่านลองใส่ดูแล้วหรือยัง ?"

 

ข้ามองมันที่ทาบเสื้อกับตัวข้าจนพอใจแล้วถึงพยักหน้าตอบ "ลองแล้ว ชุดออกจะรุ่มร่ามไปหน่อย ให้ข้ารับใช้ของเจ้าปรับแก้หน่อยได้หรือไม่ ?"

 

แม้ตัวชุดจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็พอมองออกว่าจะออกมาในรูปแบบไหน โดยเฉพาะแขนเสื้อที่ยาวแทบละพื้น หาความคล่องตัวไม่ได้แม้แต่น้อย!

 

ข้าหรี่ตาลงอย่างจนใจ เดิมทีคนเราควรเดินสะดุดขากางเกงตัวเอง แต่เห็นทีข้าคงได้เดินสะดุดแขนเสื้อตัวเองกระมัง..

 

"ทุกคนต่างอดหลับอดนอนเพื่อทำชุดนี้ให้ท่าน" ดวงหน้าขาวนวลขมวดคิ้วเป็นเชิงบอกไม่เห็นด้วยกลาย ๆ "หากจะบอกกับพวกเขาว่าท่านยังไม่พอใจ จะไม่เป็นการหักหาญน้ำใจหรือ ?"

 

ข้ารีบปฏิเสธทันควัน "ไม่ใช่ ๆ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น... อา มันก็สวยดีอยู่หรอก" ริมฝีปากซีดเผลอเม้มแน่นโดยไม่รู้ตัว "แค่มันไม่เหมาะกับข้าเท่านั้นเอง"

 

แสดงต่อหน้าผู้คนว่าประหม่าแล้ว สวมอาภรณ์ที่ไม่คุ้นชินนั้นน่าตระหนกกว่า

 

อย่างน้อยก็ขอเป็นชุดที่เรียบง่ายกว่านี้หน่อยมิได้หรืออย่างไร ?!

 

เจ้าหยวกกล้วยแย้งด้วยแววตาทอยิ้ม "เชื่อฝีมือพวกเขาเถอะ มันจะต้องออกมาดีแน่ ๆ " พูดจบก็หลุดหัวเราะเสียงใสอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่จนข้าอดมันเขี้ยวไม่ได้

 

"แล้วทำไมทีชุดของเจ้าถึงได้รัดกุมดูทะมัดทะแมงเล่า" ไม่พูดเปล่าชูแขนเสื้อขึ้นแล้วโบกไปมาด้วยความเหนื่อยใจ "ไม่เห็นมีชายรุ่งริ่งแบบนี้เลย"

 

มังกรหนุ่มพลันหุบยิ้ม ดวงตาสีสวยช้อนขึ้นสบประสานสายตา ก่อนถามด้วยน้ำเสียงติดฉงน "...นี่ท่านจำรายละเอียดได้ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ ?"

 

"..."

 

บัดซบ เผลอปากมากไปหน่อย ลืม ๆ ที่ข้าพูดไปเสียเถอะ!

 

"ข้าไม่ถามต่อก็ได้" เจ้าตัวยิ้มจาง หลังจากมองใบหน้าที่เปลี่ยนสีไปมาจนพอใจ พร้อมส่งชุดในมือมาให้ข้า "ท่านไปเปลี่ยนชุดเถิด จะได้เคยชินเวลารำ"

 

ข้าขึงตาไม่สบอารมณ์ขณะรับของ ปากก็เอ่ยวจีค่อนขอดไปว่า "ให้ท้ายกันขนาดนี้ อย่าหาว่าข้าไม่เตือน ระวังพวกมันจะได้ใจทำตัวโอหัง" แบบที่ข้าต้องประสบพบเจอในทุกวันนี้!

 

บรรดาจิ้งเหลนน้อยในห้องครัวจู่ ๆ ก็ขัดจมูกจามพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

 

แพขนตางอนงามกะพริบช้า ๆ แล้วหยีลงเป็นเส้นโค้งอย่างนุ่มนวล "หากคิดเหิมเกริมในทางที่ดี ข้าก็ไม่เห็นความจำเป็นต้องหวาดระแวง"

 

ข้าชี้หน้าคาดโทษเจ้างูบัดซบ ก่อนจะกลับมาอีกครั้งด้วยร่างที่สวมอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว เป็นชุดที่งามวิจิตร แต่ไม่ตระการตา ลายปักเหลื่อมทองอย่างบรรจงบนผ้า ดูเรียบง่ายและทรงพลังไปเวลาเดียวกัน

 

ข้าชักทำตัวไม่ถูก มือไม้ดูเกะกะไปหมดเลยได้แต่ลากปลายนิ้วลูบแขนเสื้อ

 

สัมผัสได้ถึงความละเอียดลออทุกฝีเข็ม

 

ความประดักประเดิดเอ่อล้นในใจ กว่าข้าจะทำใจใส่ได้ในตอนแรกก็ใช้เวลานานเกือบหนึ่งก้านธูป แล้วยิ่งตอนนี้ใส่ให้คนอื่นดู ...โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเจ้าหยวกกล้วยที่ไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยแววตาเป็นประกาย

 

เออ ข้ายอมรับก็ได้ว่าข้าอาย!!

 

ลูกตาดำหลุบซ่อนความเก้อกระดาก ไม่กล้าสู้สายตาใครทั้งนั้น จนเวลาผ่านไปสักพักถึงเห็นฝ่ามือข้างหนึ่งยื่นออกมา ข้าค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาพร่าพราย ยามเห็นรอยยิ้มอันหาได้ยากยิ่งจากคนตรงหน้า

 

"เรามาพยายามด้วยกันเถิด"

 

"...."

 

ข้ายืนนิ่งอยู่นานกว่าจะจับมือตอบ

 

เมื่อเดินมาถึงใจกลางห้องฝึก มันจึงยอมปล่อยมือแล้วเปิดปากพูด "แท้จริงแล้วการรำไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย พัฒนาขึ้นตามความรู้สึกนึกคิดของผู้คน"

 

"ดังนั้นหากท่านต้องการจะเคลื่อนไหวร่างกายไปตามสัญชาตญาณ ไร้แบบแผนตายตัวก็ย่อมได้" พร้อมกันนั้นไป๋หยินก็ดีดนิ้วเรียกภูติสังคีตที่นอนหลับใหลอยู่เบื้องล่างให้ตื่นขึ้นเตรียมบรรเลงเพลงขับขาน

 

ภูติทั้งหลายลอยขึ้นจากผิวดิน ภายในอ้อมแขนของพวกเขาตระคองกอดเครื่องดนตรีประจำกายเอาไว้ และหากสังเกตให้ดี ๆ ...จะเห็นละอองระยิบระยับโอบล้อมพวกเขาอย่างอ่อนโยน

 

ข้ามองภาพนั้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ ริมฝีปากจุดยิ้มอย่างลืมตัว ภูติวสันต์ จะไม่มีทางตื่นขึ้น หากไม่มีพิธีสำคัญจริง ๆ เพราะพวกเขานั้น... ค่อนข้างขี้เซามากทีเดียว

 

อย่างเช่นภูติน้อยตนหนึ่งที่ยังคงง่วงเหงาหาวนอนจึงบินชนกับอกข้าเข้าอย่างจังจนร่างเล็ก ๆ ร่วงผล็อยเกือบจุ่มพื้น ข้าวาดยิ้มอ่อนใจพลางประคองมือรอรับภูติจิ๋วที่น้ำตาซึม หน้าผากปูดนูนเป็นผลพุทราจนข้าต้องลูบหัวโน ๆ ปลอบขวัญเป็นการใหญ่

 

ก่อนจะรีบตอบเจ้าหยวกกล้วยที่จ้องเขม็งมาทางนี้ด้วยสายตาร้อนแรง

 

"หากข้าทำได้แบบนั้น คงไม่หวังพึ่งอาจารย์เช่นเจ้าหรอก"

 

ข้าบ่นอุบหลังจากปล่อยภูติดนตรีเข้าประจำที่ รวบตวัดแขนเสื้อแนบลำตัว ก้มหน้าลงนับหนึ่งถึงห้าในใจ แล้วก้าวขาไปตามท่วงทำนองที่บรรเลงโดยภูติวสันต์ พยายามขยับมือและเท้าให้สัมพันธ์กันตามที่อาจารย์เคยแนะนำระหว่างกินเต้าหู้ไปพลาง ๆ

 

แต่มันไม่ง่ายเลยสักนิด

 

ข้าเผยสีหน้ายุ่งยากใจ เพราะเมื่อครู่เผลอย่อตัวลงล่วงหน้าไปถึงสองจังหวะจนไม่สามารถรำต่อไปได้ ท้ายที่สุดทุกอย่างก็หยุดลงเมื่อชายชุดขาวให้สัญญาณ

 

ไป๋หยินว่าเสียงอ่อนขณะจับไหล่พยุงข้าให้ลุกขึ้น "ท่านไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เรายังมีเวลาอีกมากกว่าจะถึงวันจริง"

 

ข้าสูดลมหายใจลึก ก่อนตอบ "ข้ารู้..."

 

"เช่นนั้นค่อย ๆ รำตามข้า เราจะรำไปด้วยกัน" เจ้าหยวกกล้วยระบายยิ้มขณะลูบหลังปลอบโยนข้าที่ทำหน้าดำคร่ำเครียด เสียงถอนหายใจเหนื่อยหน่ายดังขึ้นอีกครา ก่อนที่แขนเสื้อสีดำขลิบด้ายทองจะพลิ้วไหวตามชายเสื้อสีพิสุทธิ์ไร้มลทิน

 

เราเริ่มร่ายรำไปพร้อมกันอย่างช้า ๆ ตรงไหนที่ติดขัด อาจารย์ที่ข้าไม่ได้อยากจะเคารพสักเท่าไรก็จะคอยจัดท่ารำให้ โดยไม่มีการกินเต้าหู้เหมือนช่วงแรก ๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

จนท้ายที่สุดข้าก็วางใจ ร่างกายที่ตึงเครียดค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ยามยกแขนชูขึ้นสูง ขาข้างซ้ายก็วาดลงบนพื้นได้อย่างลื่นไหล อาจมีหยุดชะงักบ้างเล็กน้อย ด้วยความหวาดระแวงของข้าที่เกรงว่าจะรำได้ไม่ดีพอ สร้างความอับอายให้กับตระกูลเหยียนหลง

 

ไม่อยากทำให้ทุกคนผิดหวัง

 

จนกระทั่งไป๋หยินพูดคำนั้น ข้าก็ไม่กลัวที่จะรำพลาดอีกต่อไป

 

"เราซ้อมกันเท่านี้ก่อนเถิด"

 

สิ้นคำนั้นของผู้เป็นอาจารย์ฝึกสอน ข้าก็ทรุดกายลงพิงกับเสาหินสลักลายทันทีอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ไม่ยักรู้ว่าการหมุน ๆ ตัว โยกแขนซ้ายขวา จะสูบพลังชีวิตถึงเพียงนี้ มือยกขึ้นกุมขมับพลางถอนหายใจ

 

"เฮ้อ... สู้ให้ข้าไปต่อยตีกลางสนามประลองจนตัวช้ำ ยังดีกว่าให้ข้ามาทำอะไรแบบนี้"

 

ใจพลันบังเกิดความชื่นชมต่อเหล่าแม่นางที่เจ้าเงาน้อยไปถ้ำมอง แค่ก.. ข้าหมายถึงไปชมการแสดงก่อนใคร พวกนางรำช่างแข็งแกร่งเสียจริง

 

"พี่หยางอย่าเอ็ดไป" เสียงหัวเราะทุ้มแผ่วดังขึ้นพร้อมกับเงาที่วูบไหวจากด้านหนึ่ง ไป๋หยินนั่งลงพิงเสาข้าง ๆ ข้าที่กำลังทอดสายตาเหม่อมองเหล่าภูติตัวน้อยที่จับมือกันเต้นเป็นวงกลม มีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยพลัง

 

"ดูเถิด ขนาดเหล่าภูติวสันต์ยังรำได้ดีกว่าข้า ...น่าสังเวชนัก"

 

แต่ก็นั่นล่ะ ได้แต่บ่นอย่างคนจนปัญญา เมื่อได้รับมอบหมายภารกิจ ข้าก็ต้องทำให้สำเร็จลุลวงให้ได้

 

ข้ารู้ตัวเองดีว่าไม่มีใครเก่งกล้าสามารถมาตั้งแต่ต้น จริง ๆ แล้วคนแบบนั้นก็อาจจะมี แต่น้อยนัก พรสวรรค์มิสู้พรแสวง กระนั้นแล้ว... เชื่อข้าเถิด

 

ความท้อใจเกิดขึ้นได้กับทุกคน

 

เจ้าหยวกกล้วยมองหน้าข้านิ่ง ก่อนจะปรายตามองที่มาของเสียงเจื้อยแจ้วแล้วดีดนิ้วสองครั้งให้ภูติสังคีตลงไปพักผ่อน ณ เบื้องล่างดังเดิม

 

เมื่อมีกันแค่สองคนแล้ว สุรเสียงทุ้มต่ำจึงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด

 

"ข้าเข้าใจว่าท่านอยากทำให้ดี แต่อย่าได้กดดันตัวเองมากเกินไป มิเช่นนั้นผู้ชมจะพลอยเครียดตามไปด้วย"

 

ดวงหน้าขาวซีดค่อย ๆ ผินไปหาบุรุษข้างเคียง "เจ้าหมายถึง...?"

 

"การร่ายรำก็เหมือนดนตรี สามารถสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้ไม่ต่างกัน" เจ้าตัวอธิบายเสียงเรียบเรื่อย คล้ายไม่เบื่อหน่ายหากได้นั่งสนทนาพูดคุยกันแบบนี้ตลอดไป

 

"แม้รำได้ถูกต้องตามแบบแผนที่เคยมีคนวางเอาไว้ หากแต่เหมือนหุ่นกระบอกไร้จิตใจ จืดชืด ปราศจากเสน่ห์ล่อลวงผู้ชมให้ติดตาม ย่อมไม่สามารถเรียกว่าเป็นการรำที่ดีได้"

 

"ล่อลวง มีเสน่ห์ ?" ข้ายิ้มขบขัน เหมือนกำลังฟังเรื่องไกลตัว "ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ข้าไม่มี ทั้งภวังค์ความคิดของข้านั้นว่างเปล่า ไม่มีใจจะสื่อถึงสิ่งใด เว้นแต่จะรำให้ดีพอ ไม่สร้างความขายหน้าให้กับตัวเองและครอบครัว"

 

"หึ ๆ ท่านมีสิ่งนั้น ข้ารู้ดี... เพียงแต่ท่านขวยเขินเกินกว่าจะถ่ายทอดมันออกมา ท่านไม่ชอบสายตาผู้คนที่จ้องมองท่าน ข้าก็เช่นกัน" ข้าเลิกสนใจปลายนิ้วสวยที่ม้วนช่อผมสีดำข้าเล่นแล้วย้อนถามด้วยความประหลาดใจ

 

"ไม่ชอบถูกจ้องมองน่ะหรือ"

 

คนเช่นมันใส่ใจสายตาคนอื่นเป็นด้วย ? ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ

 

...และข้าก็คิดถูกแล้วที่ไม่เชื่อ

 

น้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความจริงจังตอบกลับมา "ไม่ชอบให้ใครมองท่านต่างหาก"

 

ข้านิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ปากขยับอ้าหุบอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีถ้อยคำใดหลุดรอดออกมา เจ้าหยวกกล้วยส่งยิ้มทะเล้น ประทับรอยจูบลงบนเรือนผมช่อนั้นแล้วปล่อมือ ก่อนยืนขึ้นอย่างองอาจ เห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่เจ้าของกำลังพูดโดยไม่หันมาสบตา

 

"แต่ในเมื่อมันเป็นหน้าที่ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้ข้าอยากจะบดบังท่านจากสายตาผู้คนเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาก็มิอาจทำได้ เหลือเพียงทางเลือกเดียวคือ... ทำให้ท่านส่องประกายเจิดจ้าจนใครหน้าไหนก็ไม่กล้าแตะต้อง"

 

ข้ายิ้ม "รวมถึงเจ้า ?"

 

เจ้าตัวดีหันกลับมาเผชิญหน้าในทันใด "หากท่านมังกรดำจะเมตตาให้ข้าจูบสักเล็กน้อยก็ย่อมได้"

 

ร่างที่กำลังลุกขึ้นตามพลันหยุดชะงักราวกับถูกแช่แข็ง ข้ารีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน "คำว่าเล็กน้อยของเจ้ามันเชื่อถือไม่ได้ กลืนคำนั้นลงท้องไปเสียเถอะ"

 

ไป๋หยินลอบยิ้มในใจ เช่นนั้นถึงไม่ต้องขอก็ทำได้สินะ

 

และหากข้าได้รู้ความในใจของมันเมื่อครู่นี้ล่ะก็... คงได้กระชากคอเสื้อมันแล้วเขย่าแรง ๆ อย่างกราดเกรี้ยว แค่นั้นยังไม่พอ ข้าจะตะโกนใส่หน้ามันด้วยว่า

 

เจ้าทำอะไรไม่เคยขออยู่แล้ว ! เจ้าหยวกกล้วยบัดซบ!!?

 

อย่างไรก็ตามกาลเวลายังคงไหลผ่านไปจวบจนท้องฟ้าสีครามถูกย้อมกลายเป็นสีแสด พอดีกับข้าที่รำจนจบเพลง รอยยิ้มดีใจแต่งแต้มบนใบหน้า การรำครั้งนี้อาจจะไม่สามารถเรียกได้ว่าดีที่สุด แต่ก็ดีกว่าครั้งที่ผ่าน ๆ มา

 

ไม่เหมือนหุ่นกระบอกไม้ไผ่ที่มีเชือกบงการอยู่ด้านบนแล้ว

 

ภายในห้วงภวังค์อันว่างเปล่า บัดนี้เริ่มมีความคิดบางอย่างโลดแล่นขึ้นมา ข้าเผยยิ้มกว้าง มือดึงเจ้าหยวกกล้วยที่กำลังจิบน้ำเข้ามาใกล้ ๆ คิดออกแล้วว่าจะรำอย่างไรให้สื่อถึงใจผู้ชม

 

รวมถึง... ตัวข้าเองด้วย

 

ข้ากระซิบเสียงเบาหวิว ไม่ใช่เพราะอยากเก็บเป็นความลับแต่อย่างใด แต่อยากกลั่นแกล้งใครบางคนให้กลายเป็นงูต้มสุกต่างหาก "ข้าอยากใช้สิ่งนั้นประกอบการแสดงสักหน่อย เจ้าเห็นด้วยหรือไม่ ?"

 

และผลลัพธ์ก็ไม่ได้ต่างจากที่คาดไว้ ต่อให้ทำหน้านิ่งอย่างไรก็มิอาจปิดบังใบหูที่เห่อร้อนได้ ข้าหลุดขำในขณะที่มันเมินหน้าหนีไปทางอื่นก็ได้ยินเสียงทุ้มแผ่วขานตอบกลับมา

 

"สิ่งนั้นเหมาะกับตัวตนของท่านมากทีเดียว"

 

และในจังหวะที่เราสองคนก้าวขาออกจากห้องฝึกซ้อมไปรับประทานมื้อเย็นนั้น...

 

[เฮยหยางงงง! ข้ากลับมาแล้ว!!!]

 

ข้ากล่าวต้อนรับเสียงเฉื่อยชา ถ้าขนาดนี้แล้วเจ้าไม่ต้องกลับมาเลยก็ได้ ข้าไม่ถือ

 

[.... อุแงงง・+゚゚(うд´。)゚゚+・]

 

ซ้อมรำไปได้ไม่กี่เดือน จันทรุปราคาก็มาเยือนเหล่าสัตว์เทพ ข้าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.)เห็นจะได้ เมื่อคืนก็มัวแต่ซ้อมรำกว่าจะได้หลับได้นอนก็ยามโฉ่ว (01.00 - 02.59 น.)

 

ข้าอ้าปากหาวพลางขยี้ตาเบา ๆ พอมานั่งนับนิ้วดูแล้ว ....ข้าเพิ่งนอนไปได้แค่สองชั่วยาม?!

 

พวกจิ้งเหลนช่างใจเหี้ยมเสียจริง ข้ายืนเหม่อกางแขนให้พวกมันแต่งเนื้อแต่งตัว อันที่จริงกว่าจะถึงเพลาที่จันทร์สีเลือดจะเผยโฉมออกมาก็ดึกดื่นมืดค่ำ... มีเวลาให้ข้านอนฝันหวานอีกเยอะเลยด้วยซ้ำ

 

แต่ตอนนี้ข้าตื่นแล้ว ถูกจับอาบน้ำขัดตัวแล้วด้วย จะให้กลับไปล้มตัวลงนอนก็ใช่เรื่อง

 

ว่าแต่ว่า...

 

"แค่ร่ายรำ ไฉนต้องแต่งหน้าแต่งตัวเต็มยศเสียขนาดนี้! "

 

เสียงคำรามดุดันดังขึ้นภายในห้องหับ แต่คราวนี้เหล่าจิ้งเหลนไม่สะท้าน ลงมือพลิกโฉมนายท่านต่อไปด้วยหัวใจอันมุ่งมั่น! จนในที่สุด... เหมือนนายท่านคนดีจะเจ็บคอ เลิกตะคอกเสียงเข้มไปโดยปริยาย

 

แค่ชุดยังพอว่า นี่พวกมันยังมีหน้าเอาเถ้าถ่านสีดำที่ว่ากันว่าติดทนนานหลายเดือนมาทาปากข้าอีกหรือ ?! แค่ข้ายอมสงบศึกกับเจ้าหยวกกล้วยจะได้ใจไปหน่อยแล้วกระมัง !

 

"พอ! ข้าบอกพอ ?!!"

 

หัวหน้าจิ้งเหลนล้มก้นกระแทกพื้น จู่ ๆ นายท่านก็เริ่มหงุดหงิดอีกแล้ว! ไอ้หยา เป็นเพราะผงราตรีกาลนี่แน่ ๆ แต่ แต่ว่า "นายท่านขอรับ! เชื่อมือข้าน้อยเถิด ค่ำคืนนี้ท่านจะเจิดจรัสยิ่งกว่าใครแน่!" กล่อมเสร็จก็รีบลุกขึ้นมาประทินโฉมต่อ ปากร้องซี๊ดเบา ๆ

 

เมื่อกี้ก้นกระแทกพื้นดังปั๊ก ! ไม่เจ็บก็แย่แล้ววว

 

แต่ไม่เป็นไรขอรับ นายท่านสำคัญกว่า~ แผลแค่นี้บอกเลยว่าเล็กน้อยมาก!

 

ต้องให้ชาตินี้ข้าปลงตกเท่าไรจึงจะสาแก่ใจองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ข้าขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกแปลกพิลึกเมื่อเรียวปากถูกพู่กันระบายสี ...ทาก็ทา อย่างไรเสียก็ร่ายรำพลบค่ำ คงไม่มีใครเห็นสภาพน่าอายเช่นนี้

 

อืม ข้าไม่ควรลืมเรื่องที่ว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของสัตว์เทพดีพอที่จะมองทะลุผ่านความมืด ไหนจะแสงจากดวงจันทร์อีก

 

บัดซบ !

 

"นายท่าน ๆๆ จะไม่เกล้าผมหรือขอรับ กวานนี้เหมาะกับท่านมากเลย"

 

"ไม่ ๆ ข้าว่าไม่มีเครื่องหัวจะดีกว่า แต่ว่านะขอรับ~ นายท่านเฮย ลองใส่กำไรข้อเท้าดูหน่อยไหมขอรับ"

 

"กำไรข้อแขน ข้อมือด้วย!"

 

"เพ้ย ! นี่พวกเจ้าหยุดมือเดี๋ยวนี้เลย!!"

 

เจ้าก้อนเส้นด้ายมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยประกายตาอบอุ่น ...เอ๊ะ ลืมไป ข้าไม่มีลูกตานี่นา~ แต่เจ้าพวกนั้นก็คิดถูกแล้วล่ะนะที่ปลุกเฮยหยางตั้งแต่เช้า จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่ถึงไหนกันเลย (´∇`) สู้ ๆ นะทุกคน

 

[ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรกันนะ ชักตื่นเต้นเสียแล้วสิ!]

 

 

ตื่นเต้นรอกันไปก่อนน้าทุกคน :3 ขอปรือวิชาแป๊บบ

 

ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณสำหรับกำลังใจจากตอนที่แล้วนะคะ เราจะไม่เศร้านาน:-) ถึงจะติดอยู่ในใจบ้างนิดหน่อย แต่เชื่อว่าสักวันมันจะจางลง แล้วหัวเราะกับมันได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ

 

ไม่ได้หมายถึงตัวเองคนเดียว แต่หมายถึงคุณคนที่กำลังอ่านอยู่ด้วยนะะ

 

แล้วก็เราตั้งเวลาอัปไว้ ไม่ต้องตกใจนะคะ5555 อยากอัปเที่ยงคืนดูบ้าง เผื่อมีคนนอนดึก จะได้อ่านตอนนี้แล้วนอนหลับฝันดีไม่ฝันร้าย เย่

 

ขอบคุณภาพสวย ๆ ทั้ง 2 ภาพ จากคุณ'Nawa'

 

 ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ'WangKeed หวังขีด'

 

และยินดีต้อนรับขาจรทุกท่านนะคะ T T ต้องขอบคุณ'หม่าล่าที่ว่าเผ้ดฯ' ที่รีวิวนิยายในทวิต ยอดวิวยอดวิว+Fav.พุ่งจนนั่งไม่ติดพื้น ดีใจมาก ๆๆๆ ไม่ว่าจะนักอ่านหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ ยินดีที่ทำให้ทุกคนมีความสุขค่ะ แท็กทวิตคึกคักขึ้นเยอะเลยย

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนใจดีทุกท่านที่โดเนทให้นะคะ ; 7 ; ค่าขนมของเรา ตอนแรกว่าจะไม่ใส่ชื่อ เพราะเมนต์เยอะมาก ๆ จนรายชื่อจม แต่... เราเชื่อว่าความเอาใจใส่ของเราจะมัดใจพวกคุณไว้อยู่ ดังนั้นขอขอบคุณคุณJelly-Earn ,l2ealism , ถั่ว งอก ,Rhapsodies ,Anonymous ,pidchayanin , นายน้อยแพนด้า มาก ๆๆ รักพวกคุณนะ (ถ้าพลาดชื่อใครไป นุขอโทษ นั่งงมนานมั่ก--)

 

ป.ล. ทอร์กสั้นแหละเธอ5555555 มหัศจรรย์จริง ๆ:V ความจริงกะอยากเม้าท์กว่านี้นะ แต่เดี๋ยวยาวอีก ละก็เราใกล้สอบแล้วด้วย รู้ใช่ไหมว่าจะเป็นยังไง 5555555

 

1 เมนต์=∞กำลังใจ❤

 

#มังกรปรปักษ์

#หยินคู่หยาง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #333 Nononoooooo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 22:13

    ท่านมังกรขาวจะทำไหน้ำส้มแตกไหมน๊าาาา ยังรออยู่นะ????

    #333
    1
  2. #332 Innocent (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 22:08

    อยากเห็นเฮยหยางรำแล้วอ๊ากกดดด

    #332
    1
  3. #331 mailtoy - (@mailtoy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 02:22

    มาอัพแย้ววว ฮือนึกว่าจะโดนดองสะแล้ว

    ชอบมากๆๆ อยากเห็นฉากรำไวๆๆ

    #331
    1
  4. #330 7WITCH (@klynjj) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 01:38
    คิดถึงเรื่องนี้จังเยยยยยยย ติดตามอยู่นะคะ
    #330
    1
  5. #329 0988687528 (@0988687528) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 12:32
    ท่านมังกรดำของเราเเต่งตัวเเต่งหน้าจัดหนักขนาดนี้งานนี้มีคนหึงเเน่นอน
    #329
    1
  6. #328 orora_orn (@orora_orn) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 09:42
    คู่นี้น่ารักจริงๆเลย รอดูชุดตอนรำเต็มๆของเฮยหยางตอนหน้านะคะ นับถือในสปิริตของข้ารับใช้จริงๆ ถถถถถถถถ
    ไป๋หยินอย่าแกล้งพี่เค้าบ่อยสงสารหัวจิตหัวใจคนมีอายุบ้าง ~พ่อเด็กน้อยไม่รู้ความมมมมม
    #328
    2
  7. #327 wawa24 (@wawa24) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 08:31
    พออัพเราก็มาอ่านเลยค่ะ หลับคานิยายเลย;-;
    #327
    2
    • #327-1 wawa24 (@wawa24) (จากตอนที่ 32)
      15 ธันวาคม 2562 / 08:31
      นี่มาอ่านต่อจากเมื่อคืน5555
      #327-1
  8. #326 Devil strawberry (@pimonsone) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 00:59
    น้องไป๋ หลังจากนี้ทำงาน (หึง) หนักแน่ 555
    #326
    1
  9. #325 fighting writeee♡ (@sedna0327) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 00:07
    รอตอนต่อไปเลยค่ะ จะมีคนหึงควันออกหูมั้ยๆๆๆ
    #325
    1