มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 3 : อารมณ์ของคนหนุ่มนั้นช่างแปรปรวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 244 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

        ตอนที่ 3 : อารมณ์ของคนหนุ่มนั้นช่างแปรปรวน

        


          "พวกเจ้า แต่งตัวเช่นนี้มันจะมิมากไปหรอกรึ"

 

          ข้าเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจหลังจากที่ต้องนั่งแช่อยู่กับที่มานานหลายเค่อจวนเจียนจะเป็นครึ่งชั่วยาม จรดสายตามองตัวเองในกระจกก็ต้องสั่นศีรษะรัว ๆ จนโดนเอ็ด "อย่าขยับสิขอรับ ประเดี๋ยวปิ่นปักผมจะหลุดเอา"

 

          เพ้ย ! ข้าเป็นนายเจ้านะ

 

          ข้าถลึงตาใส่ มันถึงสงบปากสงบคำแต่โดยดี ก่อนจะหันกลับมามองภาพสะท้อนของตัวเองในบานกระจกแล้วรู้สึกหวั่นใจชอบกล เรือนผมสีดำขลับถูกมัดรวบไว้แล้วปักด้วยปิ่นลวดลายมังกรทองคำแตกต่างจากยามปกติที่มักจะปล่อยสยายกระจัดกระจายทั่วแผ่นหลัง ทำให้ยามนี้ดูสง่าผ่าเผยและงดงามในทีเดียวกัน

 

          นั่นแหละที่รับไม่ได้ ! ไฉนจึงแต่งตัวให้ข้าดูราวกับอิสตรีเช่นนี้ อีกทั้งยังเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย เจ้าพวกนี้มีฝีมือหรือหน้าตาข้ามันให้ !?

 

          ข้าถูกจับแต่งกายตั้งแต่ยามเซิน (15.00 - 16.59 น.) ทั้ง ๆ ที่งานเริ่มยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ปกติแล้วข้าจะเป็นผู้แต่งตัวเอง สวมใส่สาบเสื้อธรรมดา ผมก็ปล่อยสยาย ปิ่นสักอันก็ไม่แตะ เครื่องประดับที่ได้มาจากเบื้องบนหรือผู้อื่นมอบให้ไม่ต้องพูดถึง อาจกล่าวได้ว่าอยู่นอกสายตา พกเพียงพู่ประดับเล็ก ๆ ข้างเอวให้ดูมีฐานะก็เท่านั้น แต่ที่ต้องยอมให้ครั้งนี้ เพราะพวกมันอ้างว่า "นายท่านขอรับ พวกข้าน้อยบาดเจ็บ แต่อาการกลับดีขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะความกรุณาจากนายท่าน ด้วยเหตุนั้นให้พวกข้าตอบแทนท่านเถิด"

 

          ตอบแทน !? ข้าตาโตเล็กน้อย

          บ๊ะ เจ้าพวกนี้นอกจากจับกลุ่มนินทาเจ้านายยังมีกะจิตกะใจคิดตอบแทนบุญคุณด้วยรึ ! แล้วข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร ซ้ำร้ายที่พวกมันต้องเจ็บตัว เป็นเพราะข้าอีกจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย พอพยักหน้าก็ถูกรับใช้ทันทีอย่างกระตือรือร้น

 

          แต่ผู้ใดจะไปคิดว่าการต้องนั่ง ๆ ยืน ๆ ถูกรุมล้อมไปด้วยข้ารับใช้เพื่อแต่งเนื้อแต่งตัว เพราะงาน ๆ เดียวมันจะน่ารำคาญถึงเพียงนี้

 

          พอข้าจะเลือกสวมเสื้อที่เรียบง่ายที่สุด พวกมันดันหยิบเอาชุดปักเลื่อมสีทองลายมังกร ! พอข้าจะดันกล่องเครื่องประดับออก พวกมันถือวิสาสะเปิดดูแล้วหยิบเอาปิ่นปักผมอันที่แพงที่สุดออกมา ! แล้วจะถามข้าเพื่อ !? ข้าจ้องหน้าพวกมันทีละคนตาเขม็งได้แต่น้ำตาตกใน หัวเราะมิได้ ร้องไห้ไม่ออก จะสมัครสมานสามัคคีเกินไปแล้วกระมัง

 

          เพราะในยามนี้ข้าอยู่ในสภาพที่ว่าพร้อมออกศึกในหลาย ๆ ความหมาย

 

          แม้นชุดที่สวมใส่จะเป็นสีประจำกายเฉกเช่นเดิม แต่ที่ต่างไปจากเดิมมีเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หากเพ่งมองดูดี ๆ ก็จะเห็นอย่างชัดเจน ข้าเริ่มหน้าบาง รู้สึกไม่คุ้นชินและกังวล ขึ้นชื่อว่าเป็นมังกรรายละเอียดยิบย่อยเช่นนี้มีหรือจะรอดพ้นสายตาจากเจ้าพวกชอบสอดรู้สอดเห็น พวกมันต้องคิดเป็นแน่ว่าข้าพิถีพิถันแต่งตัวเป็นพิเศษ เพราะราชโองการบัดซบนั่น !

 

          แต่เปล่าเลย ข้าถูกบังคับ !!

 

          อีกทั้งหนึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้พวกมันช่างไม่กลัวตาย หยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นดอกเหมยลงไปในถังไม้ ! จะให้ไปตักใหม่ก็ใช่เรื่อง ข้าจึงจำต้องกล้ำกลืนทนกลิ่นหวาน ๆ อาบน้ำให้จบ ๆ ไปเสีย เป็นการอาบน้ำที่ทรมานกายและใจเป็นอย่างยิ่ง แค่ข้าลองดมเนื้อผิวตัวเองยังเบ้หน้าอย่างขัดใจ กลิ่นไม่แรงมากก็จริง แต่อย่างไรก็ไม่เหมาะกับบุรุษอกสามศอกเช่นข้า !

 

          ข้าผู้เป็นถึงหนึ่งในมังกรแห่งเหยียนหลง มีกิตติศัพท์ขึ้นชื่อด้านการสู้รบ แต่เนื้อตัวกลับเต็มไปด้วยกลิ่นดอกเหมย ช่างเข้ากันเสียนี่กระไร !

 

          แล้วพวกมันก็อ้างอีกว่า "นายท่านเฮย มิค่อยได้ออกงานสังคมนี่ขอรับ อีกทั้งราชโองการดังกล่าวท่านยิ่งต้องดูดีนะขอรับ แค่นี้ข้าน้อยยังคิดว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ำ"

 

          น้อยไป ? พวกเจ้าช่างกล้าพูด

          บิดามารดามันเถอะ !! ข้าสะบัดหน้าอย่างฉุนเฉียว ทว่าในใจนั้นกรีดร้อง ยิ่งคิดยิ่งวิตก ข้าไม่อยากไปเลย แค่จินตนาการว่าต้องพบเจอกับอะไรบ้างก็ทำเอาขนลุกขนพอง ที่สำคัญคือ... เจ้าไป๋หยินมันจะมาด้วยหรือไม่ ถ้ามาแล้วข้าควรจะทำอย่างไร วางท่าทำเป็นไม่สนใจน่ะหรือ ข้าเองก็มิอยากให้งานเลี้ยงสังสรรค์ต้องพังพินาศเหมือนกับวังที่เพิ่งซ่อมเสร็จด้วยสิ พวกจิ้งเหลนเห็นข้าเงียบไป คงเพราะรับใช้ข้ามานานจึงเปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสดใสคล้ายปลอบใจ

 

          "นายท่านเฮยจะต้องสง่าผ่าเผยที่สุด จะได้มิมีผู้ใดกล้ามาหาเรื่องท่านอย่างไรล่ะขอรับ"

 

          กลับกันมันไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

 

          "ข้าว่ามันจะมาหาเรื่องยิ่งกว่าเดิมอีกกระมัง" ข้าถอนหายใจอย่างปลงตก ผ่อนไหล่ที่เกร็งลงช้า ๆ คิดมากกับเรื่องในอนาคต เป็นการกระทำที่โง่เขลาและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด เห็นทีว่าง ๆ คงต้องแวะไปเยี่ยมเยียนวังมังกรแดง ขอหยิบยืมบทสวดมนต์สักเล่มสองเล่มมาท่องแก้ซวย ก่อนที่จะมีข้ารับใช้ตนหนึ่งเข้ามารายงานว่ามังกรแดงหงเฟินฮวามาถึงแล้ว ข้าพยักหน้ารับแล้วย่างกายไปต้อนรับแขกประจำที่นั่งรออยู่หน้าตำหนัก

 

          "ท่านพี่หง ขออภัยที่ให้ท่านคอยนาน"

 

          ข้ายิ้มทักทายตามปกติ มังกรสีชาดที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือเล่มโปรดเงยหน้าขึ้นเหมือนจะเอ่ยตอบอย่างทุกครั้ง ก่อนที่จะหยุดชะงัก ทำหน้าตะลึงงันไปครู่หนึ่งอย่างเสียกิริยา ข้าเลิกคิ้วฉงนใจเล็กน้อย เหตุใดท่านพี่จึงทำตัวแปลก ๆ เช่นนี้เล่า ข้ายิ่งไม่มั่นใจอยู่ คล้ายจะรู้สึกตัว ภายในเสี้ยววินาทีใบหน้าของท่านพี่กลับมาประดับรอยยิ้มเฉกเช่นเดิมพร้อมกันนั้นก็ถอนหายใจสั้น ๆ ราวกับรำพึงรำพันอยู่คนเดียว

 

          "... น้องหยาง ข้าเคยคิดเสมอว่าหากเจ้าแต่งเนื้อแต่งตัวสักหน่อยก็คงจะดีมิใช่น้อย แต่ก็มิได้คิดเลยว่าจะขนาดนี้"

 

          "น่าเกลียดถึงเพียงนั้น ?"

         

          ข้ายิ้มเยาะ ดูเถิด ขนาดท่านพี่หงยังรับมิได้เลย แล้วข้าจะเหลืออะไร ขณะที่ข้าคิดไปไกลนั้นมังกรเพลิงกลับส่ายหน้าไปมาพูดด้วยน้ำเสียงกลั้นหัวเราะ ไหล่ทั้งสองข้างสั่นระริก

 

          "เปล่า ตรงกันข้าม ... ข้าอยากรู้เสียเหลือเกินว่าเด็กนั่นจะทำสีหน้าเช่นไรยามเห็นเจ้า"

 

          "เด็กนั่น ?" ข้าเงียบลงอย่างใช้ความคิดก่อนกลืนน้ำลายลงคอ "หมายถึงเจ้าไป๋หยินน่ะรึ แล้วมันทำไมหรือขอรับ ท่านพี่"

 

          ข้าแต่งกายเช่นนี้แล้วมันเกี่ยวอันใดกับเจ้าจิ้งเหลนจอมบัดซบนั่นด้วย แล้วหมายความว่ามันจะเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วยรึ ท่านพี่หงเฟินฮวาไม่ยอมตอบ เพียงแค่ยกยิ้มน้อย ๆ แล้วดันไหล่ข้าให้เดินออกไปข้างนอกพร้อมกันอย่างแนบเนียน แต่ขออภัยท่านพี่ ! ข้าเป็นมังกรนะ ประสาทสัมผัสเฉียบขาดมีหรือจะไม่รู้ตัว

 

          "อืม แต่รีบไปกันเถิด ตอนนี้ก็สายมากแล้ว"

 

          ท่านพี่หนอท่านพี่ นอกจากท่านไม่ตอบคำถามข้า ยังบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่นด้วย... มันน่านัก !

 

          ข้ายักไหล่ไม่คิดจะคะยั้นคะยอต่อ รีบไปก็ดีเหมือนกันจะได้รีบกลับ เมื่อคิดเช่นนั้นร่างของมังกรอันทรงพลังทั้งสองจึงโผบินสู่น่านฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีไปทีละเล็กละน้อย มีทั้งสีแดงจากดวงอาทิตย์อัสดงที่เคลื่อนตัวลับขอบฟ้าและสีดำทมิฬที่ยึดครอบครองความไพศาลทีละนิดอย่างเชื่องช้า

 

.

.

.

 

          แม้นจะเป็นงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่มากันแค่วงใน ศาลาริมน้ำขนาดใหญ่กลับตกแต่งอย่างงดงามราวกับอยู่บนสวรรค์ก็มิปาน รอบนอกศาลาคือบึงดอกเหลียนฮวา*ที่แม้จะไม่บานสะพรั่งเฉกเช่นรุ่งอรุณ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่สงบและผ่อนคลาย ทว่าหัวข้อในวงสนทนากลับร้อนระอุขัดกับบรรยากาศที่อ่อนละมุน ! มังกรหลายตนร่วมกลุ่มสนทนากันอย่างออกรสออกชาติถึงข่าวลือที่คาดว่าจะเป็นจริงเมื่อไม่กี่วันมานี้

 

          มีราชโองการจากสวรรค์ให้มังกรขาวและมังกรดำแต่งงานกัน !

 

          นี่มันข่าวใหญ่รอบพันปีจะมีสักหน จะไม่ให้อยากรู้อยากเห็นก็คงเป็นไปได้ยาก สายตาหลายคู่จับจ้องไปที่ที่หนึ่งพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย ที่ตรงนั้นคือที่นั่งของมังกรขาวหน้าหยกที่กำลังจิบชาเงียบ ๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน รู้ทั้งรู้ว่าประสาทสัมผัสของมังกรนั้นเฉียบขาดเพียงใด อีกทั้งคนในข่าวยังเป็นมังกรที่มีชื่อเสียงทั้งคู่ !

 

          แต่ก็มิอาจหักห้ามความสอดรู้สอดเห็นได้เลยจริง ๆ

 

          ดวงหน้าหล่อเหลาเนียนขาวผ่องราวหิมะยังคงเรียบเฉย นัยน์ตาสีเงินเย็นยะเยือก แม้จะไม่แสดงออกทางสีหน้า แต่รังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาก็ทำเอาร้อน ๆ หนาว ๆ ท่าทางที่น่าเกรงขามเช่นนี้ ทำให้ต้องลดเสียงลงเป็นเสียงกระซิบแทน แต่ไม่ทันที่จะได้ต่อบทสนทนาก็มีเสียงประกาศกร้าวของคนผู้หนึ่งซึ่งทำหน้าที่รายงานว่าแขกท่านใดมาถึงแล้วบ้างดังขึ้นว่า "มังกรแดงมาแล้ว !" ก่อนที่จะชะงักตัวเมื่อมีคนกระซิบข้างหูจึงกล่าวต่อ "...มังกรดำด้วยเช่นกัน" ด้วยน้ำเสียงที่เบาลงคล้ายจางหาย

 

          สวรรค์ ! พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา*

 

          เสียงซุบซิบดังระงมอีกระลอก ก่อนที่จะหยุดพร้อมกันเมื่อมีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา ท่านแรกคือมังกรสีชาด หงเฟินฮวาผู้มีความงามอันซับซ้อน แต่งกายด้วยชุดสีขาวสลับแดงขับให้ผิวกายดูขาวผ่องน่ามอง ทั้งยังเกล้าผมสีเพลิงขึ้นปักด้วยปิ่นพองามเผยให้เห็นลำคอ แต่ทุกคนพลันถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดาย อย่างไรเสียบุรุษก็คือบุรุษ แม้นมีความงาม แต่คอกลับไม่เรียวระหง ดูแข็งแรงสมชายชาตรี

 

          แล้วก็ต้องลมหายใจสะดุดเมื่อคนอีกผู้หนึ่งปรากฏตัว

 

          มังกรทมิฬ มิมีผู้ใดในงานเลี้ยงเคยพบหน้ามาก่อน เพราะอีกฝ่ายชอบเก็บตัว ไม่เข้าร่วมงานสังคมบ่อยนัก แต่ก็ทราบกิตติศัพท์กันดีว่าเป็นมังกรที่น่าสะพรึงกลัวและเป็นศัตรูตัวฉกาจของมังกรขาว จะต้องน่ากลัวมากเป็นแน่ ในคราแรกก็คิดเช่นนั้น แต่ยามนี้ขอกลับคำพูด ช่างสง่างาม งดงาม ! เส้นผมสีกาดำถูกรวบพร้อมปักด้วยปิ่นลายมังกร ดวงตาสีความมืดดูมีเสน่ห์ลึกล้ำน่าค้นหา แม้จะมีร่างกายที่แข็งแรง แต่ก็มิได้บั่นทอนความรูปงาม ผิวกายที่ดูหยาบกร้านเล็กน้อยทำให้ดูสมฉายาที่ทุกคนตั้งให้

 

          แม้จะมีรัศมีที่น่ากลัวอยู่บ้าง แต่ก็ค่อย ๆ จางลงคล้ายกำลังเปิดรับให้ผู้คนเข้าไปทักทายได้ ใบหน้าไม่ได้เรียบนิ่ง ทั้งยังแย้มยิ้มน้อย ๆ ยามสนทนากับมังกรแดง ทำให้มังกรผู้สูงส่งท่านหนึ่งที่กำลังลิ้มรสน้ำชาได้ยินเสียงบางอย่างที่รบกวนอย่างชัดเจน

 

          เสียงหัวใจหลายดวงที่เต้นไม่เป็นจังหวะดังสอดประสานเข้ามาในโสตประสาท

 

          ข้ารับใช้มังกรขาวพลันตัวเกร็งแข็งทื่อ บรรยากาศรอบตัวนายท่านเปลี่ยนไปจนรู้สึกได้ สายตาของเจ้านายจ้องเขม็งไปยังที่หนึ่งจึงเผลอมองตามไป อยากจะตบเข่าดังฉาดเสียจริง ๆ เดาไว้ไม่มีผิด ! เพราะเป็นแค่ข้ารับใช้จึงยืนอยู่ห่างไกลจากผู้ประกาศ อีกทั้งยังมีประสาทที่ไม่แหลมคมมากนักจึงไม่ได้ยินว่ามังกรดำมาถึงแล้ว แต่มีหรือจะไม่รับรู้อารมณ์ความรู้สึกของผู้เป็นนาย !

 

          "ขอต้อนรับท่านมังกรแดงและมังกรดำ"

 

          "ลำบากท่านแล้ว"

 

          ที่ใดที่มีนายท่านหงเฟินฮวา ที่นั่นย่อมมีนายท่านเฮยหยาง ดังนั้นการที่ท่านมังกรแดงที่รักสันโดษ ยอมสละเวลามาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อให้มังกรดำเปิดหูเปิดตาและพบปะผู้คนเป็นการกระทำที่น่ายกย่องยิ่ง เพราะพวกข้าทำไม่ได้ คงต้องหวังพึ่งบารมีมังกรสีชาดแล้ว เพราะนายท่านไป๋ก็มาร่วมงานเลี้ยงนี้เช่นกัน !

 

          เอาล่ะ แล้วจะหาโอกาสประชิดตัวอย่างไรดี

 

          ฉับพลันพวกข้ารับใช้มังกรขาวแทบโห่ร้องด้วยความยินดีเมื่อสบตาเข้ากับเหล่าข้ารับใช้มังกรดำที่กำลังส่งสายตาเป็นการทักทาย สหาย !? เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าดีใจเหลือเกิน ขณะที่แทบจะถลาไปโอบกอดกันราวกับเป็นเพื่อนกันมานมนาน ทันใดนั้นเองที่หูของพวกเขาพร้อมใจกันกระดิกฟังเสียงละมุนละไม

 

          "มิทราบว่ามีที่ให้พวกเรานั่งหรือไม่" ท่านหงเฟินฮวาถามไถ่พร้อมทั้งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ

 

          สวรรค์ ! โอกาสดีงามเช่นนี้จะให้พลาดได้อย่างไร ไม่มีทาง ๆ พวกข้ารับใช้รีบเชิญนายท่านมังกรผู้สูงศักดิ์ทั้งสองให้นั่งเก้าอี้ถัดจากนายท่านไป๋หยินอย่างกระตือรือร้น แน่นอนว่าแอบเนียนดันตัวให้นายท่านเฮยนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ นายท่านไป๋ให้จงได้

 

          แต่

 

          มิทราบว่าเพราะความนอบน้อมที่แสร้งทำของนายท่านเฮยหรืออย่างไร จึงเชิญให้นายท่านหงนั่งลงก่อนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลยิ่งจนพวกข้าถึงกับต้องแคะขี้หู ขยี้ขี้ตากันหลายรอบพลางลอบมองรอยยิ้มนั้นอย่างไม่ไว้วางใจ มังกรดำทำการเลื่อนเก้าอี้ข้าง ๆ พร้อมผายมือให้หงเฟินฮวาด้วยกิริยาอ่อนน้อมจนผู้ร่วมงานท่านอื่น ๆ ถึงกับอ้าปากค้าง

 

          นี่น่ะหรือมังกรดำผู้โหดเหี้ยม !

 

          "เชิญท่านพี่นั่งก่อน"

 

          "ขอบใจ น้องหยาง... แต่ว่าเจ้านั่งลงก่อนเถิด"

 

          "มิได้ ๆ ผู้น้อยจะนั่งลงก่อนผู้อาวุโสได้อย่างไร เชิญเถิด ท่านพี่หง อย่าได้เกรงใจ"

 

          จบประโยคด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ดวงตาหยีลงเป็นเส้นโค้งอย่างน่ารัก อา... แสงเจิดจ้านี่มันอะไรกัน ! ขนาดที่ท่านมังกรแดงมิสามารถปฏิเสธได้อย่างไรล่ะ ตอนนั้นเองที่มังกรขาวกระตุกยิ้มแวบหนึ่ง แค่แวบเดียวจริง ๆ ! มิรู้ว่ายิ้มออกมาด้วยความรู้สึกอย่างไร แต่พวกข้านั้นรู้สึกร้อนรุ่มไปหมดแล้ว นายท่านขอรับ ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดรอบ ๆ กายท่านหน่อย พวกข้าชักจะทนไม่ไหวแล้ว !

 

          สรุปก็คือนายท่านหงนั่งคั่นกลางอย่างไม่เต็มใจนัก พร้อมกันนั้นได้ก็ยินเสียงจิ๊ปากของนายท่านไป๋เบา ๆ และสีหน้าไม่รับรู้เรื่องราวของนายท่านเฮยที่นั่งจิบชาเลิศรสอย่างอารมณ์ดี

 

 

นายท่านมังกรดำผู้น่ายำเกรงของพวกเรา นั่นท่านจงใจใช่หรือไม่ !?

 

 

          ข้ารับใช้ทั้งสองฝ่ายกรีดร้องทั้งน้ำตากับแผนการที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า ก่อนจะร่นตัวถอยหลังหลบฉากไป

 

          ... ข้าหรือมังกรดำผุดยิ้มพราย คิดรึว่าข้าจะอ่านแผนกระจอกงอกง่อยชวนบัดซบของพวกเจ้าไม่ออก ฝันกลางวันยังนับว่ามากไปด้วยซ้ำ !

 

          หึ ดีนะที่เรียนเรื่องมารยาททางสังคมมาตลอดทาง ต้องขอบพระคุณท่านพี่หงที่ชี้แนะจริง ๆ ข้าเลยอุตส่าห์ลดแรงสังหารลงมากึ่งหนึ่ง แค่บรรยากาศอันหนักอึ้งจากเจ้าไป๋หยินก็มากเกินแล้ว มีจากข้าอีกเกรงว่างานเลี้ยงน้ำชาอาจเป็นสนามรบได้ ข้าปฏิเสธจอกสุราที่ถูกยื่นมาให้และรับน้ำชามาดื่มแทน มิใช่คนคออ่อน แต่ข้าชอบดื่มเงียบ ๆ เพียงลำพังเสียมากกว่า

 

          ชาขาวงั้นรึ รสชาติดีทีเดียว ขณะที่กำลังลิ้มรสชาอย่างเพลิดเพลินใจพลันน้ำเสียงราบเรียบดังขึ้นทำเอาข้าลืมรสชาติความหวานละมุนไปเสียฉิบ

 

          "ไม่นึกเลยว่าจะรังเกียจข้าถึงเพียงนี้"

 

          มังกรขาวเปรยขึ้นมาเบา ๆ ข้าเหลือบหางตาไปมองเขาชั่วครู่หนึ่ง ก่อนละสายตากลับมาจดจ่อถ้วยชาในมือพลางคิดไปเรื่อยว่าส่วนผสมในน้ำชาจอกนี้จะมีส่วนผสมพิลึก ๆ อย่างหางกิ้งก่าด้วยหรือไม่ ความกดดันยิ่งกดลึก เหงื่อกาฬไหลย้อยจากหน้าผากสู่ปลายคาง แต่ข้าแสร้งทำเป็นไม่สนใจดื่มน้ำชาต่อไปทั้งอย่างนั้น แม้ว่าสีหน้าของทุกคนจะเริ่มไม่สู้ดีแล้วก็ตาม

 

          เจ้าเด็กนี่ บรรยากาศจะกดดันมากไปแล้วกระมัง

 

          "ผู้ใดรังเกียจ เกรงว่าน้องหยินจะคิดมากไป" มังกรสีชาดแย้งด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ ดูกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย เชื่อว่าท่านพี่หงคงสงสารคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องมารับผลพลอยได้จากบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ไป๋หยินหัวเราะเสียงเย็นยะเยือกในลำคอยังไม่ละสายตาจากข้าขณะตอบคำคน

 

          "อย่าเลย ท่านพี่หง ดูก็รู้ว่าคนผู้นั้นไม่อยากนั่งข้างข้า คงกลัวข้าแล้วกระมัง"

 

          กลัว ? ..เพ้ยยย ผู้ใดกลัวเจ้ากัน ไอ้จิ้งเหลนหยวกกล้วย !!?

 

          ข้ากัดฟันกรอดหันหน้าไปพูดคุยกับมังกรตนอื่นที่เข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มบางเบา ข้าจะหงุดหงิดกับเรื่องพรรคนี้ไม่ได้ ข้าหาได้กลัวไม่ แต่ข้ารำคาญ เกะกะลูกตา ! ข้าหมายถึง ... ประกายแสงสีขาวที่ส่องสว่างจากร่างมันแยงตาจนข้าเจ็บลูกตาไปหมดแล้ว ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ห้ามมอง ห้ามพูด ห้ามตอบ ห้ามเถียง !

 

          จะได้ไม่มีปัญหา แค่เรื่องสมรสจากเบื้องบนที่ประทานมาให้ก็ปวดเศียรเวียนเกล้าพอแล้ว ข้าไม่อยากเอาตัวมารองรับอารมณ์ของคนหนุ่มนักหรอก

 

          "น้องหยางจะมิพูดอันใดหน่อยหรือ"

 

          ท่านพี่ ท่านเป็นคนมีเมตตาต่อสัตว์โลก บุคลิกสุภาพอ่อนหวานผิดกับภาพลักษณ์สีแดงอันเลือดร้อน ข้าทราบดีว่าท่านไม่อยากให้ผู้คนบาดหมางกัน แต่ท่านก็น่าจะรู้ดีว่าเจ้าบัดซบไป๋มันทำอันใดกับข้าไว้บ้าง ! หากมีเวลาสักร้อยปี ข้าคงจะสาธยายสิ่งที่มันทำกับข้าได้จนหมดเปลือก

 

          ข้าถูกปลุกจากการหลับใหลเพื่อไปประลองกับมันยามโฉ่ว (01.00 - 02.59 น.) นอกจากจะยังตื่นไม่เต็มตาต้องมารับแรงประทุษร้ายจากคนหนุ่ม บัดซบ...

 

          วันดีคืนดีจะมีจดหมายจากมันส่งมาโดยมีเนื้อหาว่า "ฟากฟ้า" แปลความได้ว่าต่อสู้ร่างมังกร บัดซบ !

 

          มันผู้มีความสามารถบันดาลให้เกิดฟ้าผ่าได้ ตัวข้าจะเหลืออันใดเล่า มันบันดาลให้เกิดฟ้าผ่าพุ่งตรงมาที่ข้า หนีเข้ากลีบเมฆแทบไม่ทัน บัดซบ !!

 

          อีกทั้งยังฝังคมเขี้ยวกัดที่คอข้าจนป่านนี้แผลยังหายไม่สนิท ขนาดเกล็ดมังกรที่ว่าแข็งยังบิ่นไปเล็กน้อย บัดซบ !!!

 

          พอกลับมาสู้ร่างแปลง เจ้าหยวกกล้วยบังอาจใช้พลังแสงเข้าโจมตี ข้าตามืดบอดไปชั่วขณะรู้ตัวอีกทีก็ถูกจับกดพื้นเสียแล้ว บัดซบบบบบบ !!!!!

 

          ...หืม ทำไมอย่างหลังถึงแปลก ๆ แต่ช่างเถิด

          ดูความโหดเหี้ยมที่ข้าต้องเผชิญ ! ดูเถิด จงดู แล้วท่านพี่ยังจะให้ข้าพูดตอบมันอีกหรือ เกรงว่าท่านพี่หงคนงามจะใจดีผิดคนแล้วกระมัง

 

          ข้าไม่อาจอยู่ข้างคนที่พยายามจะฆ่าข้าตลอดเวลาได้หรอก ประสาทจะกิน ! ข้าแสร้งหูดับชั่วคราว ขอเสียมารยาทไม่ตอบท่านพี่สักครั้งนะขอรับ น้องหยางมิบังอาจจริง ๆ แต่เพื่อสมองน้อยนิดของข้า ข้าจำเป็นต้องทำ

 

          "หึ ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด มีปากไว้ดื่มชานั่นแหละดี !"

 

          หางคิ้วเริ่มกระตุก

          ข้าจะเป็นผู้ใหญ่พอ ก็แค่เด็กเรียกร้องความสนใจ ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญเลยสักนิดเดียว ... แต่ลืมไปว่าข้าชอบและเอ็นดูเด็กมาก โดยเฉพาะเด็กที่ชอบทำตัวงอแง ทำทุกวิถีทางให้ตัวเองเป็นที่น่าสนใจ ข้าล่ะยิ่งชอบใจนัก อยากจะแกล้งให้ร้องไห้จ๋าร้องหามารดาใจจะขาด

 

          แต่ข้าก็เลือกเล่นกับเด็กน้อยนะ เด็กนรกอย่างเจ้าไป๋ ข้าขอประสานมือกล่าวอำลา

 

          "ขี้ขลาดตาขาว นี่น่ะหรือมังกรทมิฬผู้เกรียงไกร"

 

          อา.. แค่ข้าไม่คุยกับเจ้าถือว่าขลาดเขลาแล้วงั้นรึ ตรรกะพิลึกยิ่ง เจ้าหยวกกล้วยน้อย ข้าสูดลมหายใจลึกเข้าเต็มปอด พยายามรักษากิริยาอย่างยากเย็น

 

          ลุ่มลึก มีเสน่ห์ยามยกยิ้ม เห็นที ข้าคงต้องเลียนแบบบรรพบุรุษรุ่นแรกผู้ลึกลับเสียหน่อยแล้ว จะได้ไม่เสียชื่อมังกรดำ ข้าส่งยิ้มละไมให้เจ้าหยวกกล้วยสักเล็กน้อยพองาม เป็นสัญญาณบอกว่า เจ้ามันก็แค่เด็กน้อยในสายตาข้า ไม่คณามือข้าหรอก !

 

          และดูเหมือนจะรู้ตัว ดูนั่นสิ ทำหน้าดำหน้าแดงใหญ่ สาแก่ใจข้ายิ่งนัก ! หึ ข้าไม่ใช่ศัตรูของเจ้าอีกต่อไป จะไม่ยอมเป็นกระสอบทรายให้อีกแล้วด้วย

 

          ไม่เอาแล้ว พอ ข้าเหนื่อยแล้ว

          อา ไฉนเจ้ายังไม่หยุดพร่ำอีกเล่า ไป๋หยิน ปล่อยข้าไปเถิด

 

          ข้าฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ถ้อยคำที่ออกจากปากมังกรหนุ่มหน้าหยกแม้นไม่มีคำหยาบคาย แต่แฝงความกระแทกกระทั้นดูหมิ่นอย่างไม่ปิดบัง ขนาดผู้อื่นที่ไม่ใช่ข้าเองยังทนฟังไม่ไหว พากันหลบไปอยู่อีกมุมของศาลาริมน้ำมองตรงมาทางนี้ด้วยสีหน้าหวาดหวั่น พวกจิ้งเหลนจิ้งจกทั้งของข้าและของไป๋หยินกอดกันตัวกลม ข้าจิบน้ำชาที่เย็นชืดไปนานแล้วเป็นจอกสุดท้าย

 

          "พอสักที !"

 

          สุดจะทานทน ถ้วยชาอันประณีตแหลกละเอียดคามือบาดจนเลือดไหลซิบ ความเจ็บแปลบแล่นเข้าสู่โสตประสาทจนเผลอนิ่วหน้า พี่หงขมวดคิ้วมุ่นรีบดึงมือข้าไปดูด้วยอารามตกใจ ข้ารับใช้รีบกุลีกุจอเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ทำหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

 

          "น.. นายท่านเฮยขอรับ"

 

          เฮ้อ เกิดเรื่องจนได้ คุมพลังไม่อยู่อีกแล้ว ข้าส่ายหน้าปฏิเสธผ้าเช็ดหน้าที่ถูกยื่นมาให้ และขอตัวปลีกวิเวกออกจากงานหนีความวุ่นวาย อย่างไรเสียงานเลี้ยงก็ไม่เหมาะกับข้าเลยจริง ๆ ครั้งต่อไปอย่าหวังว่าข้าจะมาอีก เพ้ย น่าเบื่อ ! แทนที่จะให้ข้านอนอย่างเกียจคร้าน ต้องแบกหน้ามางานเลี้ยง แถมต้องเจ็บตัวอีก บัดซบจริง ๆ ข้าปล่อยให้เลือดไหลเป็นทางอยู่อย่างนั้น ไม่มีกะจิตกะใจจะห้ามเลือดแต่อย่างใด

 

          จริงอยู่ที่บาดแผลแค่นี้ไม่สะทกสะท้านผิวข้าเลยสักนิด แต่หากไม่ได้รับการรักษาทันทีอาจทำเกิดแผลเป็นได้ แต่ช่างปะไร ข้าไม่สนหรอกหากจะมีแผลเป็นบนร่างกายเพิ่มอีกสักรอยสองรอย

 

          ที่สำคัญที่สุดเลยตอนนี้...

          ข้าหยุดเดินกะทันหัน ทำให้คนที่เดินตามหยุดไปด้วย การรับรู้ของมังกรไม่เคยเป็นสองรองใครกับข้าแล้วยิ่งแล้วใหญ่ ข้ากลอกตามองฟ้าด้วยความคับข้องใจ

 

          แล้วไป๋หยินจะตามข้ามาทำไมเล่า !

 

          พ่อหยวกกล้วยจะมาทับถมอีกล่ะสิ เฮ้อ หนีไปก็เปล่าประโยชน์ ข้ารู้ดีว่าเจ้านี่ตามตื๊อยิ่งกว่าใคร แหงล่ะ ดันทุรังให้สู้ด้วยหลายร้อยปีก็ยังไม่ยอมหยุด ไม่เรียกว่าตื๊อจะเรียกอันใดได้อีก ข้าหันไปประจันหน้ากับอีกฝ่ายแล้วเลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นเชิงถามว่าต้องการอะไรอีก

 

          ด่าให้ขายหน้าก็ทำไปแล้ว ทำให้ทุกคนหวาดกลัวก็ทำไปแล้ว

          อืม หรือว่าจะยังไม่สาแก่ใจมังกรขาวหน้าหยก

 

          หือ ?

          ข้าถูกดึงมือข้างที่เจ็บไป ก่อนจะรู้สึกร้อนผ่าวที่มือข้างนั้น ไป๋หยินโน้มหน้าลงซบกับมือของข้า ดวงตาสีเดียวกับดวงจันทร์ทอแสงเปล่งประกายจนเห็นขนตางอนยาวอย่างชัดเจน ยังไม่ทันที่ข้าจะคิดใคร่ครวญอันใด มังกรหนุ่มตวัดปลายลิ้นโลมเลียไปตามบาดแผล ลัดเลาะไปตามง่ามนิ้วมือจนร่างทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างมิอาจห้ามได้

 

          ข้าตะลึงลานจนคลำหาเส้นเสียงไม่เจอ กระทั่งเรี่ยวแรงคล้ายจะหายไป ไม่อาจถอนมือกลับจึงได้แต่ปล่อยให้คนทำตามใจชอบอยู่แบบนั้น

 

          เอ่อ คำขอโทษงั้นหรือ ?

 

          ใช้เวลาอีกสักพักกว่าเขาจะละใบหน้าออกจากมือของข้า ซ้ำยังปล่อยด้วยท่าทีอาลัยอาวรณ์อีกด้วย ความรู้สึกเจ็บปวดพลันหายไป ข้าพลิกฝ่ามือดูแล้วหรี่ตาลง ไม่มีแล้วเลือดที่รินไหล ไม่มีกระทั่งบาดแผล ราวกับมือข้างนี้ไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน ข้าเงยหน้าขึ้นมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยความเคลือบแคลงใจเต็มประดา ใบหน้าของไป๋หยินมิได้เปลี่ยนไปแม้แต่เสี้ยวเดียว ซ้ำยังตอบกลับด้วยการประทับจูบลงบนปลายนิ้วของข้าจนต้องรีบชักออก

 

          เจ้านี่ !

 

          ข้ามิรู้เลยว่าควรตกตะลึงความสามารถมันก่อนหรือกิริยาห่าม ๆ ของมันก่อนดี ?!

 

          น้ำลายสามารถรักษาบาดแผลได้ ก็รู้อยู่ ข้าเองก็ทำได้ แต่ไม่ถึงขนาดทำให้บาดแผลหายสนิทขนาดนี้ ส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายของมังกรมีความพิเศษแตกต่างกันออกไป บางตนเลือดก็สามารถเป็นยารักษาหรือยาพิษก็ได้ บางคนก็มีเส้นผมพิเศษที่หากนำไปบดแล้วเคี่ยวจะได้ยารักษาชั้นยอดที่ขนาดที่ว่าหมอโอสถยังต้องยอมแพ้

 

          ส่วนข้าน่ะหรือ ไม่รู้และมิได้ใส่ใจ

 

          แต่ใช้น้ำลายก็เกินไปหน่อย ไม่ได้ขยะแขยงอะไรนักหรอก แต่ควรจะทำกับผู้อื่นที่ไม่ใช่ข้าสิ อย่างดรุณีน้อยเด็ดดอกเหมยกุ้ย*ปักแจกันจนได้แผลอะไรทำนองนั้นสิ !

 

          เอาเถิด ๆ คงจะเป็นคำขอโทษที่ยั่วโทสะกระมัง ข้าจะไม่เก็บมาคิดให้มากความ ขอโทษก็แล้ว รักษาแผลก็แล้ว คงไม่มีเรื่องอันใดให้ค้างคา สบโอกาสนี้แหละ ข้ายิ้มกริ่มในใจพร้อมกับรีบกล่าวตัดบททันที

 

          ใครจะทนยืนหน้าโง่อยู่ต่อเล่า ถึงจะรักษาบาดแผลให้ แต่ข้าก็ไม่ไว้ใจคนเช่นมันหรอก รู้คนรู้หน้าไม่รู้ใจ !

 

          "ขอตัวก่อน"

          "ช้าก่อน"

 

          "ว่าอย่างไร" ข้าเอ่ยถามอย่างขอไปที อยากไปให้พ้น ๆ จากตรงนี้เสียเต็มแก่ ปล่อยข้าไปเถิดดด

 

          "เจ้าคิดอย่างไรกับบัญชาสวรรค์"

 

          ทีแบบนี้ล่ะพูดดี ข้าช้อนตามองเจ้าของคำถาม แม้นมีสีหน้าราบเรียบคล้ายไม่รู้สึกอะไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาคือแววตาอันดื้อดึง หากไม่ตอบเกรงว่าคงไม่ถูกปล่อยตัวง่าย ๆ ข้าเองก็ไม่อยากประลองฝีมือเสียด้วยสิ ตอบ ๆ ไปก็แล้วกัน

 

          "... ก็คงคิดเหมือนที่เจ้าคิด แล้วไป๋หยินเจ้าคิดอย่างไรเล่า"

 

          "ข้ายินดี"

 

          "...หา ?"

 

          ประเดี๋ยวก่อน !? ความจริงต้องเป็นขยะแขยง รังเกียจจนคลื่นไส้มิใช่หรือ เช่นนั้นเจ้าจะพูดยั่วโทสะข้าเพื่ออันใดกัน !?

         

          ขณะที่กำลังตื่นตระหนกไม่คิดฝันว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนั้น เจ้าหยวกกล้วยกลับแย้มยิ้มน้อย ๆ ที่ริมฝีปาก แสงนวลจากจันทราพาดผ่านลงมาทำให้ใบหน้าหล่อเหลายิ่งงดงามสมชื่อมังกรหยก เห็นแล้วข้าอยากจะตะกุยหน้าบัดซบของมันจริง ๆ ! ให้ข้าตะลึงกับคำตอบของเจ้ายังไม่พออีกหรืออย่างไร

 

          หยุด ยิ้ม เดี๋ยว นี้ !

 

          "ถ้าเจ้าคิดอย่างที่ข้าคิด เช่นนั้นงานมงคลสมรสครั้งนี้ไม่มีปัญหาขัดข้องอันใด ข้าจะรีบดำเนินการสู่ขอให้เร็วที่สุด"

 

          "ฉวยโอกาสยิ่ง ! ใครจะไปนึกว่าเจ้าจะยินดี ไม่ ๆ ตรงกันข้าม ข้าไม่ยินดีจะแต่งกับเจ้า" ข้าตะโกนบอกอย่างร้อนรน ไป๋หยินไม่เปลี่ยนสีหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

          "ด้วยเหตุใด"

 

          ยังมีหน้ามาถามอีก ! เจ้าคนหน้าด้าน หน้าหนา หน้าหยก !! มิใช่สิ ข้าต้องด่ามันมิใช่ชมมัน ?!

 

          "ข้าไม่อาจครองคู่กับคนที่เกลียดข้าได้หรอกที่เจ้ายินดี เพราะไม่อยากขัดคำสวรรค์มากกว่า หรือไม่ก็ยินดีที่จะได้กลั่นแกล้งข้าได้อย่างภาคภูมิ" ข้าแค่นหัวเราะทุกข์ระทม หากได้แต่งกันจริง เกรงว่าข้าคงจะได้ตายก่อนเพราะร่างกายรับกรงเล็บและคมเขี้ยวไม่ไหว แค่นึกก็หวาดผวาแล้ว "เจ้าเกลียดข้าจะตายไป"

 

          เฮ้อ คงเป็นการตายที่ทรมานน่าดู บัดซบ แล้วข้ายังต่อบทสนทนากับมันอยู่ได้ ! รีบหาช่องว่างหนีดีกว่า ตอนนั้นเองที่เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอีกครั้ง     

 

          "ในอดีตข้าเคยเกลียดท่าน"

 

          "..."

 

          "แต่ตอนนี้ไม่แล้ว"

 

          ข้าประมวลคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยักคิ้วฉงนใจเอ่ยถามทีเล่นทีจริง

 

          "จะบอกว่าชอบข้างั้นรึ ?"

 

          "ใช่"

 

          ตอบไม่คิดเลย ข้าส่ายหน้า เชื่อไม่ได้ อย่างไรเสียข้าก็ไม่เชื่อ กลอุบายเช่นนี้มีหรือข้าจะดูไม่ออก ดูแคลนข้าเกินไปแล้วกระมัง

 

          "... อารมณ์ของคนหนุ่มนั้นแปรปรวน ข้าไม่เชื่อคำเจ้าหรอก ไป๋หยิน เจ้าเล่นมากเกินไปแล้วกระมัง เลิกเล่นสนุกได้แล้ว"

 

          ข้าตบบ่าอีกฝ่าย แต่คนดันคว้ามือทั้งสองข้างของข้าไปจับเสียแนบแน่น มือที่ร้อนผ่าวทำให้มือที่เย็นเฉียบของข้ารู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่นั่นมิใช่ประเด็น ! บัดนี้ไป๋หยินกำลังมองตรงมาที่ข้าด้วยสีหน้าจริงจัง แววตาสีเงินสั่นระริก พร้อมทั้งน้ำเสียงแหบพร่าอย่างที่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน

 

          "ให้โอกาสข้าเถิด พี่หยาง ข้าขอโทษที่ทำร้ายท่าน ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว นะ ข้าขอร้องท่าน"

 

          ความเงียบโรยตัวรายล้อมเรา ก่อให้เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้เป็นคำพูด

 

          ข้ากัดฟันกรอด

          อย่าเรียกชื่อข้าด้วยน้ำเสียงแบบนั้นและสีหน้าแทบขาดใจแบบนั้น ! ข้ายิ่งเป็นคนใจดีไม่สมกับหน้าตาเสียด้วย ไม่ ไม่ได้ ๆ เสียชื่อมังกรทมิฬผู้เหี้ยมโหดอำมหิตกันพอดี ข้าต้องแข็งใจเอาไว้ ! และเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาก็ทำใจเชื่อได้ยากยิ่ง ข้าใจอ่อนใจดีแล้วอย่างไร มิได้ความจำเสื่อมจนลืมความเจ็บปวดได้หมดสิ้น

 

          "ข้าให้โอกาสเจ้าหลายครั้งแล้ว ไป๋หยิน ทุกครั้งก่อนสู้กัน ข้าร้องขอให้เจ้าเลิก แต่เจ้าไม่เคยยอมเลย"

 

          จะมองว่าเป็นข้อดีสมสายเลือดมังกรที่ไม่ยอมใครก็ได้ แต่สำหรับข้าที่ต้องร่วมประลองด้วยนั้นมีแต่ข้อเสีย

 

          ประการแรกข้ามิได้ชมชอบการต่อสู้ถึงเพียงนั้น ถึงจะเก่งกาจวรยุทธ แต่ข้ากลับมีความฝันอันเรียบง่ายคือข้าอยากอยู่อย่างสงบสุข ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยจนสิ้นอายุขัย เป็นความจริงที่ข้าไม่จำเป็นต้องออกไปสู้ให้เสียแรง แต่ข้าเองก็มิอาจดูหมิ่นสายเลือดมังกรดำในกายได้เช่นกัน ที่สำคัญไปกว่านั้น มันจะต้องมีพวกที่คิดว่าที่ข้าไม่ยอมออกไปสู้ เพราะกลัวจะแพ้เด็ก !

 

          ซึ่งถ้าย้อนกลับไปได้ ข้าจะตบกระบาลตัวเองคว้าไหล่แล้วเขย่าบอกว่า "เฮยหยาง เจ้าเปลี่ยนความคิดเดี๋ยวนี้นะ !"

 

          แต่ก็คงไม่ทันเสียแล้ว

 

          ประการที่สองหลังจากประมือกัน ชีวิตที่เรียบง่ายของข้ามีอันมลายหายไปตลอดกาล มิอาจรู้ได้ว่าความสุขสงบมีหน้าตาเป็นเช่นไร ผู้คนมองมาที่ข้าเหมือนเป็นตัวอันตราย เพ้ยย ! คิดแล้วมันก็น่านัก เพราะมัน เพราะมันคนเดียว ! แม้จะไม่ได้โกรธแค้นอันใดมากมาย แต่ความจริงก็คือความจริง ข้ารู้สึกหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา

 

          มีเหตุผลมากมายที่ข้าไม่ไว้ใจ แล้วข้าจะหวั่นไหวหรือลังเลใจทำไมกัน ?

 

          "ข้าไม่ไว้ใจเจ้า นี่ต้องเป็นหนึ่งในแผนการเพื่อให้เจ้าประทุษร้ายข้าเป็นแน่ ไม่ล่ะ ๆ เล่นสนุกพอแล้วกระมัง ข้าขอตัว... !"

 

          มือที่ถูกรวบอยู่แล้วถูกดึงให้ถลาเข้าไปใกล้กว่าเดิม ข้าผวาตกใจจึงเชิดหน้าขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ใบหน้าที่ผู้คนเล่าขานกันว่าเพียงสบตาทำเอาฝัน(ร้าย)ไปหลายคืนห่างกันเพียง 1 ชุ่น ข้ายืนทื่ออย่างโง่งม แพขนตาที่สั่นระริก อุณหภูมิร้อนระอุจากมือและผิวกายใต้สาบเสื้อทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายจริงจังมากเพียงใด ข้ากัดปาก ไม่มีประสาทสัมผัสทั้งห้าที่ดีเยี่ยมก็คงดี จะได้ไม่ต้องลำบากใจเช่นนี้ !

 

          ตกอยู่ใต้สถานการณ์ที่น่าอึดอัดสักพักคงเพราะเห็นดวงตาที่สั่นไหวของข้า เขาจึงหลุดหัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจและยอมปล่อยมือข้าในที่สุด ทั้ง ๆ ที่แค่กุมมือ แต่ราวกับข้าถูกสูบพลังชีวิตไปทั้งหมด ทรงตัวได้ไม่มั่นคงนัก บัดซบ ๆๆ ข้าหน้าร้อนระอุในชั่วพริบตา ตกหลุมพรางเข้าให้แล้ว ! มันจงใจฉวยโอกาสข้าหลายครั้งในเวลาหนึ่งก้านธูป !

 

          "มิเป็นไร ข้าเข้าใจว่าเรื่องเช่นนี้จำเป็นต้องใช้เวลา"

 

          เพ้ยยย ! ใช้เวลาอันใด เรื่องเช่นนี้คือเรื่องเช่นไร !?

 

          "ท่านเตรียมใจไว้ได้เลย"

 

          เตรียมจงเตรียมใจอันใดดดดดดดด ข้าไม่เอา !!!

 

          ข้าน้ำตาไหลพราก ทว่าต้องตีหน้าตายเอาไว้จึงตะคอกกลับไป "อย่าพูดจาเหลวไหล !" แล้วรีบหมุนตัววิ่งพรวดพราดหนีไปทันที

 

          ...  นี่เรียกว่าตายทั้งเป็นใช่หรือไม่

 

          ข้าเดินกลับเข้าไปในงานอย่างไร้ชีวิตชีวา พูดโต้ตอบอย่างไร้จิตวิญญาณ กินดื่มอาหารเลิศรสอย่างไม่รับรู้รสชาติ ต่างจากเจ้าไป๋หยินที่ก่อนหน้านี้ทำหน้าเคร่งขรึมกลับยกยิ้มเล็กน้อยรับทุกจอกที่ถูกยื่นมาดื่ม ยังมิวายส่งสายตามาทางข้า ข้าแสร้งดื่มน้ำชา ทั้ง ๆ ที่ในถ้วยชาไม่มีน้ำชาเหลือเลย ท่านพี่หงงงง ช่วยศิษย์น้องด้วย ข้ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ หาความช่วยเหลือพลันชะงักค้าง

 

          อ้าว.. หือ พี่หงคนงาม ท่านหายไปไหนแล้ว

          ท่านทิ้งข้า !!? เจ้าพวกจิ้งเหลนก็ทิ้งข้า ! ล้วนเลี้ยงเสียข้าวสุก เจ้าพวกคนทรยศ !!

 

          ถึงคราวอวสานแล้วจริง ๆ ข้าผุดลุกจากเก้าอี้อย่างเงียบเชียบ อาศัยจังหวะกลืนหายไปกับเงามืดอย่างเงียบงัน ไม่แม้กระทั่งเอ่ยคำล่ำลา อาจดูไร้มารยาท แต่ใครจะสน !

 

          เพ้ยยย ! ผู้ใดจะอยู่ต่อ ไม่มีทาง ฝันไปเถิด ข้าขอลา และจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก เทียบเชิญอื่น ๆ อย่าหวังว่าข้าจะไป !!!

 

          โดยที่ไม่ได้รับรู้เลยว่าทุกย่างก้าว ทุกฝีเท้าอยู่ในสายตาของใครบางคนตลอดเวลา คนผู้นั้นเหยียดยิ้มมุมปากลึกกว่าเดิม มิได้เดินตามไปเหมือนครั้งก่อน พลางวางจอกสุราลงและยังคงหยุดสายตาอยู่ตรงที่ที่ผู้นั้นจากไปด้วยนัยน์ตาที่ยากจะคาดเดา

 

- - - - -

 

          หลบหน่อย พระเอกมาาาา--- ใครรู้จักเพลงนี้ถือว่าอายุไม่น้อยนะคะ XD 5555555+ น้องหยินมาแล้ววว คุ้มค่าการรอคอยไหมคะ ? สงสารพี่หงที่ต้องนั่งคั่นกลางระหว่างสองตัวนี้จริง ๆ *หัวเราะ* แต่งเพลินมาก ๆ เลยค่ะ ถ้าทุกคนอ่านแล้วเพลินเราก็ดีใจนะคะ แต่อย่าเก็บไว้ บอกเราได้นะคะ นอกจากชอบเขียนแล้วยังชอบอ่านคอมเมนต์มากด้วยนะ !

 

          ตอนแรกกะว่าจะตัดตั้งแต่พวกจิ้งเหลนน้อยแล้วล่ะค่ะ "ท่านจงใจใช่หรือไม่ !?" แต่ไหน ๆ ก็ไหนแล้วเราเข้าใจว่า ค้าง มันเป็นยังไงก็ต่อให้จนจบแล้วนะคะ ฮา

 

          ชื่อ : ไป๋หยิน , ไป๋หลง (ทางการ)

          สถานะ : มังกรขาวผู้ปกครองทิศใต้ , มังกรลำดับที่ห้าแห่งเหยียนหลง

          รูปร่างหน้าตา : เส้นผมสีขาวล้วน แต่เมื่อต้องแสงจันทร์จะมีประกายสีเงิน หากต้องแสงอาทิตย์จะเป็นสีขาวเรืองรองเจิดจ้าแสบตา มีดวงตาสีเงินคมกริบ แต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาวขลิบด้ายเงิน (ซึ่งบางครั้งเฮยหยางก็สงสัยว่าไม่กลัวเปื้อนบ้างหรือไงนะ) ใบหน้านี่ไม่ต้องพูดถึง ได้รับขนานนามว่าเป็นหนุ่มหน้าหยก ต้องหล่อเหลาเป็นธรรมดา-- รูปร่างสูงโปร่ง กำยำ แต่เนื่องด้วยกลิ่นอายสังหารที่ปกคลุมอยู่รอบกายจึงไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

          ลักษณะนิสัย : พูดน้อยต่อยหนัก ง่าย ๆ ได้ใจความสำหรับคนอย่างไป๋หยิน เป็นคนที่เคลื่อนไหวฉับไว ทำอะไรรวดเร็ว ตรงข้ามกับเฮยหยางทุกอย่าง (...) ดังนั้นเลย เอ่อ ใจร้อนมาก แต่ก็มีเรื่องบางเรื่องที่ใจเย็นและค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปนะ

 

          เผื่อมีคนไม่รู้ว่าหยวกกล้วยคืออะไร คือแกนในสุดของต้นกล้วยค่ะ เพราะสีขาวเหมือนไป๋หยิน พี่หยางเลยเรียกแบบนั้น เป็นชื่อเฉพาะสำหรับคนพิเศษเลยนะคะ--

 

        *ดอกเหลียนฮวา = ดอกบัว

        *ดอกเหมยกุ้ย = ดอกกุหลาย

        *พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา ; เมื่อเรากำลังพูดถึงใครสักคนหนึ่ง คนๆนั้นก็มาถึงพอดี

 

          1 เมนต์ = กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 244 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #375 pranee_2535 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 21:44

    ฮื้อ!! พี่หยางรีบหนีไปปปป
    #375
    1
    • #375-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      7 พฤษภาคม 2563 / 20:19
      หนีไม่ทันแล้ววววว
      #375-1
  2. #368 ttlovePswmakka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:46
    ยัยพี่น่าสงสาร แง คนน้องก็คอนเสปยันมาก ให้กลจพี่หยางนะ
    #368
    1
    • #368-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:20
      ขอบคุณสำหรับกลจ.ให้พี่หยางนะคะ ;v; พี่ต้องสู้วนะ !
      #368-1
  3. #339 0862223050 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 15:22
    เป็นแผนรวบหัวรวบหางพี่หยางสินะ555
    #339
    1
  4. #320 angelofphuket (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 18:17

    สนุกมากคะไรท์ ชอบมาก อ๊ากเขิน

    #320
    1
  5. #319 Palindrom28 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 07:08
    พี่เฮย! รู้นะว่าแอบเขินอ่ะ!
    #319
    1
  6. #295 orora_orn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 21:17
    น้องมังกรดำ ซื่อไปแล้วจ้าาา
    #295
    1
    • #295-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:13
      XD พี่ไม่ซื่อน้าา แค่บางทีตามไม่ทันแค่นั้นเอง 55555
      #295-1
  7. #266 tamutaminini (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 11:09
    ขำนายเอกอะ555 อะไรคิอเรียกเขาว่าหยวกกล้วย
    #266
    1
    • #266-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      12 กันยายน 2562 / 21:52
      ขาวเป็นยองใยขนาดนี้ เรียกหยวกกล้วยน่ะถูกแล้ววว 55555 XD
      #266-1
  8. #215 homeplace (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 18:03
    เฮยหลางน่าสงสารอ่าาา ทุกคนดูไม่ค่อยสนใจและเคารพความคิดและการตัดสินใจของเฮยหลางเลยอ่ะ ไป๋หยินก็ยันเหลือเกิน พวกมังกรตัวอื่นก็ช่างอคติ ทุกคนืำกับเฮยหลางขนาดนี้ ก็เป็นปกติรึเปล่าอ่ะที่เฮยหลางจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย กอดนะน้องงงง //อินมากค่ะ5555555555555
    #215
    1
    • #215-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      14 กรกฎาคม 2562 / 15:30
      กดเลิฟคอมเมนต์นี้รัว ๆ omgggg จริงค่ะะะ ใช่เลย สรุปแล้วพี่หยางคือน่าวงวารสุด ฮื้อออ ดีใจที่อ่านแล้วอินนะคะ รักกก กอดพี่แกก็ระวังข้างหลังด้วยนะคะ 555555
      #215-1
  9. #141 2612547 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 18:15
    ช่วยไม่ได้ก็น้องทำพี่ก่อน

    พี่เลยไม่ไหวใจ
    #141
    1
  10. #139 Muchmi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 21:00
    แงะ ท่านไป๋ไม่น่ารักเลย ทำไมไปว่าพี่เขาอย่างงั้น พี่อย่ายอมง่ายๆนะ!!!!!!!
    #139
    1
  11. #129 Cream_o (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 23:11
    พี่หยางผู้ใสซื่อ กับน้องหยินผู้หาเรื่อง แหมม ชอบเขาก็บอกไปสิ จะมัวไปแกล้งทำไมม เนี่ยพี่เขาก็ไม่รู้ตัวด้วย
    #129
    1
  12. #110 SHirohige (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 19:56
    อิน้องดันซาดิสจนอิพี่เข้าไม่ถึงนั่นเอง 5555 ความชอบแกล้งคนที่ชอบนี่มัน...
    #110
    1
    • #110-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      10 เมษายน 2562 / 12:38
      :V ความรักที่ยากแท้หยั่งลึก--
      #110-1
  13. #81 sedna0327 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 17:45
    น่ารักกกกก♡
    #81
    1
    • #81-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      29 มีนาคม 2562 / 20:00
      ///7/// ขอบคุณค่าา
      #81-1
  14. #64 FISHOKUN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 23:32
    ใครเขาไปสอนให้น้องไป๋ไปแกล้งคนที่ชอบด้วยคำพูดร้ายกาจอย่างงั้นนน 5555 ดูสิ ! พอลองพูดหวานๆพี่หยางก็อ่อนระทวยแล้วววว ฟฟฟ น้องต้องมาด้านนี้บ่อยๆแล้วนะคะ 55555
    #64
    1
  15. #36 Rindis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:34

    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกอยากให้นายเอกมีแผลทั่วตัวไปเลย

    //ความคิดบาปแล่นเข้าหัว//

    #36
    1
    • #36-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      21 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:37
      ไม่ต้องรู้สึกหรอกค่ะ เพราะตอนนี้ก็มีทั่วตัว แค่ก ๆ // บาปพอกัน
      #36-1
  16. #8 G-oo2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 17:53

    ♥♥♥ มาต่อเร็วๆน้า เค้าปูเสื่อรออยู่

    #8
    1
    • #8-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      3 มกราคม 2562 / 18:17
      จะรีบปั่นไว ๆ น้า XD
      #8-1
  17. #7 somsa8552 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:47

    รเกือบแระ...อีกนิสสส

    #7
    1
    • #7-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      2 มกราคม 2562 / 20:52
      อะ เอ๊ะ หมายความว่ายังไงคะ-- 😂
      #7-1
  18. #6 0983163561 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:33

    อ่านเพลินมากอ่านจนลืมเวลาเลย
    #6
    2
    • #6-1 kungnangca(จากตอนที่ 3)
      2 มกราคม 2562 / 20:47
      ม-มาไวมากกก 55555
      ดีใจที่ชอบนะคะ ///\\\
      #6-1
    • #6-2 0983163561(จากตอนที่ 3)
      2 มกราคม 2562 / 20:57
      ^_^ ///\\\
      #6-2