มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 24 : เ...ฮง..ซ..วย !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 179 ครั้ง
    14 ก.ค. 62

          ตอนที่ 23 : เ...ฮง..ซ..วย !

 

          นับตั้งแต่วันที่ข้าไปเยือน ณ วังไป๋หลง กาลเวลาก็ไหลผ่านไปอย่างเนิบช้า น้ำชาหอมกรุ่นอุ่นไอร้อนไหลรินกระทบถ้วยชาลายเดียวกันที่รองรับอยู่เบื้องล่าง ข้ายกถ้วยชาใบนั้นขึ้นจิบทีละนิด ละเลียดรสหอมหวานติดปลายลิ้นทีละน้อย รอเวลาให้อีกฝ่ายเริ่มเดินหมากอันแสนโสมมก่อนอย่างใจเย็น

 

          เพราะหากถึงคราวพวกข้าล้มกระดานเมื่อใดล่ะก็...

 

          คงจะ 'สาหัส' มิใช่น้อย

 

          ไม่นานเกินรอเทียบเชิญฉบับนั้นก็ถูกส่งต่อมาถึงมือของข้า ...ไม่สิ ถึงมือของมังกรแห่งเหยียนหลงทุกตนเลยต่างหาก

 

          ปลายนิ้วไล้กรีดไปตามเนื้อกระดาษสีเขียวอ่อนเนียนละเอียด ดวงตาสีนิลหรี่ลงซ่อนประกายความเจ้าเล่ห์ก่อนเลือนหายไปอย่างรวดเร็วยามกะพริบตา เรียวปากสีซีดเหยียดยิ้มกว้างกับโรงละครฉากใหญ่ที่กำลังจะเปิดม่านในไม่ช้า

 

งานเลี้ยงวันเกิดของมังกรลำดับสามแห่งเหยียนหลง

มังกรเขียว ลวี่ลู่คง

 

          แผ่นหลังเอนชิดราบกับตั่งไม้ แพขนตาไหวระริกก่อนปิดลงอย่างแช่มช้า อันที่จริงความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับเจ้าสี่ก็ถือว่ามิดีมิร้าย เป็นสหายร่วมเรียนกันมาตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์ ด้วยวัยที่ไล่เลี่ยกันจึงมีหลาย ๆ ครั้งที่ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันตามประสา จวบจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ห่างหายกันไปใช้ชีวิตของตัวเอง

 

          พลันรอยยิ้มฝืดเฝื่อนผุดขึ้นบนใบหน้า

 

          ...บางทีอาจจะเป็นเพราะตัวข้าเองด้วยที่ปลีกวิเวกออกมา น้อยครั้งที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ด้วยความกลัวที่ทับถมอยู่ในใจ เกรงว่าจะมีความวุ่นวายวิ่งเข้าหาตัวจนไม่ได้พักหายใจ

 

          กระทั่งจื่อซูเหวินที่ดูสนิทสนมกันดียังติดจะเกรงใจ หากไม่มีธุระสำคัญก็ไม่กล้าเข้ามาเยี่ยมเยียน ทั้ง ๆ ที่อุปนิสัยของเจ้าตัวช่างฉอเลาะ เซินหลานเหอเองก็เช่นกัน

 

          เห็นจะมีแต่พี่ใหญ่กับเจ้าหยวกกล้วยที่เข้าออกตำหนักข้าจนเคยชิน สำหรับพี่ใหญ่หงนั้นมิมีปัญหา เนื่องด้วยเป็นผู้อาวุโสสูงสุดและเป็นพี่ชายที่ข้าเคารพรัก จะมาเมื่อไรก็ได้ ข้ายินดีต้อนรับเสมอ

 

          แต่เจ้าลูกงูบัดซบนั่นก็อีกเรื่อง อาศัยความหน้าด้านกึ่งหนึ่ง ความไร้มารยาทสามส่วน รวมกับความไร้สามัญสำนึกอีกสองส่วนเหยียบย่างเข้าตำหนักข้าทั้งในยามวิกาลและท้องฟ้าสว่างโร่นับครั้งไม่ถ้วน ราวกับตัวเองเป็นเจ้าของวังก็มิปาน !

 

          เผลอ ๆ เจ้าพวกจิ้งเหลนดำจะฟังคำสั่งจากปากของมันมากกว่านายอย่างข้าเสียด้วยซ้ำ บัดซบ !

 

          ... อา ข้าลูบหน้าตัวเองเบา ๆ

 

          เผลอคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว อย่างไรก็ตามข้าก็มิเคยนึกกังวลว่าทุกคนจะลืมเลือนข้าไป

 

          เพราะข้าเชื่ออยู่เสมอว่า 'ครอบครัว' ต่อให้จากไปไกลเป็นพันลี้ ไม่พบหน้าค่าตากันเป็นพันวัน เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้ง ย่อมต่อกันติดเหมือนชิ้นส่วนที่ขาดหายได้หวนคืนกลับมาเติมเต็มประกอบกันจนสมบูรณ์

 

          แต่ข้าคิดน้อยไป

          หลงลืมไปว่ามันใช้ไม่ได้กับทุก ๆ คน

 

          ใครจะไปนึก... ว่าช่วงเวลาที่ขาดหายไปนั้น จะทำให้คน ๆ หนึ่งกลับตาลปัตรจากหน้ามือกลายเป็นหลังมือ

 

          ข้ายอมรับว่าตอนที่ลักลอบเข้าไปยังตำหนักมังกรหยกแล้วได้ยินแผนการต่ำช้าของหญิงแพศยา รวมถึงเจ้าลวี่ลู่คงที่เห็นดีเห็นงามด้วย ทำให้ข้าขาดสติ คิดหาทางแก้แค้นอีกฝ่ายเพียงอย่างเดียว

 

          แต่พอลองคิดดูดี ๆ แล้ว หากก่อนหน้านี้ข้าแวะไปหาเจ้าสี่ คุยหยอกล้อกันดั่งเช่นวันวานให้มากกว่านี้ มีหรือที่มันจะพลั้งปากพูดออกมาว่า 'อยากให้สองตระกูลมังกรเกี่ยวดองกัน'

 

          บางที... เจ้าสี่อาจจะลืมไปแล้วว่าข้าเอง นอกจากจะเป็นมังกรดำที่ทุกคนยำเกรง

 

          ยังเป็นพี่รองของพวกเจ้า มังกรแห่งเหยียนหลงทุกตน

 

          เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ลวี่ลู่คงกำลังกระทำนั้นก็เลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย หลังจากนี้สายสัมพันธ์ฉันพี่น้องจะยังคงอยู่หรือไม่ ...ต้องรอดูในค่ำคืนนี้

         

          แม้ในใจลึก ๆ ของข้าก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม

 

          และหลายวันก่อนข้าก็มิได้นั่งนิ่งปล่อยเวลาให้เดินผ่านไปเฉย ๆ คลุกตัวอยู่แต่ในห้องหนังสือ ควานหาตำราแปลกประหลาดหลายเล่มที่เคยได้รับจากท่านพ่อซือเฉิงก็เจอกับข้อมูลของเทียบยาชนิดนั้น... ที่ชื่อไม่น่าอภิรมย์พอ ๆ กับสรรพคุณอันน่ารังเกียจ

 

         

          'เสพสมกามา'

 

          ...เพ้ย ไร้วาทศิลป์ในการตั้งชื่อสิ้นดี !

         

          ข้าข่มกลั้นอารมณ์ที่เดือดปุดเมื่อจินตนาการว่าตัวเองจะเป็นเหยื่อของยาเวรตะไลนี่ พลางกวาดสายตาไล่อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ

 

          ตามตำราเขียนเอาไว้ว่าเมื่อดื่มหรือกินยาชนิดนี้เข้าไป แรกเริ่มจะมีอาการวิงเวียนศีรษะหน้ามืด ต้องรอสักพักกว่าตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ที่แท้จริง ร่างกายค่อย ๆ ร้อนรุ่มขึ้นตามลำดับ สติสัมปชัญญะถูกปิดกั้น และไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก มีเพียงเพลิงปรารถนาที่ลุกโชนต้องการปลดปล่อยเท่านั้น

 

          จากที่ข้าปรึกษากับเจ้าหยวกกล้วยแล้วถูกลวงกินเต้าหู้จนเจ้าตัวหน้าเหม็นอิ่มแปล้ไปค่อนวันก็ได้ความว่า อย่างไรเสียข้าก็ไม่มีทางปฏิเสธชาผสมยาปลุกกำหนัดได้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นถ้วยชาที่เจ้าภาพยื่นมาให้เองกับมือ มีหรือจะเลือกได้ ไม่มีทางเสียหรอก

 

          หากเป็นไปตามที่ข้าคาดเดาเอาไว้ ผีเน่าโลงผุคู่นั้นน่าจะให้สตรีผู้เป็นพี่สาวของแม่นางเหมยพาข้าไปพักยังห้องรับรองที่จุดกำยานรอเอาไว้เรียบร้อย ตัวข้าที่ตกเป็นเหยื่อของห้วงอารมณ์วาบหวามและสาวงามเพียงหนึ่งในห้อง จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปนั้น... ก็รู้ ๆ กันอยู่ ยิ่งเป็นหญิงสาวที่ปักใจรักต่อข้าแล้วไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ

 

          เมื่อเสร็จสิ้นอารมณ์หมาย บานประตูที่ถูกปิดตายจากด้านนอกก็จะเปิดออก มีคนเข้ามาดูอาการข้าด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และได้เป็นพยานรู้เห็นกับความรักอันสุกงอมในเรือนหอจำเป็น สุดท้ายข้าก็จะได้ภรรยามาแบบงง ๆ

 

          มีเพียงประโยคเดียวที่เจ้าเงาน้อยเอ่ยเมื่อรับรู้ทฤษฎีดังกล่าว [เฮยหยางของข้าช่างฉลาดหลักแหลมหาผู้ใดเปรียบ ! ปะติดปะต่อได้ราวกับรู้เห็นอนาคต น่านับถือ ๆ ~]

 

          ข้าตอบกลับเสียงแข็งทื่อไร้อารมณ์ ข้ารู้จักนิสัยเจ้าสี่ดี มันเป็นพวกมีอะไรก็ต้องใช้ให้หมดให้ครบไม่มีขาด เผลอ ๆ จะมีตลับยาบรรเทาความฝืดเคืองวางเรียงบนหัวเตียงเลยด้วยซ้ำ

 

          [... นั่นก็ออกจะรู้จักกันดีไปหน่อยนะข้าว่า]

 

          ดังนั้นด้วยเหตุผลทั้งปวง ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำต้องใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนเข้าสู้ แสร้งดื่มเข้าไป จับเวลาคอยให้ถึงช่วงที่ตัวยาน่าจะออกฤทธิ์ราวหนึ่งก้านธูป แล้วเดินโงนเงนไปตามแรงชักจูง จนกระทั่งถึงหน้าห้องรับรองถึงลากแขนนางไปให้พ้น ๆ จากห้องรมควันนั่น !

 

          ทว่าสิ่งแรกที่ข้าจะทำหลังจากนั้นคือพูดกับสตรีนางนั้นอย่างตรงไปตรงมาว่าข้าไม่ได้มีใจรักให้นาง และแท้จริงแล้วนี่เป็นแผนการของน้องสาวนางที่จะประเคนพี่สาวตัวเองให้กับชายที่ไม่ได้รักตอบ

 

          ข้าไม่ชอบการเสแสร้ง พูดออกไปตรง ๆ เสียจะดีกว่า ได้แต่ภาวนาขอให้นางมีหัวคิด มีศีลธรรมในใจมากกว่าคนน้องสักหน่อย เพราะข้าเชื่อว่าไม่ว่าใครก็คงไม่พอใจกับพฤติกรรมเช่นนี้ที่นอกจากจะวางแผนชั่วช้า ยังคิดจะยกระดับตัวเองให้เป็นฮูหยินรองอีกด้วย

 

          กระนั้นกลับมีจุดน่าสงสัยหลายประการ อย่างแรกเลยคือข้อมูลที่หามาได้นั้นมิได้บอกส่วนผสมของยาว่าทำมาจากอะไร กระทั่งวิธีแก้ก็ไม่มี อีกทั้งยังไร้กลิ่น ไร้สี ดูอย่างไรก็เป็นยาอัปมงคลต่อชาวสัตว์เทพเป็นอย่างมาก

 

          ผู้ที่คิดค้นยาชนิดนี้ขึ้นมา ถ้าไม่ใช่คนวิปริตก็คงเป็น...

 

          'ปีศาจ'

 

          แล้วแม่นางเหมยผู้นั้นมีเทียบยาอันตรายนี่ในการครอบครองได้อย่างไร ?

 

          [ก็มีแต่ต้องไปหาคำตอบเท่านั้นแหละ จริงไหมล่ะ~]

 

        ใช่... เราไปกันเถิด

         

          เจ้าตัวยุ่งทอดถอนใจเหมือนเสียดายหนักหนา [ถ้าไม่ติดว่าเจ้างูเขียวนั่นคิดวางแผนสัปดน พวกเราคงสุขสำราญกับอาหารเลิศรสกว่านี้แท้ ๆ เชียว~ เฮ้ออ]

 

          ข้าอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขบขัน นั่นสินะ... ตระกูลมังกรเขียวร่ำรวยที่สุดในเหยียนหลง อาหารที่ทำต้อนรับแขกคงอร่อยน่าดู แต่ว่าข้าน่าจะกินไม่ลงเสียแล้วสิ

 

          ข้าลูบปลายเส้นด้ายสีดำพร้อมเอ่ยเย้า เห็นทีคงต้องให้เจ้ากินเผื่อแล้วกระมัง

 

          [ด้วยความยินดี ! (ڡ๑)]

 

          งานเลี้ยงคราวนี้ก็ไม่ต่างจากที่ข้าคิดสักเท่าไร งดงามนวลตาประดับประดาด้วยใบไม้สีเขียวแสมช่อดอกไม้เล็ก ๆ สีบริสุทธิ์ ปราดตาดูก็รู้ว่าคนจัดการคงเป็นฮูหยินซิ่วอิง ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามผู้กลมกลืน ไม่เรียบง่ายจนจืดชืด แต่ในขณะเดียวกันก็มิได้สีสันฉูดฉาดน่าแสบตา

 

          เป็นอีกครั้งที่การปรากฏตัวของข้าสร้างความตื่นตะลึงแก่ฝูงชน ข้าลอบกลอกตาไปมาด้วยความเบื่อหน่าย โชคดีที่บรรดาแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ณ ที่นี้ยังพอมีมารยาทอยู่บ้าง เสียงซุบซิบนินทาบางเบายิ่งกว่าเสียงแมลงหวี่

 

          [อุ๊ ~] เจ้าความมืดร้องเสียงหลง ทำเสียงฟุดฟิดดมกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอที่พัดมาตามลม [ได้กลิ่นอะไรอร่อย ๆ จากตรงนั้นล่ะ งั้นข้าไปหาอะไรกินก่อนนะ !~]

 

        ไปเถิด หากได้ยินอะไรที่เป็นประโยชน์ก็กลับมาบอกกล่าวกันด้วย

 

          [รับทราบ~ เฮยหยางดูแลตัวเองดี ๆ นะ ถ้าพวกมันเริ่มแล้วก็ตะโกนเรียกข้าดัง ๆ !~]

 

          ข้ารับคำหนักแน่น ก่อนก้าวเข้าไปในงานด้วยท่าทางคุ้นเคย ...ก็ก่อนหน้านี้เพิ่งแวะมาเองนี่นะ ข้ากดยิ้มมุมปากพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วอดชื่นชมในใจไม่ได้ จัดงานเลี้ยงได้หรูหราสมฐานะ สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นตระกูลที่ร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งในแดนมังกร

 

          ต้องอวยพรเจ้าภาพก่อนสินะ...

 

          ตอนนั้นเองที่หางตาพลันเหลือบเห็นสีแดง สีฟ้าและสีม่วงพาดผ่าน ข้ายิ้มบางเมื่อเห็นคนคุ้นเคย ปลายทางที่กำลังมุ่งไปพลันเปลี่ยนทิศไปยังสามสีแสนลงตัวที่กำลังยืนพูดคุยกันอยู่ ก่อนที่ทั้งสามคนจะหันมามองข้าพร้อมกันเหมือนรู้ว่าถูกมองอยู่ก่อนแล้ว

 

          "เหมือนว่าเราจะมิได้พบหน้ากันนานเลยนะ น้องหยาง"

 

          พี่ใหญ่หงกล่าวด้วยรอยยิ้มละมุนละไมชวนมอง ทั้งวันนี้ยังสวมใส่อาภรณ์ที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าประณีตกว่าปกติ ยิ่งขับให้ดวงหน้างดงามเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน บุรุษอกสามศอกภายในงานที่ทั้งโสดและแต่งงานแล้วมองกันตาค้างจนเพื่อนสะกิด หรือภรรยาบิดหูถึงจะได้สติกลับคืนมา

 

          ข้าแอบยิ้มขบขันแล้วตอบกลับเสียงทะเล้น "อันใดกัน พี่ใหญ่คิดถึงข้าหรือขอรับ" เมื่อได้ยินคำยอกย้อนของข้า พี่หงคนงามก็ได้แต่ทำหน้าเอือมระอาด้วยหางคิ้วที่ย่นลงเล็กน้อย แต่แววตากลับเจือไปด้วยความเอ็นดู

 

          จื่อซูเหวินที่คราวนี้มาในร่างบุรุษยิ้มเจ้าเล่ห์ ไฝเสน่ห์ข้างแก้มเลื่อนขยับขึ้นตามนัยน์ตาสีลูกหว้าที่หรี่โค้ง "คิดถึงก็อยู่ส่วนคิดถึง ข้าว่าพี่ใหญ่กลัวเจ้าจะก่อเรื่องเสียมากกว่า"

 

          หางคิ้วพลันกระตุกในทันใด ข้าแค่นเสียงดังเหอะอย่างไม่แยแส "ก่อเรื่องก่อราวอันใด ผายลมกันชัด ๆ ข้าก็อยู่ของข้าดี ๆ เคยไปหาเรื่องวิวาทกับใครก่อนเสียที่ไหน"

 

          เซินหลานเหอน้องเล็กสุดในเวลานี้พยักหน้าเห็นด้วยเสียเต็มประดา ผมหางม้าที่มัดรวบสูงสะบัดปลิวตามหัวที่โยกขึ้นลง "ใช่ขอรับ ! พี่รองเฮยมิเคยหาเรื่องใคร เว้นแต่จะมีคนเข้ามาหาเรื่องก่อนก็ตอกกลับไม่ยั้ง..."

 

          ข้าหันไปหาน้องหกแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรู้สึกทะแม่ง ๆ ในใจ "นี่เจ้ากำลังแก้ต่างให้ข้าใช่หรือ"

 

          หนุ่มผมหางม้ายิ้มแหย พวงแก้มแดงเรื่อ "แน่นอนอยู่แล้วสิขอรับ !"

 

          "... น้องหยาง"

 

          "ขอรับ ท่านพี่หง ?" ข้าเอียงคอลงเล็กน้อยเมื่อพี่ใหญ่ขานเรียกด้วยน้ำเสียงราบเรียบกว่าปกติเล็กน้อย

 

          "พี่ว่าเจ้าเข้าไปทักทายเจ้าภาพก่อนดีหรือไม่ เพลานี้น้องสี่ยังไม่ออกมาก็จริง แต่ฮูหยินกำลังรับแขกอยู่ เข้าไปพูดคุยสนทนาว่าตัวเองมาถึงงานแล้วจักเป็นการดีกว่า"

 

          ข้าร้องอ๋อ พยักหน้าเห็นด้วยอย่างเสียมิได้ "จริงดังพี่ใหญ่ว่า ข้าลืมไปเสียสนิท ขอบคุณท่านพี่หงที่ชี้แนะขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวไปทักทายฮูหยินก่อนนะ"

 

          มังกรสองเพศโบกมือหย็อย ๆ ให้กับร่างสีดำที่ลาลับไป "อืม ไปเถิด เฮยหยาง..." ว่าจบก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หันหน้าชิดกำแพงบ่นพึมพำกับตัวเองคนเดียวเงียบ ๆ "ให้ตายเถิด ช่วงนี้ไหน้ำส้มขายดีจนขจรขจายไปทั่วพิภพแล้วหรืออย่างไร หนก่อนก็น้องห้าผู้เงียบขรึม คราวนี้ก็..."

 

          มังกรวารีชะโงกหน้าถามด้วยดวงตาใสซื่อ "คราวนี้ก็อะไรหรือขอรับ พี่สาม ?"

 

          "เอ่อ...คือ"

 

          ความคิดประมวลผลไม่ทันจึงพูดออกไปได้แค่นั้น มังกรทรงเสน่ห์รู้สึกเข้าตาจนอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมีสายตาสองคู่สองความหมายจ้องมองมา หนึ่งคือสายตาของความสนใจใคร่รู้ ส่วนอีกหนึ่งคือ... จื่อซูเหวินลอบกลืนก้อนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ ช้อนตาขึ้นสบผู้เป็นใหญ่รองจากท่านพ่ออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

         

          "หืม... มีอันใดหรือ"

 

          มังกรสีชาดเลิกคิ้วช้า ๆ รอยยิ้มยังคงประดับบนดวงหน้าผ่องแผ้ว เปลือกตาสีไข่กะพริบช้า ๆ อัญมณีสีทับทิมสาดประกายความเหี้ยมเกรียม ก่อนกลับมานุ่มนวลละมุนตาดังเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

          วิญญาณของจื่อซูเหวินแทบกระเด็นหลุดออกจากร่าง เผลอกระตุกหนวดมังกรเข้าแล้วไง !!!

 

          "แค่ก ๆๆ มะ.. มิมีอันใด ข้าก็พูดพร่ำไปเรื่อยเปื่อย อย่าได้ใส่ใจเลย"

 

          มังกรลำดับสามปาดเหงื่อเย็น ๆ แล้วนึกรำพึงในใจ หรือที่สวดมนต์ภาวนาไปก่อนหน้าจะได้ผล ? เห็นทีคราวนี้คงต้องถือศีลบำเพ็ญตบะแล้วจริง ๆ กระมัง

 

          คิดแล้วก็อดร้องครวญในใจไม่ได้ บ้านข้ามีใครปกติบ้างหรือไม่เล่า ?!

 

          ในด้านของเฮยหยางที่ไม่ได้รู้ตัวว่าเป็นสาเหตุของพายุเงียบงันทิ้งไว้ให้เพื่อนเผชิญหน้าแต่เพียงผู้เดียวนั้น กำลังเดินสืบเท้าไปหาอดีตหญิงสามอันดับหนึ่งที่ทุกคนล้วนหมายปองด้วยรอยยิ้มบางเบาเคลือบริมฝีปาก ซิ่วอิงที่กำลังยืนรับแขกอยู่เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสีเหลืองอ่อน เรือนผมสีแมกไม้ถูกปักด้วยปิ่นปักผมรูปผีเสื้อกระพือปีก เกิดเป็นความงามที่ดูเรียบง่าย แต่ไม่น่าเบื่อ

 

          ทว่าบุรุษไม่รู้จักพอ ต่อให้ครอบครองคนงามอันดับหนึ่งก็ยังมีเล็กมีน้อยให้ปวดใจอยู่ร่ำไป

 

          คิดแล้วก็สะท้อนใจ รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนหน้าจึงเป็นมิตรยิ่งกว่าเดิม นางยอบกายคารวะด้วยท่าทางงดงามทุกระเบียบนิ้ว กระทั่งแพรผ้าไหมที่คลุมไหล่ยังพลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหวราวกับผีเสื้อเริงระบำ

 

          ข้ารีบยกมือห้าม "ฮูหยินซิ่วอิงทำตัวตามสบายเถิด ข้าเป็นเพียงแขก ท่านเป็นเจ้าบ้าน มิจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้"

 

          ฮูหยินในนามแต่เพียงผู้เดียวแย้มยิ้มไปถึงดวงตา น้ำเสียงนุ่มหวานเอื้อนเอ่ยถ้อยคำด้วยความสำรวม "มิได้เจ้าค่ะ ยิ่งเป็นเจ้าบ้าน ยิ่งต้องให้เกียรติแขก ทั้งท่านยังเป็นมังกรดำ เปรียบเสมือนพี่ชาย คนในครอบครัวสามีข้ายิ่งแล้วใหญ่"

 

          "...." ข้าไม่พูดอันใด ได้แต่ส่งยิ้มให้เท่านั้น

 

          พี่ชาย คนในครอบครัว

 

          เป็นสองคำที่ฟังแล้วรื่นหู แต่เสียดแทงเหลือเกิน

 

          "ท่านทำตัวสบายนะเจ้าคะ ขาดเหลือสิ่งใดบอกกับบ่าวไพร่หรือข้าได้เลย ตอนนี้ข้าคงต้องขอตัว--" ไปรับแขกต่อก่อน

 

          ข้าเดาว่านางจะพูดต่อแบบนั้น หากไม่ติดว่าเจ้าบ้านอีกคนเข้ามาพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเริงร่าจากด้านหลัง ข้าแอบมองซิ่วอิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดวงหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่นี้จางหายไป เหลือเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งเหมันต์

 

          แต่ดูเหมือนจะมีคนหนึ่งที่ไม่ได้สังเกต

 

          "แหม... แหม ผู้ใดจะไปคิดเล่าว่าท่านมังกรดำจะให้เกียรติมาร่วมงาน ลวี่ลู่คงยินดียิ่งนัก" มังกรเขียวที่ไม่ได้พบหน้ากันนานยิ้มกว้างด้วยท่าทางประจบประแจง "ข้าขอขอบคุณพี่รองจากใจที่มาร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันเกิดของข้าในวันนี้"

 

          ข้าแสร้งหัวเราะในลำคอ แต่หางตามองไปข้างหลังของเจ้าสี่ มีสตรีร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลคอยเดินตามรับใช้อยู่ไม่ห่าง ใบหน้าแต้มสีชาดมากเกินจนคล้ายผลซานจาที่ขายตามงานเทศกาล ไม่ทันจะได้อ้าปากตอบก็มีสุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขัดขึ้นก่อน

 

          "ข้าเองก็มิคิดว่าคนไร้มนุษยสัมพันธ์เช่นเจ้า จะมาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วยเช่นกัน"

 

          น้ำเสียงแข็งกระด้างไม่เป็นมิตรเช่นนี้...

 

          ข้าหันหน้าไปมองเจ้าของเสียงเมื่อสักครู่นี้ช้า ๆ เปิดบทสนทนาด้วยสายตาฟาดฟัน "อุตส่าห์เป็นวันเกิดครบรอบของน้องสี่ทั้งที เหตุใดข้าจะมามิได้เล่า..." จากนั้นก็ยกมือขึ้นลูบคางจรดสายตามองมันตั้งแต่หัวจรดเท้า "ต้องเป็นข้ามากกว่าที่ไม่คิดฝันว่ามังกรไร้มารยาทเช่นเจ้าก็ยังอุตส่าห์มางานเลี้ยงอันทรงเกียรตินี้เช่นกัน"

 

          "..."

 

          ข้าแสยะยิ้มแล้วถามต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ว่าอย่างไรเล่า ไป๋หยิน ?"

 

          หงเฟินฮวา จื่อซูเหวิน และเซินหลานเหอมองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ มังกรสามสีที่ทีแรกเห็นมังกรขาวมาร่วมงานก็คิดจะเดินเข้าไปทักทาย แต่ไม่ทันจะประชิดถึงตัว จู่ ๆ ไป๋หยินก็พุ่งตัวไปหาเฮยหยางเหมือนจะหาเรื่องกันเสียอย่างนั้น

 

          ภายในสมองหมุนติ้วเป็นลูกข่าง ทั้งสามคนคิดในใจ ก่อนหน้านี้พวกเจ้ายังดี ๆ กันอยู่เลยไม่ใช่เรอะ ?! ไฉนจึงทำราวกับย้อนกลับไปในตอนที่จะเข่นฆ่ากันตายเล่า !

 

          "หึ..."

 

          มันแค่นเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกเหมือนไม่พอใจ แต่แววตานี่สิ...

         

          ข้าจิ๊ปากขัดใจ อยากจะกระทืบเท้าใส่มันด้วยความหมั่นไส้ ตาน่ะ ตา ! อย่าทำตาหวานเชื่อมขัดกับคำพูดได้หรือไม่เล่า ! ก่อนหน้านี้ก็ตกลงกันไปแล้วนี่ว่าจะทำทีท่าหาเรื่องกัน เพื่อเปิดจังหวะให้อีกฝ่ายเริ่มเลื่อนตัวหมาก เพราะจากที่ข้าดักฟังมาดูเหมือนลวี่ลู่คงยังคิดว่าข้ากับเจ้าหยวกกล้วยนั้นไม่ถูกกัน

 

          ...อา ตอนนี้ก็ยังไม่ถูกกันเหมือนเดิมนั่นแหละ ก็แค่... แค่ ช่างมันเถิด !

 

          และเป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ ก่อนที่สงครามประสาทปลอม ๆ ระหว่างมังกรคู่หยินหยางจะเริ่มต้นขึ้น ลวี่ลู่คงที่เป็นเจ้าภาพที่ดีก็รีบเข้ามาห้ามทัพ "พวกท่านทั้งสองใจเย็นก่อนหนา พี่รองก็อย่าถือสาโกรธเคืองน้องห้าเลย ดื่มน้ำชาสักจอกเถิด จะได้ใจเย็นลง"

 

          ข้าหัวเราะในใจเสียงดังลั่น ปรายตามองกาน้ำชาที่ถูกรินโดยสาวใช้หัวสูงคนนั้น และลวี่ลู่คงที่รับต่อ ก่อนประคองยื่นมาให้ข้าด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ ข้ายืนมองจอกน้ำชาที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย

 

          สาเหตุที่เป็นน้ำชาแทนที่จะเป็นสุรามงคลดังเช่นงานทั่วไป เป็นเพราะมังกรแห่งเหยียนหลงทุกตนทราบดีว่าข้าไม่ชอบรสและกลิ่นของสุราเมลัย หรือหากจะดื่มข้าก็ชอบดื่มคนเดียวตามลำพังเสียมากกว่า

 

          พอคิดได้แบบนั้น หัวใจก็อดเจ็บแปลบนิด ๆ ไม่ได้

 

          ความใกล้ชิดบางทีก็เป็นดาบสองคม

 

          ข้ารับจอกน้ำชาที่ว่านั่นไว้ในมือพลางเขย่าไปมาให้ผิวน้ำไหวระริก ไม่มีกลิ่นผิดปกติ น้ำชาสีใสเนียนกริบมองไม่เห็นสิ่งเจือปน ข้าเงยหน้าขึ้นเห็นเจ้าภาพและสาวใช้มองมาด้วยท่าทางใจจดใจจ่อ ออกนอกหน้าจนเกินควร

 

          ข้าแกล้งเย้าแหย่ "เจ้าจ้องข้าตาเป็นมันเช่นนี้ ข้าลำบากใจนัก"

 

          ลวี่ลู่คงรีบแก้สถานการณ์ "ข้าเพียงแค่อยากให้พี่รอง... ลิ้มรสทุกหยาดหยดของน้ำชาก็เท่านั้น น้ำชานี้ทำมาจากดอกไม้ริมเขา ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นเหมาะกับฤดูสวันต์ที่สุดแล้วขอรับ"

 

          "งั้นหรือ..."

 

          "ดื่มเลยขอรับ ข้ารับประกัน"

 

          ข้าเม้มปากแน่นอย่างชั่งใจ แกล้งเสหน้าชมทัศนียภาพอันงดงามไปพลางด้วยความหนักใจ ตอนแรกก็มิคิดว่าจะถูกจับตาดูขนาดนี้ เพิ่งจะตระหนักได้ถึงความจริงข้อสำคัญว่าที่นี่คือดินแดนสัตว์เทพ มิใช่โลกมนุษย์ มีหรือจะแสร้งดื่มหลอกตามังกรด้วยกันได้ เก้าในสิบต้องรับรู้ได้ถึงความผิดปกติแน่นอน

 

          คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด ช่องโหว่ใหญ่เสียขนาดนี้ เหตุใดเจ้าหยวกกล้วยถึงไม่ทักท้วงข้าเล่า ข้าสบตามองดวงหน้าหล่อเหลาด้วยแววตาคาดโทษ

 

          เช่นนั้นก็แสร้งทำชาตกแตกไปเลยแล้วกัน !

 

          เคร้ง !!...

 

          ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นชะงัก ข้ามองเศษกระเบื้องที่ตกแตกบนพื้นด้วยนัยน์ตาเบิกกว้าง ก่อนเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าสำนึกผิดพลางขอโทษขอโพย "อา... ขออภัย ข้ามิทันระวัง มีใครบาดเจ็บหรือไม่"

 

          "มิได้ ๆ พี่รองอย่ากังวล ประเดี๋ยวก็มีบ่าวไพร่มาทำความสะอาด อาเหมย เทชาให้พี่รองของข้าอีกจอก !"

 

          [....] >> เจ้าเงาดำที่กลับมาได้ทันจังหวะพอดี

 

          "..." >> มังกรคู่หยินหยางที่สบตากันเงียบงัน

 

          บัดซบ ! หน้าด้านหน้าทนเกินไปแล้ว !!!

 

          ข้ากัดปากจนเลือดซิบอย่างใช้ความคิด แผนการที่วางไว้ในหัวแตกกระเจิง จะปัดให้ตกแต่งอีกก็คงผิดสังเกต ... ไม่มีทางเลือกอื่น ข้าค่อย ๆ ยกจอกชาสูงขึ้นถึงระดับคางอย่างเสียมิได้ แค่จิบ ๆ พอเป็นพิธีก็แล้วกัน ธาตุเย็นในตัวข้าน่าจะข่มอาการได้ อีกอย่างฤทธิ์ก็น่าจะน้อยกว่าหากดื่มลงไปทั้งหมด

 

          [เฮยหยาง ?!!]

 

          ข้าตัดสินใจแล้ว

 

          ทว่าในขณะที่ริมฝีปากกำลังจะแตะกับขอบกระเบื้องสีขาวนั้น เจ้าหยวกกล้วยที่ยืนนิ่งมานานเป็นรูปปั้นพระโพธิสัตว์พลันคว้าจอกน้ำชาในมือข้าแล้วดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยงต่อหน้าต่อตา

 

          !!!

 

          ชายหญิงเจ้าของแผนการอ้าปากค้างตาโตเป็นไข่ห่าน ไม่ต่างจากข้าที่แทบสิ้นสติ ดวงตาเบิกกว้างมองหน้ามันอย่างไม่เชื่อสายตา ในใจกรีดร้องเสียงดังระงม

 

          บัดซบ ! เจ้าหยวกกล้วยดื่มชาผสมยากำหนัดเข้าไปแล้ว ! ผิดแผน ผิดแผนแล้ว เจ้าตัวบัดซบไป๋หยิน !!

 

          ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ กระทั่งคนที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่าเกิดอะไรขึ้นยังไม่กล้าหายใจแรง ทั้ง ๆ ที่เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ แต่ดูนานราวกับล่วงเลยไปหลายพันปีในสายตาของข้า

 

          ตอนนั้นเองที่น้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นชินพลันเอ่ยขึ้นแผ่วเบา

 

          "... พี่หยาง"

 

          "เอ่อ ต้องการสิ่งใด... ?"

 

          "มีเพียงท่านที่ช่วยข้าได้"

 

          "!!!"

 

          บัดซบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

 

          "เดี๋ยว !--"

 

          แขนข้างหนึ่งถูกกระชากจนตัวลอย สองขาก้าวพันกันตามแรงชักจูงคล้ายหนีไปให้พ้นสายตาของฝูงชนที่มองตามด้วยความงุนงง พร้อมด้วยเจ้าเงามืดที่พยายามกระโดดไล่ตามสุดชีวิตเท่าที่ก้อนเส้นด้ายม้วนหนึ่งจะทำได้

         

          [อ๋าาาาาาาาาาาาา !! ไอ้งูเน่า ไอ้โรคจิต ! ปล่อยเฮยหยางของข้าเดี๋ยวนี้นะ !!! คะ... ใครก็ได้ช่วยด้วย สวรรค์ทรงช่วยด้วยยยยย !]

 

          ในปรากฏการณ์ธรรมชาติ สิ่งที่รวดเร็วที่สุดบนฟากฟ้าคือสายฟ้า เพียงพริบตาเดียวประตูมิติลวงพลังขั้นพื้นฐานของเหล่ามังกรก็ถูกเปิดออก ข้าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก พยายามขืนตัวเองออกห่างจากภัยอันตรายสุดแรงเกิด ในขณะที่กำลังจะใช้เงาตรึงร่างตัวเองเอาไว้ก็ไม่ทันการเสียแล้ว ร่างสีดำและสีขาวถูกดึงหายไปต่อหน้าต่อตา

 

[เฮยหยางงงงง !! ไม่น้าาา แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!]

 

 

          5555555555ใครก็ได้5555555555ช่วยพี่หยางด้วย55555555555555R.I.P55555555วงวารเงาน้อย555555555555ให้กำลังใจพี่ด้วย55555555555555น้ำตาจะแชร์555555555ขอไหลนะคะ55555555555จะเกิดอะไรขึ้นนะ555555555555555โปรดติดตามชมตอนต่อไป5555555555555555555555555

 

          แค่ก หัวเราะจนสำลัก *โดนพี่หยางตี* สวัสดีค่ะ คิดถึงเราไหม เราคิดถึงทุกคนมาก ๆ นะ !

 

          //ไหว้ย่อ และขอขอบพระคุณคุณ bmm และคุณ pookzy ที่โดเนทตุ๊กตาไล่ฝน+เสื้อคลุมฝนนะคะ ช่างเหมาะกับฤดูฝนอะไรอย่างนี้ T v T น่าฮักขนาดเจ้า ดีใจมาก ๆๆๆ ฮื้ออ สัญญาว่าจะใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด ! ซารางเฮไดสุกิว่ออ้ายหนี่เวรี่มัชน้า

 


ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ 'Thum_p' เจ้าเก่าเจ้าเดิม

 


 ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ 'ขนมปัง' เจ้าเก่าเจ้าเดิม

         

          ไม่รู้จะพูดยังไงดี กระซิบว่าเหนื่อยมาก ๆ ที่หายไปคืองานหนัก บริหารเวลาแย่ เครียดจนร้องไห้ 5555 แต่ร้องไปก็เท่านั้น งานเสร็จไหมก็ไม่ ! ถถถ สุดท้ายก็เข็นนิยายมาเสิร์ฟพร้อมกับทิ้งระเบิดไว้จนได้ค่ะ ฮาาา

 

          จริง ๆ ไม่อยากทำแบบนี้เลย เพราะต้องค้างแน่ ๆ (; v ;/ ฮื้ออ เพราะเรามีสอบปลายเดือนนี้ แล้วนี่แบบ//มองปฏิทิน ยังไม่ได้ติวเลยย คงเฟดตัวหายไปอ่านหนังสือ แต่ถ้าไม่อัปตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะอัปตอนไหน แง

 

          เรารู้สึกว่าเราจัดระเบียบชีวิตได้ไม่ดีเท่าไรเลย ฮือ แถมยังเคลียร์งานไม่หมดด้วย 555555 บ้าจริง ตาย ตายแน่ฉัน แต่คิดว่าหลังผ่านเดือนนี้ไปน่าจะโล่งขึ้นนะ !

 

          ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า บะบายยย ถ้าขยันอาจจะมีอีกตอน ไม่ก็สิ้นเดือนนี้ไปเลยจ้า ! ให้กำลังใจเจ้าเงาน้อยด้วยนะ อุแง

 

          1 เมนต์ = กำลังใจ

 

          ชื่อ : ลวี่ลู่คง , ลวี่หลง (ทางการ)

          สถานะ : มังกรเขียว , มังกรลำดับสี่แห่งเหยียนหลง

          รูปร่างหน้าตา : เรือนผมสีใบไม้ ดวงตาสีมรกต และอาจด้วยดวงตาที่โค้งลงนิด ๆ จึงทำให้ดูไม่ออกว่าแท้จริงแล้วเจ้าชู้ปลิ้นปล้อนเพียงใด คนอื่นที่ดูแค่เปลือกนอกมักจะมองว่าคนผู้นี้เป็นบัณฑิตคงแก่เรียน(...) นิยมสวมใส่อาภรณ์สีเขียวสบายตา ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มการค้าอยู่เสมอ รูปร่างสูงโปร่งดูสันทัด

          ลักษณะนิสัย : รวย (เขียนตัวเป้ง ๆ by อาลู่)

 

          พี่หยาง : นั่นนับว่าเป็นนิสัยด้วยเรอะ ?!

          เงาน้อย : เฮยหยางล่ะก็~ คนสมัยนี้เขาไม่ดูกันที่หน้าตาแล้ว แต่ดูกันที่นิสัยอย่างไรล่ะ ~~

          พี่หยาง : นิสัยรวยเนี่ยนะ...

          ไป๋หยินในเงามืด : //เริ่มเก็บหอมรอบริบเอาเงินไปสู่ขอ

 

#มังกรปรปักษ์

#หยินคู่หยาง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 179 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #238 minminii (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 11:37

    สนึกมากๆค่ะ ติดตามๆ
    #238
    1
  2. #236 mee_pa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 14:21
    น้องหกกับพี่หง?
    #236
    2
    • #236-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      16 กรกฎาคม 2562 / 14:28
      หืมมม.. ???
      #236-1
  3. #235 2612547 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 14:25
    ตายแล้วพี่หยางที่นี้จะได้มี สักขีพยานแล้วว่ามังกรคู่หยินหยางเป็นผัวเมียกันอย่างถูกต้องครบประการ56
    #235
    1
    • #235-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      15 กรกฎาคม 2562 / 23:19
      พี่หยางคงบอกว่า -ขอบคุณสำหรับกำลังใจอันล้นหลาม ... บัดซบ !- แน่ ๆ เลยค่ะแบบนี้ 5555555555
      #235-1
  4. #234 almar (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:52
    พร้อมเป็นสักขีพยาน เฝ้ามองวิชาทำการบ้านของมังกรหยินหยาง อย่างเต้มที่

    เรานือหนึ่งในจิ้งเหลนที่พร้อมยกนายท่านเฮยใส่พานให้นายท่านไป๋ 55555
    #234
    1
  5. #233 raabporn2016 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:31

    นิยายสนุกมากเลยค่า และ ทำเราค้างมากเช่นกัน รอFA รูปต่อไปได้เลย แต่น่าจะค่อนข้างนาน มีเหตุเพราะว่า ขก. หนังสงหนังสือสอบไม่อ่านหร๊อก! สอบโอเน็ต สอบเข้าห้องพิเศษก็ผ่านได้ชิลๆ ไม่ได้อ่านได้ติวเลยจ้าาา ช่วงนี้บาปขึ้นหัว ขอยืมพี่มังกรแดงไปท่องบทสวดให้ฟังได้ไหมไรท์/ตาประกาย/ โอเคร เข้าเรื่องหลักเถอะ! ไร๊ท์!! นิยายสนุกมากเลยย เราจะติดตามต่อไปเรื่อยไปน้าาาาาา แต่ช่วงนี้ติดซีรี่ย์ ปรมจ. งานFAช้าแน่นอน แต่มาแน่ไงล่ะ ไม่ตอนใดก็ตอนหนึ่ง!!!!
    #233
    1
  6. #232 NarinmeFukawa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 21:47
    พี่หยาง..ดูทรงรอดยากแฮะ//แต่ขอให้พี่โชคดีรอดได้ละกัน
    #232
    1
  7. #231 code8 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 19:34
    จะฮาหรือสงสารก่อนดี
    #231
    1
    • #231-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      14 กรกฎาคม 2562 / 20:43
      สงสารก๊อนนนนน 5555
      #231-1
  8. #230 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 18:33
    โอ้ยย ไม่รู้จะสงสารหรือสนับสนุนดี

    เอ้า

    มีการบ้านมาให้มังกรหยินหยางทำเเล้วพร้อมโจทย์ข้อใหญ่ให้เเก้ด้วยเลย
    #230
    1
    • #230-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      14 กรกฎาคม 2562 / 20:42
      ต้องสงสารสิ ! 5555555555 XD
      #230-1
  9. #229 panthrgog (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 17:54
    ต้องขยันนะ!!ยังไม่อยากใจขาดตายก่อนวัยอันควร!!!
    #229
    1
    • #229-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      14 กรกฎาคม 2562 / 20:42
      orz แต่ไรท์ไม่ไหวแล้วนะะ-- เอื้อ รีดอย่าเพิ่งตายยย เพราะไรท์จะตายก่อน 555555
      #229-1
  10. #228 art2442 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 17:11
    อุ้ยยย เช้ามาเขาต้องดูแลกันแน่เลย
    #228
    1
    • #228-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      14 กรกฎาคม 2562 / 20:41
      *ยิ้ม* อย่างนี้ต้องรอติดตามชมม
      #228-1
  11. #227 jmzz (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 16:16
    จะรอดมั้ยน้า
    #227
    1
    • #227-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      14 กรกฎาคม 2562 / 20:41
      ต้องรอลุ้นแล้วล่ะะ
      #227-1
  12. #226 MyDarkSideOfMe (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 16:13
    เสร็จแน่! พี่หยางเสร็จแน่ๆๆๆ คิคิคิ
    #226
    3
    • #226-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      14 กรกฎาคม 2562 / 20:41
      พี่หยาง : อย่าแช่งข้าสิ ! *หนาวสันหลัง ขนลุกชันโดยพลัน*
      ถถถ
      #226-1
  13. #225 jeep2000 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 16:06
    พี่หยางโดนฉุดดดดดด
    #225
    1
    • #225-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      14 กรกฎาคม 2562 / 20:40
      ให้กำลังใจพี่หยางรัว ๆ ขอให้พ้นภัยด้วยเถิด //พนมมือสาธุ
      #225-1
  14. #224 Solien (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 15:56
    เค้ารอจังหวะจะฉุดสิน้าาาา
    #224
    1
    • #224-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      14 กรกฎาคม 2562 / 20:39
      ความไวเป็นเรื่องของปีศาจจจ
      #224-1
  15. #223 0983163561 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 15:44
    โดนฉุดซะแล้วพี่หยาง
    #223
    3
    • #223-1 kungnangca(จากตอนที่ 24)
      14 กรกฎาคม 2562 / 20:38
      ไว้อาลัย เอ้ยย ให้กำลังใจพี่หยางกันด้วยนะคะะ 5555
      #223-1