มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 22 : ดื่มด่ำความเกษมสันต์เพียงชั่วครู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,087
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62

        ตอนที่ 21 : ดื่มด่ำความเกษมสันต์เพียงชั่วครู่

 

 

          เมฆาคล้อยบรรจบเหนือทิวเขา ลึกลงยังใจกลางแดนอุดร ชลาลัยโอบล้อมลัดเลาะตามซอกหิน มอบหยาดน้ำชโลมพงไพรมวลบุปผา แมกไม้งามเสียดสีคลอกระซิบเสียงลมแผ่วจากวาโยเย็นกระแสหนึ่ง

 

          ณ ที่แห่งนั้น...

 

          กำลังเกิดศึกสงครามขนาดย่อม

 

          "เพ้ย ๆๆๆ ใครก็ได้ไปล้างจานที ?!"

 

          "เจ้ามีตาหรือไม่ ! เห็นไหมว่าพวกข้ากำลังเตรียมสำรับให้นายท่านอยู่ !!"

         

          "ไอ้หยา~ อย่ามัวแต่ทะเลาะกัน จะไหม้แล้ว จะไหม้แล้ว !!"

 

          น้ำมันร้อนฉ่าดังซู่ซ่าทันทีที่ส่วนประกอบหลักถูกเทลงกระทะเหล็กเคล้ากับเสียงจานชามกระทบกันในถังไม้ขนาดย่อม เหนือสิ่งอื่นใดเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้มิสู้กับเสียงโหวกเหวกโวยวายในห้องครัวที่ดังกลบทุกสิ่งอย่างให้โกลาหล

 

          ยินดีต้อนรับสู่วังเฮยหลง !

 

          ขอน้อมรับทุกท่านเข้าสู่ความชุลมุนภายในห้องเครื่องประจำตำหนักอันโอ่อ่าแห่งนี้ขอรับ~ (◜▿‾ ≡‾▿◝) ไอ้หยา มีคนคิดถึงข้าน้อยกันด้วยหรือนี่ อ๋าา ข้าน้อยทำตัวมิถูกเลยขอรับ ~

 

          "บิดตัวบิดเอวอย่างกับงูเลื้อย ! มือน่ะมือ คนเข้าไป เดี๋ยวจะได้ไหม้กันอีกรอบ !"

 

          "เพ้ย ข้าหัวหน้าพวกเจ้านะ !!"

 

          อะแฮ่ม และขอขอบพระคุณผู้สนับสนุนใจดีทุกท่านที่ให้การตอบรับหนังสือของพวกเราเป็นอย่างดีจนโด่งดังไปค่อนปฐพี จากการใช้สมองน้อย ๆ ดีดลูกคิดจึงคาดการณ์ได้ว่าในเวลาอันใกล้นี้ 'มังกรปรปักษ์ฉบับปรับปรุง' มีแนวโน้มว่าจะได้วางแผงขายบนโลกมนุษย์ !

 

          ฮึก นับว่าเป็นเกียรติสูงสุดในของชีวิตข้าน้อยแล้วขอรับ... อะ อ้าว ผ้าซับน้ำตาข้าหายไปไหนแล้วเล่า

 

          หันขวับกลับไปมองก็พบว่าผ้าเช็ดหน้าผืนสวยอยู่ในกำมือของบ่าวไพร่ตนหนึ่งที่กำลังใช้มันเช็ดคราบสกปรกที่กระเด็นออกจากกระทะร้อนอย่างขะมักเขม้น ลูกตาแทบถลนหลุดออกจากเบ้า หัวหน้าคนรับใช้ร้องเสียงหลงในทันใด

 

          "เจ้าเอาผ้าเช็ดหน้าของข้าไปเช็ดคราบน้ำมันงั้นรึ ?!"

 

          "อ้าว นี่ของเจ้าหรือ"

 

          ข้ารับใช้ตนนั้นหยุดชะงัก มือคลายออกให้เห็นเนื้อผ้าที่เปรอะคราบน้ำมันเป็นดวงให้ดูเป็นขวัญตา หัวหน้าจิ้งเหลนดำได้แต่กำหมัดแน่นระงับอารมณ์ มิให้เผลอกรีดร้องออกมาด้วยความสะเทือนใจ

 

          นั่นน่ะ... นายท่านยกผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นให้ข้าเชียวนะ !

 

          (แต่หากสืบสาวเรื่องราวให้ดี ๆ จะพบว่าสาเหตุที่เฮยหยางมอบให้นั้นเป็นเพราะทนความเซ้าซี้ไม่ไหว มิได้ให้ด้วยความสมัครใจแต่อย่างใด...)

 

          จิ้งเหลนน้อยทำหน้าเหลอหลา "ข้าเห็นมันสีขาวเหมือน ๆ กันจึงเผลอหยิบติดมือไป ขออภัยด้วย ไว้ข้าจะซักคืนให้นะ"

 

          ต่อให้ซักมือสุดแรงเกิด เจ้าคิดว่าคราบน้ำมันเหลือง ๆ มันจะหลุดออกหรือ ?!

         

          ได้แต่ยกแขนเสื้อปาดน้ำตาที่รินไหล ข้าจะฟ้องนายท่าน...

 

          เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องของเราต่อกันเถิดขอรับ ข้าน้อยขอให้คำมั่นสัญญากับท่านผู้มีอุปการคุณทุกท่านว่ารายได้ทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างถึงที่สุดขอรับ !

 

          อาทิ กำยานสวรรค์เริงรมย์ ตำรากามสูตรฉบับตัดแขนเสื้อ ตลับยาวิเศษที่ทำให้ 'อะไร ๆ' อ่อนนุ่มขึ้น แล้วก็--

 

          แค่ก ๆๆ กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอของอาหารจานหลักปลุกข้าให้ตื่นขึ้นจากภวังค์พอดิบพอดี ข้าตบหน้าเรียกสติตัวเองเบา ๆ คิดอะไรบัดสีบัดเถลิงที่สุด ! เรื่องอื่นทิ้งมันไว้ข้างหลัง เวลานี้ต้องรีบเตรียมสำรับให้นายท่านก่อน !

 

          ...แต่เตรียมพร้อมไว้ก่อนก็คงมิมีอันใดเสียหายกระมัง ?

 

          หลังจากนั้นในอีกหลายร้อยปีต่อมา

 

          นอกจากราชโองการสมรสที่ถูกซ่อนเอาไว้ส่วนลึกสุดของวัง ยังมีตำรากามิกหลายท่วงท่าวางทับซ้อนกันอยู่ไม่ไกลกันนัก พร้อมด้วยอุปกรณ์เสริมสร้างความแนบชิดสนิทใกล้มากมายให้เลือกสรร เจ้าของตำหนักที่ตั้งใจว่าจะนำราชโองการบัดซบมาเปิดอ่านระลึกความหลังถึงกับหน้าดำเป็นก้นหม้อ แทบจะสร้างพายุฝนได้ทั้ง ๆ ที่อยู่ในร่างจำแลง

 

          "เอามันไปเผาทิ้งให้หมด !!!"

 

          แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอนาคต อย่าเพิ่งไว้อาลัยให้กับการสูญเสียครั้งใหญ่หลวงในตอนนั้นเลย หากคราวที่สวรรค์จับนายท่านคนดีถุงคลุมชนจนตำหนักพังเละแล้วเรียกว่าเลวร้ายละก็... พวกท่านคิดผิดมหันต์เลยเชียวล่ะ

 

          ดังนั้นเราอยู่กับปัจจุบันขณะเถิดขอรับ !

 

          สำรับมื้อนี้ค่อนข้างหรูหราเป็นพิเศษ มีทั้งนกย่าง นกทอด และนกต้ม ! เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับนายท่านที่กลับจากสมรภูมิรบอันย่อยยับได้ โดยมิได้รับบาดเจ็บรุนแรงใด ๆ นอกจากรอยฟกช้ำเล็กน้อยคล้ายแมวข่วนเท่านั้น !

 

          ในฐานะที่พวกข้าน้อยเคยต้มยาและทาแผลให้นายท่านจนชินมือ ต่างรู้กันอยู่แก่ใจดีว่าภายใต้สาบเสื้อสีดำสนิทนั้น แทบมิมีที่ว่างของผิวกายอันอ่อนนุ่ม อดไม่ได้ที่จะซาบซึ้งใจด้วยน้ำตาคลอหน่วย (´;ω;)

 

          นายท่านขอรับ

 

          .... ข้าน้อยมิเคยชอบนัยน์ตาไร้แววของนายท่านเลย แววตาที่เพิกเฉยต่อทุกความเจ็บปวดที่ได้รับ และยิ้มตอบกลับทุกความห่วงใยที่กองอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางเย็นชืดไร้จิตใจ

 

          นายท่านเฮยหยาง ข้าว่าท่านยามเกรี้ยวกราดแลดูจะมีชีวิตชีวาที่สุดแล้วล่ะขอรับ

 

          "นกย่างเสร็จแล้ว !!"

 

          "จัดสำรับเครื่องเคียงให้เรียบร้อยด้วย"

 

          "รับทราบ ! นกต้มก็สุกได้ที่แล้วเหมือนกัน"

 

          อา แต่ข้าเชื่อเหลือเกินว่าหลาย ๆ ท่านคงนึกสงสัยว่าด้วยเหตุใดสำรับส่วนใหญ่ จึงต้องมีนกเป็นส่วนประกอบสำคัญนั้น ข้าน้อยจะแถลงไขให้เอง !

 

          ครั้งหนึ่งในอดีตกาลอันไกลโพ้น มีพญานกตนหนึ่งได้ดูหมิ่นมังกรอย่างหยิ่งผยองว่า "บินก็บินได้ไม่ดี เดินก็เดินได้ไม่แข็ง นี่น่ะหรือมังกรผู้เกรียงไกร !" ซึ่งลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของมังกรมักจะมีเมตตากรุณา คงไม่ถือโทษโกรธเคืองหรือเหลียวแลเสียงนกเสียงกาให้เสียอารมณ์

 

          หากแต่เวลานั้นมิทราบว่าบรรพบุรุษมังกรกำลังหงุดหงิดเรื่องอะไรอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ จึงจับปักษาตนนั้นมัดแล้วเผาทั้งเป็น !

 

          และด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล กลิ่นหอมหวนที่โชยออกมาจากกองเพลิงอันลุกโชนนั้นกระตุ้นต่อมรับรสเป็นอย่างดี เหล่าบรรพชนจึงคิดอย่างตะกละว่าในเมื่อเราฆ่าเขาแล้วก็มิควรมีซากศพให้เป็นที่อุจาดตา สมควรใช้เนื้อกายไร้วิญญาณให้เกิดประโยชน์(ต่อปากท้อง)อย่างถึงที่สุด เพื่อให้หวนคืนสู่วัฏจักรอย่างแท้จริง

 

          ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานกย่างจึงเป็นอาหารยอดนิยมของเหล่ามังกร เพียงแค่ได้ลิ้มลองครั้งเดียวก็ติดใจในรสชาติยากที่จะลืมเลือน กระทั่งความโปรดปรานชมชอบนี้พวกมนุษย์ตัวจ้อยยังรับรู้ ของเซ่นไหว้บูชาหนึ่งในห้าจะต้องมีนกย่างเสมอ

 

          ยิ่งราดด้วยน้ำปรุงสูตรพิเศษฝีมือของข้าน้อยแล้ว... รับรองได้เลยว่าอร่อยล้ำเลิศเกินห้ามใจ !

 

          นอกจากความประจบเข้าขั้นวิกฤต ก็มีเสน่ห์ปลายจวักนี่แหละที่มัดใจนายท่านเฮยจนอยู่หมัด !

 

          สามัคคีคือพลัง รสชาติห่วยแตกก็ทานกันเองไม่ให้เหลือ

 

          อ๋อ และทุกท่านไม่ต้องกังวลใจไป ปัจจุบันนั้นต่างจากอดีต นกที่เรานำมาประกอบอาหารล้วนแต่เป็นนกที่ยินยอมพร้อมตายตกถึงท้องของพวกเราแต่โดยดี ไร้ซึ่งความจำยอม ด้วยเหตุผลอันน่ายกย่องว่า "แทนที่จะตายไปเฉย ๆ สู้ให้เนื้ออร่อย ๆ ของข้าประทังชีวิตของพวกท่านไปได้อีกวันเสียจะดีกว่า !"

 

          ถึงจะมีบางส่วนที่แอบข่มขู่ก็เถอะ (...)

 

          มาเป็นอาหารให้นายท่านของข้าเสียดี ๆ !

 

          คิดเตลิดไปเรื่อยเปื่อย มือจัดวางสำรับที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีบนโต๊ะกลมกลางสวนหย่อมพลางยิ้มประจบ มือถูไปมาเหมือนคอยรางวัล ก่อนจะค่อย ๆ ถอยร่นไปเมื่อนายท่านไม่เล่นด้วย

 

          ทว่าหลบฉากไปแล้วถึงนึกขึ้นได้ว่า... ยังไม่ได้ฟ้องนายท่านเลย !

 

          กลุ่มก้อนความมืดกระโดดพุ่งออกจากแขนเสื้อขลิบด้ายดำด้วยท่าทางกระตือรือร้น ใช้ปลายเส้นด้ายสีเดียวกันแตะเบา ๆ บนข้างแก้มเย็นเฉียบ ร้องเรียกปลุกคนให้ตื่นจากนิทราเสียงสดใส

 

          [สำรับมาแล้วหนา เฮยหยาง~ ลุกขึ้นมากินสักหน่อยเถิด หน้าตาน่ารับประทานไม่เบาเลยเชียว~]

 

          เปลือกตาสีมุกเปิดขึ้นอย่างแช่มช้า เผยอัญมณีสีนิลที่ตื่นขึ้นจากการหลับใหล ร่างสูงในอาภรณ์สีเข้มอ้าปากหาวเบา ๆ ก่อนผุดลุกขึ้นจากตั่งไม้ยาวแล้วกะพริบตาช้า ๆ  ริมฝีปากเหยียดยิ้มกว้างยามกวาดสายตามองอาหารหลากหลายที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะ

 

          นั่งถือตะเกียบกินข้าวอย่างเกียจคร้าน เอนกายเหยียดหลังนอนอย่างเกษมสำราญท่ามกลางบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์เช่นนี้ ช่างประเสริฐนัก !

 

          [เฮยหยางงง ! ข-น-ม ป้อนหน่อย~]

 

          ข้ายิ้มเหนื่อยอ่อนระคนเอ็นดู บิขนมชิ้นเล็ก ๆ บนจานส่งให้เจ้าก้อนนุ่มนิ่ม ก่อนจับตะเกียบคีบเนื้อนกย่างชุ่มน้ำราดจนฉ่ำวาวเข้าปาก ตามด้วยข้าวสวยร้อน ๆ และจบด้วยน้ำซุปที่เคี่ยวมานานจนงวดได้ที่

 

          ข้าหลับตาพริ้มรับรสสัมผัสที่กระจายทั่วอยู่ภายใน รสชาติกลมกล่อม ไม่หวาน ไม่เค็มจนเกินไป ฝีมือพัฒนาขึ้นมากสำหรับเจ้าพวกที่เคยหุงข้าวไหม้จนดำเป็นตอตะโก

 

          หลังจากออกแรงมานาน ได้พักผ่อนเช่นนี้ก็มิเลวเลย

 

          "อืม ว่าแต่นกจะเยอะมากไปหรือไม่ ?"

 

          [นั่นสินะ... สารพัดกรรมวิธีปรุงนกแล้วกระมัง] เจ้าเงาน้อยหัวเราะร่า [เช่นนั้นเฮยหยางจัดการของคาว ข้าจะดูแลของหวานเอง !]

 

          ทว่าสุขได้ไม่นานก็มีเรื่องให้ปวดหัวอีกครั้ง ข้ากุมขมับเมื่อถูกเจ้าพวกจิ้งเหลนคะยั้นคะยอให้รักษาบาดแผลที่ได้มาจากการต่อสู้ ด้วยเหตุผลที่ว่าผ่านมานานหลายวันจวนเจียนจะเป็นอาทิตย์แล้วปากแผลก็ยังไม่หายสนิทเสียที

 

          ซึ่งบาดแผลที่ฟังดูหนักหนาสาหัสที่ว่าเป็นแค่รอยถากเล็ก ๆ บริเวณข้อมือเท่านั้น บางเบาเสียจนแค่เลียเดี๋ยวเดียวก็หายแล้วกระมัง ข้าลอบกลอกตาเบื่อหน่าย

 

          แต่ที่ผ่านมาหลายวันแล้วแผลไม่ยอมสมานเสียที คงเป็นเพราะข้าไม่ใคร่จะใส่ใจสักเท่าใดนัก หลังจากวันนั้นก็ฝึกวิชาไม่หยุด จะเอาเวลาที่ไหนไปรักษาแผลกัน

 

          ข้ามองหน้าพวกมันทีละคนด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ เก่งนักเรื่องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ !

 

          เจ้าเงามืดพลันส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจ ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนไม่พอใจหนักหนา กระนั้นสองขาเจ้ากลับก้าวเดินไปยังห้องเก็บของเสียอย่างนั้น

 

          เฮยหยางนี่ช่าง... เฮ้อ ข้าหมดคำจะพูดเสียแล้วสิ !

         

          เหล่าข้าราชบริพารที่ประจำอยู่บริเวณนั้นเมื่อเห็นร่างของผู้เป็นนายกำลังเดินมาทางนี้ ต่างหยุดมือกับงานที่ทำ กระวีกระวาดแสดงความเคารพแล้วเปิดบานประตูไม้ชั้นดีออกอย่างรู้งานด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

         

          ที่นี่คือคลังรวบรวมของมีค่าประจำวังเฮยหลง

 

          เพียงแค่บานประตูที่ปิดตายมานานเปิดออก ข้าถึงกับนิ่งค้างไปชั่วขณะยามเห็นของด้านในแทบล้นทะลักออกมาข้างนอก พอหายตกใจก็ปรายตามองข้ารับใช้เป็นการบอกใบ้ว่า จัดการข้าวของพวกนี้เรียบร้อย แล้วจึงพยายามหาทางเดินเข้าไปข้างใน

 

          [ยังรกเหมือนเคยเลยนะ...]

 

          ข้าทอดถอนใจ ข้ากำลังคิดอยู่เลยว่าจะสร้างห้องเก็บของเพิ่มดีหรือไม่

 

          คลังสมบัติหรือห้องเก็บของที่นี่ไม่มีอะไรมากนัก เพชรนิลจินดา ทองคำหรือหยกมีมูลค่าล้วนไม่อยู่ในสายตา บางส่วนก็นำไปแลกเงินไว้ใช้สำหรับซื้อข้าวของจำเป็น ร้อยทั้งร้อยกล่าวได้ว่าภายในนี้ไม่มีอะไรเลย นอกจากสมุนไพรหายาก ยาบำรุง หรือตลับยาราคาแพงหูฉี่

 

          ซึ่งแน่นอนว่าข้าไม่เคยซื้อ ทั้งหมดล้วนได้มาจากผู้อื่น

 

          และผู้อื่นที่ว่าเป็นใคร คงไม่ต้องเดาให้เสียเวลา

 

          ข้าหรี่ตาลงด้วยความระอาใจ ปลายนิ้วแตะลงบนกล่องไม้เนื้อดีที่แกะสลักลวดลายอย่างงดงาม โดยข้างในบรรจุพืชหายากชนิดหนึ่งที่ว่ากันว่ามีสรรพคุณชั้นยอดในการรักษาบาดแผล ไล้นิ้วเรียวเรื่อยมาถึงตราประทับสีขาว เป็นสีเดียวกันกับผู้ที่ส่งมอบให้

 

          เจ้าตัวบัดซบนั่นก็เหลือเกิน ทั้งกาลเก่าที่เราสู้รบห้ำหั่นกันจนถึงป่านนี้ ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือ... ยังขยันส่งยารักษามาไม่ขาดจนล้นตำหนัก แทบไม่มีที่ทางให้เดินเหินได้สะดวก

 

          ข้ายิ้มขบขัน เปิดกล่องที่ถืออยู่ในมือแล้วเลือกหยิบสมุนไพรออกมาจำนวนหนึ่ง สั่งให้บ่าวไพร่ที่อยู่ใกล้ ๆ นำไปบดให้ละเอียดแล้วแปะลงบนบริเวณที่ขึ้นเป็นขีดสีแดงจาง ๆ

 

          ทว่าก็มิเคยมียาชนิดไหนที่สามารถฟื้นฟูรอยแผลเป็นได้

 

          พลันความคิดนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ภายหลังจากที่ผู้ท้าประลองอีกสามคนไล่ตามกลุ่มนักฆ่าที่หลบหนีไป เป็นช่วงเวลาที่คนของท่านประมุขเข้ามาควบคุมสถานการณ์พอดี และด้วยพลังหว่านล้อมของจื่อซูเหวิน ทำให้ลานประลองอันทรงเกียรติไม่นองเลือดมากนัก

 

          บางคนที่พอมีเรี่ยวแรงและอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่างพากันยกหามซากปรักหักพังที่โค่นล้ม เก็บกวาดก้อนอิฐจากกำแพงที่ทลายลงมา และมีรูโหว่ขนาดใหญ่คล้ายมีร่างของใครบางคนทะลุผ่าน บ้างก็ยืนขมวดคิ้วจ้องพื้นที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ

 

          เจ้าเงามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า [อันที่จริงความเสียหายในภาพรวมทั้งหมด มันเกิดจากฝีมือของพวกเจ้าสองคนมิใช่หรืออย่างไร ?!]

 

          ข้าแสร้งทำหูทวนลม กวาดตามองไปยังกลุ่มคนผู้มีความสามารถและเชี่ยวชาญด้านการแพทย์กำลังให้การรักษาคนเจ็บอยู่ เสียงร้องโอดโอยยามปลายเข็มจรดเย็บปากแผลที่ฉีกขาดนั้น ทำให้ข้าเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ยืนอยู่ข้างเคียง

 

          "เจ้าไม่ได้... บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม ?"

 

          ที่จริงก็ไม่น่าถาม อย่างมันน่ะหรือจะเจ็บตัว คนที่น่าเป็นห่วงกว่าควรเป็นข้าเสียด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้นก็พรูลมหายใจอดสูให้กับตัวเอง ถึงกระนั้นบาดแผลภายนอกไม่น่าห่วงเท่าบาดแผลภายใน ที่สำคัญไปกว่านั้นคือแม้ว่าจะบาดเจ็บในร่างแปลง ทว่าในร่างจริงก็อาจได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

 

          ไม่อาจวางใจได้

 

          ไป๋หยินผลิยิ้มเล็ก ๆ บนริมฝีปาก นัยน์ตาสีเงินยวงทอประกายคล้ายลูกแก้วต้องแสงจันทร์ ก่อนส่งมือข้างหนึ่งมาให้ข้าราวกับรู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใด สุรเสียงทุ้มต่ำถามขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ไม่จางหาย

 

          "ท่านเป็นห่วงข้าหรือ"

 

          ข้ายักไหล่ไม่ยี่หระ ทำทีท่าขยับตรวจชีพจร "ข้าเพียงแค่ถามตามมารยาทเท่านั้น"

 

          เจ้าหยวกกล้วยหลุบตาต่ำ คิ้วเข้มย่นเข้าหากันนิด ๆ ทำหน้าเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็มิได้โต้แย้งให้โดนหยิกเนื้อขึ้นจ้ำเขียว "เช่นนั้นหรือ..." เจ้าตัวเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ก่อนแย้มยิ้มบาง "ถึงกระนั้นข้าก็ดีใจนะ"

 

          อะไรล่ะนั่น ยิ้มเรี่ยราดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร

 

          ก่อนที่จะตื่นขึ้นจากภวังค์เมื่อมีจิ้งเหลนดำตนหนึ่งเข้ามารายงานเกี่ยวกับคนร้ายที่หนีไป ผู้เข้าแข่งขันทั้งสามกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บแค้น หน้าชาราวกับถูกตบเมื่อกลุ่มชายชุดดำที่ไล่ล่ากันมาทั้งวันทั้งคืนหายวับไปกับตา ไม่เหลือหลักฐานหรือร่องรอยใด ๆ ให้สืบเสาะหาต้นตอ

 

          ทั้งสามแบกความผิดหวังไว้บนบ่าแล้วกลับมารายงานต่อเบื้องบน และหลังจากนั้นผู้เข้าแข่งขันสามเผ่าพันธุ์ก็กลายเป็นสหายที่รักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนพี่เหมือนน้องในเวลาต่อมา

 

          แม้จะมีสัตว์เทพจำนวนน้อยนิดที่ไปเยือนแดนน้ำพุเหลือง ทว่าก็ยังเป็นภัยร้ายแรงอยู่ดี และเป็นอย่างที่ข้าคาดการณ์เอาไว้ฤดูประลองสี่สัตว์เทพถูกระงับไว้จนกว่าจะสืบสาวหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังได้

         

          ชาวสัตว์เทพต่างตั้งคำถามว่า 'ใคร' ใครกันที่กล้าลงมือเช่นนี้ ซ้ำยังใจกล้าบ้าบิ่นอาจหาญสร้างความวุ่นวายในตอนที่ฟ้าสว่างโร่ ซึ่งมิได้น่าชื่นชมเลยแม้แต่ปลายก้อย

 

          ข้าค่อย ๆ บรรจงใช้ผ้าขาวผืนบางเช็ดเอาสมุนไพรสีเขียวเข้มออก เผยให้เห็นผิวกายสีขาวซีดดุจหิมะไร้ร้อยขีดข่วนใด ๆ ราวกับมือข้างนี้ไม่เคยมีตำหนิมาก่อน

 

        แต่ช่างเถิด ถึงเวลาประเดี๋ยวเบื้องบนก็จัดการกันได้เอง

 

          ข้าพลิกข้อมือไปมาด้วยความชื่นชม เจ้าหยวกกล้วยมอบสมุนไพรเลอค่าให้เช่นนี้  จะมีความนัยแอบแฝงมาด้วยหรือไม่นั้นคงมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้

 

          เจ้าก้อนทะมึนที่เงียบมานานเอ่ยแย้งเสียงเรียบ [หรือหากจัดการมิได้... ก็คงต้องถึงมือเฮยหยาง]

 

          ข้าหยุดชะงัก โยนผ้าผืนนั้นทิ้งไปไกล ๆ แล้วคว้าเจ้าเงาน้อยใส่แขนเสื้อ ก้าวขาฉับ ๆ กลับห้องหับส่วนตัว ประตูเปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็วโดยฝีมือเจ้าของห้อง ลงกลอนเสร็จสรรพแล้วจึงจับเจ้าตัวที่พูดจาอัปมงคลขึ้นมาวางบนโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

          "แล้วเหตุใดเคราะห์กรรมจึงตกมาที่ข้าด้วยเล่า !"

 

          เจ้าเงาน้อยกลิ้งไปมาบนโต๊ะกลมเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเหมือนเรื่องที่จะพูดเป็นเรื่องที่น่าขบขันเสียเต็มประดา ข้าคิ้วกระตุกหลายครั้ง รู้สึกอยากบีบขยี้เจ้าก้อนเส้นด้ายให้แหลกคามือ

 

          [ถึงปากเจ้าจะบอกว่าตัวเองขี้เกียจตัวเป็นขน ทว่าเมื่อถึงเวลาเป็นการเป็นงาน เจ้ากลับทำได้ดียิ่งกว่าใคร มิแปลกที่พวกผู้ใหญ่จะวางใจให้เจ้าคอยสะสางเรื่องยุ่งยากอยู่เสมอ]

 

          มันหยุดอยู่กับที่แล้วเอียงตัวเล็กน้อยก่อนพูดย้ำ [หรือไม่จริง ?]

 

          ข้านิ่งไปสักพัก ก่อนหลับตาลงอย่างยอมแพ้ ...เพราะที่มันกล่าวมานั้นเป็นความจริง แม้จะไม่ชอบแบกภาระหน้าที่ แต่ข้าถือคติว่าเมื่อได้รับมอบหมายภารกิจมาก็จะทำให้ดีเท่าที่คน ๆ หนึ่งจะสามารถทำได้

 

          ด้วยเหตุผลง่าย ๆ อย่าง 'ขี้เกียจตามเช็ดตามล้างอีกรอบ ทำให้มันดี ๆ ไปเลยก็แล้วกัน' แต่ประเดี๋ยวก่อน... สุดท้ายนั่นมันก็เหตุผลของคนขี้เกียจอยู่ดีมิใช่หรือ ?!

 

          ข้าประสานมือวางบนตักพลางสวดภาวนาในใจ เช่นนั้นอย่าได้มาถึงมือข้าเลย ข้าเหนื่อยแล้ว

 

          เจ้าความมืดเอ่ยแซะเสียงใส [แต่เจ้าก็ชอบแส่หาเรื่องใส่ตัวตลอดนี่นา เก่งนักกับการแกว่งเท้าหาเสี้ยน] ตบท้ายคำพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน [ถึงเวลาก็ไม่พ้นมือเจ้าอยู่ดีนั่นแหละ~]

 

          "...."

 

          สุดท้ายอาหารมื้อเย็นวันนั้นเจ้าก้อนยุ่งตัวป่วนก็ชวดขนมหวานอันโอชะไป

 

          [...ฮึก เฮยหยางใจร้าย !!!]

 

          ข้าเสมองไปทางอื่น บ่นพึมพำเสียงเบา "ข้าใจดีที่สุดแล้ว..."

 

          จวบจนวันนี้ข้าถึงได้ตระหนักว่าสิ่งที่เจ้าเงาน้อยพูดนั้นเป็นความจริงมิผิดเพี้ยน เพราะครั้งนี้ข้าเป็นฝ่ายเดินเข้าความอลหม่านเสียเอง ส่วนเจ้าตัวน้อยยังไม่หายเคืองโกรธ งอนตุ๊บป่องอยู่บนไหล่ข้าอย่างน่ารักน่าชัง [เลี้ยงขนมข้าเลยนะ !]

 

        ได้ ได้... ขนมบัวหิมะดีหรือไม่

 

          [ดี ๆๆ ต้องทานคู่กับชาดอกไม้ด้วย !~ ไม่งั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ! (,,ԾԾ,, )]

 

          ข้าหัวเราะเสียงแผ่วเกี่ยวปลายนิ้วเข้ากับเส้นด้ายนุ่มนิ่มสีเดียวกันกับท้องฟ้าตอนนี้ คืนเดือนดับบดบังรอยยิ้มสนุกสนานที่ระบายเต็มใบหน้าของมังกรดำผู้สูงส่งจนหมดสิ้น

 

เอาล่ะ... แล้วคืนนี้ ข้าจะไปสอดแนมที่ไหนดีนะ ?

 

 

          ปุจฉา : ทำอย่างไรถึงจะได้พี่หยางเป็นหลัว ?

 

          ไป๋หยิน : .... *ปรายตามอง*

          เงาน้อย : ข้ามศพข้าไปก่อน !

          เหล่าจิ้งเหลนดำ : ข้าน้อยจะปกป้องนายท่านเอง !!! (กระซิบ// แต่ถ้าอุดหนุนหนังสือของเรา จะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษนะขอรับ)

          พี่หยาง : เล่นอะไรกันอยู่ *มองด้วยสายตาเหนื่อยอ่อน*

 

          วิสัชนา : .... ตายตั้งแต่พี่ไป๋มองแรงละค่า แอ่ก

 

          เซย์ไฮนะคะทุกคน ไม่ได้เจอกันนานเลย (∋д∈) *ปิดตาร้องไห้* เหนื่อยมากกก เปิดเทอมมาก็ไม่ได้พักเลย ฮืออ ที่หายไปคืองานเยอะจนปั่นไม่ทันแล้วจริง ๆ ... กิจกรรมก็ถาโถมเข้าใส่ ใครไหวไปก่อน นุไม่ไหวแล้ว แงง

 

          ;; v ;; /  เราจะสู้นะ แต่ขอบ่นก่อน อึดอัดมากกก ถอนหายใจหลายรอบเลยช่วงนี้ โชคดีที่ไม่ต้องรับหน้าที่ใหญ่ ๆ เพราะมีตัวตายตัวแทนแล้ว *กำหมัดร้องเยส* .... แต่ก็ได้ทำหน้าที่อื่นอยู่ดีนั่นแหละนะ //ร้องไห้แน้ว

 

          ว่าไปทุกคนน่าจะเห็นอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยบนหน้านิยาย ใช่แล้วค่ะ มีสัญลักษณ์หยินหยางเพิ่ม + แก้คำโปรย/บทนำนิดหน่อย เพื่อความสวยงาม :3 เพราะตอนแรกว่าจะประกาศรีไรท์ แต่ตอนนี้หาเวลาเขียนยังไม่ได้เลย 55555555

 

          เฮ้อ....

 

          แต่ก็นั่นแหละค่ะ เราจะพยายาม ทั้งเรื่องเรียนและสิ่งที่เรารัก เราจะฮึ่บนะ ! นักอ่านที่กำลังสู้อยู่เหมือนกันก็มาพยายามด้วยกันนะคะ *ส่งมินิฮาร์ท*



 ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ 'ขนมปัง' เจ้าเก่าเจ้าเดิม

 

          เห็นมีคนบ่นคิดถึงเหล่าจิ้งเลยพามาเสิร์ฟแล้วนะคะะ (///7/// ตอนแรกคิดว่าพอไม่ได้แต่งนานมันจะฝืน ๆ หน่อย พอน้องจิ้งเปิดตัวปุ๊บก็... 5555555 ตอนนี้ก็จะเบา ๆ นิดหนึ่ง เพราะตอนก่อนมันเข้มซะเหลือเกินจ้าพี่จ๋าาา *กระดกกาแฟฟรีหนึ่งแก้ว*

 

          และใช่ค่ะ ขอขอบพระคุณคุณ Ren Pm (จากเว็บ readawrite) ที่โดเนทกาแฟ (20 บ.) นะคะ ดีใจมากกกก ; ////v//// ; And thanks for your lovely comments ! อ่านแล้วใจฟูมากเลย ฮื้ออ เลิฟ

 

          ส่วนเรื่องรีไรท์จะทยอยรีแบบเต่าเดิน (...) และอัปตอนต่อไปแบบหอยทากเลื้อยค่ะ ขอบคุณค่าาา *หัวเราะทั้งน้ำตา* ขอบคุณทุกคนที่รอนะคะ เราจะพยายามนะ !

 

          มาสู้ไปด้วยกันน เย่ !!!

 

          (นี่อยากให้ทุกคนติดตามเพจมากเลย เผื่อคราวไหนหายไปนาน ๆ จะได้รู้สาเหตุ QpQ เพราะส่วนตัวไม่อยากอัปลงนิยาย มันจะกินพื้นที่เกินความจำเป็น ทักเข้ามาพูดคุยในเพจหรือทวิตก็ได้นะ เสิรช์คำว่า KN.26 ก็ขึ้นแล้วว รักนะคะ จุ้บ)

 

          1 เมนต์ = กำลังใจ

 

#มังกรปรปักษ์

#หยินคู่หยาง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #206 prankmaprank (@prankmaprank) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 13:26

    อย่างนี้จะมีเวลาสวีทกันมั้ยเนี่ย หวังว่าปัญหาใหญ่นี้จะคลี่คลายด้วยดีในเร็ววันนะ
    #206
    1
  2. #205 MyDarkSideOfMe (@MyDarkSideOfMe) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 20:23
    อยากเห็นเค้าจีบ เค้าเขินกันอีกกกกก
    #205
    1
  3. #203 1สีคราม (@2612547) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 07:12
    น้องให้ยาเพราะเป็นห่วงพี่นะ(ให้เพราะหวังตัวแค่กกๆ)
    #203
    1
  4. #202 parabola321 (@parabola321) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:33
    น่ารักกกกก
    #202
    1
  5. #201 CrossA (@almar) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 18:43
    ตอนนี้พี่ไป๋มาแค่ชื่ออะ. ค่าตีวแพงมาก 5555
    #201
    1
    • #201-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 22)
      13 มิถุนายน 2562 / 09:22
      พี่ไป๋ไม่ได้ค่าตัวแพง แค่มีบทน้อย(?)แค่นั้นเอง 555555 XD
      #201-1
  6. #200 MyDarkSideOfMe (@MyDarkSideOfMe) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 17:51
    สงสัยพระเอกค่าตัวแพง ไม่โผล่มาเลยตอนนี้ 555 แต่ถูกใจจิ้งเหลนขี้ประจบมากๆ ☺☺
    #200
    1
    • #200-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 22)
      13 มิถุนายน 2562 / 09:21
      พระเอกค่าตัวไม่แพงเล๊ยย จริง ๆ นะ *กะพริบตาปริบๆ* 555555 ข้ารับใช้ที่ดีต้องเลียเป็น !! XD
      #200-1
  7. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 16:58

    แอร๊~ ชอบมากเลยยัง คิดถึ๊ง คิดถึงไรท์ ภาษายังสวยเหมือนเดิม นิยายน่าอ่านเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ เกล่าจิ้งเหลนน่ารักขึ้นนน แอร๊~ ขอบมากๆเลยค่ะ อ่านเพลินมาก มารู้ตัวอีกทีรูปที่ตัวเองวาดในตอนนี้ขึ้นมาซะละ 555+ /ไม่รู้ว่ามันสั้น หรือเราอ่านเพลินกันแน่ 55+ แบ๊บเดียวจบแย้วอ่าาาา/ สู้น้าไรท์ เราก็เรียนหนักเหมือนกัน พยายามเข้า
    #199
    1
    • #199-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 22)
      13 มิถุนายน 2562 / 09:20
      ฮื้ออ เขิน ขอบคุณนะคะะ คิดถึงเหมือนกัน ///7/// ดีใจที่ยังอ่านสนุกเหมือนเดิมนะคะ เราเองก็คิดเหมือนกันว่าตอนนี้มันสั้นแปลก ๆ 55555 THX ! สู้ ๆ เช่นกันน้าาา เลิฟยูว
      #199-1
  8. #198 fighting writeee♡ (@sedna0327) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 16:34
    ใจด้วยนะค้าบบบ จะรอเลยย!!
    #198
    1