มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 2 : ข้ารับใช้ผู้จงรักภักดี...ดีกับผีน่ะสิ !

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 295 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

        ตอนที่ 2 : ข้ารับใช้ผู้จงรักภักดี...ดีกับผีน่ะสิ !

 

 

"หยินและหยาง รวมกันเป็นหนึ่ง มิอาจพรากจากกันได้"

 

.

.

.

 

(ป.ล. นี่คือราชโองการพระราชทานสมรสระหว่างมังกรดำและมังกรขาว)

 

          แล้วยังมีหน้ามาเขียนสุดขอบหน้ากระดาษเพิ่มเติมอีกนะ กลัวว่าข้าอ่านไม่รู้หรืออย่างไรว่ามันคือสมรสพระราชทานที่เบื้องบนประทานมาให้ ! ข้าแทบจะใช้กรงเล็บมังกรฉีกกระชากเจ้าม้วนกระดาษเป็นผุยผง ตบท้ายด้วยการพ่นเพลิงมรณะให้แหลกสลายไปกลางอากาศจนไม่มีผู้ใดได้อ่านมันอีก

 

          ข้ายิ้มเยาะ โชคดีที่ยังมีสติยั้งคิดพอที่จะไม่ทำจริง ๆ แม้ว่าจะอยากทำมากแค่ไหนก็ตาม

 

          ใช่.. นี่เป็นบทลงโทษไม่ผิดแน่ ฮะฮะ สวรรค์ ข้าทำผิดอันใดเล่า ส่งข้าไปบำเพ็ญตบะถือศีลข้าก็ยอม แต่อย่าได้เขียนราชโองการบัดซบเช่นนี้ !

          มิน่า พวกจิ้งเหลนถึงทำหน้าตื่นเช่นนั้น คงเพราะฟังคำปากเปล่าจากผู้ส่งสารหมดแล้ว เหลือแค่ส่งมอบให้ข้าอย่างเป็นทางการเท่านั้น ข้าแค่นหัวเราะเสียงแหบแห้ง มือกำเจ้าราชโองการโง่เง่าจนยับยู่ยี่โดยไม่สนว่าจะทำมาจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์บนสวรรค์ที่ว่ากันว่ากว่าจะโตเต็มที่ต้องใช้เวลาถึงสองพันปี !

 

          เหอะ แล้วอย่างไร ขนาดสวรรค์ยังไม่ไยดีข้าเลย แล้วเหตุใดข้าต้องสนใจสวรรค์ด้วยเล่า !

 

          "บิดามันเถอะ !! มารดามันเถิด !!!"

 

          ความอดทนใกล้ถึงขีดสุด ข้าแทบจะหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด ที่ผ่านมาข้าอดทนอดกลั้นได้เสมอ ถูกโขกสับข้าทนได้ ถูกเหน็บแนมข้าทนได้ แต่คราวนี้เห็นทีข้าจะทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ

 

          "ไฉนฟ้าดินจึงจับคู่ให้ข้าด้วยเล่า ! ข้ามังกรดำเฮยหยางปรารถนาจะครองโสดชั่วชีวิต... แล้วข้ออ้างนั่นมันอะไรกัน หยินต้องคู่กับหยาง หยินหยาง ! บัดซบ ใช้เข่าตรองดูก็รู้แล้วว่าเป็นการกลั่นแกล้งกัน ข้าไม่ได้อยากเกิดมาชื่อหยางเสียหน่อย ต้องโทษสวรรค์ที่ดันสุ่มชื่อนี้มาให้ข้า"

 

          "และต้องโทษนรกที่มันได้ชื่อว่า หยิน ! บัดซบบบบ"

 

          หากแต่เสียงตะโกนกราดเกรี้ยวของมังกรทมิฬกลับมิสู้เสียงกู่ร้องของเหล่าข้าราชบริพารที่พากันปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาเป็นสายด้วยความดีใจอันล้นปรี่ โถมตัวกอดกันกลม เฉลิมฉลองเสียยกใหญ่อย่างหน้าชื่นตาบานระคนโล่งใจ

 

          ในที่สุด วันนี้ก็มาถึงงง ! วันที่ไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ รองรับอารมณ์แปรปรวนของเจ้านายหรือคิดแผนปะทะกันจนชุลมุนไปทั่วฟ้าดิน

 

          นับว่าฟ้ามีตายิ่ง

          จะขอน้อมรับคำบัญชาจากเบื้องบนแต่โดยดี มิมีเกี่ยงขอรับ !

 

          ประเสริฐ !

 

          หลายคนอาจจะมิทราบ แม้นายท่านของพวกเราจะดูเกรี้ยวกราด แต่แท้จริงแล้วรักสงบยิ่ง ถึงจะติดคำสร้อยที่ไม่ค่อยน่าฟัง แต่ก็ยังเป็นนายท่านที่น่ารักและน่าเคารพของพวกเราชาวมังกร ! ท่านเฮยหยางดูแลพวกข้าเป็นอย่างดี อาหารสามมื้อที่มีรสชาติเทียบเท่ากับเจ้านาย เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มมีมิให้ขาด หากข้ารับใช้ตนใดป่วยไข้ไม่สบายก็จะเชิญหมอหรือมอบเทียบยาดี ๆ ให้ แท้จริงแล้วที่พวกเราหน้าซีดและทำทีท่าขลาดกลัว เพียงเพราะต้องการให้นายท่านมังกรดำดูน่าหวั่นเกรงก็เท่านั้น ! (แม้ว่าจะมีบางครั้งที่กลัวจริงก็ตาม...)

 

          ซึ่งก็ได้ผลดีเกินคาด เพราะว่านายท่านเฮยติดชื่ออันดับหนึ่ง มังกรคลั่ง ชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วปฐพี มิมีผู้ใดกล้าแหย็มมังกรดำของพวกเรา !

 

          เว้นแต่จะมีคนผู้หนึ่งที่หาญกล้า...

 

          นั่นก็คือมังกรขาวที่ชอบเข้ามาเดินเล่นในวังเฮยหลงราวกับบ้านหลังที่สอง นามของท่านผู้นั้นคือไป๋หยิน นายท่านไป๋มิค่อยพูดสักเท่าไร แต่เมื่อขยับฝีปากนั้นเต็มไปด้วยถ้อยคำแดกดัน ยั่วโทสะจนทำให้นายท่านเฮยต้องขึ้นลานประลองทั้งร่างแปลงและร่างมังกรอยู่ร่ำไป เรียกว่าไม่เคยมาดีเลยสักครั้งเดียวเลยก็ว่าได้ สร้างความลำบากใจแก่พวกข้าน้อยเป็นอย่างยิ่งยามที่เห็นเนื้อตัวของนายท่านเฮยมีแต่บาดแผล ไหนจะสีหน้าอมทุกข์ที่แทบจะปลดปลงได้ทุกเมื่อนั่นอีก

 

          ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก พวกข้าทำอะไรไม่ได้นอกจากจะคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ

 

          แต่ แต่ แต่ต่ต่ต่

 

          พวกข้าน้อยมิได้ตาบอด แล้วยังเป็นมังกรจึงมีประสาทสัมผัสที่ค่อนข้างดี อีกทั้งจะแจ่มชัดเป็นพิเศษหากเป็นเรื่องของเจ้านาย ดวงตาสีเงินที่จับจ้องมองมาที่นายท่านเฮยนั้นมีความนัยบางอย่างแอบแฝง แม้นายท่านจะไม่รู้ตัว แต่พวกข้าสัมผัสได้อย่างชัดเจน

 

          ข้าน้อยลอบปาดเหงื่อ ร้อนแรงยิ่งนัก ร้อนจนแทบเผาไหม้ร่างกายให้เหี้ยมเกรียม

 

          และหากนายท่านไป๋รู้ตัวว่าถูกพวกข้าแอบมองก็จะตวัดสายตาคมปลาบเย็นยะเยือกใส่ เล่นทำเอาฝันร้ายไปหลายวันหลายคืน ตรองดูเถิด ขนาดนอนกลางวันยังโผล่มา ! น่ากลัวเกินไปแล้ว พวกข้าต่างร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัว ขอนายท่านไป๋หยิน เมตตาข้าน้อยด้วย !

 

          นายท่านเฮยขอรับบบบ รีบหนีไป !?

          เป็นความในใจของพวกข้าที่ได้แต่กัดฟันข่มกลั้นเอาไว้ มิเช่นนั้นอาจถูกกรงเล็บมังกรขาวฟันหัวแบะได้

 

          แต่ยามนี้... เมื่อสวรรค์เห็นพ้องต้องกันว่าทั้งสองควรยืนเคียงคู่กัน ข้าน้อยผู้ต่ำต้อยก็มิอาจแย้งได้ เห็นทีต้องใช้แผนนี้เท่านั้น พวกข้าน้อยรีบส่งจดหมายไปให้ข้ารับใช้ของมังกรขาวโดยมีเนื้อความว่า "นายท่านของเราคือคน ๆ เดียวกัน" ประโยคสั้น ๆ แต่ความนัยมากล้น เพียงเวลาไม่นานจดหมายจากฝั่งนั้นก็ส่งกลับมา เป็นการตวัดตัวอักษรที่มีชีวิตชีวายิ่งนัก !

 

เรามาร่วมมือกันเถอะ !!!

 

          เหล่าข้ารับใช้หรือที่เฮยหยางชอบเรียกว่า จิ้งเหลน ของทั้งสองฝ่ายต่างจับมือเจรจาสงบศึกอย่างสันติพร้อมทั้งร่วมด้วยช่วยกันคิดแผนการให้นายท่านไป๋และนายท่านเฮยครองคู่กันอย่างสงบสุขและหวานหยดจนมดขึ้นให้จงได้ !

 

          "ไอ้พวกบัดซบจิ้งเหลน จิ้งจก !!!"

 

          อ๋าาา นายท่านขอรับ ! พวกข้าต้องขออภัย เสียงโกรธขึ้งของท่านมิได้เข้าหูพวกข้าเลยแม้แต่น้อย ขอตัวไปวางแผนพิธีสมรสของนายท่านกับนายท่านไป๋ก่อนนะขอรับ--

 

          ฟิ้ววว..

          บังเกิดเสียงลมพัดดังหวือ เกิดอาเพศอันใดกับวังเฮยหลง คงมีเพียงเจ้าของวังและข้ารับใช้เท่านั้นที่รับรู้... เว้นแต่จดหมายลาตายฉบับน้อยจะส่งถึงมือข้ารับใช้ของมังกรขาว

         

          "กรี๊ดดดดดดด !! นายท่านนนน อย่าแปลงกายตรงนี้สิขอรับ วังจะพังหมดแล้ว อ๊ากก ข้าปลิวแล้ว ๆๆๆ !? ใครก็ได้ช่วยด้วยยย"

 

          ช่างผิดปกติวิสัย มังกรดำที่ยามปกติมักสงบนิ่ง ติดจะเกียจคร้านเป็นพิเศษ ครานี้กลับตะโกนเสียงดังกึกก้อง เตะต่อยข้าวของจนพังระเนระนาด แค่นั้นยังไม่สาแก่ใจ นายท่านเฮยหยางยังจำแลงกายเป็นมังกรทรงพลังบินทะยานสู่ฟ้าบันดาลให้เกิดฝนตกหนัก สภาพวังที่ร่อแร่อยู่แล้ว ยิ่งพังยับเยินกว่าเก่า ข้ารับใช้ที่รอดพ้นจากลมพายุพากันหลั่งน้ำตา จะต้องลงแรงหนักสักเท่าใดถึงจะกอบกู้วังนี้ขึ้นมาใหม่ได้

 

          และจะแก้วิกฤตการณ์ครั้งนี้อย่างไรดี !?

 

          ในขณะที่วังเฮยหลงชุลมุนวุ่นวายอยู่นั้น วังไป๋หลงเองก็ได้รับพระราชโองการเช่นกัน

 

          ยิ่งน่าประหลาดใจที่นายท่านไป๋ที่ควรบินทะยานไปหาเรื่องกับท่านเฮยหยางกลับนิ่งเงียบ สุขุม เยือกเย็นคล้ายทั้งสองสลับร่างกันอยู่ชั่วคราว สร้างความหวาดระแวงให้กับข้าราชบริพารเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันจดหมายลาตายฝีมือจิ้งเหลนมังกรดำก็มาถึงมือ หลังจากที่ได้อ่านความในสารนี้ก็ได้แต่พากันถอนหายใจและหวังว่าคนฟากนั้นจะรอดชีวิตกันครบทุกคน

 

          นายท่านไป๋ไม่เท่าไร แต่นายท่านเฮย... เล่นฟาดงวงฟาดงาอาละวาดจนตำหนักและตัววังแทบจะพังพินาศไม่เหลือเค้าเดิม โชคดีที่นายท่านหงเฟินฮวาหรือมังกรแดงเข้ามาช่วยห้ามทัพ มิเช่นนั้นคงเกิดศึกหยินหยางอีกเป็นแน่แท้

 

          และคงเป็นคราแรกที่นายท่านเฮยมาหาเรื่องนายท่านไป๋ก่อน

 

          ข่าวลือแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากไฟลามทุ่ง แน่นอนว่าไม่พ้นหูของนายท่านไป๋อย่างแน่นอน มังกรขาวเพียงแค่หรี่ตาลงเล็กน้อยหลังจากที่ฟังข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์กล่าวรายงานถึงความเป็นไปของมังกรดำจบ เขาเพียงเหลือบหางตาเป็นสัญญาณให้ออกไป ทำให้แขกที่นั่งอยู่บนเบาะตรงข้ามยิ่งไม่เข้าใจสถานการณ์ มองบุรุษเบื้องหน้าผู้สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สีเดียวกันกับเรือนผมจนดูเปล่งประกายด้วยความสับสน ก่อนจะเท้าคางลงกับโต๊ะที่มังกรขาวทำงานอยู่อย่างใจกล้า

 

          "ไฉนเจ้าถึงได้ดูใจเย็นเช่นนี้"

         

          เซินหลานเหอหรือมังกรน้ำเงินอดถามมิได้ เมื่อเห็นเพื่อนรักเพียงแค่นั่งจิบน้ำชาด้วยท่วงท่าอันงามสง่า นัยน์ตาคมกริบสีเงินจดจ้องตำราพลางตอบโดยไม่ละสายตาจากหน้ากระดาษ

 

          "... แล้วเหตุใจข้าจึงจะใจเย็นมิได้"

 

          ช่างกล้าถามนะ เซินหลานเหออยากกัดลิ้นตาย

 

          "ยามปกติเจ้าจะต้องปรี่ตัวไปหาเรื่องเฮยหยาง เพราะราชโองการที่ไม่เป็นธรรม แต่ยามนี้เจ้ากลับจิบน้ำชา นั่งอ่านตำราอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ข้าว่านะ การที่สวรรค์จับเจ้าและมังกรดำคู่กันจะต้องมีอะไรแอบแฝงเป็นแน่ มิเช่นนั้นคงหวังให้ฟ้าดินสั่นสะเทือนยิ่งกว่าเดิม ถึงคราวอวสานโลกมนุษย์" มังกรน้ำเงินพ่นลมหายใจยาว "สวรรค์หนอสวรรค์มีตา แต่หามีแววไม่"

 

          ไป๋หยินมิได้กล่าวอันใดตอบ เพียงแค่คลี่ยิ้มบางเบาเท่านั้น เป็นรอยยิ้มที่หากดรุณีน้อยทั้งหลายได้มองสักครั้งเป็นต้องละลายเหลวลงไปกองกับพื้น แต่มิใช่กับเซินหลานเหออย่างแน่นอน รอยยิ้มของปีศาจชัด ๆ ! เป็นครั้งแรกที่บุรุษชุดขาวเผยอเปลือกตาสบเข้ากับดวงสีเข้มของมังกรน้ำเงิน น่าเศร้าที่เขาโง่เขลาเกินกว่าจะเข้าใจจึงได้แต่ยืดหลังตรงอย่างเจียมตัวพร้อมทั้งกระแอมไอเบา ๆ

 

          "เอ่อ.. ข้ามิพูดอันใดต่อก็ได้ แฮะ ๆ"

 

          เซินหลานเหอหรือมังกรน้ำเงินได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มิกล้าถามละลาบละล้วงอันใดอีก เป็นมิตรสหายกันมานานหลายพันปี ข้ายังมิสามารถอ่านแววตาของสหายได้เลยแม้แต่น้อย ข้านั่งซดน้ำชาทั้งน้ำตา

 

          ผู้ที่รู้ความในใจเบื้องลึกของไป๋หยินเห็นทีจะมีแต่เจ้าตัวเท่านั้น

 

          บรรยากาศที่เงียบสงบแฝงความหนักอึ้งดำเนินต่อไป วังไป๋หลงก็ยังสงบสุขเช่นเคย ในขณะเดียวกันก้อนเมฆครึ้มทะมึนและพายุลูกใหญ่ก็สลายหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือซากปรักหักพังที่ยังคงกระจ่างชัด เป็นเครื่องยืนยันว่าเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้านี้เคยเกิดอาเพศครั้งใหญ่ขึ้นจริง ๆ ! มีเพียงตำหนักที่พักของเฮยหยางที่ยังอยู่ดี เหล่าข้ารับใช้ที่รอดชีวิตจากพายุต่างช่วยกันขนก้อนอิฐจากกำแพงที่พังทลายออกจากพื้นที่ บางส่วนก็ไปช่วยคนเจ็บ แบ่งกำลังออกเป็นหลายส่วนเพื่อกอบกู้วังเฮยหลงให้กลับมางดงามดังเดิม นับว่ากำลังใจดียิ่ง !

 

          โชคดีที่ไม่มีใครตาย ถึงแม้จะเป็นลูกกะจ๊อก แต่อย่างไรก็เป็นมังกร มิตายง่าย ๆ หรอกน่า แค่เจ็บหนักปางตายก็เท่านั้น !

 

          ข้าทั้งรู้สึกผิดและละอายใจเป็นอย่างมากที่เห็นเหล่าข้ารับใช้ข้างกายต้องลำบาก เพราะความไม่รู้จักยั้งอารมณ์ของข้า จึงได้รีบนำเอาเทียบยาชั้นดีในคลังออกมาแจกจ่ายอย่างไม่ถืออำนาจบาตรใหญ่ จะถือยศใหญ่อันใดอีก ! พวกมันจะล้มตายกันหมดก็เพราะข้า ไหนจะต้องลำบากท่านพี่หงเฟินฮวา มังกรแดงผู้ปกครองทิศตะวันตกมาห้ามปรามถึงจะได้สติ รู้ตัวอีกทีวังเฮยหลงก็พังไม่เหลือซาก

 

          เป็นภาพที่ไม่คิดว่ามาก่อนว่าจะได้เห็นในชีวิตอันยาวนาน ที่ตรงนี้เคยมีบ่อบึงอันสวยงาม แมกไม้บุปผานานาพันธุ์ รูปสลักมังกรอันองอาจ ยามนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า เศษหินดินทรายกระจัดกระจายไปทั่วอาณาบริเวณ ข้าตัวแข็งทื่อ รู้สึกหน้าชาอย่างบอกไม่ถูก

 

          เป็นครั้งแรกเลยจริง ๆ ที่ข้าคุมตัวเองไม่อยู่ เหมือนเลือดข้างในตัวเดือดพล่าน ความรู้สึกหลากหลายเข้าปะทะจนความคิดเป็นสีขาวโพลน แต่อย่างไรคนที่ผิดก็คือข้า ขนาดเจ้าไป๋หยินที่ควรมาหาเรื่องยังไม่มาเลย แล้วข้าจะต้องเดือดร้อนไปทำไมกัน

 

          "ข้าขอโทษ"

 

          ข้าคุกเข่าลงกับพื้นอย่างสำนึกผิด พวกข้ารับใช้ที่เห็นข้าทำเช่นนั้นรีบฉุดรั้งให้ข้ายืนขึ้น แต่ถึงจะลุกขึ้นยืนได้ก็อ่อนแรงเต็มทนจนท่านพี่หงที่กำลังตรวจดูความเรียบร้อยต้องรีบเข้ามาประคองพาข้าไปพำนักในตำหนัก ข้าพยายามประคองสติอ้าปากเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิวราวกับจะจางหายไปกับสายลม

 

          ".... ท่านพี่หง ขออภัยที่ให้เห็นสภาพไม่น่าดู"

 

          ท่านพี่หงแย้มยิ้มอย่างนุ่มนวล เส้นผมสีเพลิงสั่นไหวยามพยักหน้าเป็นการตอบรับ มือทั้งสองของข้าถูกประคองไว้อย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือ การกระทำเช่นนี้แตกต่างจากภาพลักษณ์ที่ผู้คนจินตนาการเอาไว้มากโขว่ามังกรแดงนั้นป่าเถื่อน ถมึงทึง ดุดัน เพราะคนผู้นี้สวดมนต์เป็นนิจ ศึกษาพระธรรมอย่างถ่องแท้จนร่างทั้งร่างคล้ายมีรัศมีส่องสว่างตลอดเวลา พร้อมทั้งใบหน้างามหมดจด นัยน์ตาสีทับทิมทรงเสน่ห์ หากมิมีสีเส้นผมและดวงตาอันเป็นเอกลักษณ์ เกรงว่าจะไม่มีผู้ใดในใต้หล้ามองออกว่าคนผู้นี้สืบทอดสายเลือดมังกรแดง !

 

          บางครั้งข้าก็สงสัยว่าสายเลือดมังกรแดงที่สืบทอดมาหลายรุ่นนั้นจางหายไปหรือซุกซ่อนอยู่ที่ใดกันนะ

 

          "มิเป็นไรหรอก น้องหยาง เกิดเรื่องอันใดขึ้นรึ หรือว่าน้องหยินทำอันใดกับเจ้าอีก" ท่านพี่เอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงจากใจจริง รับรู้ได้ถึงแรงบีบที่ฝ่ามือเสริมให้คำพูดให้หนักแน่น ข้าหรี่ตาลงเล็กน้อย มิควรพูดโป้ปดกับผู้อาวุโส อีกทั้งอีกฝ่ายคือศิษย์พี่ที่ข้าเคารพรักนับถือจึงว่ากล่าวไปตามตรง

 

          "เจ้านั่นมิได้ทำ แต่การที่ข้าขาดสติเช่นนี้มันก็มีส่วน"

 

          "เล่าให้พี่ฟังได้หรือไม่"

 

          "ท่านพี่... อีกไม่นานข่าวลือคงแพร่สะพัดไปไกล ท่านพี่อยากฟังจากปากข้าหรือข่าวคราวจากปากต่อปากเล่า"

 

          ข้าถามทีเล่นทีจริงด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ คาดเดาว่าอีกไม่นานเรื่องที่วังเฮยหลงเละไม่เป็นท่าเช่นนี้คงถูกนำเอาไปพูดต่อ ๆ กันมากมาย ไหนจะราชโองการบัดซบการจากสวรรค์ที่อย่างไรเสีย ย่อมมิพ้นหูของพวกชอบสอดรู้สอดเห็น ไม่พ้นข้ามคืนหัวข้อในวงสนทนาคงมีแต่เรื่องนี้ คิดแล้วก็หน่ายใจ ข้าไม่ชอบการตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเลยจริง ๆ

 

          "ย่อมจากปากเจ้า หากฟังจากปากผู้อื่นจะใส่สีตีไข่ถึงเพียงใดก็มิรู้ บอกมาเถิด น้องหยาง"

 

          ข้าทราบดีว่าท่านพี่จะไม่มีวันหัวเราะเยาะใส่ข้าหรือพูดจาทับถมให้ข้ารู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม ข้าสงบจิตสงบใจอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะตอบกลับไป "เบื้องบนส่งราชโองการถึงข้าขอรับท่านพี่"

 

          "ราชโองการ ... พระราชทานสมรสใช่หรือไม่"

 

          "ท่านพี่ !!" ข้าอ้าปากเหวอ ตาเบิกกว้างมองท่านพี่ที่นั่งอยู่ข้างเคียงด้วยความแปลกใจระคนนับถือ สมกับเป็นท่านพี่ ฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก ! ใบหน้างามคิ้วกระตุกเล็กน้อยเมื่อตัวเองคาดเดาได้ถูกต้องพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

 

          "ข้าเดาไว้ไม่มีผิด เฮ้อ.. น้องหยาง พี่เห็นใจเจ้ายิ่งนัก"

 

          "พี่หง ข้าจะทำอย่างไรดี ข้าไม่อยากแต่งงานกับเจ้าบัดซบไป๋หยิน แค่ยืนอยู่เฉย ๆ มันก็จ้องหน้าข้าแทบจะกินเลือดกินเนื้อแล้ว..."

 

          ข้าหน้าซีด ตัวสั่นระริกเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ในบางครั้งบางคราเจ้านั่นมันไม่ได้มาเพื่อสู้รบ ทว่ากลับจับจ้องข้าตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าจนพอใจแล้วจากไปโดยมิเอื้อนเอ่ยสิ่งใด ไม่รู้ด้วยเหตุใดข้ากลับรู้สึกสั่นสะท้านยิ่งกว่าถูกมาหาเรื่อง สู้มาต่อยตีกับข้ายังดีกว่ามามองด้วยสายตาเช่นนั้น ขนหัวลุก !

 

          มังกรแดงยิ้มเจื่อนปรายสายตามองน้องชายด้วยแววตาเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง

 

          'อืม น้องรัก ข้าว่าจ้องอย่างหื่นกระหายน่ะสิไม่ว่า'

 

          หงเฟินฮวาได้แต่กล้ำกลืนประโยคนั้นลงคอ หากกล่าวออกไปมีหวังวังเฮยหลงพินาศยิ่งกว่าเดิมเป็นแน่ แค่ราชโองการสมรสพระราชทานยังทำให้เฮยหยางคลุ้มคลั่งเสียขนาดนี้ หากพลั้งปากบอกไปจะไม่ทำให้น้องหยางสติแตกหนักกว่าเก่าหรอกรึ มังกรคนพี่โคลงศีรษะเอือมระอายื่นมือไปลูบหลังปลอบขวัญน้องรัก ไฉนเด็กดีต้องผจญกับเรื่องแบบนี้ด้วยนะ สวรรค์กลั่นแกล้งหรืออย่างไรกัน

 

          "เจ้าอย่าได้วิตก ราชโองการจากเบื้องบนเอาแต่เอานอนมิได้ วันนี้ราชโองการสมรส วันหน้าอาจส่งราชโองการให้เจ้าหย่าขาดกับไป๋หยิน ผู้ใดเล่าจะเดาใจสวรรค์ถูก"

 

          "... ท่านกล่าวได้ถูกต้อง แต่ข้าเกรงว่าวันนั้นจะไม่มาถึง ข้าคงถูกมันฆ่าทิ้งก่อนวันตบแต่ง" ข้าแค่นหัวเราะอย่างอ่อนล้าและปลงตก

 

          ใช่ ข้ากับมังกรขาวไม่ถูกกันมานานแล้ว ที่มันไม่โผล่หัวมาวันนี้ มิใช่ว่าวางแผนลอบฆ่าข้าให้ตลอดอย่างทรมานหรอกรึ นอกจากสวรรค์ที่เดาใจยาก ก็มีมันที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ! วันดีคืนดีมาท้าประลองร่างคน ถัดมาไม่กี่วันส่งยาสมานแผลชั้นดีมาให้ แล้วก็วนกลับไปเหมือนเดิม สู้กัน พักรบ เวียนไปเรื่อย ๆ ที่ท้องพระคลังมากกว่าครึ่งล้วนเป็นยาบำรุงทั้งสิ้น ไม่ทราบว่ามาดีหรือมาร้าย แต่ละวันได้แต่เฝ้ารอว่าจะมาไม้ไหน

 

          "เป็นไปมิได้หรอก"

 

          เมื่อได้ยินเช่นนั้นหงเฟินฮวาส่ายหน้าตอบช้า ๆ ทว่าหนักแน่นจนข้าเลิกคิ้วมองอากัปกิริยานั้นอย่างนึกสงสัย ในแววตาคู่นั้นไม่มีคำโป้ปด ทั้งยังส่องประกายทอแสงบางอย่างที่ตัวข้ามิอาจเข้าใจ ข้ามิได้โง่งม แต่ในบางครั้งท่านพี่หงดูมีลับลมคมในอย่างยากที่จะคาดเดา

 

          "ไฉนท่านพี่จึงดูมั่นอกมั่นใจได้ถึงเพียงนั้น"

 

          "ข้าเป็นมังกรผู้อาวุโสที่สุดในเหยียนหลง เจ้าจงเชื่อคำพี่โดยปราศจากข้อโต้แย้งเถิด"

 

          ถ้อยคำเมื่อครู่นี้ถือว่าเป็นคำขาด

          ข้าได้แต่พยักหน้าอย่างจำใจ เหยียนหลงในที่นี้หมายถึงมังกรทั้ง 7 สี อันได้แก่ สีแดง สีดำ สีม่วง สีเขียว สีขาว สีน้ำเงิน และสีเหลือง ... แท้จริงจะกล่าวว่ามีเพียงแค่เจ็ดสีก็มิถูกนัก ภายภาคหน้าอาจมีมังกรสีใหม่เกิดขึ้นก็ได้ ผู้ใดเล่าจะล่วงรู้ หากเรียงตามอายุท่านพี่หงนั้นอาวุโสที่สุด ข้าอายุรองลงมา ตามด้วยมังกรม่วง มังกรเขียว เจ้าตัวบัดซบ มังกรน้ำเงิน และน้องคนเล็กสุดคือมังกรเหลืองที่ตอนนี้เป็นแค่เจ้าเปี๊ยกสูงแค่เอวของข้า

         

          และถ้าถามว่าแต่ละคนอายุเท่าใด ข้าก็มิอาจตอบได้ เพราะข้าไม่เคยนั่งนับอายุของตนเอง แค่จำได้ว่าใครอาวุโส ใครเด็กกว่าก็เต็มกลืนแล้ว

 

          แต่ช่างปะไรกับเรื่องหยุมหยิม เพราะนอกจากเหยียนหลงแล้วยังมีมังกรหลายประเภท มิได้จำกัดแค่สีเพียงอย่างเดียว แค่นึกถึงตอนเยาว์วัยที่ข้าต้องตรากตรำร่ำเรียนเรื่องลำดับของมังกรแล้วขนพลันลุกชัน ตั้งแต่การเกิด อายุขัย ลักษณะ รายละเอียดยิบย่อยที่จะรู้หรือไม่ต้องรู้ก็ได้ถูกหยิบใส่ในตำราจนเล่มหนาปึก ข้าใช้เวลาหลายร้อยปีในการท่องจำจนแทบกระอักออกมาเป็นตัวอักษร !

 

          ไม่ล่ะ ๆ พอแล้ว ข้าเกลียดการท่องตำรา ข้าสะบัดตัวอักษรที่เข้าใจยากออกจากหัวพลางชำเลืองมองท่านพี่หงที่ยังคงระบายยิ้มนุ่มนวลราวกับกำลังหาคำตอบ

 

          เป็นพี่น้องมานานหลายพันปี ไหนเลยจะอ่านสีหน้าและแววตาคู่นี้ไม่ออก

 

          "ท่านพี่หงอุตส่าห์ถ่อมาถึงนี่ เกรงว่าคงมิใช่มาปรามข้าเพียงอย่างเดียวกระมัง" ข้าสะบัดชายเสื้อเหยียดหลังตรง หลังจากที่เอนพิงกับเสาต้นหนึ่งมาสักพักหนึ่ง หงเฟินฮวาหรือมังกรสีชาดไม่แม้แต่เปลี่ยนสีหน้า หากแต่กดริมฝีปากลึกกว่าเดิม

 

          "น้องหยางยังเป็นคนเข้าใจง่ายเช่นเดิม ดี พี่จะได้เข้าเรื่อง มิต้องเสียเวลา"

 

          หงเฟินฮวาล้วงเข้าไปในสาบเสื้อแล้วดึงบางอย่างมอบให้ข้า กวาดตามองแวบหนึ่งก็พอเดาได้ว่าคือสิ่งใด เทียบเชิญที่ตกแต่งอย่างสวยงามและละเอียดอ่อนถูกยื่นตรงหน้า ข้าหรี่ตาลงไม่ได้รับในทันที จริงอยู่ที่ข้าชอบลงไปเที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์ แต่ข้านั้นกลับไม่สำราญกับงานเลี้ยงวงในเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับเหล่ามังกรด้วยกันเรียกว่าขยาด ข้ามองลึกเข้าในนัยน์ตาสีทับทิมอย่างระแวดระวัง

 

          "นี่มันเรื่องอันใด"

 

          "มีงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ศาลาริมน้ำ อยากเชิญน้องรักมาร่วมดื่มชา"

 

          "... ท่านพี่ วัน ๆ ท่านนั่งสวดมนต์ท่องคาถา มิมีทางร่วมงานเลี้ยงเอิกเกริกเช่นนี้ บอกข้ามาเถิดว่าแท้จริงแล้วท่านต้องการสิ่งใด ?" ข้ารับเทียบเชิญฉบับนั้นมาดูเล่นไปพลางระหว่างรอคำตอบ เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วไล้ก็รู้ได้ทันทีว่าทำมาจากไม้เนื้อดี ลองสูดดมก็ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากการรมควันกระดาษ

 

          "เจ้าฉลาดหลักแหลมเสียจนข้าหวั่นใจ"

 

          ผู้อาวุโสกล่าวชม หากไม่รู้สึกเขินอายก็คงเป็นไม่ได้ ข้ากระดากอายเล็กน้อย ก่อนจะกระแอมไอเบา ๆ อย่างรักษาท่าที เมื่อเห็นเช่นนั้นท่านพี่หงจึงหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาราวกับเสียงระฆังให้ผู้คนต้องมนต์ แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น พริบตาต่อมาใบหน้างามหมดจดพลันเปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังเสียจนข้าปรับตัวไม่ทัน

 

          "งานเลี้ยงคราวนี้เจ้าควรไปเป็นอย่างยิ่ง เพราะมังกรแห่งเหยียนหลงทุกตนต้องเข้าร่วม"

 

          "มังกรแห่งเหยียนหลง.... ทุกตน ?" ข้าทวนคำถามเสียงค่อย

         

          "ใช่ แต่น้องหยางมิต้องกังวล เพียงแค่เป็นกำหนดหมายเดิม แต่เจ้าก็รู้ว่าพื้นเพมังกรแห่งเหยียนหลงล้วนเอาแต่ใจ บางทีอาจจะไปไม่ครบเสียทุกตนก็เป็นได้"

 

          "ท่านพี่ หากท่านเป็นคนชวน ข้าย่อมไม่มีทางปฏิเสธได้อยู่แล้ว ... เฮ้อ ข้ามิรู้จะพูดอันใดแล้ว นอกจากสวรรค์จะเล่นตลก ท่านพี่ยังตลบหลังข้าอีก" เล่นพูดมาเสียขนาดนั้น ข้าจะว่ากล่าวอันใดได้ ข้าเอนหลังพิงกับเสาอย่างอ่อนแรงอีกครั้งพร้อมถามวันเวลาให้ถี่ถ้วน ก่อนนัยน์ตาจะเบิกโพลง

 

          ... อีกสามวัน ! ข้าน้ำตาซึม ไม่มีเวลาให้ข้าทำใจแม้แต่น้อยนิด แค่สามวันหากเทียบกับอายุหลายพันปีของพวกเราเรียกว่าแค่กะพริบตาก็ผ่านเลยไปแล้ว แล้วข้าจะเอาตัวรอดอย่างไรดี ข้าขมวดคิ้วครุ่นคิด จะหนีไปเกรงว่าจะทำให้ท่านพี่ผิดหวังและเสียหน้า จะไปก็มีแต่ช้ำจิตช้ำใจเปล่า ๆ สรุปแล้วไม่มีทางไหนให้ข้าเลือกเลย เมื่อเห็นข้ายังหาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้ท่านพี่จึงพูดต่อ

 

          "อีกทั้งเจ้าเองก็เป็นผู้อาวุโสเช่นกัน สมควรไปดูหน้าค่าตามังกรรุ่นใหม่ ๆ ที่น่าจับตามองและประเมินพวกเขาไปในตัว"

          "ท่านพี่ ข้าอาวุโสงั้นรึ อยากจะหัวเราะให้ฟันหัก แล้วเหตุใดผู้อาวุโสถึงถูกคนผู้น้อยรังแกด้วยเล่า !" ข้าตะคอกกลับไปอย่างอึดอัดใจ เพ้ย อาวุโสอันใดถูกหาเรื่องได้ไม่เว้นวัน นอกจากเจ้าไป๋หยิน ก็มีพวกมังกรปลายแถวมาส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่นอกกำแพงจนข้าต้องบันดาลให้เกิดฝนตกหนักมหาศาล ให้น้ำหนักของแต่ละหยาดหยดดุจก้อนหินทิ่มแทงถึงจะยอมลามือกลับไปแต่โดยดี

 

          ดูเถิด ชีวิตของข้าต้องพบเจอกับอะไรบ้าง !

 

          "เพราะเจ้าอ่อนข้อให้มากเกินไป" หรืออีกนัยหนึ่งคือใจดีมากเกิน ข้ากระตุกคิ้วอย่างไม่อยากจะยอมรับความจริงข้อนั้นสักเท่าไร แหม ถึงข้าจะรักสงบ แต่อุตส่าห์ได้รับฉายาว่า มังกรทมิฬใจเหี้ยม เชียวนะ ทั้งรู้สึกเป็นเกียรติและอยากจะร่ำไห้ในเวลาเดียวกัน

 

          "จำเป็นต้องอ่อนข้อให้ หากมิใช่คนในตระกูลมังกร มีรึข้าจะไว้หน้ามัน... หึ"

 

          ข้าหัวเราะเสียงแหบแห้ง มือยกถ้วยชาชั้นเลิศมาดื่มดับกระหาย มังกรสีชาดมองข้าก่อนผลิรอยยิ้มน้อย ๆ เอ่ยชวนด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ยากจะปฏิเสธ ข้าคิดในใจอย่างเหนื่อยหน่าย ท่านพี่นะท่านพี่ ข้ามิแปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีคนเข้ามารุมล้อมหรือตามประจบตลอดเวลา ใบหน้าเช่นนั้นเป็นของอันตรายจริง ๆ โชคดีที่ท่านศรัทธาในคำสอนจึงมิได้ทำตัวเหลวแหลกหลงระเริงไปกับความจริงใจจอมปลอม

 

          "เจ้ามาพร้อมข้าดีหรือไม่ เจ้าไม่ได้ร่วมงานเลี้ยงนานคงอึดอัดใจเล็กน้อย"

          ข้ายิ้มตอบ "ไม่เล็กน้อย หากมากมายเกินพรรณนา เอาเถิด ๆ ถือเสียว่าข้าไปเปิดหูเปิดตาก็แล้วกัน ต้องขอรบกวนศิษย์พี่แล้ว" พลันหลุบตาต่ำยอมรับชะตากรรมแต่โดยดีแล้วออกจากตำหนักเดินส่งท่านพี่หงกลับวัง เพราะนี่ก็ยามโหย่ว (17.00 - 18.59 น.) แล้ว หากยังอยู่ต่อเกรงว่าจะทำให้วังมังกรแดงปั่นป่วนได้ เป็นมังกรผู้อาวุโส ย่อมมีงานรุมเร้าอยู่แล้ว ก่อนจากลาข้าเอ่ยถามกับท่านพี่หงเป็นครั้งสุดท้ายว่า

 

          "ข้าควรทำตัวเช่นไรบ้าง.."

 

          "ทำตัวตามปกติ เพียงแต่สำรวมกาย วาจาให้ดี อย่าแสดงกิริยาที่หยาบกระด้าง เพราะข้าเกรงว่ายามนี้พวกเขาคงทราบถึงราชโองการแล้ว เจ้าเตรียมรับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เถิด"

 

          ข้าถอนหายใจเบื่อหน่ายอย่างไม่รักษากิริยา เรื่องยุ่งยากเช่นนี้เมื่อไรจะหมดไป พร้อมค้อมศีรษะส่งท่านพี่หงเฟินฮวา มังกรสีชาดผู้งามสง่าโผบินสู่ท้องฟ้าลาลับไป ก่อนหันหลังกลับไปช่วยเหล่าจิ้งเหลนซ่อมแซมวังเฮยหลงให้กลับมาสภาพเดิม

 

สามวัน แค่สามวัน ! มาดูกันเถิดว่าวังจะซ่อมเสร็จก่อนหรือข้าจะสติแตกก่อนกัน !

 

 - - - - -

 

          พี่หงคนงามออกมาแล้ว ! เป็นมังกรแดงที่เลือดร้อนใช่ไหมล้า-- ไม่เหรอ !? ออกมาทำแต้มบ้างไรบ้าง หนุ่มหน้าสวยนี่ดีต่อใจจริง ๆ ค่ะ / จิบชา

 

          ชื่อ : หงเฟินฮวา ,หงหลง (ทางการ)

          สถานะ : มังกรแดงผู้ปกครองทิศตะวันตก , มังกรลำดับที่หนึ่งแห่งเหยียนหลง

          รูปร่างหน้าตา : เรือนผมสีแดงเพลิง ดวงตาสีทับทิม มักจะแต่งตัวด้วยอาภรณ์ที่มีสีแดงเป็นตัวเสริมมากกว่าจะเป็นสีแดงทั้งชุด เครื่องประดับมักจะปักปิ่น ใบหน้างดงาม ดูละมุนตาและอ่อนโยน ทั้งน้ำเสียงยังนุ่มนวลราวกับบทสวดมนต์ขับกล่อม(...) ตัวสูงโปร่ง จริง ๆ มีกล้าม แต่ซ่อนรูป อีกทั้งยังสวมเสื้อผ้ามิดชิดจึงไม่เป็นที่สังเกตเท่าไร

          ลักษณะนิสัย : สุภาพ อ่อนโยน มีเมตตาต่อสัตว์โลก (พี่หยางได้กล่าวเอาไว้) ชอบสวดมนต์และทำวัตรเป็นนิจ มีหนังสือบทสวดมากมายให้เลือกสรร แต่... สายเลือดมังกรแดงก็ไม่ควรดูถูกกันง่าย ๆ จริงไหม O_<

 

          บทไป๋หยินมันน้อยเกินกว่าที่จะแปะข้อมูลประกอบจริง ๆ ค่ะ *หัวเราะ* // โดนฟันหัวแบะ แล้วก็เซินหลานก็ตัวประกอบดี ๆ นี่เอง เป็นไงกันบ้างคะกับตอนที่ 2 หวังว่าจะสนุกกันนะ !

          สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ ถึงจะเริ่มแต่งได้ไม่นาน แต่อยากให้ทุกคนอยู่กับเราไปนาน ๆ นะคะ !

 

          1 เมนต์ = กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 295 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #373 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 18:47
    เธอมันร้ายยยย อาไป๋
    #373
    1
    • #373-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 2)
      7 พฤษภาคม 2563 / 20:18
      เด็กมันร้ายยยย XD พี่หยางต้องตามให้ทันนะะ
      #373-1
  2. #367 ttlovePswmakka (@ttlovePswmakka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 22:26
    ดูออกน้าไป๋ไป๋
    #367
    1
    • #367-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 2)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:19
      ไม่ค่อยเลยน้าาา (อิ_อิ
      #367-1
  3. #337 Pissuda627 (@0862223050) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 11:19
    คือเหมือนเป็นแผนพี่ไป๋อ่ะ555
    #337
    1
  4. #318 mababeblue (@Palindrom28) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 20:22
    อาไป๋มันรว้ายย
    #318
    1
  5. #140 นกน้อย5 (@2612547) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 17:41
    ผู้อาวุโสแต่โดนเด็กแกล้ง55+
    #140
    1
  6. #138 Muchmi (@Muchmi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 20:48
    พูดเรยค่ะ งานแมะเด็กต้องมากแร้วจุดนี้!!!!!!!!
    #138
    1
  7. #127 cream_o2 (@Cream_o) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:57
    หยินหยาง ช่างคู่กันจริงๆ หึหึ
    #127
    1
    • #127-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 2)
      26 เมษายน 2562 / 23:04
      ขาวคู่ดำ ดำคู่ขาวว~~ XD
      #127-1
  8. #63 บาบาน่า (@FISHOKUN) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 22:54
    พี่ไป๋ต้องอยู่เบื้องหลังของงานแต่งนี้แน่ๆ 555 ตอนนี้ขอปักธงพี่หงไว้ค่ะ ถถถถ ชอบหนุ่มธรรมมะ หน้าตาอ่อนโยน(?) 5555
    #63
    0
  9. #62 บาบาน่า (@FISHOKUN) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 22:52
    พี่ไป๋ต้องอยู่เบื้งหลังของงานแต่งนี้แน่ๆ 555 ตอนนี้ขอปักธงพี่หงไว้ค่ะ ถถถถ ชอบหนุ่มธรรมมะ หน้าตาอ่อนโยน(?) 5555
    #62
    1
  10. #35 Rindis (@Rindis) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:15

    แต่งตอนได้ยาวดีอ่านเพลิน แจ่มเลยไรท์//ยกนิ้ว

    #35
    1
    • #35-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 2)
      21 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:02
      ขอบคุณค่ะ เขินเลยย ///// เราพยายามแต่งให้ได้ 4,000 ตัวอักษรขึ้นไปน่ะค่ะ 5555
      #35-1
  11. #4 G-oo2 (@G-oo2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 08:23

    สนุกมาก มาต่อไวๆน้าา~

    #ไรท์สู้ๆ!!

    #4
    2
    • #4-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 2)
      2 มกราคม 2562 / 11:39
      ขอบคุณน้าา ❤
      #4-1
    • #4-2 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 2)
      2 มกราคม 2562 / 11:39
      ขอบคุณน้าา ❤
      #4-2
  12. #3 สายหมอก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 00:11

    สนุกดีค่ะ จะรอตอนต่อไปนะคะ

    #3
    1
    • #3-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 2)
      2 มกราคม 2562 / 11:38
      ขอบคุณมากค่ะ !
      #3-1
  13. #2 ราชินีขี้เซา (@0983163561) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 23:11
    อ่านแล้วนะสนุกมาก5555
    #2
    1
    • #2-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 2)
      2 มกราคม 2562 / 11:38
      ดีใจที่ชอบนะคะ 5555
      #2-1