มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 15 : ท่าทีที่ดูแปลกไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    31 มี.ค. 62

       ตอนที่ 14 : ท่าทีที่ดูแปลกไป

 

 

          "เช่นนั้นหรือ..."

 

          "แล้วท่านพี่หงมีความเห็นอย่างไร ?"

 

          ข้าเอ่ยถามเสียงเคร่งเครียด ทั้งสีหน้า แววตากล่าวได้ว่าไร้ที่ติ สมบูรณ์แบบ ! สุขุมนุ่มลึก แลดูเป็นเอาจริงเอาจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เรียกสายตาชื่นชมจากมังกรแดงได้เป็นอย่างดี

 

          ข้ายิ้มเผล่ ความในใจนั้นสวนทางกับการกระทำเป็นอย่างยิ่ง

 

          อันที่จริงแล้วคือแสร้งทำเอาหน้าพี่ชายคนสนิทก็เท่านั้น ให้พี่หงคนงามรับรู้ว่าข้ามิได้ไปเสียเที่ยวหรือทำตัวเถรไถลเหลวแหลกแต่อย่างใด พร้อมกันนั้นก็ส่งสายตากดดันเบา ๆ แม้ใบหน้าของคู่สนทนาจะผลิยิ้มนุ่มนวลดังเดิมเหมือนไม่รับรู้สิ่งใด แต่เนื่องจากเป็นพี่เป็นน้องกันมานานเกินหลักร้อยปี มังกรสีชาดย่อมรู้ดีว่าข้าหมายถึงให้นำเรื่องนี้ไปแจ้งท่านประมุขให้เรียบร้อย

 

          อย่าลืมเสียล่ะว่าประมุขทั้งหลายก็อยู่ใต้อาณัติสวรรค์อีกทีหนึ่ง

 

          เมื่อประมุขมังกรทราบข่าวก็จะนำเรื่องนี้ไปทูลกับเบื้องบน กล่าวยกย่องเยินยอสรรเสริญความดีความชอบของข้า ตัดเสริมเติมแต่งให้ข้าดูเป็นคนดีเท่าไรยิ่งดี !

 

          ...ถึงวิธีการแก้ไขปัญหาของข้าจะดูเหมือนโจรเด็ดบุปผาไปนิด ออกจะป่าเถื่อนไร้คุณธรรมไปสักหน่อย

 

          [... ไม่นิด ๆ หน่อย ๆ นะข้าว่า ò)]

 

          ข้าทำเมินเสียงของเจ้าความมืดตัวจ้อยราวอีกฝ่ายไร้ตัวตน

 

          จะได้ไม่โยนเหาใส่หัวข้าอีก ! บัดซบ คิดว่าข้ามีเวลาว่างลงไปเดินเล่นสักเท่าใดกันเชียว ไหนจะต้องปั้นหน้าคุยเรื่องเป็นการเป็นงานอีก ! คิดว่าข้าชมชอบเรื่องที่ต้องมีพิธีรีตองมากนักหรืออย่างไร

 

          เพ้ย ปล่อยข้าลงไปเที่ยวได้แล้ว !!

 

          เจ้าเงาดำทะลุกลางปล้องขึ้นมาทันใด กล่าวด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้มใจ [เจ้าตีสองหน้าเก่งเหลือเกิน ! (๑˃̵ᴗ˂̵)و ในใจเดือดดาล เพลิงโทสะสุมแน่นอยู่เต็มอก ภายนอกกลับสงบนิ่งประดุจสายน้ำไหลเอื่อย ขอชื่นชม ๆ ~]

 

        ...สาบานว่านั่นเป็นคำชม ?

 

          [แสดงละครได้ยอดเยี่ยม สมแล้วที่เป็นศิษย์เอกของข้า--]

 

          ข้าพูดตัดบทอย่างเย็นชา

 

          หากมีอาจารย์เช่นเจ้า ข้าขอกัดลิ้นตายเสียดีกว่า

          [เฮยหยาง... (`*) ] เจ้าเงาน้อยทำน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ [มังกรไม่ตายง่าย ๆ กับอีแค่กัดลิ้นฆ่าตัวตายหรอก เจ้าดูละครงิ้วมากเกินไปแล้วกระมัง เพลา ๆ เสียบ้างนะ]

 

          ...ช่างเถิด ข้าลูบจมูกแก้ขัด ในใจรีบคิดเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นอย่างแนบเนียน

 

          แล้วผู้ใดกล่าวว่าข้ารีบหนีเที่ยวทันทีหลังสลัดเจ้าตัวบัดซบได้ มันผู้นั้นคิดผิด !

 

          แม้ใจจะลอยไปไกลถึงดินแดนเบื้องล่าง ข้าย่อมรู้หน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองเป็นสำคัญ เพียงสองวันหลังจากกลับถึงวังเฮยหลงก็รุดหน้าเข้ามารายงานความเป็นไปของดินแดนใต้น้ำกับศิษย์พี่ใหญ่ผู้มอบหมายภารกิจทันที

 

          รวมถึงเรื่องม่านพลังที่ขยายออกเป็นวงกว้างครอบคลุมถึงจุดศูนย์กลางทั้งสี่ทิศ จำต้องแก้ไขโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

          ข้าเสนอความคิดว่าควรให้ท่านพี่หงผู้มีความสามารถในการใช้เปลวเพลิงให้การช่วยเหลือ ด้วยพลังของพี่ใหญ่จะต้องเกิดประโยชน์อย่างแน่นอน ! ทว่าดวงตาทับทิมล้อมกรอบด้วยแพขนตางอนงามกลับหลุบลงอย่างใช้ความคิด นิ้วมือเรียวงามทั้งห้าสอดประสานวางบนตัก ท่าทีจริงจังเช่นนั้น ทำเอาข้าเผลอยืดหลังตรงโดยไม่รู้ตัว

 

          [... ข้าไม่ได้คิดไปเองแน่ ๆ หงเฟินฮวาผู้นี้แอบน่ากลัวเร้าอารมณ์นิด ๆ นะ มิน่าล่ะ ! ถึงเป็นที่นิยมทั้งบุรุษเพศและสตรีเพศ (*ꈍ꒳ꈍ*) ไอ้หยา~~ ดูดวงตาสีเลือดคู่นั้นสิ แทบจะทำให้คนมองคลั่งได้เลย~]

 

          ใช่เวลาไหมเล่า ข้าแอบร้องครวญในใจ

 

          อย่างไรเสียข้าก็ชอบท่านพี่หงยามอ่อนโยนดุจเทพเซียนมากกว่า เห็นแบบนี้ทีไร ไม่ชินทุกที ข้าไหล่ลู่ลงอย่างจนใจ ใบหูก็เงี่ยฟังศิษย์ผู้พี่พูดทุกตัวอักษร

 

          "ตัวพี่กลับเห็นต่าง เป็นความจริงที่ว่าพลังของพี่สามารถช่วยเหลือดินแดนเต่าได้ แต่... พี่คิดว่าเราควรขอความร่วมมือจากแดนหงส์จักเป็นการดีกว่า"

 

          สิ้นคำของมังกรเพลิง คิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากันทันที มิคิดเลยว่าท่านพี่หงจะกล่าวถึงดินแดนเจ้าแห่งปักษา สัตว์เทพประจำทิศใต้ "หงส์แดง"

         

          หากมังกรมีความสามารถสร้างมิติลวง เต่ามีกลยุทธ์สร้างกระแสน้ำเป็นเกราะกำบังฉันใด หงส์ย่อมมีพลังวิเศษฉันนั้น

 

          ซึ่งพลังที่ว่าส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวกับ "ความร้อน" ทั้งสิ้น ไม่จำกัดว่าความร้อนจะมาในรูปแบบใด จากเปลวไฟก็ดี จากสายลมร้อนผ่าวก็ดี เพราะในเผ่าพันธุ์วิหคนั้น ธาตุไฟคือธาตุหลัก

 

          หงส์บางตนมีพลังมากหน่อยก็จะสามารถสร้างเปลวเพลิงเป็นอาวุธแผดเผาได้ หรือบางคนก็ทำได้เพียงแค่จุดเทียนไขเท่านั้น ด้วยพลังที่แบ่งแยกออกเป็นหลายสายหลายระดับ ต่างจากเผ่าอื่นที่ส่วนใหญ่จะเหมือน ๆ กันหมด ดังนั้นในการรับมือกับหงส์จะต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ

 

          พูดเหมือนมีประสบการณ์... ใช่ เมื่อนานมาแล้วข้ามีเรื่องกับคนจากแผ่นดินนี้นิดหน่อย แต่ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอันใด ปล่อยมันไปก็แล้วกัน

 

          ความสามารถโดยพื้นฐานของหงส์คล้ายกับมังกรสีชาด แม้จะมีจุดที่แตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ไม้ตายคือความร้อน หากยืมมือหงส์ให้เข้าช่วยเหลือย่อมไม่มีปัญหา ในอดีตข้าเองก็ทำคุณประโยชน์ให้กับดินแดนนั้นอยู่บ้าง พอจะเรียกร้องทวงบุญคุณได้อยู่

 

          แต่ปัญหาคือระยะทางที่ห่างไกลกันเป็นพันลี้... ในตอนที่ข้าเปิดปากหมายจะพูดแย้ง พี่หงกลับชิงตัดบทขึ้นมาเสียก่อน ข้าแอบพรูลมหายใจเบา ๆ ด้วยงุ่นง่านใจเล็กน้อย

         

          พี่หงคนงามอ่านใจข้าได้ใช่หรือไม่ หรือข้าแสดงสีหน้าท่าทางโจ่งแจ้งเกินไปจึงเอ่ยดักคอข้าได้เสียทุกที !

 

          "พี่ทราบดีว่าทั้งสองดินแดนอยู่ห่างไกลกันมาก ...เต่าทิศอุดร หงส์ทิศทักษิณ ทว่าหากใช้พลังของพี่เพียงผู้เดียวก็มิมีอะไรยืนยันได้ว่าเขตอาคมจะกลับสู่สภาพเดิม" หงเฟินฮวาเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มสว่างไสวฉายขึ้นบนใบหน้าสวยจนต้องหรี่นัยน์ตา "น้องรักรู้จักคำนี้หรือไม่ สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว เป็นจริงตามนั้น"

 

          ข้าพยักหน้าด้วยความกระจ่าง "ท่านพี่หงจึงคิดจะใช้หงส์ ซึ่งมีธาตุไฟเป็นส่วนใหญ่ให้การช่วยเหลือ ?"

 

          "เป็นเช่นนั้น"

 

          หงเฟินฮวายกจอกน้ำชามะลิขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสง่างาม เส้นผมสีแดงคลอเคลียล้อมดวงหน้างดงาม แววตาที่เคยทอประกายความอบอุ่นกลับมีลำแสงบางอย่างพาดผ่านนัยน์ตาสีชาด น้ำเสียงทุ้มละมุนยังคงเอ่ยต่อไป

 

          "อย่างที่รู้กันดีว่าตระกูลหงส์ชอบของสวย ๆ งาม ๆ อย่างเช่นอัญมณีเป็นชีวิตจิตใจ ดินแดนเต่าที่ปิดกั้นตัวเองมาเนิ่นนาน มิเคยขยับขยายเส้นทางการค้าออกนอกอาณาเขต เว้นเสียแต่ว่าจะมีพ่อค้าคนกลาง ดังนั้นย่อมมีทรัพยากรจำนวนไม่น้อยไหลเวียนอยู่ภายใน ไม่ว่าจะเป็นมุกดาใต้ท้องทะเล ปะการังสีชาดหายาก..."

 

          ของที่จำเป็นต่อความต้องการของหงส์

 

          "แดนมังกรเราได้เป็นเจ้าภาพไม่พอ ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้แก้ไขสถานการณ์ปั่นป่วนภายในเมืองใต้น้ำ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ดินแดนหงส์และดินแดนเต่าเป็นพันธมิตรกัน"

         

          ท่านพี่หงยิ้มละไมเช่นเดิม แต่ด้วยกลิ่นอายพิศวงที่โอบล้อมจึงทำให้รอยยิ้มงดงามนั้นดูราวกับเคลือบยาพิษร้ายแรง

 

          "น้องหยางมิคิดว่า... นี่เป็นโอกาสอันดีที่เราควรไขว่คว้าไว้หรอกหรือ ?"

 

          ทันทีที่ข้าฟังจบ ขนอ่อนทั่วสรรพางค์กายพลันลุกชัน ข้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากพร้อมลอบมองมังกรแดงด้วยความตื่นตะลึงระคนนับถือ

 

          ข้าเป็นหนึ่งในทูตเจรจา ว่ากล่าวกันง่าย ๆ ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องภายในตระกูลเต่าคลี่คลาย ย่อมส่งผลดีต่อแดนมังกร ทั้งดินแดนเหมันต์เปลี่ยนผู้นำคนใหม่เป็นอู่จ้าวหลิว ย่อมต้องเสาะแสวงหาความมั่นคงในการปกครอง ดังนั้น... หากดึงหงส์เข้ามาร่วมด้วย จะทำให้แดนเหนือเปิดเส้นทางการค้ามากยิ่งขึ้น ได้รับผลประโยชน์กันถ้วนหน้า ทั้งแผ่นดินเต่า หงส์ มังกร หรือสัตว์เทพตนอื่น ๆ

 

          นอกจากจะไม่ต้องเปลืองแรง ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้กอบกู้... ยิงธนูดอกเดียวได้เหยี่ยวสองตัว

 

          [ระ ร้ายกาจ !!!]

 

          ข้าประสานมือโค้งคารวะด้วยความนับถือจากใจจริง "ท่านพี่หงช่างฉลาดปราดเปรื่อง ตัวข้านั้นอ่อนด้อยประสบการณ์มากนัก ยังไม่คิดถึงจุดนั้น"

 

          หงเฟินฮวาหัวเราะแผ่ว ๆ ในลำคอพร้อมยกมือห้ามมิให้ข้าทำความเคารพ "ไม่หรอก ๆ น้องหยางมิได้ด้อย แต่ยังขาดความรอบคอบเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรเสียการที่เจ้ากลับมาครั้งนี้ ถือได้ว่าเราได้เปรียบหลายด้าน มิได้เสียเปล่าเลยแม้แต่น้อย..."

 

          ท่านพี่หงแย้มยิ้มด้วยรอยยิ้มที่งดงามยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ในครรลองสายตาของข้า

         

          "ไว้พี่จะแจ้งให้ท่านประมุขทราบ"

          นั่นล่ะที่ต้องการ ข้ายิ้มกริ่มในใจ มือยกจอกน้ำชาลายมังกรไฟขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี

 

          จบสิ้นเรื่องภารกิจแสนยุ่งยาก บรรยากาศที่ตึงเครียดจึงผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เพียงกะพริบตาเดียวท่านพี่หงก็กลับมาเป็นคนเดิมที่ข้ารู้จัก สุ้มเสียงนุ่มนวลเสนาะหูถามไถ่ด้วยความอ่อนโยน

 

          "พี่ขอโทษด้วย คุยแต่เรื่องงานอยู่นาน ยังมิได้ถามความเป็นไปของน้องเลย"

 

          ข้ายกมือขึ้นโบกเป็นพัลวัน "พี่หงอย่าได้เกรงใจ ข้าไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อย"

 

          "เช่นนั้น... น้องรักเป็นอย่างไรบ้าง"

 

          "..."

 

          ข้ากระตุกยิ้มมุมปากน้อย ๆ ตวัดสายตาคมกริบสีนิลวาววับจับจ้องบนใบหน้างามล้มเมืองของมังกรผู้พี่ทันที

 

          บทสนทนาครั้งนี้มันจะราบเรียบดีอยู่หรอก หากพี่ใหญ่ไม่ทำตากรุ้มกริ่มใส่ข้า !

 

          เพ้ย ๆๆๆ ! นอกจากจะต้องฟังเสียงซุบซิบของเจ้าพวกจิ้งเหลนจิ้งจกว่าเรื่องของข้ากับเจ้าหยวกกล้วยนั่นไปถึงไหนแล้ว ท่านพี่หงก็จะไม่เว้นไว้สักคนหรือ ?!

 

          ตอนแรกว่าจะเมินเฉย แสร้งบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่นตามประสา แต่ในใจก็ต่อต้าน มิอยากมีเรื่องปิดบังศิษย์พี่คนสนิทเพียงหนึ่งเดียว สุดท้ายแล้ว... ก็ต้องอ้าปากพูดจนได้ และไม่ลืมที่จะเอ่ยเหน็บแนมพอหอมปากหอมคอสักเล็กน้อย   

 

          "พี่ใหญ่อย่าทำแววตาสื่อนัย จะถามไถ่เรื่องข้ากับเจ้าตัวบัดซบนั่นก็พูดจากันตรง ๆ"

 

          มังกรลำดับหนึ่งแห่งเหยียนหลงหลุดยิ้มกว้างอย่างเสียกิริยา ก่อนตอบกลับด้วยโทนเสียงสุภาพแฝงความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย "พี่เป็นห่วงน้องหยางจากใจจริง ส่วนเรื่องที่ว่า... แค่สงสัยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"

          "จริงหรือ ?" ข้าแค่นยิ้ม "หน้าท่านดูไม่จริงใจเลย"

 

          "เด็กคนนี้ชักลามปาม" มังกรแดงหัวเราะอย่างไม่ถือสา ไม่ลืมที่จะหลับตาข้างหนึ่งอย่างมีเลศนัยแล้วยกนิ้วมือเรียวยาวชี้ขึ้นประดุจพี่สั่งสอนน้อง "อย่าบ่ายเบี่ยงผู้อาวุโส สรุปแล้วเป็นอย่างไร ?"

 

          "ก็..." ข้าไม่อยากเล่นตัวอันใดให้มากความจึงหยุดคิดชั่วครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยตอบตามตรง "สนิทสนมมากขึ้นกระมัง"

 

          เจ้าเงาน้อยที่เงียบมานานถึงกับแหวใส่เสียงดังลั่น [อ๋าาา !? ตอบเช่นนั้นได้อย่างไร ?! () เฮยหยาง เจ้าเด็กโง่เง่า พูดใหม่ประเดี๋ยวนี้นะะ !!! ]

 

          ข้าทำหน้านิ่งเฉยเมื่อถูกเจ้าก้อนยุ่งสีดำ ๆ กระโจนใส่หน้าไม่ลดละ หากเจ้าเงาดำมีหน้าตาคงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ควันออกหูแล้วกระมัง น้ำหนักการตบตีช่างเบาบางเสียเหลือเกิน...

 

          ข้าประคองถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ดื่มเสร็จก็เอื้อมมือหยิบขนมในถาดมาเคี้ยวต่อเสมือนราดเชื้อเพลิงบนกองไฟให้ลุกโชน

 

      [เ ฮ ย ห ย า ง !]     

 

          ข้าจะพูดโป้ปดกับผู้อาวุโสได้อย่างไร ในเมื่อความจริงก็เป็นเช่นนั้น ข้ากับเจ้าหยวกกล้วย แม้จะมิได้สนิทสนมกันเฉกเช่นมิตรสหายที่สามารถเล่นหัวกันได้ แต่บรรยากาศโดยรวมก็ดูดีขึ้น ไม่ได้อึดอัดจนถึงขั้นหายใจไม่ออก หรือเหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลังเหมือนกาลก่อน

 

          แล้วมันมิดีหรืออย่างไร ?

 

          ทว่าดูเหมือนความในใจของข้าจะส่งไปไม่ถึงคนข้างเคียง เจ้าเงายังคงตวาดเสียงแหลมอย่างมีน้ำโหเมื่อเห็นข้าเมินหน้ามันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

          [มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน !! ข้าจะบ่นกรอกหูเจ้าทุกเช้าสายบ่ายเย็น ให้มันรู้ไปเลยว่าการอยู่อย่างไม่สงบสันติมันเป็นเช่นไร !] สิ้นเสียงผรุสวาทกราดเกรี้ยว ใบหน้าของข้าพลันซีดลงทันควัน

 

          เจ้าเงาน้อยเคยกลับคำพูดตัวเองเสียที่ไหน ?!

 

          (... โดยเฉพาะเรื่องไร้สาระนี่พูดจริงทำจริง)

 

          ข้ากระแอมไอในลำคอ รีบแก้คำพูดอย่างว่องไว "ข้าหมายถึง... ก็มิได้แย่เสียทีเดียว แม้จะพบเรื่องราวมากมายระหว่างทางก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ชั้นยอด"

 

          ใช่ ๆ ประสบการณ์ดี ๆ ทั้งนั้น ถูกจ้องจนตัวแทบทะลุเอย ถูกลักกินเต้าหู้เอย ถูกหยอดคำหวานเอย ถูกจับให้นอนห้องเดียวกันเอย และอะไรต่อมิอะไรมากมายจนนับไม่หวาดไม่ไหว

 

          "..."

 

          ข้าว่ามันเริ่มไม่ใช่แล้ว

 

          ในขณะที่ข้ากำลังต่อสู้กับความคิดของตัวเองอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงบานประตูไม้เลื่อนออก เนื่องจากนั่งหันหลังจึงมิอาจเห็นรูปร่างหน้าตาของผู้มาเยือนได้ ข้าเคี้ยวขนมที่ยังเหลือในปากอยู่ครู่หนึ่ง ตามด้วยซดน้ำชาอีกสักอึก แต่มิใช่ปัญหาอะไร แค่มองเข้าไปในเงาสะท้อนบนดวงตาสีทับทิมก็พอแล้ว

 

          ข้าเลิกคิ้วฉงนใจเมื่อเห็นนัยน์ตาสีแดงแวววาวดุจอัญมณีเลอค่าหรี่ลงเล็กน้อยราวกับพยายามปิดซ่อนอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ ถึงกระนั้นก็ยังพอมองเห็นสีที่สะท้อนกลับลาง ๆ

 

          สีครามสบายตาแบบนี้...

 

          "พี่ใหญ่-- อ๊ะ พี่รองก็อยู่ด้วย ข้าคารวะท่านพี่ทั้งสอง"

 

          น้ำเสียงร่าเริงเช่นนี้ เห็นทีจะมีผู้เดียวกระมัง ข้าเหลียวหันไปมองแล้วเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม เจ้าของผมหางม้าที่มัดขึ้นสูง การเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวา "เซินหลานเหอนี่เอง"

 

          มังกรน้ำเงินผู้ปกครองทิศตะวันออกประสานมือทั้งสองข้างโค้งคารวะด้วยรอยยิ้มสดใสเต็มใบหน้า ข้าพยักหน้าลงเป็นเชิงตอบรับ ก่อนขยับเก้าอี้ให้เบี่ยงออกสักเล็กน้อยพอให้มีพื้นที่สำหรับอีกคน หางตาก็เหลือบมองพี่หงที่ยังคงนิ่งเงียบ แม้ใบหน้างามจะประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานเฉกเช่นปกติ

 

          ...มีอะไรบางอย่างผิดปกติ

 

          "มีธุระอะไรหรือ ?" ข้าเป็นฝ่ายเอ่ยถามเมื่อเห็นพี่หงไม่พูดอะไรสักที ถึงจะคิดตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง แต่ก็มิได้ปริปากว่ากล่าวอันใดให้เสียมารยาท

 

          ท่านพี่หงก็เป็นเช่นนี้แหละ ถึงเวลาก็คงบอกเองกระมัง

 

          คล้ายประสาทการรับรู้ของเซินหลานเหอบกพร่องลงหรืออย่างไรไม่ทราบ จึงมิได้รู้สึกรู้สากับบรรยากาศที่ผิดเพี้ยนไปเลยแม้แต่น้อย มังกรหนุ่มผู้ปราดเปรียวก้าวขาเดินฉับ ๆ มานั่งบนเก้าอี้ไม้ที่ยังว่างอยู่ทันที ข้ายกยิ้มระอาใจปนเอ็นดูอยู่เล็กน้อย

 

          เด็กคนนี้อ่านสถานการณ์ไม่ออกเลยจริง ๆ

 

          มิน่าล่ะ ข้าครุ่นคิดอยู่ในใจ คนซื่อเช่นนี้สินะถึงจะอยู่ร่วมโลกกับเจ้าหยวกกล้วยได้ อืม... เหมาะสมกันดี

 

          "ก็เจ้าไป๋หยินน่ะสิขอรับ" มังกรน้ำเงินเบ้หน้าจนปากงองุ้มเหมือนขัดอกขัดใจ แต่ทำอะไรเขาไม่ได้ "เกียจคร้านไม่ยอมมารายงานกับพี่ใหญ่ ลำบากให้ข้าเอาจดหมายชี้แจงมาให้" ไม่พูดเปล่ายังชูม้วนกระดาษในมือให้พวกข้าดูด้วย

 

          ทันทีที่ข้าฟังจบมีเพียงประโยคเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวสมองอันว่างเปล่า

 

          เจ้าหยวกกล้วยนี่ช่าง... บัดซบสม่ำเสมอดีเหลือเกิน

 

          [นี่เจ้าชมมันงั้นรึ ?!!]

 

        เจ้าแหกหูแหกตาดูดี ๆ ว่ามีตรงส่วนไหนที่ข้ากล่าวชื่นชมมันบ้าง !

 

          ข้าเจรจาสงบศึกกับเจ้าเงาน้อยอยู่สักพัก จึงหันหน้าไปหาพี่หงเป็นเชิงขออนุญาตอ่านจดหมาย เมื่อมังกรเจ้าของตำหนักพยักหน้ายินยอม ข้าก็รับม้วนกระดาษที่ว่าเปิดอ่านทันที แต่แล้วเป็นต้องหยุดชะงัก เมื่อกระดาษที่คลี่ออกมานั้นมีขนาดยาวเป็นหางว่าว !

 

          "..."

 

          ไม่อ่านมันแล้ว ! นี่เจ้าคนแซ่ไป๋เขียนรายงานหรือคัดลอกตำรากันแน่ !! ขนาดแค่กวาดตาไล่อ่านดูผ่าน ๆ ยังปวดกระหม่อมขนาดนี้ หากให้อ่านครบทุกตัวอักษรมีหวังกระอักเลือด !

 

          ข้าผลักไสม้วนกระดาษออกไป พี่ใหญ่อ่านเองคนเดียวเถิดขอรับ น้องหยางมิบังอาจ ข้าถอนหายใจเหนื่อยล้าพลางหันเหความสนใจมาที่ผู้ส่งสารจำเป็นแทน ข้ากะพริบตาช้า ๆ เมื่อเห็นเรือนผมสีน้ำเงินเข้มดุจห้วงทะเลลึกค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้ากระจ่างตาทีละน้อย

 

          มังกรน้ำเงินหรืออีกชื่อหนึ่งคือมังกรแห่งฤดูใบไม้ผลิ

 

          สีฟ้าอ่อนเริ่มไล่จากโคนลงไปถึงปลายเส้นผม เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอีกไม่นานฤดูใบไม้ผลิจะมาเยือน ดูแล้วเพลินตาดีจริง ๆ ไม่ว่าจะผมสีเข้มหรืออ่อนก็รับเข้ากับใบหน้าของเซินหลานเหอเป็นอย่างดี

 

          สงสัยคงเป็นเพราะข้าเผลอจ้องนานไปหน่อย มังกรน้ำเงินผู้มักมีรอยยิ้มกว้างเป็นนิจจึงดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ตากลมสีเข้มที่หางตาชี้ขึ้นกลอกกลิ้งไปมาอย่างอยู่ไม่สุข

 

          "เอ่อ พี่รองขอรับ...?"

 

          "ขอโทษที ข้ามัวแต่ดูสีผมเจ้าเพลินไปหน่อย" ข้าหัวเราะเบา ๆ ปฏิกิริยาต่างจากไป๋หยินลิบลับ แบบนี้สิถึงจะดูสมวัยขึ้นมาหน่อย "น่าจะถึงเวลาให้น้องหกได้ปฏิบัติหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนว่าฤดูวสันต์มาเยือนแล้วกระมัง"

 

          เซินหลานเหอลูบท้ายทอยแก้เก้อ พวงแก้มยังมีเลือดฝาดไม่หาย ก่อนจะตอบรับด้วยน้ำเสียงใสกังวานพร้อมกับยิ้มตาหยี

          "แฮะ ๆ ข้าจะทำอย่างเต็มที่เลยขอรับ !"

 

          ตอนนั้นเองจู่ ๆ คนที่เงียบมานานก็พูดแทรกขึ้นมากลางคันด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าผิดปกติขั้นร้ายแรง ไม่ทุ้มละมุน ไม่อ่อนหวานนุ่มนวลเหมือนปกติ กลับแฝงความดุดันขึ้นมาหลายส่วน ที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ...

 

          "อาเซิน..."

 

          ...หืม ?

 

          ข้ากะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความฉงน ลูกตาสีดำสนิทเหลือบมองศิษย์ผู้พี่ซึ่งยิ้มไม่ถึงดวงตาและมังกรคนน้องที่ทำสีหน้างุนงงไม่ต่างกัน หากไม่เสียมารยาทจนเกินไปข้าคงได้ขยี้ขี้ตาและแคะหูสักรอบสองรอบ         

 

          "ข้ามิยักรู้ว่าพี่ใหญ่กับน้องหกจะสนิทสนมกันถึงขั้นเรียกชื่อเล่น ?"

 

          เซินหลานเหอน่ะไม่เท่าไรหรอก เด็กคนนี้ปากกล้าใจถึง สนิทกับชาวบ้านเขาไปทั่วอยู่แล้ว แต่ท่านพี่นี่สิ... ข้าหรี่ตาลงมองลึกเข้าไปในดวงตาพี่ใหญ่อย่างจ้องจับผิด ด้วยความเป็นพี่เป็นน้องกันมานาน รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มีหรือจะหลุดรอดสายตาของข้าได้ ตามปกติแล้วพี่หงจะแทนชื่อบรรดามังกรแห่งเหยียนหลงด้วยคำว่าน้องทุกคำ

 

          แต่นี่...

 

          ท่านพี่หงคนงาม ท่านปิดบังอะไรกับน้องกับนุ้งอยู่หรือไม่

 

          "เอ่อ ข้ากับท่านหงเฟินฮวามิได้สนิทชิดเชื้อกันถึงเพียงนั้นหรอกขอรับ เมื่อครู่นี้ก็เป็นครั้งแรกที่พี่ใหญ่เรียกชื่อข้าด้วย..." เซินหลานเหอรีบกล่าวต่อพร้อมกับหัวเราะไม่เต็มเสียง "อ๋อ คงเป็นเพราะช่วงนี้ข้ามาขอหยิบยืมตำราอยู่บ่อย ๆ แฮะ ๆ พี่รองอย่าได้ใส่ใจเลย"

 

          "อืม... เป็นเช่นนี้นี่เอง"

 

          ข้าแสร้งทำท่าคล้ายหมดความสงสัย ทั้ง ๆ ที่นัยน์ตานี่กระตุกถี่ยิบ ข้าสะบัดชายเสื้อสีดำคลิบด้วยดิ้นสีเดียวกันเล็กน้อย เนื้อผ้าลวดลายราบเรียบพลิ้วไปตามการเคลื่อนไหว ก่อนผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้กลม เหลือบดูเวลาแล้วก็ผ่านมาค่อนข้างนานทีเดียว หากยังอยู่ต่อ เกรงว่าคงมิได้ลงไปเดินเล่นบนโลกมนุษย์แล้ว

 

          ข้าก้มหน้าพลางโค้งตัวลงน้อย ๆ "เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน รบกวนเวลาพี่ใหญ่มานานแล้ว ...พี่หง โปรดดูแลรักษาสุขภาพ อย่าได้หักโหมงานหนักจนเกินไป"

 

          มังกรสีชาดแย้มยิ้มเป็นการตอบรับ "เจ้าก็เช่นกัน"

 

          ข้าพยักหน้าอีกครั้งพร้อมกับหันไปสบตากับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มแล้วกล่าวต่อว่าด้วยน้ำเสียงติเตียนฝากถึงคนอีกคนที่ไร้มารยาท ไม่ยอมโผล่หัวออกมารายงานด้วยตัวเอง

 

          "เซินหลานเหอ ฝากบอกเพื่อนเจ้าด้วยว่าทำตัวเหลวไหลแบบนี้นี่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ "

 

          "ฮะ ๆ ขอรับ พี่รองเฮย ข้าจะบอกให้ครบหมดทุกคำเลย !"

 

          ข้าหัวเราะเสียงเบากับท่าทางร่าเริงเกินจริงของอีกฝ่าย สองขารีบสาวเท้าเดินออกไปให้พ้นประตูห้องราวติดปีก โดยที่ยังมีสายตาสองคู่มองส่งจนมังกรแห่งรัตติกาลลาลับไป ดวงตาสีทับทิมคู่งามชำเลืองมองอีกคนที่ยังคงมองไปยังจุดเดิมที่แขกคนก่อนจากไปด้วยอาการเหม่อลอย

 

          จนท้ายที่สุดก็มิอาจทานทนไหว เผลอเรียกชื่อไปครั้งหนึ่ง

 

          "... เซินหลานเหอ"

 

          มังกรสีครามสะดุ้งตัวตกใจพลางยิ้มเจื่อนเหมือนกล่าวขออภัย มือเรียวล้วงหยิบหนังสือเล่มบางที่ซ่อนอยู่ในสาบเสื้อส่งคืนให้กับเจ้าของตำหนัก "นอกจากเรื่องจดหมายจากไป๋หยินแล้วข้าก็นำหนังสือมาคืนขอรับ ขอบคุณพี่ใหญ่ที่คอยให้ยืมตำราดี ๆ มาโดยตลอด พร้อมทั้งชี้แนะในหลาย ๆ เรื่องด้วย" ว่าจบก็โค้งคำนับขอบคุณด้วยรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า

 

          "มิเป็นไร... หากอยากยืมอ่านอีกก็ไปหยิบที่ห้องสมุดได้เลย"

 

          "จริงหรือขอรับ ?!" เซินหลานเหอเบิกตากว้างเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อเห็นมังกรสีชาดพยักหน้าเป็นการยืนยันอีกครั้ง มังกรน้ำเงินผู้ปกครองทิศตะวันออกจึงช้อนตาขึ้นแล้วส่งยิ้มแป้น "ถ้าเช่นนั้น... ข้าขออนุญาต"

 

          แล้วมีหรือที่จะปฏิเสธได้

 

          หงเฟินฮวายิ้มพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะคนเบื้องหน้าด้วยความเอ็นดู "ทำตัวตามสบายเถิด" สิ้นเสียงอนุญาตของเจ้าของวัง เด็กหนุ่มผู้ร่าเริงตรงหน้าก็วิ่งหายวับไปทันที มังกรลำดับหนึ่งส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยมุมปากที่ยกขึ้นน้อย ๆ

 

          จริงอยู่ว่าวังหงหลงมีกฎให้รักษาความสำรวม ไม่วิ่งเล่นหรือส่งเสียงดัง เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนใครก็ตามที่นั่งสวดมนต์หรือทำสมาธิในเขตหวงห้าม

 

          แต่ก็มีบางคนที่เป็นข้อยกเว้น

 

          มาไวไปเร็วประดุจสายลมพัดผ่าน มังกรแห่งฤดูใบไม้ผลิจากไปแล้ว เหลือเพียงสัมผัสอ่อนนุ่มจากเส้นผมบนฝ่ามือที่ยังหลงเหลืออยู่เล็กน้อย มือเรียวสวยขยับกำเข้าหากันพร้อมกับบานประตูไม้ลายมังกรที่ปิดลง ทิ้งให้มังกรหนึ่งเดียวในห้องหับขบคิดอะไรบางอย่างอยู่เพียงผู้เดียว

 

.

.

.

 

          หลังจากเผ่นหนีจากบรรยากาศแปลก ๆ ในตำหนักหงหลงได้สำเร็จ ข้าก็พุ่งทะยานตัวแหวกว่ายผ่านกลีบเมฆสีขาวลงไปยังแผ่นดินเบื้องล่างด้วยหัวใจเปี่ยมสุขที่แทบจะล้นทะลักออกมาอย่างข่มกลั้นไว้ไม่ไหว

 

          แดนมนุษย์เอ๋ย ข้ากำลังไปหา !

 

          [นี่ใจคอเฮยหยางจะไม่สงสัยหน่อยหรือ ท่าทีของมังกรแดงดูแปลก ๆ นะข้าว่า !]

 

          จะสงสัยอันใดให้มากความก็เห็น ๆ กันตำตาว่าพี่ใหญ่เอ็นดูน้องหกก็เท่านั้น     

 

          [...อืม งั้นหรือ ?] เจ้าเงาน้อยทำเสียงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ก่อนถอนหายใจ [คงเป็นข้าที่คิดมากไปเอง]

 

          ข้ายักคิ้วไม่ยี่หระ ทั้ง ๆ ที่ในใจนั้นแอบยิ้ม เป็นพี่เป็นน้องกันมากี่ปี เหตุใดจะอ่านแววตาสื่ออารมณ์นั่นไม่ออกเลยแม้แต่เศษเสี้ยว ...แต่ช่างเถิด ละทิ้งความรู้สึกนึกคิดทุกประการไว้บนพิภพนี้เสีย

 

          เพราะข้าลงมาถึงแดนมนุษย์แล้ว

 

          [บางทีข้าก็ไม่เข้าใจว่าเฮยหยางติดใจอะไรกับที่นี่นักหนา โฉมงามก็ไม่งามเท่านารีแดนกึ่งสวรรค์ เฮ้อ...]

 

        จริงหรือ ? เช่นนั้นอย่าให้ข้าเห็นเจ้าแอบชำเลืองมองคนงามนางไหนเลยเชียว

 

          [...]

 

          [เฮยหยางนี่โหดร้ายจริง ๆ ]

 

          ข้าหลุดหัวเราะดังหึพลางหลบซ่อนตัวเองในเงามืดหลังต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะกลบกลิ่นอายตัวเองลงสักเล็กน้อย ด้วยพลังอำนาจของมังกรที่ทรงพลัง หากไม่ลบตัวตนบางส่วนออก มนุษย์ธรรมดาย่อมรู้สึกได้ ตัวข้าเองก็มิได้อยากเปิดตัวสักเท่าไรหรอก

 

          การมาเยือนแดนมนุษย์ครั้งนี้ มิได้มายามพลบค่ำดังเช่นทุกครั้ง

 

          ดวงตะวันลอยโด่งอยู่เหนือศีรษะ บ่งบอกเวลาเที่ยงวัน ข้าออกจากที่ซ่อน เดินลัดเลาะไปตามทางที่คุ้นเคย ไอหนาวเย็นสลายไปกับกระแสลม เหลือเพียงแสงอาทิตย์เจิดจ้าแผดเผาผิวคนธรรมดาให้แดงก่ำ ต่างจากผิวกายของข้าที่ซีดเผือดและเย็นเยือกเหมือนซากศพเดินได้

 

          [เฮยหยางก็พูดเกินไป~ ซากศพอะไรจะงดงามถึงเพียงนี้~~]

 

        ประจบสอพลอ ปลิ้นปล้อน กลับกลอกตลบตะแลง เชื่อไม่ได้ ไม่น่าเชื่อถือ

 

          [...]

 

          [ต่อจากนี้ข้าจะไม่ชมเจ้าอีกแล้ว... ฮึก]

 

          เสียงร้องไห้คร่ำครวญก็เปรียบเสมือนเสียงหยาดพิรุณร่วงหล่นจากฟากฟ้า ปล่อยผ่านไปสักพัก หลับตาเพียงชั่วครู่ เดี๋ยวมันก็ซาลงไปเอง

 

          เส้นผมสีน้ำหมึกต้องลมที่พัดอ่อน ๆ ปกคลุมใบหน้าบางส่วนให้ดูคลุมเครือ ข้าเดินทอดน่องมาเรื่อย ๆ ก็หยุดพักพลางเงยหน้าขึ้นมองสิ่งปลูกสร้างวิจิตรตระการตาตรงหน้าด้วยดวงตาพราวระยับ

 

          อืม... ดูเหมือนวัดจะซ่อมแซมเสร็จแล้ว

 

          ข้าลอดผ่านประตูเข้าไปในวัด กวาดตามองดูความสวยงามภายในด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ฉาบอยู่บนหน้า ถ้าจำไม่ผิด... วัดแห่งนี้อยู่มานานเกือบร้อยปีแล้วกระมัง ข้ายังจำตอนที่หลังคาตรงนั้นเป็นรูแหว่งได้อยู่เลย ก่อนหน้านี้ผืนดินตรงนี้เป็นแค่พื้นที่รกร้าง แต่ด้วยแรงพยายามของมนุษย์กลับสร้างสิ่งงดงามได้ถึงเพียงนี้ ก็นับว่าดีแล้ว

 

          วัดวาอารามแห่งนี้ไม่มีชื่อ ซ้ำยังสร้างขึ้นเพื่อบูชามังกรโดยเฉพาะ

 

          มีหลายครั้งที่ข้านั่งขัดสมาธิบนหลังคา ฟังเสียงสวดมนต์และคำอธิษฐานเงียบ ๆ เพียงลำพังภายใต้แสงจันทร์ แม้มิอาจทำให้คำขอเป็นจริงได้ แต่อย่างน้อยก็รับฟังเสียงน้อย ๆ เหล่านั้นและภาวนาขอให้พวกมนุษย์ตัวจ้อยกระทำสิ่งนั้นได้สำเร็จดังใจปรารถนา

 

          มนุษย์เคารพบูชาพวกเรา ไม่แปลกนักที่เราจะเอ็นดูมนุษย์

 

          ข้ามองเสาตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา สลักลวดลายมังกรได้งดงามยิ่ง เลือกใช้สีได้ดี น่าชื่นชม ๆ มีจินตนาการสร้างสรรค์ราวกับว่าเคยเห็นมังกรตัวเป็น ๆ มาแล้วจริง ๆ แต่หากเพิ่มรายละเอียดตรงเกล็ดทั้งหมดคงจะดีไม่น้อย เกล็ดของเรามิได้ดาษดื่นถึงเพียงนี้ ยังมีลวดลายเฉพาะตัวอีกด้วย

 

          [เดินชมวัดพอแล้วหรือยัง ไปตลาดกันเถิด ข้าหิวแล้ว !]

 

        รับทราบ...

 

          ข้ายิ้มเหนื่อยหน่ายใจ สองสิ่งที่ทำให้เจ้าเงาน้อยมีความสุขได้คงไม่พ้นนารีงามและของกินอร่อย ๆ ช่างเถิด ให้เจ้าตัวยุ่งกินคลายโทสะสักหน่อยก็ดี ข้าเดินเอามือไพล่หลังออกจากวัดอย่างสำรวม

 

          แต่แล้วทันใดนั้นเอง ยังไม่พ้นเขตวัดเลยด้วยซ้ำ ข้าก็ถูกเด็กน้อยคนหนึ่งชนเข้า ตัวข้านั้นไม่เป็นอะไร ไม่ได้ขยับหรือเซไปแม้แต่ก้าวเดียว แต่ตรงกันข้ามเด็กหนุ่มคนนั้นล้มระเนระนาดลงไปกองกับพื้น เนื้อตัวมอมแมมและผอมเก้งก้าง ในมือถือหมั่นโถวไว้หลายลูก หน้าตาซูบเซียวดูตื่นตระหนกตกใจอย่างชัดเจน

 

          ใช้ข้อศอกตรองดูก็รู้ว่าเจ้าเด็กนี่ไปขโมยของมาอย่างแน่นอน เนื่องด้วยความยากจน ไร้ญาติขาดมิตร พ่อแม้ล้มป่วยหรืออะไรก็ตามแต่ เจ้ามนุษย์ร่างท้วมหน้าตาน่ากลัวกำลังเดินพรวดพราดมาทางนี้แล้ว

 

          [เฮยหยาง ! ช่วยเด็กคนนี้เร็ว--]

 

        ไม่

 

          [หา !!?]

 

 

          สารภาพว่าตอนนี้เขียนเพลิน เขียนลื่นหัวแตกมากเลย แง ตอนก่อน ๆ รู้สึกไม่ค่อยลื่นไหล ไว้มีโอกาสจะรีไรท์น้า orz

 

          พี่หงงงง (//// 7 ////) อรั้ย คิดถึงจัง ไม่ได้เขียนถึงนานเลย พ่อเทพบุตรคนงามของไรท์ ฮืออ หอมหัวน้องเซิน ได้เขียนสองตัวละครนี้แล้วใจเต้นดีจัง แง ชอบพี่หงเฟินฮวาจริง ๆ ด้วย คนงามนี่ช่างดีต่อใจ !

 

          สรุปตอนนี้เจ้าหยวกกล้วยไม่มีบท สวัสดี 555555 โผล่มาแค่ชื่อแล้วจากไป

 

          ตอนก่อนก็นก ตอนนี้ยังไม่มีบทอีก แค่ก-- *หลบกรงเล็บได้ทันแบบหวุดหวิด*

 

          ถึงรีดเดอร์ผู้น่ารักทุกท่าน ตอนนี้ไรท์กำลังอยู่ในช่วงเที่ยวตจป.กับครอบครัวเป็นเวลา 7 วัน ! ดังนั้นอาจจะหาเวลามาอัปยากหน่อย แต่จะพยายามปั่นนะคะ

 

          สุดท้ายขอขอบคุณคุณ hyde6460 (จากเว็บ readawrite) ที่โดเนทเฟรนช์ฟรายส์ทอดกรอบ (30 บ. ) มาให้ ; ///// ; ขอบคุณสำหรับอาหารค่า น้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้ง เฟรนช์ฟรายส์อร่อยมากเลยค่ะ แงง *ส่งจูบรัว ๆ* ผู้ใจบุญท่านใดเห็นใจก็โดเนทมาได้นะคะ--

 

          ในที่สุดก็พอมีเงินจ่ายค่าซ่อมแว่นแล้ว-- (รีด : อะไรนะ ยังไม่ได้ซ่อมอีกเหรอ !)

          ค่อกแค่ก ๆ ไว้เจอกันโอกาสหน้าค่ะ !

 

          1 เมนต์ = กำลังใจ

 

#มังกรปรปักษ์

#หยินคู่หยาง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #150 2612547 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 09:23
    พี่ใหญ่กับน้องหก มีซัมติงกันนะจ๊ะ
    #150
    1
  2. #104 prankmaprank (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 12:37

    รอต่อจ้า
    #104
    1
    • #104-1 kungnangca(จากตอนที่ 15)
      7 เมษายน 2562 / 20:24
      ขอบคุณที่รอน้าาา รีบปั่นสุดชีวิต ! /////
      #104-1
  3. #102 poonim2544 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 09:16
    สนุกมากกกกกกกก เพิ่งมาเจอเรื่องนี้ ฮื่อออออ ไปเที่ยวอย่างมีความสุขนะคะะ💓💓
    #102
    1
    • #102-1 kungnangca(จากตอนที่ 15)
      2 เมษายน 2562 / 17:44
      ถึงจะเพิ่งอ่านเจอ แต่ในที่สุดก็หากันจนเจอนะคะ แง ///7/// ขอบคุณค่า ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์น่ารัก ๆ ดีใจที่อ่านแล้วสนุกน้าาา
      #102-1
  4. #101 Alljae (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:07
    คู่รองงงงงงงง ฮิ้วววว อย่าสวีทกันก่อนคู่หลักสิ
    #101
    1
    • #101-1 kungnangca(จากตอนที่ 15)
      1 เมษายน 2562 / 22:20
      คู่หลักยังไม่ถึงไหนนน คู่นี้จะข้ามขั้นไม่ได้นะะ-- แค่ก XD
      #101-1
  5. #100 FISHOKUN (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 21:26
    พี่หงเป็นกัปตันเรือ ไป๋xหยาง ที่ดี ชงเก่งงง ยิ้มกรุ่มกริ่มเก่งงงงง 5555 แนะนำให้พี่หยางเป็นกัปตันเรือ หงxเซิน แก้แค้นคืนเลยค่ะ เดี๋ยวจะเป็นลูกเรือเบอร์ 1 ให้เอง เอ็นดูคู่พี่ใหญ่กับน้องหก

    555555
    #100
    1
    • #100-1 kungnangca(จากตอนที่ 15)
      1 เมษายน 2562 / 21:43
      ชงเก่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ไหนตอนแรกพี่หงยังเห็นใจน้องอยู่เลยยย 555555

      พี่หยาง : *ทำหน้าครุ่นคิดแล้วดีดนิ้ว* ความคิดเข้าท่าดี

      55555 ลูกเรือพร้อมมม หักเลี้ยวเรือเลยค่ากัปตันนนน XD คู่นี้ก็จะมุ้งมิ้งหน่อย ๆ ... รึเปล่านะ-- แค่กๆ
      #100-1
  6. #99 Rindis (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 15:47

    นี่เป็นการเปิดตัวคู่รองใช่หรือไม่~~อิคึ


    #99
    1
    • #99-1 kungnangca(จากตอนที่ 15)
      1 เมษายน 2562 / 20:45
      คู่รองอะไร๊ คิดมากน่าาา-- *หลบตาเลิ่กลัก*
      #99-1
  7. #98 0983163561 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 02:42
    พี่ไป๋ค่าตัวแพงมาก
    #98
    1
    • #98-1 kungnangca(จากตอนที่ 15)
      1 เมษายน 2562 / 20:45
      คนเขียนงบหมด เบิกตัวพระเอกไม่ไหววว แค่ก ๆ XD
      #98-1
  8. #97 raabporn2016 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:05
    เจ้าไส้เดือนเผือกดูค่าตัวแพ๊งแพงงง//รอตอนต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆเป็นกำใจให้ค่ะ นิยายเรื่องนี้สนุกมาก ขอบคุณมากๆที่แต่งนิยายดีๆออกมาให้อ่าน เราเป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆเราเชื่อว่าไรท์ต้องไปถึงที่สุดได้ ;) อ่อบอกเลยว่าจุดเด่นเรื่องนี้คือ ภาษาถือว่าสวยพอตัว เขียนเข้าใจง่าย ดึงนิสัยและความนึกคิดตัวละครได้ดีมากๆ

    หวังว่าคงไม่เทเราหรอกนะ สนุกมากเลยล่ะ :)//ขอวีดเงาน้อยนิดนุง! น้องก็ยังน่ารักเช่นเค๊ยยยย อร๊ายยๆๆๆ ชอบๆๆๆ น่ารักน่าหยิกหน้ากอดให้จมอก ><
    #97
    1
    • #97-1 kungnangca(จากตอนที่ 15)
      1 เมษายน 2562 / 20:43
      พระเอกหมดโปรแต่เพียงเท่านี้ 5555 ขอบคุณที่รอเสมอนะคะ <3 ขอบคุณสำหรับกำลังใจดี ๆ แล้วก็รีวิวที่น่ารักมากกก อ่านแล้วเขินเลย แง ////7//// เราจะพยายามนะ ! ดีใจที่อ่านแล้วชอบค่ะ // เป็นแฟนคลับเหนียวแน่นของเจ้าเงาน้อยจริง ๆ ด้วย 5555 XD
      #97-1
  9. #96 0902143426 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 23:04
    ค่าคัวพระเอกแพงน่าดู ไป๋หมดโปรแล้ว5555
    #96
    1
    • #96-1 kungnangca(จากตอนที่ 15)
      1 เมษายน 2562 / 20:46
      พระเอกปิดด่านไปแล้ว 55555 ระหว่างนี้ให้พี่หยางพักกายพักใจไปก่อน แฮ่--
      #96-1