มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 12 : บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 158 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

                ตอนที่ 11 : บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง

 

 

          ผ่านมานานหลายวันจวนเจียนจะเป็นอาทิตย์แล้วที่เราอาศัยอยู่ที่นี่ โดยที่ยังไม่เคยพบหน้าเจ้าของวังเลยสักครั้งเดียว มีเพียงข้ารับใช้และเจ้าลูกเต่าคอยแวะมาเยี่ยมเยียนเป็นบางครั้งบางคราว ที่พวกข้าไม่ทักท้วงถามหาท่านประมุขก็เพื่อให้เหยื่อตายใจ คิดไปเองว่าพวกเราหลงใหลที่นี่จนลืมเลือนเป้าหมายไปหมดสิ้น

 

          อย่าคิดว่าข้าไม่เห็นพวกบ่าวไพร่ทำมาเป็นเมียง ๆ มอง ๆ แถวหน้าประตู ลอบสังเกตการณ์อยู่เป็นประจำ ทั้งยังเอาน้ำเมามาให้ไม่ขาดสาย

 

          สุราดี มียาพิษ !

 

          จะดูถูกจมูกพวกข้ามากไปแล้วกระมัง ผสมบางเบาแค่ไหนอย่างไรเสียก็ต้องได้กลิ่น แม้จะไม่ใช่ยาพิษร้ายแรง แต่หากดื่มเข้าไปมาก ๆ พิษชนิดนี้จะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้รู้สึกด้านชา มึนงงและไม่ได้สติในที่สุด แน่นอนว่าคอทองแดงเช่นพวกเราชาวมังกรที่ดื่มสังสรรค์เป็นประจำ ต้องใช้เวลาและปริมาณที่ค่อนข้างมากสักหน่อยกว่ายาจะออกฤทธิ์

 

          คิดจะมอมเมากันหรืออย่างไร ...?         

          ฝันไปเถิด !

 

          ข้ามองไหสุราที่ตั้งอยู่บนโต๊ะด้วยความเบื่อหน่าย จำต้องแสร้งดื่มเข้าไปอึกแล้วอึกเล่าจนชายเสื้อเปียกชุ่ม จะเททิ้งก็ไม่ได้ คนจับตาดูอยู่ทั่วสารทิศ ได้แต่แอบไปกระซิบข้างหูพวกจิ้งเหลนดำขาวว่าหากมีคนที่นี่มอบของให้ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร อย่ารับโดยเด็ดขาดและให้บอกเขาไปว่าเป็นเพียงข้ารับใช้ต่ำต้อย มิอาจตอบรับได้ เว้นแต่เจ้านายจะอนุญาต

 

          อาจจะฟังดูใจร้ายใจดำในสายตาใครอื่น แต่ที่ข้าทำไปก็เพื่อพวกเจ้าทั้งนั้น !

 

          กล่าวถึงสุราเมลัยแล้วไซร้ ขาดแต่อิสตรีโฉมสะคราญที่เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่กล้าย่างกรายเข้ามา ได้แต่ส่งสายตาหวานเยิ้มอยู่นอกประตูแล้วจากไป โดยที่ไม่ได้อะไรเลย

 

          ไม่แปลก เข้ามาในห้องอาจมีกระอักเลือด เพราะแรงกดดันมหาศาลก็เป็นได้ มีครั้งหนึ่งในตอนที่ข้ากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่กับไป๋หยิน มีแน่งน้อยอรชรคนหนึ่งที่ใจกล้ามากกว่าคนอื่น  ๆ เดินเยื้องย่างเข้ามาอย่างมีจริต แต่เพียงก้าวมาในห้องแค่ก้าวเดียวเท่านั้นแหละ

 

          ...ไม่ต้องบอกว่าเลยเกิดอะไรขึ้น

 

          เพียงแค่เจ้าหยวกกล้วยกวาดสายตาไปมองวูบเดียว แค่วูบเดียวจริง ๆ แม่นางก็ล้มหงายลงไปกองกับพื้น กระถดตัวถอยหลังหนี พยายามคลานออกจากห้องอย่างทุลักทุเล เนื้อตัวสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ น้ำหูน้ำตานองใบหน้าจนความงามลดลงไปถึงสี่ส่วน ลำบากให้ข้ารับใช้จิ้งเหลนดำขาวตามเก็บกวาดอยู่เป็นประจำ

 

          ไป๋หยินไม่ใช่บุรุษจำพวกรักหยก ถนอมบุปผาอยู่แล้ว ดีที่ไม่กระอักเลือดให้เช็ดพื้นทำความสะอาด ข้าคิดพลางทอดถอนลมหายใจแล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีสตรีงามนางไหนกล้าเข้ามาอีกเลย

 

          แต่ก็ยังดีนะ แสดงว่าประมุขเต่ารู้ว่าข้ากับไป๋หยินไม่ถูกกัน... หมายถึงในอดีต ต่อให้เป็นคู่สมรสพระราชทานก็น่าจะมีความต้องการในเรื่องนั้นอยู่บ้าง

 

          ...กระนั้นแล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ ไฉนจึงจัดห้องมาให้ข้ากับไป๋หยินเช่นนี้เล่า !

 

          พูดถึงการนอนร่วมเตียงเคียงหมอนกับเจ้าหยวกกล้วยตลอดหลายคืนที่ผ่านมานั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างน่ะหรือ ...ข้าว่าก่อนที่ข้าจะจมสู่ห้วงนิทราก็แบ่งอาณาเขตชัดเจนแล้วนะ แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อตื่นขึ้นมาทุก ๆ เช้าจะตกอยู่ในอ้อมกอดคนบัดซบแซ่ไป๋อยู่ร่ำไป

 

          คราวนี้ก็เช่นกัน...

 

          แต่ข้าตกใจจนคร้านที่จะตกใจแล้ว กะพริบตาถี่ ๆ มองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนใช้มือค่อย ๆ ดันยกเอาแขนล่ำที่พาดโอบรอบเอวออกด้วยความเคยชิน มือสางผมสักเล็กน้อยแล้วลุกไปทำธุระส่วนตัวต่อ

 

          ประสาทการรับรู้ของข้าต้องมีปัญหาเป็นแน่แท้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ข้าคงต้องไปหาเซินหลานเหอ มังกรวารีแห่งการรักษาตรวจดูสักหน่อยว่าร่างกายข้ามันผิดปกติที่ใด ! จึงไม่ได้รับรู้ถึงอันตรายที่โอบล้อม สูญเสียการป้องกันตัวจนหมดสิ้น น่าหวาดหวั่นใจว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร

 

...หารู้ไม่ว่าทุก ๆ คืนเป็นตัวข้าเองที่ซุกเข้าหาความอบอุ่น...

 

          นึกแล้วก็คิดถึงเจ้าเงาน้อย คู่หูคู่คิดของข้า ป่านนี้จะเอ้อระเหยลอยชายไปถึงไหนต่อไหนแล้วหนอ ผ่านมาก็หลายวัน ยังมิโผล่หน้ามาให้เห็น มิใช่ว่ากลับแดนมังกรแล้วทิ้งข้าให้โดดเดี่ยว เผชิญชะตากรรมแต่เพียงผู้เดียวซ้ำรอยเดิมนะ

 

          ข้าลูบผมไปพลางนั่งคิดไปพลาง

 

          ...ไม่หรอก เจ้ากลุ่มก้อนความมืดตัวจ้อยไม่มีทางทิ้งให้ข้าอยู่กับเจ้าหยวกกล้วยตามลำพังนานนักหรอก

 

          ส่วนเรื่องแผนการเอาคืนที่ข้าเคยคุยโวกับเจ้าเงาน้อยที่ยังไม่เฉลยให้คลายสงสัยว่าคืออะไรน่ะหรือ

 

          ก็แค่เอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ข้าเจียมตัวดีว่าไม่มีปัญญาไปต่อกรคนหนุ่มเขาหรอก ตรองดูเถิด แค่สลัดมือยังทำไม่ได้เลย แล้วข้าจะทำอันใดได้เล่า ไหนจะต้องตกอยู่ในอ้อมอกแกร่งอยู่ร่ำไปอีก ใช้หัวแม่เท้าตรองดูก็รู้ว่าผู้ใดเหนือกว่า

 

          บัดซบ ! ข้าอยากกัดลิ้นตัวเองตาย

 

          วันนี้ไม่ฆ่าข้า วันหน้าอาจพลาดพลั้งบีบคอข้า ผู้ใดเล่าจะล่วงรู้ความคิดของมังกรขาวน่าตายตนนี้ สู้ค่อย ๆ รอให้อีกฝ่ายพลั้งเผลอแล้วหนีตายจะไม่เป็นการดีกว่าหรอกรึ ข้ามิได้เขลาถึงขนาดเอาตัวเองไปไว้ใต้กรงเล็บ

 

          สมดังสำนวนที่ว่า  รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง (ในสามสิบหกกลยุทธ์) หนีคือสุดยอดกลยุทธ์ ข้าจะใช้วิธีนี้ ใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดจะมาขวางทางเลยเชียว !

 

          หรือหากพยายามแล้วพบเจอแต่ทางตัน มืดแปดด้าน มิอาจหาทางหลุดพ้นจากเจ้าหยวกกล้วยจอมบัดซบหรือพระราชโองการสมรสเฮงซวยได้

 

          มีหรือข้ามังกรทมิฬผู้นี้จะอยู่เฉย ย่อมมีแผนสำรองไว้อยู่แล้ว !

 

          ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดีอย่างไรล่ะ! ...ไม่ใช่สิ ทำไมชีวิตข้าถึงได้สิ้นหวังขนาดนี้นะ นอกจากเจ้าหยวกกล้วยที่บัดซบ ก็มีสวรรค์นี่แหละที่บัดซบยิ่งกว่า !!

 

          ข้าถอนหายใจอย่างปลดปลง

 

          ช่างเถิด ตราบใดที่มิได้มีจิตปองร้ายต่อกันก็คงไม่เป็นไรหรอกกระมัง        

 

          ขณะที่ข้ากำลังนั่งใจลอยไปไกลก็ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้ง ปลุกให้ตื่นจากภวังค์ ข้าลูบหน้าลูบตาเล็กน้อย ก่อนเอ่ยปากอนุญาตแทนไป๋หยินที่ไม่แม้แต่จะชายตามอง "เข้ามาได้" บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของเด็กหนุ่มในชุดสบายตาสีเขียวอ่อน ดวงหน้าวัยเยาว์ยิ้มแย้มแจ่มใสแล้วยกมือคารวะเป็นการทักทาย

 

          เป็นเจ้าลูกเต่าตัวน้อยนี่เอง

 

          ในบรรดาลูกศิษย์ทั้งมวลที่ข้าอบรมสั่งสอนไปคราวก่อน มีศิษย์พี่ใหญ่คนนี้นี่แหละที่ติดข้าแจที่สุด ไปพบเจอเรื่องอะไรน่าสนใจมาก็จะพุ่งเข้ามาบอกด้วยความร่าเริง วันนี้ก็เช่นกัน ข้าพยักหน้าให้อีกฝ่ายเข้ามาในห้องได้ เมื่อบานประตูไม้ชั้นดีปิดลง เจ้าตัวก็บอกจุดประสงค์ที่ถ่อมาหาถึงที่ทันที

 

          "ท่านเฮยหยางขอรับ ท่านประมุขแจ้งว่าให้ท่านทั้งสองใช้บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งได้ตามสะดวก ถือเป็นของขวัญต้อนรับการมาเยือนดินแดนแห่งนี้ขอรับ"

 

          "มีอ่างอาบน้ำด้วยงั้นรึ" ข้าเบิกตากว้างแล้วผลิยิ้มด้วยความยินดี อยากแช่น้ำร้อนคลายความเหนื่อยล้าใจจะขาด "ดี ดียิ่ง ข้าอยากแช่น้ำร้อนมานานแล้ว แผ่นดินนี้ช่างหนาวเย็นยิ่งนัก บ่อน้ำร้อนอยู่ที่ใดเล่า"

 

          "หากท่านต้องการใช้ ประเดี๋ยวข้าน้อยจะแจ้งที่หัวหน้าคนรับใช้หรือให้ข้าน้อยพาไปก็ได้ขอรับ"

 

          "เช่นนั้น--"

 

          ข้าที่กำลังจะอ้าปากพูดต่อเป็นต้องหุบปากดังฉับ พอหันขวับไปมองที่มาของรังสีทะมึนอย่างจ้องจับผิด อีกฝ่ายก็ทำลอยหน้าลอยตาอ่านหนังสือต่อ เจ้าหยวกกล้วยไม่ได้พูดอะไรก็จริง แต่เชื่อข้าเถิดว่ามันเงี่ยหูฟังตลอด มิเช่นนั้นเหตุใดตลอดการสนทนาข้าจึงได้เสียวสันหลังวาบตลอดเวลาเล่า !

 

          ...รังสีอำมหิตน่ะเก็บ ๆ ไปเสียบ้าง ! ใช้อะไรเยอะแยะ !!

 

          ข้ารีบโบกมือปฏิเสธ ไม่ได้อยากให้ลูกเต่าน้อยตนนี้ถูกย่างสดด้วยสายฟ้า "ไม่ต้อง ๆ ข้าไม่อยากรบกวนเวลาทำงานแล้วก็เวลาเรียนของเจ้าหรอก บอกข้ามาว่าอยู่ที่ไหนก็พอ" เจ้าหนูทำหน้าเสียดาย ข้าจึงพูดต่อด้วยรอยยิ้มบาง ๆ "ขอบใจเจ้ามากที่บอกเรื่องดีงามเช่นนี้"

 

          เจ้าลูกเต่ายิ้มเขินพร้อมยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยเล็กน้อยพร้อมแจ้งสถานที่แช่น้ำร้อนเสร็จสรรพ ข้าลูบหัวด้วยความเอ็นดูแล้วไล่อีกฝ่ายให้กลับไปเรียนหนังสือต่อ แต่ก่อนไปก็ยังมีพูดทิ้งท้ายให้ข้าเคาะหน้าผากเล่น

 

          "หากขาดเหลืออะไรโปรดแจ้งได้ที่ข้ารับใช้หรือข้าน้อยได้ตลอดเวลานะขอรับ"

 

          "ได้ เจ้าไปเถิด"

 

          ประเดี๋ยวจะโดนฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ !

 

          และแล้วบรรยากาศก็เข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ข้าลูบอกด้วยความโล่งใจพลางเหลือบมองนาฬิกาน้ำดูเวลาไปด้วย

 

          อืม ตอนนี้ก็เพิ่งจะยามเว่ย (13.00 - 14.59 น.) รอยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ก่อนแล้วค่อยแช่น้ำร้อนน่าจะเป็นการดีกว่า ระหว่างนี้ข้าก็หาอะไรทำฆ่าเวลาไป แน่นอนว่าไม่ใช่การอยู่กับเจ้าไป๋หยินในห้องนอนเป็นแน่ เพราะข้าหมกตัวอยู่ในห้องนานหลายวันจนเจ้าพวกจิ้งเหลนคิดสัปดนไปต่าง ๆ นานาแล้ว !

 

          เพ้ย ข้าก็แค่ชอบนอนเล่นเงียบ ๆ ทั้งผู้คนที่นี่ก็ไม่น่าข้องแวะผูกมิตรด้วยจึงไม่ได้ออกไปไหนต่อไหน เหตุใดพวกเจ้าจึงลือกันไปเช่นนั้น ?!

 

          ดังนั้นเพื่อเป็นการสยบข่าวลือโคมลอย ข้าจึงไปสิงสู่ห้องคนรับใช้แทน พวกมันจะได้สงบปากสงบคำ ในเมื่อหัวข้อวงสนทนาเป็นข้า ถ้ายังกล้าพูดอะไรแปลก ๆ บิดาจะลดเบี้ยหวัด !

 

          แน่นอนว่าเป็นการตรวจสอบไปในตัวด้วยว่าเจ้าพวกนี้ใช้เบี้ยหวัดที่ข้าให้ไปซื้ออะไรมาบ้าง ซึ่งก็เป็นของฝากทั้งนั้น เสื้อผ้าเอ่ย เครื่องประดับเอ่ย มีการแยกด้วยว่าของใครเป็นของใครถึงขั้นใช้กระดาษเขียนชื่อแปะเลยทีเดียว ก่อนที่หางตาข้าจะเหลือบเห็นชื่อของหัวคนรับใช้ เป็นเสื้อผ้าที่ถักทอด้วยผ้าไหมสวยงาม ข้าปรายตามองอย่างเฉยชา ในหัวนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เผชิญก่อนออกเดินทางแล้วแสยะยิ้มลอบวางแผนในใจ

 

          ... เห็นว่าอยากได้เสื้อผ้าเนื้อดีจากแดนเหนือนี่นะ ข้ากระแอมไอในลำคอเรียกความสนใจ ก่อนพูดด้วยสีหน้าจริงจังและเป็นการเป็นงาน

 

          "ข้าจะเป็นคนเก็บของฝากพวกนี้เอง หากเก็บไว้ที่นี่ เกรงว่าอาจมีผู้ไม่หวังดีมาขโมยไปได้ หากเป็นห้องพักของข้าคงไม่ต้องกังวลอะไร"

 

          แน่นอนว่าจิ้งเหลนดำของข้าตอบรับเสียงดังฟังชัด "ขอรับ ! นายท่านเฮย"

 

          ข้ายิ้มขำ ข้ารับใช้ของข้าเป็นพวกหัวอ่อน นอกจากจะเก่งเรื่องนินทาเจ้านายก็ไม่ค่อยสันทัดเรื่องที่ควรฉลาด     เพราะหากไตร่ตรองดูดี ๆ ดินแดนแห่งนี้ร่ำรวยมหาศาล โดยเฉพาะวังหลวง จะมาขโมยของมีค่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเพื่ออะไรกัน พวกคนจนก็ถูกคุมตัวอยู่ ไม่มีทางลักลอบเข้ามาได้อยู่แล้ว

 

          และดูเหมือนจะมีกลุ่มคนที่ฉลาดอยู่บ้าง ข้ารับใช้ของไป๋หยินส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามมาที่ข้าแล้วก้มหน้าหุบปาก เมื่อเห็นข้าจรดปลายนิ้วชี้ทาบที่ริมฝีปากพร้อมกับแย้มยิ้มด้วยความสุขี

 

          หากกลับถึงวังเฮยหลง ของฝากพวกนี้ถึงมือผู้รับอย่างแน่นอน มิต้องกังวล ข้ามิได้มีนิสัยลักกินขโมยกินอยู่แล้ว

 

          ...ส่วนของฝากสำหรับหัวหน้าคนรับใช้ ข้าได้ทำการยึดไว้เป็นกองกลาง ไว้เจ้านั่นทำตัวสมกับเป็นหัวหน้าคนใช้เมื่อใด ข้าจะเอาของฝาก (ที่จิ้งเหลนข้ารับใช้ซื้ออีกทีหนึ่ง) ไปฝากเจ้าแล้วกันนะ

 

          แต่นั่นก็คงจะไม่นานนักหรอก ข้าเป็นพวกคนใจอ่อนใจดีจะตายไป

          มากสุดก็คงร้อยปี ? สองร้อยปีกระมัง ?

 

(หัวหน้าคนรับใช้ร้องไห้แล้ว)

 

          หลังจากร่วมรับประทานอาหารมื้อเย็นกับเจ้าหยวกกล้วยเสร็จในยามโหย่ว (17.00 - 18.59 น.) ข้าก็นั่งจิบชาย่อยอาหารรอเวลาอีกครึ่งชั่วยามพลางจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นไป รวมถึงชุดที่ตั้งใจว่าจะเปลี่ยนหลังจากแช่บ่อน้ำพุร้อนเสร็จ ข้าแอบมองอีกคนที่ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่บนตั่งแล้วค่อย ๆ เดินออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูอย่างเงียบเชียบ

 

          ทิวากรลับขอบฟ้า เดือนกระจ่างนวลผ่องเร้นกายในเมฆา ตลอดทางเดินอันทอดยาวประดับด้วยโคมไฟส่องแสงสว่างสีเขียวอ่อนอมสีขาวเข้ากับพระราชวังที่เป็นหยกเนื้อดี ทั้ง ๆ ที่เป็นเขียวเกือบทั้งหมด แต่กลับดูเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด

 

          ข้าเดินลัดเลาะไปตามทางที่ลูกศิษย์ตัวน้อยเคยบอกไว้ บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งอยู่ไม่ไกลจากตัวห้องพัก ตามปกติจะมีแค่ท่านประมุขเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปใช้ ได้ยินมาว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของคนแดนบาดาลว่าจะนำพาโชคลาภมาให้ น้ำในบ่อเป็นสีเขียวมรกต ทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง เลือดลมขับดี ลือไปต่าง ๆ นานาว่าถึงขนาดรักษาโรคให้หายขาดได้ มิเช่นนั้นประมุขอู่กุยไห่คงไม่หวงแหน

 

          แต่สำหรับข้า เขาคงต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่า อุตส่าห์มีเงินให้ผลาญเล่นทั้งที คงไม่อยากใช้ของร่วมกับใครหรอก แต่... ถึงขนาดยอมเปิดให้ข้าและไป๋หยินใช้บ่อน้ำพุร้อนได้ตามสบายแบบนี้ ช่างใจกว้างดุจมหาสมุทรจริง ๆ รอยยิ้มของข้ากว้างขึ้นเรื่อย ๆ

 

          มีน้ำใจมากเหลือเกิน...

 

          นำสตรีมาตามราวีถึงห้องพัก ส่งคนมาจับตามอง ลอบวางยาในสุรา จับตัวคนจนเพื่อวางแผนทำบางอย่างที่คิดหลายตลบแล้วอย่างไรก็มิใช่เรื่องดี

 

          ประเสริฐนัก !!!

 

          คอยดูเถิด... หากคิดจะทำการใหญ่มากกว่านี้ ข้าจะจับถอดกระดอง ถอนหงอกบนหัวเสียให้เข็ด ! ท่านประมุขมังกรอุตส่าห์เขียนย้ำมาแล้วว่า "สามารถใช้วิธีบีบบังคับได้ *ทุกกรณี*" หากข้าไม่ใช้สิทธิ์ก็น่าเสียดายแย่

 

          หรือบางที... ข้าอาจไม่ต้องลงมือเองก็ได้

 

          โชคยังดีที่ประมุขเต่าไม่ได้โรคจิตถึงขนาดให้มีคนแอบติดตามข้ามาถึงบ่อน้ำร้อน มิเช่นนั้นข้าไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ข้าดึงกระชับสาบเสื้อให้แน่นขึ้นเมื่อมันคลายออกเปิดให้เห็นไหล่ลาด คราวก่อนออกจากห้อง ข้าเลือกสวมใส่แค่เสื้อชั้นในสีขาวบาง ๆ ตัวเดียว ไม่ได้ใส่เสื้อสีดำคลุมทับอย่างเช่นทุกครั้ง เพราะไม่ได้ไปไหนไกลแล้วก็สะดวกต่อการถอดดี

 

          ถึงเจ้าหยวกกล้วยจะขมวดคิ้วใส่เหมือนไม่สบอารมณ์ก็ตามที...

 

          เลี้ยวทางขวาตรงหัวมุมก็พบกับบานประตูหยกสีเขียวเข้มต่างจากบานประตูทั่วไปที่มักจะทำมาจากไม้ ข้าใช้มือผลักออก ไออุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวหน้าจนต้องหรี่ตา ก่อนย่างก้าวเข้าไปข้างในด้วยความตื่นตะลึง

         

          ก็รู้อยู่ว่าไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้

 

          แม้ตัวพระราชวังเต่าจะประกอบด้วยหยกเขียวมรกตเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบ้างที่ใช้เป็นหยกเนื้อธรรมดาสีดาษดื่น แต่ด้วยการก่อสร้างจากช่างฝีมือจึงดูกลมกลืนไม่แปลกแยก แต่ที่นี่... กล่าวได้ว่าเป็นหยกจักรพรรดิทั้งหมด ข้าถอดรองเท้าออกแล้วจรดปลายเท้าเปลือยเปล่าลงกับพื้น ทำมาจากหยกจักรพรรดิจริง ๆ แผ่ไอเย็นสบาย ทำให้ไม่อบอ้าวจนเกินไป ทั้ง ๆ ที่มีมูลค่าสูงและหายากมากแท้ ๆ เรื่องที่ยอมคารวะประมุขเต่าเห็นจะมีแต่เรื่องนี้เรื่องเดียวกระมัง ข้าเหลียวหันไปดูรอบ ๆ ด้วยความสนใจ

 

          อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำในลำคอ "ใช้เงินสร้างไปเท่าใดกันนี่ ?"

 

          เพราะเป็นบ่อน้ำพุร้อนแบบเปิด ด้านบนจึงไม่มีเพดานให้เกะกะลูกตา แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องแสงสว่าง หากเป็นหยกชนิดนี้จะมีแสงอยู่ในตัว ทำให้สว่างเสมือนตอนกลางวัน ทั้งยังมีรั้วรอบขอบชิดเป็นอย่างดีประกอบกับลมเย็นที่พัดผ่าน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ไม่ยากนัก ภายในนี้กว้างขวางมาก มีพื้นที่ให้ชำระร่างกายก่อนลงแช่น้ำ ข้าเห็นว่ามีตะกร้าสำหรับเก็บข้าวของวางอยู่จึงไม่รอช้าที่จะถอดเสื้อออก

 

          มาแช่น้ำร้อนก็ต้องเปลือยกายล่อนจ้อนเป็นธรรมดา ทั้งยังไม่มีผู้อื่นให้กระดากอาย จะกลัวอันใด ?

 

          ข้าคลายปมเชือกที่ผูกไว้ เสื้อตัวบางหลุดออกเผยให้เห็นเรือนร่างสันทัดกำยำ ไม่หนาหรือบางจนเกินไป กำลังดีและสมส่วน ทั้งแลดูองอาจ เพราะเต็มไปด้วยบาดแผลทั่วตัว โดยเฉพาะตรงบริเวณลำคอใกล้กับบ่าที่ยังมีแผลฟกช้ำเลือดสีม่วง ที่ผ่านมานานแล้วก็ยังไม่หายสนิทดี

 

          ไม่ต้องบอกว่าเป็นฝีมือใคร มีอยู่แค่คนเดียว

 

          น่าเจ็บใจตรงที่ร่างแปลงกับร่างจริงเวลาบาดเจ็บ บาดแผลจะยังคงอยู่เหมือนเดิมทั้งสองร่าง ตรงส่วนที่เกล็ดบิ่นไปคงต้องเวลาอีกหลายสิบปีกว่าจะฟื้นตัวนั่นหมายความว่าบาดแผลทางกายภาพในร่างจำแลงนี้จะไม่มีวันหายจนกว่าร่างมังกรจะเยียวยากลับเป็นสภาพเดิม

 

          แต่ช่างเถิด... แผลแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ได้เจ็บปวดเลยด้วยซ้ำ

 

          ปากคาบผ้ารัดผมเอาไว้ มือรวบเส้นผมสีดำขลับขึ้นมัดเป็นหางม้าไว้หลวม ๆ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ให้ใกล้กับถังน้ำ ใช้ขันตักน้ำสะอาดในถังไม้ล้างไปตามแนวลำตัว ไล่จากบนลงล่าง ฝ่ามือลูบชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดค้างมาทั้งวันออกจากร่างกาย คงจะไม่ดีสักเท่าใด หากแช่น้ำลงไป ทั้ง ๆ ที่เนื้อตัวยังสกปรก เกรงใจเจ้าบ้านเขา

 

          ทำความสะอาดร่างกายจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ข้าก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ส่องคันฉ่องตรวจความเรียบร้อยว่ามีจุดไหนที่ไม่ยังสะอาดบ้างก็ไม่พบจึงเคลื่อนตัวไปยังบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง

 

          "สีเขียวมรกตจริง ๆ ..."

 

          ข้ารำพึงเสียงแผ่วเบา กระทั่งตัวบ่อก็ยังทำมาจากหยกจักรพรรดิชั้นยอด ทั้งยังกว้างขวางเกินกว่าที่จะแช่แค่คนเดียว เชื่อเขาเลยจริง ๆ บางทีนี่คงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ไม่อยากใช้ร่วมกับใคร ข้ายกยิ้มพึงพอใจ ไม่ได้แช่น้ำร้อนมานานเหลือเกิน โดยเฉพาะคนธาตุหยินมากกว่าหยางเช่นข้า สมควรที่จะแช่อาทิตย์ละครั้ง แต่น่าเสียดายที่แดนมังกรเราไม่ค่อยจะมีบ่อน้ำพุร้อนให้แช่สักเท่าใดนัก

 

          แต่จะให้ลงไปสุ่มสี่สุ่มห้าก็ใช่เรื่อง ประเดี๋ยวจะเป็นมังกรต้มสุกไปเสียก่อน

 

          ข้านั่งลงกับขอบบ่อน้ำร้อน ใช้มือวักแตะ ๆ น้ำดูแล้วค่อย ๆ ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาจุ่มลงกับบ่อน้ำพุร้อนช้า ๆ ข้าเลิกคิ้วขึ้น ขนาดเป็นน้ำร้อนก็ไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกอุ่นขึ้นมาเลย แค่... เย็นน้อยกว่าปกติ นั่นสินะ จะมาเอาอะไรกับร่างกายของข้าที่หยินมีพลังมากกว่าหยางกัน

 

          จากแช่แค่ขา ขยับขึ้นมาถึงเข่า เรื่อยมาจนถึงโคนขาอ่อนแล้วเปลี่ยนมาเป็นแช่ครึ่งตัวในที่สุด

 

          ที่ไม่พรวดพราดหย่อนตัวลงไปในทันทีก็เพื่อให้ร่างกายได้คุ้นเคยกับน้ำร้อนเสียก่อน ถึงอุณหภูมิร่างกายของข้าจะผิดแปลกจากชาวบ้านเขาก็ไม่ควรประมาท ดูสิ จากน้ำที่เคยคิดว่าเย็นน้อยเฉย ๆ กลับอุ่นขึ้นมาทีละนิด ร่างกายข้ากำลังปรับสมดุล

 

          ...สบายดีจัง

 

          ข้าเอนกายพิงไปกับขอบบ่อ ปิดเปลือกตาลงช้า ๆ อย่างผ่อนคลาย เหยียดสองแขนวาดไปใต้น้ำเกิดเป็นระลอกคลื่นเล็ก ๆ กระจายตัวออกไป เรือนผมสีดำน้ำหมึกที่หลุดลุ่ยจากผ้ารัดผมแนบลู่ไปกับสรีระร่างกายราวกับภาพวาดศิลปะชิ้นหนึ่ง รูปกายที่ไม่ได้ผุดผ่องงดงาม เนื้อตัวที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่หยาบกระด้างเลยแม้แต่น้อย กลับแข็งแกร่ง สง่างามและทรงพลัง เกิดเป็นความงามอันยากแท้หยั่งลึก ผู้ชมศิลปะนิรนามได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนกลับมาเต้นเป็นปกติอีกครั้ง

         

          แซ่ก...

 

          ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร

 

          "ไป๋หยินงั้นรึ"

 

          ข้าวักน้ำขึ้นมาลูบไปตามเนื้อตามตัวไ ไม่ได้รู้สึกแตกตื่นกับการมาเยือนของคน ๆ นี้เลยสักนิดเดียว ใคร ๆ ก็อยากมาแช่น้ำตอนกลางคืนทั้งนั้น อีกอย่าง... คนที่มีสิทธิ์เข้าใช้ที่นี่ก็มีแค่ข้ากับไป๋หยินเท่านั้น ไม่รวมเจ้าของตัวจริงน่ะนะ

 

          "... ข้าเอง"

 

          ไป๋หยินตอบรับสั้น ๆ โดยมีเสียงน้ำที่ถูกตักราดดังขึ้นเป็นระยะ ข้าไม่ได้หันไปมอง เพราะไม่รู้จะมองไปทำไม คงจะชำระล้างร่างกายให้สะอาดก่อนลงแช่น้ำร้อนเหมือนกับข้านั่นแหละ

 

          ข้าไม่ได้ถามอะไรต่อ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ว่าตัวมันเบาขึ้น หายใจหายคอได้สะดวก สงสัยที่เขาลือกันว่าบ่อน้ำพุร้อนมีสรรพคุณเป็นเลิศจะไม่ใช่เพียงแค่ข่าวลือกระมัง

 

          ...ว่าแต่เจ้าหยวกกล้วยจะขัดตัวให้สะอาดทุกซอกทุกมุมเลยหรืออย่างไร ?

 

          ข้าขมวดคิ้วด้วยความสงสัย คือมิได้คิดจะเร่งเร้าอันใดหรอก แต่มันจะนานมากไปแล้วกระมัง เดี๋ยวตัวจะได้เปื่อยกันพอดี เสียงตักน้ำก็หยุดไปนานแล้ว จากที่ตะแคงหูฟังเสียงลมหายใจก็อยู่ใกล้ ๆ แค่นี้เอง

 

          แล้วทำไมยังไม่ลงมา ?

 

          "แล้วเจ้าจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานหรือไม่ มาลงบ่อน้ำร้อนได้แล้ว ข้างบนหนาวจะตายไป หรือเจ้าอยากจะแข็งตายข้าก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ"

 

          ข้าพูดขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เกิดแรงสั่นสะเทือนบางเบา น้ำกระฉอกล้นออกจากบ่อ เมื่อเปิดเปลือกตาก็พบกับเจ้าของดวงหน้าคมคายอยู่ฝั่งตรงข้าม เจ้าหยวกกล้วยเท้าแขนไปด้านหลังพิงกับขอบบ่อจรดสายตามองข้าแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

          ...หือ ?

 

          ข้าเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ผิดปกติ นี่มันผิดปกติ ไหน.. เจ้าหยวกกล้วยที่เอาแต่จ้องข้าตาเป็นมันผู้นั้นมันหายไปไหนเสียแล้วล่ะ ?

 

           เหตุใดจึงทำท่าราวดรุณีแรกแย้มในห้องหอที่เพิ่งเคยเห็นเรือนร่างบุรุษเป็นครั้งแรก

 

          ข้าอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายไม่สนใจ ถือโอกาสสอดส่องสายตามองร่างกำยำ ยามปกติข้าก็ไม่ใคร่จะสนใจในรูปกายของผู้อื่นสักเท่าใดหรอก แต่คงมิใช่กับอดีตเด็กน้อยผู้นี้

 

          กาลเวลาไหลผ่าน ข้าอดใจหายมิได้ เด็กหนุ่มผอมแห้งในวันนั้นจวบจนวันนี้เรามีรูปร่างที่พอ ๆ กันแล้ว ต่างตรงที่เจ้าหยวกกล้วยมีผิวพรรณดี เนียนละเอียด เกลี้ยงเกลากว่าและไร้ซึ่งบาดแผล ข้ากระตุกยิ้มมุมปากเหมือนถูกตอกย้ำความพ่ายแพ้อย่างไรก็มิทราบ เรือนผมสีแสงจันทร์ปล่อยสยายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนลอยไปกับผิวน้ำ

 

          ข้ากวาดสายตามองไปเรื่อย ๆ ต้องยอมรับว่าไป๋หยินเป็นคนรูปงาม สมควรแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นมังกรหน้าหยก ขนงคิ้วคมเข้มรับกับสันจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสีระเรื่ออย่างคนสุขภาพดี เค้าโครงหน้าที่ราวกับได้รับมอบจากสวรรค์ รูปร่างสูงโปร่ง แข็งแรง กล้ามเนื้อไร้ที่ติ ทั้งสีผิวยังผ่องเป็นยองใย ดูอย่างไรก็เป็นบุคคลที่สวรรค์รักใคร่โปรดปราน ต่างจากข้าโดยสิ้นเชิง

 

          เสียก็ตรงที่ปากปีจอและใจร้อนมากไปหน่อย

 

          "หึ..."

 

          ข้าหลุดหัวเราะไปคำหนึ่งอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ เพราะดันนึกถึงเรื่องตลกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ตอนนั้นข้านั่งห้อยขาบนหลังคาเรือนคนใช้ แอบดักฟังเจ้าพวกจิ้งเหลนดำจับกลุ่มนินทาตามปกติ แต่จะพิเศษหน่อยตรงที่พวกมันไม่ได้นั่งซุบซิบเรื่องข้า

 

          แต่เป็น...

 

        "นายท่านไป๋นี่ตัวขาวจริง ๆ นะ ผิวขาวผ่องเป็นยองใย เนียนสวยยิ่งกว่านายท่านของพวกเราเสียอีก ! ข้าอยากรู้เหลือเกินว่า... ตรงนั้นน่ะ ของลับของท่านมังกรขาว มันจะขาวสมชื่อด้วยหรือเปล่า ?"

 

          หลังจากนั้นข้ารับใช้ที่ปากพล่อยหลุดพูดเรื่องคอขาดบาดตายก็ถูกตะปบปากอย่างรวดเร็วจนข้ามองตามแทบไม่ทัน ได้ยินเสียงตีแขนดังเพียะ ๆ ขึ้นหลายครั้ง น้ำหนักการลงแรงแต่ละทีนี่ไม่น้อยเลย โดนตีจนแขนช้ำไม่พอ ทั้งยังถูกดึงลิ้นออกมาข่มขู่ว่าจะให้มังกรขาวตัดลิ้น เจ้ากล้าพูดอะไรออกมา ?! ดีนะที่มีแค่พวกเราอะไรทำนองนั้น

 

          จำได้ว่าข้านั่งขำเป็นบ้าเป็นหลังอยู่บนหลังคาจนกระเบื้องแทบหลุดเลยทีเดียว

 

          น่าเสียดาย... ข้ากดยิ้มมุมปากพร้อมลากสายตามองต่ำลงไป ไล่ตั้งแต่ไหปลาร้า แผ่นอกเรื่อยมาจนถึงหน้าท้องและเอวหนา น้ำสีเขียวขุ่นกรุ่นไอร้อนปิดบังจุดยุทธศาสตร์จนหมดสิ้น หากน้ำมันใสกว่านี้สักหน่อย ข้าคงหาคำตอบให้มันได้ และดูเหมือนการกระทำของข้าจะโจ่งแจ้งไปสักหน่อย ไป๋หยินที่เงียบเป็นนกกา นกกระจอกไม่มีเสียงอยู่นานก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่ต่างจากสีหน้า

 

          แต่ไม่รู้ทำไมฟังแล้วกลับ... แฝงความกระอักกระอ่วนใจนิด ๆ

 

          "... ท่านมองอะไร"

 

          "บุรุษด้วยกัน ไยต้องเขินอาย ?"

 

          ข้าแสร้งถามเสียงเย้าแหย่ เพราะรู้ดีว่าเจ้าหยวกกล้วยไม่มีทางกระดากอายกับเรื่องแค่นี้หรอก มันหน้าหนาหน้าทนจะตายไป... แต่ใครจะไปนึกว่าภายในระยะเวลาสั้น ๆ ราวกับความร้อนระอุมารวมกันไว้ที่ดวงหน้าหยก ข้าเบิกกว้างเมื่อเห็นผิวที่ขาวละเอียดถูกสีชาดกลืนกินจนแดงปลั่ง ไม่เว้นกระทั่งใบหูและลำคอ

 

          "..."

 

          หรือไป๋หยินคนนั้นกำลังเขินอายจริง ๆ ?!

 

          ในที่สุดข้าก็คลำหาเส้นเสียงตัวเองเจอ ถามกลับไปอย่างเหลือเชื่อ "เจ้าหน้าแดง ?"

 

          "...น้ำมันร้อน"

 

          ข้ออ้างข้าง ๆ คู ๆ

 

          ข้าหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์ยามแลเห็นไป๋หยินเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอีกครั้ง หลับหูหลับตาเหมือนไม่ยอมรับความจริงบางอย่าง ประกายไฟเล็ก ๆ ที่เรียกว่าความกล้าถูกจุดขึ้นมาในจิตใจ

 

          "งั้นหรือ ?"

 

          ชักสนุกขึ้นเสียมาแล้วสิ

 

          "หากเจ้าร้อนก็เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ ข้านี่"

 

          "..."

 

          "ร่างกายข้าเย็นเป็นพิเศษ คงจะช่วยเจ้าคลายร้อนได้ไม่มากก็น้อย" ข้าเอียงคอถาม "เจ้าเองก็คิดเช่นนั้นมิใช่หรือ ?" ข้าไม่พูดเปล่า เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ม่านตาสีเงินหดเล็กลงเหมือนกำลังประเมินว่าข้าจะทำอะไร วงหน้าหล่อเหลาชื้นเหงื่อ ไรผมเปียกชุ่ม ได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัด

 

          ผู้ที่อยู่เหนือกว่าตอนนี้ ดูท่าทางจะเป็น...

 

ข้า

 

          ท่ามกลางความเร้นลับอันเงียบ เราสองอยู่ห่างกันไม่ไกลนัก ใบหน้าของข้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม ยิ้มให้กับเด็กน้อยที่กำลังน้ำท่วมปากและจนตรอกอย่างแท้จริง ...นี่คงจะเป็นความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่มันต้อนข้าให้จนมุม

 

          แต่ถ้าเจ้าเงาดำรู้เข้าว่าข้าใช้วิธีนี้ล่ะก็... ไม่อยากจะคิดเลย

 

          "ท่านกำลังยั่วข้า"

 

          เหมือนว่าเจ้าหยวกกล้วยเพิ่งจะเค้นเสียงพูดลอดไรฟันออกมาได้ ฟังดูอดทนอดกลั้นอย่างไรชอบกล ข้าคลี่ยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สาพลางยักไหล่ใส่โดยไม่รักษากิริยา

 

          "ยั่วโมโหน่ะใช่... แต่ยั่วอย่างอื่นเกรงว่าจะมิใช่"

 

          ตอนนั้นเองที่เจ้าหยวกกล้วยผุดลุกขึ้นมาจนน้ำร้อนกระเด็นกระดอนออกจากบ่อ ยังไม่ทันที่ข้าจะได้ตั้งสติอะไร ร่างสูงก็หยิบเสื้อคลุมมาสวมอย่างรวดเร็วและเดินลิ่วไปไกลนู่นแล้ว ข้าอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

 

          "เจ้าแช่น้ำยังไม่ถึงหนึ่งก้านธูปเลยนะ !"

 

          ข้าตะโกนไล่หลัง ทันเห็นใบหูที่ยังคงแดงระเรื่อไม่หาย เสียงบานประตูถูกปิดพอดีกับตอนที่ข้าตะเบ็งเสียงหัวเราะดังลั่นจนปวดท้องไปหมด ข้าตีแขนลงกับน้ำระบายอารมณ์ มืออีกข้างปิดปากพยายามกลั้นขำสุดชีวิต

 

          เด็กก็คือเด็ก ! เด็กจริง ๆ ฮะฮะฮะ !! สาแก่ใจข้ายิ่งนัก เจ้างูเผือกเอ๊ย ขอยืมคำเจ้าเงาหน่อยก็แล้วกัน ไม่สิ เป็นงูเผือกต้มสุกเสียด้วย แดงก่ำไปทั้งตัว ! บัดซบ... รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกเลย ข้าที่กำลังตัวสั่นงันงกเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ได้ยินเสียงแหลม ๆ ที่ไม่ได้ยินมานานหลายวัน

 

          เจ้าเงาน้อยปรากฏตัวพร้อมกับน้ำเสียงที่ฟังดูฉงนเล็กน้อย

 

          [เฮยหยาง~ ข้ากลับมาแล้วว เมื่อกี้ข้าเดินสวนกับเจ้าลูกงูบัดซบล่ะ หน้ามันแดงเหมือนจะคั้นออกมาเป็นเลือดได้เลย แปลกคนจริง ๆ ]

 

          เห็นอยู่... ก็อยู่ด้วยกันจนถึงเมื่อครู่นี้นี่นะ

 

          ข้าส่งกระแสจิตตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ พอคุมสติอารมณ์ได้แล้วก็เอนหลังพิงกับขอบบ่ออย่างผ่อนคลายอีกครั้ง รอจนครบสองเค่อแล้วค่อยขึ้นก็แล้วกัน แต่ดูเหมือนจะมีคนที่ไม่ได้สติโพล่งขึ้นมาด้วยความแตกตื่น

 

          [เจ้า เจ้าแช่น้ำร้อนกับมันรึ ??!]

 

          ก็ใช่...

 

          [ไม่นะ !! นี่คะ- แค่ข้าไม่อยู่ไม่กี่วัน เฮยหยางก็...  ไม่ ! ทำไมกัน ! ข้า ข้าไม่ยอมนะ เฮยหยางถูกล่อลวงแล้ว !!! แงงง~]

 

          อา... เสียงดังแปดหลอดดีจริง ๆ

 

          ถึงแม้เจ้าเงาน้อยจะกรีดร้องเสียงแสบทรวงเพียงใด ข้าก็ยังคงแช่น้ำร้อนต่ออย่างสบายอกสบายใจอยู่ ทว่าเมื่อหลับตาลงกลับมีภาพของใครคนหนึ่งติดตาจนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงพึมพำในลำคอ

 

          แต่นั่นก็เป็นการราดเชื้อเพลิงบนกองไฟของเจ้าเงาน้อยอีกครั้ง

 

          "อืม... ขาวจริง ๆ ด้วยแฮะ"

 

          [อะไร ?! ใครขาว ??! เฮยหยางที่เจ้าพูดเมื่อกี้หมายความว่าอย่างไร !! ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้นะ ! ...บัดซบที่สุดดด บาปกรรมข้าแท้ ๆ ที่ติดบ่วงเสน่ห์มารยาหญิงงาม ฮึก... ]

 

และแล้วแผนการเอาคืนฉบับเฮยหยางก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีด้วยประการฉะนี้

 

 

┴┬┴┤( ͡° ͜ʖ├┬┴┬

 

          *แอบซุ่มอยู่หลังบ่อน้ำพุร้อนเงียบ ๆ* ... เขายังไม่ได้จูจุ๊บกัน แต่เขาเห็นร่างเปลือยของกันและกันแล้วค่ะแม่

 

          คนเขียนเขินไม่ไหวแล้วววว 5555555 ทำไมฉันเขินขนาดนี้ บ้าจริง ฉันเขียนอะไรลงไปวะเนี่ย ฮ่าาา ไป๋หยินกลายเป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มไปซะแล้ว ( V 3 V ) เสียชื่อหมดด สำหรับทุกคนที่บอกว่าเฮยหยางน่ารัก สำหรับเราแล้วพี่แกก็ยังมีความแมนชวนให้ใจเต้นอยู่นะ อะฮิ~

 

          ขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นนะคะ อ่านคอมเมนต์แล้วชื่นใจมาก ก ล้านตัวไปเล๊ย ! *หัวเราะ* ดีใจมาก ๆๆๆ จะพยายามอัปให้ตลอดและต่อเนื่องนะคะ ตอนนี้ก็เซอร์วิสสุด ๆ แล้ว รู้สึกยังไงก็เมนต์กันมายาววววว ๆ เลย เราชอบอ่านเมนต์มาก เลยนะ อ่านวนซ้ำอยู่นั่นแหละ XD

 

          ตอนนี้ก็จะ... หน่อย ๆ 5555 ตอนต่อไปจะเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจแล้วค่ะ

 

          1 เมนต์ = กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 158 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #147 นกน้อย5 (@2612547) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 22:11
    น้องไป๋เขิน55+
    #147
    1
  2. #72 บาบาน่า (@FISHOKUN) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 14:25
    น้องไป๋~~~ เห็นแอบหลอกกินเต้าหูพี่หยางอยู่บ่อยๆ ไม่คิดว่าพอเห็นร่างเปลือยพี่เขาแล้วจะไปแทบไม่เป็น 5555.โอ๊ย เอ็นดูนางงง
    #72
    1
  3. #54 raabporn2016 (@raabporn2016) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 20:18
    เฮยหยางถ้าอยากอยู่เหนือน้องไป๋ล่ะก็ แต่งกันเร็วๆเซ่!!! รับรองอยู่เหนทอทุกอย่างเว้นบนเตียง น้องจะอยู่ล่าง โอเครเนอะ~ แฟร์ๆ
    #54
    15
    • #54-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 12)
      11 มีนาคม 2562 / 20:19
      จริง ๆ ก็อยู่เหนือได้อีกอย่างหนึ่งนะคะ ... เหนือร่าง On top (///\\\)
      #54-1
    • #54-3 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 12)
      11 มีนาคม 2562 / 21:28
      ไม่โดนเชือดหรอกค่ะ เพราะจะนั่งตักหรืออะไร(?) ไป๋หยินก็ชอบทั้งนั้น 5555
      #54-3
  4. #53 Rindis (@Rindis) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 17:24

    ไป๋หยินผู้อ่อนต่อโลก(ของผู้ใหญ่)55555


    #53
    1
    • #53-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 12)
      11 มีนาคม 2562 / 17:26
      ยังต้องฝึกฝนอีกมากค่ะ 55555 XD
      #53-1
  5. #52 prankmaprank (@prankmaprank) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 08:52

    เขิน​นนน ใจเต้นแรงมากหายใจหืดหอบสุดๆเลย​ แงงงงง​
    #52
    1
    • #52-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 12)
      11 มีนาคม 2562 / 10:38
      *ยัดยาดม* อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะคะะะ XD อยู่ฟินด้วยกันก่อนน 5555
      #52-1
  6. #51 parabola321 (@parabola321) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 22:28
    เขินแทนเลยอ่าาาาาา
    #51
    1
    • #51-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2562 / 22:38
      ไรท์ก็เขินค่าาาา ////////
      #51-1
  7. #50 pinus shozu (@jeep2000) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 19:13
    น้องเขินเบอร์แรง ขาวขนาดนั้นเลยหรอคะพี่หยาง55555
    #50
    1
    • #50-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2562 / 19:44
      เจอแบบนี้ใคร ๆ ก็เขินน 5555
      ขาวไหมน้าาา อาจจะเป็นตัวขาว มือขาวก็ได้~
      #50-1
  8. #49 ราชินีขี้เซา (@0983163561) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 18:33

    เขาเห็นร่างเปลือยกันแล้ว
    #49
    1
    • #49-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2562 / 18:37
      ข้ามขั้นไปหน่อย 55555 XD
      #49-1
  9. #48 JKthunhaw (@0902143426) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 18:18
    ไป๋หยินต้องไปฝึกมาอีกนะน้องนะ555555555
    #48
    1
    • #48-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2562 / 18:32
      หนทางยังอีกยาวไกล 555555
      #48-1