SF EXO รวมเรื่องสั้น EXO > WOLF.2 > KAIDO FT.EXO

ตอนที่ 3 : รักข้ามภพ 2 > KaiDo vs KrisBaek ft.EXO > ตอนที่ 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 929
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 ต.ค. 56

                                

****************************************************************************************

     

  

หลักฐานชิ้นนี้ได้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของเราบางอย่างให้แตกต่างจากเรื่องที่เราได้รู้มาอย่างสิ้นเชิง  หลักฐานที่ได้บันทึกไว้ในยุคโบราณของเรา  ยุคที่ได้ชื่อว่ารุ่งเรืองและเกรียงไกรที่สุดในประวัติศาสตร์  อีกแง่มุมของกษัตริย์อินฮวางที่ไม่เคยมีใครได้รู้

 

                                             

เสียงพิธีกรที่รอคอยเปิดตัวงานชิ้นเอกและชื่อของกษัตริย์อินฮวางก็ทำให้ดีโอชะงักกึก  กษัตริย์อินฮวางงั้นเหรอ  ราชาจงอิน   ดีโอค่อยๆ ก้าวเดินไปด้านหน้าเวที  ไปยืนร่วมกลุ่มกับผู้คนที่ออกันอยู่ด้านหน้าอย่างลืมตัว  พรึ่บ!!  เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศเมื่อผ้าคลุมถูกเปิดออก  แผ่นป้ายจารึกที่ถูกจารึกลงด้วยอักษรโบราณ  อักษรที่บอกกล่าวถึงหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าที่สูญหายไป

 

 

พิธีกรถือไมค์ยืนยิ้มกวาดสายตามองหน้าผู้ร่วมงาน ครับ  อย่างที่เรารู้ในประวัติศาสตร์กษัตริย์อินฮวางคือกษัตริย์ที่เก่งกาจ  ท่านได้วางรากฐานด้านการเมือง  การทหารและด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศเรามาช้านาน  แต่ในประวัติศาสตร์นับแต่อดีตจนถึงตอนนี้มันไม่เคยมีการกล่าวถึงมเหสีหรือนางในของกษัตริย์พระองค์นี้เลย  แต่สำหรับจารึกโบราณที่เราได้นี้มันกลับไม่ใช่  นี่คือประวัติการแต่งตั้งอัครมเหสีเพียงพระองค์เดียวที่มีอยู่

 

 

เสียงพิธีกรทำให้ดีโอรู้สึกขนลุกซู  อัครมเหสีของกษัตริย์อินฮวาง  มเหสีเพียงพระองค์เดียวที่มัดใจจอมราชันย์ผู้เก่งกาจเอาไว้ได้  ครับ  ตามจารึกนี้เราได้รับการยืนยันจากทางสถาบันค้นคว้าประวัติศาสตร์แล้ว  นี่คือหลักฐานที่กษัตริย์อินฮวางแต่งตั้งหนึ่งในพระสนมของพระองค์ขึ้นเป็นอัครมเหสีหลักการจลาจลครั้งใหญ่ในเมืองได้สงบลงราวห้าปีให้หลัง  ในบันทึกกล่าวว่าแม่ทัพเอกแห่งมหานครซูซาได้เป็นผู้ไขคดีนี้จนมีความกระจ่าง

 

 

แต่ในบันทึกไม่ได้บอกไว้ว่าเป็นแม่ทัพท่านใด   ดีโอที่ยืนฟังอยู่คลี่ยิ้มบางเบาริมฝีปากบางเอ่ยคำพูดออกมาอย่างเลื่อนลอย แม่ทัพอู๋ฟาน  องค์ชายอู๋ฟาน   ดีโอยกมือบางขึ้นลูบเหรียญที่คล้องคออยู่เบาๆ อย่างลืมตัว ภายหลังจากได้ข้อพิสูจน์ว่าพระสนมอันเป็นผู้ให้กำเนิดองค์รัชทายาทเป็นผู้บริสุทธิ์  ในตอนนั้นยังคงมีสงครามใหญ่รายล้อมอาณาจักร  ทำให้กษัตริย์อินฮวางยังไม่อาจประกาศความจริงให้กับประชาชนได้รู้

 

 

แต่พอสิ้นสงครามและมหานครซูซาได้ชัย  กษัตริย์อินฮวางก็ได้มีการเรียกประชุมเหล่าขุนนางและมีการราชโองการแต่งตั้งพระสนมที่จากไปขึ้นเป็นอัครมเหสี  และประกาศไม่รับสนมนางในคนใดอีกในวันเดียวกัน  และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ประวัติด้านวังหลังของกษัตริย์พระองค์นี้หาได้ยากยิ่ง  อย่างที่รู้กันว่ากษัตริย์สมัยก่อนจะมีสนมเป็นสิบ  หรืออาจมีเป็นร้อย  แต่กษัตริย์อินฮวางกลับรักมั่นแต่กับคนเพียงคนเดียว

 

 

อา .. ลองคิดกันดูเล่นๆ นะครับหนุ่มๆ สาวๆ พิธีกรเว้นช่วงหลังบรรยายจบพร้อมกวาดตามองผู้คนภายในงานด้วยแววตามีประกายระยับ  ลองคิดดูสิครับว่าพระสนมคนนั้นจะงดงามสักเพียงใด  พระสนมจะเป็นคนแบบไหนกันนะที่สามารถมัดใจจอมราชันย์หนุ่มที่เก่งกาจขนาดนั้นได้  อา  คิดๆ แล้วช่างน่าอิจฉาเสียจริงๆ หรือทุกท่านว่ายังไงครับ   พิธีกรพูดทีเล่นทีจริงแล้วหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นผู้คนรอบๆ ตัวพยักหน้าเห็นด้วย

 

 

เสียงตอบรับดังอื้ออึงภายในงาน  จะต่างก็คงมีเพียงแค่ดีโอที่เอาแต่ยืนเหม่อลูบเหรียญที่คอตนเองอย่างเลื่อนลอย  และไคที่ยืนมองดูดีโออยู่ห่างๆ ด้วยความรู้สึกที่สับสน  เขาควรจะโกรธหรือควรจะหึงดีไหม  หึงคนที่ไม่มีตัวตน  หึงคนที่ตายไปแล้วเป็นพันๆ ปี  และยังเป็นคนที่ไม่มีวันก้าวขึ้นมาเทียบและแย่งดีโอไปจากเขาได้  แต่เพราะสีหน้าและแววตาของดีโอทำให้ไคต้องกำมือแน่นก่อนหันหลังเดินออกไปปล่อยให้ดีโอได้แต่ยืนนิ่งมองแผ่นจารึกนั่นต่อไปเพียงลำพัง

 

 

ยุคอดีต ... ห้าปีต่อมา ...  ภายหลังการประกาศราชโองการแต่งตั้งพระสนมคยองซูเป็นอัครมเหสีออกไป  ราชาจงอินก็มุโหมงานบริหารอย่างหนักจนไม่ยอมหลับยอมนอน  ซ้ำในยามค่ำคืนราชาจงอินยังเดินออกไปยืนมองพระตำหนักของพระสนมคยองซูอยู่อีกเป็นเวลานาน  พอผ่านไปนานวันเข้าสุขภาพที่มีก็เริ่มที่จะย่ำแย่  ข่าวการโหมงานและอาการตรอมใจที่มีอยู่ติดต่อกันมานานหลายปีทำให้ผู้ภักดีทุกฝ่ายล้วนรู้สึกหนักใจ

 

 

องค์ชาย ... ไปพูดกับฝ่าบาทหน่อยไม่ได้เหรอ  ทำแบบนี้ต่อไปดีโอก็ไม่กลับมาหรอกนะ  ซ้ำถ้าดีโอรู้เขาต้องไม่ดีใจแน่ที่รู้ว่าราชาจงอินทำแบบนี้เพราะตัวเองเป็นต้นเหตุหน่ะ   แบคฮยอนเอ่ยในขณะช่วยเปลี่ยนชุดทหารของแม่ทัพอู๋ฟานออกภายหลังจากการเข้าเฝ้าราชาจงอิน  แบคฮยอนใช่ว่าข้าจะไม่เคยพูดเสียเมื่อไหร่  แต่จงอินฟังข้าเสียเมื่อไหร่กันเล่า  นี่ถ้าไม่ขู่ให้ห่วงจงแดบ้างหากเขาต้องเป็นอะไรไปหละก็  ข้าคิดว่าจงอินต้องไปปูฟูกนอนหน้าพระตำหนักของคยองซูแน่ๆ

 

 

สมเป็นผัวเมียกันจริงๆ ดื้อพอกันเลยทั้งคู่  ดีโอก็เหมือนกันรายนั้นเห็นแบบนั้นก็เถอะบทจะดื้อหละก็ใครก็ห้ามไม่ฟังเหมือนกัน  เฮ้ออออ  โชคดีนะที่จงแดเป็นเด็กดีไม่ติดความดื้อของพ่อกับแม่มาด้วย   แบคฮยอนว่าในขณะที่มือบางยังคงจัดคอเสื้อขององค์ชายอู๋ฟานให้เข้าที่  แบคฮยอนตรวจดูความเรียบร้อยของชุดอีกหนก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ  นานแล้วที่ไม่ได้เห็นองค์ชายอู๋ฟานในชุดคุณชายแบบนี้

 

 

หมับ!!  อ๊ะ อง  องค์ชาย   แบคฮยอนร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อร่างตนถูกวงแขนแกร่งรวบเข้าไปกอดเอาไว้แน่น  องค์ชายอู๋ฟานวางคางตนลงบนไหล่บาง  ก่อนกระชับอ้อมแขนของตนให้แน่นขึ้น  ท่าทีที่เปลี่ยนไปขององค์ชายอู๋ฟานทำให้แบคฮยอนไม่สบายใจ   องค์ชายเป็นอะไรไปเหรอครับ  มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า  ถ้าเหนื่อยนอนพักก่อนก็ได้นะ  เดี๋ยวพอถึงเวลาอาหารผมจะมาตาม  องค์ชาย  องค์ชายอู๋ฟาน

 

 

องค์ชายอู๋ฟานถอนหายใจออกมาหนักๆ พลางสอดประสานมือไว้ด้วยกันโดยกั้นคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนตน แบคฮยอนข้าดีใจนักที่เจ้าเลือกที่จะอยู่ที่นี่กับข้า  ข้าอาจเป็นคนเลวและเห็นแก่ตัวที่ใจหนึ่งรู้สึกดีใจที่คนต้องไปไม่ใช่เจ้า  ขอบใจนะที่เจ้าเลือกจะอยู่ข้างกายข้า  ขอบใจจริงๆ แบคฮยอน  เจ้าคือของขวัญจากฟ้าที่มีค่าที่สุดสำหรับข้า  คือกำลังใจของข้ายามเมื่อข้าท้อ  แบคฮยอนข้ารักเจ้า

 

 

องค์ชายอู๋ฟานว่าพลางหมุนตัวแบคฮยอนให้หันหน้าเข้ามาหาตน  มือหนาดึงรั้งท้ายทอยเล็กเข้ามาหาแล้วบดเบียดริมฝีปากของตนเองลงไป  แผ่วเบา  นุ่มนวลและอ่อนหวาน  แบคฮยอนหอบหายใจสะท้าน  มือบางวางทาบไว้บนอกแกร่งพร้อมเอนกายเข้าซบ  ผมก็รักคุณ  รักมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน  รักถึงขนาดยอมจากบ้านมาไกลแสนไกลเพื่อมาอยู่กับคุณ  แล้วก็อีกอย่างนะ ...

 

 

แบคฮยอนดันตัวออกแล้ววางสองมือบางทาบไว้บนแก้มของอีกคน  ดวงตาหวานมองสบเข้าไปภายในดวงตาคม ไม่มีคนเลวที่ไหนหรอกที่ยอมสละเลือดเนื้อของตัวเองเพื่อปกป้องราชบัลลังก์  การกระทำของคุณในวันนั้นทำให้ผมเสียใจแทบบ้า  แต่มันก็ทำให้ผมภูมิใจในตัวคุณมากๆ เลยรู้มัย  มันทำให้ผมรู้ว่าผมเลือกคนไม่ผิด  คุณเป็นคนดีและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคนอื่น  และตอนนี้นอกจากเป็นแม่ทัพที่เก่งแล้ว  คุณยังเป็นคุณพ่อที่ดีอีกด้วย

 

 

องค์ชายอู๋ฟานยกยิ้มบางพลางดึงมือบางมากดจูบเบาๆ  แบคฮยอนข้าจะไม่ขอปิดบังเจ้าหรอกนะ  ข่าวการโหมงานหนักของจงอินและข่าวการตรอมใจที่ทำให้สุขภาพแย่ลงนั้นมันส่งผลร้ายกับพวกเราอย่างมาก  มีคนจำนวนมากที่รออาศัยจังหวะที่จงอินอ่อนแอเพื่อแย่งชิงราชบัลลังก์   แบคฮยอนขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันด้วยความสงสัย เอ๋  ใครกันหรือครับ  เท่าที่ดูพอหมดอำมาตย์คังอินไปผมก็ไม่เห็นจะมีใครแล้วนี่

 

 

องค์ชายอู๋ฟานส่ายหน้าไปมาน้อยๆ ดวงตาคมมีประกายกล้าวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงใครบางคน ไม่หรอกแบคฮยอน  ยังมีอีกคนที่น่ากลัวยิ่งกว่าอำมาตย์คังอิน  แต่เพราะตอนนั้นยังมีท่านผู้เฒ่าลีทึกอยู่เขาก็เลยไม่กล้า  แต่ตอนนี้ท่านลีทึกไม่อยู่แล้ว  ซ้ำจงอินยังมาแสดงความอ่อนแอแบบนี้อีก  ข้าเกรงว่านี่จะเป็นโอกาสให้เขากลับมา  หลังจากที่ไม่ได้กลับมาเมืองหลวงนานหลายปี

 

 

* 50% *

 

 

ใครกันเหรอครับ  เขาน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ   องค์ชายอู๋ฟานถอนหายใจออกมาอีกหน  มือหนากำรวบมือบางเอาไว้แน่นราวกับกำลังเรียกกำลังใจของตนให้กลับมา  ท่านลีทึกมีอนุชาร่วมมารดาอีกคน  ความจริงถ้าท่านลึทึกสละบัลลังก์คนที่ควรได้เป็นราชาคนต่อไปควรเป็นคนๆ นั้น  หากแต่เพราะท่านลึทึกเห็นว่าคนผู้นั้นเองก็ไม่เหมาะสมถึงได้แต่งตั้งพระบิดาข้า  ราชาชีวอนขึ้นเป็นราชาแทน

 

 

คนๆ นั้นออกไปจากวังหลวงด้วยความโกรธแค้น  แม้เขาจะจากเมืองหลวงไปนานแสนนาน  แต่เขาก็ยังคงฐานอำนาจในวังหลวงเอาไว้ไม่น้อย  เช่นเดียวกับท่านลีทึกที่ยังคงสามารถเอ่ยปากกุมอำนาจในราชสำนักเพื่อรับรองคยองซูในการเป็นพระสนมได้นั่นแหละ  และข้าเกรงว่าหากคนๆ นั้นคิดฉวยโอกาสชิงบัลลังก์  ตอนนี้ก็คงเหมาะที่สุดที่เขาจะกลับมาแล้ว  เรากำลังจะเจอกับมรสุมครั้งใหญ่อีกหน  เจ้าควรเตรียมตัวรับมือให้พร้อม

 

 

จริงดังที่องค์ชายอู๋ฟานกังวล  ไกลออกไปยังหมู่บ้านชนบทที่ห่างไกล  จวนอันโออ่าได้รับการต้อนรับขุนนางจากราชสำนักพร้อมเรื่องราวข่าวสารที่ทำให้ผู้เป็นเจ้าบ้านต้องยกยิ้มกว้างอย่างพอใจ  ร่างชายสูงสง่าค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง  เหล่าขุนนางต่างพากันก้มศีรษะรับอย่างกริ่งเกรงในท่วงท่าองอาจ   ร่างสูงสง่าเดินไปหยุดที่ตรงริมหน้าต่างก่อนเงยหน้าขึ้นส่งเสียงหัวเราะดังลั่น

 

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า  อา  เวลาของข้ามาถึงแล้ว  เวลาของข้ามาถึงแล้ว  เจ้าพี่ลีทึกท่านคิดว่าท่านจะกันข้าออกไปได้นานสักแค่ไหนกัน  ท่านสนับสนุนไอ้ลูกไพร่นางสนมนั่นแล้วยังไง  สุดท้ายแล้วบัลลังก์นั่นก็ยังคงกลับมาเป็นของข้าอยู่ดี  ท่านปกป้องพวกมันไม่ได้อีกแล้ว  ปกป้องพวกมันไม่ได้อีกแล้ว  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า  รอก่อน  บัลลังก์ทองของข้าจงรอก่อน  อีกไม่นาน ข้าจะกลับไปทวงเจ้าคืน  ทวงสิทธิ์ของข้าคืน ฮ่า  ฮ่า ฮ่า

 

 

หลายวันต่อมา ... หน้าประตูเมือง ... ชาวเมืองหลายร้อยกำลังเข้ามามุงดูขบวนเสด็จที่ใหญ่โต  ผ้าแพรหลากสีพลิ้วไหวไปตามแรงลม  ม้าแต่ละตัวแต่งยศด้วยผ้าแพรปักดิ้นทองสะท้อนแสงดูงดงาม  ด้านหน้าขบวนหนุ่มใหญ่อายุล่วงวัยกลางคนส่วมผ้าแพรสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นเงินทักทอลวดลายงดงามนั่งอยู่บนม้าตัวใหญ่ด้วยท่วงท่าองอาจ  ด้านหลังมีเกี้ยวทองสองหลังตามติดมาด้วย  พร้อมเหล่ามหาดเล็กและนางกำนัลอีกนับสิบ

 

 

ชาวบ้านต่างมุงดูและพากันซุบซิบไม่หยุด  ก็ขบวนใหญ่โตขนาดนี้  ประดับผ้าแพรปักดิ้นทองแบบนี้  ในชีวิตไม่เคยเห็นมีใครทำนอกเสียจากขบวนเสด็จของกษัตริย์เพียงเท่านั้น  แล้วคนๆ นี้คือใครกันใยกล้าหาญไม่กลัวตายถึงเพียงนี้  ชายหนุ่มวัยกลางคนบนหลังม้ากวาดสายตามองดูพวกชาวบ้านที่เกาะกลุ่มซุบซิบกันด้วยสายตาดูแคลน  เอาไว้ข้าได้บัลลังก์ของข้าคืนเมื่อไหร่  ข้าจะไม่มีวันยอมให้ไพร่พวกนี้ได้มีโอกาสมามองหน้าข้าแบบนี้แน่ๆ

 

 

วังหลวง ... พระตำหนักหลวง ... ตึก ตึก ตึก ตึก เสียงมหาดเล็กวิ่งหน้าตั้งผ่านเหล่านางกำนัลและทหารยามที่หันมองอย่างสนใจ  มหาดเล็กวิ่งตรงไปยังพระตำหนักของราชาจงอินแบบไม่คิดสนสายตาคนรอบข้าง  ตอนนี้กฎข้อห้ามอะไรก็ช่างเหอะมันห้ามเขาไม่อยู่อีกแล้ว  มหาดเล็กหยุดกึกเมื่อเจอดาบสองอันกางกั้นตนเองเอาไว้  มหาดเล็กหอบฮักเอ่ยรายงานแก่ราชองครักษ์ด้านหน้า ทูลฝ่าบาทเร็วข้ามีเรื่องด่วนมารายงาน  ด่วนมากๆ เร็ว

 

 

องครักษ์หันมองสบตากันก่อนพยักหน้าอย่างรู้งาน รอสักครู่   หลังหายเข้าไปเพียงชั่วอึดใจองครักษ์ก็กลับออกมาพร้อมปล่อยให้มหาดเล็กผ่านเข้าไปในเขตพระตำหนักชั้นในได้  ภายในห้องมีองค์ชายอู๋ฟานนั่งอยู่  ข้างกายมีพระชายาแบคฮยอน  องค์ชายซิวหมินและองค์ชายเซฮุนนั่งอยู่อีกด้าน  ด้านหน้าสุดมีราชาจงอินกำลังนั่งอยู่กับองค์ชายรัชทายาทจงแด  มหาดเล็กมองดูก็รู้ว่าตอนนี้ทุกพระองค์คงกำลังอยู่ด้วยกันอย่างสงบและมีความสุข 

 

 

ใจจริงมหาดเล็กคนสนิทอย่างเขาก็ไม่อยากทำลายบรรยากาศแสนสุขของราชาจงอินที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในช่วงนี้นักหรอก  แต่เรื่องของคนๆ นั้นมันก็สำคัญไม่แพ้เรื่องใดเหมือนกัน ทูลฝ่าบาทมีม้าเร็วมาส่งข่าว  เอ่อ  ท่าน  ท่านผู้นั้นตอนนี้กำลังเดินทางเข้ามายังประตูเมืองแล้วพะยะค่ะ   ข่าวที่ได้ทำให้รอยยิ้มของราชาจงอินหายไปในทันที  ราชาจงอินหันมองโอรสตนก่อนหันไปมองสบตากับองค์ชายอู๋ฟาน เรากำลังจะเจอศึกหนักอีกครั้งแล้วสินะ

 

 

แบคฮยอนหันมองสบตากับองค์ชายอู๋ฟานและราชาจงอินสลับกันไปมาอย่างไม่สบายใจ  นางกำนัลเข้ามาสิ แบคฮยอนเอ่ยเรียกก่อนหันไปลูบผมซิวหมินเบาๆ  พวกเจ้าพาองค์ชายซิวหมินและองค์ชายเซฮุนไปอยู่ที่ตำหนักองค์ชายรัชทายาทก่อน  อีกเดี๋ยวข้ากับองค์ชายอู๋ฟานจะไปรับ  ซิวหมินไปอยู่กับท่านพี่จงแดก่อนนะ  อา  เซฮุนฝากดูแลน้องๆ ด้วยนะลูก   แบคฮยอนรอจนนางกำนัลพาองค์ชายทั้งสามออกไปแล้วจึงได้ตามไปสมทบกับทุกคนที่ลานด้านหน้าพระราชวัง

 

 

ที่ลานด้านหน้าพระราชวังเป็นพื้นหินอ่อนกินพื้นที่กว้างขวาง  ราชาจงอินยืนอยู่ภายใต้ร่มสีทองที่มีฟูห้อยระย้า  ถัดมาคือองค์ชายอู๋ฟานและแบคฮยอนที่ยืนอยู่เคียงข้างกาย  แบคฮยอนยกมือขึ้นกระตุกแขนเสื้อขององค์ชายอู๋ฟานเบาๆ นี่เขายิ่งใหญ่ถึงขนาดต้องให้กษัตริย์ออกมารับด้วยตัวเองเชียวเหรอ องค์ชายอู๋ฟานถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนก้มลงมองสบตากับพระชายาของตน

 

 

เจ้าจำครั้งแรกที่เจ้าพบกับท่านผู้เฒ่าลีทึกที่ตำหนักพระมเหสีฮีซอลได้ไหม  ตอนนั้นพ่อข้ารับท่านลีทึกยังไง  เราก็ให้เกียรติอนุชาเขาไม่ต่างกันนักหรอก  จะต่างก็ตรงที่พวกเราทำความเคารพท่านลีทึกด้วยความเต็มใจ  แต่กับคนๆ นี้แค่ทำตามหน้าที่และตามกฎแต่โบราณ  เพราะเขาไม่ได้มีคุณงามความดีหรือมีน้ำใจเอื้ออารีเหมือนท่านลีทึกนักหรอก  เอาหละแบคฮยอนจำคำข้าไว้คนๆ นี้อันตรายและเจ้าควรระวังตัวหากได้พบกัน

 

 

แบคฮยอนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ  ตอนนั้นเขาไปกับดีโอเพื่อไปพบมเหสีฮีซอลพระมารดาของราชาจงอิน  กับพระสนมฮยอกแจพระมารดาขององค์ชายอู๋ฟาน  จำได้ว่าตอนที่พวกตนกำลังถูกซักถามอย่างหนักตอนนั้นเองที่ท่านลึทึกเดินเข้ามาในห้อง  ทั้งราชาชีวอน  มเหสีฮีซอลและพระสนมฮยอกแจ  ต่างก็พร้อมใจกันก้าวออกมารับพร้อมก้มลงกราบด้วยท่าทางนอบน้อม  ตอนนี้พอเข้าใจแล้วว่าเหตุใดองค์ชายอู๋ฟานจึงได้ดูหนักใจกับคนๆ นี้นัก

 

 

พวกเขามาแล้ว   ราชาจงอินหันมองไปด้านหลังเพื่อบอกกับองค์ชายอู๋ฟานและแบคฮยอนให้รู้ตัว  แรกเห็นแบคฮยอนแทบลืมหายใจ  ชายหนุ่มวัยกลางคนตรงหน้าช่างดูหล่อเหลาราวภาพสลัก  ท่วงท่าองอาจในชุดสีเข้มทำให้อีกฝ่ายดูน่าเกรงขาม  เพียงแค่เห็นคนๆ นี้เดินมามันก็ถึงกับทำให้เขารู้สึกหายใจติดขัดเสียแล้ว  แบคฮยอนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ  นี่สินะที่เรียกว่าพลังแฝงของผู้มีอำนาจ 

 

 

ไม่ใช่ว่าราชาจงอินจะไม่มี  หรือไม่ใช่ว่าองค์ชายอู๋ฟานจะไม่มี  หรือเหล่าอำมาตย์แม่ทัพทั้งหลายจะไม่มี  แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกกดดันและคุกคามเหมือนคนๆ นี้  ความรู้สึกนี้แตกต่างมันไม่ใช่ความประหม่ากลัวยามเมื่อเราได้เจอกับคนใหญ่คนโตสักคน  แต่มันเป็นความรู้สึกประหม่ากลัว  ความเกรงกลัวต่อภัยที่กำลังจะมาเยือน  คนๆ นี้แสดงออกชัดเจนและพยายามข่มทุกผู้คนด้วยพลังที่ตนมี

 

 

ราชาจงอินก้าวไปข้างหน้า  ยิ้มทักทายผู้มาเยือน  ข้าไม่รู้ว่าท่านจะมาจึงไม่ได้เตรียมการต้อนรับให้สมพระเกียรติหวังว่าพระเจ้าอาจะไม่ถือสา  เอาหละพวกเราเข้าไปคุยกันในพระตำหนักเถอะ  ข้าจะรีบให้พวกนางกำนัลไปจัดเตรียมพระตำหนักรับรองให้  จัดแถวน้อมรับพระเจ้าอาคยูฮยอนเสด็จกลับวัง   สิ้นเสียงของราชาจงอินเหล่าทหารต่างพร้อมใจกันย่อตัวลงน้อมรับรับสั่งและพูดตามคำของราชาจงอิน

 

 

พวกข้ากระหม่อม (หม่อมฉัน) น้อมรับพระเจ้าอาคยูฮยอนเสด็จกลับวัง

 

 

******************  ติดตามตอนต่อไปค่ะ  ******************

 

 

 

ถ้าอ่านภาค 1 ทุกคนจะรู้ว่าราชาชีวอน  และเหล่าขุนนางให้เกียรติแก่ท่านผู้เฒ่าลีทึกขนาดไหน
ในภาค 1 ลีทึกสละบัลลังก์และฐานันดรศักดิ์ทั้งหมดเพื่อไปใช้ชีวิตสงบ  ทำให้ทุกคนไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ก็ได้
แต่คยูฮยอนไม่ใช่  คยูฮยอนยังคงมีฐานะของราชนิกูลอยู่อย่างเต็มที่ทำให้ทุกคนต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย


 

ติดตามข่าวสารได้ทาง twitter ค่ะ  แอดไปได้ไม่กัดจร้า ... รับรอง ^^  ลิ้งค์จร้า >
 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

747 ความคิดเห็น

  1. #648 BoJaE (@ovon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 08:01
    ลูกรออยู่นะโด้ สงสารราชาจงอินนนนนนนน
    เสี้ยไค หึงตัวเองหรอคะ 55555555555
    #648
    0
  2. #589 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 13:59
    ไคหึงตัวเองจริงๆดิ '_';;
    #589
    0
  3. #292 omoeme_fern (@fernjaa_hoo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 / 16:28
    ทำไมถึงเป็นคยูฮยอน แล้วทำไมหนูฮาละคะ กร๊ากๆๆๆ
    โอเค น่ากลัวนะน้องคยู
    #292
    0
  4. #181 หมูน้อยตาหวาน (@zesia) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 / 11:06
    รอเสี่ยวลู่~~~~~ ราชาคนใหม่นี่...ใช่น้องเทาป่ะ?
    #181
    0
  5. #65 annchan (@annchan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 17:30
    คยูนี่ท่าทางร้ายไม่เบานะเนี่ย
    #65
    0
  6. #59 Sweet_Memory (@sweet_memory) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 23:44
    ตัวยุ่งสุดหล่อโผล่มาอีกหนึ่งแล้วจ้า
    เฮ้อออ วังนี้ท่าจะสงบได้ยากอะเนอะ
    โถ่ๆๆ ไคจ๋า อย่าหึงตัวเองในอดีตชาติเลยน๊ะตัวเธอ
    แต่เราเริ่มสงสารคยองและ
    คือแบบไม่รู้ว่าใจจริงๆเป็นของใครยังไง
    มันออกจะเจ็บปวดนะ ถ้าภาพใครบางคนซ้อนทับมากับคนรักเนี่ยยย TT
    #59
    0
  7. #34 OTL (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 22:26
    ไม่นะ! เราจะเอนเอียงไปหาคยูฮยอนไม่ได้เด็ดขาด T__________T
    #34
    0
  8. #27 b_22 (@doubble) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 01:38
    ถ้าเป็นเรา ก็หึงเหมือนจงอินนะคะ (กุมหัว) ศึกหนักขนาดนี้ ถ้าคยองกลับไปอดีต... แล้วจงอินล่ะ?
    #27
    0
  9. #26 「Choopa★Milk」 (@doublejoker96) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 01:33
    น่อออออออออ คยูเป็นตัวร้ายด้วยเอ่าะะะะะ
    ภาคนี้มีศึกชิงบัลลังก์กันอีกละสิ 
    แล้วดีโอจะได้กลับมาอดีตอีกม้อยยยยยย
    ราชาจงอินคิดถึงคยองจนป่วยละนิ -0-
    #26
    0
  10. #25 paa-chat (@praew_chat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 23:29
    นานๆทีจะเห็นคยูเป็นตัวร้าย
    #25
    0
  11. #22 bee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 19:48
    คยูแลดูน่ากลัวอ่ะ
    #22
    0
  12. #21 momoko (@ice-coffree) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 17:29
    มาเร็วๆน่ะค่ะ
    #21
    0
  13. #20 bee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 17:09
    ใครกันอีกล่ะเนี่ย ยังมีคนร้ายกว่าคังอินอีกหรอ

    แต่เริ่มสงสารจงอินทั้งในอดีตและในปัจจุบันแล้วอ่ะ

    ไม่อยากให้โด้ทิ้งใครไปเลยย เก็บเอาไว้ทั้งสองคนเลยล่ะกันโด้555

    รีบมาอัพนะค่ะไรท์ สนุกมาก
    #20
    0
  14. #17 NiceKyung (@nicekyung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 11:49
    มาต่อเร็วๆน่ะฮ่ะไรท์ สนุกมากๆเลยฮ่ะ ^^
    #17
    0