SF EXO รวมเรื่องสั้น EXO > WOLF.2 > KAIDO FT.EXO

ตอนที่ 19 : รักข้ามภพ 2 > KaiDo vs KrisBaek ft.EXO > ตอนที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 พ.ย. 56

                                

****************************************************************************************

 

   

คำพูดของดีโอทำให้องค์ชายอู๋ฟานเข้าใจได้ทันที  ที่พวกเขารีบบุกและโจมตีพวกเราอย่างบ้าคลั่งไม่กลัวตายก็เพราะต้องการรักษาชีวิตของคนที่พวกเขารัก  ข้าเข้าใจแล้วว่าพวกเขาบุกผ่านสามเมืองติดมาถึงเราได้ยังไงภายในหนึ่งคืน  นับว่ายังโชคดีที่พอมาถึงเราพวกเขาก็หมดแรง

 

 

ท่านพี่อู๋ฟานพอจะเดาได้ไหมว่าพวกเขาจะบุกเราจากทิศทางไหน  ประตูเมืองสี่ทิศที่ปิดกั้นชายแดนรอบนอก  บานไหนที่จะถูกบุกได้ง่ายที่สุด   ไคเอ่ยถามพลางหันไปมองสบตาองค์ชายอู๋ฟาน  องค์ชายอู๋ฟานมีสีหน้าครุ่นคิด  ก่อนหันไปมองสบตากับดีโอและแบคฮยอน  เอ่อ  แผนที่ตรงหน้าตอนนี้ข้าว่ามันดูแปลกๆ  ไม่เหมือนที่ข้ารู้จัก   ดีโอสะดุ้งเฮือกถ้าองค์ชายอู๋ฟานเอ่ยตามต่อหน้าเสนาเขาจะตอบทุกคนยังไงดีหนอ 

 

 

องค์ชายอู๋ฟานเหมือนจะเดาสีหน้าดีโอออกร่างสูงถอนหายใจออกมาก่อนดึงความสนใจของทุกคนออกจากแผนที่ตรงหน้า  ทางตะวันตกมีแม่น้ำใหญ่ไหลผ่านการจะข้ามน้ำมาในฤดูนี้ถือว่าลำบากไม่น้อย  ทางนั้นอาจจะพอละได้  ส่งกำลังทหารไปคุ้มกันสามในสิบก็พอ องค์ชายอู๋ฟานหลับตานึกภาพต่อ  ประตูทางเหนือมีบ่อโคลนที่สามารถกลืนกินวัวทั้งตัวได้พวกมันคงไม่กล้าแน่ๆ  ประตูทางนั้นไม่เคยมีข้าศึกผ่านได้มาก่อน  อีกสองทาง ...

 

 

ทุกฝ่ายยืนฟังองค์ชายอู๋ฟานอย่างเงียบๆ หากแต่บางอย่างสะกิดใจดีโอ  ประตูทิศเหนืองั้นเหรอ  บ่อโคลนดูด  อา  ดีโอยกมือขึ้นจรดหว่างคิ้ว  เขาลืมอะไรไปนะ  ลืมอะไรที่สำคัญมากๆ สักอย่างเกี่ยวกับประตูเมืองทางทิศนี้  แต่ว่ามันคืออะไรหละ  ดีโอยืนนิ่งคำพูดขององค์ชายอู๋ฟานไม่ได้ผ่านเข้าหัวแม้แต่น้อย  ตอนนี้ดีโอกำลังนึกทบทวนความจำในประวัติศาสตร์ที่เคยอ่านผ่านตามา  คีรัมเป็นหนึ่งในเมืองภายใต้การปกครองของซูซา

 

 

แต่ประวัติการศึกกับคีรัมแทบไม่มีบันทึกเอาไว้เลย  การศึกช่วงนี้สูญหายเกือบหมด  รู้แต่ว่าเพราะการปรากฎตัวของคนที่คาดไม่ถึงทำให้ซูซาที่กำลังจะมีชัยเกือบพ่ายแพ้  แต่ในที่สุดกษัตริ์อินฮวางก็สามารถพลิกสถานการณ์และชนะศึกจนได้  ว่าแต่ก่อนหน้านั้นหละมันคืออะไร  มันคืออะไร  ดีโอ   ดีโอสะดุ้งเฮือกหันมองมือที่แตะแขนตนอยู่  ไคยืนอยู่ใกล้ๆ และมองมาที่ตนด้วยแววตาห่วงใย  ดีโอมานั่งพักก่อนเถอะล้มลงไปจะแย่เอานะ   ไคเอ่ยด้วยความเป็นห่วงพร้อมดึงมือบางให้มานั่งที่แท่นหน้าบัลลังก์ 

 

 

ดีโอที่กำลังจะก้าวเท้าตามแรงดึงของไคต้องชะงักกึกเมื่อสะดุดกับคำพูดของไคเข้า  ล้ม!!!  ใช่  ล้ม... ทหารตั้งมากมายที่ถูกคีรัมส่งมาทำไมถึงไม่มีบันทึกในประวัติศาสตร์  ทหารที่มีมากกว่าซูซากว่าห้าเท่าหายไปไหน  คนขนาดนั้นจะล้มหายตายจากไปได้ยังไงโดยไม่มีใครรู้  ใช่ ... คนพวกนั้นไม่ได้ล้มหาย ... เพียงแต่พวกเขาจม ... จมลงไปใน ... คีรัมใช้ทหารที่เหนื่อยล้าจากศึกที่ผ่านๆ มาเป็นสะพาน  พวกเขาข้ามซากศพนับแสนของทหารเข้ามาได้สำเร็จ

 

 

ดีโอเบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้  เพราะซูซาวางแผนการศึกผิดผลาดและละเลยประตูทิศเหนือด้วยไม่เคยมีใครข้ามมาได้สำเร็จ  ทำให้ซูซาไม่เคยคิดป้องกัน  และนั่นแหละคือโอกาสของคีรัม  แต่ ... มันต้องไม่ใช่ครั้งนี้  ไม่!! ”  ดีโอตะโกนก้องพร้อมหันกลับไปมอง  องค์ชายอู๋ฟานที่กำลังอธิบายประตูเมืองต่างๆ อยู่ชะงักไปทันที ประตูทิศเหนือคีรัมจะบุกเราจากทางนั้น  เหล่าเสนาหันมองสบตากันก่อนที่จะพากันหัวเราะอย่างขบขัน

 

 

พระมเหสีจะเป็นไปได้อย่างไร  ทางนั้นเต็มไปด้วยบ่อโคลนตม  ขนาดชาวเมืองที่คิดลองดียังไม่เคยมีใครรอดชีวิตได้  พวกเราเคยถูกโจมตีอย่างหนักมาหลายครั้งทางทิศนั้นแต่สุดท้ายพวกข้าศึกก็ล่าถอย  เรามีบ่อโคลนเป็นหลักชัยภูมิที่ดี  ข้าว่าเราควรตั้งกำลังปกป้องประตูเมืองทางทิศอื่นจะดีกว่า   ดีโอหันมองหน้าเสนาที่ค้านคนก่อนหันไปมองหน้าองค์ชายอู๋ฟาน  องค์ชายอู๋ฟานพยักหน้ารับน้อยๆ ยืนยันคำพูดของเสนา 

 

 

แต่หากพระมเหสีมีคำแนะนำที่ดีข้าก็จะรับฟัง   องค์ชายอู๋ฟานว่าจ้องมองสบตากับดีโอนิ่ง  เสนาส่ายศีรษะไปมาอย่างรำคาญใจ  องค์ชายอู๋ฟานท่านก็รู้ว่าไม่เคยมีใครบุกเราได้  เราจะต้องไปเสียกำลังคนกับทางนั้นทำไมกันเล่า  พระมเหสียังไม่เคยไปทางประตูทิศนั้นสักครั้งแล้วพระองค์จะรู้ได้ยังไง   เสนาและขุนพลที่ยืนอยู่พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย  องค์ชายอู๋ฟานมีสีหน้าลำบากใจแต่ก็ยังคงมองสบตากับดีโอ

 

 

ดีโอสูดหายใจลึกก่อนอธิบายภูมิประเทศของเมืองในกำแพงชั้นที่สี่อย่างละเอียดเท่าที่ตนจะรู้ได้  เสนาอ้าปากค้างมองหน้าดีโออย่างไม่เชื่อ  ที่คีรัมบุกเราได้ไม่ใช่ด้วยทหารของตัวเองหรอกนะท่านอำมาตย์   องค์ชายอู๋ฟานชักคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย  หากไม่ใช่เพราะทหารของคีรัมแล้วเป็นทหารของใคร  ดีโอหันมองสบตาองค์ชายอู๋ฟานอีกครั้ง ทหารที่เหนื่อยล้าบุกฝ่านำมา  พวกเขา ... คือสะพานชั้นดี

 

 

ไคนิ่งไปนิดก่อนเบิกตากว้างเมื่อนึกถึงสิ่งที่ดีโอพูดออกมา พวกมันคิดใช้ทหารที่ส่งมาบุกเราถมลงบ่อโคลนเพื่อสร้างสะพานมนุษย์   การคาดคะเนของไคถูกต้อง  ทั้งท้องพระโรงเงียบกริบทันที  บัดซบ .. เลวไร้ที่ติ  แค่ใช้ชีวิตคนที่พวกเขารักเป็นชนวนให้พวกเขาสู้แบบถวายชีวิตนี่ก็ว่าเลวแล้ว  แบบนี้มัน ... อำมหิตเกินไปแล้ว   ดีโอยืนมองไคกำลังกำมือแน่นด้วยความโกรธ 

 

 

ดีโอเดินไปนั่งข้างๆ ไค  มือบางแตะที่แขนแกร่งเบาๆ   คิดว่าเขาส่งคนที่มีมากมายขนาดนี้มาทำไมหละ  พวกนั้นพอสู้จนหมดแรงก็คือหมดประโยชน์  ป่านนี้บางทีคนที่ถูกใช่ขู่พวกเขาอาจถูกฆ่าไปแล้วตั้งแต่วันที่พวกเขาออกเดินทางแล้วก็ได้  อีกไม่นานบ่อโคลนนอกกำแพงเมืองนั่นกำลังจะถูกเติมเต็มไปด้วยชีวิตผู้คนเรือนแสนในอีกไม่กี่วัน  

 

 

ไคนั่งกำมือแน่นดวงตามีประกายวาวโรจน์  ไม่ใช่แค่คนของซูซาแล้วที่เขาต้องช่วยแต่รวมถึงทหารเรือนแสนที่ต้องตายอย่างไม่รู้ชะตากรรม  ไคลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ  ท่วงท่าทะนงองอาจทำให้ไคดูเหมือนร่างกายจะขยายใหญ่โตขึ้นจนคับท้องพระโรง  เหล่าเสนายืนมองไคเงียบกริบ  รอฟังคำจากผู้เป็นนายเหนือชีวิตว่าจะไปในทิศทางใด  จะเป็นทหารของซูซาหรือเปล่าข้าไม่รู้  รู้แค่ว่าพวกมันไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับชีวิตใคร  ข้าไม่มีทางให้พวกมันทำสำเร็จ  ไม่มีทาง  

 

 

องค์ชายอู๋ฟานยืนนิ่งมองไคอย่างตกตะลึง  คำพูดนี้ฟังดูช่างโอ้อวดแต่มันก็เหมือนคำปลุกใจทุกคนได้เป็นอย่างดี  องค์ชายอู๋ฟานและเหล่าเสนาอำมาตย์  พร้อมด้วยขุนพลทั้งหมดพร้อมใจกับค้อมกายลงคุกเข่ากับพื้นเบื้องหน้าไค  ต่างส่งเสียงประสานกันสะท้อนก้องทั่วท้องพระโรง พวกกระหม่อมน้อมรับพระราชบัญชา  จะยอมพลีกายถวายชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน  จะยอมมอบชีวิตสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับฝ่าบาท  ขอแค่มีรับสั่งพวกข้ากระหม่อมพร้อมยินดีถวายชีวิตให้  

 

 

ไคตวัดสายตามองสบตากับองค์ชายอู๋ฟาน  เจ้าพี่ท่านคาดว่าอีกกี่วันพวกมันถึงจะพร้อมรบกับเราอีกหน   องค์ชายอู๋ฟานคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ยตอบ หากพรุ่งนี้พวกนั้นยังไม่บุกต่อก็คาดว่าน่าจะรอทัพหลวงของคีรัมที่จะตามมาสมทบ  คะเนแล้วอาจได้สักเจ็ดถึงสิบวัน   ไคขบกรามแน่นก่อนถามต่อ เราจะใช้เวลาสักกี่วันในการรวบรวมคน   องค์ชายอู๋ฟานหันไปมองขุนพลของตนก่อนหันกลับมามองสบตาไค มากสุดสองวัน

 

 

ใช้เวลาเคลื่อนพลไปถึงประตูด่านทิศเหนือของเมืองชั้นกลางอีกอย่างน้อยสามวันแต่นั่นต้องเป็นการเดินทางแบบไม่หยุดพัก   ไคพยักหน้ารับรู้ดวงตาคมหลับลงช้าๆ ก่อนที่เปลือกตาจะเปิดขึ้นมาอีกครั้ง  แววตาแน่วแน่ที่ทรงอำนาจสะกดทุกผู้คนจนแทบลืมหายใจ  เหล่าเสนาจงฟังพวกท่านมีหน้าที่ในการจัดหาเสบียงให้พร้อมสรรพภายในสองวัน  เสร็จแล้วจัดสรรคนควบคุมกองเสบียงเดินทางตามทัพหลวง

 

 

องค์ชายอู๋ฟานเตรียมกองทัพให้พร้อมในทุกๆ ฝ่าย  กำลังพลเดินเท้า  พลม้า  และพลธนู  ให้เวลาในการจัดเตรียมชุดเกราะและอาวุธในเวลาสองวัน  เมื่อครบกำหนดเราจะเคลื่อนทัพไปรับมือกับคีรัมที่ประตูด่านทางทิศเหนือ  เราจะเดินทางโดยไม่หยุดพักและต้องไปตั้งค่ายให้เสร็จก่อนที่ทัพหลวงของคีรัมจะมาถึง

 

 

* 45% *

 

 

พระตำหนักองค์ชายอู๋ฟาน ... แบคฮยอนที่กำลังจะยกน้ำชาไปให้องค์ชายอู๋ฟานที่สวนต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นพระสนมจื่อเถากำลังนั่งมองอะไรบางอย่างในมืออยู่  แบคฮยอนเอียงคอน้อยๆ เมื่อเห็นอีกคนถอนหายใจหนักหน่วง  แบคฮยอนส่งถาดน้ำชาในมือให้กับนางกำนัลแล้วกำชับให้เอาไปส่งให้องค์ชายอู๋ฟานในสวน  ส่วนตัวเองเดินเข้าไปหาพระสนมจื่อเถาที่ดูเหมือนจะมีเรื่องทุกข์ใจอย่างหนัก

 

 

ท่านพี่ข้านั่งด้วยได้ไหม   พระสนมจื่อเถาสะดุ้งน้อยๆ ก่อนหันไปคลี่ยิ้มให้กับแบคฮยอน เชิญพระชายา   จื่อเถาว่าพลางลุกขึ้นโค้งให้กับแบคฮยอน  แบคฮยอนทำหน้างอกัดริมฝีปากตนเบาๆ บอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลาอยู่ด้วยกันให้เรียกว่าแบคฮยอนก็พอไม่ต้องมีพิธีมากมายหรอกน่า   จื่อเถาหัวเราะออกมาเบาๆ พลางพยักหน้ารับ  ตกลงแบคฮยอนก็แบคฮยอน  แล้วก็เลิกงอนเป็นเด็กๆ กัดริมฝีปากตัวเองได้แล้ว

 

 

ท่านพี่ดูเหมือนมีเรื่องทุกข์ใจ  ข้ารู้ว่าข้ายุ่งมากไปแต่ ... ข้าอยากช่วย  ข้าอยากแบ่งเบาให้ท่าน   จื่อเถาถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนดึงจี้หยกรูปสามเหลี่ยมออกมา  ตรงกลางจุดสามเหลี่ยมมีอัญมณีส่องแสงแวววาวอยู่ สวยจังเลย แบคฮยอนว่าจากใจจริง  หยกน้ำงามอัญมณีน้ำเอก  สวยจริงๆ ดังที่บอก  นี่เป็นสมบัติติดตัวข้ามาแต่เด็ก  หากแต่ ...   จื่อเถาเว้นคำก่อนหันไปมองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า

 

 

หากแต่อันที่จริงมันมีสองอัน   แบคฮยอนนั่งฟังอย่างตั้งใจ  เดิมทีข้าไม่ใช่บุตรท่านอำมาตย์หรอก  ข้าเป็นเพียงบุตรบุญธรรมที่ท่านรับมาเลี้ยงดูเอาไว้เท่านั้น  แต่โชคดีที่องค์ชายอู๋ฟานมาชอบพอข้า  ข้าจึงได้มีโอกาสถวายตัวเป็นพระสนม  ส่วนชาติกำเนิดแท้จริงนั่นข้าเป็นใครมาจากไหนก็ไม่อาจรู้  ข้าจำได้เพียงแค่ว่าข้าเป็นเด็กอายุราวเจ็ดถึงแปดปีกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนที่ไหนสักแห่ง   ไม่ไกลออกไปมีคนสองคนกำลังนั่งมองข้าอยู่

 

 

จื่อเถาเล่ามือก็ถูกหยกสามเหลี่ยมในมือไปมาเบาๆ ข้าจำได้ว่าสองคนนั้นหนึ่งคนเป็นหญิง  นางกำลังตั้งครรภ์  ชายคนหนึ่งเดินมาคล้องสร้อยเส้นนี้ให้กับข้า  แล้วก็อีกอันรู้สึกว่าเขาจะทำเอาไว้ให้กับเด็กที่กำลังจะเกิดมา  ความทรงจำวัยเด็กข้ามีเพียงเท่านั้น   จื่อเถาหันกลับมามองแบคฮยอนพร้อมรอยยิ้มบาง  บางทีนั่นอาจเป็นพ่อและแม่ของข้า  และเด็กในครรภ์นั่นก็อาจเป็นน้องข้า  หยกนี้เป็นสื่อกลางเพียงหนึ่งเดียวที่จะพาข้าไปพบพวกเขาได้

 

 

จื่อเถาถอนหายใจออกมาหนักๆ  บางครั้งข้าเคยคิดเด็กที่อยู่ในครรภ์นั่นจะเป็นชายหรือหญิงนะ  ข้ากับเขาจะมีโอกาสได้พบกันไหม  บ้านหลังใหญ่เนื้อที่กว้างขวางขนาดนั้นบางทีอาจเป็นจวนของขุนนางหรือคหบดีสักแห่งในกลางแน่ๆ  เพราะข้าเคยหาจนทั่วแล้วลักษณะสวนแบบนั้นไม่มีในจวนหลังไหนในเมืองหลวงหรือเมืองชั้นในเลย  และตอนนี้สงครามครั้งใหญ่ก็อยู่ชิดติดเมืองชั้นกลางแล้ว  บางทีพวกเขา ... อาจจะ ...

 

 

หมับ!! จื่อเถาหันมองมือของแบคฮยอนที่กุมมือของตนเอาไว้  แบคฮยอนจ้องมองสบตาจื่อเถานิ่ง  อย่าเพิ่งหมดหวังสิ  ตราบใดที่เรายังไม่ตายเราก็ไม่ควรหมดหวังนะ   จื่อเถาอึ้งไปก่อนที่จะหัวเราะออกมา  เหมือนที่เจ้าเคยบอกกับเจ้าพี่อู๋ฟานว่า  ถ้าสงครามยังไม่สงบอย่าเพิ่งนับศพทหารใช่ไหม  อา  ข้าเข้าใจแล้วขอบใจนะแบคฮยอนที่ให้กำลังใจข้า  ข้าก็ได้แต่หวังว่าจะได้เจอพวกเขาสักครั้งก่อนตายเหมือนกัน

 

 

ข้าจะไม่ละทิ้งความหวังตามที่เจ้าบอก ... เอาหละ   จื่อเถาลุกขึ้นยืนพร้อมยื่นมือให้กับแบคฮยอน  เราไปหาเจ้าพี่อู๋ฟานกันเถอะ  ข้าอยากอยู่กับท่านพี่และพวกเจ้าให้มากที่สุดก่อนที่ท่านพี่จะไปทำศึกที่นอกเมือง   จื่อเถาและแบคฮยอนเดินคุยกันเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งมาถึงภายในสวน  ที่นั่นมีชานยอลนั่งอยู่คู่กับองค์ชายอู๋ฟานและองค์ชายเซฮุน  โต๊ะเล็กๆ อีกตัวที่แยกออกไปมีองค์ชายซิวหมินกำลังนั่งท่องตำราเสียงดังให้องค์ชายอู๋ฟานฟังอยู่

 

 

จื่อเถาละมือที่กุมกันไว้กับแบคฮยอนออก  จื่อเถายืนมองแบคฮยอนที่เดินไปหาองค์ชายอู๋ฟานที่ศาลาริมน้ำ  ก่อนที่จะเลื่อนสายตาไปมองชานยอลที่หันมายิ้มให้กับแบคฮยอน  มองแบคฮยอนที่เดินไปวางมือบนไหล่ขององค์ชายเซฮุนก่อนหันไปยิ้มให้กับองค์ชายอู๋ฟาน  อา  ภาพแบบนี้มันก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่แปลกนักที่วันนี้มันกลับทำให้จื่อเถารู้สึกเต็มตื้นในอก  รู้สึกอยากมองและจดจำภาพของทุกๆ คนเอาไว้  ทำไมนะ ...

 

 

พระตำหนักหลวง ... ตามบันทึกกล่าวไว้ว่า ... กษัตริย์อินฮวางมิได้เก่งกาจเพียงแค่การปกครอง  หากแต่ยังเก่งกาจในด้านการศึก  การค้า  เป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่มีความคิดเรื่องความทัดเทียมกันของชนชั้น  ด้วยความคิดที่คิดว่าทุกชีวิตเสมอเหมือนกันทำให้โรงเรียนแห่งแรกถูกสร้างขึ้นตามหัวเมืองต่างๆ  เปิดโอกาสให้เด็กจากชนชั้นไพร่และทาสได้มีการศึกษา   และยังเปิดโอกาสให้มีการเข้าสอบรับราชการเช่นเดียวกับลูกหลานจากชนชั้นสูง 

 

 

แม้ใช้เวลานานหลายปีในการต่อสู้กับความคิดเก่าๆ ที่ถูกปลูกฝั่งเรื่องชนชั้นไว้มาช้านาน   เพราะประชาชนได้รับการศึกษาทำให้ประเทศเกิดความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว  พวกขุนนางต่างเริ่มรับสิ่งใหม่ๆ ที่กษัตริย์อินฮวางทรงริเริ่ม  สุดท้ายก็ยอมรับหลักการความคิดไม่มีขุนนางผู้ใดต่อต้านการศึกษาของชนชั้นทาสและไพร่อีก  ซ้ำยังเห็นชอบเรื่องการสอบไล่ที่ให้ลูกหลานชนชั้นกลางและชนชั้นไพร่เข้าร่วมสอบรับราชการได้ 

 

 

ไม่เพียงแค่นั้นกษัตริย์อินฮวางยังเป็นคนริเริ่มให้มีการสานต่อทางการทูตกับเมืองต่างๆ เสนอแนะให้ประเทศข้างเคียงส่งทูตมาประจำ ณ เมืองหลวง  ติดต่อกับประเทศข้างเคียงให้ส่งตัวแทนมาลงทุนด้านการค้าโดยตรง  และให้มีการนำสินค้าต่างเมืองเข้ามาขายผ่านตัวแทนและทูตของเมืองต่างๆ ทำให้นครซูซาลดการถูกรุกรานลง  ลดสงครามจนทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าอย่างมาก  เป็นแบบฐานให้เมืองต่างๆ ใกล้เคียงริเริ่มทำตาม

 

 

ในยุคของกษัตริย์อินฮวางเกิดกาลียุคครั้งใหญ่อีกอย่าง  นั่นคือความแห้งแล้งขาดแคลน  กษัตริย์อินฮวางริเริ่มการสร้างเขื่อนเก็บน้ำแห่งแรกขึ้น  พร้อมส่งความช่วยเหลือเมืองข้างเคียงไม่เว้นแม้แต่เมืองที่เคยทำศึกรุกรานกัน  ทำให้เมืองต่างๆ ซาบซึ่งในน้ำพระทัย  ยอมสวามิภักดิ์เป็นเมืองหน้าด่านภายใต้การปกครองของซูซา  กษัตริย์อินฮวางปฎิเสธเครื่องบรรณาการจากต่างเมือง  และยังให้เมืองต่างๆ ได้มีการปกครองตนเองสืบต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน

 

 

กษัตริย์อินฮวางเป็นผู้ริเริ่มเสนอให้เมืองต่างๆ สร้างเส้นทางสายการค้าเพื่อเชื่อมต่อกันและกัน  เปิดเมืองท่าทำการค้ากันอย่างเปิดเผย  ตามบันทึกยุคของกษัตริย์อินฮวางคือยุคทอง  ที่นครซูซายิ่งใหญ่เหนือเมืองต่างๆ ควบคุมและเป็นศูนย์กลางทั้งในเรื่องการค้า  การปกครอง  และการทหาร  ในรัชสมัยการครองราชย์ของกษัตริย์อินฮวางนครซูซามีเมืองหน้าด่านภายใต้การปกครองกว่าห้าสิบหัวเมือง  แผ่ขยายอิทธิพลจนกว้างไกลสุดตา

 

 

ปัง!! …             ไคปิดหนังสือตรงหน้าดังปัง  สองมือยกขึ้นดึงทึ้งผมตนเองจนแทบหลุดติดมือ  ปากหนอปาก  ไปบอกให้เขาเตรียมพลเคลื่อนทัพแต่จะสู้ยังไงยังคิดไม่ออกเลย...โอ้ย...กรูจะบ้า... ไคใช้หน้าผากกระแทกลงพื้นแรงๆ  ตอนนี้อยากความจำเสื่อมสมองฝ่อไปให้รู้แล้วรู้รอด  นึกทวนเท่าไหร่ก็มีแต่ข้อความรวมๆ ถึงความเก่งกาจของกษัตริย์อินฮวาง  แต่ไม่เห็นบอกเลยว่าจะชนะศึกด้วยวิธีไหน  ถามดีโอรายนั่นก็ได้แต่นั่งส่งตาโตๆ ตอบกลับมา เฮ้อออออ

 

 

เฮ้อออออ    ไคนั่งถอนหายใจหนักๆ ทิ้งไปอีกหน  มือหนาคลี่หนังสือที่ตนเฝ้าเขียนซ้ำไปซ้ำมาเกี่ยวกับประวัติของกษัตริย์อินฮวาง  ตอนนี้ชักอยากจุดธูปเรียกราชาจงอินตัวจริงขึ้นมาเค้นคอถามเสียให้รู้แล้วรู้รอด  ทีหลังมีอะไรก็ให้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์บ้างสิโว้ย  คนรุ่นหลังจะได้ไม่ต้องมาลำบากกันขนาดนี้  ไคหันมองออกไปด้านนอก องค์ชายอู๋ฟานขอเวลาสองวันในการเตรียมกำลังคน  อีกแค่สองวันที่เขาต้องคิดให้ออกว่าต้องรับศึกยังไง...

 

 

ไคหันไปเปิดหนังสือรายงานด้านการทัพออกอ่านอีกหน  เผื่อจะเจออะไรที่เขาจะสามารถนำมาใช้เป็นกลในการศึกได้  แต่มันก็ว่างเปล่า  เฮ้ออออ  กษัตริย์อินฮวางชนะศึกนี้ได้ยังไงหนอ  ชนะโดยที่พวกคีรัมยังไม่ผ่านข้ามกำแพงมาด้วยซ้ำ  แต่ว่าทำยังไงหละ ... หือ   ไคชะงักมือเมื่ออ่านเจอบรรทัดหนึ่งในรายงาน  ไคหยุดคิด...ถ้าจำไม่ผิดดีโอบอกว่าคีรัมใช้ทหารจากเมืองต่างๆ ที่ตีได้ใช้พวกเขาบุกต่อโดยใช้คนสำคัญเป็นตัวประกัน

 

 

ในท้องพระโรงดีโอบอกอีกว่าทหารพวกนั้นบุกฝ่านำมา  นำมางั้นเหรอ ... นั่นก็แสดงว่าในกลุ่มที่บุกซูซาแทบไม่มีทหารของคีรัมมาเลย  ตอนนี้ทหารพวกนั้นเหนื่อยล้าและไม่ได้บุกต่อ  อาจเพราะกำลังรอทัพหลวงของคีรัมที่กำลังจะมาถึง  เมื่อใดที่ทัพหลวงของคีรัมมาถึงเขาจะใช้ชีวิตของทหารพวกนั้นเป็นสะพาน  ตอนนี้ทหารพวกนั่นกำลังรอคีรัมโดยไม่รู้ชะตากรรมตัวเองสักนิด  อา  กองทัพ...ไคนั่งหลังตาลงคิดถึงรูปร่างกองทัพของคีรัมคราวๆ

 

 

เขากำลังยืนอยู่บนกำแพงเมืองที่แข็งแรงยากแก่การปีนข้าม  เบื้องหน้าคือบ่อโคลนที่ ... อื้มมม ... กว้างและลึกแค่ไหนก็ยังไม่รู้   และถัดจากบ่อโคลนคือทหารของต่างเมืองที่รวมๆ กันอยู่หลากหลาย  ต่อไปคือทหารของคีรัมกองหน้า  และตามมาด้วยทัพหลวงของคีรัม  ระยะห่างของแต่ละจุดแต่ละกอง   เขาจะต้องทำยังไงถึงกันทหารที่จะถูกใช้ถมบ่อโคลนพวกนั้นออกมาได้...ต้องทำยังไง...ไคนิ่งไปนิดก่อนที่จะเบิกตากว้าง  ใช่...นึกออกแล้ว

 

 

ไคกำหนังสือรายงานในมือแน่น  ใช่...ต้องใช่แน่ๆ ... หากเขาคิดไม่ผิดกษัตริย์อินฮวางต้องชนะศึกได้ด้วยวิธีนี้  หากได้รับการยืนยันจากดีโอเรื่องสภาพภูมิประเทศด้วยหละก็  นั่นก็ทำให้แน่ใจได้เลย  รูปแบบการวางกำลังทัพของซูซาที่จะชนะศึกได้ ... มหาดเล็ก  มหาดเล็ก  ส่งคนไปตามพระมเหสีคยองซูและองค์ชายอู๋ฟานมาที่พระตำหนักข้าเร็ว  เดี๋ยวนี้!!  อ๋อ...เดี๋ยว...ตามพระชายาแบคฮยอนมาด้วย

 

 

******************  ติดตามตอนต่อไปค่ะ  ******************

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

747 ความคิดเห็น

  1. #605 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 15:24
    ชักเก่งสมเป็นราชาแล้วนะ ไค 
    #605
    0
  2. #444 ฝ้าย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2556 / 18:47
    เอิ่มมม เอาหัวโขกโต๊ะเนี่ยนะ ส่วนโด้ก็นั่งตาโต // ทำไม 55
    #444
    0
  3. #342 omoeme_fern (@fernjaa_hoo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 22:21
    อะไรวะจงอิน เมพจริงๆ นี่ยังไม่รู้เลยว่าต้องใช้วิธีไหน
    ฉลาดจริงๆ สมเป็นราชาจงงิน คิกคิก
    อ่านไปนี่ลุ้นแทบตาย จื่อเทาทำไมถึงเศร้านักละ
    หรือว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับจื่อเทา?
    แล้วน้องชายเทาคือใคร? ใช่พี่ลู่หรือเปล่าาาา
    ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยยย อ่านต่อค่ะ ถถถถถถถถถ
    #342
    0
  4. #203 suzakea (@suzakea) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 21:01
    ศึกรบใกล้เข้ามาแล้วอ่ะ จะมีอะไรสูญเสียหรือป่าว ว่าแต่สนมเทามีความหลังอ่ะ เอ๊ะยังไง ใครล่ะเป็นน้อง คิดกันต่อไป หุๆๆ
    #203
    0
  5. #198 annchan (@annchan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 16:31
    ไคนึกอะรัยออกอ่ะ อยากรู้อยากมีส่วนร่วมด้วย
    #198
    0
  6. #196 Sweet_Memory (@sweet_memory) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 12:36
    5555555555 ไคอย่าเพิ่งบ้านะ
    สู้ให้ชนะก่อนเนอะๆๆ
    โอ๊ยยย ตื่นเต้นมากเลยค่ะ 
    การรบจะออกมาในรูปแบบไหนหนอ ??
    อาเทาเหมือนจะเศร้าๆยังไงบอกไม่ถูก
    แล้วหยกนั่นเกี่ยวข้อยังไงกันแน่นะ เด็กในท้องนั่นใครกันๆๆ ><
    #196
    0
  7. #190 MaineG (@puiizz137) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 09:57
    แบบว่า แอบขำตอนที่ไคปิดหนังสือแล้วบอก กรูจะบ้า 5555 คือเห็นภาพอะ หมดสภาพราชาเลย -*-
    แต่แบบไคโคตรฉลาด คิดออกไวมาก
    ปล. จะว่าไปคุณชายซูโฮหายไปเลยนะเนี่ย 555
    #190
    0
  8. #189 「Choopa★Milk」 (@doublejoker96) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 00:10
    เชร้ดดดดดดดดดด ดีโอฉลาดมากกกกก
    คนพวกนั้นโหดร้ายจริง เอาคนมาทำให้ตายเพื่อสร้างสะพานมนุษย๋นี่นะ TT
    กำลังมันส์เลยค่ะ สงครามเริ่มแล้ววววววว *^*
    #189
    0
  9. #188 Sweet_Memory (@sweet_memory) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 / 21:49
    โอ้โหหหหหหห ทำไมโหดร้ายขนาดนั้นล่ะ!!
    สะพานมนุษย์เนี่ยนะ งื้อออออ โหดโคตร!
    ดีโอแบบว่าเริ่ดอะ ล้ำ (แน่ล่ะ เพราะมาจากอนาคต 55)
    ดีนะที่ดีโอตั้งใจเรียนอะ เลยมีความรู้แบบปึกๆขนาดนี้
    ในประวัติศาสตร์ต้องบันทึกถึงดีโอเอาไว้แน่ๆเลย
    ไคเท่ห์มากกกกกกกกกกก <3
    #188
    0
  10. #185 MaineG (@puiizz137) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 / 19:51
    สะพานมนุษย์ O_O โหดร้ายอะ
    พระมเหสีเก่งมากเลย *ตบมือ* สมแล้วที่เรียนประวัติศาสตร์มาอย่างดี
    #185
    0
  11. #184 paa-chat (@praew_chat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 / 16:21
    ดีโอเก่งมาก..
    ไคดูน่าเกรงขามฝุดๆ
    #184
    0
  12. #183 b_22 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 / 15:51
    //ขูบโต๊ะ// ทำไมไคถึงได้เท่ขนาดนี้คะ กำลังตื่นเต้น กำลังลุ้น แต่การศึกที่ดีโอรู้ทันเกม จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์มั้ยคะ?
    #183
    0