Stumble On The Rock สะดุดรักร้ายเจ้าชายเพลงร็อค

ตอนที่ 5 : Stumble 3: โชคดีในโชคร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ส.ค. 55







ติ๊ง!

สิ้นเสียงลิฟต์ก็เปิดออกที่ชั้น 10 ซึ่งน่าจะเป็นชั้นที่สูงที่สุดของตึกนี้ ฉันมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ที่นี่สวยแล้วก็หรูหรามากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ซะอีก

“ถือกระเป๋ามาให้ฉันด้วย” เจมิคว่าแล้วเดินนำออกจากลิฟต์ลิ่ว ๆ นี่เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร คิดจะสั่งใครให้ทำตามใจก็ได้งั้นเหรอ ฉันยกขาเตรียมจะเตะที่กระเป๋าที่กองอยู่พื้นแต่ก็ต้องชะงักแล้วรีบเปลี่ยนเป็นก้มยกกระเป๋าขึ้นมาถือแล้วเดินตามออกจากลิฟต์ไปเพราะร่างสูงที่เดินนำไปอย่างไม่สนใจใยดีดันหันกลับมาซะก่อน

“ที่นี่คนน้อยจังเนอะ” ฉันพูดแล้วมองไปทางโล่งกว้างของทางเดิน ใช่! ตั้งแต่เดินขึ้นมาฉันยังไม่เห็นอื่น ๆ เลยสักคน ดูโล่งจนหน้าแปลกใจ

“...”

“ว้า! ดูสิ เงียบจนขนลุกเลยนะเนี่ย ถ้าอยู่คนเดียวนี่คงน่ากลัวเป็นบ้า อ่อ แล้วนายกลัวผีรึเปล่า ตอนที่อยู่ที่บ้านกับเพื่อน ๆ นายนอนคนเดียวหรือว่านอนกับจีเรย์ แล้ว...”

“เธอนี่พูดมากจริง ๆ แล้วนี่ฉันต้องบอกเธอทุกอย่างเลยรึไง?”

“นั่นสินะ แหะ ๆ” เมื่อเห็นว่าต่อมโมโหของเจมิคกำลังทำงานหนัก ฉันเลยได้แต่รีบหุบปากเงียบแล้วเดินตาม

“คอนโดนี้เป็นของบริษัท ซื้อไว้ให้ศิลปินในสังกัดเข้ามาพัก”

“...” ฉันพยักหน้ารับแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากพูด แต่จู่ ๆ ร่างสูงก็ชะงักพร้อมหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าฉันเขม็ง

“เงียบ? ผีพูดมากที่เข้าสิงเธอออกไปแล้วรึไง”

“นี่! ก็นายเป็นคนบอกเองว่าฉันพูดมาก พอฉันเงียบนายก็ยังมีปัญหาอีก ตกลงนายจะเอายังไงกับฉันกันแน่ฮะ!” ฉันจ้องเจมิคกลับ เขาไม่ตอบอะไรแต่กลับกระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เก่งนักแหละเรื่องกวนประสาทคนอื่นเนี่ย” ฉันบ่นกับตัวเองก่อนจะเดินตามเจมิคไปด้วยความเงียบ ไม่นานนักร่างสูงก็หยุดชะงักที่หน้าประตูห้องหนึ่ง

“ถึงแล้วเหรอ?”

“...” เจมิคไม่ตอบแต่หันกลับมามองหน้าฉันนิ่งพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งมาข้างหน้า ฉันมองฝ่ามือนั้นกับใบหน้าเรียบอย่างนึกเขิน คิดจะไถ่โทษที่ว่าฉันเมื่อกี้ล่ะสิ ฮ่า ๆ ๆ พอคิดจะดีก็ดีจนฉันตั้งตัวไม่ทันเลยแฮะ

ฉันยื่นมือไปข้างหน้าเตรียมจะวางลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขาแต่เขาก็เลื่อนมันหลบจนฉันต้องมองหน้าเขาอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ

“กระเป๋า” เจมิคบอกเสียงเรียบพร้อมกับบุ้ยหน้าไปที่กระเป๋าเมื่อเห็นว่าฉันไม่เข้าใจ

“อะ...อ่อ” ฉันได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วส่งกระเป๋าให้เขาไป แล้วเจมิคก็เดินเข้าห้องไป ฉันได้แต่ตีหัวตัวเองเบา ๆ เพื่อเตือนสติในความโง่เขลาแล้วเดินตามเขาไปที่ประตู คิดได้ไงนะว่าเขาจะจับมือตัวเองเนี่ยยัยแชมเปญ ฮึ่ม! รีบเข้าห้องดีกว่า

ปัง!

ฉันชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าประตูก่อนจะกลืนน้ำลายเฮือก! อีกแล้ว เกือบไปอีกแล้ว ถ้าฉันชะงักเท้าไม่ทันไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมเขาต้องรีบปิดประตูขนาดนั้น พอยกมือขึ้นหมุนลูกบิดก็พบว่ามันล็อคอยู่ อย่าบอกนะว่า!...

ปัง! ๆ ๆ ๆ ปัง! ๆ ๆ ๆ

“นี่! เจมิค! นายจะปล่อยฉันไว้ข้างนอกแบบนี้ไม่ได้นะ เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ นี่!” ฉันทุบประตูอย่างไม่นึกเกรงใจห้องอื่น ๆ ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าเขาจะทิ้งฉันไว้ข้างนอกแบบนี้ได้หน้าตาเฉย รู้แบบนี้ยึดกระเป๋าไว้ก่อนก็ดีหรอก

“เธอมีสิทธิ์มาสั่งฉันตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ฉัน...ฉันบอกเพื่อน ๆ นายแล้วนะว่าจะมาอยู่กับนาย นายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ”

“เธอพูดเองหนิ ฉันไม่ได้รับปากว่าจะให้เธออยู่ด้วยสักหน่อย อีกอย่างอย่านึกว่าลูกไม้ตื้น ๆ ที่ว่าไม่มีที่ไปของเธอจะได้ผล มันใช้ไม่ได้กับฉันหรอกนะ...ยัยโรคจิต”

“ลูกไม้? นายเห็นความลำบากของฉันเป็นลูกไม้ตื้น ๆ งั้นเหรอ? นี่นาย อ๊ะ!” ฉันเผลอเตะประตูเต็มแรงเจ็บซี๊ดจนต้องทิ้งตัวลงนั่งกุมเท้าเอาไว้ ไอ้คนบ้า คนใจร้าย คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะยอมหนีไปงั้นเหรอ รู้จักแชมเปญน้อยไปซะแล้ว!

“ฉันไม่ไปไหนแน่ อีตาเจมิคบ้า!” ฉันว่าแล้วพิงตัวเข้ากับผนังข้าง ๆ ประตูอย่างเหนื่อยอ่อน การเดินทางมาที่นี้ว่าเหนื่อยแล้ว แต่สิ่งที่ต้องมาเจอที่นี่กลับทำให้เหนื่อยยิ่งกว่า

ไม่รู้ว่านั่งบ่นกับตัวเองอยู่นานเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนสมองมันเริ่มเบลอ ๆ แถมเปลือกตายังหนัก ๆ จนลืมไม่ขึ้นแล้วด้วย ยุงที่นี่ก็ร้ายกาจเอาเรื่องกัดเอากัดเอาจนฉันคันไปหมดทั้งตัวแล้วเนี่ย ตอนแรกฉันคิดว่าเขาแค่อยากจะแกล้งฉันซะอีก แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะว่าเขาเกลียดฉันเข้าไส้จริง ๆ ในเมื่อไม่มีหวัง เงินก็ไม่มี รองเท้าก็ไม่ได้ใส่ แถมยังไม่มีที่ไปอีก งั้นก็นอนมันทั้งแบบนี้แหละนะ

 

00:30 น.

ผมเดินตรงออกจากลิฟต์ไปตามทางเดินกว้างเพื่อที่จะกลับมาเอาของที่ลืมไว้และเอาเครื่องดนตรีที่เพิ่งเล่นเสร็จเข้าไปเก็บในคอนโด แต่แล้วสายก็สะดุดเข้ากับร่างบางของใครคนหนึ่งจนต้องชะงักเท้าเอาไว้

“ผู้หญิง?” หากเป็นที่อื่นผมคงจะไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่จะมีใครพาผู้หญิงเข้ามาหากไม่ติดที่ว่า ที่นี่เป็นคอนโดสำหรับศิลปินดัง ๆ เท่านั้น และที่สำคัญไม่มีใครรู้เวลาทำงานที่แน่นอนของพวกนักข่าวได้ จึงไม่มีใครหน้าไหนอยากจะเสี่ยงทำเรื่องพรรค์นั้นแน่นนอน แถมหน้าห้อง ๆ นี้ก็เป็นของหมอนั้น มือเบสของวง Battle Blood

“นี่เธอ...” ผมย่อตัวนั่งพร้อมทั้งวางของในมือลงที่พื้น ยื่นมือไปสะกิดร่างเล็กเบา ๆ เธอเงยหน้าขึ้นจนหัวโขกกับประตูแต่ก็ยังไม่ยอมตื่น ผมมองใบหน้าหวานแล้วยิ้มน้อย ๆ ในความดื้อรั้นของเธอ ใบหน้าเรียวขมวดคิ้วยุ่งพลางยกมือขึ้นตีที่แขนเบา ๆ คิ้วคู่สวยรับกับจมูกโด่งออกจะรั้นน้อย ๆ ริมฝีปากบางสีชมพูใสกับแพรขนตายาวงอนขับให้ใบหน้าสวยหวานขึ้นไปอีก ผิดกับการแต่งตัวที่ดูจะแปลกอยู่สักหน่อยแถมยังเชยเข้าขั้นอีกด้วย

ร่างเล็กที่นั่งสับผงกทำให้ผมสีน้ำตาลที่หลุดจากการรวบไว้ลวก ๆ หล่นลงมาเคลียข้างแก้มใส ผมยกมือปัดผมที่ลงมาคลอเคลียใบหน้าหวานนั้นก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นว่ามือเล็กยกขึ้นมาจับแขนผมไว้แน่น

“เจมิคบ้า! ฉันไม่ได้โกหกสักหน่อย ใครจะโกหกนายกัน” เธอพูดทั้งที่ยังไม่ยอมลืมตาจนผมอดยิ้มไม่ได้ เลยได้แต่ยกมือเธอไปวางไว้ข้างตัว มองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งก่อนจะมองหารองเท้าที่อาจอยู่ไม่ห่างตัวเมื่อเห็นว่าเท้าทั้งสองข้างของเธอเปลือยเปล่าอยู่

“ไม่เห็นมีเลยแฮะ ช่างเถอะ” ผมพูดกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมจะออกตัวเดิน แต่อะไรบางอย่างทำให้ผมไม่สามารถก้าวเดินไปจากเธอได้...ภาพใบหน้าของเธอ

 

ฉันกระพริบตาถี่ ๆ ก่อนจะซุกตัวเข้าไปหาความอบอุ่นจากผ้าห่ม แต่กลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่เข้ามาใกล้และรู้สึกราวกับกำลังถูกจ้องมองในระยะเผาขน ไม่จริงน่า ถึงที่นี่จะเงียบก็เถอะ แต่ว่ามันคงไม่มี...

“อืมม...” ฉันบิดตัวน้อย ๆ ก่อนจะกลั้นใจลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วหลับลงอีกครั้งด้วยความงัวเงีย แต่เอ๊ะ! เมื่อกี้มันผะ...ผู้ชายไม่ใช่เหรอ?!

“เฮือก! โอ๊ย!” ฉันลืมตาโล่งด้วยความกลัวก่อนจะเผลอถอยหลังจนหัวโขกกับประตูดังลั่น แต่ความเจ็บนั้นก็ถูกลบล้างไปเพราะผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉัน!

“ไม่เป็นไรใช่มั้ย?” ร่างสูงบอกเป็นภาษาเกาหลีด้วยน้ำเสียงทุ้มพร้อมทั้งเข้ามาช่วยพยุงฉันให้ลุกขึ้น

“คน?”

“โทษทีที่ทำให้เธอกลัว”

“อ่อ! ไม่เป็นไร ฉันแค่ตกใจนิดหน่อย” ฉันตอบกลับอย่างไม่คุ้นชินนัก แต่ก็ยังดีที่เรียนภาษาเกาหลีเอาไว้นิดหน่อยแหละนะ

“งั้นเหรอ?” เจ้าของร่างสูงเอ่ยอย่างขำ ๆ  ฉันมองใบหน้าหล่อเหลาแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างนึกเขิน คนอะไรหล่อเป็นบ้า ใบหน้าขาว ๆ จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มได้รูป ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดูอบอุ่น แถมผมสีน้ำตาลเข้มที่ยาวสไลด์ระต้นคอเข้ากับรูปหน้านี่อีก นายชักจะหล่อเกินไปแล้วนะ

“จะว่าไป...นายก็หน้าคุ้น ๆ นะ” ฉันบอกพร้อมกับยื่นเสื้อคลุมตัวโคร่งคืนให้เขา ถึงว่าทำไมมันถึงได้มีผ้าห่มอุ่น ๆ

“งั้นเหรอ?” เขารับเสื้อไปถือไว้ เลิกคิ้วสูงอย่างสงสัยก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ อย่างอารมณ์ดี

“แต่ฉันคงคิดไปเองมากกว่า เราจะเคยเจอกันได้ไงล่ะเนอะ”

แล้วเราสองคนก็เงียบกันไปหลายนาที การให้มายืนประจัญหน้ากับคนแปลกหน้าสองต่อสองแบบนี้ มันไม่ค่อยสนุกหรอกนะจะบอกให้ และทันใดนั้น...

โครกกกก!

ฉันรีบใช้มืออีกข้างหนึ่งกุมท้องเอาไว้ด้วยใบหน้าร้อนผ่าว ร่างสูงหัวเราะเสียงดังลั่นจนฉันเริ่มเก็บความอายเอาไว้ไม่อยู่ เอาเหอะเรื่องเจมิคเอาไว้ก่อน ตอนนี้หายไปอยู่ที่อื่นสักพัก รอจนกว่าหมอนี่จะออกไปแล้วเราค่อยกลับมาดีกว่า

หมับ!

“จะไปไหน?”

“ฉัน...ก็นายหัวเราะไม่หยุดนี่ ฉันเขินเป็นเหมือนกันนะ”

“โอเค ๆ ฉันหยุดแล้ว ๆ” ร่างสูงบอกก่อนจะหยุดหัวเราะ ฉันเลยได้แต่ก้มหน้างุด

“พอดีฉันว่างอยู่ งั้นไปหาอะไรกินก่อนมั้ย?”

“แต่ว่า...” ฉันมองประตูบานใหญ่ ปานนี้แล้วเจมิคคงนอนหลับฝันดีอยู่สินะ

“หือ?”

“อ่อเปล่า! พอดีมีเรื่องนิดหน่อยฉันเลยไม่มีเงินติดตัวสักวอน แถมสภาพฉันก็...อย่างที่เห็น”

“งั้นฉันเลี้ยงเอง”

“แต่ว่า...”

“ถือว่าเป็นค่าทำขวัญที่ทำให้เธอตกใจจนหัวโขกประตูก็แล้วกัน” ชายหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มจนฉันต้องยกมือขึ้นลูบที่หัวอย่างนึกเขิน

“ไปกันเถอะ” ไม่ว่าเปล่าร่างสูงยังคว้ามือฉันไปกุมไว้แน่นก่อนจะออกตัวเดินด้วยรอยยิ้ม ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ แต่เขาเป็นอย่างแรกที่เรียกได้ว่าเป็น โชคดี ของฉันในวันที่โชคร้ายเชียวนะ ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นคนแปลกหน้าก็เถอะ แต่ถ้าไม่คว้าไว้มันก็น่าเสียดายไม่ใช่เหรอ? และถ้าจะให้ปล่อยทิ้งไปล่ะก็...

ไม่มีทางซะล่ะ!

 

 

 



 

229 ความคิดเห็น

  1. #224 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 22:02
    ใครโผล่มา ศัตรูหัวใจมาแล้ว
    #224
    0
  2. #146 LtBhCySh (@potjaman) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:10
    อ๊ากก ใครเนี่ย!?มาพร้อมความหล่อใจดี > <
    แต่เจมิคก็เหลือเกินจริงๆนะเธอ -3-

     
    #146
    0
  3. #112 B:E:W ~ P'T (@bbewty) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 23:26
    ใครน้อออมาช่วยแชมเปญผู้น่าสงสารเอาไว้
    สมน้ำหน้าเจมิค มีคู่แข่งแ้ล้วเป็นไงยะ
    อย่าง้อนะๆ ปล่อยมันไปเลยยยยย แบร่ๆ

    * ขอแนะนำนิดนึงนะคะ
    เวลาเปลี่ยนคนบรรยาย น่าจะบอกแทรกขึ้นมาให้รู้หน่อยนะ
    ไม่งั้นมันจะงงมาก หรือไม่ก็เว้นวรรคให้มากกว่าีนี้ค่ะ :)
    #112
    0
  4. #34 Oh lun laa (@noopoyjaa_2009) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2555 / 14:49

    นั่นไง มีใครโผล่มาอีกแล้วววว
    แว๊กกก ไรเตอร์บรรยายได้หล่ออ่ะ
    (แอบนอกใจท่านเจมิค 5 วิ 55555 5)
    #34
    0
  5. #13 Tara (@tey19980153) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2555 / 16:22
    ผู้ชายคนนั้นเป็นใครนะ? เเต่หล่ออ่ะ
    ปล เเชมเปญก็สวย
    :)
    อัพไวๆนะค่าาาา
    #13
    0