Stumble On The Rock สะดุดรักร้ายเจ้าชายเพลงร็อค

ตอนที่ 4 : Stumble 2: เพื่อนใหม่ในต่างแดน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ก.ค. 55







“รออยู่ตรงนี้”

เสียงเรียบออกคำสั่งก่อนจะหายเข้าไปหลังประตูบานใหญ่ ร่างสูงพาฉันมาที่บ้านหลังหนึ่ง ผนังแบบกระจกใสแจ๋วทำให้พอจะมองเห็นด้านในของตัวบ้านได้ แล้วสายตาก็สะดุดกับแผ่นโปสเตอร์ของวงร็อคชื่อดังที่ฉันเพิ่งไปดูคอนเสิร์ตมาสด ๆ ร้อน ๆ ในวันนี้แปะติดอยู่ ไหน ๆ ก็ซวยเพราะพวกเขาแล้ว ขอดูหน้าสมาชิกในวงให้ชัด ๆ อีกทีก็แล้วกัน

“เธอมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้” เสียงคุ้นหูของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ฉันละสายตาจากโปสเตอร์แทบจะทันที แล้วก็ได้แต่หันมองซ้ายทีขวาทีพลางยกมือเกาหัวแกรก ๆ อย่างไม่เข้าใจ

“ก็นาย...บอกให้ฉันรออยู่ตรงนี้”

“ฉันเหรอ?” เขาชี้นิ้วเข้ากับตัวพลางมองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจ หมอนี่จะมาไม้ไหนเนี่ย?

“ใช่ นายดูแปลก ๆ ไปนะ แล้วก็...อย่าบอกนะว่าที่หายไปเมื่อกี้เพื่อไปใส่วิกปลอมตัวมา” ฉันถามเมื่อไล่สายตามองไปยังผมสลวยสีทอง ถึงจะดูดีก็เถอะนะ แต่ใครมันจะเปลี่ยนสีผมได้ในไม่กี่นาทีแบบนี้เล่า

“ไม่รู้รึไงว่าฉันน่ะมีเวทมนตร์” เจมิคยืนหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะขยิบตาให้หนึ่งที ฉันเบิกตามองร่างสูงตรงหน้าด้วยความแปลกใจ นี่เขาแปลกไปจริง ๆ หรือว่าฉันตาฝาดไปเองที่เห็นเขากำลังยิ้มกว้างให้ฉันแบบนี้ ว่าแต่นะ...

“นายมี...เวทมนตร์จริง ๆ เหรอ?”

“เธออยากให้ฉันร่ายมนตร์ให้เธอดูมั้ยล่ะ?” ฉันพยักหน้ารัวพร้อมทั้งมองเขาด้วยความตื่นเต้น แต่อยู่ ๆ ร่างสูงก็หลุดขำก๊ากออกมาจนฉันต้องเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ เขากลายเป็นคนยิ้มง่ายอารมณ์ดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

“แล้วรองเท้าเธอหายไปไหน? หรือว่าเป็นเทรนด์ใหม่” ฉันก้มลงมองเท้าที่เปลือยเปล่าปราศจากการปกป้องของรองเท้าแล้วเบ้หน้าอย่างหวาด ๆ

“ก็นายนั่นแหละที่พาฉันวิ่ง ส้นสูงขนาดนั้น ถ้าไม่ถอดก็มีหวังหนีไม่รอดแน่”

“งั้นเหรอ? ฮ่า ๆ เธอนี่ตลกดีนะ”

“เอ๊ะ?”

“ปัญญาอ่อน” เสียงเรียบคุ้นเคยทำให้ฉันมองคนตรงหน้าที่ยังหัวเราะไม่หยุดอย่างแปลกใจ แต่ความสงสัยนั้นก็หายไปทันทีที่มือใหญ่ของใครอีกคนคว้าข้อมือฉันให้เดินตามไป

“โอ๊ะ! นาย...” ฉันมองร่างสูงที่เดินนำด้วยใบหน้าเรียบแล้วหันกลับไปมองอีกคนที่เดินตามมาแต่ก็ยังไม่ยอมหยุดหัวเราะ อะไรกันน่ะ? แชมเปญงงไปหมดแล้วนะ

“เธอนี่มันตัวยุ่งจริง ๆ” สิ้นเสียงร่างสูงก็พาฉันเดินผ่านเข้าประตูใหญ่ไป ด้านในมีรูปของสมาชิกประมาณห้าคนขนาดใหญ่เรียงกันอยู่ที่ผนัง ด้านล่างมีชื่อเขียนกำกับว่า Battle Blood อย่างชัดเจนทำให้ฉันพอจะเข้าใจได้ว่าที่นี่คงจะเป็นบ้านของพวกเขา แต่ว่านะ...ถ้ามีโอกาสได้เจอพวกเขาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งก็คงจะดีไม่น้อยเลย

“โอ๊ะ! นี่เหรอคนที่เจมิคบอก เข้ามาก่อน...อ๊ะ!

“เฮ้ยย! / ว้ายย!” ฉันละสายตาที่กำลังไล่มองไปตามตัวหนังสือใต้รูปขนาดใหญ่นั้น แต่ยังไม่ทันได้มองคนในรูปให้ครบอย่างที่ตั้งใจ ฉันกับเจมิคก็ต้องร้องขึ้นพร้อมกันเมื่อผู้หญิงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เกิดสะดุดอะไรบางอย่างกะทันหัน เจมิครีบร้อนเตรียมจะเข้าไปรับหากแต่ร่างสูงของผู้ชายอีกคนก็รั้งตัวเธอเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที ฉันเป่าลมหายใจฟู่อย่าง โล่งอกก่อนจะเงยหน้ามองร่างสูงข้าง ๆแล้วอดแปลกใจกับแววตาเศร้า ๆ ของเขาไม่ได้

“ฉันบอกแล้วไงว่าให้ระวังตัวให้มากกว่านี้” ผมสีน้ำตาลระอยู่เล็กน้อย คิ้วเข้มโค้งได้รูป ริมฝีปากอิ่มสวย รับกับจมูกโด่งเป็นสัน ใบหน้าเรียบกึ่งหวานมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความเอ็นดูระคนอ่อนใจ

“ขอโทษค่ะ ฉันลืมว่าตรงนี้มันเป็นพื้นต่างระดับทุกทีเลย” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส ใบหน้าหวานสวยแย้มรอยยิ้มกว้างราวกับมันเป็นเรื่องปกติ เพิ่งรู้ว่าเวลาที่ตัวเองทำตัวซุ่มซ่ามแล้วคนอื่นเขาต้องตกอกตกใจไปด้วยมันเป็นแบบนี้นี่เอง

“น้ำเปล่าก็แบบนี้แหละ ไม่ระวังตัวเอาซะเลย” หญิงสาวอีกคนเอยพร้อมกับเดินมายืนข้าง ๆ ฉันเผลอตัวอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าผู้หญิงทั้งสองคนตรงหน้ามีหน้าตาเหมือนกันแปะ ผิดก็แต่คนแรกดูสวยน่ารัก แต่อีกคนกลับดูสวยแบบเด็ดเดียว

“ใครมันจะเหมือนเธอล่ะ เนอะน้ำเปล่า” เสียงของร่างสูงอีกคนดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวที่ทำให้ฉันแทบช็อก ผมสีดำซอยละต้นคอ รอยยิ้มอ่อนโยนที่มาพร้อมกับลักยิ้มข้างแก้มทำให้แทบละสายตาไปไม่ได้ นี่ฉันว่าร่างสูงข้าง ๆ ก็หล่อจนหาคำมาบรรยายไม่ถูกอยู่แล้วนะ แต่ยิ่งน่าทึ่งเข้าไปใหญ่เมื่อพวกเขามาอยู่รวมกันแบบนี้ พระเจ้า! นี่มันวันรวมตัวของเหล่าเทพบุตรและเทพธิดาหรือยังไงกัน

“เลิกทำหน้าตาประหลาด ๆ สักที” เสียงเจมิคทำให้ฉันส่ายหน้าเบา ๆ จนทุกคนขำน้อย ๆ ฉันเลยได้แต่เบือนหน้าไปมองทางอื่นอย่างเขินอาย

 “งั้นรอเดี๋ยวนะคะ ฉันจะไปเอาน้ำมาให้” เสียงหวานบอกก่อนจะเดินหายไป สักพักก็กลับออกมาพร้อมกับน้ำเปล่าสองแก้ว ฉันรับแก้วน้ำที่เธอยื่นมาให้มากระดกเข้าปากอย่างหิวกระหาย เฮ้อ! ค่อยยังชั่วหน่อย

“เธอกลัวคนอื่นจะแย่งน้ำของเธอรึไง” เสียงเรียบทำให้ฉันรีบหันขวับกลับไปมอง ก่อนจะไล่สายตาไปที่คนอื่น ๆ ซึ่งยิ้มให้ฉันอย่างนึกเอ็นดู ช่วยไม่ได้หนิ ฉันเหนื่อยแล้วก็หิวมาก ๆ ด้วย

“ก็ฉันเหนื่อยหนิ ใครกันล่ะที่พาฉันวิ่งจนขาลากแบบนี้”

“นี่เธอ!

“เอาน่าเจมิค ฉันน้ำเปล่าค่ะ ส่วนนี่พี่โซดา เป็นพี่สาวฝาแฝดของฉันค่ะ” ร่างบางเจ้าของใบหน้าหวานสวยเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้างจนฉันต้องยิ้มตอบ เธอดูน่ารักมากจริง ๆ ด้วย

“ฉันสไปรท์” ชายที่มารับเธอไว้ตอนนั้นนั่นเอง ฉันโค้งหัวให้น้อย ๆ ก่อนจะมองร่างสูงถัดจากเขาอีกคน

“ฉันบรีท” เขาบอกด้วยรอยยิ้มกว้างและลักยิ้มเจ้าเสน่ห์อีกครั้ง ดูดีเกินคำบรรยายเลย

“ส่วนฉันจีเรย์” ร่างสูงว่าพร้อมทั้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนฉันแทบช็อกจนต้องมองไปที่เจ้าของใบหน้านิ่งข้าง ๆ ที่ไม่ได้หันมาสนใจฉันเลยสักนิด แต่ที่เหวอมากไปกว่านั้นก็คือเขาหน้าตาถอดแบบมาจากเจมิคเป๊ะเลยล่ะ!

“ไม่ต้องตกใจหรอก ฉันเป็นแฝดพี่ของเจมิค” จีเรย์บอกด้วยรอยยิ้มสดใสจนฉันต้องยิ้มรับแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ตลกน่าจีเรย์”

“โอเค ๆ ฉันเป็นแฝดน้อง” จีเรย์บอกก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงอีกข้างของฉัน ฉันเหลือบมองคนหน้าตายอย่างนึกขำ นึกว่าเขาจะไม่สนใจอะไร ที่แท้ก็เอาใจใส่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่หรอกเหรอเนี่ย

“แล้วเธอล่ะ เป็นใคร มาจากไหน” จีเรย์ถามพลางจ้องหน้าฉันด้วยรอยยิ้ม ถ้าเจมิคยิ้มได้บ่อยครึ่งหนึ่งของนายคงจะดีไม่น้อยเลยนะจีเรย์

“ฉันแชมเปญค่ะ เพิ่งมาที่เกาหลีเป็นวันแรก แล้วพอดีเกิดเรื่องวุ่นวายนิดหน่อยน่ะค่ะ แต่ก็บังเอิญได้เจมิคมาช่วยไว้ ก็เลย...”

“ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น” เจมิคพูดทั้งที่สายตาจับจ้องอยู่ที่จอทีวีขนาดยักษ์ ฉันเลยได้แต่ยิ้มแหย ๆ ให้กับคนอื่น ๆ มองมาที่ฉันด้วยความสงสัย

“คือฉันพลัดหลงกับเพื่อน แล้วก็ติดต่อกันไม่ได้ด้วย แถมฉันยังไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ฉันเลยต้องขอความช่วยเหลือจากเขาน่ะค่ะ”

 “ผมแค่บังเอิญพาเธอวิ่งหนีพวกแฟนคลับ แต่พอผมบอกให้แยกกัน ยัยโรคจิตนี่กลับตามตื้อไม่ยอมไป สุดท้ายเลยต้องหนีมาจนถึงนี่ ก็อย่างที่เห็น”

 “โอ๊ะ! ที่แขนเธอมีแผลด้วยหนิ ที่เข่าด้วย” น้ำเปล่าพูดขึ้นแล้วสายตาทุกคู่ก็จ้องมาที่ฉันจนต้องก้มลงมอง

“แค่สะดุดล้มเพราะไม่ทันได้ระวังตัว ไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ”

 “เธอบอกว่ายังไม่รู้จะไปไหนใช่มั้ย? งั้นเธอก็อยู่กับเราที่นี่ไปก่อนนะ ฉันว่าเราต้องเข้ากันได้ดีแน่ เธอน่ารัก ฉันชอบ” จีเรย์บอกพลางล้มตัวลงนอนหนุนตักฉัน ฉันเลยได้แต่มองเขาอย่างตกใจ เขาเข้ากับคนอื่นง่ายแบบนี้ทุกคนเลยรึเปล่าเนี่ย?

 “เอ่อคือ...”

“ฉันจะไปอยู่ที่คอนโด”

“อ้าว ทำไมล่ะเจมิค” น้ำเปล่าถามเสียงหวาน และนั่นทำให้เจมิคหันไปมองตอบเธอด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ยิ้มเหรอ? ถึงจะแค่เล็กน้อยแต่นั่นมันทำให้ฉันรู้สึกใจเต้นรัวในขณะที่รู้สึกเจ็บแปลบ ฉันก็แค่อยากเป็นคนที่ได้รับรอยยิ้มจากนายบาง แค่เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

“ฉันอยากไปอยู่ที่นั่น เพราะมันอยู่ใกล้ที่เรียนแต่งเพลง จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางไปเรียน”

“อย่างน้อยนายก็น่าจะอยู่ที่นี่จนกว่าแชมเปญจะติดต่อเพื่อนของเธอได้นะ”

 “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันก็จะไปกับเจมิคด้วย”

“อะ...อะไรนะ!!” ทุกคนต่างก็ร้องขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ไม่ได้นะเจมิค ฉันยังไม่ได้ทำความรู้จักกับแชมเปญเลย นายจะเอาตัวเธอไปแบบนี้ไม่ได้นะ” จีเรย์โวยก่อนจะดึงมือฉันเอาไว้ นึกซาบซึ้งที่อย่างน้อยเขาก็เป็นคนหนึ่งแหละที่อยู่ข้างฉัน

“วางใจเถอะ ฉันไม่ได้คิดจะเอายัยนี่ไปด้วยอยู่แล้ว” เจมิคว่าแล้วก็ลุกขึ้นโค้งตัวน้อย ๆ ก่อนจะลากกระเป๋าเดินออกจากบ้านไป ฉันได้แต่มองหน้าทุกคนก่อนจะหันไปมองแผ่นหลังกว้างของเขาอีกครั้ง ขี้โกงหนิ จะปล่อยให้ฉันอยู่กับพวกเขาได้ไง คนที่ฉันรู้จักตอนนี้มีแต่นายเท่านั้นนะคนบ้า!

“ไม่ว่ายังไงบ้านนี้ยินดีต้อนรับเธอนะ” บรีท พี่ใหญ่ของบ้านเอยพร้อมรอยยิ้ม ทุกคนเลยพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มไม่ต่างกัน เฮ้อ! เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกแฮะ

“ใช่ ๆ ถ้าหมอนั่นทำให้เธอไม่พอใจ ฉันจะจัดการให้เธอเอง” จีเรย์บอกพร้อมกับขยี้หัวฉันเบา ๆ

“ว่าแต่ตอนนี้เธอรีบไปเถอะ เดี๋ยวตามหมอนั่นไม่ทันเอานะ” โซดาบอกพร้อมกับบุ้ยหน้าไปทางประตูซึ่งเห็นร่างสูงเดินดุ้ม ๆ อย่างไม่รอใคร

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะคะ แต่เราตกลงกันไว้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันบอกแล้ววิ่งตามเขาออกไป

ว่าแต่...วันนี้ยังมีเรื่องอะไรให้ฉันต้องตกใจยิ่งไปกว่านี้อีกมั้ยเนี่ย? นอกจากจะรู้ว่าชายปริศนาที่บังเอิญเจอกันวันนี้คือเจมิค ได้รู้ว่าเจมิคเป็นหนึ่งในสมาชิกวงร็อคชื่อดังอย่าง Battle Blood แถมยังได้มาอยู่ท่ามกลางสมาชิกในวงทุกคนด้วยความบังเอิญถึงขีดสุด ได้รู้ว่าเจมิคมีแฝดที่หน้าเหมือนกันเป๊ะอีกหนึ่งคนแต่นิสัยต่างกันสุดขั้ว และที่สำคัญได้รู้ว่าตัวเองต้องย้ายไปอยู่ที่คอนโดกับเจมิคอีก (ถึงแม้เขาจะไม่เต็มใจ - -'')

“นี่เจมิค รอกันมั่งเซ่!” ฉันร้องตามหลังร่างสูงที่เดินไปอย่างไม่สนใจฉันที่เดินกะเผลก ๆ ตามไปเลยสักนิด นายอาจจะเดินหนีฉันได้นะเจมิค แต่รู้ไว้เลยว่าฉันจะคอยตามนายไปแบบนี้ แม้นายจะร้ายกาจกับฉันและอยากให้ฉันหายไปจากชีวิตนายก็เถอะ แต่แชมเปญคนนี้...ไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก

มันจะไม่มีวันนั้น...แน่นอน!

 

 

 

 

 

 

229 ความคิดเห็น

  1. #223 opoceleste (@opoceleste) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 22:00
    จีเรย์ๆ 555 อวยคนนี้ทำไม
    #223
    0
  2. #145 LtBhCySh (@potjaman) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:53
    จีเรย์กับจีมิค นี่คนละขั้วเลยนะ ฮ่าๆ
    > <"

     
    #145
    0
  3. #111 B:E:W ~ P'T (@bbewty) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 23:22
    เอิ่มมม เจมิคใจร้ายไปปะ -00-
    ชอบจีเรย์อ่ะ น่ารักมากกกกกกกกก ><
    #111
    0
  4. #33 Oh lun laa (@noopoyjaa_2009) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2555 / 14:46

    อ๊ากกกกกก! ท่านเจมิค ข้าน้อยกลับมาแล้วเจ้าค่าา

    ปล. ทุกคนกลับมาอีกครั้งแล้ว คิดถึงจังเนอะไรเตอร์
    ปปล. ท่านจีเรย์ยังฮาได้น่ารักเหมือนเดิมนะเจ้าคะ คิ ๆ ^^
    #33
    0
  5. #10 Tara (@tey19980153) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2555 / 16:59
    หล่อๆ สวยๆ น่ารักกันทั้งนั้นเลย
    #10
    0