พันธะรักคล้องใจ

ตอนที่ 17 : บทที่ 8. ครบรอบ -2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 733 ครั้ง
    6 ต.ค. 62

เมืองนอตทิงแฮม เป็นหนึ่งในกลุ่มเมืองใหญ่ของอังกฤษ แม้ประชากรอาจจะไม่หนาแน่นเท่าเมืองใหญ่อื่นๆ แต่ก็เป็นเมืองที่มีสถานที่สำคัญที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกมากมาย จึงทำให้มีคนหลายชาติหลายภาษามาอยู่รวมกัน... เจนณิรินเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

เธอมาใช้ชีวิตที่นี่นานหลายปี แต่ก็ยังดำเนินชีวิตอย่างมีสติและเรียบง่ายเลี้ยงดูบุตรชายด้วยความรักเอาใจใส่เสมอ พร้อมกับที่เธอเองยังหาเวลาว่างอันน้อยนิดที่เหลือจากการทำงานมาตั้งใจเรียนภาษาฝรั่งเศสเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันนั้นก็ยื่นขอสัญชาติตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้และสุดท้ายเธอก็ได้สัญชาติอังกฤษมาครอง

“เมื่อเช้าน้ามาร์โทรมาหาผมแล้วนะครับแม่”  เจนณิรินหันมามองเด็กชายที่นั่งอยู่ข้างๆที่กำลังค้นหาบางอย่างในกระเป๋าเป้ใบเก่งของเขา

"จ้ะ โทรมาคุยกับแม่อยู่เหมือนกัน น้ามาร์อยากมาหาเราใจจะขาดแล้วมั้ง แต่เห็นว่าติดงานด่วน ปีนี้เลยมาหาไม่ได้” เจนณิรินอมยิ้มเมื่อนึกถึงเสียงบ่นตามสายของมารตีที่โทรมาบ่นเมื่อหลายวันก่อนว่าไม่สามารถมางานวันเกิดของลูกชายเธอได้เหมือนหลายๆปีที่ผ่านมา

“ครับ ผมก็บอกน้ามาร์แล้วว่าไม่เป็นไร แต่น้ามาร์ก็บอกว่าจะหาเวลามาหาวันหลัง...เอ่อ..แม่ครับ ผมว่าผมลืมของไว้ที่โรงเรียนแน่เลยครับ”

เจนณิรินเหลือบตามองก่อนที่เธอจะค่อยๆชะลอรถพร้อมกับถามกลับไป

“งั้น...เรากลับไปเอากันดีกว่ามั้ยเจท พึ่งออกมาไม่ไกลเท่าไหร่เลย”

“ขอบคุณครับ” เจตนิพิฐ หรือเจท ตอบรับมารดาที่กำลังเลี้ยวรถกลับไปยังโรงเรียนที่พึ่งออกมา เจนณิรินยิ้มน้อยๆให้กับบุตรชายที่นับวันก็ยิ่งเติบใหญ่พร้อมกับใบหน้าที่มีความละม้ายคล้ายคลึงบิดาของเขาเหลือเกิน

เด็กชายเจตนิพิฐ พิริยะ ที่วันนี้เป็นวันเกิดอายุครบ 8 ขวบแล้ว นั่นเท่ากับว่าเจนณิรินมาอยู่อังกฤษได้เกือบ 9 ปีแล้วเช่นกัน

เด็กชายกำลังเรียนอยู่เกรด 3 ของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงพอสมควรของเมืองนี้ ด้วยเงินที่เธอได้รับจากคุณนวลปรางมาไม่น้อยทำให้เธอสามารถส่งเสียและเลี้ยงดูลูกชายได้โดยไม่ลำบากเรื่องเงินทอง

 เจตนิพิฐถือได้ว่าเป็นเด็กที่เลี้ยงค่อนข้างง่าย ตอนยังเล็กอาจจะมีโยเยเมื่อไม่ได้ดั่งใจบ้างตามประสา แต่ยิ่งเมื่อถึงวัยที่ต้องเรียนหนังสือก็แทบจะไม่สร้างปัญหาใดๆให้เจนณิรินลำบากใจเลย  เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีเหตุมีผลตั้งแต่เด็ก พูดจาฉะฉานราวกับผู้ใหญ่ มีความมั่นใจในตัวเอง เข้ากับคนอื่นก็ไม่ยาก ซึ่งทุกอย่างก็ล้วนมาจากการปลูกฝังอย่างใจเย็นของเจนณิริน รวมทั้งการอบรมจากอรุณีและคริสพ่อแม่บุญธรรมของเขา

เจนณิรินเองก็พยายามเลี้ยงลูกแบบให้อิสรเสรีแต่ทั้งนี้ก็อยู่ภายใต้กฎง่ายๆที่ทั้งสองตกลงร่วมกันและกฎเกณฑ์ที่สังคมที่นี่ได้กำหนดไว้ซึ่งแน่นอนว่าเจตนิพิฐก็ไม่เคยทำอะไรให้มารดาผิดหวัง หรือบางอย่างก็เกินกว่าที่คาดหวังไว้ด้วยซ้ำ...จนความเหนื่อยล้าจากการที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังจึงไม่เคยหลงเหลืออีกเลย

และข้อกำหนดที่สำคัญอีกอย่างก็คือ..ยามอยู่ด้วยกันทั้งสองต้องสื่อสารกันด้วยภาษาไทยเท่านั้น เจนณิรินต้องการเตรียมพร้อมเอาไว้หากวันหนึ่งข้างหน้าที่ต้องพาลูกชายกลับไปหาป้าของเธอและ....บิดากับย่าของเขาที่เมืองไทย

“แม่จอดรถคอยอยู่ตรงนี้ รีบมานะลูก”

“โอเคครับ” เจตนิพิฐพูดก่อนจะเปิดประตูรถแล้ววิ่งไปยังล็อกเกอร์เก็บของอย่างรวดเร็ว

เจนณิรินมองตามลูกชายไปจนลับตาก่อนที่ใบหน้าจะหม่นหมองลงเล็กน้อย วันนี้เป็นวันที่เธอรับปากกับลูกชายว่าจะเล่าถึงบิดาในสายเลือดให้ฟังทุกข้อตามที่เขาเคยสงสัยและเคยถามไถ่มาก่อนหน้าอย่างไม่ปิดบัง

ตั้งแต่เจตนิพิฐเริ่มรู้ความเขาก็เริ่มสอบถามถึงบิดาอยู่หลายหน เจนณิรินหลบเลี่ยงตอบคำถามอยู่ไม่กี่ปี สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะบอกลูกชายไปว่าหากเขาโตพร้อมเมื่อไหร่ และคิดว่าตัวเองจะเข้าใจในเหตุผลโดยไม่ใช้ความรู้สึกมาเกี่ยวข้องเธอก็พร้อมจะพูดให้ฟังในทุกเรื่องโดยไม่ปิดบังใดๆอีกต่อไป และเมื่อหลายวันก่อนเจตนิพิฐก็บอกเธอเอาไว้ล่วงหน้าว่า วันเกิดปีนี้เขาคิดว่าตัวเขาโตพร้อมที่จะรับฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว

เมื่อลูกชายบอกว่าพร้อม..เธอเองก็ต้องพร้อมเช่นกัน แม้จะไม่ได้อยากเล่าในวันสำคัญของลูกชายก็ตาม

เจนณิรินกวาดตามองไปทั่วๆระหว่างที่รอลูกชาย พลันสายตาก็ไปปะทะกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มองคร่าวๆแล้วน่าจะอายุราว 11-12 ปีนั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างอาคารเพียงลำพัง

 เมื่อลูกชายเปิดประตูก้าวเข้ามานั่งในรถเจนณิรินจึงได้ถามออกไป

“เจท ลูกรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่าลูก” เจตนิพิฐมองตามสายตามารดาไปก่อนที่จะตอบคำถามนั้น

“ครับ นั่นซาแมนต้า อยู่เกรด 5 ..แต่ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวล่ะ แม่ครับเราลองถามเธอดีมั้ย เผื่อว่าซาแมนต้าจะมีปัญหาอะไรให้เราช่วย”

“ได้สิคะ”เจนณิรินยิ้มรับพร้อมกับความรู้สึกภาคภูมิใจลึกๆที่บุตรชายเป็นคนที่อ่อนโยนและมีน้ำใจอยู่เสมอ เจนณิรินบังคับรถไปจอดยังด้านหน้าของเด็กสาวที่นั่งอยู่ช้าๆในขณะที่เจตนิพิฐลดกระจกลงไปเพื่อถามไถ่หญิงสาว

“ซาแมนต้า ทำไมถึงยังไม่กลับ มีปัญหาอะไรให้เราช่วยหรือเปล่า?”

“อ้าว ..เจท ติดปัญหานิดหน่อย พอดีว่าพ่อของเราเกิดอุบัติเหตุทำให้มารับช้า แล้วมือถือพ่อก็เสียด้วยเลยยังติดต่อกันไม่ได้”

เจนณิรินนั่งฟังจนรับรู้ปัญหาคร่าวๆก่อนที่จะเสนอให้เด็กสาวไปคอยอยู่ที่บ้านของเธอด้วยกัน และก่อนออกจากโรงเรียนก็ฝากนามบัตรที่มีเบอร์ติดต่อของเจนณิรินให้กับคนดูแลโรงเรียนเพื่อให้ช่วยแจ้งบิดาของซาแมนต้าให้ติดต่อหาเธอทันทีที่มาถึง

ขับรถอยู่ครู่ใหญ่ก็มาถึงบ้านบ้านพักของเจนณิรินที่อยู่กันลำพังกับบุตรชาย

บ้านธรรมดาขนาดเล็กเพียง 3 ห้องนอนมีรูปทรงที่เห็นได้ทั่วๆไปในนอตทิงแฮม แต่เมื่อเข้ามาภายในบ้านจึงจะได้เห็นการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของคนที่อาศัยอยู่

“มจ้ะะ เข้ามาก่อน เจทเอาน้ำกับขนมมาให้เพื่อนทานก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะเตรียมอาหารเย็น ซาแมนต้าทานอาหารไทยเป็นหรือเปล่าจ๊ะ” เจนณิรินบอกลูกชายก่อนจะหันไปหาสาวน้อยที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกครั้ง

“อืม เคยลองทานค่ะ น่าจะทานได้นะคะ” ซาแมนต้าที่รับปากว่าจะอยู่ทานอาหารเย็นด้วยตั้งแต่ในรถก็ตอบพร้อมรอยยิ้ม

“โอเค ฉันจะทำไม่เผ็ดมาก จะได้ทานได้ทุกอย่าง” เจนณิรินพูดก่อนถอดจะเสื้อคลุมเหลือแต่ชุดเดรสสีดำเข้ารูปหมุนตัวกลับเข้าไปในครัว

“เจท แม่นายทำไมดูเด็กจังเลย เราคิดว่าพี่สาวซะอีก” ซาแมนต้าที่มองตามเจนณิรินเดินหายไปยังด้านหลังที่คาดว่าจะเป็นห้องครัวเอ่ยพูดกับเจตนิพิฐเบาๆ

“อืม  มีแต่คนพูดแบบนี้แหละ เราชินละ” เพราะมารดาเขาเป็นผู้หญิงผิวขาวอมชมพูตัวเล็กตาโต แถมมีรอยยิ้มอ่อนหวาน ทำให้ใครๆต่างมองว่าเธอยังเด็กเกินกว่าที่จะมีเขาเป็นลูกชาย และถ้าวันไหนที่เจนณิรินแต่งตัวธรรมดาเช่นแค่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ยิ่งทำให้ดูเด็กไปอีกมาก

“แล้ว..นี่วันเกิดนายจริงอ่ะไม่จัดปาร์ตี้เหรอ?” ซาแมนต้าถามด้วยความสงสัยที่ปกติจะชอบเห็นหลายๆคนจัดปาร์ตี้ในวันเกิดมากกว่าที่จะมาทำอาหารทานกันเองที่บ้าน

“ไม่ล่ะ วันเกิดของเรา เราอยากอยู่กับแม่มากกว่า แล้วเราก็มีปาร์ตี้เล็กแบบนี้ตลอด” เจตนิพิฐตอบตามตรงพร้อมกับรอยยิ้ม แต่นั่นกลับทำให้ซาแมนต้ามีใบหน้าจืดเจื่อนขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเปลี่ยนเรื่องคุย

“ไม่รู้ว่าพ่อเราจะมากี่โมงนะ โทรหาอีกเบอร์ก็มีใครก็ไม่รู้รับสาย สงสัยลืมไว้ที่ไหนอีกแน่ๆเลย” ซาแมนต้าบ่นเหมือนไม่ใส่ใจทั้งที่ความจริงแล้วกำลังไม่พอใจในตัวบิดาของตนเอง

“ใจเย็นๆน่า ถ้าพ่อเธอมาช้าเธอก็ได้ทานอาหารฝีมือแม่เรา รับรองเลยว่าจะติดใจ”

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็พากันพูดคุยเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเริ่มได้กลิ่นหอมๆลอยออกมาจากในครัว ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่คริสและอรุณีสองสามีภรรยาเปิดประตูเดินเข้ามาในบ้าน

“ไฮ .... สุขสันต์วันเกิดจ๊ะลูกชายสุดที่รัก” อรุณีที่ส่งเสียงทักทายก่อนจะเดินมากอดรัดตัวของเจตนิพิฐที่ลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปหา ตามมาด้วยคริสที่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้และกอดลูกชายบุญธรรมทันทีหลังจากที่ภรรยายอมปล่อยตัว

“ขอบคุณครับ แดดดี้ มัม แล้ว..คาร่าล่ะครับ” เจตนิพิฐที่ไม่เห็นคาริสาหรือคาร่าลูกสาววัย 4 ขวบของพ่อกับแม่บุญธรรมของเขาก็ถามขึ้นมา

“อยู่กับปู่ย่าเขาล่ะ อยากจะมาด้วยกันจะตายอยู่แล้ว แต่คุณย่าบ่นว่าคิดถึงมากคาร่าเลยยอมอยู่ต่อ พรุ่งนี้ถึงจะมาอวยพรย้อนหลัง เจทห้ามพูดถึงวันนี้นะเดี๋ยวร้องไห้ขึ้นมาอีก” คาริสารักและติดพี่ชายคนนี้มาก หากในวันนี้ปู่ย่าไม่ขอไว้เธอคงไม่ยอมพลาดโอกาสในวันสำคัญของพี่ชายเธอ

“ครับ อ้อ..นี่ซาแมนต้ารุ่นพี่ที่โรงเรียนครับ วันนี้พอดีมีมีเหตุฉุกเฉินนิดหน่อย แม่ก็เลยชวนมาที่บ้านด้วย”

“สวัสดีค่ะ เรียกหนูว่าแซมมี่ก็ได้ค่ะ”

ก่อนที่เจตนิพิฐจะเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้คริสกับอรุณีทราบ

“ดีแล้ว มาอยู่รอที่นี่ปลอดภัยกว่า ...แล้วนี่เจนทำกับข้าวอยู่เหรอ” คริสที่ยังไม่เห็นหน้าเจนณิรินก็เอ่ยถามขึ้นมา

“ครับแดดดี้...น่าจะใกล้เสร็จละครับ”

“งั้นมัมไปช่วยแม่เราดีกว่า” อรุณีพูดจบก็ขอตัวเดินเข้าไปด้านหลังบ้านทันที ทิ้งให้คริสนั่งคุยกับเจตนิพิฐและซาแมนต้าอยู่ที่ห้องรับแขก

ซาแมนต้าที่มองความสัมพันธ์ของครอบครัวของเจตนิพิฐก็อมยิ้มเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าจะค่อยๆสลดลงยามนึกถึงครอบครัวของตัวเอง

“มาแล้วจ้า อาหารอร่อยๆเสร็จแล้วนะ”  อรุณีที่ค่อยๆลำเลียงจานอาหารออกมาพร้อมกับพูดชวนเชิญทุกคนเสียงสดใส ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อคิดว่าเจนณิรินยังคงความอ่อนหวานเป็นแม่บ้านแม่เรือนเสมอ แม้ว่าจะทำงานนอกบ้านควบคู่ไปด้วยก็ตาม

เห็นว่าอ่อนหวานแบบนี้ แท้ที่จริงแล้วเจนณิรินเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งมากคนหนึ่งถึงขนาดที่ว่ามีคนอาสาเข้ามาดูแลทั้งเธอและลูกชาย แต่เจนณิรินก็ปฏิเสธไปทุกรายเช่นกัน เธออยากทุ่มเทเวลาที่มีให้กับลูกเพียงคนเดียวก่อน มาถึงตอนนี้อรุณีก็เห็นว่าถึงเวลาที่เจนณิรินควรจะมองหาคู่ชีวิตใหม่บ้าง ....เจตนิพิฐโตพอที่จะเข้าใจในเรื่องความรักและชีวิตคู่แล้ว


.................................................

เรามาดูฝั่งเจนณิรินกันก่อนเนอะ และจะเป็นพาร์ทของเจนณิรินค่อนข้างยาวเลยค่ะ

พักฝั่งกฤษณพลเอาไว้แป๊บ ใจเย็นๆกันก่อนนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 733 ครั้ง

1,371 ความคิดเห็น

  1. #461 นิชาภา (ตอนที่17) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 07:50

    อยากให้เจนเจอคนที่ดีกว่าคนที่เลิกกันไป

    #461
    0
  2. #280 กันเกรา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 21:25

    เราสนใจเจนมากว่า ผู้ชายนิสัยแย่ๆแบบนั้ให้หายไปเลย

    #280
    0
  3. #248 Vinita (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 17:13

    เราสนใจ ฝั่ง เจน มากกว่า อยากให้เธอ เจอคนดีๆ รัก เธอ ที่เธอ เป็น ไม่ใช่ด้วยฐานะ. เข้าใจว่านักอ่านที่ติดตามอยู่ตอนนี้ ก็อยากให้นางเอกได้เจอคนที่. ใช่ จริงแท้แน่นอนบ้างนะคะ และให้เจน ยอมรักกับสิ่งที่เปลี่ยนไปของโลกปัจจุบัน ไม่ใช่จมอยู่กับอดีต

    #248
    0
  4. #245 sarangjang (@sarangjang) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 15:03
    ดูจากปก คงเป็นพ่อของซาแมนด้าแน่นอน
    #245
    0
  5. #244 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 14:17
    ....รู้สึกดำเนินเรื่องช้าไปหน่อยอยากให้เร็วกว่านี้นิดนึง
    #244
    0
  6. #243 Ar.nie (@arnie18) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 14:10

    ลุกชายเปนกามเทพนี้หมายถึง... พ่อซาแมนด้าป่าว

    #243
    0
  7. #242 ท่านหญิงแวมไพร์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 12:25

    พึ่งได้อ่านค่ะ

    สนุกมากรอติดตามน่ะค่ะ

    #242
    0
  8. #240 tangkwa8427 (@tangkwa8427) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 11:28
    ใครก็ได้ที่ไม่ใช่กฤษค่ะไรท์555
    #240
    0
  9. #237 Pooh888 (@Pooh888) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 10:01
    นางเอกปิ๊งรักกับพ่อซาแมนท่า แน่เลย
    #237
    0
  10. #236 chanya1011 (@chanya1011) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 09:51
    8 ปี มันนานเกินกว่าจะหันหลังกลับ และ 8 ปีมันนานเกินกว่าที่ครอบครัวของพระเอกจะต้องแยกกันกับอลิส เพราะ8 ปีที่ทั้งคู่ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมายและทั้งคู่ก็ยังคงอยู่ด้วยกันยังรักกันเหมือนเดิม
    #236
    0
  11. #235 BoonthongSupo (@BoonthongSupo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 09:42
    ชีวิตนางเอกกับลูกมีความสุขดี ลูกก็มีความเป็นผู้ใหญ่ดูเป็นคนมีเหตุผล ไม่มีความจำเป็นที่จะเอาอดีตสามีเข้ามาในชีวิตอีก ให้ใช้ชีวิตกับเมีนใหม่ที่เขารักและห่วงใยไปเลย
    #235
    0
  12. #234 Papa24579 (@Papa24579) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 09:42
    เริ่ดเลยค่า
    มองไปข้างหน้าดีกว่าเนอะเรื่องราวผ่านมานานเกินกว่าจะย้อนรอยกันแล้ว
    ถึงลูกจะรู้ว่าใครเป็นพ่อในความเป็นจริงก้อไม่ใช่ว่าจะทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆชีวิตคนเราต้องก้าวต่อไปอยู่ดี
    #234
    0
  13. #232 รออออ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 08:33

    ทำไมเราอยากนางได้ผู้ใหม่อ่ะ 555555

    #232
    0
  14. #231 Cheeryblue (@Cheeryblue) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 08:30
    เจนตั้งหลักได้แล้ว ลูก งาน สังคม ลงตัว แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว
    #231
    0
  15. #230 chomon (@chomon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 07:56
    ชีวิตของเจนมีความสุขดี ลูกน่ารักมาก
    #230
    0
  16. #228 sungkyunglee (@sungkyunglee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 07:35
    รอเน้ออย่างที่บอกถ้ากฤษเปนพระเอก(คิดเอาเองตามขื่อเรื่อง)​ไรท์น่าจะดึวอารมคนอ่านให้หันมาเชียร์ได้เนอะ
    #228
    6
    • #228-5 xxebjmxx (@xxebjmxx) (จากตอนที่ 17)
      3 ตุลาคม 2562 / 16:35
      เห็นด้วยค่ะ อยากให้เอาพล็อตตามที่ไรท์วางไว้ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ✌✌
      #228-5
    • #228-6 xxebjmxx (@xxebjmxx) (จากตอนที่ 17)
      3 ตุลาคม 2562 / 16:38
      เห็นด้วยค่ะ อยากให้ไรท์แต่งตามพล็อตที่ไรท์วางไว้ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ✌✌
      #228-6