Fic reborn (Yaoi)

ตอนที่ 65 : คอร์สสะใภ้วองโกเล่ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    21 ก.ย. 57

อรุณ

 

“เฮ้อ...”เรียวถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อสำรวจแล้ว ไม่มีคนตามมา เขาจึงผ่อนแรงวิ่ง แล้วหลบเข้าข้างทาง

 

“ให้ตายสิ มันอะไรกันเนี่ย วุ่นวายชะมัดเลย”เรียวบ่น ตั้งแต่มาอยู่ในคฤหาส์นนี้ก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย สารพัด แถมไอ้เรื่องท้ายสุดอย่างคอร์สสะใภ้วองโกเล่นั่น.......คิดยังไง พวกเขาก็ไม่มีทางยอมแหง

 

“รีบเผ่นอย่างสุดหูรูดดดดด ด  !!!”เสียงที่ดังขึ้นมา ทำเอาเรียวสะดุ้ง

 

.....สะ เสียงนั่น คุณเรียวเฮไม่ใช่เหรอ พวกเขาทำอะไรกันอีกล่ะเนี่ย...เรียวคิด แต่เมื่อลองมองซ้ายมองขวาดูแล้ว ก็ไม่เห็นมีใคร ได้ยินแต่เสียงที่เหมือนจะดังไกลออกไปเท่านั้น เขาจึงตัดสินใจ ปีนขึ้นต้นไม้ที่ใกล้และดูแข็งแรงที่สุด

 

เมื่อขึ้นมาจนถึงยอดไม้ ก็ยังคงมองอะไรไม่เห็นอยู่ดี มีแต่ความมืด แต่สายตาก็พลันสังเกตเห็นเปลวไฟที่มีในบางช่วง อาการอยากรู้จึงกำเริบขึ้นมา จึงตัดสินใจ กระโดดลงจากต้นไม้ และเตรียมวิ่งไปดูสถานการณ์สักหน่อย

 

“ความสามารถทางร่างกาย อยู่ในเกณฑ์ดีใช้ได้...”

 

เสียงที่เหมือนจะคุ้นหูดังขึ้นจากด้านข้าง ทำให้เรียวต้องรีบหันขวับทันที

 

“คุณ..มาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย”ไม่เห็นได้ยินเสียงเลย ปกติเขาหูดีมากนะ

 

“ตั้งแต่เมื่อไรเหรอ ก็ตั้งแต่ที่ลูกปีนถึงยอดนั่นแหละ”นัคเคิ้ลตอบ

 

“......”เดี๋ยวนะ สรรพนามเรียก

 

“ทำไมเป็นลูกล่ะ ผมไม่ใช่หลานแล้วเหรอ” เรียวถามกลับอย่างงุนงง.. นี่เขายังต้องเป็นอะไรอีกเนี้ยยยยย??????

 

“ก็หลานนั่นแหละ แต่พอดี ติดปากไปนิด”

 

“หืม..อ๊ะ ชุดบาทหลวงนี่ งั้นก็เรียกตามความเคยชินสินะ งั้นก็ช่างเหอะ”เรียวว่า เมื่อลองสำรวจตัวคุณปู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ปู่ก็เป็นบาทหลวงดูนิ่งๆ แต่ทำไมหลานดันเป็นงั้นซะได้???

 

“ขอบใจนะ ที่ไม่คิดมาก งั้นเรียกหลานล่ะกัน เพื่อความเข้าใจง่าย”นัคเคิ้ลสรุป

 

“ครับๆ แล้วมีอะไรเหรอ อย่าบอกนะว่า มาตามจับไปเข้าคอร์สสะใภ้อะไรนั่น”เรียวถาม

 

“ตอนแรกก็ว่าจะน่ะนะ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว” คุณปู่นัคเคิ้ลยังอยู่ในอิริยาบถนิ่งๆ แต่คำพูดนี่.. น่าสงสัยเป็นบ้า

 

“หืม..เปลี่ยนใจ” ดูเหมือนจะเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้เหมือนเรียวเฮเลยแฮะ

 

“ยังไงก็ตาม ชั้นนิ่งและแน่นอนกว่าซาซางาวะ เรียวเฮ 100 เปอเซ็นต์ ไม่ต้องทำหน้าสงสัยมากก็ได้”นัคเคิ้ลบอก ทำเอาเรียวสะดุ้ง อ่านใจได้ด้วยเรอะ!!!!  งั้นก็แอบบ่นในใจไม่ได้สิ!

 

“ฉันมีเรื่องอยากถามหน่อย ขึ้นอยู่กับคำตอบ แล้วจะตัดสินใจว่าจะทำไงต่อ นั่งลงสิ”นัคเคิ้ลว่า พลางนั่งพิงต้นไม้ข้างทาง ทำเอาเรียวที่งุนงง กับอาการที่แปลกเกินไปของคน(ผีไม่ใช่เรอะ)ตรงหน้า แต่ก็ยอมนั่งลงข้างๆ ที่นี่ไม่มีใครปกติเลยรึไงนะ?

 

“แล้วจะถามอะไรเหรอครับ” เรียวถามอย่างสงสัย

 

“เมื่อกี้นี้ ดูท่าเธอจะปืนต้นไม้เก่งมากเลยนะดูคล่องแคล่ว ว่องไวดี”

 

“ครับ นิดหน่อย”เรียวตอบรับ

 

“ตอนแรกตั้งใจจะไปไหนเหรอ เห็นท่าทางเหมือนกำลังจะไปต่อนี่นา หรือจะหนีกลับคฤหาสน์?”

 

“เอ่อ เรื่องนั้น..”เรียวคิดหนัก เขาจะบอกดีมั้ย ว่าเขาอยากไปดูเรียวเฮ

 

“แค่สงสัยเฉยๆ ตอบมาเถอะน่า”นัคเคิ้ลพยายามกล่อม

 

 “คือ เหมือนได้ยินเสียงคุณเรียวเฮ แถวนี้น่ะครับ เลยอยากไปดูหน่อย ไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรรึเปล่า เหมือนผมจะเห็นแสงไฟด้วย”

 

“อ้อ หลานของชั้น.. ป่านนี้คงกำลังออกกำลังกายอยู่น่ะ ไม่ต้องคิดมากหรอก”

 

“ออกกำลังกาย ???

 

“ใช่  ประมาณเวลาตำรวจจับผู้ร้าย อะไรประมาณนั้นนั่นล่ะ”นัคเคิ้ลยิ้มให้

 

“หา ??”คำตอบที่ได้ยินทำเอาเรียวงงหนักกว่าเดิม มันหมายความว่าไงกัน???

 

“ไม่มีอะไรหรอกน่า ว่าแต่ดูเหมือนเธอจะห่วงใยหลานชั้นนะ ชอบเขาแล้วหรือ”

 

คนฟังก็แทบหงายหลังเมื่อได้ยินคำถาม ใบหน้าแดงเถือก...  โอ้ย ยยย อย่ามาอ่านใจกันแทนการรอคำตอบได้ม๊ายย

 

“แค่เป็นห่วง ทำไมต้องชอบด้วยล่ะครับ”เรียวถามกลับในทันที แต่หน้าแดงๆนั้นน่ะ ก็ปิดไม่มิดนะ

 

“ก็เห็นสนใจความเป็นตายร้ายดี มากเลยนี่นา ลงทุนจะวิ่งไปดูอีกต่างหาก ก็ต้องชอบมากพอสมควรนะ ที่สำคัญ.. หน้าแดงๆนั้นน่ะ ปิดไม่มิดหรอกนะ”

 

“เรื่องนั้นมะ..”

 

“ห้ามบอกว่าไม่ชอบนะ มันฟังไม่ขึ้นหรอก ถ้าเทียบกับอาการของเธอแล้ว.. ”นัคเคิ้ลพูดขัดขึ้นมาก่อนที่เรียวจะเถียงจบ

 ปู่คนนี้!! มาเงียบๆนิ่งๆ แต่น้ำนิ่งไหลลึกสุดๆ !!!!

 

คนเถียงไม่ได้ก็นั่งเงียบ ก้มหน้างุด เพื่อซ่อนใบหน้าอันแดงกล่ำไว้

 

“ฮะ ฮะ ฮะ เธอนี่น่ารักจังน้า น่าอิจฉาจริงๆนะเนี่ยที่หลานชั้นจะได้คนแบบเธอมาเป็นภรรยาเนี่ย” นัคเคิ้ลถึงกับหลุดหัวเราะออกมาหลังเห็นท่าทางของคนตรงหน้า

 

....

หือ????   ภรรยา????   เดี๋ยวนะ!!!!

 

“ผมไปตกลงตั้งแต่เมื่อไรครับ ว่าจะเป็นภรรยาน่ะ”เรียวแทรกทันที แค่โดนจับมาเป็นคู่หมั้นนี่ก็....  แล้วอะไรเนี้ย ภรรยา?? ได้ไง?????

 

“งั้นเอาแค่คู่หมั้นก่อนก็ได้”นัคเคิ้ลเปลี่ยนสรรพนามทันควัน

 

เรียวก็ได้แต่ถอนหายใจ แทบทรุดลงไปนอน คุณปู่คนนี้(ผีมากกว่ามั้ง)ไม่ต่างอะไรกับคุณหลานเลยนี่นา

 

“แต่... วันนี้เป็นคู่หมั้น.. เดี๋ยวซักวันก็เป็นภรรยาเองนั่นล่ะ... จะเครียดทำไม ฮะ ฮะ ฮะ”  นัคเคิ้ลพูดไปหัวเราะไปอย่างอารมณ์ดี.. เห็นแล้วหมั่นไส้จริง..

 

“นี่ คุณ!!! อย่าตัดสินเองสิ!!” เรียวขึ้นเสียงตอบกลับอย่างรวดเร็ว หน้าแดงๆนั้นตอนนี้ลามไปถึงหูแล้ว

 

“ท่าทางจะชอบมากนะเนี่ย แต่การที่เธอจะอยู่กับเรียวเฮได้ จำเป็นต้องมีคุณสมบัติข้อนี้ซะก่อนนะ”นัคเคิ้ลยิ้มให้เรียว เมื่อเรียวเงยหน้าขึ้นมา พอได้ยินเขาพูดจบประโยค

 

“เธอต้องใช้ไฟดับเครื่องชนได้”

 

“ไฟดับเครื่องชน??

 

“ใช่ มันคือไฟชนิดพิเศษ เป็นพลังที่จำเป็นในการต่อสู้สำหรับมาเฟีย”

 

“แต่ผมไม่เคยมีทักษะการสู้มาก่อนเลยนะครับ ถ้าให้สืบข่าวน่ะยังพอไหว แต่เรื่องต่อสู้นี่ผมคงขอบาย”เรียวรีบยืนยัน เมื่อได้ยินที่อีกคนพูด ก็แน่สิ คนอย่างเขาไม่ค่อยสันทัดเรื่องสู้เท่าไร ที่สำคัญ เขาไม่ชอบการต่อสู้..  แล้วจะทำได้มั้ยนี่?

 

“หืม..งั้นอย่างน้อยก็ต้องใช้เพื่อป้องกันตัวนะ”

 

“แต่ว่า..ผม.”

 

^^  >> นัคเคิ้ล  มาอีกแล้วว รอยยิ้มเนิบๆแต่การกระทำล้ำลึกเนี่ยย ย ยย ย

 

“ได้อาวุธจากอัลโกบาเล่โน่ รีบอร์นแล้วไม่ใช่เหรอ เอาออกมาสิ” นัคเคิ้ลพูดอย่างกระตือรือร้น อยากรู้จังว่าหลานคนนี้จะเหมาะกับวิธีสู้แบบใด

 

เรียวยังงงอยู่นิดหน่อย แต่ก็ยอม เอากล่องที่ได้จากรีบอร์นมา แล้วเปิดกล่องดู

 

“สนับมือเหรอ”เรียวเปิดกล่องดู สนับมือสีเงินวาว ของมือสองข้าง นอนนิ่งอยู่ในกล่อง

 

“ก็เหมาะดีนี่นา เธอใช้มือเปล่าต่อสู้ได้นี่ ใช้เจ้านี่ก็ดีแล้ว อัลโกบาเล่โน่นั่น ยอดเยี่ยมจริงๆ”นัคเคิ้ลบอกกับตัวเอง

 

“แล้วไงต่อ..”เรียวถามอย่างสงสัย สนับมือกับไฟดับเครื่องชน มันเกี่ยวกันยังไง???

 

“ไม่ชอบต่อสู้ แต่สู้เพื่อแค่ป้องกันตัวสินะ แต่... ยังไงก็ช่างเถอะ”นัคเคิ้ลยังคงคุยกับตัวเอง

ปู่นี่คงไม่ค่อยมีใครคุยด้วย ชอบพูดกับตัวเอง -  -‘’

 

“ใส่สิ แล้วเตรียมท่า อย่างน้อยเธอก็ต้องสู้เพื่อปกป้องตัวเอง”นัคเคิ้ลบอกกับเรียว เขาปลดเสื้อบาทหลวงสีดำไปพาดกับต้นไม้ สแต็ปข้อมือทั้งสองข้างและตั้งท่าเตรียมพร้อม..

 

“แต่ว่า สู้กับคุณเหรอ ไม่เอานะ”เรียวบอก จะให้เขามาสู้กับมาเฟีย.....  ไม่สิ.. “ผีมาเฟียรุ่นใหญ่” แล้วจะไปสู้ไหวได้ไง???

“มาเริ่มบทเรียน 3 นาทีกันเถอะหลาน!!!

 

3 นาที?? เดี๋ยวนะ หมายความว่าไง?? เดี๋ยวก่อน!! ” แล้วมาดบาทหลวงสุดนิ่งกระเด็นหายไปไหนแล้วเนี้ย???

 

ดูเหมือนคุณปู่จะไม่ได้สนใจที่เขาพูด นัคเคิ้ลพุ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ซัดหมัดขวาเข้าที่ต้นไม้ใหญ่ จนเนื้อไม้นั่นแตกกระจาย ราวกับโดนระเบิด โชคดีที่เรียวกลิ้งตัวหลบทัน

 

“เอาจริงเหรอ..”เรียวถามอย่างหวาดๆ  เมื่อลองมองสภาพต้นไม้ที่หักโค่น เขากลืนน้ำลายแทบไม่ลง นี่แค่มือเปล่าน่ะเนี่ย

 

“เอาจริงสิ คุณสมบัติของผู้พิทักษ์แห่งอรุณคือการที่มีร่างกายอันแข็งแกร่ง ที่จะใช้ทำลายศัตรูของแฟมิลีให้ด่าวดิ้น โดยส่วนมากจะมีหมัดที่แข็งแกร่ง หรือลูกเตะที่ร้ายกาจ  เจ้าเองก็ใช้ร่างกายในการสู้เหมือนกัน ก็เหมาะกับเรียวเฮอยู่หรอกนะ..”

 

“แต่ถ้ายังไม่มีฝีมือ ก็ไม่คู่ควรกับเขา เพราะยังไงเธอก็คงไม่ต้องการให้เขาคุ้มครองอยู่ตลอดใช่มั้ยล่ะ!” นัคเคิ้ลใช้เสียงที่เข้มขึ้นอีกครั้ง เพื่อบอกให้รู้ว่าเอาจริงแล้ว

 

“นั่นมันก็แหงล่ะ ชั้นเป็นห่วงเขา ยังไงก็คงไม่อยากให้สู้คนเดียว เอางั้นก็ได้”เรียวพึมพำกับตนเอง แล้วใส่สนับมือทั้งสองข้าง แล้วตั้งท่า เอาซิ ลองกันซักตั้ง

 

นัคเคิ้ลยิ้มกริ่ม เมื่อเห็นหลานเริ่มทำใจที่จะต่อสู้ได้แล้ว หลังพูดไปตั้งนาน...

 

แล้วก็เป็นฝ่ายปู่ ที่เริ่มบุกเข้าไปโจมตีก่อน โดยมีฝ่ายหลานคอยตั้งรับ แล้วหลบหลีกอย่างเต็มที่

 

“อ้อ ไม่มีกติกานะ โจมตีได้ทุกส่วน ชั้นอยากเห็นฝีมือเธอ”ปู่อรุณเสริม

 

เรียวขมวดคิ้ว ตั้งสมาธิให้มากขึ้น หลบการโจมตีและพยายามหาช่องว่าง เพื่อเข้าโจมตีให้ได้

 

........

 

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด แม้จะกับร่างบางตรงหน้า เขาก็ไม่คิดที่จะออมมือให้หรอกนะ.. แสดงพลังใจให้ชั้นเห็นหน่อยซิ...  พลังไฟของเธอ..

 

ในที่สุดก็เข้าใจ ว่าทำไมเรียวชอบเป็นฝ่ายสืบข่าวมากกว่าฝ่ายต่อสู้ ร่างตรงหน้าอาจจะไม่มีความหนักหน่วงและความเจนจัดในการโจมตี ดูเหมือนว่าจะไม่ชอบเห็นคนอื่นเจ็บตัวสินะ ถึงได้ไม่ลงมือเต็มที่ มีแต่ป้องกันตัวเอง      แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา.. ร่างตรงหน้านั้นมีท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่ดี ความคล่องแคล่วว่องไว ตัวเบา.. การเข้ามาประชิดตัวอย่างเงียบเชียบ.. สมแล้วที่อัลโกบาเลโน่เลือกมา

 

เรียวเข้าประชิดตัวนัคเคิ้ลอย่างรวดเร็ว ขาซ้ายเหวี่ยงเข้ากลางลำตัว นัคเคิ้ลป้องกันไว้ทันโดยไม่มีการตอบโต้.. เพราะครบสามนาทีของปู่แล้ว.. ถึงเขาจะยังอยากงัดพลังของเรียวออกมาให้มากกว่านี้.. แต่เขาก็ต้องรักษาคำปฏิญาณ เดี๋ยวเสียภาพพจน์บาทหลวง

 แต่นั่นทำให้ร่างของนัคเคิ้ลเซไปหลายก้าว จนหลังไปชิดกับต้นไม้ด้านหลัง เรียวไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดไป เขาประชิดตัวคุณปู่ต่อในทันที หมัดขวาส่งออกไป โดยมีเป้าหมายที่หน้าอก

 

ปึก !!

 

เสียงหมัดที่กระทบโดยผิวเนื้อ ทำให้เสียงทุกอย่างหยุดนิ่งไป

 

“โอเคๆ ให้ผ่านก็ได้”นัคเคิ้ลพูดหลังจากที่เงียบไปสักครู่ เขารับหมัดของเรียวได้ แถมยังกำไว้แน่น ทำให้เรียวที่จะถอยไปตั้งหลัก ไม่สามารถหลุดออกไปได้

 

“ผ่านเหรอ..?....แล้ว..ไฟดับเครื่องชนอะไรนั่นล่ะ..?? แล้วทำไมคุณถึงหยุดโจมตี???”

 

นัคเคิ้ลยิ้ม แล้วดึงตัวเรียวให้หันหลังให้เขา แล้วลักลอบสวมกอดไว้จากด้านหลัง

 

“รับรู้ในเรื่องที่ฉันอยากให้รู้ดีกว่านะ” นัคเคิ้ลพูดเสียงเรียบ แต่แอบยิ้มนิดๆ

 

“เฮ้ย!!”เรียวร้องเสียงหลง เมื่อถูกสับเปลี่ยนตำแหน่ง(จากรุกโจมตี เป็นรับไร้ทางป้องกัน)

 

“เอ้าๆ ตั้งสมาธิก่อนสิ อย่าเพิ่งโวยวาย ฟังนะ.. เรื่องสำคัญที่ฉันจะสอนเธอ...”

 

“หา..”เรียวหันไปมองหน้า แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจัง ก็ต้องตั้งใจเหมือนเดิม

 

นัคเคิ้ลจับที่มือของเรียวทั้งสองข้าง ตั้งท่าชกมวย แบบที่เขาทำประจำ ก่อนที่ไฟดับเครื่องชนสีเหลืองสดใส จะลุกโชนที่มือของเรียวทั้งสองข้าง

 

“เนี่ยเหรอ ไฟดับเครื่องชน”เรียวมองอย่างอึ้งๆ ไฟนี่ ไม่มีความร้อนเลยสักนิด แต่มันกลับรู้สึกอบอุ่นซะล่ะมากกว่า

 

“อ่า นี่ล่ะ ขอให้ตั้งใจไว้ แล้วเธอก็จะทำได้ไม่ยาก”นัคเคิ้ลบอกพร้อมรอยยิ้ม

 

“ครับ...”เรียวรับคำบาๆก่อนจะเงียบไป

 

“เป็นอะไรไป”คุณปู่ถาม เมื่อเห็นคุณหลานเงียบนานไปล่ะ

 

“แหะ น่าสนุกจังนะครับ”เรียวยิ้มให้ เมื่อเขาหันมามองปู่ ในขณะทีไฟดับเครื่องก็มอดลงจนหายไป

 

“.........”ปู่อรุณเป็นฝ่ายเงียบไปบ้าง บางที เด็กคนนี้คงไม่ใช่คนใจเย็นแล้วก็ช่างเป็นห่วงมาก อย่างที่เห็นแหงเลย อีแบบนี้ คงชอบความสนุกไม่แพ้ ผู้พิทักษ์อัสนีคนปัจจุบันแหง

 

“เอาเถอะ ยังไงก็ผ่านล่ะ เธอไปได้แล้วล่ะ ถ้าไปถึงคฤหาสน์ช้า เดี๋ยวเพื่อนเธอก็คงเป็นห่วงหรอก”นัคเคิ้ลบอก

 

“ครับ เอ่อ..แต่ก็ช่วยปล่อยมือผมก่อนได้มั้ย”เรียวถาม ในเมื่อนัคเคิ้ลยังไม่ยอมปล่อยมือเขาเลย แล้วเขาจะไปได้ยังไง

 

“อ้อ.แล้วก็ เรียวเฮมันคนอยู่ไม่สุขเท่าไร อยู่กับเขาก็ใจเย็นให้มากๆหน่อยนะ เดี๋ยวเขาก็สงบเอง...”คุณปู่ที่กำลังใส่เสื้อแต่งตัวให้เรียบร้อย พูดขึ้นมาเหมือนเพิ่งนึกได้ ก่อนจะยิ้มหวานให้ ดึงมือขึ้นมา แล้วจูบที่หลังมือเบาๆก่อนจะหายตัวไป

 

ส่วนคนที่หลืออยู่ก็ พาลหน้าแดงช็อกค้าง อะไรเนี่ย...คุณปู่จูบ(หลังมือ) คุณหลานหอมแก้ม..โอ้ย จะให้เขินตายรึไง

 

เรียวนั่งสงบสติอารมณ์อยู่สักพัก แล้วรีบกลับคฤหาสน์ เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดที่คนอื่น(น่าจะ)รออยู่

 

.....ใจเย็นให้มาก..เดี๋ยวก็สงบเองเหรอ.....

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


วายุ

 

หลังจากที่โวยวายกับผีคุณปู่ทั้งหลายเสร็จ พวกเขาแต่ล่ะคนที่แยกย้ายกันไปหาทางกลับคฤหาสน์ นาโอยะในตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าขอให้เพื่อนของเขากลับไปอย่างปลอดภัย เพราะอะไร ทำไมต้องหวังน่ะเหรอ

 

เพราะตอนนี้เขาอาจจะไม่ปลอดภัย อาจจะไม่ครบ 32 น่ะสิ เมื่อไอ้เจ้าคุณปู่ที่รัก(จนแทบน่าสาปแช่งไม่ให้ไปเกิด) เอาธนูอาบไฟสีแดงสดขึ้นมาเล่น โดยใช้เขาเป็นเป้าหมายนี่น่ะสิ

 

.............

 

....

 

ย้อนไปประมาณ 10 นาทีก่อน

 

“ได้พูด อย่างใจนึกซะที โดนแต่คนกัดแบบนี้ไม่สมเป็นเราเลยจริงๆนั้นแหละ”นาโอยะพูดอย่างอารมณ์ดี หลังได้ระบายความอัดอั้นที่ต้องนิ่งเงียบมานานแสนนาน ในขณะที่วิ่งกลับคฤหาสน์

 

ปัง!! ปัง!! ปัง!!

 

เสียงปืนที่แว่วเข้ามาโสตประสาท ทำเอานาโอยะชะงักฝีเท้า แล้วหลบเข้าที่กำบังทันทีตามที่เคยฝึกมา

 

“เสียงปืน.”อย่าบอกนะ ว่าไอ้พวกที่ถล่มบ้านพวกเขา มันตามมาถึงนี่น่ะ ไม่จริงใช่มั้ย

 

“หืม หลบเก่งนี่นา”เสียงของคนลอบวางยาเมื่อวันก่อนดังขึ้นมา ทำเอานาโอยะรีบหันขวับไปทางต้นเสียง ก็พบว่าเจ้าของเสียงนั่งอยู่บนต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล ไม่ใช่คนเดียวกัน แต่ก็น่าหมั่นไส้พอกัน ทั้งหน้าตาและนิสัย ทำไมเขาต้องมาเผชิญอะไรแบบนี้ด้วยเนี้ย

 

“แกอีกแล้วเหรอ”นาโอยะเอ่ยอย่างเซ็งๆ นี่เขาจะหนีไม่พ้นเลยเหรอ

 

“ให้ตายสิ หลานชั้นแต่ละคน มารยามดีกันซะจริงๆ ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากเลย ขิงก็ร่า ข่าก็แรง”จีบ่นกับตนเอง ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย  << พอกันล่ะคุณปู่ อย่าบ่น

 

“บ่นอะไรอยู่ แล้วมีธุระอะไรล่ะ ไอ้คนลอบวางยา”นาโอยะถามเสียงกร้าว

 

จีนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบเสียงยานว่า

 

“ค อ ร์ ส ส ะ ใ ภ้ ว อ ง โ ก เ ล่.........”

 

“ไม่เอาเฟ้ย..!!”นาโอยะสวนกลับในทันที นี่ตั้งใจจะกวนกันใช่มั้ย????

 

“เหรอ งั้นเปลี่ยนเป็นคำถามก็ได้”จีเปลี่ยนเรื่องพูดซะงั้น

 

“ไหงเปลี่ยนเรื่องง่ายๆอย่างนี้ล่ะ ไอ้ปู่โรคจิต!!!

 

“รึอยากเข้าล่ะ”จีถาม

 

“ไม่เอา จะถามอะไรก็ถามมา”นาโอยะกัดฟันกรอด มันน่าเอาดาบกระซวกแรงๆซักที  พลางเดินออกมาจากหลังต้นไม้แล้วกอดอก

 

จีสายหัวให้กับนิสัยของหลานตนเองจริงๆ พวกวายุนิสัยเรียบร้อยๆนี่ไม่มีรึไง (ตัวเองล่ะ??)  ก่อนจะเอ่ยปากถาม

 

“สนใจ โกคุเทระ ฮายาโตะมั้ย”

 

คำถามที่ได้ยิน ทำเอาคนฟัง ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วว่า

 

“ใครจะไปสน!!

 

“เหรอ” จีขึ้นเสียงสูง ยักคิ้วข้างนึงขึ้น

 

“ใช่สิ คนเอาแต่ใจ ชอบใช้กำลัง เจ้ากี้เจ้าการ ชอบบังคับ เจ้าเล่ห์ ขี้เก๊ก โหด เถื่อน บ้าเลือดแบบนั้น ใครจะสน!   ........ แถมหื่นอีกต่างหาก” คำสุดท้ายนาโอยะพูดเสียงเบาราวกับกระซิบ

 

“แต่รู้มากขนาดนี้ พูดตามจริง น่าจะเรียกว่าใส่ใจสนใจทุกรายละเอียด มากกว่านะ”จีพูดตอบกลับ

 

“เพราะเกลียด แล้วไม่อยากเจอต่างหาก ถึงรู้”นาโอยะ ยังคงไม่ยอมแพ้ เถียงไปจนได้

 

“สีข้างถลอกแล้ว ระวังนะ เขาว่าเกลียดอย่างไหนมักได้อย่างนั้นนะ”

 

“หนวกหู นี่มาชวนทะเลาะรึไง”

 

จีมองหน้านาโอยะนิ่ง ก่อนจะตอบคำถามเสียงเรียบ

 

“ไม่สนใจสินะ งั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรกับนายอีก ขอเก็บนายตอนนี้เลยล่ะกัน” ว่าจบแล้วจี ก็ชักปืนออก แล้วสาดลูกกระสุนใส่คนด้านล่างทันที

 

“เฮ้ย!!!”คนด้านล่าง รีบหลบกระสุนที่สาดลงมาไม่ยั้ง อย่างทันควัน ดีที่เขาวิ่งมาหลบหลังต้นไม้ได้อย่างเฉียดฉิว

 

“กะเอาตายเลยเรอะ แก!!”นาโอยะไม่วายตะโกนกลับไป

 

“ก็คงงั้นแหละ จะเก็บไว้ทำไม ตราบเท่าที่นาย ไม่มีคุณสมบัติพอจะใช้ไฟดับเครื่องชน ชั้นก็ไม่คิดจะปล่อยให้รอดหรอก”จีตอบจากบนต้นไม้

 

“ไฟดับเครื่องชนเหรอ”คนที่กำลังตกเป็นเป้าของกระสุนทั้งฝูง ยังมีอารมณ์มานั่งทวนกับตนเอง

 

“ไฟดับเครื่องชน เป็นความสามารถขั้นต่ำสุด ที่จำเป็นต้องใช้ เมื่อเข้ามายุ่งเกี่ยวกับมาเฟีย”จีตอบ

 

“เรื่องแบบนั้น ไม่เคยได้ยินเฟ้ย แล้วชั้นไม่รู้จักไอ้ไฟดับอะไรนั่นด้วย”

 

นาโฮยะโตขึ้นมาในตระกูลนักฆ่า เรื่องพวกใต้ดินหรือวงการมาเฟีย เขาเคยได้ยินมาบ้าง แต่ไอ้ไฟที่ว่าเนี่ย ไม่เคยได้ยินเลย

 

“คนธรรมดา คงไม่รู้หรอก แต่ถ้าจะอยู่ในวองโกเล่แฟมิลี่ นั่นต้องทำให้ได้”

 

“แล้วใครอยากอยู่เล่า”

 

“ส่วนไฟดับเครื่องชน เดี๋ยวชั้นแสดงให้ดูก็ได้” จีโดดลงมาจากบนต้นไม้ ทำท่าเหมือนกำลังค้นหาอะไรซักอย่าง

 

นาโอยะที่กำลังถูกความสนใจเข้าครอบงำ ก็โพล่หน้าออกมาดูนิดนึง

 

ก็เห็นจีดึงเอาธนูมาจากด้านหลัง แล้วเล็งมาที่ต้นไม้ที่เขาหลบอยู่

 

ไฟสีแดงสด ปรากฏขึ้น แล้วพุ่งออกมาราวกับเป็นลูกศร นาโอยะรีบหลบฉาก ออกจากต้นไม้ต้นเดิมทันที

 

ฉึก!!

 

ภาพไฟสีแดงประทุเผาต้นไม้ทีเขาหลบอยู่ เล่นเอานาโอยะกลืนน้ำลายลำบากเลยทีเดียว

 

.....ถ้าโดนเข้า จะเป็นยังไงล่ะเนี่ย..แม้แต่ซากคงไม่เหลือแหง....

 

จีเล็งธนูมาที่เขาอีก คราวนี้ยิงออกมาหลายดอกเลย ทำให้เขาต้องรีบหาที่กำบัง ที่ดูจะแข็งแรงกว่าดิม

 

 

......เวลาปัจจุบัน......

 

นาโอยะยังคิดหาทางหลบหนีไม่ได้เลย ออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า มีหวังโดนเผาแหง ไอ้ลูกธนูไฟนี่มันไม่มีวันหมดรึไง ถึงได้ยิงออกมาได้เรื่อยๆเนี่ย???

 

“ถ้าอยากรอดออกไป ยังไงก็ต้องรับลูกธนูของชั้นตรงๆเท่านั้น”จีบอกทางรอดที่เหลืออยู่ให้ จะไม่บอกก็กลัวหลานตัวเองจะเป็นหม้ายเปล่าๆ(เอ่อ ยังไม่แต่งเลย ยังไม่ยอมรับเป็นแฟนด้วยซ้ำนะท่าน : ข้าว)

 

นาโอยะพลางคิดทวนไปมา เจ้าปู่หัวแดงหลอกเขารึเปล่าเนี่ย เห็นๆอยู่ว่าแม้แต่ต้นไม้ใหญ่ยังไม่เหลือ เค้าจะเละมั้ยล่ะที่รับตรงๆ

 

เขาคิดทวนไปหลายตลบ สุดท้าย ก็...

 

“ยอมแล้วเรอะ”จีถาม

 

“ไอ้การต้องมาคิดนู่นคิดนี้ มันไม่เข้ากับนิสัยชั้นเท่าไร จะลุย ก็ลุยเข้ามา”นาโอยะชักดาบยาวของตนออกมา ยืนเผชิญหน้ากับจี ดวงตาของนาโอยะจ้องมองคนตรงหน้าอย่างแข็งกร้าว

 

จียิ้มอย่างพอใจ กับคำตอบของคนตรงหน้า บ้าดีเดือดไม่แพ้หลานเขาเลยทีเดียว

 

จีเล็งธนูใส่ คนที่กำลังตั้งรับอยู่ นาโอยะก็ตั้งสมาธิ รวบรวมประสาทสัมผัสทั้งหมด เพื่อรอรับการโจมตีจากคนตรงหน้า

 

........

 

แคร้งงง!!!!!!!!

แล้วก็เป็นไปตามคาดของจี ธนูของเขา ถูกหยุดไว้ได้โดยดาบของนาโอยะ

 

ไฟดับเครื่องชน ติดอยู่ที่ดาบนาโอยะไม่นาน มันก็ดับลง

 

“ชั้นให้โอกาส ลองตรงเข้ามาฟันชั้นสักทีสิ”จีเอ่ย ทำให้นาโอยะขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยิ้มรับคำเชิญ น่าสนใจ อยากทำแบบนี้มานานแล้ว  เขาวิ่งเข้าใส่คนตรงหน้าทันที

 

เมื่อถึงระยะ โจมตี ไฟสีแดงเพลิงก็ปรากฏบนตัวดาบของนาโอยะ ทำเอานาโอยะถึงกับหยุดนิ่ง  และยกดาบขึ้นมองอย่างไม่เชื่อสายตาเลยทีเดียว

 

 

 

 

นี่สินะ... ไฟดับเครื่องชน....

เขาทำได้....

 

“อืม ทำได้จริงๆด้วยแฮะ งั้นชั้นก็หมดธุระด้วยล่ะ”จีพูดจบแค่นั้น ก็หันหลังเดินจากไปทันที

 

“มาพูดแค่นี้ แล้วจากไปเนี่ยนะ!!!” นาโอยะโวยอย่างอารมณ์ ไฟที่ติดบนดาบ มอดลงไปเรียบร้อย เมื่อเจออีกคนเปลี่ยนอารมณ์ซะอย่างนั้น

 

“ก็บอกแล้วนี่ ว่าจะไม่ทำอะไรถ้ามีคุณสมบัติครบ” จีตอบกลับมาทั้งๆที่หันหลัง

 

คำตอบที่ได้ยิน เล่นเอาคนฟังแทบทรุด.. อารมณ์ไหนเนี้ย!! บทจะอยากฆ่าก็ใส่ซะดุเดือด บทจะไปก็ไป..

 

“ส่วนเรื่องหลานชั้น ยังไงพวกนายก็สู้กันได้พอพอเหวี่ยงอยู่แล้วนิ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ก็สู้ๆกันไปแล้วกัน ถือว่าฝึก”

 

“เป็นสิ มากด้วย”

 

“งั้นก็ลองเปลี่ยนเป็น ทำตัวว่าง่ายๆดูบ้างสิ เอาให้เหมือนแมวเชื่องๆ บางทีเขาอาจใจอ่อนก็ได้นะ ”จีทิ้งท้ายไว้แล้วหายไป

 

เมื่อคิดว่าจีไม่ได้อยู่แถวนั้นแล้ว นาโอยะก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยเขาก็ไม่ตายล่ะ

 

.....แมวเชื่องๆเหรอ.... เก็บไว้คิดดูล่ะกัน.....

 

ว่าแต่....  ทำไมเขาต้องมาเชื่องด้วยเนี้ยย??????   ไม่เสี่ยงโดนกดมากกว่าเดิมหร๊ออออ ?? !!!!!

คิดจบแล้วก็ออกเดินกลับคฤหาสน์

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

นภา

 

คาสึกิวิ่งมาตามทางได้สักพัก ก็แวะพักเหนื่อย เขายังไม่ไว้วางใจเท่าไร จึงเดินมาแอบที่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ข้างทางเดิน ตั้งแต่มาที่นี่ นอกจากกลุ่มเขาไม่เห็นจะมีใครไว้ใจได้ซักคน มีแต่อะไรแปลกๆ น่ากลัวๆทุกที

 

.....เฮ้อ หวังว่าจะหนีพ้นนะ ทั้งที่คิดแบบนั้น แต่ใจตนนั้น กลับรู้สึกได้ว่า...ทำยังไงก็หนีไม่พ้นแฮะ.....

 

เมื่อลมหายใจกลับเป็นปกติแล้ว คาสึกิก็หันไปมองซ้ายมองขวา สำรวจความปลอดภัย เขากะคร่าวๆได้ว่า ไม่น่าเกิน 500 เมตร น่าจะถึงคฤหาสน์(เดินออกมากัน ไกลแค่ไหนเนี่ย)

 

“จะเล่นซ่อนหากันหรือ หลาน”เสียงที่จู่ๆก็ดังจากข้างหลัง ทำเอาคนได้ยินสะดุ้งสุดตัว ถอยห่างจากต้นไม้นั่น

 

เจ้าของเสียงที่ว่าก็ไม่ใช่ใครอื่น ท่านจ๊อตโต้ นั่นแหละ

 

“หนีมาตั้งไกล โพล่มาจากไหนเนี่ย แถมมาไม่สุ้มให้เสียงอีก”เขาบ่นกับตัวเอง

 

“แหมๆ ชั้นเป็นวิญญาณนะ จะมีเสียงตอนเดินได้ไง โผล่มา ก็มาอยู่ข้างหลังแล้วนี่นา” ปู่นภาที่ได้ยิน(หูผีจริงๆ เออ ที่จริงก็ผีนี่หว่า?) ก็ใจดีตอบคำถามให้พร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่นสไตล์นภาแห่งวองโกเล่

 

“สรุปคือ หนียังไง ก็ไม่พ้น ว่างั้น”คาสึกิสรุปพร้อมมองอีกคนที่เดินออกมาจากหลังต้นไม้

 

“เจ้าเข้าใจถูกต้องแล้ว”

 

“แล้วที่ตามมานี่ จะเอายังไง”คาสึกิ ถามถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่าย

 

“ไม่เอายังไงหรอกครับ แค่จะมาจับเจ้าไปเข้าคอร์สสะใภ้วองโกเล่เท่านั้นเอง” ปู่ตอบยิ้มๆ

 

“แล้วมันคืออะไรล่ะ ที่พูดน่ะ”คาสึกิขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ คอร์สบ้าอะไรเนี่ย แค่ชื่อก็ไม่เข้าหูแล้ว

 

“คอร์สสะใภ้ ก็ต้องเป็นการฝึกทำอาหาร งานบ้านงานเรือน ดูแลสามีกับลูกน่ะสิ โอ๊ะแต่พวกเธอเป็นผู้ชายนี่นา งั้นแค่สามีอย่างเดียวพอ”จีอ๊อตโต้บอกพลางทำสีหน้าจริงใจ

 

“ไม่เอา!!!”คนฟังตอบอย่างรวดเร็ว ให้ฝึกทำแบบนั้นเนี่ยนะ ให้ตายก็ไม่ยอมเฟ้ย หูย ฟังแล้วเหมือนคอร์สฝึกเป็นเจ้าสาวมากกว่าน่ะเนี่ย หรือมันก็เครือๆกันฟะ

 

“ว้า ไม่เอางั้นเหรอ โธ่เอ้ย สึนะหลานรัก ศรีภรรยาของหลานจะไม่ยอมฝึกเป็นสะใภ้ซะแล้ว”ท่านรุ่น1 รำพึงรำพันกับตัวเอง แต่ก็ดังมากพอที่จะให้อีกคนได้ยิน ดวงตาสีฟ้าดูเศร้าหมองในทันใด

 

“อัพเกรดจากคู่หมั้นมาเป็นศรีภรรยาเลยเรอะ”คาสึกิเถียงกลับ เขาไปยอมรับตอนไหน ได้ข่าวว่าไม่นะ โอ้ย ทำไมเถียงกับคุณปู่พวกนี้แล้วมันเหนื่อยขนาดนี้นะ คิดจบคาสึกิก็กุมขมับเครียด อะไรนักหนาวะเนี้ย?!

 

“เอาเถอะๆ งั้นก็เลิกล้อเล่นแค่นี้ดีกว่า” จ๊อตโต้บอก จากก่อนหน้าที่เสียงทุ้มนั้นฟังดูอ่อนโยน และสบายใจ แต่เสียงที่เขาได้ยินตะกี้ มันเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น และน่าเกรงกลัวขึ้นมา ทันใดเสียงทุกอย่าง ก็พลันเงียบสงบลง

 

ไม่มีเสียงใดเล็ดรอดมาเข้าหูคาสึกิเลยแม้แต่น้อย ที่เขาได้ยินตอนนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของตนเองเท่านั้น สัญญาณทุกอย่างกำลังบ่งบอกให้รู้ว่า คนที่อยู่ตรงหน้าเขากำลังเอาจริง แต่เอาจริงในเรื่องอะไรนี่คงต้องว่ากันอีกที

 

จากเสียงอันเย็นชาของจ๊อตโต้ก่อนหน้านี้ และบรรยากาศในตอนนี้ทำให้คาสึกิรู้สึกใจไม่ดีเลย รู้สึกเย็นเยือกและตื่นตระหนกขึ้นมาในใจ แต่ไม่แสดงออกมา

 

“นี่ เป็นสิ่งที่เธอต้องยอมรับ”จ๊อตโต้พูดเสียงนิ่ง แววตาสีฟ้านั้นเยือกเย็นไร้ซึ่งประกาย ไม่มีความขี้เล่นเหมือนประโยคก่อนๆ ซึ่งส่งผลให้จ๊อตโต้มีความน่าเกรงขามกว่าเดิมหลายเท่าตัว ไม่ใช่คุณปู่ขี้เล่นที่เคยเจอมา  จากคุณปู่ใจดี ได้กลายเป็นคุณปู่ผู้น่ากลัวซะแล้ว ทำเอาคาสึกิถึงกับนิ่ง

 

“ฟังสิ่งที่เราจะพูดให้ดี และจำไว้ให้ขึ้นใจว่า จากนี้ไป สิ่งที่เธอจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยคือมาเฟีย ซึ่งอาจจะต้องใช้ชีวิตของเธอเดิมพันในการต่อสู้ เธอต้องเตรียมใจเอาไว้ให้ดี เพราะเธอเป็นคู่หมั้นของสึนะโยชิ ว่าที่บอสของวองโกเล่รุ่นที่ 10”

 

คาสึกินิ่งฟังเงียบๆ

 

“ถ้าเทียบกับคนอื่นแล้ว เจ้าคงโดนหมายหัวมากกว่าคนอื่นๆ เมื่อเป็นนภาเป็นบอสจึงมีคนหวังที่จะจ้องเล่นงานอยู่มากมาย เมื่อคิดดูแล้ว สิ่งที่จะต้องถูกเล่นงานเป็นอันดับแรก ก็น่าจะเป็นเจ้านะ เพราะฉะนั้นคงจะมาใจดีให้เธอทำตัวสบายๆเหมือนคนอื่นไม่ได้หรอกนะ”

 

“ทำไม..ถึงเป็นผมล่ะ”เมื่อฟังจากที่พูด คาสึกิก็สงสัยขึ้นมา เลยถามออกไปทันที

 

“เพราะเจ้า จะเป็นดวงใจของสึนะโยชิ หากคนสำคัญที่เปรียบเสมือนหัวใจเป็นอะไรไป ถึงจะสงบนิ่งหรือเก่งกาจแค่ไหน ก็คงต้องเป๋ไปบ้างเป็นธรรมดา และจุดศูนย์กลางของแฟมิลี่คือบอส หากบอสเสียความเป็นตัวเองไป แฟมิลี่จะอยู่รอดได้เช่นไร” ดวงตาสีฟ้าหรี่ลงมองคาสึกิอย่างเยือกเย็น

 

“แต่นั่น เป็นสิ่งที่พวกคุณคิดเองเออเองนี่นา พวกเรายังไม่มีใครตกลงสักหน่อย”คาสึกิว่า ก็พวกเขายังไม่มีใครยอมตกลงจริงๆอ่ะ

 

“เธอกล้าตอบได้อย่างมั่นใจ 100 เปอเซ็นต์หรือเปล่า ว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับซาวาดะ สึนะโยชิ ไม่ได้เป็นห่วง ไม่ได้ห่วงใย ไม่ได้สนใจ ไม่ได้ใจเต้นกับเขา เจ้ากล้ายืนยันกับเรารึเปล่าล่ะ ว่า เจ้าไม่รู้สึกอะไรกับหลานของเรา ”จ๊อตโต้ถามด้วยเสียงเข้มขึ้น

 

คำถามนี้ ทำเอาคนฟังเงียบตอบไม่ถูก ไม่ได้รู้สึกเหรอ ใจของคาสึกิตอบได้เลยว่าไม่ใช่ ตอนนี้เขาก็ยังเป็นห่วงสึนะที่ถูกแยกตัวออกไป และหวังว่าเขาคงจะไม่เป็นไรมาก

 

จ๊อตโต้ที่เห็นอีกคนนิ่งไป ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา หลานชั้นนี่เสน่ห์แรงจริงๆ รู้จักกันยังไม่ถึงเดือนดีเลย ทำให้คนสวยหวั่นไหวได้แล้ว สมแล้ว ที่เป็นหลานเรา

 

“เอาอาวุธออกมาสิ มาสู้กันหน่อย” จ๊อตโต้ยิ้ม พลางสวมถุงมือของตน

 

“สู้เหรอ”

 

“ใช่ ขอติวพิเศษให้หน่อยล่ะกัน”พูดจบ ไฟดับเครื่องชนธาตุนภาสีส้มสดใสก็ลุกโชนขึ้นมาบนหน้าผาก และมือทั้งสองของจีอ๊อตโต้ ดวงตาสีฟ้าสวยได้เปลี่ยนเป็นสีส้ม สีไฟของนภา

 

คาสึกิที่เห็นก็อึ้งไปไม่น้อย เดี๋ยวสิ ไฟมันติดที่มือได้ไง แถมมีที่หน้าผากอีก มันอะไรกันเนี่ย

 

ไฟธาตุนภาโหมกระหน่ำแรงขึ้นอีก จ๊อตโต้สะบัดมือข้างหนึ่ง เปลวไฟก็พุ่งเข้ามาใส่คาสึกิ

 

คาสึกิจึงรีบเรียกสติกลับมา หลบไฟที่พุ่งเข้ามาทันที เมื่อหลบลูกแรกพ้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เมื่อหันไปมองทางคุณปู่ คุณปู่ก็ยิ้ม แล้วโถมไฟใส่เข้ามาเพิ่มอีกเกือบ 10 ลูก

 

คาสึกิพุ่งตัวหลบหลีก แล้วใช้ต้นไม้บางต้นเป็นโล่กำบัง ไฟที่พุ่งเข้ามา

 

ไฟดับเครื่องชนยังคงลุกโชน ติดอยู่ทั้งบนพื้นและบนต้นไม้ที่เขาหลบ

 

คาสึกิประเมินผล อย่างชั่งใจ ก่อนจะตะโกนถามจ๊อตโต้ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมว่า

 

“ไอ้นี่คงไม่เรียกติวพิเศษมั้ง แบบนี้น่ะ ถ้าโดนก็มีแววถึงฆาตไม่ใช่เรอะ”

 

“ก็คงงั้น บางที ถ้าเจ้าอ่อนแอมากไป เราก็ไม่อาจให้เจ้าอยู่กับหลานที่รักของชั้นไม่ได้หรอก วองโกเล่ไม่ต้องการนายหญิง(?)ที่อ่อนแอ” จ๊อตโต้ตอบ

 

“ชิ”อยู่ไม่ได้เนี่ย แปลว่ามีสิทธิถึงตายสินะ อย่ามาล้อเล่นน่า ใครจะยอมตายกัน คาสึกิคิด แล้วชักปืน 1 ใน 2 กระบอกที่เก็บไว้ขึ้นมา ขึ้นไกปืนแล้วทำสมาธิ เมื่อพร้อมแล้วก็หันไปเผชิญกับคุณปู่ที่ยังยืนรออยู่ เล็งไว้ แล้วเหนี่ยวไกทันที

 

ปัง!! ปัง!!

 

กระสุนสองนัดซ้อนที่ถูกยิงออกไป ถูกฝังลงดิน เพราะจ๊อตโต้ไม่ได้อยู่ตรงตำแหน่งนั้นแล้ว

 

สัญชาตญาณของเขาบอกว่าจ๊อตโต้กำลังใกล้เข้ามา เขาจึงหลบออกจากตำแหน่งที่เขายืนอยู่ทันที

 

เปรียะ เปรียะ เปรียะ

 

ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นดังคาด จ๊อตโต้โพล่มาตรงจุดที่คาสึกิยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ พร้อมกันนั้นก็ปรากฏเป็นน้ำแข็ง ห่อหุ้มต้นไม้บางส่วนไว้

 

“มันอะไรเนี่ย เมื่อกี้ไฟ คราวนี้น้ำแข็งเรอะ”คาสึกิเริ่มสติแตก คนที่อยู่ตรงหน้าเขาเนี่ย มันเก่งเกินคนไปหน่อยมั้ง

 

“ยิงแม่นเหมือนกันนี่ สมาธิก็ดีมาก ถ้าเป็นคนธรรมดา น่าจะหลบไม่พ้นนะ มีดีอยู่เหมือนกัน สมกับที่เจ้ารีบอร์นเลือก.. แต่ความสามารถเธอมันน่าจะมีมากกว่านี้”จ๊อตโต้เอ่ยชม เมื่อลองพิจารณาจากรอยกระสุนปืนที่ฝังอยู่ในดิน

 

“ขอบคุณที่ชม”คาสึกิตอบรับ แต่สายตายังคงมองไปที่ต้นไม้ ซึ่งถูกแช่แข็งอยู่อย่างสงสัย

 

“น้ำแข็งเนี่ย มันท่าไม้ตายประจำตัวเรา อ้อ แต่สึนะก็ใช้ได้เหมือนกัน ตรงนี้เจ้าไม่ต้องคิดมากหรอก ทำไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ไฟนี่ ยังไงก็ต้องใช้ให้ได้นะ เราถึงจะให้เจ้าผ่านการทดสอบได้”

 

“ผ่านการทดสอบเหรอ”

 

“ใช่ นี่เป็นความสามารถขั้นต่ำสุด ที่เจ้าแล้วก็เพื่อนของเจ้าต้องทำให้ได้ ถ้าหากยังต้องการที่จะอยู่ข้างสึนะ และคนอื่นๆ”

 

คนฟังนิ่งและเริ่มประเมินกับตนเองอีกครั้ง เขาสนใจมากเรื่องนี้มากถึงขนาดต้องยอมทำแบบนี้เพียงเพื่อได้อยู่เคียงข้างสึนะคุงเลยเหรอ แต่อีกใจนึงก็รู้สึกว่า ตอนนี้เขายังไม่อยากสนใจอะไรแบบนั้น เขาก็แค่รู้สึกสนุก ใจเต้นบ้างเวลาที่ได้อยู่ใกล้สึนะ ถึงจะหวั่นๆในการกลัวถูกจับกดบ้าง แต่ตอนนี้เขาต้องยอมรับว่า เขาอยากอยู่กับสึนะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดล่ะนะงานนี้

 

“ต้องทำยังไง ผมถึงจะทำได้”คาสึกิถาม ซึ่งคนฟังก็ยิ้มกริ่มอย่างพอใจแล้วตอบไปว่า

 

“ตั้งใจ ตั้งสมาธิรับการโจมตีให้ดี แล้วยิงตอบโต้ให้ได้”

 

คาสึกิหลับตานิ่งพยายามรวบสมาธิ ไม่วอกแวกกับสิ่งใดให้มากที่สุด แล้วลืมตา มองตรงไปยังจุดที่คุณปู่นภายืนอยู่ วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของคนตรงหน้า

 

คนถูกมอง ก็แค่ยิ้ม แล้วเร่งไฟจากถุงมือให้แรงขึ้น ใช้แทนไอพ่น ตรงมาที่คาสึกิ

 

กระสุนปืนหนึ่งนัดพุ่งออกไปสวนทันที  แต่จ๊อตโต้ก็เบียงตัวหลบไปอีกทาง ในช่วงจังหวะที่จ๊อตโต้หลบ คาสึกิก็ชักปืนอีกกระบอกขึ้นมาปลดเซฟปืน  แล้วยิงดักไปทางที่จ๊อตโต้หลบไป

 

แต่ก็ยังช้าไป จ๊อตโต้เร่งความเร็วขึ้นมา ปรากฏตัวที่ด้านหน้าคาสึกิซะแล้ว เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วยิงพร้อมกันทีเดียวสองกระบอกเลย

 

“โอ๊ะ หวิดไปๆ แค่เฉี่ยวๆ ใช้พร้อมกันทั้งสองมือก็ได้เหรอเนี่ย หึหึหึ” จ๊อตโต้โพล่มาด้านหลัง ยิ้มอย่างพึงพอใจ เขายื่นมือทั้งสองของเขาไปคว้าข้อมือของคาสึกิไว้อย่างรวดเร็ว

 

“อ๊ะ”คาสึกิร้องได้แค่นั้น เพราะตกใจ ที่อีกคนเร่งความเร็วขึ้นได้อีก มาโพล่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

 

คาสึกิพยายามบิดข้อมือ เพื่อให้หลุด แต่สงสัยคงจะเป็นไปได้ยาก เพราะดูท่าแล้ว ไอ้โรคมือตุ๊กแกเนี่ย คนๆนี้ก็คงเป็นเหมือนกัน

 

“ใช้ได้ๆ ยิ่งได้แม่นมาก ถ้ามีพลังทำลายอีกหน่อยล่ะก็ผ่านเลย”จ๊อตโต้ชม

 

“ปล่อยนะครับ”คาสึกิบอกกับคนข้างหลัง

 

“เจ้าต้องระวังหลังให้ดีกว่านี้หน่อยนา วันนี้เราเข้าด้านหลังเจ้าได้ 2 รอบแล้วนะ”จ๊อตโต้ยิ้มแล้วซุกใบหน้าลงที่ต้นคอขาว

 

“เฮือก !! จะทำอะไร”คาสึกิสะดุ้ง แล้วพยายามดิ้นรนให้หลุดจากมือตุ๊กแก

 

“แค่ต้องการสอนให้รู้ว่า ควรระวังหลังไว้ เพราะศัตรูส่วนใหญ่จะชอบจู่โจมจากด้านหลังน่ะนะ”

คุณปู่เห็นคุณหลานพยายามหนี ก็ยิ่งอยากแกล้ง ปลายลิ้นไล้ที่หลังหลังหูเบาๆ ปากขบกัดที่ปลายหูขาวอย่างอ่อนโยน แล้วกระซิบที่หูของคาสึกิเบาๆ

 

“เห็นต้นไม้ ต้นใหญ่ที่อยู่ตรงหน้ามั้ย ตรงจุดที่มีน้ำแข็งเกาะอยู่ ถ้าเธอยิงทำลายมันได้ ผมก็จะปล่อย”

 

“ใครจะทำได้เล่า ปล่อยนะ”คาสึกิโวยวาย แต่อีกคนก็ไม่ยอมปล่อย ปากนุ่มยังคงคลอเคลียหลังใบหูของเขาจนทำให้เขาแทบจะยืนไม่ติดพื้น

 

จ๊อตโต้ ผ่อนแรงที่มือข้างหนึ่ง แล้วดึงมือคาสึกิขึ้น เพื่อให้เล็งที่ต้นไม้นั้น

 

“เล็งสิ ทำสมาธิให้ดี”เมื่อได้ยินอีกคนใช้เสียงที่ฟังดูอ่อนโยนขึ้น คาสึกิจึงเริ่มสมาธิให้เล็งตรงจุดน้ำแข็ง พลันฝ่ามือก็เริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นและมีประกายไฟสีส้มที่ปากกระบอกปืน

 

ปัง !!

 

 

เพล้ง !!

 

น้ำแข็งที่เกาะอยู่แตกกระจาย จากเปลวไฟสีส้ม ที่พุ่งออกไปทำลาย

 

คาสึกิยืนมองนิ่ง เมื่อกี้นี้ ...ไฟ.แบบเดียวกัน... เขา.. ทำได้...

 

“หืม ครั้งแรก ก็โดนแฮะ...งั้นก็ให้ผ่านล่ะกัน สำหรับการติววันนี้ ”จ๊อตโต้ยิ้ม แล้วมองอย่างพอใจ

 

“ของแบบนี้เรียกติวเหรอ... เดี๋ยวนะ??!! วันนี้?? แปลว่ายังมีวันอื่นอีกเหรอ” คาสึกิโวยใส่ ถ้ามีวันอื่นขอเวอร์ชั่นใจดีและไม่หื่นได้มั้ย?

 

“ฮะๆ นิดหน่อยเอง จำความรู้สึกเมื่อกี้ไว้ล่ะ ถ้าทำสมาธิบวกกับมีความตั้งใจ เจ้าก็คงใช้ไฟได้ไม่ยาก และอีกอย่างนะ ถ้าติวเพียงวันเดียวแล้วเจ้าจะไปทำได้เช่นไร แน่นอนว่าเรายังเจอกัน และคราวหน้าอาจจะไม่ใจดีแบบนี้ก็ได้นะ”

 

“ครับ” คาสึกิรับคำ แต่ในใจก็แอบคิดว่า.....  น.. น.. นี่.. ใจดี.. แล้วเหรอ???

 

“อ้อ แล้วก็ ชั้นคิดว่าสึนะน่ะ คงไม่หือกับเธอหรืออะไรมากหรอกนะ เด็กคนนั้นอ่อนโยนจะตายไป รับรองอ้อนเขาหน่อยๆ ขอร้องเขาดีๆ เขาก็ยอมทุกอย่างแล้ว เชื่อเถอะ เอาล่ะ ของชั้นจบแค่นี้แหละ ไปก่อนนะ”แล้วคุณปู่ก็ลั้นลา หายไปทันที

 

“เฮ้อ..บทจะหาย ก็หายเงียบซะงั้น”แต่อย่างน้อยเขาก็โล่งอกล่ะ เขาใช้ไฟได้ ก็แปลว่ายังพอมีคุณสมบัติที่จะกับสึนะคุงได้ในระดับหนึ่งสินะ ใจเขาเต้นอย่างมีความสุข  เมื่อรู้ว่าเขายังได้อยู่กับสึนะ..

 

แต่ตอนนี้ เขายังไม่อยากคิดให้มากความ จึงลุกขึ้น เดินตรงกลับไปที่คฤหาสน์

 

.....อ้อนเหรอ บางที น่าจะลองใช้บ้างนะเนี่ย.....

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

696 ความคิดเห็น

  1. #369 Kcj (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 02:00
    รออยู่นะครับ มาต่อไวไวนะ สนุกมากเลยอะ ชอบๆๆ
    #369
    0
  2. #368 หลันไฉ่เหอ (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 09:58
    อยากอ่านต่อมากเลย สนุกมาก ต่อไปจะเป็นคอสของใครกันนะเนี่ย แอบคิดเหมือนกันนะ ว่า ให้พวกคาสึกิเข้าคอสแม่ศรีเรือนได้ไหม ไม่วันนี้ก็วันอื่นก็ได้ เราชอบเคะที่มีความเป็นแม่ศรีเรือนมาก โดยเฉพาะทำอาหารให้เป็นเนี่ย แต่ก็แอบคิดอีกแนะว่าให้พวกคาสึกิมีลูกได้จะดีมาก ของชอบเลย จะติดตามต่อไปค่ะ สนุกมาก แต่งต่อเร็วๆนะคะ สู้ๆ
    #368
    0
  3. #367 Nura R Sakura Ryoya (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 13:20
    แต่งต่อเถอะฮะ สนุกมากๆๆเลยฮะ เป็นคนที่ผมติดตามมาตลอดเลยฮะ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะฮะ อยากอ่านคู่ของเคียวยะฮะ>
    #367
    0
  4. #364 shphpraiy- (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2557 / 18:36
    มาอัพต่อเร็วๆนะ หนุกๆ
    #364
    0
  5. #361 โป๊ยเซียน (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2557 / 19:46
    เย้มาแล้ว ขอบคุณค่ะ ต่อไปโทโมกิหรือป่าวคะ ชอบๆ
    #361
    0