Fic reborn (Yaoi)

ตอนที่ 60 : ก่อนถึงเวลานัด(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    18 เม.ย. 57

(ขอแทรกหน่อย)

 

จากตอนที่แล้ว

 

ข้าว : เซบาสเตียน นายมาอยู่ที่นี้ได้ไง นายต้องอยู่ที่คฤหาสน์แฟมท่อมไฮส์ ไม่ใช่เรอะ

เซบาสเตียน : อ้อ ไม่มีอะไรหรอกครับ เพียงแค่รับจ๊อบพิเศษนิดหน่อย นายน้อยท่านไม่ว่าหรอกครับ พอดีว่าเขาไปเดทกับคุณหนูอลิซซาเบ็ทอยู่ แล้วจะพักกับคุณหนูอลิซซาเบ็ทเลย ผมเลยไม่ต้องรับใช้นายน้อยช่วงนี้น่ะครับ

ข้าว : รับจ๊อบพิเศษไกลเนอะ ข้ามเรื่อง ข้ามศตวรรษกันเลยทีเดียว ข้ามประเทศเอ้ยข้ามทวีปเลยมากกว่ามั้ง

เซบาสเตียน : เอาสักอันเถอะรับ ผมได้ยินแล้วปวดหัว

ข้าว : แต่มันจริงทุกอันไม่ใช่เรอะ

เซบาสเตียน : คงงั้นแหละครับ อีกอย่างผมสนใจคุณเดม่อนนี่นา หน้าตาเหมือนผมเชียว แหม หยั่งกับร่างแบ่งภาคผมเลยนะเนี่ย

ข้าว : รับใช้คนหน้าตาเหมือนตัวเองเนี่ย ปกติมันก็น่าจะต้องกลัวอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แถมแต่ละคน ทั้งเซบาสเตียน ทั้งเดม่อน แต่ละคนรังสีน่ากลัวมาก และยังความสามารถอีก ปีศาจกันชัดๆ (สะดุ้งเฮือก เมื่อรับรู้รังสีอำมหิต)

เพราะฉะนั้น ก่อนที่ข้าวจะไม่ครบ 32 ขอเผ่นก่อนล่ะกันนะ

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หลังจากนั้น ทั้ง 5 คน ก็แยกย้ายไปห้องใครห้องมัน ล้มตัวลงนอนกับที่นอนบ้าง โซฟาบ้าง ตามแต่ที่จะมีแรงเดินไหว แล้วหลับไปทันที การสำรวจชั้นหนึ่งโดยมีรีบอร์นเป็นคนขัดขวาง(?)เนี่ย มันกินแรงน่าดูเลย

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

ห้องนภา

 

แกร๊ก

 

“ไม่มีใครอยู่ สึนะคุงยังไม่กลับมาเหรอเนี่ย”คาสึกิที่กลับห้องมา แต่ห้องก็ยังไม่ไฟเปิด เลยสรุปว่าอย่างนั้น เพราะนี่มันก็ 5 โมงแล้ว เขากลับมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อน

 

เขาเดินเข้ามาจนถึงห้องนอน หยิบชุดออกมาจากตู้

 

“อือ..สว่างจัง...ใครน่ะ.”

 

เสียงที่ดังมากจากด้านหลังแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเขาถึงกับสะดุ้ง หันขวับไปมองด้านหลังอย่างรวดเร็ว

 

“สึนะคุง อยู่ด้วยเหรอ”คาสึกิเดินมาที่ข้างเตียง มองคนที่กำลังงัวเงียอยู่

 

“คาสึกิเองเหรอ กี่โมงแล้วเนี่ย”

 

“5โมงแล้วล่ะ อีกชั่วโมงนึงก็ได้เวลานัดแล้วล่ะ ตื่นเถอะนะ”

 

“อือ เดี๋ยวล้างหน้าซะหน่อยคงตื่นดีล่ะ”

 

“ขอโทษนะ ชั้นไม่รู้ว่าสึนะคุงนอนอยู่”คาสึกิบอกอย่างรู้สึกผิด ที่ตนเองมากวนคนที่กำลังนอนอยู่(ข้าว : กวนคนที่กำลังนอนอยู่มันบาปนะ บาปมากด้วย --)

 

“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่ คาสึกิจะอาบน้ำเหรอ เห็นถือชุดเปลี่ยน”สึนะยันตัวขึ้นนั่ง มองไปที่มือของคนที่ยืนอยู่ข้างเตียง

 

“อือ ชุดมันเปื้อนนิดหน่อยน่ะ มันเหนียวๆ ก้อเลยว่าจะอาบน้ำ เดาเก่งจังนะ”คาสึกิชม รู้ดีจังเลยนะ

 

“อาบด้วยได้มั้ย”สึนะถาม(หน้ายิ้มๆ)

 

เพียะ !

 

คาสึกิเอานิ้ว ดีดหน้าผากสึนะแทนคำตอบ พร้อมสำทับด้วยว่า

 

“ฝันเอาก่อนล่ะกัน”พูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำไปเลย

 

“ไม่อยากแค่ฝันนี่นา อยากทำจริงๆอ่ะ”สึนะบ่นพึมพำน้อยๆ  แล้วล้มตัวลงนอนกลิ้งอีกรอบ หลับรอต่อไป

 

........................

ไม่ถึง 20 นาทีดี คาสึกิก็เดินออกมา พร้อมเปลี่ยนชุดออกมาด้วย

 

“หลับอีกแล้ว ไปทำอะไรมาเนี่ย”คาสึกิว่าเบาๆ หลับได้หลับดีจริงๆ

 

คาสึกิเก็บของเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว จึงเข้ามาปลุกอีกคน

 

“สึนะคุง สึนะคุง ถ้าไม่ตื่น เดี๋ยวจะเลยเวลานะ”

 

“อือ นอนต่ออีกนิดได้มั้ย”สึนะอ้อนคนที่เข้ามาปลุกตน

 

“ไม่ได้นะ เดี๋ยวก็เลยเวลาหรอก”คาสึกิบอก พร้อมกับเขย่าสึนะ ที่ทำท่าจะหลับต่อเป็นรอบที่ 3

 

“ตื่นสิ สึนะคุง ไปทำอะไรมาเนี่ย ถึงเป็นได้ขนาดนี้”คาสึกิถามอย่างอ่อนใจ

 

“ไปทำอะไรมาน่ะเหรอ เรียกว่าไปเป็นของเล่นให้รีบอร์นน่าจะเหมาะกว่านะ”สึนะตอบทั้งๆที่ไม่ยอมลืมตา

 

“ของเล่นเหรอ”

 

“ช่าย ไปเดินสำรวจคฤหาสน์ (ตามที่รีบอร์นวางแผนไว้เป๊ะ) แถมยังคุณปู่ทวดทั้งหลายนั่งดื่มชาอีกต่างหาก”

 

คำตอบที่ได้ยิน ทำเอาคนฟังสะดุ้ง

 

“คะ คุณปู่เหรอ พวกเขาอยู่ที่นี้ด้วยเหรอ”

 

“อือ มีพ่อบ้านรับใช้ด้วยพร้อมเสร็จสรรพ”สึนะตอบ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง มองอีกคนที่เงียบไปซะเฉยๆ ลางสังหรณ์ของเขากำลังร้องเตือน ว่าเมื่อคืนต้องมีอะไรแน่ๆเลย พอดีเขาเหนื่อยมากจนลืมถามไป

 

“จริงสิ คาสึกิ เมื่อคืนชั้นลืมถาม ทำไมอยู่กับรุ่นที่ 1 แล้วหลับไม่รู้เรื่องแบบนั้น โดนทำอะไรรึเปล่า”

 

“ปะ เปล่านี่”

 

“จริงเหรอ รุ่นที่ 1 ไม่ได้ทำอะไรแน่นะ”สึนะยังคงคาดคั้นต่อไป

 

“ไม่ได้ทำหรอก แค่โดนกรอกยาใส่ปากนิดหน่อยเอง”

 

“กรอกยานี่มัน ไม่นิดหน่อยนะ แถมยาแรงซะด้วย”สึนะบ่นเบาๆ

 

“ชั้นไม่รู้นี่นา พอไปถึงที่นั้น ก็โดนโยนยาใส่ปากเลย”คาสึกิตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

 

สึนะคิดว่าคาสึกิคงไม่ได้โกหก ลางสังหรณ์มันว่างั้น

 

“งั้นจะเชื่อล่ะกันนะ คราวหลังอยู่ห่างๆพวกรุ่นที่ 1 ไว้ล่ะ พวกเขาคิดอะไรอยู่ พวกเราไม่รู้หรอก”

 

“อือ ว่าแต่ รุ่นที่ 1 เหรอ ไม่ใช่คุณปู่เหรอ”คาสึกิถาม

 

“อ้อ โดยตำแหน่งน่ะ พวกคุณปู่เป็นคนก่อตั้งแกงค์มาเฟีย วองโกเล่แฟมิลี่ เลยเป็นรุ่นที่ 1 ไงล่ะ ส่วนผมก็เป็นผู้ที่สืบทอดมา นับโดยตำแหน่งก็ว่าที่รุ่นที่ 10 น่ะ ถึงจะไม่อยากเป็นก็เหอะ”ประโยคหลัง สึนะพึมพำเองคนเดียว

 

“หืม..รุ่นที่ 10 เหรอ สึนะเนี่ย เป็นคนใหญ่คนโตเลยนะ”

 

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ชั้นยังไม่ได้รับตำแหน่งเลย อ่า เดี๋ยวจะสาย ขอล้างหน้าแป๊บ”แล้วสึนะก็หายเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งให้คาสึกินั่งคิดหนัก

 

ท่าทางจะใหญ่โตมากนะ มาเฟียแกงค์นี้ แถมดูท่าจะสำคัญมาก มีตั้ง 10 รุ่นแล้วเหรอ แล้วทำไมให้พวกเขามาเป็นคู่หมั้นได้ล่ะเนี่ย คนธรรมดาอย่างพวกเขาเนี่ย เด็กคนนั้นคิดอะไรอยู่นะ

 

คาสึกิคิดวนไปมาอยู่แค่นี้ จนกระทั้งสึนะออกมา

 

“ไปเถอะ อีก 5 นาทีเอง”สึนะชวน แล้วทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องไป   

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ห้องอัศนี

 

หลังจากที่แรมโบ้กลับเข้าห้องมา เขาสลบเหมือดลงกับพื้นก่อนที่จะถึงโซฟา หลับไปแบบไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น จนกระทั่ง

 

แกร๊ก

 

“นึกว่าอยู่ในห้องซะอีก ไปไหนแล้วเนี่ย รึว่าลงไปข้างล่างแล้ว”ยูกิพูดคนเดียว เขาเดินเข้ามาในห้อง มองซ้ายมองขวา ก็ไม่เห็นใคร จึงคิดไปว่า แรมโบ้คงลงไปรอข้างล่างแล้ว

 

“อืม เหลือเวลาอีก 50 นาที ก่อนเวลานัดเหรอ นั่งเล่นเกมส์รอเวลาล่ะกัน”แล้วยูกิก็เดินไปค้นกระเป๋าของเข้า ถือเครื่องเกมส์ psp ออกมา ระหว่างเดินไปที่โซฟาก็เปิดเครื่องไปด้วย ทำให้มองไม่เห็นคนที่กำลังหลับอยู่กับพื้น จึงเดินสะดุดเข้าเต็มๆล้มดังโครมใหญ่

 

“โอย สะดุดไรเนี่ย”ยูกิหันไปหาต้นเหตุ ก่อนจะเจอแรมโบ้ที่นอนอยู่ไม่ไกล

 

“ระ แรมโบ้ เป็นอะไรมั้ย”ยูกิรีบคลานเข้าไปดูอาการด้วยความรวดเร็ว พลิกตัวอีกฝ่ายขึ้นมา

 

แต่แรมโบ้ก็ยังไม่ได้สติ ทำยูกิยิ่งกังวล แต่เขาสำรวจดูแล้ว เหมือนแรมโบ้จะไม่มีแผลอะไร หัวก็ไม่โน ไม่ได้โขกอะไรด้วย แต่เขานี่สิ ได้แผลที่หน้าผากมา เจ็บจัง

 

“ไม่ตื่นเลย เสียงดังขนาดนั้น รึจะไม่สบาย เพราะเรื่องเมื่อวาน”ยูกิตั้งข้อสังเกต แล้วเขาก็ลุกขึ้น จัดการหาผ้าผืนเล็กมาชุบน้ำ บิดหมาดๆ แล้วเช็ดหน้า เช็ดคอให้

 

“แรมโบ้ ตื่นสิ”ยูกิเรียกอีก แต่อีกคนก็ยังไม่รู้สึกตัว

 

“จะเป็นไข้มั้ยนะ”ยูกิว่า ทำใจนิดหน่อย แล้วก้มลงใช้หน้าผากวัดไข้ให้อีกคน

 

“จะลักหลับผมเหรอครับ”





คำถามที่อยู่ๆก็ได้ยิน ทำเอายูกิสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังออกมา แต่ก็ถูกคนที่นอนอยู่ ดึงตัวไว้ก่อน

 

“ว่าไงล่ะครับ”แรมโบ้ถามซ้ำ พร้อมกับมือที่โอบเอวคนที่อยู่ด้านบนไว้

 

“ปะ เปล่า มะ ไม่ใช่นะ แค่จะ..วัดไข้เองน่ะ”ยูกิตอบแทบไม่เป็นประโยค ใกล้เกินไปแล้ว -///-

 

“หืม คิดว่าผมไม่สบายเหรอ”แรมโบ้ปล่อยตัวยูกิออก ทำให้ยูกิรีบถอยหลังไป 2 ก้าวเลยทีเดียว ส่วนตัวเองก็ลุกขึ้นนั่ง ใช้มือวัดไข้ตัวเอง

 

“ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา”แรมโบ้หันมาบอก

 

“ถ้าไม่เป็นไร นายจะมานอนแถวนี้ได้ไง ไม่ใช่บนโซฟาด้วยนะ บนพื้นนะที่นายนอนอยู่น่ะ”ยูกิเถียงกลับทันที

 

“อ้อ สงสัย จะเหนื่อยจัด เพราะไปสำรวจที่ชั้น 1 มาน่ะ เลยตายก่อนที่จะไปถึงโซฟา”แรมโบ้ไขข้อข้องใจให้

 

“แค่สำรวจเนี่ยนะ มันจะเหนื่อยอะไรขนาดนั้น”ยูกิถามพร้อมขมวดคิ้ว

 

“เอ่อ ของแบบนี้มันไว้ใจไม่ได้หรอกน่า โดยเฉพาะมาจากรีบอร์น”

 

???”ยูกิยังงงๆอยู่หน่อย เขาไม่เข้าใจที่แรมโบ้พูดเมื่อกี้ แต่ยังไม่ได้ถาม แรมโบ้ก็ชิงพูดก่อน

 

“แต่ก็ขอบคุณนะครับ ที่อุตสาเป็นห่วง”แรมโบ้บอกพร้อมกับรอยยิ้มซึ่งมันดูดีมากซะจนคนเห็นอดหน้าแดงไม่ได้(หล่อจัง)

 

“หน้าแดงเชียว เขินเหรอ”แรมโบ้ถามอย่างอารมณ์ดี

 

“บ้าเหรอ ใครเขินกัน ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ใกล้ได้เวลาแล้วนะ ไปล้างหน้าล้างตาหน่อย”ยูกิ รีบหาเหตุมากลบเกลื่อนโดยไว

 

ซึ่งอีกคนก็ยอมรับแต่โดยดี หัวเราะน้อยๆแล้วเดินไปห้องน้ำจัดการกับสภาพตัวเอง

 

ทำให้ยูกิพอจะมีเวลาทำใจได้หน่อยๆ โอ้ย อยู่กับพวกนี้นานๆเข้าคงแย่แน่เลย ยูกิลูบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนได้แผลที่หน้าผาก

 

“เจ็บ ลืมไปเลยนะเนี่ย”แล้วยูกิก็ลุกขึ้น เดินไปควานหาของอีกรอบ พร้อมกับเก็บเครื่อเกมส์ หยิบพลาสเตอร์ออกมา แล้วเดินไปที่ข้างตู้เสื้อผ้าที่มีกระจกเงาขนาดส่งได้ทั้งตัวตั้งอยู่

 

ยูกิมองไปในกระจก ก็เห็นรอยแดงอยู่กลางหน้าผาก ดีนะเนี่ยที่เลือดไม่ไหล ซุ่มซ่ามแบบนี้บ่อยๆก็ไม่ไหวแฮะ

 

“ยูกิ ไปไหนแล้วล่ะ”เสียงของแรมโบ้ ทำให้ยูกิหันไปมองก่อนที่จะแปะพลาสเตอร์

 

“อยู่นี่”

 

“ทำอะไรน่ะครับ”แรมโบ้ถาม พร้อมกับเดินเข้ามา

 

“ที่ล้ม เมื่อกี้น่ะ หน้าผากเป็นแผลเลยว่าจะแปะเจ้านี่หน่อย”แล้วยูกิก็ชูพลาสเตอร์ขึ้นมา

 

“งั้นผมติดให้ละกัน แทนคำขอบคุณที่ช่วยปลุก”ไม่รอคำอนุญาตแรมโบ้ก็แย่งพลาสเตอร์ไปทันที

 

ยูกิก็ขี้เกียจเถียง พวกเขาเหลือเวลาไม่มากแล้ว ขืนเถียงกัน คงอีกนานแหง

 

แรมโบ้เชยคางยูกิขึ้น ก้มมองแผลที่หน้าผากหน้าผาก แล้วแปะพลาสเตอร์ลงไปแบบเบามือที่สุด

 

“ขอบใจนะ”ยูกิหันไปมองในกระจก แล้วมองที่นาฬิกาข้อมือ อีกไม่ถึง 10 นาทีจะถึงเวลานัด

 

“ไปเถอะ จะได้เวลาแล้ว”ยูกิชวน แต่ก็โดนแรมโบ้รั้งข้อมือไว้ก่อน

 

  “มีอะไรเหรอ”

 

“ผมลืมให้คาถาคุณน่ะครับ”แรมโบ้ยิ้ม

 

“คาถาเหรอ”

 

“ครับ คาถาจากคุณแม่(นานะ) มันจะช่วยให้หายเร็วขึ้น ยูกิอยู่นิ่งๆนะครับ”

 

ยูกิฟังแต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ยืนนิ่งตามที่แรมโบ้บอก

 

แรมโบ้โน้มตัวลงเล็กน้อย จูบลงบนพลาสเตอร์เบาๆ เมื่อถอนจูบออก ก็เป่าลมใส่น้อยๆ พร้อมกระซิบที่ข้างหูว่า

 

“หายเจ็บเร็วๆนะครับ”

 

ส่วนคนฟังก็หน้าแดง หัวใจเต้นรัว แทบหยุดหายใจ ทั้งคำพูด ทั้งความรู้สึก การกระทำ แบบนี้ ฆ่ากันให้ตายเลยดีกว่ามั้ย

 

“เป็นอะไรไป”แรมโบ้หันไปถาม เมื่อยูกินิ่งเงียบไป

 

“ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”

 

แล้วทั้งสองคนก็ออกจากห้องไป

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ห้องสายหมอก

 

ผมเข้าห้องมา เมื่อผมรู้สึกได้ว่า เพื่อนๆของโทโมกิกลับห้องใครห้องมันไปแล้ว คราวนี้ขอเวลาผมทำคะแนนหน่อยล่ะกัน ถึงจะเหลือเวลาไม่ถึงชั่วโมง ก่อนที่จะถึงเวลาที่อัลโกบาเล่โน่นัดไว้

 

ผมมองเข้าไปในห้อง ดูเหมือนโทโมกิจะยังนอนอยู่บนเตียงอยู่เลย ผมเลยจัดการย่องเข้าไปให้เงียบที่สุด เผื่อผมจะได้สามารถลักหลับเล็กๆน้อยๆได้

 

แต่ก็ต้องวืดซะงั้น เพราะโทโมกิไม่ได้หลับ แต่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง

 

“ตื่นแล้วเหรอครับ อาการเป็นไงบ้าง”ผมรีบถาม(เพื่อสร้างคะแนนความประทับใจ ด้วยความเป็นห่วงนั้นเอง)

 

“ดีแล้วล่ะ แต่ก็คงจะดีขึ้นกว่านี้ ถ้านายไม่โผล่มาให้ชั้นเห็น”

 

“ใจร้าย ผมแค่เป็นห่วงเท่านั้นเองนะครับ”มุคุโร่แสร้งทำหน้าเศร้า

 

“ไม่ต้องมาเสแสร้ง ชั้นรู้ว่านายไม่ได้เศร้าอย่างที่เห็น”โทโมกิพูดอย่างรู้ทัน มองอีกคนอย่างจับผิด

 

ซึ่งคนที่ได้ฟังก็ยิ้มตอบ อย่างพอใจ

 

“คุณนี่น้า ช่าง...”มุคุโร่เว้นไว้แค่นั้น

 

“ช่างอะไร”

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ อาการดีขึ้นแล้วสินะ เดี๋ยวจะได้เวลาที่นัดไว้แล้ว ลุกไหวมั้ยครับ”มุคุโร่ถาม

 

“ไหวสิ”โทโมกิตอบ พร้อมกับลุกขึ้นยืน

 

“งั้นก็เปลี่ยนชุดเถอะครับ”

 

โทโมกิมองหน้าคนพูดนิดหน่อย แล้วก็เดินไปหาชุดเปลี่ยนแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปซะเฉยๆ

 

มุคุโร่มองตามไป จนถึงประตู ก่อนจะย้ายที่ไปนั่งบนโซฟาที่นอกห้องนอน

 

“ฟุฟุ ตอนนี้ผมยังไม่ทำอะไรก็ได้ เกินหน้าเกินตาคนอื่นมากไปคงไม่ดีสินะครับ ชะลอหน่อยก่อนได้”ผู้ใช้มายานั่งพูดพร้อมกับหัวเราะด้วยความชั่วร้ายอยู่คนเดียว(และที่ด้านหลังก็ฉากไอความมืด ล้อมอยู่รอบตัวเป็นฉากประกอบ) ซึ่งทำให้คนที่เพิ่งออกจากห้องน้ำมา แล้วบังเอิญเห็นพอดี ถึงกับกลืนน้ำลาย

 

....ถ้าเข้าใกล้หมอนี่ แล้วจะปลอดภัยมั้ยเนี่ย....

 

....รังสีด้านหลัง มันน่ากลัวแหะ....

 

“เสร็จแล้วรึครับ”มุคุโร่ที่สังเกตเห็นอีกคน กำลังมองมาที่ตนด้วยอาการเหมือนจะผวาหน่อยๆ จึงรีบเปลี่ยนฉากหลังจากไอรังสีแห่งความมืด กลายเป็นแสงแดดสว่างจ้าเหมือนจะอบอุ่นสุดๆ พร้อมกับถามด้วยยิ้ม

 

“อีกนิด”โทโมกิตอบแค่นั้น แล้วรีบเดินหนี กลับไปเก็บของอย่างด่วน

 

เมื่อเก็บข้าวของส่วนตัวเรียบร้อย ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นถุงผ้าเล็กๆ ที่อยู่หลบมุมข้างกองหนังสือ ชั่งใจอยู่นิดนึง แล้วก็หยิบใส่กระเป๋าเสื้อมาด้วย แล้วเดินออกมาจากห้องนอน ไปหาคนที่นั่งอยู่บนโซฟา แล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกัน






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

696 ความคิดเห็น

  1. #351 himeyaminekosora (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 13:57
    อัพด่วน!! มันค้างอะอยากอ่านต่อมากๆ
    #351
    0
  2. #350 nampeung (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 21:32
    แม้ มันค้างงงงงงงงง

    อัพด่วนนนนนนนนน
    #350
    0