ฟ้าเดียวหนึ่งตะวัน

ตอนที่ 9 : ฟ้าเดียวหนึ่งตะวัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ม.ค. 64

ทางด้านของฟ้าเดียว เมื่อรู้ว่าต้องเสกสมรสกับธิดาเจ้าเมืองมัณฑยะก็กลัดกลุ้มใจยิ่งนัก แม้จะรู้ตัวล่วงหน้ามาหลายปี แต่พอใกล้ถึงวันเสกสมรสขึ้นมาคราใด พระองค์ก็ไม่สบายใจเสียทุกครั้ง

            “ดูทำหน้าเข้า ทำไมหัวคิ้วขมวดมุ่นแบบนี้ล่ะท่าน”

            “เจ้าไม่เข้าใจข้าหรอกกษมะ”

            “ใช่...ข้าไม่เข้าใจท่าน ในเมื่อท่านก็เป็นนักรักตัวยง การมีหญิงงามมาเชยชมย่อมสร้างความพึงพอใจมากกว่าจะมานั่งอมทุกข์อยู่แบบนี้”

            “แต่ข้าไม่ได้รัก”

            “ทำอย่างกับพวกนางเล็ก ๆ ที่ท่านเชยชมอยู่ทุกวันนี้ท่านรักอย่างนั้นแหละ”

            “แต่แม่พวกนั้นเป็นแค่สนมเล็ก ๆ แต่นี่ข้ากำลังจะมีชายา ข้าต้องการเสกสมรสกับผู้หญิงที่ข้ารักเพียงคนเดียวเท่านั้น”

            “ท่านฝืนองค์การไม่ได้หรอกท่าน”

            “เพราะข้ารู้น่ะสิถึงได้หงุดหงิดอยู่แบบนี้”

            “ท่านหงุดหงิดเพราะเรื่องง่าย ๆ” กษมะทำเป็นรู้ดี

            “การมีบุตรกับผู้หญิงที่มิได้รัก ใช่เป็นเรื่องง่าย” ในพันธะสัญญา องค์ฟ้าเดียวต้องมีทายาทกับธิดาเจ้าเมืองมัณฑยะ การขนส่งอัญมณีจึงจะสามารถทำได้

            “ข้าขำท่านยิ่งนักท่านฟ้าเดียว” กษมะกลั้นหัวเราะไม่ไหว

จึงเปล่งเสียงหัวเราะออกมา ฟ้าเดียวสาดน้ำจัณฑ์ใส่ร่างนั้นทันที

            “เจ้าช่างยั่วโทษะข้าเหลือเกินนะกษมะ” รัชทายาทหนุ่มอารมณ์ร้อนยิ้มสะใจ

            “เพราะข้ารู้ใจท่านต่างหากล่ะ เถอะน่ะ อีกตั้งสามเดือนมิใช่รึกว่าพิธีเษกสมรสจะมีขึ้น เมื่อถึงวันนั้นอาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้”

            “เจ้าก็รู้ว่าข้าเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้” น้ำเสียงทอดเศร้า ภาระยิ่งใหญ่ที่เขาแบกไว้ คือภาระของรัชทายาทองค์โต หากเขาปฏิเสธการสมรสย่อมเป็นการผิดสัญญา และทำให้บ้านเมืองเสียหาย อีกทั้งบรรดาเสนาอำมาตย์จะยิ่งหาข้อผิดพลาดของเขามาโต้แย้งการขึ้นปกครองเมืองต่อจากบิดาได้

            “เพราะใจของท่านมีใครคนหนึ่งอยู่ในใจแล้วใช่ไหมล่ะ” กษมะจี้ใจดำถูกจุด ทำให้องค์ฟ้าเดียวหันขวับมาถลึงตาใส่ พร้อมกับเดินมาปิดปากเพื่อนสนิททันที

            “เจ้าพูดมากเกินไปแล้วกษมะ”

            “จะกลัวอะไรล่ะ” กษมะปัดมือนั้นออก “มีแค่เราเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้”

            “คืนนี้ข้าจะไปหานาง”

            “ท่าน!” กษมะตกใจ เพราะในยามหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ องค์ฟ้าเดียวไม่ควรจะเดินทางไปนอกตำหนัก

            “ข้าคิดถึงนางจนแทบทนไม่ไหวแล้ว ข้าไม่ได้เจอนางมาหลายวันแล้วเจ้าก็รู้”

            “แต่ท่านกำลังจะเสกสมรสนะท่าน”

            “แล้วยังไง ตอนนี้ข้ายังโสด” ฟ้าเดียวไม่ฟังคำห้ามปรามของกษมะ เปิดประตูออกไปได้ก็ควบม้ามุ่งตรงไปยังหมู่บ้านท้ายเมือง ดิ่งตรงหาจอมใจน้องนางมายารวี

            หน้าต่างไม้ชั้นดีถึงแม้จะลงกลอนแน่นหนาปานใด แต่ในเมื่อคนในห้องประสงค์จะลงไว้เพียงแค่สะกิดเบา ๆ ก็เปิดออก เธอลงกลอนหน้าต่างไม่สมบูรณ์เช่นนี้มาหลายวัน เพราะใจเฝ้ารอคะนึงหาคนรักอยู่แทบทุกค่ำคืน เธอรู้ดีว่าเขามิอาจมาพร่ำพรอดหยอดคำหวานกับเธอได้ทุกเวลา แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังเฝ้ารอแม้ว่าบิดาจะเร่งเร้าให้เธอแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น เพราะเกรงกลัวอาญาจะบังเกิดแก่ตัวเองและบุตรสาว แต่เธอก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา อีกทั้งองค์ฟ้าเดียวก็เคยประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้เธอตกต้องเป็นของผู้ชายคนไหนนอกจากเขาเพียงคนเดียว

++++++++++++++

ขอบคุณนักอ่านที่ยังติดตามนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น