ฟ้าเดียวหนึ่งตะวัน

ตอนที่ 8 : ฟ้าเดียวหนึ่งตะวัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ธ.ค. 63

“ในเดือนหน้า ทางเมืองมัณฑยะจะส่งตัวคู่หมั้นของเจ้ามาเตรียมตัวเษกสมรสกับเจ้า ส่วนเจ้านั้นต้องหยุดสำเริงสำราญ

ได้แล้ว ทำตัวให้เป็นผู้เป็นคนอย่าให้ข้าขายหน้าไปกว่านี้”

            “ข้าไม่เห็นจะอยากแต่ง”

            “เจ้าไม่แต่งไม่ได้ ก็ในเมื่อเมืองของเราต้องผูกไมตรีกับเมืองมัณฑยะ”

            “เมืองที่มีสงครามกลางเมืองวุ่นวายแบบนั้น จะผูกไมตรีไปเพื่ออะไร”

            “เจ้านี่มันโง่เขลานัก หากเมืองนั้นสงบสุข อัญมณีมากมายจะถูกค้าขายกับเมืองเรา”

            ฟ้าเดียวนิ่งฟังหากเขาไม่อยู่ในฐานะรัชทายาทผู้ขลาดเขลาก็คงจะแย้งไปแล้วว่า ตามแนวชายแดนที่พันเอกหัสนัยฆ่าทิ้งพลเมืองชาวมัณฑยะก็สร้างความโกรธแค้นให้ผู้นำเมืองนั้นไม่น้อย แต่ด้วยความจำใจที่ไม่อาจปกป้องพลเมืองของตนได้จึงต้องวางเฉยและทำได้อย่างดีที่สุดแค่ประกาศห้ามชาวเมืองอพยพข้ามมายังดินแดนของเมืองจันทรายะ

            “จะสงบสุขเมื่อใดก็ไม่อาจรู้” องค์ฟ้าเดียวบ่นอุบ พลางยกน้ำจัณฑ์ขึ้นดื่มอย่างไม่เกรงสายตาบรรดอำมาตย์น้อยใหญ่ 

            “ท่านพ่อหมดธุระกับข้าแล้วใช่ไหม ข้าขอตัว” ฟ้าเดียวเดินซวนเซออกมา เจอกับกษมะที่ยืนรออยู่ด้านหน้าห้องโถง 

            “ข้ารำคาญเจ้าลูกคนนี้เสียจริง ถ้าไม่เป็นความประสงค์ของเมืองมัณฑยะเองละก็ ข้าจะส่งวายุหรือศดานนท์สมรสแทน”

            “น้องเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมเมืองนั้นถึงได้อยากให้องค์ฟ้าเดียวเษกสมรสกับธิดาของตัว” ทีปกา สนมฝ่ายซ้ายเอ่ยขึ้นแล้วปรายตามองผู้เป็นพี่สาว

            “ก็เพราะทางนั้นระบุแค่ว่าต้องเป็นทายาทคนโต เพราะคิดว่าจะได้ขึ้นเป็นชายาเอกไงล่ะ แต่หารู้ไม่ว่า องค์ทายาทนั้นไม่เอาไหน วัน ๆ เอาแต่ร่ำสุรานารี” ทิพปภา ผู้เป็นพี่สาวและมีจิตริษยาทั้งน้องสาวและชายาองค์อื่น ๆ อยู่ในใจที่ตัวเองมีธิดาแทนที่จะเป็นโอรสเหมือนสนมคนอื่น ๆ จึงหมดสิทธิ์แย่งชิงบัลลังก์เมืองจันทรายะไปโดยปริยาย แต่นางก็ยังไม่สิ้นหวัง เพราะนางยังสาวยังสวย หากองค์จันทรากรโปรด นางก็อาจให้กำเนิดโอรสได้อีก

            “วันนี้ปิดประชุมเท่านี้ก่อน” องค์จันทรากรผุดขึ้นยืนอย่างอารมณ์เสียหมดอารมณ์สนทนาเรื่องงานบ้านเมือง พระองค์เดินตรงไปยังเรือนเล็กส่วนพระองค์ นั่งปล่อยอารมณ์ทอดสายตามองไปยังบึงดอกบัวใหญ่สีชมพูสะพรั่ง ก่อนหันไปสั่งองครักษ์รู้ใจ

            “เจ้าช่วยตามธิษณามาพบเราหน่อย”

            “ขอรับ” สิทธิ์สักกะหายไปครู่ใหญ่ก็มาพร้อมองค์ชายาที่ยืนนิ่งลอบมองสวามีอย่างอ่อนใจ

            “รับสั่งให้ข้ามาพบ มีเรื่องอะไรร้อนใจหรือท่านพี่” เอ่ยถามทั้งที่พอจะเดาความรู้สึกของสวามีได้

            “ไหนเจ้าบอกกับพี่ว่า ฟ้าเดียวจะเลิกทำตัวเหลวไหล แล้วทำไมจนป่านนี้เขายังคงสำมะเลเทเมาไม่เลิกนิสัยแย่ ๆ แบบนั้น แล้วแบบนี้พี่จะไว้ใจให้ขึ้นครองเมืองได้อย่างไร”

            “คงตกเป็นของพันเอกหัสยะกระมัง”

            “ท่านพี่ลืมไปแล้วเหรอคะ ว่าฟ้าเดียวมีศัตรูมากมายแค่ไหน ทั้งฝ่ายโอรสของบรรดานางสนมของท่านพี่ แล้วยังมีพวกทหารที่พร้อมก่อกบฏตลอดเวลา”

            “ก็เพราะพี่รู้น่ะสิ ถึงอยากให้ฟ้าเดียวมีวิชาความรู้ติดตัวแต่เขาก็ไม่ยอมร่ำเรียนอะไรเลย”

            “น้องรับปากว่าจะไม่ทำให้ท่านพี่ต้องผิดหวัง แต่ขอเวลาน้องอีกสักหน่อย”

            “เจ้าหมายความว่ายังไงธิษณา”

            “น้องยังบอกอะไรท่านพี่ตอนนี้ไม่ได้ แต่ท่านพี่จะไม่ผิดหวังในตัวลูก” ธิษณายอบตัวลงคำนับสามี ก่อนเดินกลับออกมา ดวงตาดำขลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส

            “มีคนเสียสละเพื่อน้องด้วยชีวิต มีหรือที่น้องจะทำให้ท่านพี่ต้องผิดหวัง” พระนางธิษณากะพริบตาไล่ความอ่อนแอทรมานใจนั้นมลายหายไป แล้วเดินกลับตำหนักที่พักส่วนพระองค์

+++++++++++

เรื่องนี้ยังต้องปรับอีกเยอะมาก ทั้งภาษาพูดและสรรพนามต่าง ๆ รวมถึงข้อมูล ไรท์เขียนช้ามาก ขอบคุณนะคะหากยังมีคนติดตามอ่าน ไรท์ก็จะเข็ญให้อ่านจนถึงที่กำหนดนะคะ แต่ยังเดาไม่ได้เลยว่าจะจบยังไง 555 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น