ฟ้าเดียวหนึ่งตะวัน

ตอนที่ 14 : ฟ้าเดียวหนึ่งตะวัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 มี.ค. 64

พันเอกหัสนัยกลับจากการตรวจเยี่ยมทหารตามแนวชายแดน ครั้งนี้เขาได้อัญมณีน้ำงามเป็นของกำนัลจากผู้ลี้ภัยบางกลุ่มที่พอมีฐานะเพื่อขอข้ามพรมแดนเดินทางไปยังเมืองอื่น ๆ เพราะการค้าขายภายในเมืองมัณฑยะตามหัวเมืองย่ำแย่เต็มที เพราะพิษสงครามที่ยังก่อตัวขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน แต่ถึงเมืองมัณฑยะจะเกิดสงครามวุ่นวายแค่ไหน กองกำลังทหารของเมืองก็ยังเข้มแข็ง เพราะมีอาวุธที่ทันสมัยจากการสั่งซื้อมาจากประเทศที่พัฒนาแล้วโดยทั้งที่ถูกกฎหมายและลักลอบ เมืองจันทรายะมีทรัพยากรป่าไม้ เครื่องหนัง และการ

ประมงที่มีอาหารทะเลส่งไปยังเมืองต่าง ๆ มากมาย พันเอกหัสนัยกุมอำนาจทางทหารเบ็ดเสร็จ จนยากจะมีใครกล้าต่อกร แต่เพราะไหวพริบอันชาญฉลาดของชายาธิษณาที่ดึงกองกำลังฝ่ายในไว้สนับสนุนแต่แรก จึงทำให้พันเอกหัสนัยยังไม่กล้าเหิมเกริมยึดอำนาจเป็นผู้ครองเมืองเสียเอง เพราะการขึ้นเป็นผู้นำย่อมต้องได้รับการสนับสนุนจากข้าราชการฝ่ายใน

            พันเอกหัสนัยยังชะล่าใจว่าองค์รัชทายาทฟ้าเดียวโง่เขลาเบาปัญญา คงไม่อาจขึ้นครองเมืองเป็นผู้นำคนต่อไปได้ การที่เขาอยู่ในตำแหน่งเช่นนี้ก็ง่ายดายต่อการสนับสนุนเจ้าชายวายุขึ้นเป็นผู้นำแทน และเมื่อถึงวันเวลาที่เหมาะสม เขาพร้อมจะเป็นบ่าไหล่ให้เจ้าชายวายุขึ้นเหยียบเพื่อปกครองเมืองจันทรายะแทน 

            กษมะมีสีหน้าเคร่งเครียดเดินเข้ามาก้มศีรษะคำนับองค์รัชทายาทที่ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิทกันแค่ไหน ทว่าฐานะที่ต่างกันเขาย่อมให้เกียรติตามธรรมเนียม

            “มีอะไร” น้ำเสียงอ้อแอ้ของรัชทายาทฟ้าเดียวเอ่ยถาม ดวงหน้าแดงระเรื่อเพราะพิษน้ำจัณฑ์ที่ดื่มเข้าไปตั้งแต่เช้า รอบกายรายล้อมด้วยนางเล็ก ๆ สองสามนางที่คอยปรนนิบัติพัดวี พวกนางต่างก็สมัครใจรับใช้องค์รัชทายาทรูปงามเจ้าเสน่ห์ นางเหล่านี้ไม่สนใจหรอกว่าองค์ฟ้าเดียวจะเหลวไหลมีความเป็นผู้นำบ้านเมืองได้หรือไม่ ขอเพียงให้ชีวิตพวกนางได้อยู่อย่างสุขสบาย

เช่นทุกวันนี้เป็นพอ ความมักใหญ่ใฝ่สูงไม่ได้อยู่ในความคิดของนางไร้การศึกษาเหล่านี้ มีเพียงเรือนกายอันเย้ายวนที่พร้อมปรนนิบัติดูแลองค์รัชทายาทก็เพียงพอ

            “พวกเจ้าออกไปก่อน” ฟ้าเดียวเอ่ยไล่นางพวกนั้น ต่างก็รีบหมอบคลานกันออกไป

            “พันเอกหัสนัยกลับมาแล้ว”

            “แล้วไง พันเอกหัสนัยก็ไป ๆ มา ๆ ตลอด” ท่าทีไม่ใส่ใจทว่าแววตากลับครุ่นคิด การกลับมาของพันเอกหัสนัยในครั้งนี้คงมีจุดประสงค์เข้าร่วมงานเษกสมรสของเขากับธิดาเจ้าเมืองมัณฑยะที่จะจัดขึ้นในเร็ววันนี้

            “ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าพันเอกหัสนัยอาจมีแผนชั่วซ่อนไว้” กษมะไม่วางใจคนคดในข้องอในกระดูกอย่างนายพันเจ้าเล่ห์

            “ช่วงนี้เขาทำอะไรข้าไม่ได้หรอก เจ้าอย่าห่วงเลย แค่ช่วยดูแลทุกอย่างให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นก็พอ”

            “ธิดาท่านเจ้าเมืองจะเดินทางมาวันมะรืนนี้แล้ว ท่านไม่ตื่นเต้นหน่อยหรือที่จะได้พบหน้าว่าที่ชายา”

            “ทำไมข้าต้องตื่นเต้น ข้าไม่ได้อยากแต่งกับนาง ไม่ได้รักนาง นางเองก็ไม่ได้พอใจในตัวข้า ทุกอย่างมันเป็นเงื่อนไขทางการเมือง ไม่ใช่ความรัก”

            “ท่านจะแสวงหาความรักจากนางมายางั้นรึ นางอาจมี

ให้ท่าน แต่ท่านคงไม่อาจมีให้นางได้ หากเรื่องนี้รู้ถึงหูของว่าที่ชายาท่านคิดหรือว่านางจะยอม”

            “นางอาจไม่สนใจในตัวข้าก็เป็นได้ เสร็จพิธีก็ตัวใครตัวมัน ข้าจะไม่ยอมยุ่งเกี่ยวกับนางแม้เพียงปลายเล็บ”

            “อย่าเพิ่งกล่าวไปเลยท่าน ชายหญิงอยู่ใกล้กันก็เหมือนน้ำมันกับไฟ ยากจะห้ามไม่ให้เสน่ห์หาแก่กัน”

            องค์รัชทายาทซ่อนยิ้ม ก่อนลุกขึ้นยืนโงนเงนเตรียมเดินออกไปด้านนอกที่ประทับ

            “ท่านจะไปไหน”

            “บ้านนางมายา” องค์รัชทายาทไม่สนใจว่าสหายคนสนิทจะทักท้วงเช่นไร เพราะหัวใจของเขาอยู่ที่นางเพียงผู้เดียว 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น