ฟ้าเดียวหนึ่งตะวัน

ตอนที่ 12 : ฟ้าเดียวหนึ่งตะวัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.พ. 64

ดามานรู้สึกตัวขึ้นโดยมีนักษะกับดานัชคอยนั่งเฝ้า นักษะนั้นหลับไปนานแล้ว แต่ดานัชยังคงนั่งต้มยาสมุนไพรและคอยเช็ดตัวให้เขาในยามที่มีไข้เพ้อตลอดแทบทั้งคืน

            “ท่านฟื้นแล้ว” ดานัชรีบเข้ามาอังหลังมือบนหน้าผาก เห็นว่าตัวเริ่มเย็น “ท่านรอดตายแล้ว”

            “เจ้าช่วยชีวิตข้างั้นรึ”

            “ใช่ เราหายกัน”

            “เจ้ารู้เรื่องสมุนไพรด้วยงั้นรึ”

            “พ่อของข้าเป็นหมอยาประจำหมู่บ้าน ข้ารู้เรื่องสมุนไพรและจำชื่อสมุนไพรในขุนเขาใหญ่แห่งนี้ได้เกือบทุกชนิด” ดานัชคุยฟุ้งอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง

            “เด็กขี้โม้”

            “ข้าไม่ได้โม้ เห็นไหมล่ะว่าข้าช่วยชีวิตท่านได้จริง ๆ” เด็กน้อยยิ้มเห็นฟันขาวสะอาด จนดามานอดสงสัยไม่ได้ ผิวพรรณก็ผิดแผกจากเด็กผู้ชายทั่วไป แม้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจะดูมอมแมมแต่ก็ยังดูสะอาดกว่าของนักษะเสียด้วยซ้ำ

            “เจ้าเป็นเด็กผู้ชายที่หน้าสวย...เจ้าชื่ออะไร” ดามานมองหน้าเด็กน้อยอย่างตั้งใจพิจารณา รูปร่างคิ้วคางจมูก ดูพริ้มพรายคล้ายเด็กผู้หญิงเสียมากกว่า 

            “ข้าชื่อนิมพ์” เด็กหญิงตอบ ไม่กล้าสบตาเขานักเพราะกลัวถูกจับได้ วันหลังเห็นทีต้องหาอะไรมาพลางหน้าเสียบ้าง

            “นิมพ์...เมื่อก่อนเจ้าคงไม่ได้ลำบากนัก”

            “ใช่...พ่อข้าเป็นหมอยาที่เก่งมาก ข้ากับแม่คอยช่วยพ่อหาสมุนไพร ชีวิตของพวกเราไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องพลัดพรากหนีตายกันแบบนี้” เด็กน้อยน้ำตาคลอ

            “แล้วตอนนี้พ่อกับแม่ของเจ้าไปอยู่ที่ไหน”

            “พวกท่านเสียชีวิตจากสงคราม”

            ดามานมองเด็กน้อยแล้วเกิดความสงสารยิ่งนัก

            “เอาเถอะ เจ้าอยู่ที่นี่กับนักษะและท่านอาจารย์ไปก่อน ที่นี่คงปลอดภัยสำหรับเจ้า” ดามานพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งเพราะคิดว่าควรต้องกลับเข้าเมือง ฮาราคงช่วยคลายความสงสัยของผู้คนในเมืองได้แต่คงไม่นาน

            “ข้าต้องกลับแล้ว”

            “แต่ท่านยังอ่อนเพลียอยู่เลยนะ”

            “ข้าไม่เป็นไร ขอบใจเจ้าอีกครั้ง” เขาหันไปมองนักษะที่ตอนนี้ตื่นงัวเงียขยี้หูขยี้ตามานั่งยิ้มฟันดำมองเขา

            “เจ้าจะกลับแล้วรึ” นักษะเอ่ยถามพลางอ้าปากหาวเคี้ยวน้ำลายหยับ ๆ

            “เจ้าคนขี้เซา หากเป็นเจ้าลำพังคงปล่อยข้าตายไปแล้ว” ดามานกระตุกยิ้มก่อนพาร่างสูงเดินตรงไปแก้เชือกผูกม้าโหนตัวขึ้นควบม้าออกไปขณะที่ตะวันเริ่มทอแสงจับขอบฟ้า

            “เพื่อนของเจ้าสองคนเขาอยู่ที่ไหน” ดานัชหันมาถามนักษะที่กำลังทำท่าจะหลับอีกรอบ

            “ในเมือง” นักษะเกาหน้าตาและแข้งขาตัวเอง เพราะเนื้อตัวสกปรกมอมแมมตามประสาคนบ้านป่าสติขาด ๆ เกิน ๆ 

            “เจ้าจะอยากรู้อะไรนักหนา ข้าชักรำคาญเจ้าแล้วนะ”

            “ข้าก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมพวกเขาสองคนต้องคลุมหน้าคลุมตาราวกับเป็นโจรป่าแบบนั้น” ดานัชหันมาอีกทีนักษะก็ล้มตัวนอนขดคุดคู้อยู่บนแคร่ไม้ไผ่พร้อมกับปล่อยเสียงกรนดังสนั่น

            “เจ้าคนขี้เซา” ดานัชเดินไปเก็บหม้อต้มยาและเตรียมทำอาหารเช้าง่าย ๆ ตามประสาคนป่า ประสบการณ์แห่งการรอนแรมกลางป่ากลางเขามานานร่วมปีที่ต้องเอาตัวรอด สอนให้เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอต้องแข็งแกร่ง กินง่าย อยู่ง่าย เด็กหญิงรวบผ้าโพกศีรษะให้กระชับแน่นขึ้นอีก ก่อนเดินไปดูกับดักสัตว์ที่วางไว้ แต่วันนี้กรงดักสัตว์กลับจับได้เจ้ากระต่ายน้อยสีขาวขนฟูหน้าตาน่ารัก ดานัชรู้สึกผิดหวังที่วันนี้คงไม่มีเนื้อให้รับประทาน แต่กลับจะมีเพื่อนใหม่แทน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น