หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 42 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    8 ก.ย. 62

              เสียงข้าวของแตกกระจุยกระจายในตอนดึก ทำให้ทุกคนในบ้านพากันตื่นขึ้นมาดูด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ เฟื่องฟ้ากับพิกุลตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว กันธิชาไม่ให้ทุกคนเปิดไฟ เพราะเกรงว่าจะมีอันตรายและคนร้ายอาจรู้ตัว ชลธิษาได้แต่หลบอยู่บนห้องตามคำสั่งของคนเป็นพี่

               ในบ้านมีแต่ผู้หญิงและคนสูงอายุ คนที่แข็งแรงที่สุดก็คือ เธอ หญิงสาวหาอาวุธอะไรไม่ได้นอกจากไม้กวาดทางมะพร้าวด้ามยาว เธอดึงทางมะพร้าวออกเหลือแต่ด้ามเพื่อจะได้จับถนัดมือ กำลังจะย่องเตรียมออกจากบ้าน เพราะเสียงนั้นดังมาจากร้านอาหาร

              “หนูธาร อย่าออกไปเลยค่ะ อันตราย ข้าวของเสียหายก็ยังดีกว่าคนเป็นอะไร”

              “ไม่เป็นไร่ค่ะป้าเฟื่อง ฝากดูชลด้วยนะคะ”

              “นังพิกุล แกออกไปเป็นเพื่อนหนูธารสิ”

              “เรื่องอะไรล่ะ ฉันก็กลัวเป็นนะ”

              “งั้นข้าไปเอง”

              “ไม่ได้ทั้งคู่นั่นแหละค่ะ ถ้าเห็นหนูหายเงียบไปนาน ก็รีบโทรแจ้งตำรวจเลยนะคะ”

              “หนูธารระวังตัวด้วยนะ”

              กันธิชาย่องเงียบกริบออกไปที่ร้านอาหาร เธอเห็นเงาคนขวักไขว่สองสามคน หญิงสาวตัวเย็นเฉียบ พวกมันกำลังทุบตีข้าวของในร้านอย่างสนุกมือ มีเสียงหัวเราะชอบใจดังลอดออกมาจากกลุ่มของพวกมัน กันธิชากระชับด้ามไม้กวาดในมือแน่น รู้สึกแค้นเคืองจนแทบขาดสติ เมื่อเห็นข้าวของในการทำมาหากินเสียหายย่อยยับต่อหน้าต่อตา สิ่งที่เธอและครอบครัวสู้มานะบากบั่นกว่าจะมีวันนี้ แล้วพวกมันเป็นใคร แค้นเคืองเธอด้วยเรื่องอะไร ถึงต้องมาทำร้ายทำลายกัน

              “พอแล้วมั้ง คนสั่งเขาแค่ต้องการให้หมดทางทำมาหากิน แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง”

              “แล้วพวกมันจะยอมย้ายไปหรือเปล่า”

              “ถ้าไม่ย้าย เราก็มาใหม่สิวะ คราวนี้ก็เผามันทั้งร้านเลย ค่าจ้างจะได้งาม ๆ จริงไหมพี่”

              “รีบไปก่อนดีกว่า”

              “หยุดนะ!” กันธิชาตะโกนสวนออกไป นาทีนี้เธอไม่กลัวอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น ความโกรธพลุ่งพล่านจนลืมความกลัวหมดสิ้น ป่านนี้คนในบ้านคงโทรเรียกตำรวจแล้ว ถึงไม่โทร เธอก็ไม่กลัว!

              “พวกแกมาทำลายข้าวของในร้านฉันทำไม ฉันไปทำอะไรให้พวกแกฮะ!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของหญิงสาวตะโกนถาม

              ชายในชุดไอ้โม่งดำหันมาพร้อมกันทีเดียวสามคน เดินย่างสามขุมเข้าไปหาเธอ หญิงสาวไม่รอช้า ฟาดด้ามไม้กวาดในมือลงไปหมายที่ศีรษะใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันรับไว้ได้พร้อมกับเสียงหัวเราะ

              “เก็บแรงไว้เก็บของพรุ่งนี้ดีกว่านะจ๊ะ”

              กันธิชายกขาถีบเข้าที่กลางลำตัวจนคนพูดล้มคะมำไม่เป็นท่า อีกสองคนเตรียมกรูเข้ามา หญิงสาวกำไม้กวาดแน่นเตรียมฟาดไม่ยั้ง แล้วก็มีเสียงร้องเอะอะของคนในบ้านตะโกนออกมา

              “คุณตำรวจช่วยด้วย!

              “มีคนร้ายค่ะ คุณตำรวจ!” สองเสียงประสานกันลั่น ๆ ทำให้พวกมันจำต้องเผ่นหนี เมื่อก้าวพ้นประตูรั้วไปได้ไม่นานตำรวจก็มา แต่ทุกอย่างก็ว่างเปล่าเสียแล้ว

              “เกิดอะไรขึ้นครับ มีคนโทรแจ้งว่ามีผู้บุกรุก”

              “ค่ะ พวกมันมากันสามคน ทำลายข้าวของในร้านเสียหายเกือบหมด”

              “เชิญคุณทางนี้ครับ”

              กันธิชาให้ปากคำในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนกลับนายตำรวจรับปากว่าจะติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

              “ก็คงจับมือใครดมไม่ได้อีกตามเคย” พิกุลประชดประชัน

              หญิงสาวมีสีหน้าอิดโรย นั่งนิ่งมองเศษข้าวของที่ตกแตกกระจุยกระจาย ดวงตาแห้งผากเลื่อนลอยริมฝีปากปิดสนิทไม่พูดจากับใครทั้งสิ้น วาโย ชลธิษา เฟื่องฟ้าและพิกุล ต่างก็ทอดถอนใจ ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี แล้วทำไมต้องพังลงไม่เป็นท่าแบบนี้ กันธิชาเคยไปมีเรื่องมีราวกับใครที่ไหน ต่างก็นึกกันไปสารพัด แต่ก็ไม่มีใครนึกออก

              “พวกมันต้องการอะไรจากเรา”

              “เท่าที่ธารได้ยิน มันอยากให้ร้านอาหารขาดทุนย่อยยับ แล้วก็ย้ายออกไปจากที่นี่”

              “เป็นพวกนายทุนที่อยากได้ที่ดินร้านอาหารนี้หรือเปล่า และถ้าเป็นแบบนั้นจริง มันจะเป็นใครไปไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่นายเธียรวิชญ์”

              “เฮอะ! หมายความว่าแกล้งมาทำดีกับพวกเรา แล้วก็มาตลบหลังงั้นเรอะ”

              “คงไม่ใช่หรอกน่ะนังพิกุล ป้าว่าเราอย่าเพิ่งไปโทษคุณเธียรวิชญ์แกเลยนะพ่อโย อาจจะเป็นพวกที่มันอิจฉาร้านเราขายดีกว่าร้านของเขาก็ได้”

              “นั่นสิคะพี่โย ตอนนี้เรายังสรุปอะไรไม่ได้หรอกค่ะ ชลว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจสืบหาตัวคนร้ายดีกว่า”

++++++++++++


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น