หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 41 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 ก.ย. 62

              กันธิชารีบหาข้อลบล้าง

              “ถ้าคุณเป็นอะไรไป มีหวังร้านฉันก็เป็นข่าวใหญ่อีกน่ะสิคะ แล้วก็สงสารคุณแม่คุณด้วยต้องอยู่คนเดียว”

              ไม่ว่าจะพูดอะไรก็เข้าทางคนเจ้าเล่ห์หมด

              “งั้นก็ไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ผมสิครับ”

              “เรื่องอะไรคะ บ้านฉันก็มี”

              “วันข้างหน้า ผมจะทำให้คุณไปอยู่บ้านผมให้ได้” เขากล่าวหนักแน่น จริงจัง ทำเอาหญิงสาวหน้าแดงแล้วก็เขียวตามมาทันที

              “หายปวดแล้วใช่ไหมคะ งั้นก็กลับไปได้แล้ว”  เห็นเธอเป็นอะไร นึกจะพูดเล่นก็พูด

              “ผมมาขอข้าวฟรีกินสักมื้อ ตามที่คุณเคยสัญญาไงครับ”

              หญิงสาวหมดปัญญาจะต่อล้อต่อเถียงกับคนลื่นเป็นปลาไหล

              “ก็ได้ค่ะ งั้นวันนี้ทานยำนะคะ ฉันจะได้เอาน้ำมะนาวที่เหลือในถ้วย ทำเป็นน้ำยำซะเลย” หญิงสาวปรายตามองน้ำมะนาวในถ้วย แล้วอดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าสะอิดสะเอียนของเขา...


              จันทร์รวีพยายามทำตัวสงบเสงี่ยมอย่างยิ่งแม้จะได้ยินจากปากของคุณภคพรว่า เมื่อหลายวันก่อนเธียรวิชญ์พานางไปรับประทานอาหารที่ร้านของกันธิชา

              “คุณป้าน่าจะชวนรวีด้วยนะคะ รวีสนิทกับคุณธารค่ะ” รอยยิ้มแจ่มใสปรากฏอยู่บนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีสวยหวานชวนมอง

              “นั่นสิ ป้าก็ลืมไป เห็นหนูธารพูดถึงหนูรวีอยู่เหมือนกัน” ถ้อยคำเรียกขานดูเอ็นดูเทียบเสมอกับเธอ อกจันทร์รวีแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงเพราะความไม่พอใจ

              “คุณธารคงดูแลคุณป้าเป็นอย่างดีเลยสินะคะ”

              “จ้ะ หนูธารนี่เก่งนะ เล่นดนตรีก็เพราะ ทำอาหารก็อร่อย ก่อนกลับฝากขนมช่อมะลิซ้อนมาให้ด้วย รสชาติดีเชียวแหละ” คำพูดชื่นชมยกย่องไม่ขาดปาก ทำให้จันทร์รวีรู้สึกราวกับมีกรดเปรี้ยวแล่นมาจุกที่ลำคอจนอยากอาเจียน

              “นั่นสิคะ” กลืนกรดเปรี้ยวนั้นลงไป แล้วปั้นรอยยิ้มเห็นพ้อง

              “วันหลัง รวีจะพาคุณป้าไปอีกนะคะ”

              “จ้ะ แต่คงต้องรอพี่เธียรเขาด้วย รายนั้นคงเคืองน่าดู ถ้าเราจะไปกันโดยไม่บอก” คุณภคพรกำลังเรียนแก้เงื่อนที่ตนเองกำลังผูก เมื่อเห็นประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าบุตรชายมิได้พึงใจต่อหญิงสาวตรงหน้าแต่กลับให้ความสนใจกับผู้หญิงอีกคน นางก็ต้องแสดงออกให้ฝ่ายนี้รู้ แม้จะดูเป็นการโหดร้ายแต่ก็ยังดีกว่าปล่อยทิ้งไว้ให้บอบช้ำมากไปกว่านี้ คุณภคพรลำบากใจเหลือเกินที่จะกล่าวประโยคต่อไป เพราะใจยังนึกเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้านางนี้มากกว่า

              “หนูรวีจ๊ะ” น้ำเสียงที่เรียกอ่อนโยน ดวงตาสบประสานอีกฝ่าย

              “ป้าต้องขอโทษหนู และคุณพ่อคุณแม่หนูด้วย”

              “เรื่องอะไรคะ” คำถามรัวเร็ว ตกใจ

              “เรื่องเจ้าเธียรนั่นแหละ” คุณภคพรผ่อนลมหายใจยาวลึก “ป้ามาคิด ๆ ดูแล้ว เอ่อ...ป้าจะไม่บังคับเจ้าเธียรอีก”

              “หมายความว่ายังไงคะคุณป้า”

              “หนูรวีเองก็คงรู้ ว่าเจ้าเธียรคิดและรู้สึกอย่างไรกับหนู ผิดที่ป้าเองยังคอยดันทุรัง” นางรู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองเป็นนักล่าที่กำลังทรมานสัตว์ในมือให้บาดเจ็บทุรนทุราย

              “ป้าขอโทษหนูจริง ๆ จ้ะ แต่ถึงยังไงหนูก็ยังเป็นน้องพี่เธียร เป็นหลานป้าอยู่เสมอ”

              “ป้าเคยคิดว่าจะบังคับใจเจ้าเธียรมันได้ แต่ตอนนี้ป้าคงหมดปัญญา” เมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาว คุณภคพรก็ยิ่งใจเสียที่ตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

              “ตัดใจจากพี่เธียรเขาเถอะนะลูก ป้าไม่อยากเห็นหนูเสียใจไปมากกว่านี้”

              จันทร์รวีหน้าเผือดลง หมดกัน ความหวังที่คิดว่าจะได้คุณภคพรเป็นกองหนุนคนสำคัญ สองแม่ลูกเห็นเธอเป็นตัวอะไร นึกจะหยิบจับไปวางตรงไหนก็ทำ เมื่อคิดจะขว้างปาก็ทำได้อย่างไม่ปรานี คิดว่าเธอไร้ความรู้สึกหรืออย่างไร

              “ค่ะ รวีจะพยายามนะคะ แต่รวีขออนุญาตมาหาคุณป้าบ่อย ๆ ได้ไหมคะ”

              “ได้สิจ๊ะ หนูอยากมาหาป้าเมื่อไหร่ก็มาได้เลย”

              คุณภคพรมองหญิงสาวอย่างนึกสงสาร ทำไมนะบุตรชายของนางจึงไม่รู้สึกรักใคร่ชอบพอเธอคนนี้ทั้งที่อ่อนหวาน สะสวย อีกทั้งฐานะก็คู่ควรเหมาะสมกัน นี่สินะที่เขาเรียกว่า พรหมลิขิต

              “แล้วป้า จะเข้าไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของหนูนะ ท่านจะได้เข้าใจ”

              “เอ่อ...ไม่ต้องหรอกค่ะคุณป้า” ขืนให้เข้าไป ทุกคนในบ้านก็จะรู้หมดว่าเธอ แพ้อีกแล้ว

              “ท่านเข้าใจค่ะ รวีเองก็เคยคุยกับท่านเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ท่านไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ท่านแล้วแต่รวี”

              “เหรอจ๊ะสีหน้าของคุณภคพรคลายกังวลลง “แล้วหนูรวีจะโกรธพี่เธียรเขาไหม”

              “ไม่หรอกค่ะ เรื่องแบบนี้บังคับใจกันไม่ได้ ถึงพี่เธียรจะไม่รักรวีแบบคนรัก แต่พี่เธียรก็รักรวีแบบน้องสาวได้นี่คะ รวีเองก็อยากมีพี่ชาย”

              “หนูรวี” คุณภคพรกางแขนออก รอรับเนื้อตัวนุ่มนิ่มของหญิงสาวที่สวมกอดลงมาเช่นกัน น้ำเสียงและกริยาโอนอ่อนผ่อนตามเข้าใจทุกอย่าง มีก็แต่ ใจที่โต้แย้งจริงจัง ดวงตาแข็งกร้าวเปล่งประกายจนน่ากลัว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจุดขึ้นบนใบหน้าลออใสอ่อนหวานขณะซุกแนบกับอกของผู้สูงวัย

              “ได้ยินแบบนี้ป้าค่อยสบายใจหน่อย”

              “งั้นระวีขอตัวกลับก่อนนะคะคุณป้า” หญิงสาวยกมือไหว้และลดมือลงแทบจะทันที คุณภคพรยังไม่ทันรับไหว้ดี กริยานั้นสร้างความประหลาดใจให้เจ้าของบ้านอาวุโสไม่น้อย

              สงสัยจะมีธุระด่วน

              เมื่อเข้ามาในรถ จันทร์รวีแผดเสียงร้องก้องรถ มือเรียวสวยทุบไปบนขอบพวงมาลัย ใบหน้าบูดเบี้ยวเสียโฉมแห่งความงดงาม ริมฝีปากบางสวยกัดเม้มจนเป็นรอยแดงช้ำ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความอาฆาต

              “ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้แก นังธาร!

              หญิงสาวบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องก่อนขับออกไปด้วยความเร็วสูงมาเกือบตลอดเส้นทาง และเมื่อใกล้จะถึงซอยทางเข้าบ้าน มีผู้ชายคนหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากทางแยก จันทร์รวีเหยียบเบรกจนมิดแล้วหักหลบ เมื่อรถจอดก็รีบลงจากรถมาต่อว่าทันที

              “เดินแบบนี้อยากตายหรือไงฮะ! ไอ้สวะ” ชายผู้นั้นรีบลุกขึ้นยืน ข้อมือและข้อศอกมีรอยแผลถลอกหลายแห่งปราศจากคำพูด เขากลับพินิจพิจารณาใบหน้าของหญิงสาวอย่างเต็มตา

              “มองอะไร แกผิดเองที่เดินตัดหน้ารถฉัน”

              “ครับ” เขารับคำง่ายดาย จนจันทร์รวีเองยังรู้สึกแปลกใจ

              “ดีนี่ คราวหลังถ้าอยากตายก็อย่าให้คนอื่นเขาเดือดร้อน เข้าใจไหม” หญิงสาวพูดด้วยอารมณ์กราดเกรี้ยวที่สะสมมาจากบ้านคุณภคพร

              “ขอโทษครับที่ทำให้คุณตกใจ”

              หญิงสาวควักเงินจำนวนหนึ่งในกระเป๋าส่งให้

              “ไปหายาใส่ซะ ถ้าหวังจะเรียกค่าทำขวัญจากฉันละก็ ไม่มีทาง”

              นอกจากจะไม่รับเงินนั้นแล้ว เขายังเดินห่างออกไปโดยไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว

              “ดี จองหองดีนักก็อย่าเอาเลย” จันทร์รวีเก็บเงินลงกระเป๋าแล้วขับรถผ่านเขาไปก่อนเลี้ยวเข้าบ้าน ชายผู้นั้นมองตามรถของเธอจนลับตา เจ็บตัว แต่ก็คุ้มเขายิ้มซีดเซียวให้กับตัวเอง แล้วเดินกลับเข้าไปในซอยเล็กเมื่อครู่ก่อนหายาใส่แผลรักษาทั้งกายและใจตัวเอง

++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น