หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 36 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 ก.ย. 62

              จันทร์รวีรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่รู้ว่าเธียรวิชญ์มักไปมาหาสู่ที่ร้านอาหารของกันธิชาแทบทุกวันเป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์มาแล้ว แต่ทุกอย่างถูกเก็บซ่อนในดวงตาสวยหวานคู่นั้น

              “รวีมากวนพี่เธียรหรือเปล่าคะ”

              “ไม่ครับ”

              “รวีจะเข้ามาดูพี่เธียรว่าวันนี้ออกไปไหนหรือเปล่า ถ้าไม่มีรวีอยากชวนพี่เธียรไปดูเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องทำงานของรวีที่โรงแรมน่ะค่ะ”

              “รวีจะเข้าไปช่วยคุณพ่อทำงานแล้วเหรอครับ”

              “ค่ะ ตอนนี้พี่ศศิดูแลคนเดียวไม่ไหวเลยจะให้เข้าไปช่วยจริงจัง ที่ผ่านมาก็แค่ช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่รวีก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก รวีไม่เก่งเหมือนพี่ศศิหรอกค่ะ” มีแววตัดพ้อในน้ำเสียงนั้นแต่แววตากลับซ่อนประกายบางอย่าง

              “น้องรวีอย่าดูถูกตัวเองสิครับ คนเรามีความสามารถแตกต่างกัน คุณศศิอาจจะเก่งด้านการบริหาร แต่พี่ว่ารวีน่ะเก่งด้านการประชาสัมพันธ์ การดูแลลูกค้า”

              “ขอบคุณพี่เธียรมากนะคะที่ให้กำลังใจรวี แต่พี่เธียรไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงรวีจะเข้าไปทำงานที่โรงแรม รวีก็จะเข้ามาช่วยดูด้านแพ็กเก็จจิ้ง ตามที่รับปากพี่เธียรไว้”

              “ขอบคุณน้องรวีมากครับ ช่วงนี้พี่ก็ว่าจะหาเวลาเข้าไปคุยกับคุณธารเรื่องสูตรอาหารให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที จะได้ยื่นเรื่องจดทะเบียนให้เรียบร้อย”

              “งั้นถ้าพี่เธียรจะไปวันไหนให้รวีไปด้วยได้ไหมคะ”

              “เอาไว้พี่จะบอกอีกทีนะ”

              “แล้ววันนี้พี่เธียรว่างพอที่จะไปช่วยรวีเลือกเฟอร์นิเจอร์ไหมคะ”

              “ได้สิ แต่พี่มีเวลาแค่ชั่วโมงเดียวนะ บังเอิญพี่มีธุระต้องไปทำต่อ”

              จันทร์รวีใคร่รู้นักว่าเขามีนัดกับใครและทำอะไร แต่ก็เลือกที่จะนิ่ง ผู้หญิงจุ้นจ้านเรื่องมากอาจดูไม่น่ารักในสายตาของผู้ชายอย่างเธียรวิชญ์ เธอจึงต้องทำทีเป็นไม่สนใจเรื่องส่วนตัวของเขามากจนเกินไป             

              “ก็ได้ค่ะ แค่นี้รวีก็รบกวนพี่เธียรมากแล้ว”

              เธียรวิชญ์พาจันทร์รวีไปเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สองสามชิ้นสำหรับแต่งห้องทำงาน หลังจากนั้นเขาก็รีบขับรถไปที่ร้านสอนดนตรีของลูกน้องที่ทำงานทันที

 

              คุณภคพรเห็นบุตรชายกลับบ้านมืดค่ำแทบทุกวันก็เกิดความสงสัยว่าแอบไปทำอะไร จะว่าเป็นเรื่องงานหรือมีนัดกับจันทร์รวีก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเท่าที่เคยสอบถามจากสุดเขต บุตรชายก็เลิกงานตามเวลาปกตินอกจากจะมีงานด่วน เมื่อเห็นท่าผิดปกติจึงคิดจะสอบถามให้รู้ความจริง แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวนางก็ต้องรับรู้ทุกเรื่องของบุตรชาย

              “หยุดคุยกับแม่ก่อนเจ้าเธียร”

              เธียรวิชญ์ชะงักเมื่อได้ยินเสียงแข็ง ๆ ของมารดา เขาหย่อนตัวลงนั่งท่าทีไม่ทุกข์ร้อน เพราะรู้ใจกันดีถึงผู้ให้กำเนิดจะเอ็ดตะโรใส่เขาแค่ไหน เดี๋ยวก็ดีกัน คนเป็นแม่ไม่เคยโกรธบุตรชายข้ามวัน ส่วนเขานั้นอาจจะแค่ หงุดหงิดแต่ก็ไม่เคยโกรธมารดาจริงจังสักครั้ง อีกอย่างเขาก็มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด

              “คุณแม่มีอะไรครับ” ปากก็ว่าแต่สายตากลับให้ความสนใจกับรายการข่าวในโทรทัศน์ ทำให้คุณภคพรลุกเข้าไปนั่งข้างบุตรชายแล้วฟาดมือลงไปที่ต้นแขนไม่แรงแต่ก็ไม่เบานัก

              “อุ้ย!” เธียรวิชญ์แกล้งทำเป็นสะดุ้งราวกับเจ็บนักหนา “คุณแม่ตีผมทำไมครับ ผมทำอะไรผิดเนี่ย”

              “กลับบ้านค่ำมืดแทบทุกวัน ปล่อยให้แม่ต้องนั่งรอ แกไปทำอะไร ที่ไหน กับใคร บอกแม่มาเดี๋ยวนี้นะ”

              สายตาของบุตรชายเบิกกว้างจ้องหน้ามารดาไม่กระพริบใบหน้ากลั้นยิ้ม

              “นี่คุณแม่เป็นทนายตั้งแต่เมื่อไรครับ”

              “เล่าความจริงมาเดี๋ยวนี้”

              บุตรชายนอนพิงพนักโซฟาเหยียดปลายเท้าสบาย ๆ ท่าทางไม่เดือดร้อนกับคำถามที่ได้ยิน

              “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่หาเวลาพักผ่อนให้กับตัวเองบ้างก็เท่านั้น”

              “แล้วทำไมไม่กลับบ้าน แกไปทำอะไร” คุณภคพรหน้างอง้ำ ยากเย็นกับการรู้คำตอบ

              “ก็แค่ไปเล่นกีฬา เล่นดนตรีกับเพื่อนนิดหน่อยครับ”

คำตอบของบุตรชายหาได้ทำให้คุณภคพรพอใจ นางรู้ว่าคำตอบที่ได้ หลบเลี่ยงเสียมากกว่า

              “แม่ต้องการความจริง”

              ชายหนุ่มถอนใจ เขาเองก็อยากบอกความจริง แต่บอกแล้วเกรงว่าเรื่องจะ ยืดยาวเสียมากกว่า

              “ถ้าแกไม่บอก แม่จะให้นายภาคไปสืบ”

              ชายหนุ่มถอนใจยาวอย่างเหนื่อยอ่อนอีกครั้ง เขาปิดบังอะไรมารดาไม่เคยได้สินะ

              “ผมไปหัดเล่นกีตาร์มาครับ เพราะผมอยากเล่นให้เก่งเหมือนคุณธาร บางวันก็ไปทานข้าวที่ร้านของเธอ ผมชอบคุณธาร คุณแม่เข้าใจชัดเจนหรือยังครับ” เมื่อหลบเลี่ยงไม่ได้ ก็พูดความจริงเสียให้หมดไปทีเดียว บางทีก็ เบื่อจะแก้ตัว

              “เจ้าเธียร!” คุณภคพรเสียงหลง ปากกับจมูกแทบจะติดกันเพราะความโมโหบุตรชาย

              “นี่แกชอบแม่หนูคนนั้นจริง ๆ หรือเนี่ย ชอบจริง ๆ ใช่ไหม” คุณภคพรถามย้ำเสียงดังสีหน้าคาดคั้น

              “ครับ” รับคำง่ายดาย “เราคุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะครับ ผมขอเลือกคู่ชีวิตของผมเองนะครับคุณแม่”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น