หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 3 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    27 ก.ค. 62

            หญิงสาวเจ้าของร่างสูงสมส่วนไม่อรชรบอบบางเหมือนสาวสมัยใหม่ทั่วไปในยุคปัจจุบัน แต่กลับดูคล่องแคล่วทะมัดทะแมง แววตาฉายชัดถึงความมุ่งมั่น จริงจัง ทว่าเคลือบไปด้วยรอยหม่นน้อย ๆ เส้นไหมสีดำบนศีรษะถูกมัดรวบไว้ง่าย ๆ รับกับใบหน้ารูปวงรีเรียวมนดูเหมาะเจาะ แม้ไม่สวยหยาดเยิ้มแต่หากพิศมองก็เพลินตา เธอกำลังก้าวพ้นแนวเขตรั้วของบ้านเข้ามาด้วยท่าทางไม่กระฉับกระเฉงแจ่มใสเหมือนตอนออกไป กริยานี้จะเป็นที่คุ้นชินกับบุคคลใกล้ชิดในบ้านเป็นอย่างดี แม้จะไม่มีคำถาม แต่ทุกคนก็รับรู้คำตอบได้จากสีหน้าของเธอ

            “หนูธารกลับมาแล้ว” เสียงของแม่ครัวสูงวัยร้องขึ้นอย่างดีใจ เมื่อเห็นหญิงสาวถือกีตาร์เดินไต่สะพานข้ามคูน้ำเล็ก ๆ เดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าปราศจากรอยยิ้ม

            “กลับมาเสียทีนะคะ เกิดเรื่องแล้วค่ะ”

               “มีอะไรเหรอคะป้าพิกุล”

               “ก็ไอ้หรั่งเด็กเสิร์ฟที่เรารับเข้ามาเมื่อเดือนก่อน มันเข้าไปขโมยเงินในร้านหายไปหลายบาทเลย พอหนูชลไปเจอเข้ามันก็รีบเผ่นหนีไป ป้ากับนังพิกุลก็ตามไม่ทัน”

               “แล้วชลเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ดวงตาคนถามเบิกกว้างขึ้นทันทีไม่มีเค้าเซื่องซึมให้เห็น

               “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คงแค่ตกใจ”

               กันธิชาไม่รอช้าวิ่งก้าวยาว ๆ เข้าไปในบ้าน เห็นชลธิษาซึ่งเป็นน้องสาวกำลังนั่งอยู่บนรถเข็นด้วยสีหน้าเป็นกังวล

               “พี่ธาร”

               “พี่กลับมาแล้ว ชลไม่เป็นไรใช่ไหม” ถามพลางกวาดสายตาสำรวจเรือนร่างของผู้เป็นน้องสาว

               “ไม่ค่ะแต่หรั่งขโมยเงินไปเกือบหมด เงินที่ขายอาหารได้เมื่อวาน”

               “ไม่เป็นไรหรอกนะ แค่น้องพี่ไม่เป็นอะไรพี่ก็ดีใจแล้ว ขอบคุณป้าพิกุลกับป้าเฟื่องฟ้ามากนะคะที่ช่วยดูแลชล”

            “แล้วพี่โยล่ะคะ” หญิงสาวหมายถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเขาทำหน้าที่สารพัดประโยชน์ในร้าน ถึงแม้เขาจะเรียนจบแล้ว แต่ก็ยังเทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพกับราชบุรี เพราะต้องไปดูแลอาชีพหลักของครอบครัวที่ประกอบธุรกิจเล็ก ๆ เกี่ยวกับฟาร์มโคนม ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นห่วงเธอด้วย หลังจากเธอต้องหยุดเรียนเพราะสูญเสียมารดา เขาก็ขันอาสามาช่วยดูแลทุกคนเท่าที่จะทำได้ และเคยเอ่ยปากจะช่วยส่งเสียให้กันธิชาเรียนต่อ แต่หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง เจ้าตัวเลยทำได้ดีที่สุดก็แค่มาช่วยงานในร้าน

               “วันนี้ร้านปิด คุณโยก็เลยกลับบ้าน เห็นว่ามะรืนก็กลับ”

               “เราจะเอายังไงกับหรั่งดีคะพี่ธาร”

               “ก็คงต้องแจ้งความ เขาจะไม่ได้รับโอกาสจากที่นี่อีก”

            “วุ้ย! อย่าไปให้โอกาสมันอีกเลยค่ะ คนแบบนั้น เลวจริง ๆ เนรคุณกับคนที่ช่วยเหลือตัวเองได้”

               น้ำเสียงพิกุลกระแทกกระทั้นไม่พอใจ

               หรั่ง คือเด็กหนุ่มลูกครึ่งที่ชะตาชีวิตไม่สวยงามนัก เขาเพิ่งออกจากสถานพินิจมาได้ไม่นานและมาขอทำงานที่ร้านอาหารของกันธิชา เธอตัดสินใจรับเขาเข้าทำงานเพียงเพราะอยากให้โอกาสกลับเนื้อกลับตัว แต่มาทำงานได้แค่เดือนกว่า ๆ ก็กลับไปทำพฤติกรรมเช่นเดิมอีก

               กันธิชาเดินไปมองร้านอาหารครัวไทยที่ก่อสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของมารดา โดยมีเธอและชลธิษาคอยเป็นกำลังใจ กว่าจะมีวันนี้ เธอและชลธิษาผ่านอะไรมามากมาย แม้จะเป็นเพียงร้านอาหารเล็ก ๆ แต่ก็มีรายได้พอส่งให้ชลธิษาเรียนมหาวิทยาลัยส่วนตัวเธอนั้นเรียนได้แค่ชั้นปีที่สาม เพราะมารดาของเธอเสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อนด้วยโรคร้าย เธอจึงต้องรับภาระดูแลทุกอย่างเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนมารดา ขอบตาที่แห้งผากเริ่มร้อนผ่าว นัยน์ตาไหวระริกจากความรู้สึกบีบคั้นภายใน แสงไฟสลัวยามโพล้เพล้ทำให้มองเห็นเงาดำตะคุ่ม ๆ อยู่บริเวณทางเดินที่ทำจากสะพานไม้เพื่อเดินข้ามคูน้ำมายังส่วนของร้านอาหาร

+++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น