หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 21 : ทำความรู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 ส.ค. 62

               วันรุ่งขึ้นจันทร์รวีเข้าไปพบเธียรวิชญ์ที่บริษัท ซึ่งเขากำลังจะเก็บของเพื่อไปตามนัดกับสุดเขต

               “พี่เธียรกำลังจะไปไหนเหรอคะ รวีว่าจะมาชวนพี่เธียรไปทานข้าวที่ร้านคุณกันธิชาซะหน่อย” ขณะที่พูดก็ลอบสังเกตชายหนุ่มไปด้วย เขารู้ดีว่ามารดาคงรายงานทุกอย่างให้เธอรู้เรื่องหมดแล้ว และที่เธอมาที่นี่ก็คงเพราะ รู้เรื่องอันที่จริงเมื่อวานถ้าเขาจะโกหกมารดาก็ย่อมได้ แต่ที่เขาเลือกไม่ทำเช่นนั้น เพราะเขาต้องการให้เกียรติกันธิชา หากเขาจะคบกับเธอทุกคนต้องรับรู้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องหลบซ่อนปิดบัง

               “พี่กำลังจะไปที่ร้านคุณธารอยู่พอดี” เธียรวิชญ์มองหน้าหญิงสาว “รวีคงคุยกับคุณแม่พี่แล้ว”

               จันทร์รวีรู้สึกหน้าม้านขึ้นทันที เมื่อเขารู้ทันความคิดเธอ

               “รวีแค่อยากลองใจพี่เธียรดูน่ะค่ะ” หญิงสาวพยายามตอบให้นุ่มนวลหวานหูที่สุด

               “ถ้ารวีอยากไปจริง ๆ พี่ก็ไม่ว่า แต่คราวหลังมีอะไรก็พูดกับพี่ตรง ๆ”

               ชายหนุ่มเดินลงไปที่ลานจอดรถโดยมีจันทร์รวีเดินตามมาใกล้ ๆ นายภาคกับสุดเขตยืนรออยู่ที่รถ

               “อย่ากลับดึกนะครับคุณเธียร ทราบว่าไปที่ร้านเดิมด้วย” นายภาคเตือนเจ้านายหนุ่มอย่างห่วงใย

               “ฝากคุณแม่ด้วยนะ”

               ทั้งหมดนั่งรถขับออกไป นายภาคยกโทรศัพท์หาใครบางคนทันที

               “คุณเธียรกำลังขับรถออกไป อย่าให้พลาดล่ะ!” ประโยคท้ายเขาเน้นย้ำจริงจัง...


               บุคคลทั้งสามสนทนากันบ้างในรถโดยมีสุดเขตคอยชวนคุยโน่นนี่ ถึงยังไงเขาก็อยากเห็นรอยยิ้มหวาน ๆ บนใบหน้าของจันทร์รวีมากกว่าสีหน้าเรียบเฉย มึนตึง

               “คุณรวีกับคุณธารต้องร่วมงานกัน ดีเหมือนกันนะครับ ทำความรู้จักกันไว้แต่เนิ่น เผื่อมีอะไรจะได้ปรึกษากัน”

               “เอ๊ะ! ใครเหรอคะคุณธาร” หญิงสาวมีสีหน้างุนงงเพราะไม่เคยคุ้นกับชื่อนี้มาก่อน สุดเขตจึงขยายความ

               “ผมหมายถึงคุณกันธิชาน่ะแหละครับ”

               “อ๋อค่ะ แต่ไม่รู้ว่าคุณธารจะอยากคุยกับรวีหรือเปล่านะคะ”

               “โฮ้ย! ไม่ต้องห่วงหรอกครับ รายนั้นเป็นมิตรเข้ากับคนง่าย” สุดเขตพูดเหมือนรู้จักกันธิชาดีนักหนา ยิ่งทำให้จันทร์รวีเริ่มไม่พอใจหนักขึ้นอีก แต่ทุกอย่างก็ถูกเก็บซ่อนอย่างมิดชิด

               “ท่าทางคุณสุดเขตจะรู้จักคุณธารดีเหลือเกินนะคะ แบบนี้พี่เธียรเองก็คงรู้จักคุณธารดีด้วยเช่นกัน”

               “ไม่มากนักหรอกครับ” คนถูกถามตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ประกายตาสดใส

               “มันกำลังพยายามทำความรู้จักให้มากขึ้นอยู่นี่ไงครับ” สุดเขตแทบจะกัดลิ้นตัวเองที่พลั้งปากออกไป เล่นเอาจันทร์รวีเงียบกริบ แต่เธียร

วิชญ์กลับทำเหมือนเพื่อนไม่ได้พูดอะไรผิด

               “คุณธารใจดีอย่างที่ไอ้เขตมันพูดน่ะแหละ รวีไม่ต้องห่วงนะ” เขาไม่ได้แก้ต่างให้ตัวเองแต่อย่างใด กลับเห็นด้วยกับคำพูดของสุดเขตเสียด้วยซ้ำ

               “ฟังจากพี่เธียรพูด รวีชักอยากเห็นตัวจริงคุณธารซะแล้วสิคะ คงจะสวยน่ารักน่าดู”

               ระหว่างนั้นธาวินสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์คันหนึ่งแล่นตามเขามาห่าง ๆ นานแล้ว แต่ก่อนจะถึงร้านอาหารไม่กี่เมตร รถจักรยานยนต์คันนั้นก็หายลับไป เธียรวิชญ์หยุดรถทันที

               “มีอะไรวะเธียร”

               “มีรถจักรยานยนต์ขับตามเรามา”

               “อ้าว! แล้วทำไงดี แจ้งตำรวจเลยไหม”

               “นั่นสิคะพี่เธียร มันอาจจะลอบดูพวกเราอยู่แถวนี้ก็ได้นะคะ” จันทร์รวีเหลียวซ้ายแลขวาไปรอบรถ

               “ฉันว่าแกโทรแจ้งตำรวจหรือไม่ก็บอกนายภาคดีไหม”

               เธียรวิชญ์นิ่งคิดก่อนกดโทรศัพท์หานายภาค

               “นายกำลังทำอะไรบอกฉันมาเดี๋ยวนี้”

               “ฉันรู้ว่านายหวังดี แต่ทำแบบนี้ฉันอึดอัด”

               “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เรียกคนของนายกลับไป”

               “งั้นก็ตามใจนาย”

               เธียรวิชญ์วางสายลงท่ามกลางความแคลงใจของคนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ดูเหมือนเขาจะไม่กังวลใจใด ๆ

               “คนของนายภาคที่ให้สะกดรอยตามพวกเรา”

               “แหม! ลูกน้องแกคนนี้รักเจ้านายจริง ๆ ขนาดตัวเองตามมาไม่ได้ ยังให้ลูกน้องสะกดรอยตาม”

               เธียรวิชญ์ขับรถต่อไปจนถึงร้านอาหาร เมื่อจอดรถเรียบร้อยทุกคนลงจากรถแต่ยังยืนรอเขาอยู่

               “เข้าไปข้างในกันเถอะ”

               เสียงเพลงจากเครื่องดนตรีสากลกำลังเล่นเพลงคุ้นหูสำหรับชายหนุ่มสองคนที่เดินเข้ามายกเว้นจันทร์รวี เธอเหลือบซ้ายแลขวาราวกับกำลังหวาดหวั่นกับอะไรบางอย่าง

               “ถ้ากลัวพี่จะพากลับไปส่งบ้าน”

               “เปล่าหรอกค่ะ แค่รู้สึกไม่ชินกับบรรยากาศ”

               อิฐเข้ามาต้อนรับพวกเขาและพาไปที่โต๊ะที่จัดไว้เป็นพิเศษ กันธิชายังเล่นดนตรีต่ออีกสองเพลงแล้วจึงมาทักทายลูกค้าโต๊ะพิเศษ

               “อาหารอร่อยไหมคะ”

               “อร่อยมากครับ เพลงก็เพราะ ผมล้างท้องมาตั้งแต่พักกลางวันแล้วครับ”

               “รวีนี่คุณกันธิชาหรือคุณธาร เจ้าของร้านอาหาร ที่รวีต้องร่วมงานด้วย ส่วนนี่จันทร์รวี ผมจะให้ดูแลส่วนของแพ็กเก็จจิ้งครับ” เธียรวิชญ์แนะนำ ขณะนั้นจันทร์รวีก็ลอบมองสำรวจหญิงสาวอย่างเต็มตา กันธิชาไม่มีอะไรสวยโดดเด่นไปกว่าเธอเลย ดูเป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น บนใบหน้าปราศจากเครื่องสำอางจัดจ้าน เหมือนผู้หญิงที่ไม่รักสวยรักงามสักเท่าไร แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอสะดุดตาก็คือใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาและรอยยิ้มที่ดูเปิดเผย ชวนมอง

               “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณธาร ขอเรียกตามพี่เธียรนะคะ เห็นพี่เธียรพูดถึงคุณธารให้ฟังอยู่บ่อย ๆ จนรวีอยากเห็นหน้า คุณธารเธอน่ารักจริง ๆ แหละค่ะพี่เธียร” จันทร์รวีเอื้อมมือไปสัมผัสต้นแขนของชายหนุ่มอย่างสนิทสนม

++++++++++++++

นั่งนอนเฝ้าลุ้นยอดโหลดอยู่จ้า 5555  โปรหมด 21 ส.ค. นะจ๊ะรีบไปสอยกันน๊าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น