หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 20 : เด็กเสริ์ฟจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    14 ส.ค. 62

เช้าวันรุ่งขึ้นเธียรวิชญ์ตื่นมาออกกำลังกายแต่เช้าเช่นเคย นายภาคกำลังเช็ดทำความสะอาดรถ

“ตื่นเช้าจังนะครับคุณเธียร วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอครับ”

“นายภาคเองก็เหมือนกัน เช็ดรถทำไมแต่เช้า”

“คุณท่านจะให้ผมขับไปส่งที่งานอะไรสักอย่างนี่แหละครับ คุณเธียรจะออกไปไหนหรือเปล่าครับ”

“ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน”

“อย่าลืมนะครับ ว่าคุณต้องระวังตัว ห้ามประมาทเด็ดขาด”

“ตอนนี้ตำรวจตามหาตัวคนร้ายให้ควั่ก มันคงไม่มีอารมณ์ตามฆ่าฉันหรอกมั้ง”

“ถึงอย่างนั้นก็วางใจไม่ได้อยู่ดีครับ มันอาจจะคิดว่าช่วงนี้คุณเธียรเข้าใจว่าปลอดภัย มันอาจลอบเล่นงานได้”

“อันที่จริง ผมอยากตามไปดูแลคุณเธียรมากกว่า”

“คุณแม่อาจเป็นเป้าหมายของพวกมัน เพราะท่านยิ่งไม่มีทางป้องกันตัวเองได้เลย ฉันถึงอยากให้นายภาคดูแลคนที่ฉันรักไงล่ะ”

เธียรวิชญ์ตัดสินใจถามในสิ่งที่ค้างคาใจมาหลายปี แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีทางตอบคำถามของเขาแน่ แต่ก็เผื่อจะได้ยินคำตอบที่เปลี่ยนไปบ้าง

“ทำไมนายภาคถึงดีกับฉัน ดีกับคุณแม่นัก”

แววตาประกายกล้าเมื่อครู่หมองลง “คุณเธียรถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่มีคำตอบ”

“แล้วทำไมนายภาคไม่ตอบฉัน”

“เพราะผมไม่มีคำตอบ”

มุมปากของเธียรวิชญ์กระตุกยิ้ม “อย่างน้อยครั้งนี้นายภาคก็พูดไม่เหมือนเดิม”

ผู้อาวุโสกว่าแต่มีศักดิ์เป็นเพียงลูกน้องยืนก้มหน้านิ่งอย่างสำรวม ชายหนุ่มจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน และบอกกับตัวเองว่า เขาคงไม่ถามเรื่องเมื่อครู่กับนายภาคอีกต่อไป คำถามที่ไร้คำตอบ

ขณะที่เธียรวิชญ์กำลังเดินลงมาชั้นล่างเพื่อรอรับประทานอาหารเช้า ก็พบว่ามารดานั่งรออยู่แล้ว สองแม่ลูกสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่คนเป็นแม่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แต่เช้า

“วันหยุดแทนที่จะนัดหนูรวีไปทานข้าว ดูหนัง ฟังเพลง บ้างละไม่มี”

“คุณแม่ครับ” เขาถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับความคิดของมารดา “คุณแม่จะบังคับผมไปถึงไหนครับ”

“จนกว่าแกกับหนูรวีจะแต่งงานกัน”

“ไม่มีวันนั้นแน่นอนครับ”

เสียงวางช้อนกระทบจานดังผิดปกติ คุณนายภคพรมองหน้าบุตรชายตาคว่ำก่อนยกน้ำเปล่าขึ้นจิบ แล้วรีบลุกออกจากโต๊ะไปเรียกนายภาคเสียงเอะอะ ก่อนที่คนถูกเรียกจะรีบวิ่งมาอย่างรู้อารมณ์คนเรียกดี

เธียรวิชญ์นั่งรับประทานอาหารเช้าเพียงลำพัง วันนี้เขามีโปรแกรมอยู่ในใจแล้วต่างหาก เพียงแต่ไม่อยากบอกมารดาเพราะเกรงว่าจะทำให้ความดันขึ้นเสียเปล่า ๆ

“ไอ้เขต แกว่างไหมวะวันนี้” เขาโทรหาเพื่อนรักหลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ

“มีอะไรวะ” เสียงนั้นยังงัวเงีย

“ไอ้เขตนี่มันจะแปดโมงแล้วนะแก ยังไม่ตื่นอีกเหรอวะ”

“ก็เออสิวะ อาทิตย์นึงก็หยุดกับเขาแค่วันเดียว แกมีอะไรวะเนี่ย”

“แกรีบจัดการตัวเอง แล้วไปเจอฉันที่ร้านของคุณกันธิชาตอนสิบโมง ห้ามสายเด็ดขาด”

“อะไรของแกวะ วันหยุดยังจะรบกวนเวลาพักฉันอีก”

“เถอะน่ะ ตามนี้นะ” เธียรวิชญ์วางสายลง แล้วใช้เวลาที่เหลืออีกสองชั่วโมงที่ร้านสอนดนตรีแห่งหนึ่งไม่ไกลร้านอาหารของกันธิชามากนัก ซึ่งเป็นร้านของลูกน้องที่ทำงานเขาเอง ใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุดสอนดนตรีสากล

“คุณเธียรอยากเรียนกีตาร์เหรอครับ”

“ใช่ ฉันพอมีพื้นฐานอยู่บ้างแต่ไม่คล่อง”

“ถ้างั้นคุณวินก็มาเรียนได้ทุกวันหยุดเลยนะครับ ผมสอนให้คุณเธียรฟรีเลย”

“ได้ยังไงล่ะ ฉันไม่เอาเปรียบนายหรอก ฉันจะคิดค่าสอนให้เป็นพิเศษเลย ถ้านายสอนฉันให้เล่นเป็นเร็ว ๆ”

“จะเล่นไปจีบผู้หญิงที่ไหนเหรอครับ”

เธียรมองหน้าลูกน้องหนุ่มที่ทำเป็น รู้ทัน

“ทำไม ฉันก็แค่อยากเล่นเป็นบ้างไม่ได้หรือไง”

“ได้ครับ” ลูกน้องหนุ่มยิ้มจนเห็นฟัน ลงมือประกบสอนนักเรียนหนุ่มชนิดตัวต่อตัวเลยทีเดียว แต่เมื่อถึงเวลานัดสุดเขตก็โทรเข้ามือถือ บอกว่าเขามารอที่หน้าร้านของกันธิชาแล้ว เธียรวิชญ์จึงต้องหยุดเรียนและตามออกไปหาเพื่อนทันที

“ตรงเวลาดีนะแก”

“ก็กลัวโดนหักเงินเดือน ว่าแต่แกลากฉันมาทำไมวะเนี่ย อยากกินอาหารฝีมือคุณธารนักรึไง”

เธียรวิชญ์ยักไหล่ ก่อนเดินไต่ไปบนสะพานไม้เล็ก ๆ ที่พาดเป็นทางเดินเข้าไปยังส่วนของร้านอาหาร ซึ่งทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับการให้บริการลูกค้า แม้จะยังไม่ถึงเวลารับประทานอาหารกลางวันดี แต่ก็มีลูกค้าหลายคนเข้ามา เพราะวันอาทิตย์ถือเป็นวันหยุดพักผ่อนของครอบครัวก็ว่าได้ เธียรวิชญ์พยายามมองหาเจ้าของร้านสาว ในที่สุดก็เห็นเธอกำลังต้อนรับลูกค้าอยู่ที่โต๊ะ

“คุณเธียรวิชญ์ คุณสุดเขต มายังไงคะเนี่ย” กันธิชาเอ่ยด้วยสีหน้างุนงน วันนี้วาโยกลับไปดูแลกิจการที่ฟาร์ม ที่ร้านจึงขาดผู้ช่วยไปอีกหนึ่งคน บนใบหน้าของหญิงสาวแทบจะปราศจากรอยยิ้ม คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

“จะมาเก็บค่าเช่าร้านเหรอคะ”

เธียรวิชญ์หัวเราะเบา ๆ อย่างขบขัน

“คุณนี่มองผมในแง่ร้ายจังนะครับ ผมไม่น่าเลือดขนาดนั้นหรอก”

“วันนี้ผมไม่ได้มาเป็นลูกค้าครับ แต่ผมมาเป็นลูกมือ” เธียรวิชญ์เอ่ยยิ้ม ๆ หันไปขยิบตาให้เพื่อนรักที่ยังยืนทำหน้างง ๆ อยู่ เพราะไม่รู้จุดประสงค์ของเพื่อนมาก่อน

“เป็นลูกมือเหรอคะ” กันธิชาไม่มีเวลาสงสัยอะไรมากนัก เพราะลูกค้ากำลังเข้าร้าน

“ฉันไม่มีเวลาพูดเล่นกับพวกคุณนะ”

“ผมพูดจริง ๆ ครับ วันนี้ผมสองคนว่าง เลยอยากมาหาอะไรทำแก้เซ็ง”

เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาจริงจังของคนพูด หญิงสาวเองก็อยากได้คนงานช่วยอยู่พอดีจึงจัดให้ สมอยาก

“งั้นก็ดีเลยค่ะ ตามฉันมาทางนี้ค่ะ” หญิงสาวส่งผ้ากันเปื้อนให้สวม สุดเขตรับไปสวมโดยไม่มีปัญหา จะมีก็แต่เธียรวิชญ์ที่ยังทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ ไม่รู้จะสวมทางไหนดี จนกันธิชาอดหัวเราะไม่ได้

“นี่คุณแกล้งหรือเปล่าคะ สวมผ้ากันเปื้อนไม่เป็น”

“ในชีวิตผมไม่เคยเข้าครัวเลยครับ” เขาตอบเสียงซื่อ หญิงสาวจึงให้สุดเขตช่วยดูแล ส่วนตัวเธอต้องรีบออกไปรับลูกค้า ชลธิษา ยกมือไหว้สองหนุ่มอย่างไม่เต็มใจนัก เพราะไม่รู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร แม้จะเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทก็เถอะ ถ้าไม่เพราะเชื่อใจในตัวพี่สาวแล้วละก็เธอไม่มีทางญาติดีกับสองคนนี้ง่าย ๆ แน่ โดยเฉพาะผู้ชายอย่างเธียรวิชญ์ ถึงเขาจะมีท่าทางน่าเชื่อถือ ดูไม่มีพิษภัย แต่คนเรามองแค่การกระทำภายนอกอย่างเดียวไม่ได้ ระยะเวลาที่รู้จักกันก็เพิ่งไม่นาน

 “เด็กเสิร์ฟพร้อมแล้วครับ” สุดเขตยืนยิ้มแป้นต่อหน้าหญิงสาว ส่วนเธียรวิชญ์ได้แต่ยิ้มอาย ๆ

“ไหวหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามจริงจัง เพราะแทนที่จะช่วยงานเขาอาจสร้าง ปัญหาให้เธอได้

“ไหวครับ แค่เกรงว่าจะทำน้ำแกงหกรดหัวลูกค้าคุณเข้า”

หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ “เริ่มงานกันดีกว่าค่ะ”

แต่ทุกอย่างก็ผิดคาด เด็กเสิร์ฟอาสาสองคนทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม แม้จะช้าไม่ทันใจลูกค้า เสิร์ฟผิดโต๊ะ ก็ไม่ทำให้ลูกค้าหงุดหงิดแต่ประการใด เพราะคำ ขอโทษที่จริงใจพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาของชายหนุ่ม ทำให้ลูกค้าถึงกับมองเป็นเรื่องตลกไปแทน บรรยากาศในร้านจึงไม่มีอะไรน่าตึงเครียด อีกอย่างลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้านนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ผู้มีอำนาจ บารมีมาจากไหน ความผิดเล็กน้อยจึงถูกมองข้ามโดยง่าย

 “น้ำอัญชันค่ะ” กันธิชาส่งแก้วน้ำสีน้ำเงินอ่อนให้ทั้งสุดเขตและเธียรวิชญ์

“จะได้บำรุงสายตา เสิร์ฟอาหารไม่ผิดโต๊ะไงคะ” หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงไม่มีเค้าตำหนิติเตียน เธียรวิชญ์ลอบมองรอยยิ้มสดใสนั้นอย่างพอใจ

“การเสิร์ฟอาหารใครนึกว่าง่าย ผมนี่นับถือเลยนะครับ เด็กเสิร์ฟ เขาจำได้ยังไง” สุดเขตยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

“คุณธารปลูกดอกอัญชันด้วยเหรอครับ” เธียรวิชญ์ถามขึ้นบ้าง สีหน้าของเขาดูผ่อนคลาย กันธิชาได้ยินคำถามสำเนียงสุภาพชวนฟังของเขาแล้ว ทำให้รู้สึกเป็นมิตรกับเขามากขึ้น

“ค่ะ ปลูกไว้ทำเครื่องดื่มสมุนไพร ด้านหลังบ้านโน่นค่ะ มีอัญชัน ใบเตย แล้วก็มะตูม”

“คุณธารขยันแบบนี้ มีหวังซื้อที่ดินผืนนี้ได้ไม่เกินปีหน้า”

“ยังหรอกค่ะ ตอนนี้กำลังรวมเงินอยู่”

“ไม่ต้องรีบหรอกครับ ไอ้เธียรมันใจดี เผลอ ๆ เดี๋ยวมันก็ยกให้ฟรี”

“ทำอย่างงั้นไม่ได้หรอกค่ะ แค่นี้ก็ถือว่าคุณเธียรกรุณาฉันมากที่สุดแล้ว” เธอพูดตามตรงเพราะถ้าเขาไม่มีลูกเล่นตุกติกอะไรกับเธอก็ถือว่าเขาเมตตาเธอมากทีเดียว แต่ทุกอย่างยัง เชื่อใจไม่ได้ สายตาที่ยังแฝงความเคลือบแคลงนั้น ชายหนุ่มยังสัมผัสได้ แต่เขาก็ไม่ปรารถนาจะอธิบายอะไรยืดยาวอีกปล่อยให้ทุกอย่างพิสูจน์ตัวของมันเอง

               “พรุ่งนี้วันที่ยี่สิบ คุณธารเล่นดนตรีใช่ไหมครับ” เธียรวิชญ์ถามยิ้ม ๆ         

               “ค่ะ เชิญคุณกับคุณสุดเขตนะคะ พรุ่งนี้จะเตรียมเมนูพิเศษไว้ขอบคุณที่มาช่วยงานวันนี้”   

               “งั้นผมจะเตรียมล้างท้องไว้รอเลยนะครับ” สุดเขตท่าทำลูบท้อง ทิ้งตัวลงนอนบนเปลผ้า

               “ถ้าวันนี้มีคนรู้จักมาเห็นพวกคุณสองคนเข้า คุณจะไม่อายเขาแย่เหรอคะเนี่ย”

               “ไม่หรอกครับ ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร พวกผมมองว่ามันสนุกมากต่างหาก”

               สีหน้าของเธียรวิชญ์ไม่ทุกข์ร้อนตามที่พูด ตรงกันข้ามประกายความสุขฉายชัดในดวงตาเข้มคมคู่นั้น

               “ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ แต่คราวหลังคงไม่รบกวนแล้วนะคะ” หญิงสาวพูดดักไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้สองหนุ่มเข้ามาป้วนเปี้ยนวุ่นวายกับร้านของเธอบ่อยนัก ถ้าจะต้อนรับก็แค่ในฐานะ ลูกค้า ของร้านก็พอ

               “รีบพูดดักแบบนี้ พวกผมสองคนก็เสียใจแย่ เผื่อวันหลังอยากมาหาอะไรสนุก ๆ ทำอีกก็ไม่ได้แล้วสิครับ” สุดเขตพูดแทนใจเพื่อน

               “คุณธารคงยังระแวงผมอยู่” เธียรวิชญ์สบตาหญิงสาวที่มองตรงมา

               “ฉันยอมรับค่ะ” กันธิชาตอบตามตรง “แต่ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจกับพวกฉันจริง ๆ ฉันก็ยินดีต้อนรับ”

               เท่านั้นแหละริมฝีปากหนาสวยของชายหนุ่มก็คลี่ยิ้มกว้างขึ้น

               “คุณมีแผนจะขยายร้านอีกหรือเปล่าครับ”

               “ก็คิดไว้นะคะว่าจะกู้เงินธนาคารสักก้อนเร็ว ๆ นี้ แต่บางทีก็อาจรอชลเรียนจบก่อน คงต้องปรึกษากันค่ะ”

            เธียรวิชญ์ยิ้มอย่างชื่นชมในความคิดรอบคอบของเธอ

                “วันนี้ผมคงต้องกลับก่อน” สองหนุ่มปลดผ้ากันเปื้อนออกจากตัว ส่งให้หญิงสาว

               “ขอบคุณอีกครั้งนะคะ พรุ่งนี้อย่าลืมล้างท้องไว้รอนะคะคุณสุดเขต”

               “ได้ครับผม”

              

               ทันที่เธียรวิชญ์เปิดมือถือข้อความก็รายงานเข้ามาแน่นอนที่สุดต้องมีของคุณภคพรกับจันทร์รวี

               “นี่แกปิดมือถือด้วยเหรอวะ”

               อีกฝ่ายยักคิ้วให้แทนคำตอบก่อนเดินอ้อมไปเปิดประตูรถแล้วขับออกไป สุดเขตเท้าเอวมองเพื่อน

               “ไอ้นี่แผนสูง”

+++++++++++++++

ฝากอีบุ้คคุณเธียรด้วยน๊า หมดโปร 21 ส.ค. จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น