หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 19 : คนลึกลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    13 ส.ค. 62

บุรุษที่มีอายุห่างกันราวพ่อกับลูกเดินคู่กันเข้าไปที่ซอยเล็กแคบย่านชานเมือง คนอายุน้อยกว่าอดถามขึ้นด้วยความสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นเขาแกล้งเดินขาเป๋ และนำชุดเก่าสกปรกซอมซ่อขึ้นมาสวม

“ทำไมพี่ต้องเปลี่ยนชุดแล้วก็เดินขาเป๋ด้วยล่ะพี่สรณ์” เด็กหนุ่มกระซิบถาม

“ข้าอยู่ที่นี่ในฐานะคนเก็บขยะ แกกลับไปได้แล้ว ระวังตัวด้วย”

ว่าพลางแบกถุงดำขึ้นบ่า ซึ่งภายในนั้นบรรจุชุดที่ใส่เดินออกไปเมื่อครู่และเสบียงอาหารหลายอย่าง ไม่จำเป็นเขาไม่ออกจากบ้านเช่าบ่อยนัก แต่เขาจะออกมาล็อกกุญแจหน้าบ้านแต่เช้ามืดทุกวัน เพื่อหลอกสายตาคนแถวนั้นว่าเขาไม่ได้อยู่ภายในห้องพัก และหากวันใดที่เขาจำเป็นต้องออก ก็จะกลับให้คนอื่นเห็นบ้าง ซึ่งแต่ละเวลาไม่แน่นอน ธรรมชาติของคนที่ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบไม่มีเวลาสนใจใครมากนัก

เด็กหนุ่มมองตามร่างที่เดินขากะเผลก ๆ เข้าไปในซอยลึกจนลับสายตา

“นี่เหรอวะชีวิตนักฆ่า”

เขานึกถึงคำเตือนของมือปืนรุ่นใหญ่ที่ยังดังก้องอยู่ในความคิดคำนึง และเริ่มเข้าใจทุกอย่างมากขึ้น

ไม่จำเป็นอย่าเลือกเดินทางนี้

           

ตลอดเส้นทางตั้งแต่มหาวิทยาลัยจนกระทั่งถึงร้าน กันธิชานิ่งเงียบมาตลอด สมาธิจดจ่ออยู่กับการขับรถ ครั้นเมื่อถึงร้านและชลธิษานั่งอยู่บนรถเข็นเรียบร้อยแล้ว เธอจึงอดถามผู้เป็นพี่สาวไม่ได้

“พี่ธารเป็นอะไรรึเปล่าคะ นิ่งเงียบมาตลอดทางเลย”

คนเป็นพี่รู้สึกว่าฝ่ามือที่จับรถเข็นของน้องสาวอยู่มีเหงื่อซึมจนเปียกชื้น เธอเลือกที่จะเก็บความขมขื่นนั้นไว้กับตัวเอง เพราะที่ผ่านมาชลธิษาต้องแบกรับมันไว้กับตัวเองมากพอแล้ว อีกอย่างสิ่งที่เธอเห็นในวันนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานส่วนตัวเท่านั้น

“พี่แค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อย รีบกลับเข้าบ้านดีกว่า พี่อยากพักแล้ว” ว่าพลางเข็นรถกลับเข้าไปในบ้าน ชลธิษาจึงไม่กล้าซักถามอะไรต่อ แม้จะสงสัยว่าผู้เป็นพี่อาจมีเรื่องไม่สบายใจ

“ชลหิวหรือยัง” คนถามเอ่ยขึ้นลอย ๆ เมื่อพาน้องสาวเข้ามาในบ้านเรียบร้อยแล้ว

“ยังหรอกค่ะ...พี่ธารคะ มีอะไรในใจ บอกชลได้ไหม ชลเห็นพี่ธารเงียบไปตั้งแต่เจอหน้าชลที่มหาวิทยาลัยแล้ว”

กันธิชามองสบตาน้องสาว พลางลูบศีรษะคนนั่งอย่างเบามือ เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบเครือ

“พี่แค่รู้สึกสงสารชล ที่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้”

“ทำไมอยู่ ๆ พี่ธารถึงรู้สึกแบบนั้นล่ะคะ ถึงชลจะเป็นแบบนี้ แต่ชลก็โชคดีกว่าใครอีกหลายคน เพราะชลมีพี่สาวดูแล มันเป็นเวรกรรมของชลเอง เราเคยพูดเรื่องนี้กันแล้วนี่คะ พี่ธารอย่าคิดมากเลยค่ะ”

มือที่วางอยู่บนศีรษะของผู้เป็นน้องเลื่อนต่ำลงมาที่ลำตัว แล้วดึงร่างของน้องสาวมากอดไว้ ไม่มีน้ำตา ไม่สีเสียงสะอื้นร่ำไห้ มีแต่ความขมขื่นเจ็บปวดที่คนทั้งคู่ต่างก็ปิดซ่อนมันไว้ภายในใจของตัวเอง...


บรรยากาศการรับประทานอาหารค่ำเป็นไปตามที่คุณภคพรตั้งใจไว้ เมื่อคู่หนุ่มสาวได้ทำความใกล้ชิดกันมากขึ้นแม้ฝ่ายบุตรชายจะไม่ยอมโอภาปราศรัยด้วยมากนัก แต่เขาก็ยังรักษาหน้ามารดา พูดคุยและเอาใจใส่หญิงสาวตามสมควร

“คุณป้าอย่าลืมอ่านนิตยสารที่รวีซื้อมาให้นะคะ ในนั้นมีเรื่องที่รวีรับประกันได้ว่าคุณป้าต้องสนใจมาก ๆ เลยค่ะ”

“หนูรวีนี่น่ารักจริง ๆ รู้จักเอาใจผู้ใหญ่ แค่ป้าบ่นว่าเหงา ก็ไปหาซื้อหนังสือมาให้ ใครจะน่ารักเกินหนูรวีเป็นไม่มี”

สีหน้าของคุณภคพรไม่บอกก็รู้ว่าปลาบปลื้มหญิงสาวมากแค่ไหน แต่สีหน้าของเธียรวิชญ์กลับมีรอยยิ้มระบายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“หนูรวีเข้ามาช่วยงานพี่เธียรเขานะลูก ถ้าได้หนูรวีมาช่วยคงแบ่งเบาภาระพี่เขาได้เยอะ”

“รวีคุยกับพี่เธียรแล้วค่ะ พี่เธียรไม่ว่าอะไรถ้ารวีจะเข้าไปช่วยงาน”

“ให้มันได้อย่างนี้สิเจ้าเธียร น้องน่ะมีความสามารถเรียนจบมาก็สูง คงช่วยงานแกได้มากโข ลำพังแม่หนู...อะไรนะ”

คุณภคพรแสดงสีหน้าครุ่นคิดให้หญิงสาวร่วมโต๊ะรู้ได้เองว่านางไม่ได้ให้ความสำคัญแก่อีกคนเลย

 “หนูคนที่แกจะให้มาดูเรื่องสูตรอาหารของแกน่ะ”

“กันธิชาครับ” เธียรวิชญ์ตอบโดยไม่มองหน้ามารดา

“เอ่อ...ใช่ แม่หนูกันธิชาอะไรนั่นน่ะ จะช่วยงานแกได้สักเท่าไรกันเชียว อีกอย่างก็เป็นคนอื่น ไหนเลยจะสู้คนกันเองอย่างหนูรวีได้ มีอะไรก็ปรึกษาหารือพูดคุยกันสะดวกใจกว่าคนนอก”

“พี่เธียรคงอยากตอบแทนบุญคุณเธอคนนั้นมากกว่าค่ะ ที่บังเอิญช่วยชีวิตพี่เธียรไว้ จริงไหมคะพี่เธียร” จันทร์รวีจงใจพูดเรื่องนี้ต่อหน้าคุณภคพร เพราะต้องการให้เขายืนยันต่อหน้ามารดา

“ก็ไม่ทั้งหมดหรอกครับ เป็นที่ความสามารถของเธอเสียมากกว่า ผมเลยอยากดึงเธอเข้ามาทำงานด้วย”

นอกจากชายหนุ่มจะไม่เดินไปตามเกมของหญิงสาวแล้ว เขากลับเผยให้มารดาและตัวเธอเห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับกันธิชามากพอสมควร นับวันเขายิ่งมั่นใจว่าจันทร์รวีไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อย หัวอ่อนอย่างที่หลายคนเข้าใจ

“พี่เธียรเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือคน ด้วยน่ะค่ะคุณป้า จริงไหมคะพี่เธียร”

ชายหนุ่มไม่ตอบ สายตาของมารดาที่มองมาตำหนิเขาอย่างชัดเจน แต่เธียรวิชญ์ก็เพียงสบตานั้นนิ่งเฉยก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความห่วงใย

“นี่ก็ค่ำมากแล้ว รวีควรจะกลับบ้านได้แล้วนะครับ กลับดึกอันตราย”

“อะไรกัน นี่ยังไม่สามทุ่มดีเลย ถ้าดึกมาก ๆ แกก็ไปส่งน้องสิ”

จันทร์รวีเหลือบมองนาฬิกาหลังงามบนผนังห้อง ก็ยิ้มเฝื่อน รู้ดีว่าไม่ควรดันทุรังอยู่ต่อ

“งั้นรวีลากลับก่อนนะคะคุณป้า กลับก่อนนะคะพี่เธียร” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อมไม่มีที่ติ

“นี่เธียร เดินไปส่งน้องสิ”

เขาจึงจำใจเดินไปส่งหญิงสาวที่รถ

“ฝันดีนะคะพี่เธียร” หญิงสาวยิ้มเอียงอาย แล้วขับรถกลับออกไป ชายหนุ่มเดินกลับเข้าบ้าน ขณะกำลังจะเดินผ่านหน้ามารดาไป นางก็เอ็ดบุตรชายเสียงขุ่น

“แกพูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงฮะ”

“แบบไหนครับ” เขายิ้มติดตลกทำเฉไฉ

“แกพูดเหมือนให้ความสำคัญกับแม่หนูกันธิชาอะไรนั่นมาก แกจงใจบอกอะไรกับหนูรวี”

“ผมเคยบอกคุณแม่หลายครั้งแล้วนะครับ ว่าผมไม่ได้รักชอบจันทร์รวีเลย ผมเห็นเธอเป็นเพียงน้องสาวคนนึงเท่านั้น คุณแม่อย่าพยายามยัดเยียดเธอให้ผมอีกเลย รังแต่จะเสียเวลาเปล่า ๆ”

“แกก็เห็นว่าหนูรวีน่ะ น่ารัก อ่อนหวาน ช่างเอาใจ ทำไมแกถึงไม่รักฮะ ฉันไม่เข้าใจแกจริง ๆ”

“คนที่ดีเพียบพร้อมในสายตาของใครต่อใคร บางทีก็อาจไม่ดีพอสำหรับสายตาของคน ๆ เดียว”

“นี่แกอย่าบอกกับฉันนะ ว่าแกคิดอะไรกับแม่หนูกันธิชาคนนั้น บอกฉันมาสิว่าแกกำลังคิดอะไร”

“คิดน่ะคิดครับ แต่ยังให้คำตอบคุณแม่ไม่ได้ว่าคิดอะไร” เขายิ้มสีหน้ารื่นรมย์ เดินขึ้นบันไดชั้นบนเข้าห้องตัวเอง ปล่อยให้คุณภคพรกระวนกระวายใจเพราะกลัวจะได้ลูกสะใภ้ไม่สมดั่งใจ

อันที่จริงคุณภคพรก็ใช่ว่าจะอยากบังคับหรือฝืนใจบุตรชายในเรื่องการเลือกคู่ครอง แต่ที่ผ่านมานางเองก็ยังไม่เห็นว่าบุตรชายจะให้ความสนใจกับผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ คนเป็นแม่ที่กลัวว่าจะไม่ได้อุ้มหลาน กลัวว่าอนาคตบุตรชายจะไม่มีใครดูแล  

เกรงว่าจะคว้าผู้หญิงไม่ดีมาเป็นคู่ครอง นางจึงต้องออกโรงหาว่าที่ลูกสะใภ้เสียเอง แล้วก็มาเหมาะใจกับจันทร์รวี ลูกสาวนักธุรกิจด้านโรงแรมที่นางมองว่าเรียบร้อย อ่อนหวาน สมเป็นกุลสตรีไทย แต่ไม่ว่าจะเกลี้ยกล่อมเช่นไร ลูกชายคนเดียวของนางก็ปฏิเสธเสียงแข็ง ตามใจคนเป็นแม่ได้แค่ฐานะน้องสาว นางรู้ดีว่า บุตรชาย ไว้หน้านางได้เท่านี้จริง ๆ ดังนั้นการหมั้นหมายของหนุ่มสาวอย่างเป็นทางการจึงยังไม่เกิดขึ้นเสียที

“เจ้าเธียร ถ้าแกคว้าผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาทำเมียละก็ ฉันจะอาละวาดให้บ้านแตกเลยทีเดียว”

คุณภคพรแผดเสียงตามหลังบุตรชายขึ้นไป

 +++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น