หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 14 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 ส.ค. 62

กันธิชาเดินกลับเข้าไปที่ร้านเห็นสองหนุ่มกำลังช่วยกันอย่างขมีขมัน ระหว่างนั้นสายตาของเธียรวิชญ์เหลือบไปเห็นกีตาร์สายขาดตัวนั้นวางแอบไว้ที่มุมเคาน์เตอร์ นับตั้งแต่วันนั้นเธอคงไม่ได้เล่นมันอีกเลย เขาเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาพิจารณา เห็นตัวอักษรเล็ก ๆ สลักด้วยของมีคมเป็นภาษาอังกฤษตัว ‘S’ ที่ตัวกีตาร์เป็นรอยจาง ๆ ชายหนุ่มนึกเดาไปตามความเข้าใจของตัวเองว่าคงเป็นชื่อเจ้าของเดิมหรือนั่นก็คือ คนรักของหญิงสาวนั่นเอง เขาเผลอลูบอักษรนั้นอย่างเบามือแต่ก็ยังรู้สึกระคาย มันเหมือนกับความรู้สึกของเขาในเวลานี้ที่เริ่มรู้สึก ระคาย ในหัวใจอย่างประหลาด เพราะอักษรเพียงตัวเดียวแท้ ๆ

            “ฉันไม่ได้เล่นมันอีกเลยค่ะ ตั้งแต่วันนั้น สายก็ยังไม่ได้เปลี่ยน” หญิงสาวเดินเข้ามาทันเห็นเขาถือมันอยู่ในมือ

            “มีสายใหม่ไหมครับ ผมจะเปลี่ยนให้”

            “มีค่ะ อยู่ในลิ้นชักข้างหน้าคุณ คุณเปลี่ยนเป็นเหรอคะ”

            เขายิ้มประมาณว่ากำลังถูกหญิงสาวดูถูก “ตอนเรียนเพื่อนมันใช้ผมทำบ่อยครับ”

            ชายหนุ่มเปิดลิ้นชักและหยิบห่อกระดาษเล็ก ๆ พร้อมอุปกรณ์ในการเปลี่ยนออกมา

            “รบกวนคุณเธียรวิชญ์เกินไปหรือเปล่าคะ”

            “ไม่เลยครับ มันช่วยชีวิตผมไว้ก็ว่าได้ ให้ผมได้ตอบแทนบุญคุณมันหน่อยเถอะครับ”

            “หมายความว่ายังไงคะ”

            “วันนั้นถ้าสายกีตาร์ของคุณไม่ขาด เสียงเพลงไม่หยุดลงกะทันหัน แล้วผมไม่เหลียวไปมอง ผมก็คงโดนยิงตัดขั้วหัวใจไปแล้ว ดังนั้น ผมถือว่าคุณกับเจ้ากีตาร์ตัวนี้มีบุญคุณกับผม คงไม่มากเกินไปนะครับ”

            เธียรวิชญ์หยิบคลายหมุดถอดสายกีตาร์ออกแล้วเปลี่ยนใหม่อย่างค่อนข้างชำนาญ หญิงสาวเดาว่าเขาคงเล่นกีตาร์เป็น พอใส่สายเรียบร้อยเขาก็ส่งให้เธอทดสอบเสียงเพราะกีตาร์ตัวนี้ไม่มีตัวตั้งสาย หญิงสาวบิดหมุดแต่ละสายไล่ระดับเสียงไปเรื่อย ๆ

“โอเคแล้วค่ะ” หญิงสาวยิ้มมากกว่าที่เขาเคยเห็นทุกครั้ง “คุณเธียรเล่นกีตาร์เป็นหรือเปล่าคะ”

“นิดหน่อยเองครับ ตอนนั้นไม่ค่อยได้สนใจ”

“ใช่ครับ ไอ้เธียรมันไม่เคยจีบผู้หญิง เลยไม่สนใจจะเล่นหรอกครับ” สุดเขตโผล่หน้าเดินยิ้มเข้ามา เธียรวิชญ์มองเพื่อนอย่างเคือง ๆ

            “เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ มุมใหม่ของร้าน คุณธารจะให้ปรับตรงไหนอีกไหมครับ”

            “แค่นี้ก็ดีมากแล้วค่ะ ฉันไม่รู้จะตอบแทนพวกคุณยังไงเลย”

            เธียรวิชญ์ยิ้ม สายตาเหลือบมองกีตาร์ในมือหญิงสาว

            “เล่นเพลงให้พวกผมฟังสักเพลงก็พอแล้วครับ”

            “เล่นเพลงแค่นั้นเหรอคะ”

            “ครับ เพลงที่คุณเคยเล่นประจำ”

            “แต่ว่าฉัน...”

            “คุณธารจะไม่เล่นเพลงนั้น ถ้าไม่ใช่วันที่ยี่สิบเหรอครับ”

            รอยยิ้มฝืน ๆ ของหญิงสาวทำให้เธียรวิชญ์ไม่อยากทำให้เธอต้องลำบากใจ

            “เล่นเพลงอื่นก็ได้ครับ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณอยากฟังจริง ๆ ฉันจะเล่น คิดซะว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจของพวกคุณ”

            กันธิชาวาดมือขึ้นลงเป็นเสียงเพลงไพเราะจับใจ สะกดให้สองหนุ่มเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเพลงอย่างหลงใหล คนเล่นก็ดูมีความสุขไม่เหม่อหม่นเหมือนอย่างที่พวกเขาเคยเห็นเมื่อครั้งก่อน

            “ทำไมเพลงนี้ไม่มีเนื้อร้องล่ะครับ”

            “นั่นสิครับ ถ้าใส่เนื้อลงไปคงจะเพราะมาก”

            สายตาของกันธิชาหมองลงแทบจะทันทีก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            “ฉันไม่รู้ว่าจะใส่เนื้อหาของเพลงนี้ยังไง คนแต่ง แต่งมันขึ้นมาด้วยความรัก ให้คนที่ตัวเองรัก แต่เขากลับจากไป”

            หางตาของหญิงสาวมีหยาดน้ำใสซึมออกมาเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ หัวใจของเธียรวิชญ์สั่นไหวโคลงเคลง นี่เขากำลังทำให้เธอระลึกถึงคนรักเก่าของเธออยู่จริง ๆ ใช่ไหม และผู้ชายคนนั้นคงมี ความหมายกับเธอมาก หญิงสาวถึงได้เศร้ามากขนาดนี้ยามได้นึกถึงเขา

            “ขอโทษนะคะ ฉันแค่รู้สึกคิดถึงเจ้าของเพลงนี้ก็เท่านั้น”

            สองหนุ่มต่างก็มองหน้ากันและรู้ดีว่าควรปล่อยให้เธอได้อยู่กับตัวเองจะดีกว่า

            “เอ่อ...พวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับ คุณธารจะได้พัก เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว กลับกันเถอะว่ะเธียร”

            “ขอบคุณมากนะคะสำหรับน้ำใจของพวกคุณ”

            เธียรวิชญ์สบตาหญิงสาว เขาอยากพูดอะไรกับเธอสักคำ แต่ก็พูดไม่ออกจึงได้แต่เดินกลับไปที่รถเงียบ ๆ ทั้งที่หัวใจของเขาถูกทิ้งไว้ที่ร้านอาหารแห่งนี้เสียแล้ว...

 +++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น