หมอกซ่อนดาว

ตอนที่ 10 : หมอกซ่อนดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    7 ส.ค. 62

ทุกคนจึงต้องออกไปเก็บร้านตามที่ชลธิษาบอก หลังตำรวจกลับไปแล้ว กันธิชากับวาโยเดินสำรวจบริเวณโดยรอบร้านอีกครั้ง ว่ามีอะไรเสียหายตรงไหนบ้าง

“โชคดีที่ไม่มีอะไรเสียหายนะคะ”

“โชคร้ายน่ะสิ มีเรื่องแบบนี้กว่าลูกค้าจะกลับเข้ามาอีกครั้ง คงใช้เวลาหลายวัน ร้านคงขาดรายได้ไปเยอะ”

“ทำยังไงได้ล่ะคะ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกค่ะ”

“เพราะไอ้หมอนั่นคนเดียว มาร้านเราเป็นครั้งแรก ก็ดันก่อเรื่องซะแล้ว”

“ไม่รู้ป่านนี้เพื่อนคุณสุดเขตจะเป็นยังไงบ้างนะคะ”

“คงไม่ตายหรอก ถูกยิงที่ไหล่ น่าจะถูกปากซะมากกว่า”

“พี่โย! พูดอะไรแบบนั้นคะ”

“ก็มันจริง คนแบบนั้นคงมีศัตรูเยอะ ท่าทางก็ดูหยิ่ง ๆ กวนประสาท ไม่ถูกชะตา”

“พรุ่งนี้เราไปเยี่ยมพวกเขากันหน่อยดีกว่าค่ะ ร้านคงต้องปิดสักวัน ยังไงก็ซื้อใจลูกค้าไว้ก่อน”

“ตามใจธารก็แล้วกัน ว่าไงว่ากันอยู่แล้ว” แม้จะไม่ชอบใจนัก แต่ก็ไม่อยาก ขัดใจ

กันธิชานึกเป็นห่วงชายหนุ่มผู้บาดเจ็บขึ้นมา ทั้งที่เพิ่งพบกันครั้งแรก เพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่ได้สบตาเขา ทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด อะไรบางอย่างในดวงตาคู่นั้น ทำให้เธอจดจำเขาได้อย่างแม่นยำ

 

คุณภคพรเป็นลมหมดสติไปทันทีเมื่อได้รับโทรศัพท์จากสุดเขต และเมื่อได้สติก็ร่ำไห้ฟูมฟาย นางรู้สึกหวาดหวั่นในใจนักหนากลัวว่าจะสูญเสียบุตรชายคนเดียวไปอีกคน นายภาคต้องคอยประคองขนาบไว้ตลอด เมื่อพานางไปที่โรงพยาบาลเพื่อเข้าเยี่ยมอาการบุตรชาย ซึ่งตอนนี้ได้ทำการผ่าตัดเอาลูกกระสุนปืนออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณภคพรเข้าไปเฝ้าบุตรชายในห้อง ส่วนบุรุษสองวัยกำลังสนทนากันอยู่ด้านนอก

“คุณสุดเขตพอจะเห็นหน้าคนร้ายไหมครับ หรือรูปพรรณสัณฐานก็ได้” นายภาคถามขึ้นด้วยสีหน้าเครียดจัด

“ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ผมกับไอ้เธียรไม่ทันรู้ตัวเลย กำลังจะออกจากร้านอาหาร แสดงว่าพวกมันน่าจะติดตามผม กับไอ้เธียรไปแต่แรก พอได้โอกาสก็เลยลงมือ”

“ไอ้หมาลอบกัด!” นายภาคเค้นคำพูดผ่านไรฟัน ดวงตาของเขาโกรธขึ้งดุดันจนน่ากลัว

“นายภาคสงสัยใคร”

“ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ผมจะไม่ยอมให้คุณเธียรเจ็บตัวฟรี”

“นายภาคจะทำอะไร อายุป่านนี้แล้วอย่าหาเรื่องจะดีกว่า”

“ก็เพราะอายุป่านนี้น่ะสิครับ ผมถึงไม่ห่วง...อะไรอีก” ประโยคท้ายคล้ายขาดห้วง แทบจะกลืนหายไปในลำคอ

“ฉันว่านายภาคอย่าเพิ่งทำอะไรตอนนี้เลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะ ขืนทำอะไรลงไป ดีไม่ดี ติดคุกเข้าจะลำบาก ไอ้เธียรมันรักนายภาคมากนะ อย่าทำอะไรให้มันเป็นห่วงจะดีกว่า รับปากฉันสิ ว่าจะไม่ทำอะไรโดยพลการ”

นายภาคนิ่งก่อนตอบอย่างฝืนใจเต็มที “ก็ได้ครับ”

“เข้าไปเยี่ยมไอ้เธียรกันดีกว่า ป่านนี้มันอาจจะฟื้นแล้วก็ได้”

            และเป็นจริงอย่างที่สุดเขตพูด เมื่อเขากับนายภาคเปิดประตูเข้าไปก็เห็นคุณภคพรกำลังหนุนหมอนประคองศีรษะให้บุตรชาย

            “เป็นไงมั่งวะ รอดตายหวุดหวิด เพราะคุณธารช่วยไว้แท้ ๆ”

            “หมายความว่ายังไงเจ้าเขต บอกป้ามาซิ”

            “ผมกับไอ้เธียรไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งครับ ขณะกำลังจะออกจากร้าน สายกีตาร์ของนักดนตรีที่เล่นก็ขาดผึงทำให้ไอ้เธียรมันหันไปมอง จังหวะนั้นก็เลยทำให้มือปืนยิงพลาด เป้าหมายมันน่าจะตัดขั้วหัวใจเลยมากกว่า”

          “คุณพระช่วย!” สีหน้าคนเป็นแม่เผือดซีดลงถนัดตา

            แววตาของนายภาคเหี้ยมเกรียมอย่างน่ากลัว ทำให้เธียรวิชญ์ต้องรีบเอ่ยเตือน

            “อย่าคิดทำอะไรนอกเหนือคำสั่งฉันเด็ดขาดนะนายภาค” น้ำเสียงของชายหนุ่มกำชับหนักแน่น เพราะรู้ดีว่าฝีมือของนายภาคไม่ธรรมดา มีทักษะในการต่อสู้ค่อนข้างสูง แม้จะไม่ทราบว่าเขาไปฝึกมาจากไหน แต่ก็ไม่อยากคาดคั้นเพราะเจ้าตัวไม่ยอมปริปากแม้แต่คำเดียว

            “คราวหน้าคราวหลังต้องให้นายภาคตามไปด้วยทุกครั้ง เข้าใจไหม แม่ไม่อยากเสียแกไปอีกคน”

            “ผมยังไม่ตายง่าย ๆ หรอกครับแม่ วันนี้แม่กลับไปพักก่อนนะครับ ผมไม่เป็นไรแล้ว”

            “จริงด้วยครับคุณป้า เดี๋ยวผมจะอยู่เฝ้าไอ้เธียรมันเอง”

            “ให้ผมอยู่ดีกว่าครับ พวกมันอาจจะย้อนมาเล่นงานคุณเธียรอีกก็ได้” ภาคอาสา

            “ไม่ต้องห่วงทางนี้ ตำรวจจัดเวรยามมาคอยเฝ้าอยู่หน้าห้องหลายคน นายช่วยไปดูแลแม่ฉันดีกว่า อีกอย่างถ้ามันย้อนกลับมาอีก คราวนี้ฉันคงไม่ยอมเป็นเป้านิ่งให้มันเล่นงานได้ง่าย ๆ แน่”

            “แกจะไปสู้อะไรมันได้ เจ็บตัวขนาดนี้ ให้นายภาคเฝ้าแกก็ดีเหมือนกัน แม่จะได้เบาใจ”

            “แต่ผมเป็นห่วงคุณแม่ นายภาค ช่วยดูแลคุณแม่ที เผื่อพวกมันเปลี่ยนเป้าหมายอย่างที่เราคาดไม่ถึง ฉันจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”

            “ก็ได้ครับ เชิญครับคุณท่าน” นายภาคพาคุณภคพรกลับ ปล่อยให้สุดเขตอยู่เป็นเพื่อนบุตรชาย

            “แกสงสัยใครวะ งานนี้” สุดเขตนั่งลงบนโซฟาตัวย่อมตรงข้ามกับเตียงคนเจ็บ

            “น่าจะเป็นศัตรูเก่าของคุณพ่อ นายชรัณ แต่ก็ไม่มีหลักฐานเล่นงานมัน คุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่า มือปืนที่ยิงคุณพ่อถูกจับได้ แต่ก็ไม่ยอมซัดทอดถึงคนบงการ ตำรวจเลยขาดหลักฐานเอาผิด”

            “นั่นมันเรื่องตั้งแต่แกยังเด็ก ๆ แล้วนี่หว่า จะใช่ฝีมือนายชรัณเหรอวะ อาจเป็นพวกเดียวกับที่เล่นงานแกเมื่อหลายปีก่อนนั่นหรือเปล่า”

            “ฉันก็ไม่แน่ใจ ถึงไม่ได้บอกเรื่องนี้กับตำรวจ พูดไปก็แหวกหญ้าให้งูตื่นเปล่า ๆ”

            “ถ้าไม่ใช่ฝีมือนายชรัณแล้วจะเป็นใคร ครั้งก่อนแกประมูลอาหารทะเลมาได้ไม่ใช่น้อย เป็นไปได้ที่จะทำให้นายชรัณไม่พอใจ แต่จะว่าไปแล้ว นอกจากนายชรัณ คนอื่น ๆ ก็อาจจะไม่พอใจด้วยเช่นกัน”

            “ก็เพราะอย่างนี้ ฉันถึงไม่ปักใจไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง ฉันอยู่ในที่แจ้ง พวกมันอยู่ในที่มืด สิ่งเดียวที่ทำได้คือ ต้องระวังตัวเอง”

            “ใช่เพราะครั้งต่อไป แกอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้ สายกีตาร์คุณธารช่วยชีวิตแกไว้แท้ ๆ”

เธียรวิชญ์นิ่งคิด เพียงเสี้ยววินาทีที่เขารอดชีวิตมาได้อาจเป็นเพราะดวงชะตาของเขายังไม่ถึงฆาตหรือเป็นเพราะบุญกรรมที่หนุนนำให้เธอได้มีส่วนช่วยชีวิตเขากันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์อย่างเขาไม่มีวันล่วงรู้ก็คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น