krisyeol บ่าวน้อยชุดน้ำเงิน

ตอนที่ 13 : ไขคดีชนเผ่านอกรีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 258 ครั้ง
    9 พ.ย. 61





มีมังกงด้วย​ มังกรสองผัวเมียอีกต่างหาก ตัวหนึ่งธาตุไฟตัวหนึ่งธาตุน้ำ คนถือกระบี่มั่วเหยียยกมันขึ้นมอง พิจารณาดูว่ามันจริงตามที่ถูกคนเล่าให้ฟังจริงหรือไม่ มั่วเหยียคือมังกรแห่งธาตุไฟ มิน่ามันถึงปล่อยไออุ่นออกมาจากตัว ส่วนก้านเจี้ยงคือมังกรเช่นกันมีธาตุคือน้ำเขาได้สัมผัสมันแล้ว มันจะปล่อยไอความเย็นออกมาเหมือนกัน 


“มั่วเหยียที่เป็นไฟ สามารถแผดเผาได้ทุกอย่าง แล้วก้านเจี้ยงที่เป็นน้ำทำอะไรได้บ้างรึขอรับ” ไม่ใช่ว่าคุณสารวัตรอยากได้กระบี่ของท่านแม่ทัพนะ เขาแค่อยากรู้พลังของมันมากกว่า


“สามารถทำให้ทุกอย่างแข็งเป็นน้ำแข็ง” รองแม่ทัพตอบแทน คุณสารวัตรพยักหน้ารับ “แล้วอาซ้อคิดเช่นไร เชื่อรึไม่” ถ้าไม่เรียกเขาว่าอาซ้อจะเป็นพระคุณมาก ชานยอลไม่ตอบ เขาก้มมองกระบี่ในมืออีกครั้ง ‘เจ้าเลือกเมียให้กับท่านแม่ทัพจริงดิ’ เพียงแค่คิด มั่วเหยียที่อยู่ในมือของชานยอลก็สั่นไหวรุนแรงเพื่อเป็นคำตอบให้กับนายของมัน คุณสารวัตรกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ อยู่ๆก็จะกลายมาเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพ เป็นอาซ้อของจวนผู้อื่น ทั้งๆที่มียศเป็นเพียงบ่าวรับใช้เท่านั้น แต่ก็ชั่งปะไร เขาไม่รับซะอย่างใครจะทำไม แคคิด มั่วเหยียที่อยู่ในมือก็สั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง แรงจนกระทั่งคุณสารวัตรไม่สามารถควบคุมมันได้ “เจ้าทำอันใดมัน อาซ้อ” รองแม่ทัพร้องถาม


“นี่ หยุดนะ” ชานยอลร้องสั่ง แต่กระบี่ในมือไม่ยอมหยุด แถมยังปล่อยไอความร้อนออกมาใส่คนในจวนหลักอีก ร้อนถึงท่านแม่ทัพต้องลุกขึ้นมาด้วยตนเอง แม่ทัพใหญ่จับมือเล็กๆของสารวัตรปาร์คเอาไว้ กระบี่ที่สั่นไหวหยุดนิ่งลง ความร้อนในห้องโถงก็ทุเลาลง





“เจี้ยเหิง ข้าคงไม่ไหวแล้ว” สตรีสาวคนรักของแม่ทัพใหญ่อู๋เจี้ยเหิงเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา บาดแผลตามเนื้อของนางชั่งสาหัสนัก แม่ทัพใหญ่มองดูฮูหยินของตนที่จมอยู่กับกองเลือด ในมือถือมั่วเหยียไว้แน่น พวกเขารบกันเหล่ามารมาเป็นเวลาหลายชั่วยาม จนกระทั่งฮูหยินของตนพลาดพลั้ง


“มั่วยอล เจ้าจะต้องไม่เป็นอันใด ข้าจะพาเจ้าไปรักษา” ท่านแม่ทัพเอ่ยทั้งน้ำตา เขารับรู้ว่าคนรักคงทนบาดแผลไม่ไหว แต่ถึงเช่นไร เขาจะต้องพาคนรักกลับ เขาจะไม่ทิ้งให้คนรักอยู่ที่นี่ ที่ ที่เป็นสนามรบของเขาและเหล่ามาร ท่านแม่ทัพใหญ่อุ้มฮูหยินของตนขึ้น สองขาก้าวข้ามกองศพนับหมื่นที่นอนจมกองเลือดอยู่ 


ผลัวะ


ท่านแม่ทัพใหญ่ทรุดลงกับพื้น เมื่อมีแส้เส้นโตฟาดมาที่หลัง เพียงไม่นานท่านแม่ทัพจึงลุกขึ้นอีกครั้ง เขาไม่สนมารหรือผู้ใดที่ทำร้ายตน เขามีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องปกป้องในเวลานี้ นั่นก็คือฮูหยินของตน


“ท่านพี่” มือเล็กๆแต่ว่าแข็งแกร่งยิ่งนักยกขึ้นสัมผัสใบหน้าของท่านแม่ทัพ น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลอาบสองข้างแก้ม “ข้ารักท่านนะ ไม่ว่าภพหน้ารึภพไหน ข้าขอเกิดมาเพื่อท่านเช่นดังเดิม” นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “มั่วเหยีย ขอให้เจ้ารอข้ากลับมานะ” จบคำ มือที่สัมผัสใบหน้าของคนรักก็ตกลงตามแรงโน้มถ่วง กระบี่ที่อยู่ในมือของนางก็ตกลงสู่พื้น


“น้องหญิง” เสียงร้องลั่นปานสัตว์ถูกทำร้าย ทุกอย่างในบริเวณโดยรองหยุดเคลื่อนไหว มั่วเหยียที่นอนอยู่บนพื้นสั่นสะเทือนอย่างหน้ากลัว “มั่วยอลของข้า” ท่านแม่ทัพใหญ่เจี้ยเหินกำกระบีี่ในมือแน่น “ก้านเจี้ยง มั่วเหยีย แก้แค้นให้น้องหญิงของข้าซะ” จบคำ กระบี่ทั้งสองเล่มก็ทะยานขึ้นเหนือฟ้า มันทั้งสองแผดเผาเหล่ามารนับพันที่ยังคงต่อสู่กับกองทัพทหาร มั่วเหยียแผดเผา ก้านเจี้ยงทำการแช่แข็ง เหล่าทหารทั้งหลายขยับกายออกห่าง เพียงไม่นานทุกอย่างก็หยุดนิ่งลง กระบี่ทั้งสองทะยานกลับไปหานายของตน แต่นายทั้งสองกลับเหลือเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ กระบี่ทั้งสองสั่นไหวอีกครั้ง มั่วเหยียปล่อยไฟเผาทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ก้านเจี้ยงปล่อยน้ำแข็งห่อหุ้มร่างที่ไร้วิญญาณของนายทั้งสองเอาไว้ เพราะกลัวมั่วเหยียจะเผาร่างของนายทัั้งสองไปด้วย เหล่าทหารวิ่งหนีตายกันเมื่อบริเวณผืนป่ากลายเป็นกองเพลิง ทหารแต่ละนายกระโจนลงสู่แม่น้ำ มองกระบี่คู่ใจของท่านแม่ทัพและฮูหยินที่กำลังร้องไห้ พวกเขาทนฟังกระบี่มั่วเหยียคำรามเป็นเวลาสามวันทุกอย่างจึงสงบลง เหล่าทหารที่แช่อยู่ในน้ำทยอยกันขึ้นมา คนสนิทของท่านแม่ทัพเดินเข้าไปยังร่างของแม่ทัพและฮูหยินที่อยู่ในก้อนน้ำแข็ง กระบี่ทั้งสองนอนแน่นิ่งอยู่ข้างๆ


“ท่านแม่ทัพ ฮูหยิน” คนสนิทของท่านแม่ทัพทรุดเข่าลงกับพื้น รวมทั้งนายทหารคนอื่นก็เช่นกัน ไม่คิดว่าการตามล่าเหล่ามารจะเป็นการจบชีวิตของท่านแม่ทัพและฮูหยินไปพร้อมกัน “กลับเมืองหลวงกันนะขอรับ” คนสนิทเอ่ย แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถยกร่างของคนทั้งสองกลับเมืองหลวงได้ ยิ่งกระบี่ทั้งสองเล่มแล้ว ไม่มีผู้ใดแตะต้องมันได้ เมื่อไม่สามารถที่จะยกร่างของคนทั้งสองกลับได้ จำต้องให้ม้าเร็วไปส่งข่าวคนที่เมืองหลวง หลายสิบวันให้หลัง บุตรชายคนโตของท่านแม่ทัพก็โผล่มายังสนามรบ 


“ยกท่านพ่อกับท่านแม่ขึ้นรถม้า” เพียงแค่บุตรชายคนโตสั่ง ทุกอย่างก็ชั่งง่ายดายนัก กระบี่สองเล่มที่ไม่มีผู้ใดแตะต้องได้ บัดนี้มันกับนอนแน่นิ่งอยู่ในมือของบุตรชายคนโตท่านแม่ทัพ






“พระอาญามิพ้นเกล้า” คนทั้งสองสะดุ้งตกใจกับคำร้องของผู้มาใหม่ เมื่อกี้คุณสารวัตรเห็นผู้หญิงกับคนรักของนางถูกแช่ในก้อนน้ำแข็ง ผู้หญิงคนนั้นหน้าเหมือนเขามาก ส่วนผู้ชายก็คือคนตรงหน้าเขาในตอนนี้ อะไรกัน ทำไมเขาถึงได้เห็นสิ่งเหล่านั้นกันนะ ชานยอลสะบัดหัวเพื่อเรียกสติตัวเอง ส่วนท่านแม่ทัพใหญ่กลับไปนั่งที่เดิมของตนเอง “กระหม่อมจื่อหนานองครักษ์กระทรวงกลาโหมถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์จื่อหนานรายงานตัว “กระหม่อมนำรายงานคดีฆาตกรรมหญิงสาวในเมืองมาถวายพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์กระทรวงกลาโหมยื่นแผ่นรายงานในมือมองแก่องค์ชายซือชุน พระองค์รับแผ่นรายงานมา จากนั้นจึงเปิดดูทีละแผ่น โดยข้างๆมีหมอหนุ่มตัวเล็กยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ องค์ชายห้ายกยิ้มโดยไม่ได้หันมองคนข้างๆ 


“อยากรู้รึ” พระองค์ถาม เด็กหนุ่มถอยกรูไปด้านหลังอย่างตกใจ คุณหมอหนุ่มยกมือขยี้ผมตัวเอง เพราะเมื่อสักครู่ตนลืมตัว เนื่องจากความอยากรู้อยากเห็นมันมีมากกว่า


“ขอประทานอภัยองค์ชาย” หมอหนุ่มกล่าวพร้อมกับก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด องค์ชายห้าไม่กล่าวอันใด หันไปยื่นรายงานให้แก่สหายตนแทน “องค์ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้เรากับท่านแม่ทัพช่วยคลี่คลายคดีนี้ คำสั่งคงตกไปถึงที่กระทรวงกลาโหมแล้วกระมัง” องค์ชายเอ่ยแก่องครักษ์จื่อหนาน 


“มาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” พระองค์พยักหน้ารับ จากนั้นจึงหันไปมองยังสหายที่อ่านรายงานในมือ


“แต่ละคดี คือนักฆ่าคนเดียวกันเช่นนั้นรึ” ท่านแม่ทัพเอ่ย ถึงตนจะไม่เคยทำคดีเช่นนี้ แต่เมื่อมีรับสั่งมาจากองค์เหนือหัว ตนซึ่งเป็นคนใต้บังคับบัญชาจึงต้องรีบเร่งทำตาม มือถือแต่กระบี่ไล่ล่าศัตรู แต่เวลานี้ต้องวางกระบี่มาไขปริศนาแทน


“ไม่ทราบเช่นกันขอรับท่านแม่ทัพ แต่ละคดีมีเพียงหญิงสาวเท่านั้นที่ถูกฆ่า ท่านกระทรวงกลาโหมจึงลงมติเช่นนั้นไปก่อนขอรับ” องครักษ์จื่อหนานรายงานตามความเป็นจริง เมื่อนายสั่งให้ทำเช่นนั้นตนที่เป็นผู้น้อยย่อมทำตามคำสั่ง


“ทำงานโดยไม่สืบคดีความ แต่ลงมติให้เป็นฆาตกรเพียงผู้เดียว ถ้ามีหลายคนพวกมันคงเยาะเย้ยกันทั้งสำนักกระทรวงกลาโหมกระมัง” องค์ชายห้าเอ่ย ทำให้เหล่านายทหารที่มีหน้าที่สืบคดีก้มใบหน้าลงอย่างอับอาย เพราะคดีที่พวกตนสืบหาไม่มีอะไรคืบหน้า


“แต่มันก็น่าจะเป็นคนคนเดียวกันนะ ดูที่รูปความรายงานแล้ว เหยื่อเป็นเพียงเด็กสาว แถมยังเป็นเด็กสาวถึงหกคนแล้วด้วย” เสียงเล็กๆดังขึ้นข้างๆ ทำให้ท่านแม่ทัพใหญ่หันมอง ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมยังเปิดคดีในมือของท่านแม่ทัพดูอีกต่างหาก “ลู่มึ.. เอ่อ...คุณชายรองลู่ฮานขอรับ ตอนที่คุณชายมองดูศพผู้ตาย ศพมีลักษณะเช่นใดบ้างขอรับ” คุณสารวัตรที่จะเรียกเพื่อนอย่างสนิทสนมถึงกับต้องหุบปากลงแล้วเรียกเพื่อนใหม่ คุณหมอหนุ่มยกมือลูบที่ปลายคางของตนอย่างครุ่นคิด


“ศพมีสภาพเลือดท่วมตัวก็จริง แค่ถ้ามองอย่างพิจารณาจริงๆศพมีสภาพซีดเชียวซะมากกว่า” คุณหมอหนุ่มตอบแววตาเหม่อลอยอย่างครุ่นคิด ไม่ได้สนใจผู้ใดจะจ้องมองตน “ศพก่อนหน้านี้เป็นเช่นไร” มีออกจากภวังค์ความคิดของตน คุณหมอหนุ่มจึงหันไปถามองครักษ์ที่ยังคงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ขององค์ชายห้า


“เป็นเช่นที่คุณชายสันนิษฐานเลยขอรับ สภาพศพแต่ละศพมีเลือดท่ามตัว แต่จริงๆศพกลับซีดเผือด” องครักษ์ลังเลอยู่สักพักไม่กล้ารายงาน จนกระทั่งองค์ชายห้าพยักหน้าอนุญาตตนจึงได้รายงานออกมา


“เช่นนั้นก็โดนดูดเลือด” หมอหนุ่มอุทานขึ้น


“สมัยนี้มีแวมไพร์ด้วยเหรอ” สารวัตรปาร์คถามยิ้มๆทำให้ได้รับสายตาดุๆมาจากเพื่อน “โอเค กูพูดเล่น” ทุกคนหันมองยังคุณสารวัตรหนุ่ม 


“เป็นศัพท์ที่บ้านเจ้ารึ” ท่านแม่ทัพถามอย่างสงสัย โอเคคือเช่นไร คนต่างเมือนนิยมพูดกันรึ เหตุใดพวกตนถึงไม่เคยได้ยิน


“เป็นคำพูดของบ่าวกับคุณชายรองเพียงสองคนขอรับ”  ชานยอลรีบแก้ตัว เพราะหลงลืมจึงได้พูดศัพท์สมัยใหม่ออกมา ทุกคนที่ได้ยินคำแก่ตัวจึงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “ที่คุณชายรองบอกว่าสภาพศพซีด นั่นเป็นเพราะศพเสียเลือดมากก็ได้” คุณสารวัตร เมื่อแก้ตัวเสร็จ จึงได้หันไปถามเพื่อนต่อ 


“นั่นก็ใช่ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ข้าสงสัย” ลู่หานพูด


“อะไร” องค์ชายห้าถาม หมอหนุ่มหันมองคนถาม เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา แต่เดินไปหยุดอยู่หน้าองครักษ์จื่อหนาน


“ขอถามท่านองครักษ์ ศพแตะละศพมีบาดแผลที่ใดบ้าง” องครักษ์จื่อหนานมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมที่จะรายงานออกมา


“สภาพศพยังคงสภาพเดิมขอรับ มีเพียงแค่ข้อมือเท่านั้นที่มีบาดแผลลึก แต่ว่าแต่ละศพไม่ได้มีบาดแผลข้างเดียวกัน” องครักษ์รายงาน “แถมศพยังไม่มีสภาพของการขัดขืน” องครักษ์รายงานอีกครั้ง


“เหมือนนอนนิ่งๆให้กรีดข้อมือ” สารวัตรหนุ่มพูดขึ้นมาบ้าง แบบนี้ไม่ธรรมดาเอาซะแล้ว “ขอถามหน่อย แต่ละศพเคยผ่านการออกเรือนแล้วรึยัง” องครักษ์ส่ายหน้าเป็นคำคงตอบ เพราะศพแต่ละนางเป็นเพียงเด็กสาวแรกรุ่น “เช่นนั้นถือว่าเอาเลือดเด็กสาวไปบูชายัญได้รึไม่” จบคำพูดทุกคนหันมองที่คุณสารวัตรเป็นตาเดียวอีกครั้ง


“มีชาวเผ่านอกรีต ที่ช่วงนี้เห็นว่าโผล่ในเมืองหลวงอยู่หลายสิบคน ถูกจับได้แล้วประมาณสามคน รึว่าจะเป็นพวกมันที่ก่อคดี” องครักษ์เอ่ยขึ้น ทำให้ทุกคนคิดตาม “กระหม่อมได้ยินมาว่า อีกสามวันจะเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ชาวเผ่านอกรีตพวกนี้จะมีการบูชายัญ รึพวกมันจะเอาเลือดเด็กสาวไปทำพิธีพ่ะย่ะค่ะ” 


“เช่นนั้นพวกมันคงอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง สั่งนายทหารออกตามล่าก่อนที่พวกมันจะฆ่าใครอีก” องครักษ์จื่อหนานรับคำจากนั้นจึงรีบออกไปทำตามคำสั่งทันที จะเหลือก็แค่คนในจวนอู๋ที่ยังคงจ้องมองสองนายบ่าว ข่าวลือเรื่องเกี่ยวกับบุตรชายคนรองของสกุลลู่คงไม่ได้เป็นดั่งเช่นได้ยินมาจริงๆ แต่เด็กตัวแค่นี้จะสันนิษฐานคดีได้ถึงเพียงนี้เลยเหรอ ยิ่งอีกคนเป็นเพียงบ่าวเท่านั้น สองนายบ่าวนี่น่าสงสัยอยู่ไม่น้อย







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 258 ครั้ง

559 ความคิดเห็น

  1. #531 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 14:04
    สุดยอดอ่ะคู่หูนักสืบ เยี่ยมมมมมม
    #531
    0
  2. #500 เควิน อู๋ (@OaliyaLove) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 16:02
    นี้มันโคนันนน
    #500
    0
  3. #460 pj_0306 (@pj_0306) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 01:11
    เหมาะสมกันมาก น้องออกเรือนได้เลย 5555
    #460
    0
  4. #443 yukisaku (@yukisaku) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 14:55
    พูดซะนึกว่าโคนันมาเอง
    #443
    0
  5. #405 vivivenus (@vivivenus) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 11:26

    นึกถึงโคนัน เลย

    #405
    0
  6. #372 RIAP-0627 (@retopair) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 04:08
    เก่งกับเก่ง เหมาะสมที่สุด น้องเลี่ยรีบตกลงแต่งเลย
    #372
    0
  7. #342 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 20:57
    ว่าที่เมียของท่านแม่ทัพกับองค์ชายห้าเก่งสุดๆ
    #342
    0
  8. #307 rose_of_sharon (@shinsoul) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 00:40
    นี่แหละคือสองหนุ่มน้อยจากยุคไอที....ที่ทำให้คนในยุคอดีตอึ้งได้ หุหุ แต่ตอนนี้ยอมรับนะว่าสองคนนี้สืบคดีได้แบบ....เท่ห์ง่ะ
    #307
    0
  9. #222 linonan_ (@linonan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 19:01
    เนี่ยยยยยย ความนายเอกของเรื่องนี้อ่ะ มีความสามารถสุดๆ เหมาะสมกับท่านแม่มัพและองค์ชายห้ามากเจ้าค่ะ
    #222
    0
  10. #57 LarLar52 (@LarLar52) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 09:36

    น้องยอลกับเพื่อนทำให้ใครต่อใครประหลาดใจได้มากเลยทีเดียว
    #57
    0
  11. #55 pcyqsz_ (@pcyqsz_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 20:10
    น้องกับลู่ทำให้คนในจวนประหลาดใจเลยอ่ะยิ่งอ่านยิ่งติดอ่ะ
    #55
    0
  12. #54 Fa-Miin (@Fa-eal) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 19:27
    ชอบความย้อนยุคมาแบบเอาความาามารถมาใช้
    #54
    0
  13. #53 SuwimonJihun (@SuwimonJihun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 16:52

    สสนุกมากครํะะะะะะรออออ

    #53
    0