(END) คุณอาที่รัก ::: KrisLay

ตอนที่ 22 : คุณอาที่รัก - 21 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    28 มี.ค. 57





- 21 -

 




 

 

        ปัง!

 

 


 

            เสียงนั้นทำให้คนที่กำลังนั่งเหม่อสะดุ้งเฮือก ดวงตาใต้แพขนตาสีเข้มเบิกมองหนังสือเล่มเล็กอันเป็นที่มาของเสียงกระทบดังปังก่อนจะพรูลมหายใจออก

 

 

            “อย่าไปลงกับหนังสือสิ มันน่าสงสารนะ”

 

 

            “ฉันจะไม่ทำถ้านายตั้งใจทำงาน” เลย์ที่รู้ตัวว่าผิดเต็มประตูผงกหัวขึ้นลง เอ่ยคำขอโทษออกไปอย่างเต็มใจ ร่างเพรียวบางขยับตัวบนเก้าอี้ยื่นหน้าไปมองกระดาษขาวตรงหน้านารา ในนั้นมีหัวข้อรายงานที่พวกเขาช่วยกันลิสต์ออกมาตามโครงเรื่องที่วางไว้ตั้งแต่คำนำจนถึงบทสรุป นาราเพื่อนผู้หญิงที่จงอินไปจีบ(?)มากำลังแบ่งหัวข้อให้ทุกคนไปรวบรวมเนื้อหาและเลย์ก็คงลอยไปกับความคิดในหัวจนไม่ได้ฟังว่าเพื่อนกำลังพูดอะไรกัน นาราถึงต้องเตือนด้วยการฟาดหนังสือลงตรงหน้าทีหนึ่ง

 

 

            “นายโอเคหรือเปล่า? ทำไมวันนี้เหม่อจัง” ชานยอลถามด้วยภาษาสากล เขานั่งติดกับเลย์ ขวามือเป็นแบคฮยอนที่ยังรักษาความเงียบได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ตั้งแต่ต้นชั่วโมงถึงท้ายชั่วโมงแบคฮยอนทำแค่เสนอความเห็นที่จำเป็นไม่เกินสามครั้งและพยักหน้าไปกับนาราเท่านั้น...แต่ก็ดีกว่าเลย์ที่เหม่อแทบทั้งชั่วโมง

 

 

            “ฉันโอเค นี่คือหัวข้อส่วนของฉันใช่ไหมนารา” นาราตอบว่าใช่

 

 

            “ต้องส่งให้เธอวันไหน”

 

 

            “ขอช้าที่สุดวันศุกร์ เพราะหลังจากรวมข้อมูลแล้วฉันจะส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ให้ทุกคนอ่าน ใครอยากให้แก้ไขหรือเสนอแนะอะไรก็เมลกลับมาช่วงเสาร์อาทิตย์นั้น วันจันทร์ก็ส่งคุณครูพี่ลู่เลย”

 

 

            “กำหนดส่งมันตั้งวันพุธนะเธอ” ชานยอลท้วงแต่นารายักไหล่

 

 

            “ส่งก่อนนั่นแหละดี แค่นี้นะ ฝากส่วนของจงอินด้วย” เลย์ยกมือถือถ่ายรูปหัวข้อรายงานของจงอินก่อนจะส่งไปให้เจ้าตัวทางโปรแกรมแชท รอจนห้านาทีแล้วจงอินก็ยังไม่เปิดอ่านเลยเก็บเครื่องใส่กระเป๋าตามเดิม เพื่อนดำคงกำลังอยู่ระหว่างถ่ายโฆษณาสินค้าตามที่บอกเมื่อวาน

 

 

            “เสร็จแล้วก็ไปทานข้าวกันเถอะ หิวแล้ว”

 

 

            “นี่ นาย...” เลย์ที่กำลังจะลุกไปตามคำชวนของชานยอลเหลียวไปมอง แบคฮยอนยืนหน้าเชิด สีหน้าไม่บอกอารมณ์เหมือนที่คุ้นตาในช่วงหลังมานี้ “ฉันอยากทำงานของชมรม ทานข้าวเสร็จแล้วขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”

 

 

            “เลือกแล้วหรือว่าจะทำหัวข้ออะไร”

 

 

            “เลือกแล้ว ฉันต้องการรูปถ่ายประกอบคอลัมน์ด้วย” นั่นหมายความว่าเลย์ต้องเป็นคนถ่ายให้ทั้งคอลัมน์ของแบคฮยอนและคอลัมน์ที่พวกเขาต้องทำด้วยกัน เลย์มองไปทางเพื่อนตัวสูงที่ก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หลังห้องก่อนจะหันมาบอกแบคฮยอนง่าย ๆ

 

 

“โอเค ฉันจะรีบขึ้นมา”

 

 

            “ไปเจอกันที่ดาดฟ้าเลยก็ได้”

 

 

            “ทำไมต้องดาดฟ้า”

 

 

            “ฉันต้องการรูปวิวจากดาดฟ้า” ตากล้องสมัครเล่นร้องอ๋อ แนะนำว่า “ถ้าจะถ่ายวิวดาดฟ้าเอาเป็นตอนเย็นจะดีกว่า แสงตอนนี้ไม่สวยหรอก มันจ้าเกิน”

 

 

            “ก็นายบอกว่าต้องกลับบ้านก่อนห้าโมงไม่ใช่หรือ?”

 

 

            “ก็ใช่ เดี๋ยวทานข้าวแล้วเราก็คุยเรื่องเนื้อหากันก่อน เลิกเรียนตอนสามโมงครึ่ง สี่โมงขึ้นไปถ่ายก็ทัน รูปแลนด์สเคปแถมยังใช้แสงธรรมชาติ ใช้เวลาไม่นานหรอก” เจ้าของดวงตาเรียวนิ่งไปก่อนจะถอนหายใจแทนการตอบรับ พอชานยอลเข้ามาสมทบแบคฮยอนก็ผละไปเหมือนไม่เห็นว่าเพื่อนตัวสูงกำลังจะพูดด้วย

 

 

            “คุยอะไรกัน แบคฮยอนมาว่าอะไรอีกหรือเปล่า” เลย์ส่ายหน้า ชานยอลมาถึงก็ถามเป็นเชิงกล่าวหาเพื่อนตัวเล็กไว้ก่อน ไม่ได้ระวังเลยว่าแบคฮยอนเพิ่งเดินไปแค่ไม่กี่ก้าว ระยะห่างเพียงเท่านี้อีกฝ่ายต้องได้ยินเสียงทุ้ม ๆ นั่นอยู่แล้ว ถ้าอะไร ๆ มันเป็นอย่างที่จงอินเล่าให้ฟังจริง แบคฮยอนก็น่าสงสารยิ่งกว่าใคร

 

 

 

 

 

 

 

           

            “ตกลงวันนี้จะไม่ไปเชียร์จริง ๆ หรือ?”

 

 

            “เออ บอกแล้วไงว่ามีงานต้องทำ ถามอีกรอบจะไม่คุยด้วยแล้วนะ” นักกีฬาอารมณ์ดียิ้มร่า จับหนังสือกดหัวเลย์ก่อนจะเดินแกมวิ่งไปทางหน้าห้อง ใบหน้าคมคายลดรอยยิ้มลงจนเหลือเพียงความเรียบเฉยยามเจ้าตัวหยุดคุยกับคนตัวเล็กที่นั่งแถวหน้าสุด เลย์ไม่ได้ยินหรอกว่าคุยอะไรกันเพราะแบคฮยอนเหมือนจะไม่เงยหน้ามองคู่สนทนาด้วยซ้ำ ไม่ถึงนาทีชานยอลก็ก้าวยาว ๆ ออกจากห้องไป ตอนนั้นแหละคนที่นั่งก้มหน้ามาตลอดถึงได้มองตามหลัง

 

 

            เออ ไอ้เค้าโครงเรื่องลาง ๆ เริ่มจัดขึ้นมาแล้วล่ะ

 

 

            “ไปกันเลยไหม” เลย์หยุดหน้าโต๊ะ ตำแหน่งเดียวกับที่ชานยอลยืนเมื่อกี้ แบคฮยอนไม่ตอบคำแค่เก็บของเงียบ ๆ แล้วก็เดินนำออกไปก่อน เลย์เร่งฝีเท้าจนตีคู่ พวกเขาตรงไปทางบันไดเดินขึ้นไปอีกห้าชั้นก็ถึงประตูทางหนีไปที่พอเปิดออกไปจะเชื่อมกับทางขึ้นชั้นดาดฟ้า อาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ปล่อยตรงเวลา พวกเขาเสียเวลาเก็บของแล้วก็คุยเรื่อยเปื่อยจนถึงสี่โมง แสงแดดของฤดูร้อนยังคงจัดจ้าแต่ก็อ่อนจางกว่าตอนเที่ยงหลายเท่า

 

 

            “อยากได้ภาพมุมไหน”

 

 

            “มุมนั้น” มุมนั้น...ไม่ใช่ส่วนที่มองออกไปแล้วเห็นวิวของสนามหญ้าสีเขียวสดด้านหน้าแต่เป็นมุมที่ต้องเดินอ้อมมุมตึกไปอีกด้าน ลับสายตา แสงแดดยามเย็นส่องไม่ถึง หากเมื่อมายืนก็จะเห็นตึกเรียนกับต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายสลับสีสัน สวยไปอีกแบบ

 

 

            “ดูไพรเวทดีนะ” เลย์ชม สิ่งที่ทำให้โรงเรียนเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองสำหรับแบคฮยอนคือที่นี่ มุมที่อยู่แล้วรู้สึกสงบ ปลอดภัย สบายใจที่สุด คนตัวเล็กยังคิดกิจกรรมร่วมสนุกด้วยการทิ้งคำถามให้ทุกคนบอกมุมที่ตัวเองชอบที่สุดในโรงเรียนเพื่อแลกโปสการ์ดสวย ๆ และนำเรื่องของแต่ละคนไปอ่านในชั่วโมงกระจายเสียงตอนพักกลางวันอีกด้วย เลย์เป็นคนเสนอเรื่องให้รูปโปสการ์ดเป็นของรางวัล แน่นอนว่าต้องทำมาจากรูปที่เลย์ถ่ายเอง

 

 

            “มุมไหนที่นายชอบมองออกไป” แบคฮยอนมองอย่างแปลกใจแต่ก็ยอมชี้ให้ดูท้องฟ้า เลย์เลยทิ้งตัวลงนั่ง เอนตัวไปข้างหลังก่อนจะเล็งไปยังก้อนเมฆขาวรูปทรงแปลกตา ลองวัดค่าแสงก่อนจะปรับโทนสีภาพแล้วก็เริ่มถ่ายอย่างคล่องแคล่ว เมื่อได้ภาพตัวอย่างมาพอประมาณก็เรียกแบคฮยอนมาเช็ค

 

 

“ฉันอยากให้ด้านล่างของภาพมีต้นไม้กับตึกด้วย เอาแค่หนึ่งส่วนสี่ของภาพให้รู้ว่าเรามองจากมุมเงยแบบนี้”

 

 

“โอเค” เมื่อตัดความรู้สึกส่วนตัวออกไปพวกเขาก็ทำงานด้วยกันได้ดี ความอึดอัดใจลดน้อยไปกว่าตอนคุยเรื่องหัวข้อเมื่อตอนเที่ยงเยอะ ยิ่งถ้าเทียบกับเมื่อตอนแรกพบก็นับว่าพัฒนาขึ้นอีกโข ถึงแม้แบคฮยอนจะเงียบเป็นส่วนใหญ่เลย์ก็ไม่แคร์จะเป็นฝ่ายชวนคุย ไอ้ตัวดื้อคิดถึงคำสั่งสอนของคุณอารูปหล่อ คิดถึงปัญหาที่แบคฮยอนต้องเจอแล้วปากมันก็ไปเอง

 

 

“ขอภาพมุมกว้างด้านนั้นด้วยได้ไหม” หมายถึงด้านที่เป็นสนามหญ้า เลย์พยักหน้าไล่ดูรูปไปเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักแว่วมา เลย์โน้มตัวไปมอง เห็นนักเรียนหญิงสองสามคนยืนเรียงกันตรงขอบปูน มองไปทางสนามฟุตบอลด้านล่าง เห็นแวบแรกก็จำได้แล้วว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้น

 

 

“เพื่อนนายไม่ใช่หรือ?” แบคฮยอนเองก็เห็นเหมือนเลย์แต่เพราะกำลังดูรูปติดพันเลยไม่ได้ส่งเสียงทัก ใบหน้าเล็กเอียงมองจอแสดงภาพ หูก็ยังแว่วเสียงคนคุยกันลอยมากับลม

 

 

“ขี้เกียจทำรายงานอิ้งค์อ่ะ คุณครูพี่ลู่แม่งโหด แจกงานต่องาน เหมือนเรามีเรียนของแกแค่วิชาเดียวงั้นแหละ”

 

 

“บอกแล้วว่าให้จับแบคฮยอนไว้ ถ้านายนั่นอยู่ก็เบาแรงพวกเราไปได้เยอะ”

 

 

“เฮอะ ไม่ต้องมาพูดเลย พวกแกก็โล่งใจพอกับฉันนั่นแหละตอนที่ชานยอลลากเจ้านั่นไปน่ะ ยัยนัมจูตีขาฉันใหญ่เลย”

 

 

“นิดหนึ่งเถอะ อย่าหาว่าใจร้ายเลยนะแต่ถ้ามีบยอนแบคฮยอนมานั่งหน้าเชิด สั่งการควบคุมนั่นโน่นนี่ บรรยากาศการทำงานคงกร่อยพิลึกอ่ะ”

 

 

“เออ คุยสนุกเรื่องเดียวคือเรื่องไค นอกนั้นก็อะไรไม่รู้ กูเบื่อค่ะ”

 

 

“ทำเป็นเบื่อนะ ใครก็ไม่รู้นะที่บอกว่านูน่าสวย นูน่าเก่ง นูน่าเลิศ สารพัดอ่ะ เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับแฟนบอย”

 

 

“มันจำเป็นไหมยะ? ถ้าไม่ทำตัวสนิทไว้เวลามีงานของไคพวกเธอจะเอาเส้นสายที่ไหนไปสู้กับชะนีข้างนอกนั่นยะ เธอกับมีนาก็ใช่ว่าจะน้อย ฉีกรูปนูน่าทิ้งขยะ ระวังเถอะ ความจะแตกสักวัน”

 

 

“เกี่ยวอะไรกับพวกฉันไม่ทราบ คนทำคือจางอี้ชิงต่างหาก เนาะ”

 

 

“ช่ายยยยย พูดก็พูดเถอะนะ มันผิดตั้งแต่แบคฮยอนแล้วล่ะ ชอบเอานั่นเอานี่มายัดเยียดให้คนอื่น ไม่ได้ถามเล้ยยยยว่าพวกเราต้องการไหม ถ้าไม่รับก็จะเสียน้ำใจอีก ฉันน่ะเกลียดชะนีขายขาพวกนั้นจะตาย เมื่อไหร่จะดับ ๆ ไปให้หมดก็ไม่รู้ ข่าวว่าไปญี่ปุ่นก็ไม่รุ่ง ไปอเมริกาก็เงียบกริบ ทิ้งงานในบ้านเราไปตั้งนานพอกลับมาก็ไม่เปรี้ยงเหมือนเก่า เหอะ ก็สมควรนะ เต้นเป็นแต่ย้วยไปย้วยมาแบบนั้น ผู้ชายมันดูซ้ำไปซ้ำมามันก็เบื่อ”

 

 

“แฟนเกิร์ลเค้าก็มีเยอะย่ะ”

 

 

“เออ ช่างเถอะ ไม่อยากสนใจ แค่ข้อมูลศิลปินที่โดนกรอกมาก็จะล้นหัวอยู่ละ”

 

 

“ดีหน่อยนะ พักนี้นางเงียบ ๆ ไป”

 

 

“สงสัยจะเฮิร์ท ชานยอลกับไคมีเพื่อนใหม่ที่สนิทกว่า” แล้วพวกเธอก็หัวเราะคิกคัก สนุกกับประเด็นที่ยกมาคุยจนไม่ทันเห็นว่ามีเพื่อนร่วมห้องอีกสองนั่งอยู่อีกมุมของดาดฟ้า

 

 

แบคฮยอนรวบมือที่สั่นระริกเป็นกำปั้น กลีบปากบางเม้มจนเป็นเส้นขาว เจ็บแปลบแต่ทุกอย่างมันกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความโกรธที่กำลังลุกโชนในอก ทั้งโกรธทั้งผิดหวัง ดวงตาคลอหยาดน้ำชำเลืองมองคนข้างตัว เลย์ยังง่วนอยู่กับการเลื่อนดูรูป ไม่ได้เข้าใจสถานการณ์ไปด้วย ร่างเล็กลุกพรวดจากเก้าอี้ยาว พวกหน้าไหว้หลังหลอก จะซัดให้จำไปเลยว่าอย่ามาตีสองหน้ากับคนอย่างบยอนแบคฮยอน!

 

 

 

 

หมับ!

 

 

 

 

ดวงตาเรียวตวัดมองที่ข้อมือ แบคฮยอนถูกมือขาวบางรั้งไว้แถมคนที่รั้งยังส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงไม่เห็นด้วย แบคฮยอนตัวเย็นสลับร้อนวูบวาบ ความอับอายผุดขึ้นในกลางอกเมื่อเข้าใจในตอนนั้นว่าจางอี้ชิงได้ยินและเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ทั้งเรื่องที่เขาถูกเพื่อนนินทา ถูกหักหลังแล้วก็เรื่องที่เขาเคยกล่าวหาอีกฝ่าย

 

 

แบคฮยอนกระชากมือออกแต่อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อย

 

 

“อย่าเลย”

 

 

“...”

 

 

“คนพวกนี้ไม่มีค่าพอจะแลกหรอก” ภาษาบ้านเกิดดังขึ้นแบบไม่ต้องแปล โทนเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ ไม่คุ้นหูหากแบคฮยอนก็เข้าใจในทันที เลย์วางกล้องลงใช้สองมือดึงคนตัวเล็กกว่ามานั่งที่เดิม พวกเขานั่งเงียบ ๆ จนมีใครสักคนร้องขึ้นมาว่าต้องรีบไปเรียนพิเศษทั้งสามจึงพากันลงตึกไป

 

 

ดาดฟ้าเหลือแค่เลย์กับแบคฮยอน

 

 

“จะเอามุมนั้นด้วยใช่ไหม เดี๋ยวไปถ่ายให้” เลย์ว่าแล้วก็หยิบกล้องติดมือมาด้วย ร่างเพรียวบางเดินไปทั่วดาดฟ้า เก็บภาพในทุกมุมจนเกือบหมดแล้วโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเตือน เลย์หยิบมาดูเห็นเบอร์ที่โทรเข้าแล้วก็ตาโต แย่แล้ว

 

 

( อยู่ไหนแล้วนักเรียน? )

 

 

“เลย์ ยังอยู่ที่โรงเรียนอยู่เลยฮะ”

 

 

( นาฬิกาที่โรงเรียนกี่โมงแล้ว )

 

 

“อาคริส เลย์ขอโทษฮะ เลย์ต้องทำงานของชมรมกับเพื่อนแล้ว แล้วเลย์ก็ลืมบอก”

 

 

( เพื่อนคนไหน? )

 

 

“บยอนแบคฮยอนฮะ” คุณอาสุดหล่อเงียบไปหลายวินาที เลย์เกรงความผิดจนต้องอธิบายซ้ำ “เมื่อตอนกลางวันเราต้องทำงานกลุ่มวิชาของพี่ลู่ งานชมรมเลยต้องยกมาทำตอนเย็น อีกอย่างแบคฮยอนต้องการรูปถ่ายประกอบคอลัมน์ถ่ายตอนเย็นมันจะสวยกว่า เลย์มัวแต่ยุ่ง ๆ เลยไม่ได้บอกอาคริส อาคริสอย่าโกรธเลย์นะฮะ”

 

 

( แล้วตอนนี้ใกล้จะเสร็จหรือยัง? )

 

 

“ฮะ เกือบเสร็จแล้ว”

 

 

( เสร็จแล้วก็รีบกลับบ้าน อาให้เวลาถึงหกโมง ถ้าช้ากว่านี้คงต้องลงโทษจริงจังกันหน่อยละ ) คนหลานฉีกยิ้มกว้าง รับคำแข็งขันก่อนจะส่งจุ๊บหยอกล้อไปให้ปลายสาย ได้ยินคุณอาที่รักหัวเราะเสียงต่ำ ๆ กลับมาก่อนตัดสายไปก็ถอนใจโล่งอก

 

 

เมื่อถือกล้องกลับมาที่เดิมแบคฮยอนก็คลายสีหน้าโกรธเกรี้ยวลงแล้ว แม้ปลายจมูกกับขอบตาจะแดงเรื่อหากเจ้าตัวยังเชิดหน้าตามนิสัยไม่ยอมใคร เลย์ทำเป็นมองไม่เห็นหลักฐานของความเสียใจที่ฟ้องบนใบหน้าขาว เก็บกล้องใส่กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมสีม่วงเรียบร้อยก็บอกง่าย ๆ เหมือนเดิม

 

 

“คืนนี้ฉันจะแต่งรูปแล้วจะส่งให้ นายเอาอีเมลมาสิ”

 

 

“จะไม่พูดอะไรหน่อยหรือไง” เลย์เอียงหัวไปด้านหนึ่ง มองตอบแต่ไม่พูด “เรื่องรูปนั่น นายไม่ใช่คนทำ ไม่คิดจะบอกให้ฉันขอโทษเหรอ นายมีสิทธิ์แล้วนี่”

 

 

“แล้วอยากขอโทษไหมล่ะ” เลย์ย้อน

 

 

“ถ้ารู้สึกว่าตัวเองผิดก็ขอโทษฉันมาซะ แต่ถ้าไม่คิดแบบนั้นก็ไม่ต้องทำ ตอนเกิดเรื่องฉันก็ไม่ได้ขอโทษใครเหมือนกัน” ตอนแรกเลย์โกรธมาก โกรธความงี่เง่าของแบคฮยอนที่ถืออคติเป็นที่ตั้งไม่ยอมฟังคำอธิบาย โกรธเรื่องหนึ่งแล้วยังพาลไปอีกเรื่องหนึ่ง จนที่สุดแล้วยังทำของรักของเลย์เสียหาย ทำให้เลย์กับอาคริสทะเลาะกัน เลย์เลยปล่อยให้อีกฝ่ายหลงผิดคบยัยจิ้งจอกกลุ่มนั้นมาเรื่อย ๆ ความเสียใจที่ถูกเพื่อนหักหลังก็คงเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับบยอนแบคฮยอนแล้ว เลย์ไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีก

 

 

“นายไม่ได้ทำนายก็ไม่ต้องขอโทษ คนผิดคือฉันเอง”

 

 

“อะหะ แล้วคนผิดเนี่ยเค้าทำน้ำเสียงอวดดีแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า” แบคฮยอนค้อนขวับ ตั้งท่าจะโต้กลับแต่ก็ไม่ทำ ได้แต่เม้มปากหน้าตึงจนเลย์อดหัวเราะไม่ได้ “เอาเถอะ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยพูดก็ได้ อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของนายคนเดียว ฉันก็ผิดที่ไม่ได้บอกว่าใครทำ”

 

 

“ทำไมนายถึงไม่บอก”

 

 

“พูดเหมือนบอกไปแล้วจะเชื่อเลยนะ อีกฝ่ายนั่นเพื่อนรักนาย ส่วนฉันคือคนที่นายไม่ชอบหน้าตั้งแต่แวบแรกที่เจอ ต่างชนชั้นกันเห็น ๆ” แค่พยายามบอกใบ้ให้ตอนนั้นแล้วโดนตอกหน้ากลับมาว่าโยนความผิดให้คนอื่นเลย์ก็ซึ้งแล้ว ดวงตาคู่หวานมองแบคฮยอนที่เบือนหน้าไปทางอื่นแล้วก็ถอนใจยาว อีกสี่สิบนาทีจะหกโมงถ้าไม่รีบเลย์ได้กลับบ้านหลังเคอร์ฟิลด์อีกแหง

 

 

“ฉันต้องกลับบ้านแล้วล่ะ นายก็กลับเถอะ”

 

 

“ไม่คิดจะสมน้ำหน้าฉันหน่อยหรือ” เลย์ตวัดตามอง ทำไมเขาต้องทำแบบนั้นด้วย “ฉันเคยสะใจที่คนเกือบทั้งโรงเรียนเกลียดนาย ฉันรู้สึกดีที่ตัวเองยังมีเพื่อนมากมายขณะที่นายแทบไม่มีใคร สุดท้ายแล้วคนที่ไม่มีใครจริง ๆ คือฉันเอง สะใจดีไหม”

 

 

“เรื่องที่บอกว่าตัวเองไม่มีใครน่ะ นายเข้าใจผิดนะ เพราะที่ฉันรู้แน่ ๆ คือจงอินกับชานยอลรักแล้วก็แคร์นายมาก ส่วนเรื่องเพื่อนในกลุ่มของนาย ฉันว่านายไม่ควรเก็บคนประเภทนั้นมาซ้ำเติมตัวเอง คนไม่จริงใจพรรค์นั้นไม่มีค่าให้ต้องสนใจหรอก”

 

 

“นายไม่เคยถูกเพื่อนหักหลังนายจะเข้าใจอะไร” เลย์ร้องเฮ้อ เขาเบื่อประโยคยอกย้อนทำนองนี้ อ่านเจอบ่อย ๆ ในหนังสือนิยายในชีวิตจริงก็ต้องมาเจออีก งี่เง่าชะมัด

 

 

“คนแบบนั้นไม่ใช่เพื่อนบยอนแบคฮยอน พวกเค้าไม่คิดว่านายเป็นเพื่อน นายจะยอมให้ตัวเองผิดหวังเสียใจเพราะมนุษย์สองหน้าต่อไปก็ตามใจ”

 

 

“เรื่องของฉัน นายไม่ต้องยุ่ง” รำคาญคนหัวดื้อจนอยากจะทิ้งไว้ตรงนี้ แต่อีกใจก็สงสาร แบคฮยอนคิดว่าตัวเองไม่มีใคร คิดว่าตัวเองถูกชานยอลกับจงอินทอดทิ้ง พ่อแม่ก็ไม่ค่อยสนใจ เพื่อนที่คิดว่าจริงใจก็ไม่ใช่อย่างที่คิด อาการไม่หนักถึงขนาดโลกถล่มแต่ก็ใกล้เคียงแหละ

 

 

“โอเค ๆ ไม่ยุ่งก็ได้” ดึงเป้ขึ้นสะพายไหล่ ส่วนกระเป๋ากล้องเลย์อุ้มไว้กลางอก

 

 

“ฉันรู้ว่านายเสียใจแต่คนอย่างนายคงเสียใจได้ไม่นานหรอก จากนี้ถ้าความโกรธมันลุกฮือขึ้นมาอีก อย่าทำอะไรโง่ ๆ อย่างเช่นเข้าไปเฉ่งยัยพวกนั้นต่อหน้าผู้คนล่ะ มันมีหลายวิธีที่จะเอาคืน ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะทำตัวตามปกติ เฝ้าดูยัยพวกนั้นเล่นละครไปเรื่อย ๆ มีจังหวะเอาคืนเมื่อไหร่ค่อยเล่นงานให้หนักทีเดียว!

 

 

เพื่อความสะใจล้วน ๆ

 

 

“ฉันไม่จำเป็นต้องเชื่อนาย” เลย์ยิ้ม

 

 

“กลับละ ไม่อยากโดนผู้ปกครองดุ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

NOTE : คิดถึงคุณอากับหลานเลย์กันใช่ไหม

 

ส่งหนังสือวันที่ 7/04 นะคะ เดิมแจ้งไว้ว่าจะส่งสัปดาห์นี้(สิ้นเดือน) แต่ 3rd เสร่อ เวิ่นเว้อเพ้อเจ้อจนทำไฟล์ไม่ทัน หนังสือเลยเสร็จช้า กราบขออภัยมิตรรักแฟนฟิคทุกท่านค่ะ (ไหว้รอบทิศ) ความล่าช้าครั้งนี้เกิดจากเราทำงานช้าเอง ไม่เกี่ยวกับส่วนอื่นหรือคนอื่น ต้องขออภัยทุกท่านจริง ๆ ค่ะ อย่าเพิ่งบึ้มบ้านคนแต่งนะ เล่มนี้เค้าเพิ่งปิดจองไปเมื่อวันที่ 5 ยังไม่เลทมากใช่ไหม (วิ่งหลบระเบิด) ดุได้ ตีได้ แต่เพลา ๆ มือหน่อยนะ

 

-          ส่งหนังสือวันที่ 7/04 นะคะ ส่งแล้วจะมาอัพเลขที่พัสดุค่ะ

 

-          ข่าวดีนิดหน่อย เพิ่มจำนวนเล่มพิเศษ Love in Short note ใครคือผู้โชคดีไปลุ้นตอนแกะซองนะคะ

cinna mon
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,134 ความคิดเห็น

  1. #3024 ninimook (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:26
    เหมือนจะเข้ากันได้นิดนุงละนะแบคชิง
    #3,024
    0
  2. #2996 คลชป9091 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:59
    ดีกะกันแล้วสองคน><

    #2,996
    0
  3. #2962 harafiction. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 00:00
    เลิกอวดดีได้แล้วน่าแบคฮยอน หวังว่าพวกนางสองคนจะสนิทกันได้เร็วๆนะ
    #2,962
    0
  4. #2933 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 21:46
    แผนเลย์ร้ายกาจ และสะใจมากและแบคคงคิดแบบนั้น
    #2,933
    0
  5. #2918 AZ_KLrOlling (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 01:56
    นี่ก็ร้ายยยยยยยย
    #2,918
    0
  6. #2896 Iamsay (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2557 / 12:56
    ลักษณะไร้ท์นี่ มีความในใจกะผญ18ขาหน้าสวยนะ

    กรั่กๆๆๆ ชอบเรื่องนี้ตรงที่รายละเอียดแน่นนี่แหละ

    สนุกกกกก ถ้าไม่ติดว่าต้องไปทำงาน จะอ่านรวดเดียวให้จบ
    #2,896
    0
  7. #2886 //*\\O~I~L//*\\ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2557 / 19:55
    น้องชิงก็ร้ายในแบบหวานๆเนาะ เอาคืนแบบนิ่มๆ สะใจดีเนาะ 5555
    #2,886
    0
  8. #2839 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 22:31
    อาอี้ร้ายใช่ย่อย แถมยังเสี้ยมน้องอีกนะ
    #2,839
    0
  9. #2749 uzosou (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 20:01
    ฮ่าๆๆๆ อี้ชิงร้ายกาจจจจ

    บยอนรู้ความจริงแล้ว น่าสงสารนะ TT
    #2,749
    0
  10. #2688 pandatao' (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 18:35
    รู้แล้วแบคฮยอนน่าจะไปตบนางสักฉาดนะ
    หมั่นหน้าชะมัดเลย
    #2,688
    0
  11. #2655 icemenus (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 22:30
    คิดถึงมากเลยค่ะ
    ชอบเรื่องนี้มากเลย
    น่าักมากทั้งสองคน
    #2,655
    0
  12. #2643 frsx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 12:00
    ฮรืออพยอนรู้ความจริงแล้วเย่เฮทมากเลย
    เพื่อนแบบนั้นอย่าไปสนใจเลยเนอะ
    มาคบกับอี้ชิงดีกว่าน่ารักนิสัยดีกว่าเยอะ
    ฮาาาอี้ชิงนี่น่ารักเนอะมีความคิดที่ดีอ่ะชอบ
    อิอิอิขอบคุณนะคะไรทททท์<3

    #2,643
    0
  13. #2487 ชั้นรักexo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 18:24
    นับวันรอแบคฮยอนล้างแค้น หึหึ
    #2,487
    0
  14. #2476 LPanda (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 08:24
    บยอนเอ้ยยย ทิฐิสูงไปม้ายยยย อี้อุส่าห์คอยพูด คอยเตือน จะไปคบทำไมพวกไม่จริงใจ ดีแตาใส่หน้ากากเข้าหากัน อยู่กับอี้น่ะดีที่สุดแล้ววว ดีกันซะน้าาาาาา เอ้อออ วิธีที่อี้แนะนำมาก็ดีใช่ย่อย ปากบอกว่าไม่เชื่อไม่ทำ แต่ดูท่าทางแล้วอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่ปากบอกหรอกชิมิอิ5555555
    #2,476
    0
  15. #2458 BrowZNiiZ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 00:49
    แบคนี่หัวดื้อจริงๆๆๆ
    #2,458
    0
  16. #2379 BunnyYll (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 10:29
    แบคนี่คงต้องเก็บกดจากเพื่อนมามากแน่ๆ ดีกันสักทีเนาะ เฮ้อออออ~~

    กลับบ้านเร็วๆคุณหลานเดี๋ยวคุณอาคิดถึง ฮิ้ววววว ^^
    #2,379
    0
  17. #2341 Zen (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 เมษายน 2557 / 21:39
    "เพื่อความ​สะใจล้วนๆ" ฮึ​ฮึฮึ

    ชอบ​ประโยค​นี้​จัง เอาคืนให้หน้าหงายขายขี้หน้าทั้งโรงเรียนได้ยิ่งดี 55555

    บังอาจมา​ว่าเกิร์ลกรุ๊ปขวัญใจพี่แบค ทำให้อาอี๋โดนว่าไม่ดี

    แถมยังมีหน้ามามองด้วยหางตา เดี๋ยวแม่ขัดขาให้หัวทิ่มเลยนิ = =*
    #2,341
    0
  18. #2296 NN.am (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2557 / 19:24
    แบคน่าสงสารอ่ะ เป็นเราสองคนนั้นคงเจ็บตัวไปละ
    #2,296
    0
  19. #2275 Blue Caravan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2557 / 00:25
    เป็นเราคงโรงเรียนพังอะนะ แต่ก็ดีแล้วที่เลย์ห้ามแบคไว้ ไปไฝว้ๆทั้งๆที่อารมณ์ขึ้นเราจะเป็นฝ่ายเสียเอง
    คนประเภทนี้ไม่เรียกว่าเพื่อนนะแบค ไม่มีค่าพอจะไปแคร์ให้เสียเวลา
    #2,275
    0
  20. #2266 fed์fehx. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 22:36
    แบคเลย์ ดีกันสิๆๆๆ
    #2,266
    0
  21. #2251 Adriel (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 20:54
    แง้ อยากได้อ่า แต่มาไม่ทันT^Tเรื่องนี้น่ารักที่สุดดดด><
    #2,251
    0
  22. #2235 Lord of the perturbation (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 14:46
    ดีกันเร็วๆนะ อย่ามัวแต่ซึนๆๆๆ
    #2,235
    0
  23. #2194 AeJeaNNy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 16:06
    เลย์นี่นะ... ร้ายกาจ!!! 55555 แต่อาคริสลักหลับหลาน -.,-
    #2,194
    0
  24. #2159 FFF (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 19:45
    แบคกับเลย์เริ่มดีกันแล้ว ><

    #2,159
    0
  25. #2119 ไม่มีชื่อ*-* (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 23:39
    สงสารแบคอะมีเพื่อนไม่จริงใจ - _ -

    แบคมาอยู่กับอี้เหอะ ชานยอลห่วงแบคจะตาย

    แงงงงงงง้เพื่อนแบคเลวมาก
    #2,119
    0