(END) คุณอาที่รัก ::: KrisLay

ตอนที่ 2 : คุณอาที่รัก - 02 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    23 ก.ย. 56


 


- 02 -

 

           

            ครอบครัวของเลย์มีกันสามคนพ่อแม่ลูก พ่อของเลย์เป็นช่างภาพอิสระ แม่เป็นแม่บ้าน สิ่งที่เลย์คุ้นเคยรองลงมาจากหน้าที่การเรียนของตัวเองคือกล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการถ่ายรูปของพ่อ พ่อชอบถ่ายรูปทิวทัศน์แต่ฝีมือการถ่ายภาพคนก็ไม่ได้ด้อยกว่ากัน บ้านของเลย์จึงมีรูปภาพฝีมือตากล้องส่วนตัวประดับไว้แทบทุกมุม หากเป็นรูปคนในภาพนั้นก็มักจะมีรอยยิ้มของตัวแบบเสมอ  

 

            มือบางหยิบกรอบรูปขนาดโปสการ์ดขึ้นมาจากโต๊ะ ในกรอบสี่เหลี่ยมนั้นเป็นภาพเด็กชายวัยรุ่นกำลังนอนเขียนหนังสืออยู่บนพื้น พรมสีน้ำตาลเข้มตัดกับสีฟ้าสดใสของชุดอยู่บ้านที่เจ้าตัวสวมใส่ ข้างกายมีผู้ชายตัวโตกว่านั่งขัดสมาธิถือหนังสือไว้ในมือซ้าย มือขวาแตะใต้คางเล็กให้เงยมองกล้อง เด็กชายจางอี้ชิงยิ้มให้กล้องส่วนอีกคนนั้นก้มหน้าเห็นเพียงกรอบแว่นสีดำ สันจมูกโด่งและริมฝีปากสีสดที่กำลังยิ้มนิด ๆ

 

            ตั้งแต่จำความได้เลย์เคยถามพ่อแม่เรื่องญาติพี่น้องหลายครั้ง ทำไมเลย์ไม่มีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายเหมือนเพื่อนคนอื่น ตอนนั้นพ่อแม่บอกว่าเลย์มีแต่พวกท่านอยู่ไกลเลยไปหาไม่ได้ โตขึ้นมาพอรู้ความพ่อแม่บอกว่าเพราะทั้งคู่ทำให้พวกผู้ใหญ่โกรธจึงไม่สามารถไปพบพวกท่านได้อีก เลย์ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกผู้ใหญ่โกรธกันนานนักแต่พอพูดเรื่องนี้ทีไรแม่จะเศร้าเลย์เลยไม่อยากพูดถึงอีก ญาติคนเดียวที่เลย์พอจะอวดเพื่อนได้คืออาคริส น้องชายของพ่อ

 

            อาคริสที่เลย์จำได้เป็นคนดุแต่ก็ใจดี เวลามาที่บ้านทีไรชอบมีขนมหรือของเล่นมาฝากเลย์เสมอ พ่อบอกว่าเลย์เป็นเด็กแปลก ติดอาทั้งที่ได้เจอกันแค่เดือนละครั้งสองครั้งเท่านั้น ตอนเลย์อายุสิบสองอาคริสต้องย้ายทำงานต่างประเทศ เลย์จำได้ว่าตัวเองใจหายจนเกือบร้องไห้แต่เพราะอาคริสสัญญาว่าจะติดต่อมาบ่อย ๆ เลย์เลยยอมยิ้มส่งทั้งที่ขอบตาเริ่มชื้นแล้ว ช่วงแรกอาคริสโทรมาหาอาทิตย์ละครั้งนานไปก็เริ่มห่าง เลย์รอจนต้องเริ่มทำใจว่าอาคริสงานยุ่งคงไม่มีเวลาโทรมาทุกวันหยุดอย่างที่เคยทำ จากนั้นอาคริสจะโทรกลับมาถามว่ากินข้าวหรือยังหลังจากไม่ได้คุยกันนานกว่าครึ่งปีเลย์ก็ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด อย่างไรเสียทุกปีอาคริสก็ไม่เคยลืมวันเกิดเลย์

 

ห้าปีผ่านไป นี่เป็นครั้งแรกที่อาคริสกลับมา

ถ้าพ่อแม่ยังอยู่ตรงนี้เลย์คงมีความสุขจนอยากขอบคุณไปถึงพระเจ้า

 

 

 

“นึกแล้วว่าต้องอยู่ในนี้”

 

“อาคริสตื่นแล้วหรือฮะ หิวไหม เลย์ไปต้มบะหมี่ให้” คริสหัวเราะ ชายหนุ่มแสร้งถอนใจทำเหมือนไม่เห็นว่าเจ้าตัวเล็กหันหน้าไปปาดน้ำตาอีกทางหนึ่ง  

 

“ไม่มีอะไรกินนอกจากบะหมี่แล้วหรือเรา อากลับมาทั้งที่จะเลี้ยงแค่บะหมี่เนี่ยนะ” เลย์ยิ้มเขิน ส่งกรอบรูปให้ผู้เป็นอาเมื่อคริสแบมือขอ “เลย์ต้มบะหมี่อร่อยนะ มีแต่คนชม”

 

“ฟังชื่อสิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันอร่อยตั้งแต่อยู่ในซองแล้ว” คนหลานทำปากบู้

 

“ไม่เชื่อมือกันเลย”

 

“ออกไปกินข้าวข้างนอกกันดีกว่า อามีบางที่ที่ต้องไปตอนบ่ายนี้ด้วย”

 

“อาคริสจะไปไหน?” สีหน้าเปลี่ยนทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววกังวลจนคริสสะท้อนใจ ทำหน้าเหมือนจะโดนทิ้งทั้งที่เขาเพิ่งชวนออกไปด้วยกัน เด็กหนอเด็ก

 

 

 

 

 

 

ความเมตตาอย่างหนึ่งของตระกูลจางที่เลย์สัมผัสได้คือการที่คุณปู่ยอมให้พ่อแม่เขาได้พักผ่อนตลอดกาล ณ สุสานประจำตระกูล เลย์วางช่อดอกไม้ไว้ตรงแผ่นหินอ่อนสีเทาแล้วก็คุกเข่าอยู่ตรงนั้น ในอกเริ่มปั่นป่วนเพราะความโศกสลดขึ้นมาอีกครั้ง ไม่กี่วันก่อนพวกเขายังคุยกันเรื่องวันหยุดที่กำลังจะมาถึง พ่อยังพูดอยู่เลยว่าจะพาทุกคนไปเกาหลีเพื่อเซอร์ไพรซ์อาคริส มาวันนี้สองร่างนอนนิ่งอยู่ใต้ผืนดินเหลือเพียงหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้กับความทรงจำ

 

“ผมขอโทษที่กลับมาช้า...” เสียงทุ้มดังจากคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง เลย์เผลอย้ำฟันกับเนื้อในริมฝีปาก ไม่อยากร้องไห้ ไม่อยากอ่อนแอให้พ่อแม่ต้องเป็นห่วง

 

“ผมจะพาเลย์ไปอยู่ด้วย พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้คงไม่ขัดข้องนะครับ” ร่างสูงคุกเข่าลง มือหนาลูบเรือนผมสีน้ำตาลเข้มอย่างอ่อนโยน “พวกพี่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลหลานให้ดีที่สุด ผมสัญญา”

 

น้ำตาหยดแรกหล่นลงบนหลังมือขาว เลย์เผยอริมฝีปากคลายแรงกดดันในอก ไม่มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริกนั้น นานเท่าที่คริสยอมให้ความเงียบได้ทำหน้าที่ของมัน ท้ายที่สุดชายหนุ่มก็หยัดกายลุกขึ้น

 

“ไปกันเถอะ” แค่ประโยคสั้น ๆ เลย์ก็วางมือลงบนมือหนา ยอมให้ที่พึ่งสุดท้ายจับจูงไปตามทางข้างหน้า จากนี้ไปชีวิตของเลย์อยู่ในมืออาคริสแล้ว

 

 

 

 

 

 

เลย์มีเวลาเก็บของเพียงแค่สองวันเพราะอาของเขาต้องรีบกลับไปทำงาน เด็กหนุ่มได้รับคำสั่งให้เอาไปเฉพาะของที่จำเป็นเพราะของอย่างอื่นสามารถหาซื้อที่โซลได้ ตอนเลย์แบกกระเป๋ากล้องออกมาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อาคริสถึงกับมองด้วยความสงสัย

 

“ของพวกนี้พ่อรักมาก เลย์จะเอาไปด้วย” เอาเข้าจริงของที่เป็นของตัวเองกลับมาแค่ไม่กี่ชิ้น หลานชายคริสแบกกล้องและอุปกรณ์เสริมขึ้นเครื่องพร้อมกรอบรูปสองอันรูปครอบครัวหนึ่งและรูปที่ถ่ายกับเขาเมื่อห้าปีที่แล้วอีกหนึ่ง ที่คอมีเฮดโฟนสีม่วงคล้องอยู่ คริสมองนาฬิกาข้อมือสีเดียวกับเฮดโฟนแล้วก็ได้แต่ถอนใจ นิสัยศิลปินจัด ๆ ของพี่ชายเขาคงถูกถ่ายทอดมาให้ลูกชายมากพอดู

 

พวกเขามาถึงสนามบินตอนสองทุ่มคนที่มารับทั้งคู่เป็นสาวสวยที่ทำให้เลย์ต้องมองตาค้างไปหลายวินาที หล่อนแนะนำตัวเองอย่างร่าเริงว่าชื่อจอนฮโยซองเป็นเลขานุการส่วนตัวของคริส ตอนแรกเลย์อดคิดไม่ได้ว่านอกจากเลขาฯ แล้วจะเป็นอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่าเพราะดูท่าทางฮโยซองนูน่าจะสนิทกับอาของเขามาก ทั้งวิธีการพูดจาและการแสดงออกก็ผิดจากเจ้านายลูกน้องทั่วไป หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงเลย์ก็บอกตัวเองให้เลิกคิด ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันก็จริงแต่เป็นเพราะฮโยซองนั้นเป็นคนอารมณ์ดีติดจะขี้เล่นส่วนอาคริสของเขานั้นนิ่งเป็นปกติ ไม่มีเคมีในเชิงชู้สาวแม้แต่น้อย

 

พวกเขาเดินทางด้วยรถส่วนตัวมาถึงอพาร์ตเม้นต์ของคริส เกือบสามชั่วโมงบนท้องถนนคริสเอาแต่ยุ่งกับหน้าจอแทปเล็ตส่วนเลย์ก็ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งแวดล้อมใหม่โดยมีฮโยซองคอยตอบคำถาม(บางเรื่องไม่ได้ถามเจ้าหล่อนก็สรรหามาเล่าเสียเอง) พอมาถึงอพาร์ตเม้นต์คริสก็หายเข้าไปในห้องหนึ่ง ทิ้งหลานชายให้อยู่กับเลขาฯ เลย์วางข้าวของที่หอบมาอย่างทะนุถนอม เริ่มสำรวจไปทั่วห้องกว้างอย่างตื่นตาตื่นใจ

 

“นูน่าก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือฮะ” เด็กหนุ่มถามออกไปเป็นภาษาเกาหลี สำเนียงแปร่งหูให้โทนสูง ๆ ต่ำ ๆ น่าฟัง แต่ถึงอย่างนั้นคนฟังกับทำหน้าตื่น ตอบรัว ๆ กลับมา

 

“โอ๊ย พี่จะอยู่ได้ยังไงคะคุณเลย์ ห้องนี้บอสอยู่คนเดียวค่ะ พี่อยู่บ้านกับครอบครัวเลยบริษัทไปอีกทาง”

 

“เรียกเลย์เฉย ๆ ก็ได้ฮะ”

 

“ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวบอสหักเงินเดือนพี่ หนี้บัตรเครดิตพี่ยังอีกหลายเดือนกว่าจะหมด” เด็กชายตัวบางหัวเราะจนดวงตายิบหยี ฮโยซองร้องกรี๊ดสุดเสียงในอก นึกภาพตัวเองปรี่เข้าไปบีบแก้มนิ่มอย่างมันเขี้ยวแล้วก็ถอนใจอยู่คนเดียว เด็กอะไร! น่าชัง!

 

“ค่าเช่าที่นี่คงแพงน่าดู”

 

“แพงมากค่ะแต่ไม่ได้เช่านะคะซื้อขาดค่ะ ห้องของคุณเลย์อยู่ด้านนั้นนะคะ บอสสั่งให้ตกแต่งใหม่เพิ่งเสร็จเมื่อวานนี้เองค่ะ เข้าไปดูไหมคะ เผื่อขาดเหลืออะไรพี่จะได้จัดการให้” ประตูห้องสีอ่อนทางซ้ายมือล่อลวงสายตาเขาตั้งแต่เข้ามาถึง เลย์หันไปทางห้องฝั่งซ้ายที่ผู้เป็นอาหายเข้าไปได้พักใหญ่ กำลังสงสัยว่าอาคริสจะหลับไปหรือยังคนด้านในก็เปิดประตูออกมาพร้อมซองสีน้ำตาลในมือ

 

“กลับได้แล้ว จัดการให้เรียบร้อย” ออกคำสั่งแล้วก็หันมาหาหลานชาย

 

“ไปดูห้องมาหรือยัง?” เลย์ส่ายหน้าก่อนจะรู้ตัวว่าไม่สมควรจึงตอบเบา ๆ ว่ายัง ได้ยินดังนั้นคริสจึงยกกระเป๋ากล้องกับสารพัดสมบัติของเจ้าตัวเล็กขึ้นมาแล้วเดินนำไปก่อน เขาเปิดประตูค้างรอให้คนที่ลากกระเป๋าตามมาเข้าไปก่อน เลย์ดันกระเป๋าไปติดกับโต๊ะทำงานที่ติดหน้าต่างบานสูง ห้องนี้กว้างกว่าห้องเดิมของเขา เตียงห้าฟุตตั้งชิดด้านหนึ่ง ปลายเตียงเป็นผนังลายกราฟิกแปลกตาซึ่งที่จริงแล้วบานเลื่อนปิดเปิดของตู้เสื้อผ้าสูงติดเพดาน ข้างโต๊ะทำงานมีชั้นวางหนังสือเป็นช่อง ๆ รูปทรงเหมือนกิ่งก้านของพุ่มไม้ใหญ่ครองพื้นที่เกือบทั้งหมดของผนัง

 

“พออยู่ได้ไหม อยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า” เลย์เกือบจะส่ายหน้าอีกหน คนตัวเล็กยิ้มหวาน

 

“ไม่ฮะ นี่ก็...ดีมาก ๆ แล้ว ขอบคุณนะฮะอาคริส”

 

“จัดของไปก่อนละกัน อามีงานต้องทำ” ร่างสูงเกือบปิดประตูตามหลังแล้วแต่นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “เลย์ พรุ่งนี้อาจะให้ฮโยซองพาไปโรงเรียน พร้อมไหม”

 

“จะว่าพร้อมก็พร้อมฮะแต่เลย์กลัวว่าคืนนี้จะจัดของไม่เสร็จ”

 

“งั้นก็เป็นวันมะรืน อ้อ ห้องนี้ไม่มีห้องน้ำในตัว เราต้องใช้ห้องน้ำข้างนอกนะ” พอพูดถึงน้ำเด็กน้อยก็ยืดตัวตรง รีบคลานมาเกาะขอบประตูที่คริสจับบานค้างไว้

 

“เลย์ร้อน ขออาบน้ำก่อนได้ไหมฮะ” คริสกระตุกยิ้ม จับหัวกลม ๆ นั่นยีจนเจ้าตัวครางฮือ

 

“ตามใจ แต่จัดของเสร็จแล้วต้องอาบอีกรอบนะ”

 

“ครับผม!

 

 

 

 

 

 

เลย์ยัดกระเป๋าเดินทางที่ว่างเปล่าเข้าไปเก็บไว้ในชั้นบนสุดของตู้เสื้อผ้าตอนเข็มสั้นของนาฬิกาเดินเลยเลขหนึ่งมาเกือบครึ่งทางแล้ว เด็กหนุ่มพรูลมหายใจยาว มองไปรอบห้องด้วยความโล่งใจ โชคดีที่เขาไม่ได้ขนอะไรมามากนอกจากของสำคัญที่ทิ้งไม่ลงจริง ๆ ตอนนี้กรอบรูปทั้งสองอันวางอยู่บนขอบหน้าต่างเหนือเตียง กล้องและอุปกรณ์ถ่ายรูปอยู่ในตู้เก็บของ หนังสือทุกเล่มเสียบโชว์สันไปตามโครงสร้างกิ่งไม้ เสื้อผ้าแขวนเรียงเรียบร้อยในตู้ จัดทุกอย่างเข้าที่หมดแล้วห้องก็ยังโล่งอยู่ดี เทียบไม่ได้เลยกับบรรดาสมบัติบ้าที่สุมอยู่ในห้องเดิม...ในบ้านที่ต้องปิดไว้

 

“อาบน้ำอีกรอบดีกว่า” เพราะไม่อยากให้ความเศร้าเกาะกินในใจมากเกินไปเลย์พูดคำว่าสู้ ๆ ออกมาเสียทีหนึ่งหยิบผ้าขนหนูและชุดนอนออกไปอาบน้ำสระผมจนเรียบร้อยแล้วก็กลับมาทิ้งตัวนอนบนเตียง เข็มนาฬิกาบอกเวลาตีสองแต่ตอนที่ผ่านห้องนั่งเล่นเมื่อกี้ไฟในห้องของท่านเจ้าบ้านยังเปิดอยู่ เลย์พลิกไปมาอยู่หลายตลบสุดท้ายก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ดึงเข่าเข้ามากอดไว้

 

นอนไม่หลับ

 

กว่าจะรู้ตัวเลย์ก็มาถึงอีกฝั่งของห้องนั่งเล่นแล้ว มือบางกำหมัดทุบลงกับฝ่ามือซ้ำ ๆ ตอนลงจากเตียงมาก็ตั้งใจดิบดีถึงตอนนี้ชักลังเล ระหว่างที่กำลังเดินกลับไปกลับมาประตูก็ถูกดันออกมาเลย์สะดุ้งโหยง ถอยเท้าแทบไม่ทัน

 

“มาเดินวนไปวนมาทำไมตรงนี้ ดึกแล้วทำไมยังไม่นอน”

 

“คือ อา อาคริสยังไม่นอนหรือฮะ”

 

“ยัง เหลืองานต้องสะสางอีกนิดหน่อย อาคิดว่าจะไปอาบน้ำก่อน เริ่มมึนแล้ว” เจ้าหลานชายทำหน้าม่อย ปากแดงย้อยลงเล็กน้อย คริสเลิกคิ้ว เขาอยู่คนเดียวมาจนชินวันนี้มีหลานชายต้องรับผิดชอบคริสตั้งใจว่าเขาจะดูแลเลย์ให้ดีที่สุดแต่แค่คืนแรกก็มีโจทก์ยากให้ต้องตีคำตอบเสียแล้ว

 

“มีอะไรก็บอกมาสิเลย์ จ้องหน้าแบบนี้อาไม่รู้หรอกนะ” คริสก็ไม่รู้ตัวด้วยว่าหน้าขรึม ๆ นิ่ง ๆ ของตนทำให้อีกคนยิ่งพูดไม่ออก

 

“เลย์ เลย์จะบอกว่าเลย์จัดของเสร็จแล้ว ถ้าอาคริสจะให้เลย์ไปโรงเรียนวันพรุ่งนี้เลย์ก็ไปได้” ชายหนุ่มรอฟังประโยคต่อจากนั้นแต่นอกจากยืนหมุนนิ้วตัวเองแล้วเจ้าของดวงตาเรียวก็ไม่พูดอะไรอีก คริสพยักหน้ารับ ออกมาจากห้องทำงานแล้วก็ปิดประตูตามหลัง เลย์เห็นผู้เป็นอาเดินไปยังประตูบานถัดไปเลยรู้ว่าอาคริสแยกห้องนอนกับห้องทำงานออกจากกัน

 

“ถ้าพรุ่งนี้จะไปโรงเรียนก็นอนได้แล้ว” หลานเล็กรับคำเสียงแผ่ว เดินเชื่อง ๆ หายเข้าไปในห้องตัวเองแล้วคริสจึงเข้าห้องบ้าง เขาถอดเสื้อผ้าชุดเก่าทิ้งไว้ในตะกร้ารอแม่บ้านนำไปซักรีด ระหว่างที่กำลังปล่อยให้สายน้ำชะความเหนื่อยล้าออกจากใบหน้าเขาก็คิดถึงใบหน้าหงอย ๆ ของเจ้าตัวเล็กไปด้วย

 

เด็กเพิ่งสิบเจ็ดเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียพ่อแม่ไปพร้อมกันแล้วยังต้องย้ายมาอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคยไม่แปลกที่จะรู้สึกกลัว คริสเข้าใจแววตานั้นแต่ที่ต้องวางเฉยเพราะมีจุดประสงค์อื่น คริสตั้งใจจะเลี้ยงหลานให้เป็นเด็กเข้มแข็งเหมือนที่เขาสั่งตัวเองให้เป็นตั้งแต่เสียผู้ให้กำเนิดไป เลย์เป็นเด็กอ่อนโยนแต่ไม่ควรอ่อนแอไม่อย่างนั้นอาจใช้ชีวิตในสังคมลำบาก เขามองไปไกลกว่าการอยู่ในสังคมโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย เลย์คือจางอี้ชิง คือหนึ่งในทายาทของตระกูลจางที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรเสียเจ้าตัวก็หนีความจริงข้อนี้ไม่พ้น ไม่วันใดวันหนึ่งเลย์จะต้องกลับไปอยู่ในตำแหน่งที่ควรอยู่

 

ร่างสูงครุ่นคิดถึงแววตาหม่นก่อนประตูห้องนอนเล็กจะปิดลงแล้วก็ถอนใจยาว เขาวางไดร์เป่าผมไว้หน้ากระจกแล้วก็หยิบโทรศัพท์มากดส่งข้อความถึงจอนฮโยซองเรื่องโรงเรียนของเด็กในปกครอง เมื่ออีกฝ่ายตอบรับมาคริสก็ถือโทรศัพท์ออกจากห้องนอนตรงไปยังห้องทำงาน ตอนผ่านห้องนั่งเล่นเขาไม่เห็นแสงสีอ่อนลอดใต้ประตูห้องนอนเล็กออกมาก็ยิ้มอย่างพอใจ คริสสะสางงานอีกเกือบชั่วโมง เขาเงยหน้าบิดตัวคลายความเมื่อยล้าเหลือบมองนาฬิกาก็เห็นว่าสมควรนอนได้แล้ว ปกติเขาจะเข้านอนประมาณตีหนึ่งไม่เกินตีสองแต่คืนนี้เป็นกรณีพิเศษเพราะเขาหยุดงานไปสองวันเต็ม เอกสารมากมายรอให้เขาเซ็นอนุมัติจนฮโยซองต้องหอบมาให้ถึงบ้าน

 

ชายหนุ่มปิดประตูห้องทำงานเดินไปทางห้องนอนก่อนจะชะลอฝีเท้าลง

 

.

 

.

 

 

เสียงคลายล็อคแผ่วเบาไม่ทำให้ร่างที่นอนหันหน้าเข้าผนังรู้สึกตัว คริสค่อยก้าวเข้าไปใกล้ตั้งใจจะห่มผ้าให้เจ้าตัวเล็กแต่ก็กลายเป็นยกมือค้าง คนที่คิดว่าหลับพลิกตัวกลับมา คริสชะงักส่วนเลย์สะอื้นค้าง ตกใจกันทั้งอาทั้งหลาน

 

“อาคริส...” เสียงนั้นแผ่เบาแต่สั่นเครือ เจ้าตัวรีบยกมือปิดปากแล้วตลบผ้าห่มคลุมหน้า “อาคริสมีอะไรฮะ เลย์นอนแล้วนะ”

 

“อย่าโกหกอา” คริสว่า สองมือเท้าเอว เม้มปากมองเจ้าเด็กขี้แยอย่างหนักใจ นอนร้องไห้นานแค่ไหนแล้ว เกือบชั่วโมงถึงไหมจางอี้ชิง “ไม่ได้ห้ามเรื่องร้องไห้หรอกนะแต่เราเป็นผู้ชาย เข้มแข็งได้เร็วเท่าไหร่ก็ดีกับตัวเองเท่านั้น น้ำตามันช่วยได้บ้างครั้งแต่ถ้ามากไปมันจะกลายเป็นการคร่ำครวญ ยิ่งร้องก็ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าเราอ่อนแอ เข้าใจที่อาพูดไหม”

 

ศีรษะที่เป็นรูปใต้ผ้าห่มพยักหงึก ๆ

 

“ต่อไปห้ามนอนร้องไห้อีก” หลานขี้แยผงกหัวอีกครั้ง

 

“เข้าใจแล้วก็ขยับไปหน่อย” คนใต้ผ้าห่มทำอาการเดิมก่อนจะถูกตลบผ้าแพรผืนบางออก ดวงตาเรียวคล้ายจะวาวแสงได้ในความสลัว คริสตีขาเล็กเบา ๆ เร่งเสียงเรียบ “ขยับไปสิ อาง่วงแล้วนะ”

 

“อาคริสจะนอนห้องนี้หรือฮะ”

 

“ถ้าอยากนอนคนเดียวอาจะไปนอนที่ห้อง” เลย์สั่นหน้าดิก รีบกระเถิบไปชิดผนังด้านใน คริสเอนตัวลงนอนพลางผ่อนลมหายใจอย่างเป็นสุข ข้างกายเป็นหลานชายที่ตะแคงมองคริสตาแป๋ว ใบหน้าขาวเผยยิ้มกว้างจนคริสอดยิ้มตามไม่ได้

 

“นอนได้แล้ว เจ้าเด็กขี้แย”

 

“ไม่ใช่สักหน่อย”

 

“ก็เห็นอยู่”

 

“แค่คิดถึงบ้านหรอก คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อกับแม่...” ฟังเสียงนุ่มเปรยแล้วคริสก็รู้สึกตื้อขึ้นมาในลำคอ พี่ชายพี่สะใภ้ที่เขาเคารพ คนต่างสายเลือดที่รักใคร่ราวกับพี่น้อง เลย์เสียใจมากแค่ไหนเขาก็ไม่ต่างกัน ชายหนุ่มวาดแขนออกไปดึงร่างเล็กกว่าเข้ามาใกล้ เสียงทุ้มพึมพำเหนือเรือนผมนุ่ม

 

“นอนเถอะ อีกไม่นานก็จะเช้าแล้ว”

 

“อาคริส...”

 

“นอน”

 

“อาคริสอย่าทิ้งเลย์นะ”

 

 

ในคืนนั้น คริสยังคิดติดตลกว่าหลานทั้งคนใครจะทิ้งได้ลง ยิ่งหลานขี้แยคนนี้แค่รู้ว่าคริสจะทิ้งคงร้องไห้จนเขาต้องล้มเลิกความคิดแน่ ๆ

 

 

คริสไม่เคยรู้ว่าไม่นานจากนี้ฝ่ายที่ต้องร้องไห้เพราะถูกทิ้ง จะไม่ใช่จางอี้ชิง

 

 

 

 

..............................................

 

 

ไม่ใช่จางอี้ชิงแล้วจะเป็นใครรรรร (หัวเราะ)

3rd Admin

cinna mon
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,134 ความคิดเห็น

  1. #3117 MameawCNSD (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 17:30
    คิดถึงอาหลานคู่นี้จริง ๆ ค่ะ
    #3,117
    0
  2. #3088 Realkwonjay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 01:36
    งื้ออออ ชอบตอนบอกให้ขยับไปอีก งือออ
    #3,088
    0
  3. #3073 Tongdchr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 15:37
    เดี๋ยวๆ ทำไมดูมีลางแปลกๆ
    #3,073
    0
  4. #3005 ninimook (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:58
    สงสารชิงๆนอนร้องไห้
    #3,005
    0
  5. #2980 คลชป9091 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 23:00
    ใครถูกทิ้งอะคือรายยยยย-0-
    #2,980
    0
  6. #2901 AZ_KLrOlling (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2557 / 22:41
    ไรท์ร้ายอะ ไม่ใช่อี้ชิงแล้วจะเป็นใคร มีหน้ามาหัวเราะอีกแนะ บ้าๆๆๆๆๆ
    #2,901
    0
  7. #2894 say (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2557 / 23:54
    เพิ่งได้เข้ามาอ่าน ..ร้องไห้ตามจางอี้ชิง

    สงสารฮโยซองอ่ะ นางเป็นหนี้บัตรเครดิต นายส่งเมสเสจกลางค่ำกลางคืนไร นางเลยไม่บ่นซักคำ

    เพลียกะนายนะบางที -.,-
    #2,894
    0
  8. #2864 lps (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 19:47
    ประโยคสุดท้ายทำเราคิดไปไกลลลลลล>//
    #2,864
    0
  9. #2851 LeeByeolri (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 14:50
    หืมมมมม ประโยคสุดท้ายคืออัลไรรรรรรร~ 
    #2,851
    0
  10. #2820 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 00:11
    เด๋วนะ ประโยคสุดท้ายนี่มันยังไงๆนะ 
    #2,820
    0
  11. #2801 SNSD_EXO_BA..P (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 23:58
    สงสารอี้
    #2,801
    0
  12. #2778 Kim-kibom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 17:58
    อืม..แฟนกันเหรอคะเนี่ย
    #2,778
    0
  13. #2759 ฮุนนี่เด๋อด๋า lol (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 12:10
    ประโยคสุดท้ายคืออะไรรรรรรรรรรรรร
    #2,759
    0
  14. #2730 uzosou (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 12:45
    อั้ยยย่ะ ทิ้งท้ายแบบนี้ คืิออารายยยยยยยยยยยยย



    อาอี้น่ารัก น้องอ่อนโยน แต่ก็ไม่อ่อนแอนะ



    คือร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้ฟูมฟายอะ เราว่าเข้มแข็งเลยล่ะ
    #2,730
    0
  15. #2666 pandatao' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 14:50
    คุณอาาาาาา <3
    ขรึมมากอ่ะ แต่ห้ามใจร้ายกับอี้ซิงนะ
    #2,666
    0
  16. #2629 linbeem (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 12:50
    อาคริสดูเป็นผู้ชายอบอุ่นมาก >\\\\\<
    #2,629
    0
  17. #2446 LPanda (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 22:29
    ม่ายยยยยยย ใครจะทิ้งใครรรร ไม่เอาาาา ไม่ว่าใครก็ห้ามทิ้งใครทั้งนั้นนนนนน ไม่ยอมมมมมม!!!! :(
    #2,446
    0
  18. #2440 ชั้นรักexo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 22:04
    คริสลู่แค่เพื่อนเนอะ
    #2,440
    0
  19. #2408 BrowZNiiZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 23:53
    อาอี้จะทิ้งพี่คริสไปหรอ ???????
    #2,408
    0
  20. #2216 Lord of the perturbation (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 10:41
    เห้ย! ชิงจะทิ้งอาคริสเหรออ ไม่หรอกๆ  งือออออ QAQ
    #2,216
    0
  21. #2061 Adriel (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 17:05
    เห๊??? ใครกันที่จะร้องไห้เพราะถูกทิ้งง???
    #2,061
    0
  22. #2036 NaMo_K (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:10
    มีปมให้ชวนดราม่ามาทุกตอนสิน่าาาาา
    #2,036
    0
  23. #2008 giikzsmile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 21:46
    พี่คริสจะโดนทิ้งหรอ -0-
    #2,008
    0
  24. #1988 |2@|_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 17:20
    หืมมมม?? ทิ้งไว้แบบนี้ที่ตั้งใจจะอ่านไปเรื่อยๆ ไม่กระโดดข้ามนี่อาจทำไม่ได้นะ
    #1,988
    0
  25. #1932 icemenus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 18:18
    อ้าวๆๆเป็นไงคริสลู่
    #1,932
    0