(END) คุณอาที่รัก ::: KrisLay

ตอนที่ 11 : คุณอาที่รัก - 11 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    23 ก.ย. 56







- 11 -

 

        

            วันนี้คริสกลับบ้านเร็ว เร็วกว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แค่หกโมงเย็นเขาก็เลี้ยวรถเข้ามาในเขตอพาร์ตเม้นต์แล้ว ซีอีโอหนุ่มพาส่วนสูงเฉียดสองเมตรเข้าไปในลิฟต์โดยสารระหว่างที่รอกล่องสี่เหลี่ยมเคลื่อนขึ้นไปก็จินตนาการถึงสีหน้าตื่นเต้นดีใจของหลานชายไปด้วย ดวงตาเรียวคงโค้งตัวจนยิบหยีตอนเห็นเขาเปิดประตูเข้าไปก่อนเวลาปกติ

  

ทุก ๆ วันคริสจะได้รับรอยยิ้มหวานและเสียงทักทายสดใสเสมอยามเขากลับมาถึงห้อง เป็นภาพที่ลอยเข้ามาในหัวนับตั้งแต่เขาออกมาจากห้องทำงานด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าการอยู่บ้านคนเดียวแค่สองสามชั่วโมงจะทำให้เหงามากหรือยังไงหลานชายของคริสจึงดีใจนักหนาเวลาเขากลับถึงบ้าน เมื่อเขาดันประตูบานนี้เข้าไปเลย์จะต้องยืนรอรับเหมือนทุกวัน วันนี้จะอยู่ในท่าไหนนะ วิ่งซอยเท้าถี่ ๆ เข้ามาหาเพราะรู้ตัวช้าหรือจะยืนเอาแขนไขว้หลังรอพร้อมสีหน้าภาคภูมิใจเพราะจับเสียงสัญญาณได้ตั้งแต่คลายล็อค จากนั้นถ้าไม่แย่งกระเป๋าหรือเสื้อนอกไปถือก็ขอให้ได้คล้องแขนจากหน้าประตูไปถึงโซฟาหน้าทีวี ไม่เคยมีวันไหนที่การกลับมาถึงบ้านของคริสจะเงียบเหงา ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาคริสไม่เคยถูกละเลยจากเจ้าตัวเล็กที่นั่งทำการบ้านรอหน้าโซฟาเลยสักวัน

 

แต่ทุกอย่างต้องมีครั้งแรก...

 

            คริสผ่านประตูเข้ามาแล้วทางเดินเล็ก ๆ ที่เชื่อมไปยังห้องนั่งเล่นยังว่างเปล่า ไร้เงาของหลานชายคนโปรด คริสยืนอยู่ตรงหน้าตู้เก็บรองเท้าเป็นครู่ก็ยังไม่มีวี่แวว ชายหนุ่มก้าวเข้าไปด้วยใจกังวล

 

หายไปไหนของเค้า?

 

เลย์ไม่ได้หายไปไหนแต่กำลังถือโทรศัพท์แนบข้างแก้ม พอเขาส่งเสียงไปก็หันมาทำหน้าแปลกใจ

 

อาคริส กลับมาแล้วหรือฮะ

 

            “กลับมาแล้วคริสเห็นว่าอีกฝ่ายติดสายจึงเดินเลี่ยงเข้าห้องส่วนตัว ไม่แวะพักตรงโซฟารอหลานเอาน้ำเย็นมาให้ดื่มเหมือนทุกวัน มือที่กำลังดันบานประตูห้องนอนชะงักไปเล็กน้อยตอนได้ยินเสียงแหบใสโต้ตอบกับปลายสาย

 

            ดำ ๆ แค่นี้ก่อนนะ คืนนี้ค่อยคุยกันใหม่คริสรู้ดีว่าเจ้าของชื่อเล่นที่แสนสนิทสนมนั้นคือใคร คิมจงอินเป็นถึงหนึ่งในสองของเพื่อนที่เลย์สนิทที่สุด เจ้าตัวเล็กจะคุยเพลินจนไม่ทันสังเกตการมาถึงของคริสก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ชายหนุ่มคิดพลางดันประตูปิด ด้านนอกนั้นเลย์ยังถูกคู่สนทนารั้งให้คุยต่อแล้วคริสก็เห็นว่าหลานชายลุกจากโต๊ะทำการบ้านเดินเข้าห้องนอนเล็กไปในที่สุด

 

 

 

           

กว่าคิมจงอินจะยอมวางสายเลย์ก็ใช้พลังงานในการระดมสมองไปจนเกือบหมด ร่างขาวจัดเกือบจะโยนโทรศัพท์ทิ้งแต่เมื่อคิดได้ว่านั่นเป็นของสำคัญที่ได้มาจากคนสำคัญ เลย์จึงควรทะนุถนอมให้มากที่สุดดังที่เคยสัญญาไว้ มือบางค่อยวางอุปกรณ์สื่อสารสีดำไว้บนเตียง ดวงตาดำมองประตูห้องอย่างครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจเปิดมันออกไป

 

            คริสละมือจากคอเสื้อเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายหนุ่มขยับนั่งตัวตรงเมื่อเห็นใบหน้าขาว ๆ เยี่ยมเข้ามาตามรอยแง้มของประตู

 

            “อาคริส” รอยยิ้มสดใสถูกส่งนำทัพมาก่อน ถ้าคริสไม่มัวแต่สนใจตัวเลขในตารางคงดูออกตั้งแต่แรกว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ผิดแผกไปจากทุกวัน “เลย์เข้าไปหาที่ห้องมารอบหนึ่งแล้ว คิดว่าอาคริสยังอยู่ในห้องนอนเสียอีกฮะ”

 

            “มีอะไร” คนเป็นหลานไม่ตอบ วางแก้วน้ำเย็นจัดไว้ทางฝั่งขวาของโต๊ะทำงานแล้วก็ถอยไปยืนบีบเนื้อบีบตัวอยู่ข้าง ๆ คุณอา เมื่อคริสจ้องกลับก็เสฉีกยิ้ม ถามไปอีกเรื่อง

 

            “ทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะฮะ”

 

            “อยากกลับเร็ว”

 

            “อืมมม...” โดนกวนหรือเปล่าเนี่ย “ถ้าอาคริสอยากกลับเร็ว ๆ ทุกวันก็ดีสิฮะ เลย์ไม่อยากให้อาคริสทำงานหนักเกินไป” เจ้าตัวเล็กว่าพลางค่อยสืบเท้ามาหยุดข้างหลัง คริสย่นคิ้วนิด ๆ กำลังสงสัยอาการแปลกประหลาดของหลานมือเรียวก็วางลงบนไหล่ ลงแรงบีบเบา ๆ ก่อนจะนวดเป็นจังหวะสม่ำเสมอไปตามแนวไหล่กว้าง กล้ามเนื้อใต้มือเล็กเกร็งขึ้นมาทีหนึ่งก่อนจะค่อยคลายตัวลงพร้อมกับร่างสูงที่เอนแผ่นหลังลงกับพนักเก้าอี้

 

            “ดีไหมฮะ” คริสครางพลางหลับตาลง “เมื่อก่อนเลย์นวดให้พ่อบ่อยนะ เวลาพ่อรับงานติดกันหลายวันต้องแบกทั้งกล้องทั้งอุปกรณ์ไปนั่นมานี่กลับมาถึงบ้านชอบให้เลย์นวดให้ พ่อบอกว่าเลย์นวดเก่งด้วยนะฮะ เก่งกว่าแม่ด้วย บางทีนวดจนพ่อหลับไปเลยก็มี”

 

            “อาคงไม่หลับหรอก”

 

            “ทำไมล่ะฮะ อาคริสไม่ชอบหรือ”

 

            “ชอบ แต่มีเสียงเราพูดแจ๋ว ๆ อยู่ข้างหูแบบนี้ใครจะหลับลง” ชายหนุ่มว่าพลางเอียงขมับเข้าหามือเล็ก บอกให้รู้ว่าเขาชอบให้เลย์คลึงปลายนิ้วลงตรงนั้นมากเป็นพิเศษ เลย์หมุนปลายนิ้วเป็นวงกลมไล่ตั้งแต่ขมับได้รูปผ่านหลังใบหูลงมาถึงท้ายทอยก่อนจะใช้สองมือกดหลังคอรั้งศีรษะได้รูปให้เงยขึ้น คริสครางอย่างพอใจ เขาได้ยินเสียงหัวเราะคิกเหนือหน้าผากจึงเปิดเปลือกตาขึ้น

 

            “ชอบไหมฮะ” ลูกแก้วสีเข้มเต้นระริก ในระยะห่างไม่ถึงสองฝ่ามือคริสเห็นความซุกซนในดวงตาคู่นั้นชัด

 

เด็กเหลือเกิน เทียบกับคริสที่เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน ตอนอายุสิบเจ็ดนั้นเขามีทั้งอคติต่อสังคม ชิงชังโชคชะตา ความคิดขวางโลกในบางแง่มุมจนผู้ใหญ่บางคนรับไม่ได้ เขากลายเป็นมนุษย์แข็งกร้าวและหัวใจดวงนี้คงกระด้างเย็นชาไปแล้วหากไม่ได้รู้จักลูกชายคนโตของตระกูลจาง ครอบครัวเล็ก ๆ ที่แสนอบอุ่นนั้น ความอบอุ่นเดียวที่คริสมีหลังจากการสูญเสียครั้งใหญ่ พี่ชายใจดีผู้คอยรับฟังทุกความคับข้องใจ ให้คำปรึกษาไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ยามใดถูกพี่น้องจากบ้านใหญ่เหน็บแนมให้ขุ่นใจพี่สะใภ้ผู้อ่อนหวานก็จะคอยทำของอร่อยให้ทาน คอยดูแลทั้งเรื่องอยู่เรื่องกิน จัดห้องที่บ้านหลังเล็กเพื่อให้เขาไปพักได้ตลอดเวลา

 

 

ยามใดเหงาหรือมีเรื่องที่บอกใครไม่ได้แม้แต่พี่ชายคนโตแค่ได้เห็นรอยยิ้มได้ยินเสียงหัวเราะได้ฟังเสียงเล็ก ๆ ชวนคุยเรื่องเครื่องบินกระดาษหรือเรื่องแมลงปอคริสก็มีความสุขแล้ว

 

 

            “อาคริส?” เสียงนุ่มติงแผ่วเบา คริสเพิ่งสำนึกว่าเขากำลังจ้องหน้าหลานชายนิ่ง เลย์ไม่ได้ยืนอยู่ด้านหลังแล้วหากถูกเขาดึงมายืนข้างเก้าอี้ ร่างเล็กอิงสะโพกกับต้นขาเขากึ่ง ๆ จะนั่งทับลงมา สองตามองคริสอย่างรอคอย มือน้อยก็กำลังขยับยุกยิกอยู่ในมือเขา คริสจับปลายนิ้วเรียวบีบทีละนิ้ว เขาเพลินมือแต่อีกคนสะดุ้ง

 

จุดที่อาคริสลงแรงกดอาจส่งผลกับการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ นิ้วใหญ่ย้ำลงมาแต่ละทีจึงเหมือนมีเลือดวิ่งพล่านไปทั้งร่าง เลย์ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้วยสิ เขาแค่สังเกตจากความร้อนที่กำลังจับไปตามใบหน้าและลำคอ อาการขนลุกเบา ๆ นี่อีก ชวนให้มือไม้ไร้เรี่ยวแรงพิกล

 

            “ไปเรียนมาจากไหน”

 

            “เรียนอะไรฮะ”

 

            “ก็เรียนเรื่องการนวด”

 

            “อ่านจากหนังสือของแม่แล้วก็ลองผิดลองถูกเอาฮะ ถ้าอาคริสชอบต่อไปให้เลย์นวดให้ทุกวันนะ” คริสยิ้ม ดันเจ้าตัวเล็กให้ยืนด้วยตัวเองก่อนจะเอี้ยวตัวไปมาสองสามที

 

“นวดทุกวันมันบ่อยไปเอาแค่วันที่เมื่อยมาก ๆ ก็แล้วกันนะ”

 

            “เยสเซอร์!

 

            “ออกไปทำการบ้านต่อเถอะ อาจะอ่านเอกสารของบริษัทใหญ่อีกนิด” เจ้าตัวเล็กไม่ออกไปอย่างที่บอก ดวงตาเรียวยังจด ๆ จ้อง ๆ จนคริสต้องพักงานไว้อีกรอบ ปกติเลย์ไม่ค่อยสนใจเรื่องงานของบริษัท ขนาดคริสเล่าให้ฟังเจ้าตัวยังเลือกฟังแค่ส่วนที่เกี่ยวกับเขา บริษัทแม่จะเป็นของใคร บริหารยังไง ให้ผลกำไรมากแค่ไหน เลย์ไม่คิดจะรับรู้แค่ได้ยินชื่อก็แทบลอยหน้าหนี เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง มาวันนี้ทำไมยังปักหลักจ้องคริสอยู่นะ

 

            “จำเป็นต้องอ่านตอนนี้หรือเปล่าฮะ” คิ้วสีเข้มดึงเข้าหากัน

 

            “ทำไม”

 

            “คือถ้าเป็นเรื่องด่วนเลย์จะไม่กวนแต่ถ้าอาคริสพอสละเวลาให้เลย์ได้อีกนิด เลย์...เลย์มีเรื่องจะขออนุญาต”

 

            “เรื่องอะไร หรืออยากอ่านเอกสารพวกนี้ด้วยกัน” ก็ยังสั่นหัวอยู่นี่นะ คริสคิดระหว่างมองหลานชายเม้มริมฝีปากตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า “พูดมาสิ อารอฟังอยู่”

 

            “วันมะรืนนี้เลย์ขอกลับบ้านช้าหน่อยได้ไหมฮะ”

 

            “อาขอเหตุผล”

 

            “จงอินจะจัดปาร์ตี้วันเกิด เค้าชวนเลย์ไปด้วย เลย์อยากไป อาคริสให้เลย์ไปนะฮะ” คริสวางปากกา เปลี่ยนมาประสานมือไว้ที่อก ดวงตาดำคมมองกลีบปากแดงที่ยังไม่เลิกกลืนเข้าหากัน ปาร์ตี้อย่างนั้นหรือ? ปาร์ตี้ของเด็กสิบเจ็ดจะออกมาในรูปแบบไหน ไม่ต้องจินตนาการภาพก็ผุดขึ้นมาในหัวผู้ปกครองหนุ่มวัยสามสิบราวกับตั้งโปรแกรมไว้

 

“งานจัดที่ไหน”

 

            “ร้านอาหารของคนรู้จักแถวคังนัมฮะ เห็นว่าจะปิดโซนให้เป็นพิเศษเลย”

 

            “มีผู้ใหญ่ดูแลหรือเปล่า”

 

            “มีพี่ผู้จัดการของจงอินกับพี่เจ้าของร้านฮะ”

 

            “ไม่มีพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใช่ไหม” แพขนตาที่กะพริบถี่บอกคริสว่าเจ้าตัวไม่แน่ใจซึ่งคริสก็รู้ได้ทันทีว่าคงหนีไม่พ้น เด็กผู้ชายวัยกำลังคึกคะนอง เมื่อมีโอกาสคงไม่รอช้า ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้เดินไปหาหนังสือตรงชั้นวางติดผนัง เงาเล็ก ๆ ก็ตามติดไม่ยอมแพ้ “งานเลิกกี่โมง”

 

            “ประมาณเที่ยงคืนฮะ อาจจะดูเหมือนดึกแต่วันต่อไปเราไม่ต้องไปเรียน คง...ไม่เป็นไร...ใช่ไหมฮะ” คริสใคร่ครวญในเวลาอันสั้น ไม่มีผู้ปกครองคนไหนนึกชอบที่ลูกหลานจะออกไปสังสรรค์ยามค่ำคืนในแหล่งอโคจร ยิ่งเป็นเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะถ้าคริสไม่อนุญาตก็คงไม่มีใครตำหนิ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ดวงตาที่เว้าวอนอยู่เงียบ ๆ ทำให้เขาต้องเอ่ยคนละอย่างกับใจคิด

 

            “อาให้ถึงสี่ทุ่ม”

 

“เย้! อาคริสใจดีที่สุดในโลกเลย” ร่างเล็กกระโดดตัวลอย ทำท่าโผเข้ามาหาแต่คริสยกมือยั้งไว้ ย้ำเสียงเข้ม “ห้ามดื่มเหล้าหรือเบียร์เด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจะลงโทษสถานหนัก”

 

            “ครับผม!

 

“เปิดมือถือแล้วก็พกติดตัวตลอด สี่ทุ่มอาจะไปรับ...เลย์!...” พูดไม่ทันจบเจ้าตัวแสบก็ยืดตัวขึ้น ขโมยจูบไปจากแก้มผู้เป็นอาโดยไม่สนใจเสียงห้ามปราม คริสสูดลมหายใจเข้า วางมือลงบนเรือนผมหยักสวยที่กำลังเกลือกไปมาตรงกลางอก เสียงหัวเราะสดใสดังไม่ยอมหยุด

 

“จะได้ปาร์ตี้กับเพื่อนนี่ดีใจขนาดนี้เชียวหรือ”

 

“ดีใจสิฮะ ไอ้ดำ เอ่อ จงอินน่ะเป็นเพื่อนแค่ไม่กี่คนที่เลย์สนิทด้วย หมอนั่นย้ำนักย้ำหนาว่าต้องไปให้ได้ ถ้าอาคริสไม่อนุญาตเลย์ก็คงทำให้เพื่อนผิดหวัง แต่อาคริสอนุญาตแล้ว” เสียงใสว่าปิดท้ายด้วยการหัวเราะคิก “ได้ไปงานวันเกิดจงอินแถมอาคริสยังใจดีจะไปรับอีกต่างหาก ใจดีที่สุด”

 

“อาจะใจดีกับเด็กดี”

 

“เลย์เป็นเด็กดี ใช่ไหมฮะ”

 

“ก็รอดูกันไป ตอนนี้ออกไปทำการบ้านได้แล้ว มัวแต่สนใจเรื่องปาร์ตี้ถ้าปลายเทอมเกรดตกอาจะ...เลย์!...” อีกครั้งที่การขู่ของคริสไร้ผล หัวขโมยตัวแสบไม่เชื่อฟัง หอมแก้มคริสแล้วยังกล้าหันมาส่งจูบให้อีก

             คนแก่วัยได้แต่ระบายลมหายใจอย่างระอา เด็กดื้อตาใส เลี้ยงให้โตมาแบบนี้จะแก้กันตอนสิบเจ็ดคงยาก สงสัยคริสจะได้เป็นฝ่ายทำใจให้ชินเสียเอง

 

 

 

 

 

รถคันสีดำเคลื่อนออกไปจากที่จอดเลย์จึงละจากจุดที่ยืนโบกมือแล้วตรงไปยังประตูทางเข้า ถ้าไม่นับการตกเป็นเป้าสายตาและประเด็นนินทาของคนในโรงเรียนชีวิตของเลย์ตอนนี้ถือว่าดีมาก มีความสุขมาก เลย์ยังคิดถึงพ่อแม่ที่จากไปแต่เขาก็จะคิดตลอดว่าพวกท่านให้กำลังใจเขาจากบนสวรรค์ พวกเขาจากกันเพียงชั่วคราวอีกไม่นานครอบครัวก็จะกลับไปอยู่รวมกันอีกครั้ง แน่นอนว่าครอบครัวของเลย์หมายรวมถึงอาคริสด้วย ทุกเช้าเลย์จะทานข้าวพร้อมผู้เป็นอา คุยกันด้วยเรื่องทั่วไปสำคัญบ้างไม่สำคัญบ้างแล้วแต่ว่าอาหลานกำลังสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ จากนั้นก็ออกจากบ้านพร้อมกัน อาคริสขับรถมาส่งเลย์แล้วไปทำงาน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง เลย์เรียนหนังสือ อาคริสทำงาน พักเที่ยงอาคริสจะโทรมาหา จนถึงตอนเย็นเลย์จะกลับบ้านเอง บางทีก็กลับพร้อมชานยอลบางทีก็จงอินนานทีถึงจะได้กลับพร้อมกันสามคน

 

ชีวิตในทุกวันราบรื่น มีความสุขตามอัตภาพ ถ้าไม่นับการถูกมองว่าเป็นมนุษย์นิสัยเสียจนไม่มีใครกล้าคบหาหรือแม้แต่จะยิ้มให้น่ะนะ เลย์เป่าปากเบา ๆ ตอนเห็นนักเรียนหญิงหน้าตึกปีสองจับกลุ่มคุยกันแล้วชำเลืองมองมาทางตน ก็คงไม่พ้นประเด็นเก่า เรื่องเก่า ๆ ที่ยังเล่ากันไม่จบ กำลังจะผ่านทางเดินเชื่อมไปยังตึกปีสามก็มีคนโผล่มาขวาง ปิดทางด้วยการยืนจังก้าล้วงกระเป๋า เลย์ปลดเฮดโฟนออกมองต่อตากับโจทก์เก่าอย่างระแวง

 

“สวัสดี” คำทักทายในภาษาแม่ที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน เลย์หรี่ตามองเจ้าของเรือนผมสีแดงเข้มด้วยความสงสัยหนักกว่าเก่า ตกลงไอ้อันธพาลปีสองที่หาเรื่องเขาวันก่อนเป็นคนจีนเหมือนกันหรอกหรือ?

 

“ต้องการอะไร” อย่าอ้อมค้อมให้เสียเวลากันเลย จากประสบการณ์อีกฝ่ายไม่ได้เข้ามาหาด้วยจุดประสงค์ดี เลย์ก็คงไม่ต้องเกรงใจ

 

“การชดใช้”

 

“จำไม่ได้ว่าเคยเป็นหนี้ใคร”

 

“รุ่นพี่ชกผมปากแตกแถมยังเอาถังขยะทุ่มใส่หัวผมอีก เท่านี้ก็ถือเป็นกรณีได้แล้ว จะมาพูดว่าไม่เคยเป็นหนี้ใครได้ยังไง” รุ่นพี่ตัวขาวร้องเหอะ มองมุมปากหยักที่ยังหลงเหลือรอยแดงช้ำแล้วก็เหยียดยิ้ม ยิ้มที่เด็กดีอย่างเลย์จะไม่มีทางทำให้อาคริสเห็น “ปากเลว ลามปามพ่อแม่คนอื่น สมควรแล้วนี่”

 

“โอเค ผมขอโทษที่ลามปามพ่อแม่รุ่นพี่” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยคำขอโทษออกมาง่าย ๆ  พร้อมกับที่เจ้าตัวค้อมศีรษะลงเล็กน้อย เลย์เห็นแบบนั้นยิ่งไม่วางใจ จะมาไม้ไหนอีก “ผมมันคนปากเสียแล้วยังปากไว ข้อนี้ก็รู้ตัวเองอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ก็กำลังกลัวว่าถ้าเกิดเผลอหลุดปากบอกอาจารย์เรื่องวันก่อนอะไร ๆ คงแย่กว่านี้ รุ่นพี่โดนภาคทัณฑ์บนอยู่ไม่ใช่หรือครับ ถ้าโดนอีกรอบอาจจะถูกพักการเรียน ไม่รู้ว่าทางบ้านจะว่ายังไง”

 

“นายต้องการอะไร?” ดวงตาเรียวคมปรากฏรอยยินดี ยิ่งริมฝีปากหยักบางวาดเป็นรอยยิ้มกว้าง อาการดีใจนั้นก็ยิ่งเหมือนเด็กน้อยมากกว่าอันธพาลนิสัยเสียที่เลย์เคยมีเรื่องด้วย

 

“บอกแล้วไง ผมต้องการการชดใช้”

 

“งั้นก็เลิกอ้อมค้อมเสียที มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับนาย” หวงจื่อเทาหัวเราะเสียงชื่น ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มร้ายอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว

 

 

 

 

 

คิมจงอินกับปาร์คชานยอลลอบสบตากันเป็นหนที่สิบ ก่อนที่จะมีหนที่สิบเอ็ดปาร์คชานยอลผู้ไม่เคยเก็บความสงสัยไว้กับตัวก็โพล่งขึ้นกลางโต๊ะอาหารว่า

 

“นายสองคน ใครก็ได้ช่วยบอกฉันหน่อยว่าที่เห็นนี่มันอะไร” สองคนที่ถูกพาดพิงเงยหน้าจากสำรับมื้อกลางวัน เลย์กรอกตามองคนที่นั่งข้างตัวขณะที่คนถูกมองฉีกยิ้มกว้าง

 

“ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ” เลย์ว่า

 

“อย่างที่บอกก็คือตอนเย็นวันก่อนนายมีเรื่องกับเทาแล้วก็จบลงด้วยการต่อยปากไอ้เด็กนี่ มาวันนี้เลยต้องเลี้ยงข้าวกลางวันเป็นการชดใช้”

 

“ใช่ ถ้าไม่เลี้ยง มันจะฟ้องครู”

 

“เทา แกมีนิสัยชอบขู่กรรโชกคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ เย็นนี้วิ่งรอบสนามสักห้าสิบรอบเป็นไง” เด็กปีสองคนเดียวในกลุ่มร้องโวย มือที่ถือตะเกียบปัดไปมาในอากาศตอนแก้ต่างให้ตัวเอง “ขู่กรรโชกอะไรกัน ผมแค่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองหรอก ถ้ารุ่นพี่เลย์ไม่ผิดทำไมต้องยอมล่ะ แสดงว่าเจ้าตัวรู้ว่าผิดเลยยอมชดใช้ให้ผม เพราะฉะนั้นผมไม่ผิด”

 

“กวนตีนว่ะ อยากเอารองเท้านาบหน้าคน” จงอินเปรยขึ้นมาลอย ๆ แต่เข้าหูทุกคนในโต๊ะ

 

“มึงไม่ต้อง ในฐานะมันสังกัดเป็นรุ่นน้องชมรมบาสเกตบอล เดี๋ยวกูจัดการเอง”

 

“พี่ชานยอล! เลิกโหดพร่ำเพรื่อเถอะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย เลย์อ่า บอกสองคนนี้ไปสิว่าพี่เต็มใจ”

 

“ฉันไม่ได้เต็มใจ” รุ่นน้องตัวสูงครางอื้ออ้า คีบกับข้าวเข้าปากเคี้ยวแล้วสะบัดหน้าไปทางอื่น เลย์ได้แต่อ่อนใจ ไอ้เด็กแปลกนี่คงถูกสลับวิญญาณไปตอนเรียนวิชาช่วงเช้า พอถึงเวลาพักกลางวันมันถึงได้พกรอยยิ้มกว้างมายืนรอเลย์ถึงหน้าห้อง มาดกวน ๆ กับหน้าตาหาเรื่องไม่รู้เอาไปทิ้งไว้ที่ไหน ตอนนี้ถึงได้มีแค่รุ่นน้องตัวโตแต่สมองนิ่ม ทำตัวอ้อนตีน(จงอินกล่าว)ราวกับสนิทสนมกันมาตั้งแต่เริ่มตั้งไข่

 

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่จงอินกับชานยอลที่เห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น คนทั้งโรงอาหารก็เห็นเหมือนที่เขาเห็น หวงจื่อเทาเดินประกบเลย์ปีสามมาตั้งแต่หน้าห้องเรียน ยืนต่อแถวซื้อข้าวร้านเดียวกัน นั่งด้วยกัน ทุกวันที่มีเพียงคิมจงอินกับปาร์คชานยอลโต๊ะนี้ก็เด่นมากพออยู่แล้วพอรวมจื่อเทานักบาสปีสองเข้าไปอีกหนึ่งยิ่งเกินคำว่าเด่น แน่นอนว่าใครเห็นใครก็ต้องสงสัยถึงที่มาที่ไปแต่เมื่อเลย์ไม่ได้อธิบายเหมือนที่อธิบายให้เพื่อนอีกสองคนฟังทุกคนจึงได้แต่พูดกันไปต่าง ๆ นานา

 

“จื่อเทามันเด็กนายไม่ใช่หรือแบคฮยอนทำไมไปอี๋อ๋อกับเลย์ได้”

 

“จื่อเทาไม่ใช่เด็กฉัน” แบคฮยอนแก้เสียงเรียบ ดวงตาเรียวเล็กมองเพียงชุดข้าวหน้าเนื้อในขณะที่เพื่อนคนอื่นยังสนใจโต๊ะที่เด่นที่สุด

 

“ก็เคยสนิทกันพักหนึ่งนี่ ใคร ๆ ก็รู้ ตอนนี้มาคลอเคลียฝ่ายตรงข้าม เดี๋ยวเถอะ ข่าวได้แพร่ไปทั่วโรงเรียนว่านายโดนคู่อริแย่งเด็ก หลังจากโดนแย่งไคกับชานยอลไปแล้วสอง”

 

“บอกอีกครั้งนะมีนา จื่อเทาไม่ใช่เด็กฉัน”

 

“น่าหมั่นไส้นะว่าไหม หัวเราะร่วนกลางคนเด่นคนดัง ใครจะว่ายังไงฉันไม่สน ฉันมีองครักษ์รายล้อมสวย ๆ ฉันล่ะอยากจะเดินเข้าไปถามจังเลยว่าหนังหน้าน่ะหล่อด้วยซีเมนต์ยี่ห้อไหนจะสั่งไปเททางให้รถสิบล้อวิ่ง”

 

ยิ่งพูดยิ่งสะใจ ยิ่งเมามันในอารมณ์ จากที่เคยเฉย ๆ กับอีกฝ่ายพอถูกกระแสข่าวและอุปาทานหมู่ครอบงำก็กลายเป็นความไม่ชอบ ความผิดที่ตนเคยก่อไว้ถูกกลบด้วยความผิดผู้อื่น จงใจมองข้ามเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดและหันไปทุ่มเทความเกลียดชังให้อีกคน คนที่ยังยิ้มสดใสอยู่ท่ามกลางกลุ่มที่ใครต่อใครใฝ่ฝันถึง

 

 

อิจฉา

 

 

แบคฮยอนรู้ดีว่าอิมมีนาและอีกหลายคนรู้สึกอิจฉาจางอี้ชิง คนที่ถูกตัดสินว่าเป็นคนผิดแต่ดูเหมือนความผิดทุกข้อหาไม่สามารถทำอะไรเจ้าตัวได้เลย คนที่ถูกสังคมละทิ้งยังมีโลกที่สดใส ยังทำข้อสอบได้คะแนนดีจนอาจารย์เอ่ยปากชม ยังหัวเราะได้เต็มเสียงแม้ว่าจะมีเพื่อนคบด้วยแค่สองคน แม้จะถูกคนรอบข้างปฏิบัติด้วยความห่างเหินจางอี้ชิงก็แค่วางเฉย ไม่เคยแสดงความเสียใจให้ใครต้องสมเพชเวทนา ตรงกันข้ามจางอี้ชิงกลับสร้างโลกที่ทำให้คนอื่นต้องอิจฉา โลกที่เต็มไปด้วยเรื่องสนุก เสียงหัวเราะและรอยยิ้มเบิกบาน

 

ฟันคมขบกับเนื้อในริมฝีปาก แบคฮยอนแค่ไม่เข้าใจ

 

ทำไม ทำไมจางอี้ชิงต้องมีสิ่งที่เขาอยากมี

ทำไมจางอี้ชิงต้องได้ของที่เขาอยากได้

ทำไม!

 

 

 

 

 

…………………………..

 

 

 

cinna mon
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,134 ความคิดเห็น

  1. #3107 Realkwonjay (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 22:20
    แบคๆไม่เอาไม่อิจฉาน้าาาา
    #3,107
    0
  2. #3014 ninimook (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:32
    อย่าคิดแบบนั้นสิแบคไม่ดีเลยนะแต่ตอนจุ้บอาคริสนี่นะเขินนน
    #3,014
    0
  3. #2987 คลชป9091 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:44
    อี้ชิงอะไรจะฮ๊อตขนาดนี้ลูกกกกก คนมันน่ารักใช่มะ แล้วแบคมีเรื่องไรอะถามจริง-0-
    #2,987
    0
  4. #2952 harafiction. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 15:41
    อี้ชิงนี่ชอบเนียนหอมแก้มคุณอาจริงจริ๊ง! จื่อเทาชอบอี้ชิงล่ะสิเนี่ย 55555 แบคฮยอนเลิกอคติซักทีเถอะ!
    #2,952
    0
  5. #2924 kasong.minkerbie (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 22:40
    หูววววววววววววววว สงสารใครดี
    เลือกไม่ถูกเลยค่ะ ง้อวววววววววววว เข้าไปกอดแบค ส่งกำลังใจให้อาอี้ ชรุ้บๆ
    #2,924
    0
  6. #2909 AZ_KLrOlling (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 00:18
    เรื่องแบบนี้มันว่ายากค่ะแบค
    #2,909
    0
  7. #2876 //*\\O~I~L//*\\ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2557 / 11:03
    ความสัมพันธ์มันไม่ผิดตรงไหนหรอกสำหรับเรื่องนี้ คุณอาก็ไม่ใช่อาแท้ๆไม่ใช่หรอ แต่มันอาจจะติดตรงที่ว่าทั้งสองคนอายุห่างกันเป็นสิบปีเท่านั้นเอง
    #2,876
    0
  8. #2859 LeeByeolri (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2557 / 00:14
    ป๋ายเอ๊ยป๋าย ปลงซะนะลูก
    #2,859
    0
  9. #2829 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 21:10
    บยอนน้อย ลบอคติที่มีต่ออาอี้ ก็จะเห็นนะ
    #2,829
    0
  10. #2787 Kim-kibom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 20:40
    คุณอางอน คุณหลานซะแล้วๆๆ
    #2,787
    0
  11. #2767 ฮุนนี่เด๋อด๋า lol (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 14:03
    แบคมีปมอะไรหรือเปล่าอ่ะ ????
    #2,767
    0
  12. #2739 uzosou (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 16:50
    บยอนหนุไปเข้ากลุ่มกับเขาเถอะลูก

    สงสารอ่ะ มีเรื่องอะไรกันแน่ระหว่าชาน บยอนและจงอิน
    #2,739
    0
  13. #2676 pandatao' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 16:14
    จือเทาหนูมาไม้ไหนค่ะ ? มาจีบพี่อี้ซิงหรือ = [ ] =
    อ่อ ที่แท้แบคก็อิจฉาสินะเนี่ย จงอิน ชาน เทา นี่เด็กในสังกัดเรอะ 
    #2,676
    0
  14. #2615 koytobe (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 19:19
    จะสงสารแบคดีมั้ยนะ ขี้อิจฉา
    #2,615
    0
  15. #2556 Missvrys9 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 14:55
    แบคฮยอนก็แค่เด็กขี้อิจฉา แค่นั้นจริงๆ
    #2,556
    0
  16. #2466 LPanda (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 06:54
    เทาออกโรงแล้วสินะะะะ อะฮริ้ >w< อิจฉาอี้ทำไมบยอน มันเป็นผลมาจากการกระทำของตัสเอง ในเมื่อตัดสินใจทำลงไปแล้ว ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาด้วย ทำตัวแบบนี้ใครเขาจะอยากคบกันเล่า!! ชิชะ! -3-
    #2,466
    0
  17. #2419 BrowZNiiZ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 01:42
    ก็เพราะแกนิสัยไม่ดีไงแบค

    อี้นิสัยดีกว่าแกเยอะ
    #2,419
    0
  18. #2360 empty XOXO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 19:52
    ดำ /ทำร้าไคทำม๊ายยยยยยย 5555555555555
    แบคอ่าา น่าสงสาร เลย์ช่วยแบคเค้าทีสิ  T^T
    #2,360
    0
  19. #2288 NN.am (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2557 / 14:25
    จื่อเทาชอบอี้ชิงป้ะเนี่ย ใช่มะๆ
    #2,288
    0
  20. #2252 fed์fehx. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 21:04
    ดำ 55555555555555555 เลย์น้อ
    แบคใจเย็นครับ
    #2,252
    0
  21. #2240 Pearwapon Phanwichai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 11:48
    บยอนใจเย็นๆสิ -3-
    #2,240
    0
  22. #2225 Lord of the perturbation (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 12:42
    เรียกดำๆน่ารัก ><
    เทาชอบชิงหรอ ระวังคุณอาเขาเอาเงิงเฉาะหัวนะ อิอิ
    #2,225
    0
  23. #2070 Adriel (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 19:54
    แบคกี้ใจเย็นลูกกก อย่าเอาความอิจฉาเป็นหลักสิ
    มัวแต่อิจฉาไม่รู้จักแก้ปัญหาก็ไม่ดีนะ ไม่มีใครสนใจหรอก
    #2,070
    0
  24. #2045 NaMo_K (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 03:27
    ก็เลิกพยายามในสิ่งที่ไม่ควรพยายามสิแบคฮยอน
    #2,045
    0
  25. #2017 giikzsmile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 12:35
    แบคก็แค่ต้องคิดใหม่ไง ^^
    #2,017
    0