(END) คุณอาที่รัก ::: KrisLay

ตอนที่ 10 : คุณอาที่รัก - 10 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    23 ก.ย. 56

 



 

- 10 -

 

            เลย์กำลังทำการบ้านสลับกับชำเลืองมองโทรศัพท์เครื่องใหม่ตอนมีเสียงสัญญาณดังจากหน้าประตู คนตัวเล็กมองไปทางห้องนอนของผู้เป็นอาก่อนจะลุกจากโต๊ะหน้าทีวีไปพร้อมปากกาในมือ หลังจากสอนเลย์ใช้โทรศัพท์เครื่องใหม่อย่างละเอียดยิบแล้วอาคริสเข้าไปอาบน้ำ แน่นอนว่าเลย์ต้องรีบวิ่งแซงเข้าไปเตรียมน้ำอุ่นให้คุณอาสุดหล่อเหมือนที่ทำเป็นประจำ อาคริสติดกลิ่นลาเวนเดอร์ที่เลย์ผสมในฟองครีมถ้าเลย์เปลี่ยนกลิ่นทีไรต้องขมวดคิ้วถามตลอด โธ่เอ๊ย ถ้าตัวเองอยากใช้แค่กลิ่นลาเวนเดอร์แล้วซื้อมาไว้ทำไมตั้งหลายกลิ่นก็ไม่รู้

 

            “หือม์ จงอินหรือ?” ใบหน้าที่ปรากฏในจอคือหนึ่งในเพื่อนใหม่ เลย์ดันบานประตูออกไปพร้อมความสงสัยเต็มเปี่ยม นี่เป็นครั้งแรกที่จงอินมาหาเขาถึงห้อง

 

            “มาได้ยังไงน่ะ”

 

            “ขึ้นลิฟต์มา”

 

            “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ชานยอลบอกว่าวันนี้นายมีถ่ายแบบนิตยสารจนดึกทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้ งานเสร็จแล้วหรือ?” จงอินไหวไหล่ หน้าตาไอดอลชื่อดังสะอาดสะอ้านไร้ร่องรอยเครื่องสำอางแถมยังโผล่มาในชุดเสื้อยืดกับกางเกงผ้าแสดงว่าอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว

 

            “งานเสร็จเร็วเลยแวะมาลอกการบ้าน”

 

            “ไม่ให้ลอกหรอก”

 

            “เป็นห่วงเรื่องที่โรงเรียนด้วยหรอกน่า เห็นชานยอลมันว่าบรรยากาศไม่ค่อยดี เป็นไง เจอหนักเลยล่ะสิ” จงอินคุยกับชานยอลทางโทรศัพท์ เพื่อนตัวสูงมันรายงานว่าเลย์ค่อนข้างเครียดกับกระแสข่าวที่ลามไปทั่วโรงเรียน ตอนเรียนก็เอาแต่เหม่อตอนพักก็เอาแต่นั่งถอนใจ แต่ทำไมอาการที่เห็นตอนนี้มันไม่ได้ไปทางเดียวกับที่จงอินได้ยินมาเลย จงอินถามไปเจ้าตัวก็หัวเราะน้อย ๆ หยิบรองเท้าสลิปเปอร์มาให้เขาเปลี่ยน

 

            “ก็ไม่มีอะไรแค่รำคาญนิดหน่อย” พอนั่งที่ชุดรับแขกเลย์ก็ปลีกตัวไปเอาน้ำมาต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านที่ดี จงอินกวาดสายตาไปทั่วห้องกว้าง สำรวจตรวจตราแทบทุกรายละเอียด

 

“อาคริสของนายกลับมาหรือยัง?”

 

            “กลับมาแล้ว วันนี้ก็ไปรับฉันที่โรงเรียนด้วย” เลย์อวดพร้อมรอยยิ้มกว้าง ไม่ลืมหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ขึ้นมาชูข้างแก้ม “อาคริสซื้อให้ เจ๋งไหมล่ะ?”

 

            “หมายถึงโทรศัพท์หรือคนซื้อล่ะ?” เลย์หัวเราะคิก

 

“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ” ...ที่จริงหมายถึงอาคริสต่างหาก อาคริสของเลย์น่ะที่สุดแล้ว

 

“รุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่นา ฉันยังไปงานนั้นอยู่เลย”

 

            “จริงดิ แล้วเค้าไม่ให้นายมาใช้ฟรีบ้างหรือ”

 

            “ฉันมีโทรศัพท์ของฉันอยู่แล้ว พกทำไมหลายเครื่อง ว่าแต่นายเหอะ ปกติใช้แต่โทรศัพท์รุ่นมนุษย์หินรู้หรือว่าไอ้เครื่องนี้เค้าใช้กันยังไง”

 

            “ก็ พอรู้คร่าว ๆ นะ อาคริสสอนเมื่อกี้แต่ก็ยังงง ๆ อยู่แหละ ฉันบันทึกเบอร์นายไว้แล้วนะ นี่ไง...” ยื่นให้ดูก่อนจะหัวเราะร่าเมื่อเห็นสีหน้าคิมจงอิน

 

            “ฉันเป็นหมีดำตั้งแต่เมื่อไหร่วะ!” เลย์หัวเราะดังยิ่งกว่าเดิม ปล่อยให้จงอินแย่งโทรศัพท์ไปกดเล่นส่วนตัวเองก็เกาะโต๊ะมองในระยะประชิด เด็กหนุ่มผิวเข้มพึมพำในคอถึงประสิทธิภาพอันล้ำสมัยของเครื่องมือสื่อสารสีดำ เบี่ยงตัวให้เลย์มองโปรแกรมยอดนิยมที่คิดว่าเลย์น่าจะสนใจ นอกจากโปรแกรมแชทแบบฟรีแล้วก็ยังมีโปรแกรมที่แชร์รูปภาพเพราะจงอินรู้ดีว่าเพื่อนตัวขาวชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นพิเศษ เลย์สนใจจริง ๆ คนหน้าหวานเอาแต่ถามจงอินเรื่องการสมัครใช้จนสมุดการบ้านหมดความหมาย ศีรษะทั้งคู่ชิดกันอยู่เหนือหน้าจอสมาร์ทโฟนไม่ได้รับรู้ว่าประตูห้องนอนใหญ่กำลังเปิดออก

 

            ภาพเด็กหนุ่มสองคนนั่งเบียดกันอยู่หน้าโซฟาเป็นสิ่งที่คริสไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น ห้องของเขาไม่เคยต้อนรับคนแปลกหน้าคนรู้จักที่ไม่สนิทสนมคริสก็ไม่เคยอนุญาตให้ล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว เขาชินกับการอยู่คนเดียวมานานและเพิ่งจะเริ่มชินกับการมีเจ้าตัวเล็กคอยยิ้มหวานต้อนรับ

 

การเจอคนนอกนั่งอยู่กับหลานชายจึงทำให้คริสประหลาดใจจนคิดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่

 

คนตัวสูงได้แต่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องฟังเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ เย้าแหย่กันจนหนึ่งในนั้นเงยหน้ามองมา คริสเห็นเด็กหนุ่มหน้าตาคมคายใช้ศอกสะกิดอี้ชิงก่อนที่รายหลังจะหันมามองเขา

 

            “อาคริส อาบน้ำเสร็จแล้วหรือฮะ” คริสไม่ตอบเพราะสภาพที่เขาออกมาจากห้องนอนในชุดนอนกับเสื้อคลุมตัวยาวคงตอบได้อยู่แล้ว ชายหนุ่มก้าวเข้าไปช้า ๆ พิจารณาใบหน้าของเด็กหนุ่มที่กำลังลุกขึ้นยืน

 

            “เพื่อนมาหาหรือ?”

 

            “จงอินมาทำการบ้านด้วยฮะ จงอิน นี่อาคริส...” เลย์แนะนำง่าย ๆ และเมื่อคริสเลือกใช้ภาษาเกาหลีทักทายเลย์จึงพูดตามผู้เป็นอา คิมจงอินโค้งให้ผู้แก่วัยกว่า แนะนำตัวเองด้วยชื่อจริงก่อนจะขมวดคิ้วฉับ

 

            “เมื่อกี้ นายพูดภาษาเกาหลีนี่” เลย์ดึงริมฝีปากตัวเองเบา ๆ

 

            “ใช่ ทำไมอ่ะ ตลกหรือ?”

 

            “นายไม่เคยบอกว่าพูดภาษาเกาหลีได้”

 

            “ก็ ไม่มีใครถาม”

 

            “เฮ้ ถ้างั้นไอ้ที่คนอื่น ๆ แอบซุบซิบอะไรนายก็ฟังออกหมดน่ะสิ” ดวงตาเรียวสวยวาดเป็นขีดโค้งรับสีหน้าประหลาดใจของเพื่อนซี้ จงอินต้องเร่งนึกย้อนไปอย่างเร่งด่วนว่าเขาเองเคยนินทาอะไรไอ้หน้าหวานตัวแสบไว้บ้าง โชคดีที่คิดไม่ออก

 

            “แสดงว่าเวลาอยู่โรงเรียนก็พูดภาษาอังกฤษกันตลอดสินะ” คริสว่ายิ้ม ๆ ตัวเขาเองต้อนรับเพื่อนหลานด้วยท่าทีสบาย ๆ คริสกับจงอินต่างก็เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นในลิฟต์ หน้าตึกหรือภาพจากสื่อแขนงต่าง ๆ คริสรู้ว่าจงอินอาศัยอยู่ที่ตึกนี้เหมือนที่จงอินก็รู้ว่าคริสเป็นคนสนิทของอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ

 

            “ครับ เลย์บอกว่าเพิ่งย้ายมาจากปักกิ่งพวกเราก็เลยคิดเอาเองว่าหมอนี่จะพูดได้แค่จีนกับอิ้งค์ ไม่คิดว่าถูกซุ่มแอบฟังมาตลอด”

 

            “รายนี้เค้าเรียนภาษาเกาหลีมาหลายปีแล้ว อ่านได้ฟังออกพูดคล่อง”

 

            “ไม่บอกกันเลยนะ”

 

            “เอาน่า ส่วนใหญ่พวกเราก็ต้องพูดอิ้งค์อยู่แล้ว มันไม่มีผลอะไรมากหรอก” ว่าพลางจับแขนคนผิวคร้ามแกว่งไปมา คริสมองความสนิทสนมระหว่างเด็กทั้งสองแล้วก็บอกตัวเองให้ลากบทสนทนาไปทางอื่นเสีย เห็นว่านิ่ง ๆเย็น ๆ แต่ที่จริงแล้วหลานชายตัวแสบของคริสเป็นเด็กขี้อ้อน อยู่กับอาอ้อนอย่างไรกับเพื่อนก็คงอย่างนั้น ดูท่าแล้วคิมจงอินก็คงอ่อนให้กันมากอยู่

 

            “แล้วเมื่อกี้ทำอะไรกันอยู่ การบ้าน?”

 

            “ฮะ จงอินติดงานเลยไม่ได้ไปเรียน เลย์กำลังจะติวให้”

 

            “ขออนุญาตคุณคริสนะครับ” คริสไม่มีเหตุผลสมควรจะคัดค้าน ชายหนุ่มดึงหลานเล็กเข้ามาใกล้ ปัดผมให้พ้นใบหน้าเรียวยามกำชับเสียงหนัก

 

            “พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน อย่าให้ดึกเกินไปนะ” หลานตัวขาวยิ้มจนลักยิ้มบุ๋ม เอียงแก้มให้ผู้เป็นอาคลึงปลายนิ้วลงอย่างเต็มอกเต็มใจก่อนจะทิ้งตัวนั่งที่เดิมเมื่อพ้นหลังคุณอาสุดหล่อไปแล้ว คิมจงอินที่เพิ่งเห็นโมเม้นต์อาหลานอยู่ด้วยกันจะ ๆ ตาวันนี้ถึงกับกรอกตาไปซ้ายทีขวาที แน่นอนว่าเพราะข้องใจ

 

            “ปกตินายเป็นแบบนี้กับคุณคริสหรือ”

 

            “แบบไหน?”

 

            “ก็อ้อนเหมือนลูกหมาลูกแมว”

 

            “พูดให้ดี ๆ ใครลูกหมาลูกแมว เดี๋ยวข่วนเลย”

 

            “เปรียบเทียบหรอกน่า นายสนิทกับอามากเลยนะ แปลกว่ะ ฉันก็มีนะญาติผู้ใหญ่น่ะแต่ไม่เคยทำแบบที่นายทำกับคุณคริสเลย พี่ป้าน้าอาฉันก็ไม่มีใครโอ๋ฉันเหมือนที่คุณคริสทำกับนายด้วย” เลย์ยิ้มบาง เปิดสมุดไปยังหน้าที่คั่นไว้

 

“ไม่รู้สิ มันเป็นเอง เห็นอาคริสแล้วอยากอ้อนตลอดเวลาเลย อาคริสเองก็ไม่ว่าอะไรก็เลยชิน ๆ เอ่อ อันที่จริงก็ว่านะ อาคริสไม่อยากให้ร้องไห้ แต่การร้องไห้กับการอ้อนไม่เหมือนกันนี่ ใช่ไหม”

 

            “กับญาติคนอื่นนายก็สนิทแบบนี้หรือ?” คำถามนั้นลดประกายระยับในหน่วยตาเรียวลงเหลือเพียงแววหม่น รอยยิ้มพริ้มเพรากลายเป็นรอยกดมุมปาก

 

            “ไม่ นอกจากอาคริสฉันก็ไม่มีใครแล้ว”

 

            “หมายความว่ายังไง?”

 

            “ก็หมายความว่านอกจากพ่อแม่ที่เสียไปแล้วชีวิตฉันมีแค่อาคริสน่ะสิ” จงอินไม่เข้าใจ เหมือนที่เจ้าของรอยยิ้มหวานนั้นก็ยังไม่เข้าใจ เพราะเหตุใดผู้ชายคนหนึ่งถึงได้เป็นโลกทั้งใบของชีวิตหนึ่งชีวิต ทำไมเลย์ถึงลืมเรื่องหม่นหมองในใจได้เพียงแค่เอ่ยชื่อคนคนนั้นออกมา เพียงแค่คิดถึงทำไมในใจต้องอุ่นอวนด้วยความเชื่อมั่น

 

ในตอนนั้นเลย์ยังไม่รู้...

 

 

 

 

 

 

 

             กว่าพยอนแบคฮยอนจะกลับมาเรียนอีกครั้งเหตุปะทะวันนั้นก็ผ่านไปห้าวันเต็ม มุมปากเล็กไม่เหลือรอยช้ำเหมือนใบหน้าขาวที่ไม่เหลืออารมณ์ใดให้เลย์เลยเช่นกัน ยามแรกที่เดินเข้าห้องมาแล้วเจอเลย์นั่งอ่านหนังสืออยู่แบคฮยอนก็เพียงแค่ทิ้งหางตามองแล้วก็ไม่สนใจเขาอีก เลย์ผ่อนลมหายใจออกโล่งใจที่คู่กรณีไม่ต่อความให้วุ่นวายแต่อีกใจเลย์ก็คิดถึงคำบอกเล่าของชานยอลขึ้นมา ถ้าหายไปเพราะถูกกักบริเวณก็แสดงว่าพ่อแม่ของแบคฮยอนคงเข้มงวดมาก คนที่มีพ่อแม่คอยเข้าข้างคอยรับฟังทุกความต้องการแบบเลย์อดเห็นใจไม่ได้ อยู่บ้านก็ถูกพ่อแม่กดดันมาโรงเรียนก็เจอเพื่อนไม่จริงใจ ถ้ารู้ความจริงว่าผู้หญิงสองคนนั่นพูดอะไรลับหลังตัวเองบ้างนายจะผิดหวังแค่ไหนนะพยอนแบคฮยอน

 

เลย์พลิกหน้าหนังสือผ่านไปอีกหนึ่งหน้าไม่อยากสนใจนักแต่ก็ต้องยอมรับว่าบรรยากาศเงียบสงบยามเช้ากลายเป็นความหนักอึ้งทันทีที่แบคฮยอนมาถึง แม้เลย์จะวางเฉยสนใจเพียงเนื้อหาตัวอักษรแต่คนรอบข้างก็ยังแสดงปฏิกิริยากดดันมาถึงเขาอยู่ดี เพื่อนร่วมชั้นตัวเล็กกำลังตกอยู่ในวงล้อมของเพื่อนผู้หญิงสามสี่คน เสียงซักถามแสดงความห่วงใยดังลอยมาถึงจุดที่เขานั่งอยู่ แน่นอนว่ารวมถึงเสียงเหน็บแหนมด้วย

 

            “โลกเรามันเปลี่ยนไปแล้วนะ คนทำผิดลอยหน้าลอยตามาเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนแบคฮยอนของเราต้องถูกกักบริเวณ น่าโมโหจริงๆ” เลย์รองฝ่ามือกับข้างแก้ม ทำเหมือนไม่เข้าใจภาษาเกาหลีที่หนึ่งในสองเพื่อนซี้ของแบคฮยอนจงใจว่าลอยลมมา

 

            “ป่าเถื่อนมากเลยนะ สมัยนี้มีใครเค้าใช้กำลังแก้ปัญหากันบ้าง ไม่รู้ที่บ้านเลี้ยงมายังไงเอะอะก็ต่อยตี เกิดวันหลังพวกเราทำอะไรให้ไม่พอใจจะโดนชกหรือเปล่า”

 

            “อย่าไปยุ่งด้วยเลย แบคฮยอนอ่า นายอย่าไปเข้าใกล้หมอนั่นอีกเลยนะ พวกเราเป็นห่วง”

 

“ใช่ ตอนนี้ทั้งโรงเรียนก็ไม่มีใครอยากยุ่งด้วยแล้ว ชื่อฉาวขนาดนั้น ไม่รู้ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่ได้ยังไง” คนเรานี่ก็แปลกตั้งใจจะประชดคนอื่นแต่ก็ดันพูดในภาษาที่คิดว่าคนฟังไม่เข้าใจ กล้าก็ไม่กล้าให้สุด ๆ ตลกจริง เลย์ละสายตาจากหน้าหนังสือวาดมองตรงไป บางคนในกลุ่มนั้นส่งยิ้มแหย ๆ มาให้ บางคนหันหน้าหนี และมีอีกหลายคนสะดุ้งหากก็ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน แม้แต่พยอนแบคฮยอนเองก็ยังนั่งหันหลังให้ไม่พูดไม่จา เลย์เหยียดยิ้มอารมณ์ที่กรุ่นขึ้นมานับตั้งแต่ได้ยินคนพาดพิงถึงครอบครัวถูกดับลงเพราะการปรากฏตัวของปาร์คชานยอล ร่างสูงมาพร้อมความร่าเริงเกินระดับคนปกติเช่นเคย นั่งที่ได้ก็เคาะไหล่เลย์รัว ๆ

 

“ยืมคุณครูพี่ลู่มาลอกหน่อย”

 

“ไม่มี อยากได้ก็ไปหาที่ห้องพักครู”

 

“เฮ้ย อย่าแกล้งน่า เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมงเองนะ เร็ว เดี๋ยวไม่ทัน” พอไม่ให้ก็จับเพื่อนเขย่าไปมาจนข้อต่อเคอเลย์แทบหลุดออกจากกัน ยังไม่ทันตัดสินใจว่าจะให้หรือไม่ให้คิมจงอินก็เดินหน้านิ่งเข้ามาถึง รายหลังใช้เท้าเขี่ยให้ชานยอลขยับเข้าไปนั่งที่ตัวเองพอนั่งลงได้ก็หยิบหนังสือแบบฝึกหัดขึ้นมาเปิดแล้วก็ยืดตัวมาค้นลิ้นชักเลย์หน้าตาเฉย

 

“พวกนายทั้งสองคนหยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่ให้ใครลอกทั้งนั้น เปิดหนังสือทำตอนนี้เลย ไม่เข้าใจตรงไหนจะอธิบายให้ ปล่อยนะชานยอล จงอินนายก็เลิกค้นได้แล้ว” ย่างเข้าสัปดาห์ที่สี่ของการเรียนการสอนปาร์คชานยอลกับคิมจงอินเริ่มมองเห็นแล้วว่าเพื่อนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากจีนนั้นคือขุมทรัพย์ทางปัญญาที่สำคัญมาก เสียอย่างเดียวขุมทรัพย์นี้ไม่เคยปล่อยความรู้ให้พวกเขาง่าย ๆ เลยสักครั้ง

 

“แกรมม่าตั้งสองหน้าเวลาครึ่งชั่วโมงไม่ทันหรอก เอามาลอกก่อนแล้วค่อยอธิบายทีหลัง” ชานยอลว่าเสียงรน เริ่มสั่นขาอย่างกระวนกระวาย วันนี้เขามีซ้อมบาสตอนเช้าเลยมาถึงห้องช้ากว่าปกติ การบ้านวิชาภาษาอังกฤษของคุณครูลู่หานยังไม่ได้ทำ ช่องคำตอบยังสะอาดสะอ้านทรมานใจดาวเด่นชมรมบาสยิ่งนัก

 

“อย่าใจร้ายกับเพื่อนฝูงหน่อยเลยน่า เดี๋ยวกลางวันเลี้ยงข้าวก็ได้อ่ะ” ไอดอลตัวดำทุ่มหมดหน้าตักเพื่อวิชาภาษาอังกฤษ เลย์อ่อนใจกับพฤติกรรมซ้ำซากของเพื่อนทั้งสอง คิมจงอินนี่ตัวดี วันไหนไม่ได้ไปทำการบ้านกับเขาที่ห้องรับรองว่าเช้าวันต่อมาต้องมาขอลอกหน้ามึน ๆ ทุกครั้ง จะยืนกรานเสียงแข็งยังไงก็อดใจอ่อนไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องยอมยื่นหนังสือแบบฝึกหัดให้อย่างเสียไม่ได้ การคัดลอกคำตอบระดับเซียนเสร็จสิ้นภายในสิบนาทีเวลาที่เหลือจากนั้นเลย์ก็ต้องมานั่งอธิบายที่มาที่ไปของคำตอบแต่ละข้อ ถ้าเป็นวิชาภาษาอังกฤษก็ตั้งใจฟังกันอยู่หรอกแต่เมื่อไหร่ที่เป็นวิชาอื่นถ้าปาร์คชานยอลไม่ฟุบไปกับโต๊ะ คิมจงอินก็นั่งปิดตาฟังเลย์ตลอด

 

ถ่ายรูปแชร์ในโซเชียลเน็ตเวิร์คเสียดีไหม

 

 

 

 

 

 

ความสนิทสนมระหว่างทั้งสามเพิ่มขึ้นตามวันและเวลา เลย์ได้เพื่อนที่รู้ใจเข้าใจแต่ในขณะเดียวกันกลุ่มแอนตี้แฟนของเลย์ก็ถือกำหนดขึ้น ข่าวลือในทางเสียหายบวกความอิจฉาที่ถูกประกบด้วยนักบาสตัวสูงและไอดอลหน้าเข้มผลักดันให้กลายเป็นความริษยา ชื่อของเลย์ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่ก็เป็นด้านลบทั้งสิ้น หลายเสียงกร่นด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายประหนึ่งเลย์เคยไปฆ่าล้างโคตรคนปล่อยข่าวทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่เคยทำร้ายใครเลย...นอกจากพยอนแบคฮยอน

             จากอันธพาลหน้าหวานที่มีมาเฟียจีนหนุนหลังกลายเป็นเด็กใจแตก ขายตัว ติดยาและอีกสารพัดข้อกล่าวหา เลย์ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ตราบใดที่ยังไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายเลย์ก็ปล่อยมันผ่านไปเหมือนลมผ่านหู เมื่อไม่มีหลักฐานกระแสรุนแรงตอนแรกก็เริ่มแผ่วลง

 

ร่างเล็กหิ้วถังขยะเดินไปตามทางเดินอาคาร เลี้ยวผ่านหลังตึกไปก็เจอกับนักเรียนกลุ่มหนึ่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ มองผ่านแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพวกนักกีฬา ไม่ชมรมใดก็ชมรมหนึ่ง ตอนนี้เป็นคาบกิจกรรมแต่พวกนี้กลับมาแอบอยู่หลังตึกเรียนท่าทางคงไม่ใช่เด็กดีสักเท่าไหร่ เลย์เดินตัวเอียงผ่านไปด้านหลังหนึ่งในนั้นก็ผิวปากหวือ

 

“เฮ้ นั่นเลย์ปีสามไม่ใช่หรือ ใครกล้าใช้คนดังของโรงเรียนเอาขยะมาทิ้งนะ ไม่กลัวอำนาจมืดเลยหรือยังไง” ท่าทางคนพูดเองก็ไม่ได้กลัวเพราะพูดแล้วยังหันไปหัวเราะกับเพื่อนราวกับสนุกเสียเต็มประดา หึ ครื้นเครงกันใหญ่เลยนะ

 

“นี่ พูดด้วยทำไมไม่ตอบ” พริบตาเดียวเลย์ก็ถูกล้อมด้วยนักเรียนชายตัวโต

 

“หยิ่งอย่างที่คนเค้าว่ากันจริง ๆ ด้วย”

 

“ขอโทษนะ ฉันกำลังเอาขยะไปทิ้งช่วยหลีกทางด้วย”

 

“ถ้าเราไม่หลีกจะทำไม จะต่อยอย่างที่ต่อยรุ่นพี่แบคฮยอนหรือเปล่า” ไม่อยากต่อยให้เสียมือและเสียชื่อ เลย์เลี่ยงไปทางขวาคนทางขวาก็ขยับขวาง ไปทางซ้ายพวกเดียวกันนั้นก็ไม่ยอมเปิดทางให้ คนตัวขาวถอยเท้าจะกลับทางเดิมก็ถูกคว้าข้อมือไว้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มลุกวาบ ไอ้หมอนี่มันเป็นใคร กล้าดียังไงมาถูกตัวเขา!

 

“อย่าหยิ่งนักเลยน่า พวกเราแค่อยากคุยด้วยนิดหน่อย ได้ข่าวว่ามีเสี่ยเลี้ยงจริงหรือเปล่า”

 

“จริงหรือไม่จริงมันไม่เกี่ยวกับพวกนาย”

 

“เกี่ยวสิ พอดีเด็กฉันอยากได้แอร์เมสใบใหม่ แล้วพวกเราก็คิดว่านายน่าจะช่วยพวกเราได้” เลย์สะบัดมือออก เรียวคิ้วสีเข้มดึงเข้าหากัน ดวงตาหรี่มองพร้อมสำนึกรู้ว่ากำลังเจอการรีดไถแบบหน้าด้านสุด ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าในโรงเรียนหรูที่ค่าเทอมแพงแสนแพง ในบรรดาลูกท่านหลานเธอทั้งหลาย ในสภาพแวดล้อมที่สวยงามน่าประทับใจ จะมีโจรกระจอกคอยสูบเลือดสูบเนื้อเพื่อนนักเรียนด้วยกันแฝงตัวอยู่

 

“นายขอความช่วยเหลือผิดคนแล้วล่ะ ฉันไม่มีให้”

 

“ใจแคบว่ะ ไม่เอาแอร์เมสก็ได้ ตอนนี้อยากได้เพื่อนคุยแทนแล้วล่ะ ยิ่งเพื่อนหน้าสวย ๆ ปากแดง ๆ ยิ่งดี” ไอ้คนที่ยืนทางฝั่งขวามือโพล่งผ่านเสียงหัวเราะ เลย์เม้มปากแน่น เขาไม่แน่ใจว่าพวกนี้คอยรีดไถคนอื่นเป็นปกติหรือเพราะเห็นว่าเป็นเลย์ถึงจงใจแกล้ง แต่ดูท่าทางแล้วไม่น่าขัดสนจริงอย่างที่อ้าง น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า

 

“พวกนายเป็นใคร เราไม่เคยมีเรื่องกัน ฉันไม่เคยทำอะไรพวกนาย ทำไมต้องหาเรื่องกันด้วย”

 

“เรื่องแบบนั้นไม่สำคัญหรอก พวกเราแค่ว่างแล้วก็รู้สึกว่าอยากทำความรู้จักกับจางอี้ชิงคนดังน่ะ ปกติเห็นไอ้ชานกับไอ้ไคมันประกบนายตลอด อยากรู้ว่ามีดีอะไรถึงทำให้ไอ้คู่หูนั่นติดใจนัก อ้อ รุ่นน้องฉันคนนี้รู้สึกข้องใจที่นายทำร้ายแบคฮยอนที่น่ารักของมันด้วย มันเลยอยากเคลียร์ด้วยนิดหน่อย” สงสัยจะเป็นหนึ่งในแฟนบอยพยอนแบคฮยอน เลย์ตวัดตามองใบหน้าคนที่ถูกพาดพิงแล้วก็ถอนใจยาว ทนกับข่าวลือมาได้หลายวันจะมาทนไม่ได้เพราะมารยาททราม ๆ ของไอ้พวกนี้นี่แหละ

 

“เรื่องของฉันกับพยอนแบคฮยอนมันจบไปแล้ว คนนอกไม่เกี่ยว”

 

“พวกเราอยากเกี่ยวรุ่นพี่จะทำไมหรือครับ”

 

“ฉันไม่มีเวลาให้พวกนายระรานหรอกนะ นี่มันคาบกิจกรรม ถ้าไม่อยากให้ฉันรายงานอาจารย์ฝ่ายปกครองก็เลิกทำตัวเหลวไหลได้แล้ว หลีกไป...อ๊ะ!...” แรงกระตุกตรงต้นแขนพาให้ร่างเล็กเสียหลัก เลย์ที่มือหนึ่งยังถือถังขยะของชมรมวารสารซวนเซใส่อกเด็กรุ่นน้องตัวปัญหา เลย์ฮึดฮัดสู้แรงมือแข็งที่ตรึงไหล่ ดวงตาเรียวยาวเหมือนงูเลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมรอยกระตุกมุมปาก

 

“ไม่มีใครสอนหรือไงว่าอย่าเดินหนีคู่สนทนา มันเป็นมารยาทที่ไม่ดี เอ๊ะ ได้ข่าวมาว่าพ่อแม่รุ่นพี่ตายไปแล้ว เพราะไม่มีใครคอยอบรมสั่งสอนหรือเปล่ารุ่นพี่เลย...ขาด...ไปหลายอย่าง” เชือกฟางแห่งความอดทนเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลงในที่สุด เลย์หันไปหาคนพูดพร้อมกำปั้นไม่มีรูที่เหวี่ยงใส่มุมปากบางเต็มแรง ยังไม่สาสมกับคำพูดร้ายกาจเลย์ทุ่มถังขยะที่อัดแน่นด้วยเศษกระดาษใส่หัวแดง ๆ จนอีกฝ่ายร้องโวย เจ้าของผลงานเปิดยิ้ม ถอยมายืนมองสภาพเละเทะของฝ่ายตรงข้ามอย่างสะใจ

 

“นาย! กล้ามากนะ รู้ไหมว่าเทาเป็นใคร” หนึ่งในกลุ่มตะคอกใส่เขา เลย์ร้องเหอะ

 

“อยากให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองใครก็บอกสิ บอกมาเลย ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้คนที่เที่ยวว่าพ่อแม่คนอื่นมันมีพื้นเพสูงส่งมาจากไหน พ่อแม่ฉันตายแล้วไงอย่างน้อยตอนอยู่ท่านก็ไม่เคยสอนให้ฉันลามปามบุพการีคนอื่น นายไปขุดรูอยู่ที่ไหนมาไม่ทราบถึงไม่รู้ว่าคนดี ๆ เค้าไม่ดึงพ่อแม่ลงมาต่ำเพียงเพราะอยากให้สะใจตนเอง ไม่ว่าพ่อแม่ตัวเองหรือพ่อแม่คนอื่นมันไม่ควรทำทั้งนั้น คนโง่!

 

“นะ...นาย กล้าดียังไง”

 

“ฉันกล้า ลองมาว่าพ่อแม่ฉันอีกสิ นายไม่โดนแค่หมัดเดียวแน่” เท้าเล็กเตะถังพลาสติกเคราะห์ร้ายซ้ำอีกครั้ง มันลอยเฉียดเด็กผู้ชายกลุ่มนั้นไปตกกลิ้งอยู่แทบเท้าคนที่ยังนั่งอึ้งอยู่บนพื้น เลย์กวาดตามองกราดเห็นท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ของคนที่เหลือแล้วก็บอกตัวเองให้ควบคุมอารมณ์

 

“อยากมีเรื่องกับฉันก็ว่าแค่ฉัน อย่าดึงคนที่ฉันรักมาเกี่ยว ลูกผู้ชายพูดแค่นี้หวังว่าคงเข้าใจ” ว่าแล้วก็เดินเข้าไปเก็บถังขยะมาถือ ไหน ๆ ก็ได้ ทิ้งขยะตามหน้าที่แล้วเลย์เลยตบเท้ากลับห้องชมรม ปล่อยให้เศษกระดาษรายเกลื่อนรอบตัวคู่กรณีโดยไม่สนใจจะหันไปมองซ้ำสอง

 

ร่างบางเลี้ยวเข้าไปในตึกแล้วเด็กปีสามที่เป็นหัวโจกจึงรี่เข้ามาหารุ่นน้องตาคม ถามไถ่ร้อนรน

 

“เทา เป็นไงมั่ง เจ็บมากไหมวะ”

 

“เลย์...”

 

“ไปทำแผลหน่อยดีกว่า...ห๊า?...เมื่อกี้ว่าไงนะ”

 

“เลย์...” คนที่เหลือมองตากันเลิกลั่ก จางอี้ชิงปีสามท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว โดนไปหมัดเดียวหวงจื่อเทาถึงกับตาลอย!

 

 

 

 

 

 

 

………………………….

 

 

ขอเคลียร์นิด ที่บอกว่าคนอ่านเริ่มเบื่อคุณอาแล้วนั้นไม่ได้เกี่ยวกับจำนวนคอมเม้นท์นะ เรื่องจำนวนคอมเม้นท์เติร์ดไม่ซีเรียสมาแต่ไหนแต่ไรละ (ขอแค่ตอนแปะเมลล์ส่งฉากเอนซีอย่าโผล่มาเกินจำนวนปกติก็พอ) ประเด็นคือลักษณะคอมเม้นท์ที่ได้มานั้นเหมือนคนอ่านจะเนือย ไม่รู้เป็นเพราะเป็นความเคยชินหรือเพราะเนื้อเรื่องมันอืดเอื่อย เติร์ดเลยคิดว่าจะยืดระยะการลงเรื่องนี้ให้นานกว่าเดิม อาทิตย์ละครั้ง เดือนละครั้งอะไรก็ว่ากันไป เผื่อระหว่างนั้นจะมีไอเดียให้เรื่องมันตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง หรือถ้าคนอ่านคิดว่ามันโอเคอยู่แล้ว อยากอ่านในระดับความถี่เท่าเดิมก็บอกกันมา
เราเขียนฟิกตามใจตัวเองเป็นหลักก็จริงแต่ตามใจคนอ่านเหมือนกันจ้ะ

ประมาณนี้แหละ ^^

 

เปิดตัวละครใหม่ มาเพื่อสร้างสีสันโดยเฉพาะเลย

3 rd Admin

 

cinna mon
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,134 ความคิดเห็น

  1. #3120 MameawCNSD (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 18:31
    น้องเทานี่มันจิ๊กโก๋หน้าปากซอยชัดๆ
    #3,120
    0
  2. #3013 ninimook (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:18
    แอร้ายยยน้องจื่อหาเรื่องชิงไม่คะลุกกก
    #3,013
    0
  3. #2986 คลชป9091 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:26
    จางอี้ชิงเด็กใหม่นี่โด่งดังจริงๆนะ 555555 หมัดเดียวถึงกับเพ้อเลยเทา
    น่ารักเวลาอยู่กับอาขี้อ้อน >.<
    #2,986
    0
  4. #2927 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 16:38
    เลย์ เสน่ห์แรงเนอะ คุณอาคงคิดหนัก
    #2,927
    0
  5. #2908 AZ_KLrOlling (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 00:06
    นางแรงอยู่อะ
    #2,908
    0
  6. #2875 //*\\O~I~L//*\\ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2557 / 10:11
    บยอน เธอก็แค่มีอคติเท่านั้นเอง ลองลบอคติออกแล้วเธอจะรู้ว่าจางอี้ชิงไม่ได้ทำตัวน่าอิจฉาเลย
    #2,875
    0
  7. #2858 LeeByeolri (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2557 / 00:00
    ขำแป๊บ 5555555555
    #2,858
    0
  8. #2828 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 20:58
    ณ จุดนี้ฮา
    #2,828
    0
  9. #2802 Hrse (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 01:02
    เทาตาลอยเลยแฮะ 55555555
    #2,802
    0
  10. #2786 Kim-kibom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 20:26
    น้องแบคร้ายกาจมากๆๆเลยค่ะ
    #2,786
    0
  11. #2738 uzosou (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 16:33
    อี้ชิงเท่ห์มากนะ ฮ่าๆๆ

    ไฟท์มาก ณจุดนี้ ต่อยจื่อเทาคว่ำอ่ะ ฮ่าๆๆ

    สะจายยยยยยย
    #2,738
    0
  12. #2674 pandatao' (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 16:04
    เง้ออออออออ จือเทาหลงเสน่อี้ซิงหรือเปล่า ??
    เลย์นี่โคตรใจเด็ดเลยอ่ะ สู้ได้สู้ ไม่เคยถอย  ><'
    #2,674
    0
  13. #2614 koytobe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 19:18
    แบคควนปล่อยวางแล้วดูอาอี้นะ สะท้อนสังคมเด็กมัธยม
    #2,614
    0
  14. #2613 koytobe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 19:08
    เทาจะชอบอี้มั้ย กึ้ยๆๆๆๆ ชอบอาหลาา
    #2,613
    0
  15. #2505 Naoon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 00:13
    ชอบนิสัยเลย์สุดๆ น่ารักอ่ะ
    #2,505
    0
  16. #2455 LPanda (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 00:05
    อาคริสแอบหวงอี้ป่าววว หรือหมีดำอยู่ใกล้อี่เกินไป อาคริสเลยกลัวความดำจะติดอี้555555555555 เทาเอ๊ยยยย โดนหมัดของอี้ไปหมัดนึงนี่ถึงกับวิญญาณหลุดกันเลยทีเดียว5555555555
    #2,455
    0
  17. #2418 BrowZNiiZ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 01:28
    อาคริสแอบหวงหลานป่ะคะ

    แอบมีโมเม้นด้วย ~ คิคิ


    #2,418
    0
  18. #2359 empty XOXO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 19:40
    ถึงเราจะมาอ่านช้า แต่เราว่าไม่น่าเบื่อนะ ขอชมเลยว่าแต่งได้ดีมาก 
    เนื้อเรื่องมีอะไรให้คิดตาม แบบว่ามีข้อคิดแฝงอยู่ บางครั้งอ่านไปไม่มีอะไรจะเม้น แต่ก็กดโหวตให้
    มันเป็นเนื้อเรื่องที่เบาๆค่อยๆเป็นค่อยๆไปไรงี้อ่ะ เราจะชอบเม้นเวลาที่เราเขิน >< แต่เวลาดราม่าเราจะนิ่ง 5555555
    #2,359
    0
  19. #2287 NN.am (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2557 / 14:12
    โดนหมัดเดียวถึงกับตาลอยเลยเหรอหวงจื่อเทา 555555555
    #2,287
    0
  20. #2250 fed์fehx. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 20:50
    พี่เลย์ไปทำไรให้ วู้ว เดี๋ยวต่อย
    #2,250
    0
  21. #2224 Lord of the perturbation (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 12:30
    อาเทาโดนชกทีเดียวเพ้อละเมอไปไกล 5555555 รึต่อไปจะมีเทาเลย์ -..-? อุอิๆ
    #2,224
    0
  22. #2069 Adriel (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 19:38
    ไม่เบื่อคุณอานะ คุณอาใจดีออก อย่าเปลี่ยนเลยนะไรท์

    แล้วอ่เทานี่ เพ้ออ่อ??
    #2,069
    0
  23. #2044 NaMo_K (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 03:19
    ชอบคำพูดเลย์ในตอนนี้นะ ลูกชาทำตัวหมาหมู่เอาบุพการีคนอื่นมาล้อเล่น เค้าเรียกลูกหมา
    #2,044
    0
  24. #2016 giikzsmile (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 01:10
    แต่ก็แปลกนะทำไมทุกคนต้องหาเรื่องพี่เลย์ก็ไม่รู้ วูํววว
    #2,016
    0
  25. #1996 |2@|_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 19:55
    เลย์ เธอบอกไม่ใช่ หมาแมว แล้วเธอจะไปข่วนจงอินทำไม??



    มนต์รักถังขยะหรือเปล่านะ? 5555
    #1,996
    0