ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    [KrisLay] My Kris, My Lay

    ลำดับตอนที่ #3 : MKML ตอน 03 ::: Luhan's plan (1)

    • อัปเดตล่าสุด 4 ม.ค. 57



    [Fic] My Kris, My Lay

    Fiction by 2nd Admin

     


    ตอนที่ 3

     

     

    .

     

    .

     

    .

     

     

    “......”

    “หวัดดี”

    “...หวัดดี”

    “คนจีนเหรอ?”

    “อ.. อื้ม”

    “ดีจัง ฉันชื่ออี้ชิงนะ จางอี้ชิงจากฉางซา นายล่ะ?”

    “...ฉัน ...อู๋อี้ฟาน”

    “หือ? อู๋ฟาน?”

    “......”

    “อู๋ฟานเหรอ? ชื่อเท่จัง”

    “......”

    “มองอะไร? คุ้นหน้าฉันเหรอ?”

    “อี้ชิง...”

    “หือ?”

    “จางอี้ชิง...”

    “ฮะๆๆๆ อะไร? กลัวลืมรึไง?”

     

     

    ...ไม่ลืมหรอก ...ฉันไม่มีวันลืมนาย

     

     

    ...ไม่มีวัน

     

     

    .

     

    .

     

    .

     

     

    “ยังไม่ง่วงอีกเหรอเสี่ยวลู่?”

    เที่ยงคืนกว่าแล้วตอนที่เลย์มองนาฬิกาครั้งสุดท้าย เขาปิดสมุดจดบันทึกแล้วเอี้ยวตัวไปวางมันไว้บนโต๊ะหัวเตียง ก่อนจะหันกลับมาหารูมเมทรุ่นพี่ที่ตอนนี้กำลังสนอกสนใจกับเจ้ารูบิคทรงประหลาด ของเล่นใหม่ที่เจ้าตัวเพิ่งได้มาจากรายการวาไรตี้โชว์ที่ไปอัดเทปมาวันนี้

    “แป๊บนะ เกือบได้ละ” ลู่หานบอกแล้วแตะปลายลิ้นที่มุมปาก เรียวนิ้วทั้งสิบช่วยกันหมุนลูกบิดหลากสีนั้นอย่างคล่องแคล่ว แววตาขี้เล่นปนความอยากเอาชนะทำให้ใบหน้าน่ารักยิ่งดูน่าเอ็นดู เลย์มองเพลินๆ ได้ไม่ถึงครึ่งนาที คนเป็นพี่ก็ยืดตัวขึ้นแล้วตะโกนอย่างตื่นเต้น “เย้! สำเร็จ!

    ร่างสูงโปร่งกระโดดข้ามฝั่งจากเตียงตัวเองมานั่งอยู่บนเตียงรุ่นน้องคนโปรดด้วยท่าทางลิงโลด

    “อี้ชิงดูสิ! เค้าเก่งมั้ย”

    “เก่งสิ เสี่ยวลู่เก่งที่สุดอยู่แล้ว”

    “ใช่มั้ยล่ะ” คนน่ารักถือโอกาสล้มตัวลงนอนหนุนตัก มองรูบิคที่มีตัวหนังสือ EXO เขียนอยู่ชัดเจนแล้วก็ชูมันขึ้นสูงๆ “เหลือเชื่อเลยนะที่วันนี้ได้เจออาจารย์หวังด้วย เค้าก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเล่นคิวบิคมือเดียวได้ โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะ”

    “อื้ม” คนเป็นน้องพยักหน้าแล้วยิ้ม เอนหลังลงพิงหมอนแบบสบายๆ ท่าทางคืนนี้ลู่หานคงไม่ยอมนอนง่ายๆ ก็อัดรายการวันนี้น่ะ มีแต่เรื่องสนุกๆ ให้จอมซนทำ ถึงการถ่ายทำจะยาวต่อเนื่องมาจนถึงช่วงหัวค่ำ แต่ตุ๊กตาแบตเต็มอย่างลู่หานก็ดูจะยังไม่หมดแรงง่ายๆ

     

    แต่ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องรีบออกเดินทางแต่เช้ามืดด้วยนี่นะ

     

     

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามครั้ง ยังไม่ทันที่ลู่หานจะบอกว่าไม่ได้ล็อค บานประตูก็เปิดออกก่อนแล้ว ร่างสูงใหญ่ที่เดินอาดๆ เข้ามาอย่างถือวิสาสะทำให้คนน่ารักถึงกับเซ็ง

    “จะเข้าห้องคนอื่น ไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาตก่อนเลยเหรอตุ้ยจาง?”

    “ก็เคาะแล้วไง” คริสบอกหน้าตาเฉย มองลู่หานเหมือนเป็นอากาศธาตุตอนที่เจ้าของห้องอีกคนส่งยิ้มมาให้เงียบๆ รอยบุ๋มน่ารักนั่นมักจะทำให้เขายิ้มตอบโดยไม่รู้ตัวเสมอ แต่ไม่ใช่คราวนี้ เพราะพอร่างสูงไล่สายตาไปหยุดที่ตักเล็กๆ ที่คนรองใช้หนุนหัวต่างหมอน เรียวคิ้วแสนเท่ก็ต้องกระตุกด้วยความหมั่นไส้ปนอิจฉา

     

    ทำไมมีแต่ลู่หานที่ทำแบบนี้ได้นะ...!

     

    “ฉันมาเอาไดร์เป่าผม” เขาบอกแล้วเบือนหน้าไปอีกทาง รู้อยู่แล้วว่ามันอยู่ตรงไหนตั้งแต่ก่อนที่ลู่หานจะบอก

    “อยู่บนโต๊ะโน่นแน่ะ”

    “ใช้แล้วไม่รู้จักเอาไปคืน ทีหลังจะไม่ให้ยืม”

    “ขอโทษนะตุ้ยจาง ฉันว่าจะเอาไปคืนเองแต่ก็ลืม”

    “.....?” คริสชะงักแล้วหันมาเลิกคิ้ว ก็คนที่บอกแก้ตัวน่ะไม่ใช่จอมแสบ กลับเป็นเลย์ที่ยิ้มน้อยๆ อย่างเกรงใจ ส่วนคนที่เขาคาดโทษอยู่เมื่อครู่ก็กำลังกลั้นหัวเราะจนตัวงอ

    “เค้าเอามาเป่าผมให้อี้ชิง น้องเพิ่งหายป่วย จะให้นอนทั้งที่หัวเปียกได้ยังไง”

    ดูนะ พอเห็นเขาเหวอหน่อยก็มาทำเป็นตีสีหน้าจริงจังข่ม

     

    ใช่สิ! ตลอดช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี่ เขาถูกเล่นงานด้วยประโยคเดิมซ้ำๆ กันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ...อี้ชิงไม่สบาย ...น้องไม่สบาย ...ไม่สบาย ตอกย้ำความผิดที่ว่าเขามันสะเพร่าจนทำให้สมาชิกคนสำคัญเกือบจะต้องจมน้ำจนไข้ขึ้น คริสขมวดหัวคิ้วแล้วเสมองไปทางอื่นเมื่อนึกคำพูดไม่ออก ซักพักก็หันกลับมา ยกมือขึ้นกอดอกแล้วดุคนที่นอนยิ้มสะใจเสียงงวด

     

    “แล้วนายไปนอนหนุนตักน้องทำไม อี้ชิงเจ็บเอวอยู่นะ”

    “...ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย” ถึงจะเถียงแบบนั้นแต่ลู่หานก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง กอดอกมองคนขี้เก๊กด้วยความหมั่นไส้ อิจฉาเค้าแล้วก็มาทำเป็นดุ อย่างนี้มันต้องเอาคืนกันบ้าง!

     

    คนน่ารักจุดยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะลอยหน้าลอยตาถาม

     

    “เออนี่ตุ้ยจาง แล้วพรุ่งนี้จะได้เจอพวกนั้นก่อนไปอัดรายการมั้ย?” ลู่หานหมายถึงหกสมาชิกฝั่งเคที่มีตารางต้องบินมาจีนเพื่ออัดรายการวาไรตี้โชว์ด้วยกันในอีกเมืองหนึ่ง นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเองก็ต้องออกเดินทางแต่เช้าเพื่อไปสมทบที่นั่น

    “พี่ผู้จัดการบอกว่าพรุ่งนี้ลงเครื่องแล้วให้ไปที่โรงแรมก่อน แล้วค่อยออกไปพร้อมกัน”

    “อ้อ... งั้นก็คงได้เจอกันแป๊บนึง”

    “ถามทำไม?”

    “ก็จะได้มีเวลาคุยกันก่อนไปอัดรายการไง เห็นอี้ชิงบ่นๆ ว่าคิดถึงจงอิน” ลู่หานยิ้มหน้าแป้น ทำตาใสสุดชีวิตตามประสาคนรักน้องที่ทนเห็นน้องทรมานด้วยความคิดถึงไม่ได้

     

    แต่คริสไม่ยิ้มด้วย

     

    “นอนกันได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย”

    เขาบอกเสียงห้วนแล้วเดินไปที่ประตู ก่อนจะชะงักแล้วหันกลับมา เดินกลับไปหยิบไดร์เป่าผมบนโต๊ะแล้วรีบเดินออกจากห้องโดยไม่บอกราตรีสวัสดิ์ซักคำ ลู่หานแทบจะกลั้นเสียงหัวเราะรอให้บานประตูปิดไม่ไหว

     

    คนน่ารักหัวเราะจนตัวงอ กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง เลย์มองแล้วก็เอียงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ ยื่นมือไปสะกิดแขนรูมเมทรุ่นพี่เบาๆ

    “เสี่ยวลู่”

    “หือ?”

    “ฉันบอกว่าคิดถึงจงอินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

    “ก็... แหะๆ”

     

     

    .

     

    .

     

    .

     

     

    เพราะเป็นรายการที่ต้องถ่ายทำในอีกเมืองหนึ่ง หกสมาชิกฝั่งจีนจึงต้องตื่นขึ้นมาเตรียมตัวกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อขึ้นเครื่องบินไฟล์ทแรกในตอนเช้ามืด พวกเขามาถึงโรงแรมที่พักในฉางซาตั้งแต่ก่อนแปดโมงเช้า ตอนนั้นอีกหกสมาชิกพี่น้องจากฝั่งเกาหลีก็ยังมาไม่ถึง แต่พี่เมเนเจอร์บอกให้พวกเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีที่เก็บของเสร็จ พวกเขาต้องหล่อพร้อมตั้งแต่ที่โรงแรมเพื่อประหยัดเวลาเมื่อไปถึงสถานที่อัดรายการ เนื่องจากจำนวนสมาชิกที่ค่อนข้างมาก อาจเป็นปัญหากับกองถ่ายได้

     

    ลู่หานวิ่งเข้าห้องนั้นออกห้องนี้ในชั้นที่พักของพวกเขาอย่างกระตือรือร้น ถึงคริสกับซิ่วหมินจะพยายามห้ามหลายครั้ง แต่เขาก็อ้างว่าถ้าอยู่เฉยๆ จะทำให้ง่วง สุดท้ายวิธีเดียวที่จะทำให้ตุ๊กตาแบตเต็มอย่างลู่หานยอมอยู่นิ่งๆ ก็คือพาเลย์มาที่ห้องคริสให้พี่สไตลิสต์แต่งตัวให้ คนหวงน้องชายถึงต้องตามมานั่งเฝ้าแบบไม่ยอมลุกไปซนที่ไหนอีก จนได้ยินว่าสมาชิกจากเกาหลีมาถึงห้องพักแล้วนั่นแหละ ลู่หานถึงเป็นคนแรกที่วิ่งออกมาจากห้องเพื่อมาต้อนรับน้องๆ

     

    เมื่อได้เห็นคนน่ารักมายืนยิ้มร่าอยู่กลางทางเดิน ร่างสูงโปร่งที่เดินรั้งท้ายก็รีบแทรกกายขึ้นมายืนด้านหน้าพร้อมรอยยิ้มกว้าง

    “ฮยอง~!

    “เซฮุน~

    คู่พี่น้องที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานทำท่าจะโผเข้าหากันด้วยความคิดถึง แต่ร่างสูงใหญ่ของสมาชิกฝั่งเคอีกคนก็ก้าวมาดักหน้าแล้วล็อคคอเซฮุนไว้ (อันที่จริงก็แค่กอดคอนั่นแหละ แต่กล้ามแขนท่อนใหญ่จนน่ากลัวว่ามักเน่ร่างบางกว่าอาจจะหายใจไม่ออกได้)

    “หวัดดีครับเสี่ยวลู่”

    “ลามปาม!” คนน่ารักตวาดกลับ ที่ยิ้มร่าอยู่เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงในทันที “กล้าดียังไงมาเรียกชื่อฉันเฉยๆ! นายต้องเรียกฉันว่า พี่ สิ!”

    คนถูกดุยังยิ้มรับ นอกจากผิวกายคมเข้มแล้ว รอยยิ้มกว้างแบบนี้แหละที่ใครต่อใครก็มองเหมือนกันว่ามันช่างสว่างไสวและมีเสน่ห์เป็นที่สุด คงมีแต่ลู่หานที่ออกจะหมั่นไส้

    ไคยักไหล่แล้วส่งยิ้มกวน

    “ทีเซฮุนยังเรียกได้เลย”

    “เซฮุนเรียกได้ คนอื่นก็เรียกได้ แต่นายห้าม!”

    “ว้า... มีสิทธิพิเศษเสมอเลยผมเนี่ย” รุ่นน้องเกาท้ายทอยแล้วทำปากยื่น นัยน์ตาแพรวพราวคู่นั้นยังไม่หยุดล้อเล่น ลู่หานเห็นแล้วนึกอยากจะเอานิ้วจิ้มนัก

    “เลิกแหย่ฮยองซักทีน่า จงอิน” เซฮุนบอกเสียงอ่อนแล้วเอาศอกกระทุ้งช่วงท้องเพื่อนร่วมวงสองสามทีให้ปล่อยเขาเป็นอิสระ ก่อนจะถลาเข้าไปเกาะแขนรุ่นพี่ที่ตัวเล็กกว่าไว้ เอียงคอซบลงตรงไหล่อย่างออดอ้อน “คิดถึงผมมั้ย~?

    “คิดถึงสิ อยู่ที่นี่ไม่มีใครเล่นด้วยเลย เปาจื่อชอบขัดใจฉันอยู่เรื่อย จื่อเต๋าก็ชอบใช้กำลัง”

    “ผมก็เหมือนกัน คิดถึงเสี่ยวลู่ที่สุดเลย~

    เห็นสองพี่น้องกอดกันตัวกลม คนที่เหมือนจะเป็นส่วนเกินก็เลยเบะปาก

    “เฮ้ออออ จะมีใครคิดถึงผมมั่งมั้ยเนี่ย...?” น้ำเสียงเหมือนน้อยใจ แต่ประกายวิบวับในแววตาขี้เล่นนั่นก็บอกว่าไม่ใช่แน่ๆ

     

    ลู่หานย่นจมูกใส่ด้วยความหมั่นไส้!

     

    ตอนนี้สมาชิกคนอื่นๆ ออกมารวมตัวกันตรงทางเดินหมดแล้ว บางคนทักทายกันแล้วก็แยกย้ายเข้าห้องพัก แต่บางส่วนก็ยังจับกลุ่มคุยกันอยู่ ลู่หานหันไปมองกลุ่มของแพคฮยอนก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้รุ่นน้องผิวเข้ม

    “อะไรนะ? จงอินคิดถึงใครนะ?”

    “....?!

    “อ๋อออ! นี่อี้ชิง แถวนี้มีคนคิดถึงนายแน่ะ” ส่งเสียงดังอย่างจงใจให้ได้ยินกันทั่ว แถมยังไม่พูดเปล่า ลู่หานเดินไปดึงแขนเมนเต้นฝั่งตัวเองออกมาจากกลุ่มของแพคฮยอน (แน่นอนว่ามีคริสกับชานยอลยืนอยู่ด้วย) ก่อนจะดันส่ง ยัดเยียดร่างโปร่งบางให้เข้าไปยืนชิดกับไค “นี่ไงจงอิน คนที่นายคิดถึงน่ะ”

    ทั้งคู่มองหน้ากัน แลกสายตางงๆ กันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คนหัวไวจะรีบยิ้มรับ

    ...ฮยอง! สบายดีหรือครับ?

    “อ.. อื้ม” เลย์พยักหน้าอยู่กับอก เพราะตอนนี้ทั้งตัวโดนรุ่นน้องดึงเข้าไปกอดไว้แล้ว (จริงๆ แล้วก็แค่กอดคออีกเหมือนกัน แต่วงแขนของไคมันทำให้คนตัวบางๆ หายเข้าไปในอ้อมกอดได้ง่ายไปนิด)

    “อี้ชิงบ่นคิดถึงนายทุกวันเลยนะ”

    “จริงหรือครับ? แหม... ผมนี่แย่จัง น่าจะโทรหาฮยองบ่อยๆ”

    “ม.. ไม่เป็นไร ฉันก็ไม่ได้...”

    “ฮึ่ม..” เสียงกระแอมทุ้มต่ำในคอจนฟังคล้ายเสียงคำรามดังขัดขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว เรียกทุกสายตาให้หันไปมอง “อีกครึ่งชั่วโมงจะออกจากโรงแรม พี่ผู้จัดการบอกให้ฝั่งเคไปเตรียมตัว ฉันว่าพวกนายน่าจะไปกันได้แล้วนะ”

    ไคกับเซฮุนพยักหน้ารับเงียบๆ

     

    คริสปรายตามองมือใหญ่ที่ยังวางอยู่บนลาดไหล่บางแว่บหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเองไป ไม่มีใครสังเกตสายตานั้นนอกจากลู่หาน จอมวางแผนจุดยิ้มแสนซนบนใบหน้าน่ารัก

     

    เรื่องสนุกกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว














    TBC.





     




    ตอนที่สามมันยาวค่ะ เลยตัดออกมาครึ่งนึงก่อน เดี๋ยวอีกซักพักจะเอาที่เหลือมาต่อให้นะคะ

    หายไปทำมาหากินเสียนาน ฟิคขาดช่วงเลยทีเดียว ขออภัยอย่างแรง แหะๆๆ
    ^^"

    เดินเรื่องไปแบบเนิบๆ นะคะ ไม่ได้หวือหวามากมาย อาศัยความองค์ในแต่ละวัน อย่าเพิ่งเบื่อกันน้า~~

     

    เม้นท์ (และบ่น - -' ) ตามสะดวก แต่อย่ารุนแรงกะเค้านักน้า...~ ^^"

     


    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×