กลร้ายเล่ห์รัก

ตอนที่ 64 : 19.2 ความรู้สึกที่เรียกว่า...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    22 มิ.ย. 63

พิทยาธรสังเกตถึงความสนิทสนมระหว่างท่านชายธเนศวรกับโชติรสด้วยความสงสัยและเขาต้องรู้ให้ได้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันในระดับใดเมื่อเธอคือผู้หญิงเดียวในใจเขา เขาจะไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ อย่างแน่นอน หากเธอยังไม่ถูกตีตราจองด้วยทะเบียนสมรส เขาไม่แคร์สถานภาพอื่นแม้กระทั่งคู่หมั้นก็ตาม


ผู้หญิงเก่งสมบูรณ์แบบอย่างโชติรสหาไม่ได้ง่ายๆ ในยุคปัจจุบัน เธอพร้อมทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติและความรู้ คู่ควรแก่การเชิดหน้าชูตาคนเป็นสามี ฉะนั้นหากเธอยังไม่ได้แต่งงาน เขาย่อมมีสิทธิ์ช่วงชิงหัวใจของเธออีกครั้ง 

 

กว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ท่านชายธเนศวรส่งโชติรสที่บ้านพระพายและทรงงานแทนพระเชษฐาที่แอบเสด็จไปฮันนีมูนกับหม่อมทิ้งงานไว้ให้ทรงจัดการล้นพระหัตถ์ทำให้ท่านไม่ทรงมีเวลาไปหาโชติรสแต่พอมีเวลาโทร.คุยให้หายคิดถึงได้บ้าง วันนี้ทรงเคลียร์งานเสร็จไวจึงมีเวลามาพบคนรักที่บ้านพระพายแต่ต้องทรงกริ้วขุ่นขวางในหทัยเพราะอารมณ์หึงหวงเมื่อเสด็จมาพบเธอกับอดีตคนรักอย่างพิทยาธร


“วันนี้พี่พีทว่างเหรอคะถึงได้มาหาพระพายแต่เช้า” โชติรสถามเสียงหวานและไม่รู้ว่าทำให้ท่านชายที่เสด็จมาเงียบๆ ไม่พอพระทัย


“ถึงไม่ว่างพี่ก็ต้องทำให้ว่างเพราะอยากมาปรับความเข้าใจกับพระพาย” พิทยาธรเอื้อมมือคว้ามือหญิงสาวมากุมไว้


“เอ่อ...” เธอค่อยๆ ดึงมือออกในจังหวะเดียวกับเสียงกระแอมดังมาจากทางประตูดึงสายตาเธอให้หันไปมองและลุกขึ้นยืน “ฝ่าบาท”


พิทธยาธรเลิกคิ้วมองสีพระพักตร์ขุ่นเครียดของท่านชายแล้วค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าพร้อมกับโค้งศีรษะทักทายอย่างไม่รู้สึกรู้สมกับพระอารมณ์


“ถวายบังคมกระหม่อม”


“ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณแต่เช้าที่นี่” ทรงรับสั่งพลางเสด็จเข้าชิดกายคนรัก วาดพระหัตถ์โอบเอวบางของโชติรสพลางกระซิบเบา ๆ ข้างหูเธอ “อย่าพยศนะพระพายไม่อย่างนั้น...”


“เอาแต่พระทัย”


“ก็ผมหวงของผม” ทรงรับสั่งพระพักตร์เฉย


“หม่อมฉันก็ไม่คิดว่าท่านชายจะเสด็จแต่เช้าเช่นกัน” พิทยาธรยกยิ้มมุมริมฝีปาก


“อีกไม่นานผมคงไม่ต้องไป ๆ มา ๆ เพราะพระพายคงย้ายไปอยู่กับผมที่วิษณุรังสรรค์”


“กระหม่อมจะขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาทเป็นคนแรกหากฝ่าบาทเอาชนะใจพระพายสำเร็จตามที่ทรงปรารถนาได้จริง ๆ”


พิทยาธรยกคิ้วและยิ้มมุมริมฝีปากเล็กน้อยแสดงให้ท่านชายเห็นว่าเขาไม่สนใจรับสั่งกีดกันของท่าน ส่วนโชติรสได้แต่ผ่อนลมหายใจออกแรง ๆ ด้วยความหนักใจเพราะไม่คิดว่าตนเองจะต้องมาตกอยู่ท่ามกลางสงครามสายตาระหว่างสองหนุ่ม


“พี่พีทคะ วันนี้พระพายคงต้องขอตัวเพราะนัดท่านชายไว้ โอกาสหน้าพระพายจะเป็นฝ่ายเลี้ยงอาหารพี่พีทเป็นการแก้ตัวที่เสียมารยาทในวันนี้นะคะ”


“ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจพระพายดี วันนี้พี่กลับก่อนก็ได้”


“ขอบคุณพี่พีทมากค่ะที่เข้าใจ”


“ครับ...หม่อมฉันทูลลาฝ่าบาท โอกาสหน้าเราคงได้พบกันอีกอย่างแน่นอน” เขาหันมาส่งยิ้มให้ท่านชาย


“เชิญ”


พิทยาธรทำความเคารพท่านชายด้วยการโค้งกายก่อนเดินผ่านออกประตูไปอย่างไม่เร่งร้อน


ทรงทอดเนตรมองตามขุ่นเขียวจนพิทยาธรพ้นไปจากพระเนตรจึงทรงตวัดเนตรขุ่นมองหญิงสาวที่สร้างความขัดพระทัยแต่เช้า


“ทำไม่เสด็จมาหาหม่อมฉันแต่เช้าเลยเพคะวันนี้” เธอทำใจกล้าถามท่านเบาๆ แม้จะสัมผัสได้ถึงสัญญาณอันตรายจากพระเนตรคู่คมก็ตามที


“นี่คุณกับมันสนิทสนมกันถึงกับไปมาหาสู่กันแต่เช้าถึงบ้านได้เลยอย่างนั้นเหรอ” ไม่ทรงรับสั่งตอบแต่กลับเป็นฝ่ายรับสั่งถามหญิงสาวด้วยสุรเสียงเกรี้ยว


“เมื่อก่อนน่ะใช่เพคะ หม่อมฉันกับพี่พีทเคยคบกันอย่างที่ทรงทราบ แต่มันก็นานจนไม่คิดว่าจะกลับมาสนิทสนมกันได้อีกเพราะเราก็เพิ่งพบกัน”


“แล้วนัดกันหรือเปล่า”


“เปล่าเพคะ”


“แล้วมันมาทำไม”


“ไม่ทราบเพคะ ยังไม่ทันพูดคุยกัน ฝ่าบาทก็เสด็จ” เธอส่งค้อนให้ท่านชาย


“แล้วเรื่องอะไรจะต้องให้มันจับมือ”


“ฝ่าบาทเพคะ...”


“นี่ถ้าผมไม่มา มันจะทำอะไรมากไปกว่านี้อีกไหม”


“เขามาขอพบ ฝ่าบาทจะให้หม่อมฉันทำยังไงได้เพคะ” ท่านชายโน้มพระวรกายจับไหล่หญิงสาวเขย่าพร้อมรับสั่ง


“ทีหลังไม่ต้องยุ่งกับมันอีก เข้าใจไหมพระพาย”


“เอ๊ะ...อย่าพาลสิเพคะฝ่าบาท”


“พาล คุณหาว่าผมพาลอย่างนั้นเหรอพระพาย”


“ฝ่าบาทกำลังไร้เหตุผล”


“คุณคิดว่าจะมีผู้ชายคนไหนมีเหตุผลถ้าต้องมาเจอคู่รักของตัวเองกำลังจับมือกับผู้ชายอื่นที่เป็นอดีตคนรักเก่าเสียด้วยสิ”


“ใช่ว่าหม่อมฉันอยากเป็นคู่รักของฝ่าบาทเสียเมื่อไหร่”


“คุณเต็มใจพระพาย ผมรู้ว่าคุณน่ะปากแข็งทั้งที่คุณเองก็รู้สึกกับผมเหมือนที่ผมรู้สึกกับคุณ แต่คุณต่างหากที่ไม่ยอมรับความจริง ถึงจะอย่างนั้นคุณก็จะต้องแต่งงานกับผมจำเอาไว้ แล้วห้ามติดต่อกับไอ้พิทยาธรนั่น ห้ามให้มันแตะเนื้อต้องตัวของคุณอย่างเด็ดขาด แม้แต่มือก็ห้ามจับ”


“เจ็บเพคะฝ่าบาท” เธอประท้วงเบา ๆ เมื่อทรงเพิ่มแรงบีบจากพระหัตถ์ลงบนบ่าบอบบางของตนทำให้ทรงคลายพระหัตถ์จากไหล่ของหญิงสาว ทั้งทรงรับสั่งด้วยพระสุรเสียงห้วน


“ขอโทษ... แต่ คุณไม่ควรทำให้ผมโกรธเลยนี่นะ”


“ไม่เห็นน่าจะต้องกริ้ว”


“จะรอเอาไว้ให้เห็นมันจูบคุณหรือไงถึงจะโกรธได้น่ะฮะ” โชติรสหน้าแดง


“ฝ่าบาททำราวกับกำลังหึง”


“แล้วผมหึงไม่ได้หรือไงฮึพระพาย”


“คนหึง เขาก็ต้องรักก่อน ถ้าไม่รักจะหึงหวงกันเรื่องอะไร” โชติรสกลั้นหายใจ


“คุณเป็นคนของผม ๆ ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาวุ่นวายกับผู้หญิงของผมได้หรอก” ทรงรับสั่งพระสุรเสียงขุ่น


“หม่อมฉันไม่ใช่ของฝ่าบาท”


“คุณก็ต้องเป็นของผมสักวันนั่นแหละ”


“วันข้างหน้าน่ะไม่มีอะไรแน่นอนหรอกเพคะ”


“อย่าพูดดีไปพระพาย ถ้าผมเกิดจะทำความแน่ใจขึ้นมาเดี๋ยวนี้ คงใช้เวลาไม่กี่นาที หรือคุณต้องการให้มันเป็นแบบนั้น” ใบหน้านวลแดงก่ำกับคำกล่าวของท่าน


“หยาบคาย ฝ่าบาททรงรับสั่งน่าเกลียดที่สุด” ท่านชายกระแทกร่างสูงเพรียวลงนั่งบนเก้าอี้ยาวตรงหน้าแล้วตบเบาะข้างพระวรกาย


“มานั่งนี่พระพาย” โชติรสมองท่านชายนิ่งอย่างชั่งใจจนท่านต้องแย้มพระสรวลด้วยความเอ็นดู


“กลัวอะไรหรือพระพายยอดรัก ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า อยากคุยด้วยเท่านั้นเอง” เธอลังเล


“รับสั่งสิเพคะ หม่อมฉันอยู่ตรงนี้ก็ได้ยิน”


“ไม่อยากตะโกน มาเถอะพระพายอย่าทำให้ผมโกรธเลย ผมไม่อยากโกรธคุณหรอก สงสาร”


“ไม่ต้องมาสงสารหม่อมฉัน” ใบหน้านวลเชิดขึ้นอย่างถือดี


“เอ้า...ไม่สงสารก็ไม่สงสาร พระพายจ๋ามานั่งตรงนี้เถอะคนดี”


โชติรสลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินไปทรุดกายลงนั่งข้างพระวรกายสูงเพรียวของท่านชายแต่โดยดี มือบางถูกคว้าขึ้นกอบกุมด้วยพระหัตถ์หนา พระโอษฐ์ประทับเบา ๆ กับหลังมือของเธอด้วยความอ่อนโยน


“ผมไม่ชอบไอ้หมอนี่เลย เกลียดขี้หน้าเพราะมันบังอาจมาจับมือคุณ” โชติรสค้อน


“เรื่องอะไรไปให้มันจับมือนะ”


“อีกแล้ว” โชติรสถอนหายใจ


“ถามจริง ๆ คุณยังชอบมันอยู่หรือเปล่า”


“ชอบเพคะ”


“ฮะ!” พระหัตถ์บีบแรงกับไหล่มน พระเนตรขุ่นขึง


“ชอบอย่างเพื่อนก็ไม่ได้เชียวหรือเพคะ”


“ไม่ได้ ผมไม่อนุญาตให้คุณมีเพื่อนผู้ชาย”


“ไม่เผด็จการไปหน่อยเหรอเพคะ”


“ผมเป็นทั้งเพื่อน ทั้งคู่รัก คู่ควงของคุณให้แล้ว ทำไมต้องคบผู้ชายอื่นอีกเล่าพระพาย”


“ฮึ ทั้งดุ เอาแต่พระทัย ซ้ำยังชอบฉวยโอกาสหากำไรอย่างฝ่าบาท หม่อมฉันไม่เห็นอยากคบเป็นเพื่อน”


“ปัดโธ่...ผมนี่นะดุคุณ มีแต่คุณนั่นแหละที่ดุผมอย่างที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าทำ แล้วไอ้เรื่องเอาแต่ใจกับฉวยโอกาสน่ะ ผู้ชายคนไหนก็อยากฉวยทั้งนั้นเวลาอยู่กับคุณ ดูอย่างไอ้หมอนั่นสิมันยังฉวยโอกาสจับมือคุณตอนผมไม่อยู่เลยเห็นไหม”


“ไม่ดุ...แต่แค่นี้ยังบีบไหล่หม่อมฉันเสียจนระบมไปหมดแล้ว” เธอปลายตาค้อนใส่พระพักตร์คม


“อ้าว ขอโทษครับคนดี” ทรงโน้มพระพักตร์แนบไหล่มนพร้อมประทานจุมพิตเบา ๆ บนไหล่ของเธอ


“อื้อ...” เธอเอนกายหนี


“หายระบมหรือยังที่รัก เอ๊ะ...หรือยังไม่หายนะ ผมว่าคุณถอดเสื้อนี่ออกให้ผมดูชัด ๆ หน่อยดีกว่า”


พระเนตรกรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์จนเธอต้องเบนสายตาหนี เธอเกือบร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อพระหัตถ์แข็งแรงทั้งคู่สอดเข้ารัดรวบเอวแล้วเหนี่ยวเต็มแรง จนเธอเสียหลักเข้าอิงพระอุระกว้างแล้วไม่สามารถขยับหนีได้เพราะพระหัตถ์แข็งราวปลอกเหล็ก


“อุ๊ย!...ปล่อยหม่อมฉันเถิดเพคะฝ่าบาท”


“ผมยังไม่ได้ดูเลยว่าไหล่คุณช้ำเพราะน้ำมือผมแค่ไหน” พระหัตถ์ซุกซนรุกไล่เอากำไรอยู่กับผิวนวล


“อื้อ...ไม่ช้ำหรอกเพคะ อย่าหาเรื่องฉวยโอกาสเอากำไรกับหม่อมฉันดีกว่าเพคะ” มือเรียวยกขึ้นผลักพระอุระกว้าวพร้อมประชดเสียงสะบัดใส่ท่านชาย


“พระพายจ๋า ไม่นึกรักผมบ้างหรือไงฮึ”


“แล้วฝ่าบาทเล่าเพคะ”


“ผมรักคุณหมดหัวใจแล้วคนดี” ทรงกระซิบพระสุรเสียงพร่าแนบหูของเธอ


“อื้อ...” ใบหน้าหวานแดงก่ำกับคำกระซิบฝากรักของท่านชาย


“แต่งงานกับผมได้ไหมยอดรัก อย่าให้ผมต้องทนทรมานเพราะการรอคอยเลยนะพระพาย”


“แต่หม่อมฉันยังเรียนไม่จบนี่เพคะ”


“แต่งงานแล้วก็เรียนต่อได้นี่นะ ผมจะได้ไปอยู่ดูแลคุณด้วยได้โดยไม่มีใครกล้าครหาไง นะครับยอดรัก แต่งงานกับผมนะ” พระสุรเสียงและพระเนตรออดอ้อนทำเอาหัวใจสาวสะท้าน


“ฝ่าบาททรงแน่พระทัยแล้วหรือเพคะถึงขอหม่อมฉันแต่งงาน” ดวงตาหวานหลุบต่ำด้วยความเขินอาย


“แน่ใจสิ ผมไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน แค่สบตาคุณครั้งแรกผมก็รู้แล้วว่าคุณคือคนที่ผมตามหามาชั่วชีวิต แล้วจะไม่ให้ผมแน่ใจได้อย่างไรเล่าพระพาย”


“แต่งงานกับผมนะคนดี”


“ไม่ทรงโรแมนติกเอาเสียเลยนะเพคะ นี่หรือหนุ่มเพล์บอยที่เอาใจสาว ๆ เก่งอย่างท่านชายธเนศวร ขอแต่งงานทั้งทีก็รับสั่งเฉย ๆ แบบนี้ ไม่มีแม้แต่ดอกไม้สักช่อ แหวนสักวง” เธอค้อน


“ผมมอบหัวใจดวงนี้แทนดอกไม้ให้กับคุณแล้วที่รัก ส่วนแหวนผมขอทดแทนด้วยจูบนี้ก่อน”


พระโอษฐ์แนบประทับประทานจุมพิตหวานให้เธออย่างรวดเร็ว พระชิวหาร้อนสอดแทรกเข้าลิ้มรสหวานราวเกสรดอกไม้ที่มีไว้เพื่อภมรอย่างท่านเชยชม พระชิวหากระหวัดรัดรึงปลายลิ้นอุ่นจนเธอวาบหวาม แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบพระศออัตโนมัติ อกอิ่มเบียดชิดพระอุระกว้างจนท่านสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่น พระหัตถ์หนาสอดเข้าใต้ผ้าป่านเนื้อบางเบาที่เธอสวม


“ฝ่าบาท”


“ว่าไงครับยอดรัก รับปากแต่งงานกับผมหรือเปล่า” พระโอษฐ์เม้มเบา ๆ กับซอกคอขาวหอม


“ให้เวลาหม่อมฉันคิดก่อนไม่ได้เชียวหรือเพคะ” ใบหน้าสวยแหงนเงยเปิดทางให้พระโอษฐ์หนาไซ้ไปตามลำคอขาวลดต่ำลงจนถึงคอเสื้อตัวสวย


“ผมให้เวลาคุณทั้งวันเลยยาหยีแต่ผมจะจูบคุณแบบนี้ระหว่างรอฟังคำตอบที่น่าพอใจ”


“เอาเปรียบเหลือเกินเพคะ” เธอรวบรวมแรงที่มีผลักพระอุระกว้าง


“ว่าไงครับพระพาย แต่งงานกับผมนะครับ”


รอยยิ้มกระจายไปทั่วพระพักตร์เมื่อใบหน้านวลแดงปลั่งแสดงอาการตอบรับพร้อมกับหลบพระเนตรกรุ่มกริ่มของท่าน พระหัตถ์รั้งเอวบางเข้าแนบชิดด้วยความยินดีที่เธอตอบรับท่านแต่โดยดี


“ขอบคุณยอดรัก ผมรักคุณ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,509 ความคิดเห็น

  1. #2509 Npff (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 23:25
    หวานซะจริง
    #2,509
    0