กลร้ายเล่ห์รัก

ตอนที่ 60 : 18 เสน่หาอำพราง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

ลำแสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านรอยแยกระหว่างชายผ้าม่านเข้ามากระทบเปลือกตาของชินานาง เธอยกมือขยี้ตาแล้วเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ แล้วเหลือบมองสวามีที่ยังบรรทมอยู่ข้างกาย  แก้มแดงซ่านและผิวกายร้อนผ่าว คิดถึงค่ำคืนที่ผ่านมาแล้วระบายลมหายใจยาว ทอดสายตามองพระโลมจักษุดกหนาบนพระนลาฏ ไล่ลงตามพระนาสิกเป็นสันและพระโอษฐ์ที่ประทานคำหวานกระซิบข้างหูเธอตลอดคืนที่ผ่านมา ยามบรรทมเช่นนี้พระพักตร์อ่อนโยนราวเด็กหนุ่มหากไม่มีพระมัสสุเขียวครึ้มตามแนวพระโอษฐ์บ่งบอกว่าท่านชายไม่ใช่เด็กอีกแล้ว ทรงบรรทมในท่าตะแคง หันพักตร์มาทางเธอทำให้ชินานางเผลอมองเรื่อยไปตามประสาเจ้าสาวหมาดๆ ที่ยังไม่คุ้นชินกับสรีระผู้ชายนัก ผสมปนเปกับความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติ ดวงตาหวานจึงจ้องมองอยู่เนิ่นนาน


พระอุระกว้างปกคลุมด้วยพระโลมาประปรายไม่รกอย่างฝรั่ง พระอุทรมีกล้ามนูนสวยที่เรียกง่ายๆ ว่าซิกแพ็กน่ามอง ทรงมีรูปร่างสง่าอย่างนักกีฬา เธอเชื่อว่าหากบรรดาโมเดลลิ่งได้เห็นท่านชายเปลือยพระอุระโชว์กล้ามสวยคงเข้าแถวเรียงคิวขอให้ท่านประทานอนุญาตใส่ชุดว่ายน้ำลงปกนิตยสารอย่างแน่นอน


มองเรื่อยไปไปที่บั้นพระองค์ พระอุทรราบแบนเหนือพระโสณีแกร่งปกคลุมด้วยผ้าห่มผืนบางพาดทาบไว้หมิ่นเหม่ ต่ำลงไปอีกนิด ใบหน้าคนมองก็ก่ำกับความคิดโลดโผน ยามบรรทมท่านดูไม่น่ากลัวเหมือนตอนตื่นและขณะที่เธอมองเพลิน ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดกะทันหันตื่นตัวจากการถูกจับจ้องทำให้ดวงตาหวานเบิกโพลงแล้วรีบเงยหน้าขึ้นสบพระเนตร พระวรกายที่นิ่งสงบพลันตื่นขึ้นอย่างห้าวหาญไม่แตกต่างกับค่ำคืนที่ผ่านมา


พระโอษฐ์เคลือบสรวลสบตาหญิงสาวที่ห่อปากตาเบิกกว้างขึ้นอย่างตระหนกแกมตื่นเร้าแล้วเหลือบตาขึ้นสบพระเนตรท่าน สายตาซุกซนของเธอปลุกเร้าอารมณ์ท่านให้ลุกโพลงขึ้นอย่างฉับพลันโดยที่เธอไม่รู้ตัว ทรงเห็นเธอเบือนหน้าเตรียมหนีจากเตียงทำให้ท่านต้องรีบคว้าเอวบางรั้งไว้


“อุ๊ย!! ปล่อยหม่อมฉันเพคะ”


“มาปลุกผมแล้วจะหนีไปไหนล่ะ”


“ใครปลุกฝ่าบาทเล่า หม่อมฉันนั่งของหม่อมฉันเฉยๆ นะเพคะ” เธอเถียงเสียงพร่า เนื้อตัวสั่นเพราะสัมผัสเอื่อยๆ ของ   พระหัตถ์ที่รั้งเอวเธอ


“ใครว่านั่งเฉย คุณเล่นมองผมราวเด็กมองขนมแบบนั้น”


“เอ๊ะ” เธอมองท่านตาโต หน้าแดงก่ำขึ้นอย่างเขินอายสายตาเธอคงเป็นแบบที่ท่านรับสั่งจริงทั้งที่เมื่อคืนเธอต่อต้านไม่ยินยอมให้ท่านล่วงเกิน แต่ทนแรงเร้าจากพระหัตถ์แกร่งและ  พระโอษฐ์อุ่นที่พร่ำรับสั่งร้องขอสุรเสียงนุ่มจนหัวใจอ่อนแอของเธอโอนเอนกับถ้อยคำรับสั่งของท่าน และเธอก็ไม่ผิดหวังเมื่อทรงประทานความสุขให้เธอมากมายอย่างหาที่เปรียบไม่ได้


“พระนางจ๋า” ทรงรับสั่งพระสุรเสียงหวาน


แค่รับสั่งแผ่วพร่าก็ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างเธอลุกเกรียวจุมพิตอ่อนหวานที่ทรงประทานทำให้ดวงตาคู่หวานหรี่ปรือและหลับลงพลางลูบไล้พระอังสาแกร่ง เมื่อทรงเลื่อนพระโอษฐ์จูบไล้ไปตามนวลแก้มเลยมาถึงติ่งหู ทำให้เธอสะท้านไปทั้งตัว


“อย่าเพคะ..” เธอพึมพำแผ่วเบาแต่ลึกๆ แล้วไม่อยากให้ท่านหยุด


ทรงประทานจุมพิตลงบนกลีบปากอิ่ม บังคับให้เธอเผยอปากรับพระชิวหาร้อนที่แทรกล่วงเข้าเกี่ยวพันลิ้นชื้น ไม่ทรงยอมให้เธอผละห่าง พระหัตถ์กว้างโอบรั้งวงหน้าเล็กเอาไว้


ชินานางหน้าแดงก่ำเมื่ออยู่ ๆ พระสวามีก็ดึงมือของเธอไปสัมผัสกับพระอุระกว้าง พระหัตถ์ใหญ่ทาบทับข้อมือเล็กจับลูบไล้ไปกับพระอุระเรื่อยมาจนถึงพระอุทรแบนราบเตรียมผ่านลงไปต่ำกว่านั้น แต่เธอไม่ยินยอมตามง่าย ๆ เพราะหัวใจสาวเริ่มกระตุกสั่นแรงประท้วง มือเรียวดึงรั้งไว้ด้วยความตกใจ


“ทำไมล่ะพระนาง”


“อื้อ...ไม่เพคะ”


พระเนตรของท่านเป็นประกายแปลกเมื่อทรงยอมให้เธอดึงมือหนีแต่กลับเป็นฝ่ายรั้งบ่าของเธอเข้าชิดพระวรกาย ทรงแนบพระพักตร์เข้ามาใกล้แต่ยังไม่ทรงประทานจุมพิตริมฝีปากบางเพียง แต่ใช้ปลายพระชิวหาไล้ไปตามกลีบปากของเธอราวต้องการหยอกเย้าก่อนจะทรงแทรกพระชิวหาเข้าไปเกี่ยวกวัดรัดปลายลิ้นเรียวอย่างอ่อนโยน คล้ายทรงต้องการให้เธอรู้ว่าท่านจะลองลิ้มชิมเธอช้า ๆ อย่างนุ่มนวล


ชินานางรู้สึกอ่อนใจ เผยอริมฝีปากตอบรับจุมพิตแบบที่ทรงต้องการประทาน เธอเพิ่งเข้าใจว่าที่คนอื่นเขาว่ากันว่าจูบหวานปานน้ำผึ้งนั้นเป็นเช่นไร เมื่อท่านชายประทานบทเรียนหวามหวานให้กับเธอ ทรงสอนให้เธอรู้จักตอบสนองให้ความสุขกับท่านเหมือนอย่างที่ท่านประทานความสุขจากสัมผัสอ่อนโยนให้กับเธอ


ชินานางปล่อยใจให้เพลินไปกับบทเรียนที่พระสวามีสอนให้จนลืมความกระดากอาย เมื่อทรงประทานจุมพิตไล้ไปตามซอกคอของเธอ ชินานางก็สอดมือเรียวเข้าใต้พระเกศาไล้เบา ๆ มาเรื่อยจนถึงพระอังสา เมื่อท่านชายจูบไล่มาถึงแอ่งชีพจรบริเวณลำคอขาวเธอก็แหงนหน้าขึ้นพร้อมเสียงครวญหวาน อกสาวไหวเยือกคล้ายสะอื้นไห้ หายใจระรัว


พระโอษฐ์หนาจูบระลงมาจนถึงทรวงอกอวบอิ่มนุ่มหยุ่นแห่งวัยสาว เสียงหวานครวญกระเส่าดัง ๆ ด้วยความวาบหวามประหนึ่งกำลังตกอยู่ในความทรมานคล้ายใกล้จะขาดใจ มือเรียวจิกทึ้งพระเกศาพยายามรั้งพระพักตร์ขึ้นจนทรงพระสรวลเอ็นดู พระชิวหาตวัดไล้เก็บเกี่ยวความหฤหรรษ์กับยอดทรวงแข็งชัน พระโอษฐ์เคล้าคลอหยอกเย้าจนเธอวาบหวิวไปทั่วสรรพางค์กาย


พระหัตถ์ขยับโลมไล้เปะปะพากายสาวสะท้านไปกับเพลิงแห่งความปรารถนาที่ทรงเป็นผู้ปลุกเร้านำพาให้เธอโลดไปตามแรงอารมณ์ที่ยากจะหยุดยั้งได้ มือบางเกาะเกี่ยวพระอังสาแน่นสุดกำลัง หัวอกสะท้านคลอเสียงสะอื้น เวลานี้เธอไม่สนใจแล้วว่าพระสวามีจะพาบุกน้ำลุยไฟไปที่ใด เพราะต่อให้เป็นนรกเธอก็พร้อมยินยอมตามเสด็จไม่เกี่ยงงอนขอเพียงแค่มีท่านร่วมทางไปกับเธอด้วยเท่านั้นเป็นพอ

 

หนึ่งชั่วโมงถัดมาชินานางตวัดตาค้อนใส่พระสวามีเมื่อทรงครวญเพลงหยอกเย้าพลางยักพระขนงล้อเลียน เธอสวมชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมาโดยที่ยังทรงเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางที่ปิดบังพระวรกายแทบจะไม่มิด


“ฝ่าบาทไม่คิดจะสรงน้ำบ้างหรือเพคะ” เธอส่งสายตาค้อนเล็กน้อย


“อยากอาบกับเมีย แต่เมื่อเมียไม่ยอมก็เลยยังไม่อาบ” ทรงยักพระขนงพร้อมแย้มพระสรวลกรุ้มกริ่ม


“ไม่มีทาง หม่อมฉันไม่หลงกลฝ่าบาทอีกแน่ ๆ” เธอส่งสายตาขัดใจมองสบพระเนตรวาว


“หลงกลหรือหลงผมกันแน่ฮะพระนาง”


“หึ...หลงองค์แล้วเพคะ” หญิงสาวกล่าวพร้อมคว้าชุดสวยออกจากตู้เสื้อผ้า


“ผมหลงคุณต่างหาก อยู่ใกล้คุณแล้วคิดออกเรื่องเดียวเท่านั้นเวลานี้”


“อีกหน่อยอยู่ใกล้นาถก็คงลืมหม่อมฉันแน่”


“แต่ผมว่าไม่มีทางเพราะคุณทำให้ผมติดคุณเหมือนคนติดยาไปแล้วแบบนี้”


“อย่ามาทำเป็นพระโอษฐ์หวานกับหม่อมฉันเลยเพคะ”


ท่านชายทอดพระเนตรมองหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน ทรงยังไม่แน่พระทัยนักว่าความรู้สึกที่มีต่อชินานางนั้นเรียกว่าอะไร ทรงรู้แต่เพียงในวันนี้ภาพของอดีตคนรักจางลงไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ความเป็นจริงท่านไม่น่าจะลืมเธอได้ง่ายดายอย่างนี้ ในเมื่อทรงแน่พระทัยเสมอมาว่ารักในตัวนาถนารีนักหนามานานหลายปี แต่กับหม่อมที่ทรงจำยอมเสกสมรสด้วยตามเงื่อนไขของพินัยกรรม โดยที่ท่านกับเธอเพิ่งสนิทเสน่หากันได้ไม่นาน ชินานางกลับทำให้ทรงถวิลหาอยากสัมผัสและอยู่ใกล้เธอตลอดเวลา ทรงยอมรับว่ารู้สึกหวงเมื่อเห็นเธอมอบรอยยิ้มให้ชายอื่น ทรงหงุดหงิดพระทัยทุกครั้งที่เห็นเธอให้ความสนิทสนมกับสองหนุ่มพงศ์หิรัญ ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดกับองค์เองสักครั้งยามเห็นนาถนารีกับนายกิติศักดิ์ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ


ท่านชายนัฏทรงกระชับพระหัตถ์จับจูงมือเรียวเสด็จตรงไปยังห้องอาหารของรีสอร์ทแต่กลับเจอสองหนุ่มระหว่างทางซึ่ง  ชินานางพอเห็นวฤกเดินตรงเข้ามาหาก็เปิดยิ้มรับอย่างแจ่มใสเพราะชายหนุ่มยิ้มแก้มบุ๋มส่งมาก่อน และคนที่เห็นวฤกยิ้มส่งมาให้ก่อนก็มักจะอดยิ้มตอบไม่ได้เพราะนาน ๆ เสือยิ้มยากอย่างวฤกจะส่งยิ้มให้ใครสักทีหนึ่ง และเธอเชื่อว่าหากสาว ๆ คนไหนได้รับรอยยิ้มจากวฤกมีหวังเก็บไปนอนฝันหวานกันเลยแน่ ๆ และนั่นเป็นเหตุให้ท่านชายทรงรู้สึกหงุดหงิดพระทัยยามเห็นรอยยิ้มหวานของหม่อมซึ่งทรงดำริว่ารอยยิ้มนั้นควรเป็นของท่านเพียงองค์เดียวแต่ชินานางกลับบรรจงปั้นยิ้มหวานจับตามอบให้ชายหนุ่มอีกคน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,509 ความคิดเห็น