กลร้ายเล่ห์รัก

ตอนที่ 44 : 12.3 แค่คนที่ไม่เคยรักกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,031
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

“คุณว่ายน้ำไม่เป็นหรอกเหรอพระนาง” ทรงรับสั่งถามด้วยความกังขา


เธอส่ายศีรษะเบา ๆ พร้อมก้มใบหน้าซ่อนความอาย


“ผมไม่อยากเชื่อว่าคนเก่งรอบด้านอย่างคุณจะว่ายน้ำไม่เป็น ให้ตายเถอะพระนาง...” ทรงกลั้นสรวล


“ห้ามหัวเราะเยาะหม่อมฉันนะเพคะ” เธอทำหน้าง้ำพลางปรายตามองค้อนสีหน้ากลั้นสรวลของท่านชาย


“เอาละๆ ผมไม่ขำแล้ว แต่ช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมว่าทำไมคุณถึงว่ายน้ำไม่เป็นล่ะ”  ทรงทอดเนตรมองหญิงสาวสายตาอ่อนโยน


เธอเงยหน้ามองคนข้างกาย ตั้งใจว่าจะไม่เล่าให้ท่านฟังจึงแสร้งยืนบิดผมที่เปียกแต่ลืมตัวว่าตนสวมเชิ้ตขาวผ้าค่อนข้างบางซึ่งเปียกน้ำอยู่ทำให้โปร่งจนมองเห็นชุดชั้นใน แต่เมื่อครู่ท่านไม่ทันใส่ทัยความเย้ายวนเพราะทรงตกพระทัย เกรงเธอจะได้รับอันตรายแต่บัดนี้คลายอาการตระหนกทำให้ทรงสังเกตเห็น ทอดเนตรไล่ลงตามลำคอระหงถึงทรวงอกอิ่มใต้เชิ้ตเปียกแนบลำตัว ความอวบอิ่มซ่อนในลูกไม้แนบร่างระหง และเจ้าตัวไม่ทันรู้สึก


พระทัยเต้นแรงไปกับภาพจินตนาการถึงร่างไร้อาภรณ์ภายใต้สายน้ำ หากไม่มีเชิ้ตและบราที่สวมทรงคิดว่าเธอต้องเป็นนางไม้ออกมายั่วยวนหทัยให้ทรงลุ่มหลงแน่ ๆ  ทรงทอดเนตรอ่อนเชื่อมมองทุกอิริยาบถของเธอนานกว่าพักใหญ่หญิงสาวจึงเริ่มเอะใจ หันมาสบเนตรวาวทำให้เธอก้มมองตามสายพระเนตร แล้วใจหายวูบ เนื้อตัวร้อนผ่าวหลังสังเกตุถึงสภาพของตนเองทำให้ต้องรีบหันหลังหลบพระเนตรวับวาวด้วยความเขินอาย


“ไม่ทรงเป็นสุภาพบุรุษเลยนะเพคะ ทรงจ้องหม่อมฉันราวจะจับเปลื้องผ้าแบบนั้น”  ชินานางเม้มปากพร้อมประชดท่าน


“ผมยอมเป็นบุรุษที่ไม่สุภาพถ้าได้ชื่นชมนางไม้คนสวย” ทรงสรวลเบาพร้อมตรัส


“ฮึ หม่อมฉันไม่ใช่นางไม้และไม่ชอบให้ทรงเอาเปรียบทางสายตาแบบนี้ด้วย” ชินานางกล่างมีแง่งอน


“อ้าว ผมคิดว่าใช่เสียอีก ยังจินตนาการว่าถ้าเพียงคุณถอดชุดเปียก ๆ นี่ออกและยืนเปลือยบิดผมอย่างเมื่อครู่คุณคงเป็นนางไม้แสนสวยในสายตาของผม” ทรงกลั้นสรวลเมื่อเธอหันมาส่งตาเขียวทันที


“ทะลึ่ง ฝ่าบาททรงจินตนาการได้น่าเกลียดที่สุด”


“ถ้าทำได้ผมอยากเห็นจริงๆ มากกว่าได้แค่จินตนาการ”


“ฝ่าบาท! ถ้าไม่ทรงเลิกรับสั่งให้หม่อมฉันทำหน้าไม่ถูก หม่อมฉันจะโกรธจริง ๆ นะเพคะ” ชินานางตวาดเสียงสั่น“โอเคๆ เลิกพูดก็ได้ แต่เลิกคิดนี่คงต้องขอเวลาจริงๆ พระนาง” ทรงกระเซ้า


“ฝ่าบาท” ชินานางกระทืบเท้ากับพื้นทั้งที่ใบหน้ายังแดงก่ำ เธอตรงไปหาเจ้าไพลินทันทีพร้อมกับเตรียมโดดขึ้นอานนำมันกลับวังหากท่านชายที่ส่งเสียงสรวลดังรีบรับสั่งห้ามพร้อมตรงเข้ารั้งแขนเธอไว้


“อย่าบอกว่าจะกลับไปแบบนี้นะพระนาง ผมไม่อยากให้ใครเห็นคุณสภาพนี้เลยให้ตาย”


“เดี๋ยวก็แห้งเพคะ”


“ระยะทางใกล้ ๆ แบบนี้ไม่ทันเสื้อแห้งหรอก คุณใส่เสื้อผมดีกว่า”


ท่านค่อย ๆ ปลดดุมเชิ้ตช้า ๆ ในขณะที่หญิงสาวยืนกอดอกนิ่งจ้องมองท่าน เมื่อดุมหมดแถวเปิดโชว์พระอุระกว้างบึกบึนของท่านเรียกเลือดในกายของชินานางให้ไหลแรงมารวมกันบนใบหน้าจนร้อนผ่าว แต่สายตาของเธอกลับจ้องมองพระอุระแข็งแกร่งไม่หลบ เธอกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกะพริบตาปริบ ปลายลิ้นเผลอไล้เบา ๆ กับริมฝีปากอิ่มด้วยท่าทางยวนตา


“คุณจ้องเหมือนจะกลืนกินผมอย่างนั้นแหละพระนาง” ทรงกล่าวเสียงพร่าตามพระอารมณ์


“หม่อมฉันเปล่า” ชินานางตอบทันทีพร้อมรีบหันหลังหนีเนตรคมหวาน


“หึหึ เปล่าก็เปล่าแต่เชื่อมั้ยว่าคุณทำท่าเซ็กซี่มาก” ทรงกระเซ้าพร้อมนำเชิ้ตของท่านคลุมเบา ๆ ที่ไหล่บางซึ่งหันหลังให้ท่านอยู่


ชินานางรู้สึกอายจนร้อนไปทั้งใบหน้าและลำคอ เมื่อทรงมอบเชิ้ตคลุมไว้ที่ไหล่ให้เธอแล้วเธอจึงรีบเดินเลี่ยงไปหาเจ้าไพลินแก้เขินพร้อมโดดขึ้นหลังของมันเมินหน้าไม่มองท่านที่ทรงเปลือยอกให้หัวใจเธอเต้นถี่ รอจนท่านขึ้นขี่เจ้าวายุและรั้งให้มันเดินนำขึ้นหน้าช้า ๆ ปล่อยให้ชินานางแอบมองพระขนองแข็งแกร่งของท่านและแอบเขินตลอดทางกระทั่งถึงหน้าตำหนัก


ตั้งแต่กลับขึ้นมาเปลี่ยนชุด หญิงสาวก็ไม่ได้ลงมาเลยจนถึงเวลาอาหารค่ำ ท่านชายจึงเสด็จมารับสั่งเรียกเธอที่หน้าห้อง ทรงเคาะบานประตูเบา ๆ พร้อมรับสั่งเรียก


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


“พระนาง”


“สักครู่เพคะ” เธอขานรับเสียงอ่อนระโหย


“เป็นอะไรหรือเปล่า” ทรงรับสั่งถามเมื่อเห็นใบหน้าเซียวเปิดประตูออกมา


“หม่อมฉันรู้สึกปวดศีรษะนิดหน่อยเพคะ” เธอตอบเสียงแหบเล็กน้อย


“หรือจะเป็นไข้” ทรงยกหัตถ์แนบหน้าผากของเธอก่อนรับสั่ง


“เป็นไข้จริง ๆ ด้วย กลับเข้าไปนอนก่อนดีกว่าเดี๋ยวผมลงไปสั่งให้เขาทำข้าวต้มขึ้นมาให้กินแล้วจะได้กินยา”


“ขอบพระทัยเพคะ” ชินานางกล่าวคล้ายกำลังอ่อนแรงก่อนจะรู้สึกเหมือนสติขาดลอย


“พระนาง” ทรงตกพระทัยเมื่ออยู่ดี ๆ เธอก็หมดสติจนเกือบรับร่างบางไม่ทัน


ท่านชายทรงอุ้มหญิงสาวทำท่าจะกลับเข้าไปยังห้องบรรทมเล็กซึ่งบัดนี้กลายเป็นห้องนอนของเธอ แต่ทรงเปลี่ยนพระทัยหันกลับไปยังห้องบรรทมใหญ่ทันที ทรงวางร่างบอบบางของหม่อมเบา ๆ บนพระที่พร้อมทอดเนตรอ่อนโยน พระหัตถ์เอื้อมขึ้นสัมผัสหน้าผากของเธอเพื่อเช็คความร้อนของร่างกายก่อนจะถอนพระอัสสาสะ ทรงหยิบผ้าซับพระพักตร์ผืนเล็กเข้าไปชุบน้ำและบิดหมาดเพื่อนำมาเช็ดตัวให้เธอ


ทรงเช็ดใบหน้าหน้านวลแดงเพราะพิษไข้เบา ๆ เพื่อลดความร้อน จากนั้นทรงขมวดพระขนงครู่หนึ่งเมื่อตัดสินพระทัยปลดดุมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นแบบสบาย ๆ ที่เธอใส่อยู่บ้านออกทีละเม็ดจนหมดตามด้วยบราลูกไม้สีหวานที่ทำให้พระหทัยเต้นแรงราวเด็กหนุ่มเพิ่งเคยเห็นร่างเปลือยเปล่าของอิสตรีเป็นครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น ทรงสูดพระอัสสาสะจนเต็มพระปัปผาสะกว่าพระหัตถ์จะคลายอาการเกร็งและเริ่มเช็ดตัวให้เธอได้ก็ใช้เวลาอีกพักใหญ่ ความร้อนในร่างเริ่มคลายลงจึงทรงยั้งพระหัตถ์พร้อมดึงผ้าแพรคลุมบรรทมขึ้นคลุมกายบางของเธอ


หลังเช็ดตัวคลายความร้อนให้เธอด้วยความทุลักทุเลจนเรียบร้อย ท่านชายทรงเสด็จลงมาสั่งให้นางกำนันต้มข้าวต้มสำหรับหม่อม รวมถึงให้จัดหายาแก้ไข้ขึ้นไปให้ท่านที่ห้องบรรทมก่อนจะเสด็จกลับขึ้นไปดูแลหญิงสาวที่ยังนอนซมเพราะพิษไข้โดยอาศัยพระเก้าอี้ข้างพระที่นั่นแหละประทับดูอาการของเธอด้วยองค์เอง


ทรงลูบไล้เส้นผมสีดำนิลของเธอด้วยความอ่อนโยน พร้อมแย้มพระสรวลเมื่อคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอล้มป่วยในครั้งนี้ ไม่อยากจะทรงเชื่อเลยว่าชินานางที่เก่งไปเสียทุกด้านจะว่ายน้ำไม่เป็น ทรงอยากทราบสาเหตุว่าเพราะอะไรถึงทำให้เธอไม่หัดว่ายน้ำ ทรงมั่นพระทัยว่าจะต้องมีเหตุการณ์อะไรสักอย่างที่เธอฝังใจจนกลัวและไม่กล้าเรียนว่ายน้ำเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นคนเก่งและมั่นใจอย่างชินานางไม่มีวันปล่อยให้ตนเองมีปมด้อยด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งง่าย ๆ อย่างแน่นอน


มหาดเล็กนำข้าวต้มมาถวายแต่ดูท่าทางหญิงสาวคงยังไม่มีสติเร็ว ๆ นี้ ท่านชายจึงรับสั่งให้นำกลับไปก่อนและทรงเฝ้าไข้หญิงสาวด้วยองค์เองอยู่นานเกือบชั่วโมง เธอก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น ท่านนัฏจึงเสด็จลงไปนำข้าวต้มขึ้นมาปลุกให้เธอรับประทานก่อนเพื่อจะได้ให้ยาลดไข้


ดวงตาแดงก่ำหรี่ปรือไม่สามารถลืมตาตื่นได้เต็มที่เพราะพิษไข้ เธอผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวเบา ๆ พร้อมกวาดตามองรอบ ๆ ห้องที่ไม่คุ้นเคย รำลึกเหตุการณ์ช้า ๆ จำได้ว่าตกลงไปในลำธารและขึ้นมาได้เพราะความช่วยเหลือจากท่านชายนัฏก่อนจะกลับมาขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดบนห้องนอนเล็กที่เธอจับจอง อาการปวดศีรษะทำให้เธอนอนพักอยู่บนห้องกระทั่งได้ยินเสียงท่านชายรับสั่งเรียกเธออยู่หน้าห้อง ตอนนั้นเธอรู้สึกสะลึมสะลือแต่ยังลุกขึ้นไปเปิดประตูรับท่านชายที่เสด็จมาตามลงไปร่วมรับประทานอาหาร จากนั้นสติของเธอก็หลุดลอยกระทั่งถึงตอนนี้


ชินานางขยับตัวเลื่อนกายขึ้นนั่งพิงพนักเตียงด้วยความมึนงง มือเรียวข้างหนึ่งบีบขมับตนเองเพื่อคลายความปวดร้าวในขณะที่มืออีกข้างยันไว้กับฟูกที่นอนโดยไม่รู้ว่าตนเองอยู่ในสภาพยวนตาขนาดไหนเมื่อประตูห้องบรรทมถูกผลักเข้ามาโดยฝีมือเจ้าของห้องที่เกือบทำถ้วยข้าวต้มในมือล่วงหล่นเมื่อเห็นภาพเย้ายวนของหญิงสาวหุ่นสะโอดสะองอย่างชินานาง...เสียงประตูที่ถูกผลักเข้ามาดังเบา ๆ เรียกสายตาของเธอให้เหลือบขึ้นมองพระพักตร์คมด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นท่านจ้องเธอตาเขม็ง ชินานางจึงหลุบตามองตนเองและตื่นตะลึงเมื่อเห็นสภาพร่างกายช่วงบนของตนที่เปลือยเปล่าท้าทายพระเนตรเหยี่ยวที่จ้องนิ่งอยู่กับอกอิ่มของเธอ


“ว๊าย..” เธอร้องด้วยความตกใจก่อนจะมุดตัวลงซุกใต้ผ้าห่มทั้งที่ตัวแดงก่ำทั้งจากพิษไข้และความอาย


“หึหึ คุณนี่เหมือนนางไม้อย่างที่ผมคิดจริง ๆ ให้ตายซิพระนาง” ทรงสรวลเมื่อควบคุมพระวรกายได้พร้อมกับเสด็จมาใกล้ร่างบางของเธอและวางถ้วยข้าวต้มไว้ที่โต๊ะข้างพระที่นั่นเอง


“ฝีมือฝ่าบาทใช่มั้ยเพคะ หม่อมฉันถึงอยู่ในสภาพนี้” ชินานางส่งเสียงเกรี้ยวกราด


“ครับ แต่ผมทำเพราะหวังดีนะนั่น คุณตัวร้อนเป็นไฟแบบนั้น ผมอุตส่าห์เช็ดตัวลดไข้ให้ เพราะฉะนั้นคุณจะโกรธผมไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผมไม่รับประกันความปลอดภัยของคุณจริง ๆ ด้วย” ทรงขู่หญิงสาวกลับเช่นกัน


“หม่อมฉันไม่ได้ขอร้องสักหน่อย ทรงทำเกินไปแล้ว” ชินานางยังตวาดเสียงโกรธเกรี้ยว


“เกินไปตรงไหน คุณเป็นเมียของผมและกำลังไม่สบายเป็นไข้ตัวร้อนขนาดนั้น จะให้ผมปล่อยให้คุณนอนตัวร้อนผ่าวแบบนั้นได้ยังไง ผมก็ต้องดูแลเช็ดตัวให้ด้วยความเต็มใจสิพระนาง” ท่านชายทรงรับสั่งอธิบาย


“ฉวยโอกาสนะไม่ว่า” ชินานางพึมพำเบา ๆ กับตนเอง


“บ่นอะไรพึมพำ ๆ กินข้าวต้มซะจะได้กินยา”


“ฝ่าบาทก็เสด็จออกไปก่อนสิเพคะ หม่อมฉันกินเองได้” ชินานางไล่ทันที


“ก็ได้ แต่ผมต้องแน่ใจก่อนว่าตัวคุณไม่ร้อนแล้ว” ท่านชายรับสั่งจริงจัง


“ไม่ร้อนแล้วเพคะ หม่อมฉันยืนยัน” ชินานางกล่าวเสียงรัว


“ผมไม่เชื่อ”


ท่านชายทิ้งพระวรกายลงประทับบนพระที่ทำให้ชินานางรีบขยับหนีไปอีกฝั่งทันทีราวโดนลนด้วยไฟร้อน หัวใจเต้นแรงเตรียมหนีลงจากที่นอนแต่กลับติดอยู่ที่ท่านประทับบนชายผ้าคลุมบรรทมที่เธอห่มกายเปลือยเปล่าของเธอไว้ทำให้เธอหนีไปไหนไม่พ้น เมื่อพระหัตถ์ของท่านเลื่อนมาไล้สัมผัสแผ่วกับไหล่บอบบางของเธอทำให้เธอถึงกับสะดุ้งจนสุดตัว


“ถอยไปนะเพคะฝ่าบาท”


“ทำไมถึงเอาแต่ไล่ผมนักนะพระนาง” ทรงรับสั่งเสียงออดอ้อน


“อย่าทรงใช้บทเจ้าชู้ไก่แจ้กับหม่อมฉันดีกว่าเพคะ”


“ใครว่าผมเจ้าชู้ ถ้าเป็นนายธันว่าไปอย่าง”


“ฮึ เชื้อย่อมไม่ทิ้งแถวหลอกเพคะ ทรงขยับออกห่างตัวหม่อมฉันเสียที” ชินานางขยับไหล่หนีพระหัตถ์ให้วุ่นวาย


“ใครน้าเอาแม่เหล็กต่างขั้วมาติดไว้กับคุณและผม ยิ่งอยากถอยยิ่งเหมือนกับมีแรงดูดเข้าหากันแบบนี้ฮะพระนาง” พระโอษฐ์ประทับเบา ๆ กับลาดไหล่ของเธอหลังจบรับสั่ง


Thumbnail Seller Link
กลร้ายเล่ห์รัก
เตชิตา
www.mebmarket.com
หม่อมเจ้านคเรศ  วิษณุรังสรรค์ผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและ รักเกียรติขององค์เหนือสิ่งใด จะทำเช่นไรเมื่อพินัยกรรมของพระชนกระบุให้ท่านซึ่งเป็นพระโอรสอ...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,509 ความคิดเห็น

  1. #2492 JNie (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 18:15
    เอ่อ ท่านชายไม่ให้เกียรติชินานางเลยย
    ตกลงจะเอายังไงกันแน่
    #2,492
    0
  2. #2435 เมียมโน (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 14:45
    เค้ากินกันแล้ว อุ๊ย!!! ขอประทานอภัยเพค่ะ 555
    #2,435
    0