กลร้ายเล่ห์รัก

ตอนที่ 43 : 12.2 แค่คนที่ไม่เคยรักกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    21 พ.ค. 63


พบกับสองหม่อมเจ้าและคุณหญิงลัลน์ลลิตได้ใน 2 เรื่องนี้เลยค่า
 
Thumbnail Seller Link
เกมรักอุบายลวง
เตชิตา
www.mebmarket.com
วศินกำลังร่ายมนตร์จูบผูกมัดหม่อมราชวงศ์หญิงลัลน์ลลิตให้เตลิดหลงไปกับเพลิงร้อนแห่งตฤษณาและอารมณ์ใคร่ผสมผสานไปกับความรักครั้งใหม่ที่ค่อยๆ เข้ามาเคาะประต...
Get it now
Thumbnail Seller Link
กลร้ายเล่ห์รัก
เตชิตา
www.mebmarket.com
หม่อมเจ้านคเรศ  วิษณุรังสรรค์ผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและ รักเกียรติขององค์เหนือสิ่งใด จะทำเช่นไรเมื่อพินัยกรรมของพระชนกระบุให้ท่านซึ่งเป็นพระโอรสอ...
Get it now

 

วังพนาลี

แม่ฮ่องสอนวันนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างจากวันก่อนที่เคยเดินทางลำพังออกจากบ้านเพื่อหลบหนีการเสกสมรสกับท่านชายขึ้นมาหากรวิกที่ กรวิกแอ็ดเวนเจอร์ พอยท์ ตอนนั้นเธอเครียดแต่หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าโชติรสจะหาทางช่วยตนไม่ให้ต้องเข้าพิธีเสกสมรสแบบคลุมถุงชนกับท่านชายได้ แต่วันนี้เธอยิ่งรู้สึกแย่หมดหวังเมื่อกลับมาที่นี่อีกครั้งพร้อมกับสวามีที่ไม่เคยให้เกียรติกัน ทรงคิดอยากติดต่อคู่รักเก่าก็ทรงทำโดยไม่แคร์ว่าจะทำให้เธอเสียหน้าแค่ไหน แถมยังมาหาเรื่องเธอเพราะคู่รักเก่าของท่านเป็นต้นเหตุแต่บรรยากาศของวังพนาลีทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย เหมือนกลับมาอยู่บ้านของตัวเอง ถ้าไม่มีคำว่าวังขึ้นหน้าที่นี่ก็คือบ้านไร่ดั้งเดิมที่ชนนีของท่านชายทั้งสองมารับช่วงดำเนินกิจการต่อ อาณาเขตโดยรอบกว้างขวาง ตัววังสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง อย่างที่สมัยนี้ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน เพราะไม้สักไม่ได้มีราคาถูกๆ แถมเป็นไม้สงวนอีกด้วย...ท่านชายทรงเสด็จนำหม่อมขึ้นไปยังห้องบรรทมใหญ่ที่เคยเป็นห้องบรรทมพระชนกและพระชนนีของท่าน เมื่อทรงเสกสมรสจึงเป็นห้องของท่านกับหม่อมไปโดยปริยาย


“ห้องนี้เป็นห้องอะไรเพคะ” ชินานางอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเข้ามาหยุดหน้าประตูเชื่อมต่อภายในห้องบรรทมกับห้องเล็กอีกห้อง


“ห้องนอนผมกับนายธันสมัยยังเล็ก” ท่านชายตรัส


“ถ้าหม่อมฉันจะขอประทานอนุญาตใช้ห้องนี้ในขณะอยู่ที่วังพนาลีจะได้ไหมเพคะฝ่าบาท”


“คุณต้องการนอนลำพังอย่างนั้นสิ” ท่านชายตรัสรู้ทัน


“เพคะ หม่อมฉันไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องนอนห้องเดียวกับฝ่าบาท”


“หึหึ ไม่ทันไรคุณจะผิดคำสัญญากับพ่อของคุณเองแล้วนะชินานาง”


“หม่อมฉันรักษาคำพูดเสมอเพคะ คุณพ่อคงไม่ได้หมายความว่าต้องนอนห้องเดียวกับฝ่าบาททุกคืน ถ้าหม่อมฉันจะแยกห้องระหว่างที่อาศัยอยู่วังพนาลี คงไม่ถือว่าผิดคำพูดอะไรนัก”


“เลี่ยงคัมภีร์เสมอเลยสินะคุณน่ะ” ท่านชายทรงสรวลเสียงกังวาน


“หม่อมฉันมันจำพวกรู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหางเพคะ”


ทั้งท่านชายและชินานางต่างลืมเรื่องราวที่ทะเลาะกันไปสิ้นเมื่อชินานางเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนากับท่านก่อน ถึงแม้จะด้วยการสอบถามถึงห้องบรรทมเล็กที่เธอต้องการอาศัยอยู่ตลอดเวลาในวังแห่งนี้ ท่านชายเองก็ไม่ใช่คนทิฐิมานะ เมื่อเธอพูดด้วยไม่ทำเหมือนเห็นทรงเป็นอากาศธาตุที่ไร้ตัวตน ท่านก็รับสั่งกับเธอได้เป็นปกติ


“หม่อมฉันขอประทานอนุญาตไปหาวิกนะเพคะ”


“พรุ่งนี้ค่อยไปดีกว่า เย็นนี้ผมอยากพาคุณชมวังพนาลี” ท่านชายรับสั่งเสียงทุ้ม


“จะเป็นไกด์เองเลยจริงเหรอเพคะ”


“แน่นอน ผมเต็มใจพาเมียของผมชมบ้านของเราเสมอ”


รับสั่งของท่านทำให้เธออดที่จะหน้าแดงด้วยความเขินเมื่อรับสั่งเต็มโอษฐ์ว่าเธอคือเมีย ชินานางจึงแสร้งเลี่ยงเข้าไปในห้องเล็กเพื่อซ่อนความอาย ท่านชายทอดเนตรมองเธออย่างเอ็นดู


“คุณขี่ม้าได้ใช่ไหมพระนาง” ท่านชายทรงรับสั่งถาม


“เพคะ”


“ผมจะพาคุณไปท้ายไร่ ที่นั่นสวยมากรับรองว่าคุณต้องชอบ”


“ไปเดี๋ยวนี้เลยหรือเปล่าเพคะ”


“ฮึฮึ คุณนี่แรงเยอะใช่เล่น ผมไม่เห็นท่าทางเหนื่อยเพลียของคุณเลย”


“แค่นั่งรถเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย หม่อมฉันจะเพลียได้ยังไง”


“ถ้าอย่างนั้นคุณเปลี่ยนชุดก่อน เดี๋ยวเราไปคอกม้าพร้อมกัน”


“เพคะ”


ท่านชายทรงพาชินานางไปที่คอกม้าท้ายไร่ ทรงมีม้าสายพันธ์ดีที่เลี้ยงไว้เป็นพ่อพันธ์หลายตัว ทรงพาหญิงสาวมาเลือกม้าที่มีอยู่ห้าตัวในสนามที่มีไม้กั้นไว้เป็นคอก บางตัวก็วิ่งวนไปมาโชว์ฝีเท้า บางตัวก็ยืนนิ่งชูคอทำท่าสง่างาม ในขณะที่บางตัวกำลังก้มคอลงกินหญ้าที่แขวนสูงติดกับราวไม้กั้นคอก


“คุณชอบตัวไหนล่ะ พวกมันเชื่องทุกตัว คนของผมฝึกมันจนสามารถใส่อานแล้วขี่ได้เลยทุกตัวอยู่แล้ว”


“หม่อมฉันชอบทุกตัวเลยเพคะ พวกมันดูสวยจังนะเพคะ”


“ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นเจ้าตัวสีดำก็แล้วกัน มันชื่อไพลิน ฝีเท้าดีใช้ได้เชียว” ทรงเลือกม้าสีดำเพศเมียที่มีท่าทางคล่องปราดเปรียวให้เธอ


ชินานางปีนขึ้นไปนั่งบนรั้วก่อนจะหย่อนปลายเท้าลงไปอีกฝากหนึ่งเข้าไปในคอกกั้นม้าพร้อมกับเดินตรงไปยังเจ้าไพลินลูบเบา ๆ ที่แผงคอของมันเป็นการทักทาย เธอส่งยิ้มหวานให้กับมันพร้อมกระซิบเบา ๆ ข้างหู เจ้าม้าทำราวกับไว้เนื้อเชื่อใจยอมให้เธอลูบหัวมันได้เมื่อมันเอียงใบหน้าเข้าแนบกับมือของเธอพร้อมเสือกใบหน้าไซ้มือเธอเบา ๆ แทนการตอบรับไมตรีที่เธอยื่นให้กับมัน มหาดเล็กของท่านนำอานมาผูกให้เธอจึงปีนขึ้นไปนั่งบนอานทันที


ท่านชายทอดเนตรหม่อมที่ดูร่าเริงผิดกับหญิงสาวที่นั่งวางมาดหยิ่งยโสมาตลอดทางตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงแม่ฮ่องสอน ซึ่งท่านยอมรับว่าทรงเอ็นดูชินานางในลักษณะเช่นนี้มากกว่าจะหมั่นไส้ท่าหยิ่งยโสของเธอเมื่อคืนตลอดเช้าที่ผ่านมา และทรงอยากเอาใจเธอทุกทางเพื่อให้เธอร่าเริงเช่นนี้


ชินานางรู้สึกสนุกเมื่อได้ลองควบเจ้าไพลินวนรอบสนามเป็นการทดสอบฝีเท้ากันก่อนจะนำมันออกจากคอก เธอเห็นมหาดเล็กนำอานอีกอันหนึ่งผูกไว้กับเจ้าม้าสีขาวเผือกมีจุดกระดำกระจายรอบตัวใหญ่ดูน่าเกรงขาม เธอเพิ่งเห็นเจ้าม้าตัวนี้ คงเป็นเพราะมหาดเล็กเพิ่งจูงมันเข้ามาตอนที่เธอมัวเพลินอยู่กับเจ้าไพลิน เมื่อท่านชายประทับบนหลังของมันยิ่งเป็นภาพที่เธอเห็นว่างามสง่าจนอดจะหยุดเจ้าไพลินเพื่อชื่นชมท่านไม่ได้


“มันชื่ออะไรเพคะ” เธอชักม้าเข้ามายืนเทียบ


“วายุ” ทรงรับสั่ง


“มันสวยมากเพคะ”


“เจ้านี่พยศเอาเรื่อง นอกจากผมมันไม่ยอมลงให้ใครเลยแม้แต่นายธัน” ทรงสรวล


“ท่าทางมันก็บอกอย่างนั้นอยู่แล้ว” ชินานางพยักหน้าเห็นด้วย


“วันหลังผมจะพาคุณขี่มันเล่น”


“ดูท่ามันคงไม่ยอมให้หม่อมฉันขี่มันง่าย ๆ แน่เพคะ” ชินานางหัวเราะเบา ๆ


“ผมรับรองว่าถ้าคุณอยู่กับผม มันไม่กล้าพยศใส่คุณแน่พระนาง”


“หม่อมฉันขี่เจ้าไพลินดีแล้วเพคะ”


“หึๆ...เราไปทางนั้นดีกว่าพระนาง” ทรงชี้ไปทางซ้ายซึ่งเป็นเขตป่าที่ติดท้ายไร่ของท่าน


ทรงกระตุ้นเจ้าวายุให้ออกเดินนำ ส่วนชินานางก็ปล่อยให้เจ้าไพลินวิ่งฮ่อตามเจ้าพายุที่วิ่งทะยานไปข้างหน้าตามภาษาม้าฝีเท้าจัดที่กำลังคึกคะนองจนเข้าถึงเขตป่า ท่านชายชะลอเจ้าวายุทำให้เธอต้องรั้งเจ้าไพลินไว้ และมันก็วิ่งช้าลงอย่างว่าง่ายเลาะไปตามพุ่มไม้และต้นไม้ใหญ่ที่ยังมีอยู่หนาแน่น


“ข้างหน้ามีน้ำตกด้วย เสียดายที่ผมลืมให้เขาเตรียมตะกร้าปิกนิกไว้สำหรับเรา”


“ไว้โอกาสหน้าก็ได้เพคะ” ชินานางหันมาส่งยิ้มให้ท่านชาย


เสียงน้ำไหลเอื่อยแว่วเข้าหูของเธอสร้างรอยยิ้มให้ชินานางมากขึ้นเมื่อเจ้าไพลินย่างเหยาะไปข้างหน้าเร็วขึ้นอีกนิดจนเธอได้ยินเสียงซู่ ๆ ของน้ำตกกระทบพื้นผิว มันพาเธอมาหยุดริมรำธารน้ำที่ไหลผ่านไปตามแมกไม้ แสงแดดยามเย็นส่องผ่านยอดไม้ตกกระทบผิวน้ำดูวับวาวงดงามน่าชม ชินานางโดดลงจากหลังเจ้าไพลินพร้อมกับหยิบเศษหญ้าขึ้นมาถูข้างม้าที่กำลังก้มลงกินน้ำในลำธารเพื่อซับเหงื่อให้กับมันทั้งสองข้าง ส่วนท่านนัฏก็เสด็จลงจากหลังเจ้าวายุและจูงมันเดินตรงมายังลำธารยืนคู่กับเจ้าไพลิน


ชินานางเพลิดเพลินกับบรรยากาศของธรรมชาติที่รอบล้อมไปด้วยสายน้ำ ต้นไม้ และแสงแดด เธอเหลือบเห็นกล้วยไม้ป่าสีม่วงดอกเล็ก ๆ และจ้องมองมันอย่างสนใจครู่หนึ่งจึงเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเจ้าช่อดอกไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติโดยลืมคิดว่ามันอยู่หมิ่นเหม่สุดเอื้อมและถ้าพลั้งเผลอเธออาจตกลงไปในลำธารได้ ท่านชายทรงทอดเนตรตามเธออยู่แล้วแต่ไม่ทรงห่วงเธอนักเพราะไม่มีอันตรายใด ๆ แถวนี้ หากเธอต้องการเด็ดกล้วยไม้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง


ชินานางเอื้อมมือออกไปหวังคว้าเจ้าช่อกล้วยไม้จริงอย่างที่ทรงดำริ แต่เธอพลาดและเท้าของเธอเหยียบลงบนก้อนหินเรียบลื่นริมตลิ่ง ทรงได้ยินเสียงเธอกรีดร้องดังจึงรีบเสด็จเข้าหาเธอทันทีเช่นกัน


“กรี๊ด!..ช่วยด้วย”


“พระนาง!


ท่านชายตกพระทัยเมื่อเห็นเธอจมลงในลำธารและท่าทางเธอเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ ทรงคาดว่าเธอจะว่ายน้ำเป็นจึงไม่ทรงห่วงแต่ทีแรก แต่ท่าทางของชินานางในตอนนี้ทำให้ทรงทราบว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็นแน่นอน ท่านชายไม่ทรงรีรอที่จะโดดลงไปในลำธารอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ทรงคว้าร่างบางของเธอไว้ได้ พระกรแข็งแกร่งล็อกคอระหงของเธอจากด้านหลังป้องกันไม่ให้เธอตกใจจนกดท่านให้จมไปด้วยกันอย่างที่คนว่ายน้ำไม่เป็นและกำลังจะจมน้ำส่วนใหญ่มักทำ เช่นนั้น ทรงพาเธอกลับถึงริมตลิ่งได้อย่างปลอดภัย เมื่อขึ้นถึงฝั่งเธอก็สำลักไอจามจนหน้าแดงก่ำดูน่าสงสาร


“เป็นยังไงบ้างพระนาง”


“แสบจมูกเพคะ” เธอตอบ


“คุณว่ายน้ำไม่เป็นหรอกเหรอพระนาง” ทรงรับสั่งถามด้วยความกังขา


เธอส่ายศีรษะเบา ๆ พร้อมก้มใบหน้าซ่อนความอาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,509 ความคิดเห็น

  1. #2489 JNie (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:48
    คู่นี้น่ารักจังเลยค่ะ
    #2,489
    0