กลร้ายเล่ห์รัก

ตอนที่ 38 : 10.3 ปิดประตูตีแมว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    19 พ.ค. 63

บริษัทวิษณุรังสรรค์

หากท่านชายธเนศวรได้ทอดเนตรเหตุการณ์ภายในห้องทรงงานของพระเชษฐาในเวลานี้ คงแทบกลั้นพระสรวลไม่ไหว ท่านชายนคเรศที่ทรงเคยรับสั่งหนักแน่นว่าไม่ใส่พระทัยกับหม่อมที่ต้องเสกสมรสล้างหนี้ด้วยอย่างชินานาง กลับตั้งโต๊ะทำงานอีกตัวไม่หางพระที่ของท่าน โดยที่ท่านชายนัฏคงลืมสิ่งที่ทรงเคยรับสั่งกับพระอนุชาไปแล้วแน่นอน


ชินานาง เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารที่อาสาช่วยสวามี แอบมองพักตร์คมเวลาทรงงาน ท่าทางเอาจริงเอาจังของท่านทำให้เธออดพิจารณาอย่างละเอียดด้วยความสนใจไว้ไม่ได้ หลายวันแล้วที่ได้ทำงานร่วมกับสวามีที่โปรดให้เธอเป็นเลขาส่วนองค์ช่วยงานแทนท่านชายธเนศวรที่ยังไม่เสด็จกลับมา เธอจึงรับผิดชอบงานในส่วนนั้นแทนตามพระประสงค์ของท่านชายนคเรศ


ท่านชายสัมผัสได้ถึงความรุนแรงของสายตาที่มองมาจึงทรงเงยพักตร์ขึ้นแย้มสรวลให้เธอบางๆ และทอดพระเนตรใบหน้าแดงปลั่งของหม่อมอย่างเอ็นดู แววตากลมวาวที่จ้องท่านอยู่นานหลุบต่ำลงทันทีที่สบเนตรของท่านตรงๆ พระหทัยกระตุกแรงเมื่อเงยพักตร์ขึ้นพบแววตาอ่อนหวานของหญิงสาว 


“คุณทำให้ผมหมดสมาธิกับการทำงานตรงหน้าซะแล้วหละพระนาง”


“เพคะ!” ชินานางเลิกคิ้วแปลกใจในรับสั่งของสวามี


“แววตาของคุณเมื่อสักครู่ทำเอาใจผมสั่น แถมยังทำให้มือของผมแทบหมดแรงขยับ ขีดเขียนอะไรไม่ออกแล้วหละ” ท่านชายแทบกลั้นพระสรวลไม่อยู่เมื่อรับสั่งกระเซ้าจนชินานางทำหน้าไม่ถูกไปครู่ใหญ่ก่อนจะส่งสายตาราวกับค้อนให้ท่านพลางตอบเสียงสะบัดน้อย ๆ กลับมา


“หม่อมฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไม นาถถึงคลั่งไคล้ฝ่าบาทหนักหนาในเมื่อพระโอษฐ์หวานขนาดนี้”


“หึหึ...แต่ผมคงทำให้คุณคลั่งไคล้ผมไม่ได้ละมั่งพระนาง”


“โอ๊ย..ไม่ไหวจะเคลียร์หรอกเพคะ ขืนหม่อมฉันเกิดคลั่งไคล้ฝ่าบาทแบบนาถขึ้นมาจริง ๆ ฝ่าบาทจะตัดสินพระทัยไม่ถูกเมื่อครบกำหนดเวลาสองปีว่าจะเลือกหม่อมฉันหรือนาถดี” ชินานางแกล้งเชิดใบหน้ามองสบพระเนตรท่านราวท้าทาย


“ทำไมล่ะ ในเมื่อคุณเป็นฝ่ายคลั่งผมไม่ใช่ผมคลั่งคุณซะหน่อย” ทรงสรวลเสียงเบา


“ก็ถ้าหม่อมฉันคลั่งไคล้ฝ่าบาท หม่อมฉันก็แน่ใจว่าฝ่าบาทก็ต้องทรงหลงหม่อมฉันจนทิ้งหม่อมฉันไม่ลงแน่ ๆ”


“อย่างนั้นเชียว”


“แน่นอนซิเพคะ ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนต้านทานเสน่ห์ของพระนางได้สักราย หากว่าหม่อมฉันจงใจหว่านเสน่ห์ให้” ชินานางแกล้งคุยทับ


“ผมชักอยากลองซะแล้วสิว่าผมจะต้านทานเสน่ห์ของคุณได้ไหม”


“ถือเป็นคำท้าทายนะเพคะ” ชินานางยกหัวคิ้วพร้อมรอยยิ้มเยาะ ๆ


“หึหึ” ทรงสรวลพร้อมส่ายพักตร์


เสียงโทรศัพท์ของชินานางดังกังวานเป็นเพลงเรียกเข้าทำนองสนุก ๆ ทำให้เธอเบี่ยงสายตาจากพักตร์คมของสวามีลงมองกระเป๋าถือของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับเอื้อมมือควานหาโทรศัพท์ของตัวเองออกมารับสายด้วยใบหน้าพราวรอยยิ้มทันทีที่เห็นเบอร์โชว์หน้าจอ


“ว่าไงวิก” เสียงใส ๆ ของเธอทำให้ท่านชายทรงอดที่จะตั้งพระทัยฟังเธอคุยกับเพื่อนไม่ได้


“กลางวันนี้ว่างออกไปกินข้าวพร้อมเรากับพี่วุล์ฟมั้ยพระนาง” กรวิกถามเพื่อนสาว


“อื้อ...นึกยังไงถึงชวนเราไปกินข้าวกลางวันได้นี่” ชินานางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางอมยิ้มลำพัง


“เย็นนี้ฉันกับพี่วุล์ฟจะกลับบ้านแล้วคงไม่ได้เจอแกอีกนานเลย”


“ทำอย่างกับฉันจะไม่ขึ้นไปหาแกอย่างนั้นแหละ”


“ท่านชายอาจไม่ยอมให้แกขึ้นไปก็ได้”


“ไม่มีทาง ฉันจะไปใครก็ห้ามไม่ได้อยู่แล้ว”


“เออ เออ ขี้เกียจเถียงกับคนเก่ง ว่าแต่ไปหรือไม่ไป กินข้าวน่ะ”


“ที่ไหนล่ะ” ชินานางถามทันที


“ร้านชายเลนแถวบางปู...พี่วุล์ฟเขาเป็นคนเลือกเองน่ะ” กรวิกหมายถึงร้านอาหารติดป่าชายเลนแถวสมุทรปราการ


“โห...ไกลขนาดนั้น ฉันจะกลับมาทำงานทันได้ยังไงล่ะ”


“อ้าว นี่แกทำงานด้วยเหรอ” กรวิกถาม


“อื้ม ไม่อยากอยู่ว่าง ๆ น่ะ”


“สรุปว่าแกไปไม่ได้งั้นสิ”


“เดี๋ยวฉันโทร.กลับนะ ต้องถามท่านชายก่อน”


ท่านชายนคเรศทรงก้มพระพักตร์แอบแย้มสรวลน้อย ๆ กับกองเอกสารตรงหน้าหลังเธอวางสายกรวิก ทรงรู้สึกยินดีอย่างบรรยายไม่ถูกที่ชินานางสนทนากับเพื่อนของเธอในห้องทรงงานอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งได้ฟังคำสนทนาของเธอกับกรวิกแม้จะไม่ทรงได้ยินอีกฝ่ายแต่ก็ทรงจับใจความได้ว่าเพื่อนหนุ่มของเธอชวนเธอไปกินอาหารกลางวันและทรงยินดีที่เธอยังไม่ตอบรับอีกทั้งรอถามท่านก่อน


“ฝ่าบาทเพคะ” ชินานางเดินมาหยุดข้างพระที่ของท่านชายก่อนจะกล่าว


“หืม” ทรงเงยพักตร์พร้อมเลิกพระขนงเล็กน้อย


“หม่อมฉันขอประทานอนุญาตออกไปทานข้าวกับวิกนะเพคะ”


“เมื่อไหร่” ทรงวางพระหัตถ์จากเอกสารรับสั่งถาม


“เที่ยงนี้เพคะ”


“แล้วคุณจะไปยังไงล่ะ”


“เดี๋ยวหม่อมฉันให้วิกมารับก็ได้เพคะ”


“อืม...เอาเป็นว่าผมพาคุณไปเองดีกว่า คุณกรวิกจะได้ไม่ต้องแวะมารับให้ยุ่งยาก อีกอย่างผมก็จะได้มีเพื่อนกินข้าวเที่ยงด้วย”


“แต่ว่า...วิกกับพี่วุล์ฟจะไปไกลถึงบางปูเลยนะเพคะ หากฝ่าบาทเสด็จก็กลับมาทรงงานไม่ทันแน่ ๆ”


“ไม่ทันก็ไม่ทำ ไม่เห็นเป็นไรนี่ บริษัทของเราเอง”


“เอาอย่างนั้นเหรอเพคะ” ชินานางเอียงคอเล็กน้อย


“โทร.กลับไปบอกเพื่อนเถอะว่าให้ไปเจอกันที่นู้นเลย” ท่านชายพยักพักตร์ให้เธออีกครั้ง


“ขอบพระทัยเพคะ” 

ชินานางยิ้มแล้วหมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะ หยิบมือถือของตนติดต่อหาเพื่อนหนุ่มทันที ใบหน้านวลยิ้มละไมทำให้ท่านชายทรงอดที่จะแย้มพระสรวลตามไม่ได้ ทรงเก็บเอกสารบนโต๊ะรวดเร็วและเสด็จมาหยุดรอหญิงสาวที่กำลังเขย่งปลายเท้าขึ้นจนสุดเพื่อเก็บแฟ้มเอกสารเข้าที่ ทรงอดที่จะทอดเนตรชื่นชมเรียวขาเพรียวสวยของเธอไล่ขึ้นไปจนถึงต้นขาขาวไร้ถุงน่อง ยิ่งเธอเขย่งปลายเท้าแบบนี้ทำให้กระโปรงสั้นที่เธอสวมในวันนี้ยกขึ้นสูงจนเผยให้เห็นต้นขาขาวมากกว่าที่ควร ชินานางมัวแต่หันหลังให้ท่านเพราะใจจดจ่ออยู่กับการนำแฟ้มในมือขึ้นเก็บ จึงไม่ทันเห็นเนตรคมที่จ้องเธอไม่กระพริบ ยิ่งรีบเหมือนจะยิ่งช้าเมื่อแฟ้มที่อยู่ด้านบนกลับล่วงลงมาทั้งที่แฟ้มในมือยังไม่ถูกวาง


“อุ๊ย!” ชินานางอุทานดังขึ้นอย่างตระหนกหลังแฟ้มที่วางบนชั้นล่วงลงมา เธอรีบหลบจนสะดุดเท้าตัวเองหงายหลังจนต้องหลับตาปี๋เตรียมตัวอายหากล้มคะมำไปกับพื้นโชว์ท่านชายนัฏแต่ไม่รู้สึกเจ็บแถมยังเหมือนมีอะไรรองรับร่างเธอไว้ ชินานางลืมตามองเจ้าของอ้อมแขนที่โอบรัดประคองตัวเธอไว้ได้ทัน


ท่านชายทรงถอนพระอัสสาสะด้วยความโล่งพระทัยที่ทรงรับร่างบอบบางไว้ได้ พระกรโอบยึดรอบคอระหงขณะที่พระหัตถ์ข้างที่ว่างคว้าเอวกลมกลึงไว้ ทำให้ใบหน้านวลอยู่ใกล้พระพักตร์ ปลายจมูกรั้นแตะพระนาสิกโด่งขึ้นสันเมื่อเธอลืมตาขึ้นพลางกะพริบตาแผ่วเบาด้วยความสงสัยก่อนเปลี่ยนเป็นเขินอาย หน้าแดงปลั่งเมื่อสบเนตรท่านชิดยิ่งกว่าชิด ดั่งมีมนต์สะกดให้ทรงก้มพระพักตร์ลงจนพระโอษฐ์ทาบทับประกบลงบนริมฝีปากอิ่มหวานประหนึ่งน้ำผึ้งรวงตรงหน้า


ทรงสัมผัสได้ว่าร่างเพรียวในอ้อมพระกรเกร็งตัวพยายามขัดขืนนิดหนึ่งก่อนจะอ่อนระทวยไปกับจุมพิตเว้าวอนจนหัวใจสาวเต้นรัวเหมือนจะออกมาโลดแล่นอยู่นอกอก แค่เธอเผลอเผยอริมฝีปากขึ้นนิดหนึ่งก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ทรงส่งพระชิวหาร้อนเชี่ยวชำนาญเข้าไปหยอกเหย้าในโพรงปากอิ่ม ทรงดูดซับความหวานราวน้ำดอกไม้ติดปลายละอองเกสรพาให้ทรงไม่อาจห้ามพระทัยไม่ให้ลิ้มชิมรสได้คล้ายดั่งว่าทรงดำเนินมาพบอาหารทิพย์ซึ่งไม่เคยลิ้มลองยามได้ชิมก็ไม่ทรงยอมทิ้งอาหารจานโปรดนี้ง่าย ๆ อย่างเด็ดขาดเลยทีเดียว


ชินานางรู้สึกราวโลกของเธอหยุดหมุนเมื่อลืมตาขึ้นพบเนตรคมปราบของสวามี พระพักตร์คมค่อย ๆ โน้มต่ำลงมา ใจหนึ่งเธออยากขยับหนีแต่กลับคล้ายแม่เหล็กต่างขั้วที่มีแรงดึงดูดเข้าหากันอย่างประหลาดยิ่งพระหัตถ์ที่ทรงรั้งเอวเธอไว้ดั่งปราการปิดกั้นไม่ให้เธอขยับหนี เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แล่นปราบไปทั่วร่างไม่ทราบสาเหตุ ยิ่งทรงแตะพระโอษฐ์กับมุมปากของเธอจนปลายจมูกของเธอเฉียดกับพระนาสิกโด่งกระทั่งเธอเผลอเผยอริมฝีปากออกแค่นิดเดียวเท่านั้นก็ทำให้พระชิวหาร้อนล่วงล้ำเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานจากริมฝีปากของเธอ


ท่านชายนคเรศทรงได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของแป้งเด็กจากแก้มนวลสีชมพูจึงทรงสูดพระอัสสาสะเข้าลึกเปิดพระโอษฐ์ผละ ออกทอดเนตรดวงตากลมเป็นประกายคู่สวยก่อนจะทรงแนบโอษฐ์เข้าหากลีบปากสีละมุนอีกครั้ง พระชิวหาไล้เล็มกับริมฝีปากล่างอวบอิ่มเย้ายวนพลางกดเม้มยั่วเย้าด้วยพระโอษฐ์ พระชิวหาอุ่นสอดลึกล่วงล้ำกับแนวไรฟันด้านล่างเชื่องช้าสลับดูดดื่มเรียวลิ้นชื้นอย่างเร่าร้อน


Thumbnail Seller Link
กลร้ายเล่ห์รัก
เตชิตา
www.mebmarket.com
หม่อมเจ้านคเรศ  วิษณุรังสรรค์ผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและ รักเกียรติขององค์เหนือสิ่งใด จะทำเช่นไรเมื่อพินัยกรรมของพระชนกระบุให้ท่านซึ่งเป็นพระโอรสอ...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,509 ความคิดเห็น

  1. #2486 Radewan (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 22:07
    ซื้ออีบุ๊คมาอ่านแล้าค่ะ สนุกมากท่านชายปากหวานกับชินานางมาก ไม่อยากแต่งกับเขาพอเจอตัวจริง เป็นไงละเธอเก่ง เธอฉลาด และพระนางสวยๆๆ
    #2,486
    1
    • #2486-1 เมฆดำ(จากตอนที่ 38)
      18 พฤษภาคม 2563 / 22:30
      กรีดร้องงงง ขอบคุณมากค่ะ อยากจะกระโดดกอดอุตส่าห์แวะมาให้กำลังใจคนเขียนอีก รักกกกก
      #2486-1
  2. #2485 JNie (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 11:31
    แหมมมมม ท่านชายยย
    #2,485
    0