กลร้ายเล่ห์รัก

ตอนที่ 37 : 10.2 ปิดประตูตีแมว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    17 พ.ค. 63

ทรงสรวลเสียงดังแต่ยอมปล่อยให้โชติรสแต่งตัวขณะที่ท่านหยัดพระวรกายขึ้นแล้วก้าวออกไปจากห้องบรรทมเพื่อเสด็จไปที่ห้องครัวของเรือ จัดเตรียมอาหารสำหรับหญิงสาวให้รองท้องแก้อาการข้างเคียงของยานอนหลับที่ทรงใช้กับเธอ ยี่สิบนาทีให้หลังโชติรสออกมาในชุดเสื้อกล้ามพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นสีขาว ลมทะเลพัดผมเธอสยายพลิ้วลู่จนเธอต้องใช้มือข้างหนึ่งรวบไว้  ภาพที่เห็นทำให้พระเนตรอ่อนแสงขณะทอดมองหญิงสาวที่ไม่เคยมีสาวใดต้องพระทัยทุกอริยาบถเช่นนี้แล้วจะให้ทรงยอมปล่อยเธอให้หนีจากท่านไปง่าย ๆ อย่างไร


“หิวไหมพระพาย”


“ไม่เพคะ”


“แต่ผมหิว..แต่เป็นความหิวในตัวคุณนะลูกแมว”


“ทรงหิวผู้หญิงสวย ๆ ทุกคนนั่นแหละเพคะ ถ้าไม่ทรงนำตัวหม่อมฉันมา แต่เปลี่ยนเป็นแม่สาวชุดแดงนั่น บางทีป่านนี้อาจจะทรงอิ่มหนำสำราญพระทัยไปแล้ว” โชติรสสะบัดน้ำเสียงใส่


“บังเอิญผมเป็นคนเลือกกินเสียด้วยสิพระพาย”


“ฮึ หม่อมฉันคิดว่าฝ่าบาทจะทรงเสวยไม่เลือกเสียอีกเพคะ”


“หึหึ ผมเลือกคุณต่างหากถ้าคุณจะยอมให้ผมกิน”


“หม่อมฉันไม่ชอบทำตัวเป็นของว่างให้ใครชิมเล่นอย่างที่ฝ่าบาทเข้าพระทัยหรอกเพคะ”


“ใครว่าผมแค่อยากชิมคุณเป็นของว่าง”


“แล้วจะให้หม่อมฉันคิดว่ายังไงล่ะเพคะ ทรงฉุดลากหม่อมฉันมาทั้งที่หม่อมฉันไม่เต็มใจแบบนี้”


“ถ้าต้องรอให้คุณเต็มใจ ผมคงต้องรอจนแก่แน่ ๆ พระพาย”


“ถึงต้องทำเช่นโจรสลัดเลยอย่างนั้นเหรอเพคะ”


“อื้อ..น่าสนใจนะถ้าเราจะเล่นบทโจรสลัดกับนางทางสาวบนเรือลำนี้กัน”


“ทรงเห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นความสนุกสนานหรือเพคะ”


“เอาล่ะ   ๆ ผมยอมแพ้ ขืนเถียงกับคุณนานอีกนิด ผมคงกินคุณแทนอาหารเหล่านี้เพราะความโมโหหิวแน่ ๆ”


“ใช่ว่าหม่อมฉันอยากเถียงกับฝ่าบาทเมื่อไหร่กัน”


“อย่างนั้นก็มานั่งนี่สิลูกแมว นั่งตักผมก็ได้จะมัวยืนอยู่ทำไม”


“แต่หม่อมฉันไม่หิว”


“ไม่หิวก็มานั่งเป็นเพื่อนผมหน่อย แต่ถ้าคุณยังดื้อผมจะไม่กินมันเสียเลยแต่จะเป็นฝ่ายไปนอนเป็นเพื่อนคุณในห้องอย่างเมื่อสักครู่แทน”


“เอาแต่พระทัยนัก” โชติรสกระแทกเท้าเดินมาทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามท่านชาย


“ก็แค่นี้” ท่านชายธเนศวรทรงสรวลเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทางหวาดระแวงกับสายตาระแวดระวังของเธอ เสื้อกล้ามแนบเนื้อทำให้เธอดูบอบบางจนทรงหวั่นว่าลมแรงอีกนิดจะพัดเธอปลิวตกทะเล แต่เมื่อเห็นดวงตากลมหวานที่ทอประกายขึงโกรธของคนตัวเล็กแล้ว ก็อดที่จะทรงแย้มสรวลล้อเลียนเธอไม่ได้


“จ้องราวจะจับผมกินอย่างนั้นแหละพระพาย” ท่านชายทรงกระเซ้า


“หากทำได้หม่อมฉันจะเคี้ยวกระดูกของฝ่าบาทให้ละเอียดก่อนกลืนลงท้องไปเลยด้วยเพคะ” เธอสะบัดเสียงตอบ


“หึหึ จริงหรือเปล่าสาวน้อยที่พูดน่ะ ไม่คิดว่าคุณก็อยากกินผมเหมือนที่ผมอยากกินคุณเหมือนกัน”


“บ้าจริง หม่อมฉันไม่ได้คิดแบบฝ่าบาทซะหน่อย” เธอหน้าแดงเมื่อเห็นแววพราวในพระเนตรกับคำว่า กินของท่าน


“ตกลงจะกินผมแทนอาหารบนโต๊ะนี้จริงหรือเปล่าพระพาย ผมยินดีนะ”


“อย่าทรงเฉไฉนอกเรื่องเลยเพคะ จะเสวยก็รีบเสวยเถอะ” โชติรสปรายตาค้อน


“ป้อนผมหน่อยสิลูกแมว” ทรงอ้อนเสียงหวาน


“ไม่ใช่เรื่องของหม่อมฉัน” โชติรสสะบัดเสียงตอบ


“ถ้าคุณไม่ป้อนผม ผมป้อนคุณเองดีกว่า” ท่านชายทรงตักอาหารยื่นจนชิดริมฝีปากอิ่มของเธอ


“หม่อมฉันไม่หิว” โชติรสเมินหนี


“ถ้าคุณยังดื้อผมจะกินคุณแทน ว่าไงพระพายจะป้อนผมหรือให้ผมป้อน” ทรงกระซิบเสียงดุ


“ทำไมต้องเอาแต่พระทัย หม่อมฉันไม่ใช่ลูกไล่ที่ต้องทำตามรับสั่งของฝ่าบาททุกอย่างนะเพคะ”


“ผมจะถามอีกแค่ครั้งเดียวนะพระพาย จะให้ผมป้อนหรือจะป้อนผม”


“ไม่ทั้งสองอย่างเพคะ”


ความกดดันที่ถูกท่านธเนศวรบีบบังคับทำให้โชติรสที่เคยใจเย็นและมีไหวพริบดีเยี่ยมในการเอาตัวรอดกลายเป็นสาวน้อยใจร้อนใช้อารมณ์แก้ปัญหา และเพียงสิ้นเสียงร่างบางระหงก็ปลิวไปตามแรงพระหัตถ์รั้งดึงจนร่างเล็กตกอยู่ในพระอ้อมพระกร ทรงย่อองค์ลงนิดหนึ่งตวัดตัวเธออุ้มขึ้นด้วยพระกรแข็งแรง ร่างไร้น้ำหนักถูกท่านชายพาก้าวเร็ว ๆ กลับไปยังห้องพักด้านในไม่ใส่พระทัยกับเรียวแรงน้อยนิดที่เธอพยายามขัดขืน ไม้ซีกอย่างโชติรสหรือจะสามารถต้านทานพละกำลังที่มีมากกว่าประหนึ่งไม้ซุงของท่านได้


“ปล่อยนะเพคะ จะทรงทำกับหม่อมฉันแบบนี้ไม่ได้”


“คุณมันดื้อจริง ๆ ลูกแมวน้อย” ทรงกัดพระทนต์พร้อมกระซิบเสียงแผ่ว


“ถึงจะดื้อยังไง หม่อมฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะทรงทำเล่น ๆ แบบนี้ได้นะเพคะ” โชติรสเถียง


“ใครว่าผมคิดจะเล่นกับคุณกันพระพาย ด้วยเกียรติของวิษณุรังสรรค์ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำเล่นกับคุณแน่ ๆ แต่จะทำจริง ๆ” พระเนตรคมส่อนัยคำพูดจนหญิงสาวเบิกตาโต


“ปล่อยหม่อมฉันลงเดี๋ยวนี้นะเพคะฝ่าบาท ปล่อยสิเพคะ” โชติรสดิ้นเต็มกำลัง


ท่านชายธเนศวรทรงปล่อยร่างบางตามที่เธอร้องสั่งแต่ไม่ใช่การปล่อยอย่างธรรมดาหากทรงค่อย ๆ บรรจงปล่อยร่างเพรียวนี้ลงบนฟูกที่นอน ในขณะที่โชติรสดันร่างขึ้นทันทีเช่นกันเมื่อแผ่นหลังสัมผัสฟูกหนานุ่ม ใบหน้านวลแดงก่ำ ส่ายศีรษะไปมาหน้าตาตื่นเมื่อพระวรกายกำยำทิ้งองค์ลงทาบทับกันไม่ให้เธอขยับหนีได้


“ปล่อยหม่อมฉันเถอะเพคะ หม่อมฉันยอมแล้ว หม่อมฉันยอมป้อนข้าวให้ฝ่าบาทก็ได้” โชติรสละล่ำละลักกล่าว


“ผมเปลี่ยนใจอยากกินคุณแทนเสียแล้วสิพระพาย”


“ไม่เพคะ  หากทรงเอาแต่พระทัย ทำองค์อย่างคนบ้านป่าเมืองเถื่อนไร้อารยธรรมกับหม่อมฉัน ชาตินี้หม่อมฉันจะเกลียดฝ่าบาทไปจนวันตายทีเดียว” โชติรสกล่าวเสียงเครียดเคร่ง


“ผมมั่นใจว่าจะทำให้คุณรักผมได้อย่างแน่นอนที่รัก คุณไม่มีวันเกลียดผมลงแน่ ๆ ลูกแมว”


“ไม่นะเพคะ หม่อมฉันไม่เต็มใจ”


“พนันกันมั้ยลูกแมวว่าผมสามารถทำให้คุณเต็มใจไปกับผมได้” ทรงท้าทาย


“ไม่มีทาง” โชติรสยืนยัน


“อย่างนั้นลองดูไหม ถ้าคุณต้านทานผมได้ ผมจะพาคุณกลับไปส่งทันที แต่หากคุณทำไม่ได้ เราจะอยู่ด้วยกันจนกว่าผมจะพอใจ”


“ยังไงเพคะ” โชติรสใช้มือดันพระวรกายพร้อมถามเสียงสั่น


“ถ้าคุณทนกับสัมผัสของผมโดยไม่ตอบสนองได้ แค่ห้านาทีเท่านั้นลูกแมว ถ้าคุณไม่ใจอ่อนไปกับผม ผมจะพาคุณกลับทันที แต่ถ้าไม่...” ทรงทอดเนตรหญิงสาวอย่างเจ้าเล่ห์


“ห้านาที!


“ใช่ ว่าไง”


“ถ้าหม่อมฉันไม่ตกลงละเพคะ” โชติรสกะพริบตา


“ยังไงคุณก็ต้องอยู่บนเรือลำนี้กับผมอีกนานอยู่ดีพระพาย” ท่านชายทรงแย้มพระสรวลเจ้าเล่ห์


“เอาแต่พระทัย”


“หึหึ สรุปว่ายังไง ลูกแมว”


“ไม่เพคะ ฝ่าบาทเอาเปรียบหม่อมฉันเกินไป ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็เป็นฝ่ายหญิง ถ้าต้องถึงเนื้อถึงตัวกันแบบนั้นแล้วเกิดทรงเลยเถิดไปมากกว่าที่คิด ให้อย่างไรหม่อมฉันก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบวันยันค่ำ” เธอปรายตามองค้อนคนเอาแต่ได้ด้วยความหมั่นไส้


“ว้าลูกแมว เมื่อไหร่คุณจะเลิกปฏิเสธผมแบบนี้เสียที นั่นก็ไม่เพคะ นี่ก็ไม่เพคะ ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะตอบแค่เพคะฝ่าบาทบ้างละนี่” ท่านชายทรงสรวลเบา ๆ


“ก็เมื่อทรงเลิกเอาแต่พระทัย และเอาเปรียบผู้หญิงอย่างที่ทรงทำอยู่นี่ไงเพคะ” โชติรสส่งค้อนอีกครั้ง


“ถ้าอย่างนั้นผมไม่รอคุณตอบรับดีกว่า หักหาญเอาแบบนี้เลยเข้าท่ากว่า” ทรงรับสั่งขำ ๆ


“ถ้าทรงกล้าเอาเกียรติยศของวิษณุรังสรรค์มาเหยียบย่ำก็ตามพระทัยซิเพคะ อย่างมากหม่อมฉันก็คิดเสียว่าโชคร้ายเองที่ต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่หม่อมฉันสาบานว่าจะไม่มีวันให้อภัยฝ่าบาทตลอดชีวิต” โชติรสกล่าวหนักแน่น


“เฮ้อ! ผมยอมแพ้คุณจริง ๆ ลูกแมว แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมคุณแบบนี้เรื่อยไปหรอกนะพระพาย เพราะถ้าขืนคุณยังคงดื้อกับผมบ่อย ๆ ผมคงขาดสติเข้าจริง ๆ สักวันแน่ ๆ” ท่านชายทรงขยับพระวรกายขึ้นพร้อมดึงแขนเธอให้ลุกตาม


ผลสรุปของเรื่องนี้ก็คือโชติรสต้องก้าวตามท่านชายออกไปนั่งลงบนโต๊ะตัวเดิม ต้องยอมเอื้อมมือออกไปจับช้อนและจานข้าวตักอาหารป้อนถึงพระโอษฐ์พลางส่งตาดุใส่ท่านเป็นระยะ ๆ ส่วนท่านชายก็เอาแต่ทรงสรวลและเสวยอาหารที่เธอป้อนด้วยความเอร็ดอร่อยแม้คนป้อนจะกระแทกกระทั้นป้อนก็ตาม


Thumbnail Seller Link
กลร้ายเล่ห์รัก
เตชิตา
www.mebmarket.com
หม่อมเจ้านคเรศ  วิษณุรังสรรค์ผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและ รักเกียรติขององค์เหนือสิ่งใด จะทำเช่นไรเมื่อพินัยกรรมของพระชนกระบุให้ท่านซึ่งเป็นพระโอรสอ...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,509 ความคิดเห็น